หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ นางมาร

นางมาร ตอนที่ 23-24

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 กรกฎาคม 2556 17:05 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
นางมาร ตอนที่ 23-24
       นางมาร ตอนที่ 23 (ต่อ)
       แซลลี่คิดๆ
       
       

       “งั้นฉันจะยอมสนิทกับแกก็แค่ช่วงทำงานนี้เท่านั้นนะ”
       สิทธิ์มองยิ้มๆ แซลลี่หมั่นไส้หันไปเห็นกลุ่มเนตรอัปสรที่เดินมา
       “อุ่ย...มันมากันแล้ว”
       แซลลี่รีบออกมาจากรถพร้อมกับสิทธิ์...เนตรอัปสร ปารมี หมอก้องเดินมา เจอเข้ากับสิทธิ์และแซลลี่ก็แปลกใจ เนตรอัปสร มองแซลลี่ที่ปั้นหน้าเศร้าแปลกใจที่มากับสิทธิ์
       “สวัสดีครับคุณเนตร”
       “สวัสดีค่ะ”
       เนตรอัปสร หันมองแซลลี่งงๆ สิทธิ์รีบพูด
       “คือผมพาคุณแซลลี่มาตระเวนไหว้พระทำบุญให้กับเชตน่ะครับ คือมีหมอดูมาทักให้แซลลี่ทำบุญให้เชตเยอะๆเชตจะ ได้ฟื้นเร็วๆ”
       เนตรอัปสร มองไม่อยากเชื่อ แซลลี่ตีหน้าเศร้าสำนึกผิด
       “แซลลี่รู้สึกไม่ดีที่เป็นคนทำให้เชตต้องมานอนจมอยู่แบบนี้ แซลลี่เสียใจ”
       สิทธิ์เปลี่ยนเรื่อง
       “เออว่าแต่พวกคุณจะไปไหนกันเหรอครับ”
       “พวกเราจะไปหาหลวงปู่พระธุดงค์ที่อยู่ในป่าน่ะครับ”
       สิทธิ์กับแซลลี่มองหน้ากันตาวาว แซลลี่ส่งซิกให้สิทธิ์พูด
       “ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าเราจะไปที่นั่นเหมือนกัน”
       เนตรอัปสร ปารมี หมอก้องมองหน้ากันงงๆไม่อยากเชื่อ
       “หมอดูบอกให้แซลลี่ไปนมัสการหลวงปู่ในป่าลึก เพื่อช่วยเชตแต่จะได้เจอกับกัลยานมิตรระหว่างทาง”
       “คุณไปกับเราไม่ได้หรอกค่ะ ที่นั่นมันอันตรายมาก”
       “อันตรายแค่ไหนแซลลี่ก็ไม่กลัวค่ะ เพื่อลบล้างความผิดที่ทำกับเชตไว้แซลลี่จะทนค่ะ”
       แซลลี่แสดงละครสุดฤทธิ์ ปารมีรำคาญขยับไปบอกกับเนตรอัปสร
       “ปล่อยไปเหอะ เดี๋ยวถูกผีหลอกมาก็วิ่งป่าราบแล้ว” ปารมีหันไปบอกกับแซลลี่ “ไปก็ไป”
       ปารมีดึงเนตรอัปสรเดินออกไป หมอก้องตาม แซลลี่กับสิทธิ์แอบยิ้มในความสำเร็จ
       
       ทุกคนเดินมาตามทางที่เป็นรกทึบในป่าลึก แซลลี่กับสิทธิ์เดินตามมา แซลลี่แอบเบื่อและเมื่อยเพราะเดินนาน สิทธิ์คอยเอาอกเอาใจ ปารมีหันมองที่แซลลี่อย่างสมน้ำหน้า เพราะเห็นแซลลี่หมดแรง งอแง แซลลี่เห็นพวกเนตรอัปสร มองมาที่ตัวเองเลยทำทีไม่เหนื่อยเต็มใจเดิน เนตรอัปสร หันเดินต่อไม่สนใจ เธอดูแผนที่ที่ดาลัดเขียนให้หมอก้องช่วยอ่าน ปารมีแอบมองหมอก้องไม่ชอบใจ ทุกคนเดินมาเห็นร่มต้นไม้ใหญ่ เห็นหลวงปู่นั่งกรรมฐานอยู่ เนตรอัปสรยิ้มดีใจ
       “หลวงปู่...”
       เนตรอัปสร เดินเข้าไปทุกคนเดินตาม แซลลี่กับสิทธิ์แอบดีใจ เนตรอัปสร เดินเข้าไปนั่งลงตรงหน้าหลวงปู่แล้วก้มลงกราบ ทุกคนกราบตาม หลวงปู่ลืมตาขึ้นมามอง
       “เจริญพรโยม”
       “หลวงปู่คะ...ลูกอยากรู้เรื่องคู่วิญญาณที่แม่ชีบอกลูกมันหมายถึงอะไร เหรอคะ”
       “คู่ที่เกิดมาเพื่อเป็นคู่ของกันและกันหรือเรียกอีกอย่างว่า คู่แท้ทางจิตวิญญาณ ที่ใครก็ไม่สามารถพรากออกจากกันได้”
       “ถ้าอย่างนั้นทำไมคุณเชตถึงต้องแยกจากลูกล่ะคะ”
       หลวงปู่หลับตานิ่งไปสักพักก่อนตอบ
       “ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะแรงกรรม จากคำสาบานในอดีตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้”
       ทุกคนฟังอย่างตั้งใจ โดยเฉพาะแซลลี่ที่ไม่อยากเชื่อ
       
       อีกมิติ...เฟื่องพาเชตะวันเดินชมสวนจนมาหยุดอยู่ที่ศาลาแห่งหนึ่ง เชตะวันรู้สึกแน่นหน้าอกเจ็บจี๊ดที่ใจ เฟื่องสังเกตเห็นเป็นกังวล
       “เจ้าเป็นอะไรรึชุน”
       “รู้สึกเจ็บที่ใจจังเลย มันอึดอัด”
       เชตะวันดูเหนื่อย เฟื่องนิ่งคิดหยั่งรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับตน
       “ถ้าเช่นนั้น เจ้านั่งพักที่นี่ก่อนดีกว่า”
       เชตะวันลงนั่งพักรู้สึกเหนื่อยจนต้องหลับตาลง เขาเห็นภาพอดีตแว๊บเข้ามา...สายตาของชุน เห็นเฟื่องมองมาที่เขาด้วยแววตาห่วงใย ชุนยิ้มดีใจ
       “แม่หญิงเฟื่อง...”
       แต่แล้วใบหน้าของเฟื่อง ก็เปลี่ยนเป็นหน้าของนวลแทนที่
       “ข้าไม่ใช่แม่หญิงเฟื่องอะไรนั่นของเจ้าหรอก ข้าชื่อนวล”
       ชุนงง กระพริบตาถี่ๆ ถึงได้เห็นหน้าของนวลชัดเจนขึ้น
       
       ปัจจุบัน เฟื่องมองที่เชตะวันแล้วส่งเสียงเรียก
       “ชุน..ชุน...”
       เชตะวันสะดุ้งเฮือกขึ้นมามองเห็นเป็นเฟื่อง
       “นวล...”
       เฟื่องโกรธไม่พอใจ
       “เจ้าเรียกชื่อนางทำไม”
       เชตะวันงงๆ
       “นวลคือใคร...”
       เฟื่องเจ็บแค้นหันหน้าหนี เชตะวันถามย้ำอีกครั้ง
       “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร...บอกที”
       เฟื่องเจ็บปวด
       “นางคือคนที่พรากเจ้าไปจากข้ายังไงล่ะ”
       เชตะวันอึ้ง
       “เพราะนางที่ทำให้เจ้าผิดคำสาบานที่ให้ไว้กับข้า เพราะนางที่ทำให้ข้าต้องทนทุกข์ทรมานกับการรอคอยมานานแสนนาน...จนกระทั่งตอนนี้ เจ้าก็ยังไม่ลืมมัน”
       เฟื่องร้องไห้เสียใจ
       “ข้าเสียสละเพื่อเจ้าได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งความตาย”
       เชตะวันนิ่งฟังสงสาร
       “จงไปอยู่ด้วยกันกับข้าเถอะนะ อย่าจากข้าไปไหนอีกเลย”
       “แม่เฟื่องพูดเหมือนฉันจะต้องจากไป”
       เฟื่องเศร้า
       “ไม่...ข้าจะไม่ยอมพรากจากเจ้าอีกเป็นอันขาดเจ้าจะต้องอยู่กับข้า อยู่กับความรักของข้าเท่านั้น”
       เฟื่องหน้าตาดุดัน
       
       ทุกคนนั่งฟังที่หลวงปู่พูด
       “แรงแค้นแรงอาฆาตที่ติดตามมาจากอดีตชาติ จะทำให้วิญญาณทั้งสามดวงที่ถูกผูกมาด้วยกันต้องกลับมาพบกันอีกครั้ง”
       เนตรอัปสร ตั้งใจฟังที่หลวงปู่บอก ทุกคนที่นั่งฟังงงๆ แซลลี่เริ่มเซ็งๆ
       “หลวงปู่หมายถึง ลูก คุณเชต และก็ เจ้าของกระดูกที่แม่ชีพูดถึงใช่มั้ย คะ”
       หลวงปู่พยักหน้า
       “เจ้าตัวเขาถูกแรงกรรมแห่งคำสาบานพาดวงวิญญาณ กลับไปในภพภูมิเดิมที่เคยอยู่”
       “ลูกต้องทำยังไงถึงจะพาวิญญาณของคุณเชตกลับเข้าร่างได้คะ” เนตรอัปสรร้อนใจ
       “โยมมีเวลาไม่มากนัก เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่โยมเชตกลับไปทำตามคำสาบาน ในอดีตอีกครั้งตามที่วิญญาณดวงนั้นต้องการ โยมเชตก็จะไม่สามารถกลับมาชาติภพปัจจุบันได้อีกโยมต้องรีบหากระดูกของวิญญาณตนนั้นให้เจอแล้วนำมา บำเพ็ญกุศลให้ทันก่อนตะวันจะลับฟ้า”
       ปารมีหนักใจ
       “ป่านี้ตั้งกว้างใหญ่แล้วเราจะหากระดูกนั่นเจอได้ยังไงล่ะคะหลวงปู่”
       “นั่นสิคะ ไม่ต้องเดินหากันจนตาเหลือกหรอกเหรอคะ” แซลลี่สอดขึ้น
       ปารมีหันจ้องหน้า แซลลี่จ๋อยๆสงบเสงี่ยมต่อ ทุกคนฟังหลวงปู่บอกต่อ
       “ที่ที่ดีที่สุด ร่มเย็นที่สุดที่นั่นแหละเป็นที่ฝังร่างของวิญญาณดวงนั้น” หลวงปู่บอกเนตรอัปสร “จิตเจ้าจะรู้สึกได้เองเมื่ออยู่ถูกที่ถูกทางเมื่อไหร่...ถ้าที่ตรงไหนที่โยมรู้สึกใจหวิวเหมือนหายใจไม่ออกที่ตรงนั้นจะเป็นที่ฝังร่างของวิญญาณดวงนั้น”
       
       ทั้งหมดเดินเข้าไปในป่าลึกหนาทึบจากเดิม เนตรอัปสรหน้าตามุ่งมั่นมองหาตามที่หลวงปู่บอก เธอพยายามเดินหาจนทั่ว คนอื่นๆมองตามลุ้นๆ
       
       พงษ์ขับรถพาพายัพเข้ามาที่บ้านไม้เก่าๆโทรมๆ พายัพลงมาจากรถมองดูสภาพรอบๆ
       “ที่นี่แหละครับนาย บ้านอาจารย์คงหมอผีที่เก่งที่สุด”
       พายัพยิ้ม
       “ดี...คราวนี้ล่ะมึง กูจะปราบทั้งคนทั้งผีให้ราบคราบเลย”
       พงษ์เดินนำพายัพเข้าไปในบ้าน เห็นอาจารย์คงกำลังกราบแท่นบูชาอยู่ แล้วหันมามองที่พายัพกับพงษ์
       “ข้าพร้อมแล้ว”
       อาจารย์คงหน้าตาน่าเกรงขาม พายัพมองยิ้มเห็นถึงชัยชนะ
       
       เนตรอัปสร ยังคงเดินวนเวียนอยู่บริเวณป่าที่ดูร่มรื่น เพื่อเช็คอาการใจหวิวตามที่หลวงปู่บอก ปารมี กับหมอก้อง ช่วยเดินหา แซลลี่กับสิทธิ์ทำทีเดินหาแต่เลี่ยงออกมานั่งพักอู้งาน แซลลี่หงุดหงิด
       “โอ๊ย...เมื่อยจะตายอยู่แล้วจะเดินอะไรกันนักกันหนาเนี่ย เดิน ไปกลับเชียงใหม่ได้แล้วมั้งเนี่ย...ฮึ่ย”
       แซลลี่นวดขาให้ตัวเองไปบ่นไป สิทธิ์นั่งอยู่โทรศัพท์เข้ามาเป็นเบอร์พายัพ เขามองซ้ายมองขวาก่อนแล้วกดรับ
       “ครับพี่”
       “เจอกระดูกอีผีตัวนั้นหรือยัง”
       “ยังเลยครับ ตอนนี้เดินเข้ามาในป่าลึกมากเลยครับพี่”
       หมอก้องเดินหาที่ฝังกระดูกผ่านมาได้ยินแอบฟัง
       “อะไรกันวะ มันหายากหาเย็นขนาดนั้นเลยเหรอ”
       “ผมได้ยินมันพูดกันว่ากระดูกน่าจะอยู่บริเวณนี้แหละครับ น่าจะใกล้ ความจริงแล้วล่ะครับ”
       “งั้นถ้ามันเจอกระดูกเมื่อไหร่รีบขโมยมาเลย ไอ้เชตมันจะได้ไม่ฟื้นขึ้นมาส่วนกระดูกอีผีนั่นจะได้ให้หมอผีปลุกเสกไว้ใช้งาน”
       “ถ้าเจอกระดูกเมื่อไหร่ ผมจะหาทางฉกเอาออกมาให้เร็วที่สุดครับพี่”
       หมอก้องฟังที่สิทธิ์พูดอย่างใช้ความคิด...พายัพวางสายยิ้มสะใจ
       
       เนตรอัปสรเดินหาจุดที่ฝังอย่างตั้งใจ จู่ๆก็เกิดอาการหวิวๆที่ใจ เนตรอัปสรหยุดอยู่กับที่ตั้งสตินิ่งมองตรงพื้นที่ยืนอยู่ เธอเริ่มหายใจขัดรู้สึกสะเทือนใจ เหมือนรับรู้เหตุการณ์ก่อนนวลตาย น้ำตาจะไหล ปารมีสังเกตเห็นรีบเข้าไปหา
       “นะโม...เป็นอะไร...นะโม”
       หมอก้องรีบเข้ามา สิทธิ์กับแซลลี่รีบเข้ามาดู เนตรอัปสรจับมือปารมีแน่น
       “ที่ตรงนี้ เขาอยู่ตรงนี้...”
       ปารมีก้มมองที่พื้น
       “แน่ใจนะนะโม...”
       เนตรอัปสรพยักหน้าทั้งน้ำตา
       “แน่ใจ...”
       “ปานพานะโมไปพักก่อน เดี๋ยวหมอจะขุดตรงนี้เอง”
       แซลลี่กระทุ้งให้สิทธิ์ไปช่วย
       “มาผมช่วย”
       การขุดเริ่มต้นขึ้น โดยมีสิทธิ์ช่วยกันขุดกับหมอก้อง เนตรอัปสรมองดูพื้นดินที่
       
       กิ่งไม้โดนลมพัดเศษใบไม้ปลิวว่อน เฟื่องลุกขึ้นยืนลมพัดเข้าที่หน้าทำให้หน้าที่เป็นผีวูบไปมาน่ากลัว เชตะวันเอามือป้องลมที่พัดอยู่
       “แม่เฟื่อง...ลมอะไรน่ะ”
       “คงจะเป็นลมฝนน่ะ” เฟื่องเสียงนิ่ง “ไม่มีอะไรหรอก”
       ลมสงบลงทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ เชตะวันเอามือลงหันมองเฟื่องที่เข้ามาจับมือเขา
       “รอข้าอยู่ที่นี่นะ ประเดี๋ยวข้าจะกลับมา”
       “แม่เฟื่องจะไปไหน”
       “ข้าไปไม่นานหรอก...”
       เฟื่องยิ้มให้เชตะวัน แล้วเดินแยกไป หน้าเฟื่องกลายเป็นผีน่ากลัว
       
       หมอก้องเอามือปัดเศษดินออกเห็นเป็นกระดูกสีขาวๆโผล่ออกมา หมอก้องรีบเอามือปัดออกจนหมดเห็นเป็นกระดูกชัดเจน เขาดีใจ
       “เห็นแล้ว...”
       ทุกคนลุกเข้าไปดูใกล้ๆ สิทธิ์รีบวางเครื่องมือขยับไปที่หมอก้อง
       “โห...กระดูกจริงๆด้วย”
       สิทธ์เบียดหมอก้องออกไป จะรีบเข้าไปขุดต่อเพื่อเอากระดูกให้ได้ ผีเฟื่องปรากฏตัวขึ้นจัดการผลักสิทธิ์กระเด็นออกไป
       “อ๊าก...”
       ทุกคนตกใจที่เห็นผีเฟื่อง แซลลี่ร้องลั่น
       “อ๊าย....ผี...”
       ผีเฟื่องหันมองไปที่เนตรอัปสร สายตาดุดัน
       “อีนวล มึงมาขัดขวางกูทำไม”
       ปารมีเกาะเนตรอัปสรกลัวๆ
       “ปล่อยคุณเชตไปเถอะนะคะ” เนตรอัปสรจ้องผีเฟื่อง
       “ไม่...ชุนจะต้องอยู่กับข้า”
       “เขาไม่ใช่ชุนของคุณหรอกคะ เขาคือคุณเชตะวันและฉันจะพาเขากลับไปให้ได้”
       ผีเฟื่องโกรธจัดสะบัดมือทำเอาทุกคนกระเด็นไป เนตรอัปสรกระเด็นไปอีกทางกระเป๋าที่ถือมาหลุดมือไปอีกทางทุกคนโดนไปตามๆกัน แซลลี่ร้องวี๊ดว๊ายเข้าไปหาสิทธิ์ที่ล้มอยู่ที่พื้น เนตรอัปสรพยุงตัวลุกขึ้นมามองที่หลุมที่ขุดกระดูกรีบบอกหมอก้อง
       “หมอขุดต่อสิ เร็ว อย่าหยุดนะ”
       ผีเฟื่องจ้องไปที่เนตรอัปสรที่ล้มอยู่ที่พื้น
       “อีนวล !”
       หมอก้องรีบไปที่หลุมขุดโกยๆเอาดินออก ผีเฟื่องมัวแต่จ้องที่เนตรอัปสรที่กำลังมองกระเป๋าและจะมุ่งไปเก็บ เนตรอัปสรลุกออกห่างจากหลุมเพื่อดึงผีเฟื่องออกไป ปารมีรีบเข้าไปช่วยหมอก้องขุด ผีเฟื่องตามไปจัดการกับเนตรอัปสร โดยปรากฏตัวตรงหน้า เนตรอัปสรถอยหลังจะหนี ผีเฟื่องสะบัดตัวเนตรอัปสรกลิ้งไปจนไปหยุดอยู่ตรงต้นไม้ใกล้กับกระเป๋าที่หล่น
       เนตรอัปสรเจ็บพยายามจะฝืนลุกขึ้นมาคว้ากระเป๋าล้วงของในกระเป๋า ผีเฟื่องตรงเข้ามาบีบคอจนขาเนตรอัปสรลอยจากพื้น เนตรอัปสรตาแดงก่ำเพราะขาดอากาศ เลือดกำเดาค่อยๆไหลออกจากทางจมูก แต่มือของเธอพยายามล้วงของในกระเป๋า ผีเฟื่องจ้องเครียดแค้นน่ากลัว เนตรอัปสรล้วงจนเจอในเฮือกสุดท้ายหยิบเอาสายสิญจน์ เหมือนตระกุดเส้นใหญ่ๆคล้องที่คอ ผีเฟืองกรีดร้องปล่อยมือ เนตรอัปสรร่วงลงมานอนฟุบที่พื้น
       ผีเฟื่องดินทุรนทุราย ด้วยความเจ็บปวดจากอิทธิฤทธิ์ของสายสิญจน์ที่คล้องคอ รังสีรัดตัวผีเฟื่องวูบวาบจนดิ้นทุรนทุราย
        
       ก่อนจะทนไม่ไหวสลายร่างจากไปด้วยความเจ็บปวด

นางมาร ตอนที่ 23-24
       เสียงหวีดร้องโหยหวนดังก้องกังวาน
        
       เนตรอัปสรมองดูผีเฟื่องหายตัวไปแล้วหมดแรง หมอก้องกับปารมีช่วยกันขุดจนสำเร็จ ใส่กระดูกในห่อผ้า
       “นะโมเราทำสำเร็จแล้ว”
       สิทธิ์กับแซลลี่ดีใจมอง ปารมีกับหมอก้องหันมามองเห็นเนตรอัปสรนอนฟุบที่พื้นมีเลือดออกทางจมูกจึงรีบเข้ามาช่วย
       
       แซลลี่กับสิทธิ์ค่อยๆเดินเข้ามาหาที่กลุ่มปารมีกับหมอก้อง ที่ประคองเนตรอัปสรนั่ง
       “นะโมเป็นยังไงบ้าง” ปารมีถามอย่างเป็นห่วง
       เนตรอัปสรถามปารมีในสภาพหมดแรง
       “ได้กระดูกมาแล้วใช่มั้ย”
       ปารมียกห่อผ้าโชว์เนตรอัปสร
       “อยู่นี่ไง ฉันจะรักษาอย่างดีเลย”
       ปารมีเอาห่อผ้าใส่ลงในกระเป๋าเป้ของตัวเองที่สะพายมา สิทธิ์มองที่ห่อผ้าที่ใส่กระดูกที่ปารมีเอาใส่เป้คิดๆ แซลลี่มองเหมือนกันกระซิบกับสิทธิ์
       “ถึงเวลาของเราแล้ว รีบๆจัดการจะได้ไปพ้นๆจากผีบ้านี่ซะที”
       ปารมีที่ดูแลเนตรอัปสรอยู่ หมอก้องรีบบอกปารมี
       “ส่งกระเป๋าพวกคุณมาให้ผมดีกว่า เดี๋ยวเราต้องรีบกลับไปหาหลวงปู่อีกและปานต้องพยุงนะโมด้วย หนักเปล่าๆ”
       ปารมีไม่แน่ใจว่าหมอก้องคิดยังไงกันแน่จึงนิ่งไม่ให้ เนตรอัปสรมองแล้วบอกปารมี
       “ให้หมอช่วยเถอะปาน”
       ปารมีจำใจส่งให้ หมอก้องเอากระเป๋าทั้งหมดมาถือ สิทธิ์คิดหาทางขโมย แซลลี่เสียงแปร๋นเข้ามาประคองเนตรอัปสร
       “ให้ฉันช่วยนะ...ฉันนึกว่าเธอจะไม่รอดซะแล้ว อีผีนั่นน่ากลัวจังเลย ไป๊... รีบไปกันเถอะ”
       ทั้งหมดรีบเดินออกไป
       
       หมอก้องเดินมาได้สักพักก็หยุดผูกเชือกรองเท้า ทุกคนหยุดตาม
       “เดินไปเลยครับไม่ต้องห่วง เชือกรองเท้าหลุดน่ะ”
       ทุกคนเลยเดินต่อ หมอก้องเหลือบมองเห็นทุกคนเดินต่อไป หมอก้องเปิดกระเป๋าปารมี ควักห่อกระดูกออกมาแล้วเทกระดูกใส่กระเป่าตัวเอง แล้วรีบหยิบกิ่งไม้กับหินตรงนั้นใส่แทนลงในห่อผ้าแล้วรีบเอายัดใส่กระเป๋าปารมีตามเดิม หมอก้องลุกขึ้นเดินตามกลุ่มไปตามเดิม สิทธิ์กับแซลลี่จ้องไปที่กระเป๋าอย่างมีแผน
       
       เนตรอัปสรเหนื่อยหอบไปต่อไม่ไหว แซลลี่เห็นช่องจึงทำทีเป็นห่วง
       “ท่าทางเธอไม่ไหวเลยนะพักตรงนี้ก่อนดีกว่านะ”
       ปารมีมองดูเนตรอัปสรเห็นเหนื่อยเกินไปที่จะเดินต่อ
       “นะโมพักก่อนก็ดีนะ”
       เนตรอัปสรพยักหน้า ปารมีพยุงไปนั่ง หมอก้องวางกระเป๋าลงข้างๆแล้วเข้ามาช่วยประคอง แซลลี่ถอยหลังหนีมองเห็นว่ามีจังหวะที่จะฉกกระเป๋าจึงส่งสัญญาณกับสิทธิ์ให้เริ่ม แซลลี่เดินถอยห่างออกจากกลุ่มไป สิทธิ์ได้โอกาสเข้าไปใกล้กระเป๋าแล้วรีบคว้ากระเป๋าของปารมีแล้วรีบวิ่งออกไปทางเดียวกับที่แซลลี่ถอยไป หมอก้อง ปารมี เนตรอัปสรหันไปเห็นตกใจ
       “เฮ้ย...กระเป๋ากระดูก...”
       เนตรอัปสรตกใจที่ปารมีพูดถึงกระดูก ปารมีจะวิ่งไปแต่เห็นหมอก้องยืนมองนิ่งเธอจึงต่อว่าเขา
       “ยืนบื้ออยู่ทำไมคะหมอ ไปช่วยกันตามเร็วสิคะ...”
       หมอก้องมองนิ่ง ปารมีรำคาญจะออกไปตามเอง
       “ฉันไปตามเองก็ได้”
       หมอกก้องคว้าแขนปารมีไว้
       “อะไรของหมอ ช่วยก็ไม่ช่วยยังจะมาดึงไว้ทำไม รู้มั้ยว่ากระดูกนั่นมันสำคัญกับนะโมแค่ไหน”
       หมอก้องพยักหน้า
       “รู้สิ”
       “รู้งั้นเหรอ แล้วหมอปล่อยให้ไอ้พวกนั้นมันฉกเอาไปง่ายๆแบบนี้เนี่ยนะ”
       “กระดูกจริงอยู่ที่นี่”
       หมอก้องหยิบกระดูกจริงขึ้นมา เนตรอัปสรกับปารมีงง ทั้งสองคนเห็นว่าอยู่จริง ปารมีสงสัย
       “แบบนี้แสดงว่าหมอรู้ก่อนแล้วว่าพวกนั้นจะขโมยน่ะสิ”
       หมอก้องพยักหน้า
       “ผมได้ยินแต่ไม่รู้ว่าเขาพูดอยู่กับใคร”
       “ขอบคุณมากนะคะหมอ”
       ปารมีมองจับผิด นึกขึ้นได้
       “เดี๋ยวนะ แล้วทำไมกระดูกถึงมาอยู่ในกระเป๋าของหมอได้ล่ะ เพราะ ปานเป็นคนใส่ในกระเป๋าตัวเองกับมือ ไม่ใช่ว่าหมอสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเพื่อแสดงตัวเป็นฮีโร่นะ”
       ปารมียังไม่เชื่อใจ หมอก้องเล่าสิ่งที่ทำให้ฟัง...ตอนนั้นเขาเดินมาได้สักพักก็หยุดผูกเชือกรองเท้า ทุกคนหยุดตาม
       “เดินไปเลยครับไม่ต้องห่วง เชือกรองเท้าหลุดน่ะ”
       ทุกคนเลยเดินต่อ หมอก้องเหลือบมองเห็นทุกคนเดินต่อไป ก็เปิดกระเป๋าปารมีควักห่อกระดูกออกมาแล้วเทกระดูกใส่กระเป่าตัวเอง แล้วรีบหยิบกิ่งไม้กับหินตรงนั้นใส่แทนลงในห่อผ้าแล้วรีบเอายัดใส่กระเป๋าปารมีตามเดิม หมอก้องลุกขึ้นเดินตามกลุ่มไปตามเดิม
       “ผมคิดแล้วว่าเขาต้องหาจังหวะขโมยกระดูกนั่น”
       ปารมีมองหมอก้องหมั่นไส้ เนตรอัปสรยิ้มชื่นชม
       “หมอวางแผนเก่งจังเลยนะคะ”
       ปารมีพูดลอยๆ
       “คนแผนเยอะก็แบบนี้แหละ” ปารมีหันไปหาเนตรอัปสร “เธอดีขึ้นยัง เรารีบเอากระดูกนี่ไปทำพิธีกันเถอะ”
       “ไปสิ”
       เนตรอัปสรลุกขึ้น ปารมีช่วยพยุงเดินไปต่อ หมอก้องมองภูมิใจที่ตัวเองได้ทำตัวเป็นประโยชน์ช่วยทุกคนแล้วเดินตามไป
       
       เชตะวันนั่งรอเฟื่องอยู่ที่เดิม เฟื่องปรากฏตัวขึ้นทางด้านหลังของเขาในสภาพที่ย่ำแย่ไม่มีเรี่ยวแรง เฟื่องมองเห็นเชตะวันยังอยู่ยิ้มดีใจรีบเดินเข้าไปหา
       “ชุน...”
       เชตะวันหันมาเห็นเฟื่องในสภาพที่ย่ำแย่ก็ตกใจ
       “แม่เฟื่อง เกิดอะไรขึ้นน่ะ...”
       เชตะวันรีบเข้าไปประคองเฟื่องอยู่ในอ้อมแขน เฟื่องดีใจจับหน้าชุน
       “ข้ามีเวลาไม่มากนัก ข้าอยากให้เจ้าพาข้าไปที่แห่งหนึ่ง”
       เชตะวันสงสัย
       “ที่ไหนเหรอ”
       “ที่ที่เจ้ากับข้าจะได้อยู่ร่วมกันตลอดไป”
       เฟื่องมองเชตะวันด้วยสายตาที่อ้อนวอน
       
       พายัพกับพงษ์นั่งรออยู่หน้ากระท่อมอย่างกระวนกระวาย สิทธิ์กับแซลลี่ขับรถเข้ามาจอด สิทธิ์รีบลงมาจากรถพร้อมกระเป๋าเป้ปารมีที่ได้มา
       “ได้ของมาแล้วครับพี่”
       พายัพดีใจ แซลลี่รีบตามลงมาจากรถพุ่งเข้าไปหาพายัพทันที
       “พี่ยัพน่ะให้แซลลี่ไปทำอะไรก็ไม่รู้ มีพงมีผีเต็มไปหมด แซลลี่ เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดแน่ะ พี่พายัพต้องตบรางวัลให้แซลลี่ด้วยนะคะ”
       สิทธิ์มองแซลลี่ที่ระริกระรี้หาพายัพอย่างเคืองๆ หมอผีโผล่ออกมาจากในบ้าน
       “ถ้าได้กระดูกนั่นมาแล้ว ก็รีบทำพิธีก่อนตะวันลับฟ้าเถอะ”
       “ได้ครับ” พายัพหันบอกพงษ์ “ไปเอากระดูกนั่นไปทำพิธีเร็ว”
       พงษ์รับคำแล้วรีบไปจัดการเอากระเป๋าที่สิทธิ์ถือเดินนำเข้าไปในบ้าน
       ทุกคนจึงตามเข้ามา พงษ์จัดแจงเอาห่อผ้าในกระเป๋าออกมาวางที่พานในปรำพิธี หมอผีเริ่มสวดคาถา ทุกคนมองพนมมือตาม
       
       ห่อผ้าขาววางอยู่ตรงหน้าหลวงปู่ที่กำลังหลับตาท่องคาถา เนตรอัปสรนั่งพนมมือตั้งจิตอธิฐานถึงเชตะวัน
       
       เย็นนั้น เฟื่องกับเชตะวันก้าวเข้ามาใกล้หน้าผา เฟื่องมองหน้าเขายิ้มมีความสุข
       “คุณพาผมมาที่นี่ทำไม”
       เฟื่องยิ้มเศร้าๆ
       “ที่นี่เป็นที่ที่เจ้ากับข้าสาบานรักร่วมกัน”
       
       ภาพอดีตกาลแว่บเข้ามา เฟื่องเศร้าๆหันมายิ้มให้ชุน
       “ขอให้เจ้าจำที่ริมผาแห่งนี้ หากเราต้องพลัดพรากจากกัน ไม่ว่าเป็นหรือตาย เราจะมาเจอกันที่นี่”
       ชุนอ่อนระโหยเต็มที
       “ใช่ เราจะมาเจอกันที่นี่”
       “แม้จะต้องตายก็ขอให้มาสิ่งสถิต ณ ริมผาแห่งนี้ คราวใดได้เจอกัน ขออย่าลืมรักของเรา เราจะอยู่ด้วยกันทุกชาติทุกภพไป”
       “ข้าพร้อมแล้ว”
       “เราจะรักกันตลอดไป”
       ชุนและเฟื่องกอดกันเป็นครั้งสุดท้าย แล้วโรยตัวหล่นผาทั้งที่กอดกันด้วยความรักแบบนั้นไปด้วยกัน
       
       เชตะวันมองดูเฟื่องที่บาดเจ็บด้วยความสงสาร
       “ไปกับข้าเถอะนะชุน เราก็จะได้อยู่ร่วมกันตามคำสาบานสักที จะไม่มีใครพรากเราจากกันได้อีก”
       เชตะวันมองสงสาร มือเฟื่องจับมือเขา เชตะวันได้แต่นิ่งงันมองไปเบื้องหน้าที่เวิ้งว้าง
       
       เนตรอัปสร ปารมี หมอก้อง นั่งพนมมืออธิฐานจิตร่วมทำพิธีสวดส่งวิญญาณของเฟื่อง หลวงปู่นั่งบริกรรมคาถาโดยมีกระดูกเฟื่องวางอยู่ตรงหน้า ลมพัดไปทั่วบริเวณที่ทำพิธี เนตรอัปสรตั้งจิตอธิฐานส่งถึงเชตะวัน เธอมองนิ่งที่เปลวเทียนตรงหน้า หลวงปู่บริกรรมคาถาเป่ามนต์ลงบนกระดูกของเฟื่อง มีแสงเรืองรองรอบกองกระดูก
       
       เฟื่องจับมือเชตะวันก้าวออกมาชิดหน้าผาพร้อมโดด เฟื่องมองตาเขาด้วยความรักอย่างเต็มเปี่ยมในหัวใจ เชตะวันมองตาเฟื่องสงสารสิ่งที่เธอต้องเผชิญในครั้งอดีต ทันใดนั้นเสียงเนตรอัปสรภาวนาดังแว่วมา
       “หากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเชตเป็นเหตุมาจากคำสาบานในอดีต ลูกขอแลกคำสาบานกับแรงบุญที่ลูกมี เพื่อขอชีวิตของเชตกลับคืนด้วยเถิด”
       เมื่อเชตะวันเริ่มที่จะโดด วิญญาณของเขาก็หายไปต่อหน้าเฟื่องที่มีแสงเรืองรองอยู่รอบตัว เฟื่องมองหาเสียใจร้องไห้เจ็บปวดทุรนทุราย
       “ชุน...อย่าไป...”
       เฟื่องเสียใจร้องเสียงดังโหยหวนทั่วหน้าผาแห่งนั้น
       
       เชตะวันสะดุ้งขึ้นรู้สึกตัวในขณะที่ยังครอบเครื่องช่วยหายใจอยู่ เสียงที่วัดชีพจรดังตี๊ดๆขึ้นมา พยาบาลที่กำลังขยับสายน้ำเกลือและหมอที่อยู่ใกล้ๆหันมามอง เชตะวันค่อยๆลืมตา ภาพของเฟื่องยังไม่จางไปจากความคิด
       “เฟื่อง...เฟื่อง...” เชตะวันเรียกแบบแผ่วเบา
       หมอกับพยาบาลตื่นเต้นดีใจที่เขาฟื้นแล้ว...ทั้งหมอและพยาบาลวิ่งวุ่น ทำการเช็คร่างกายเชตะวัน เป็นการใหญ่ เชตะวันเหมือนคนตายแล้วฟื้นขึ้นมานิ่งนอนคิดเรื่องราวอย่างช้าๆ
       
       ภายในกระท่อมยังคงทำพิธีกันอยู่ เสียงโทรศัพท์พายัพดังเห็นเป็นเบอร์โรงพยาบาลพายัพขยับออกมามุมห้องรับสาย
       “สวัสดีครับ”
       “สวัสดีครับ หมอโทรจากโรงพยาบาลนะครับ จะแจ้งเรื่องอาการของคุณเชตน่ะครับ”
       พายัพแอบยิ้มดีใจคิดว่าเชตะวันตายแน่
       “ผมทำใจไว้แล้วล่ะครับว่าน้องผมคงไม่รอด”
       “เดี๋ยวครับ...คือว่าหมอจะแจ้งว่าอาการของคุณเชตะวันกระเตื้องขึ้นมา อยู่ในเกณฑ์เกือบจะปกติแล้วครับ ซึ่งเป็นเคสที่พิเศษที่เพิ่งเคยเจอ ถ้ายังไงคุณรีบมาที่โรงพยาบาลด่วนเลยนะครับ”
       พายัพอึ้งค่อยๆลดโทรศัพท์ลง หน้าเครียดจัด หันไปมองปรำพิธีที่แซลลี่ สิทธิ์และหมอผีกำลังทำอยู่ พายัพเดินเข้าหยิบห่อกระดูเปิดออกดู โมโหสุดขีด
       “โธ่เว้ย...”
       พายัพคว้าห่อผ้าทุ่มลงกลางวงเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในห่อผ้าเป็นเศษกิ่งไม้กับหิน หมอผีหน้าเหวอ
       “นี่มันอะไรกัน พวกเอ็งลบหลู่พิธีข้างั้นเหรอ”
       
        สิทธิ์กับแซลลี่กระเถิบหนี พายัพโมโหทำลายพิธีจนสิ้น

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
นางมาร ตอนที่ 27 (จบตอน)
นางมาร ตอนที่ 25 - 26
นางมาร ตอนที่ 23-24
นางมาร ตอนที่ 21 - 22
นางมาร ตอนที่ 19 - 20
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 9 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 8 คน
89 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
11 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014