หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ แค้นเสน่หา

แค้นเสน่หา ตอนที่ 10

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 กรกฎาคม 2556 08:01 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
แค้นเสน่หา ตอนที่ 10
        แค้นเสน่หา ตอนที่ 10 (ต่อ)
       
       ในเวลาเดียวกันนั้น ทอแสงรัศมี อยู่ในห้องโถงวังรังสิยา กำลังถามคาดคั้นเอากับผ่อง
       
       “ท่านป้าเด็จไหนผ่อง”
       “เด็จร้านอาหารสวนราตรีค่ะ”
       “เอ๊ะ ทำไมฉันไม่รู้ล่ะ”
       ผ่องยืนนิ่งเฉย สีหน้าเรียบร้อย
       “ทำไมล่ะผ่อง เท่าที่ฉันรู้ท่านป้าไม่เด็จไหนวันนี้ พี่ชายเดียวก็จะอยู่ทั้งวัน กลับหอเย็น”
       ผ่องนิ่งอย่างเดิม
       หญิงทอแสงฉุนแล้ว “หูหนวกเหรอผ่อง”
       “อิชั้นไม่ทราบค่ะคุณหญิง”
       “ไม่จริง ท่านป้าจะทรงทำอะไรท่านต้องมีเหตุผล”
       “อิชั้นไม่ทราบ ท่านไม่รับสั่งอะไรค่ะ”
       สีหน้าหญิงทอแสงยามนี้อึดอัดอัดอั้นมาก สุดท้ายหันมาจ้องผ่อง
       “ตอบให้เป็นผู้เป็นคนมั่งฉันถามดีๆ น่ะ”
       “อิชั้นขอตัวค่ะ” ผ่องเดินกลับหลังนิดๆ ออกไปในทันที
       ทอแสงรัศมีโกรธ ก้าวตามไปคว้าไหล่ให้หันมา แล้วผลักผ่องไปโดยแรง
       “กำเริบ...วันไหนชั้นมาเป็นนายที่นี่”
       “คุณหญิงคะ ให้มาเป็นก่อนเถิดนะคะ”
       ผ่องบอกด้วยเสียงเรียบร้อยแล้วออกไป โดยไม่หันกลับมามองที่หญิงทอแสงอีก
       
       ผ่องตรงมาที่ครัว เล่าให้ สาลี่ กับพิกุล ฟังแล้ว
       “ไม่ใช่คนแบบนั้นนะแกน่ะ” สาลี่บอก
       “อดไม่ไหวพี่ คุณหญิงเธอทำไมกิริยาวาจาแบบนี้ก็ไม่รู้นะ ท่านหญิงเล็กก็ไม่เป็น คุณหญิงลักษณ์ก็ไม่เป็น ท่านชายจักรก็ไม่เป็น ท่านหญิงปั้นก็ไม่เป็น”
       พิกุลเหน็บ “จะสาวถึงต้นตระกูลท่านมั้ยพี่ผ่อง”
       “สาวได้ก็จะสาวล่ะ” ผ่องว่า
       สาลี่บอก “เราเป็นขี้ข้า”
       “เออ...ฉันอยากจะถามมานานและ ขี้ข้านี่มันแปลว่าอะไรเหรอป้า” พิกุลเอ่ยขึ้น
       “จะแปลทำไมนังพิกุล” สาลี่ย้อน
       “สงสัย” พิกุลบอก
       “เออ..ชั้นก็สงสัย” ผ่องผสมโรง
       “ข้าเดาเอานะ ฟังแล้วเอ็งเหยีบไว้กรงนี้แล้วกัน ข้าแปลของข้าคนเดียว”
       สองคนพูดแซงเกกัน “จ้ะรับรองไม่พูด” / “เหยียบแน่นอน”
       “ขี้ข้า มันแปลว่า ขี้ของข้า ข้าจะเหยียบจะย่ำจะซ้ำจะเติม จะกระทืบยังไงก็ได้เพราะมันเป็นขี้ของข้า”
       ฟังสาลี่แล้ว สองคนเหวอมาก ท่าทีน่าขัน
       “เออได้ยินไม่ผิดหรอก”
       สองคนยังหน้าเหวอไม่เสร็จ ละมัยเรียกมาแต่ไกล
       “พี่ผ่อง ท่านหญิงเด็จแล้ว”
       
       ไม่นานต่อมา ตรงทางเดินจากท่าน้ำ วังรังสิยา สนถือกับข้าวที่ซื้อมา เป็นตะกร้าหวาย ชามโคมห่อผ้าขาว ขณะ ผ่อง ชายเดียว และท่านหญิงแขไขเดินมาด้วยกัน สามคนเดินไปพูดไป
       “อาหารอร่อยมั้ยมังคะ” ผ่องเอ่ยขึ้น
       “อร่อยมากเหมือนที่เราทำกินที่วังเนี่ย” ขณะพูดสายตาเข้มขึ้น “เหมือนมาก”
       ทอแสงโผล่หน้าต่างแอบฟัง
       “ต้องเด็จบ่อยๆ” ผ่องยิ้มแย้ม
       “นั่นสิ หรือไม่ก็ให้หนูรุ้งมาทำให้กินที่นี่นะผ่อง” ท่านหญิงแขไขว่า
       “มังคะ...เธอน่ารักมังคะ” ผ่องยิ้มๆ
       “ชายเดียว ดีมั้ยลูก”
       “ดีค่ะ ชายก็อยากให้รุ้งมาที่นี่บ่อยๆ”
       “ทำไมหรือชาย”
       ชายเดียวนิ่งไปสีหน้าละมุน หญิงทอแสงเพ่งมอง ใจร้อนเร่าดั่งเผาไฟ
       “ชายจ๊ะ” ท่านหญิงแขไข เรียกเป็นเชิงถาม
       “ไม่ทราบค่ะ ทราบแต่ว่า อยากให้มาบ่อยๆ มาอยู่เลยยิ่งดี”
       หญิงทอแสงร้อนรุ่ม ในใจมาก เสียใจด้วย ยืนน้ำตาคลอ
       “อุ้ย จริงหรือคะคุณชาย” ผ่องถาม
       “จริง...ผ่อง ฉันอยากให้รุ้งมาอยู่ที่นี่เลย” เสียงชายเดียวพูดไปเหมือนไม่รู้ตัว นัยน์ตาครุ่นคิดนิดๆ ยิ้มหน่อยๆ
       หญิงทอแสงแทบด่าวดิ้น รู้สึกโหวงเหวงไปหมด ทุกคนเดินผ่านไป ทอแสงัศมียืนน้ำตาร่วงพรู
       
       ทอแสงรัศมีเดินออกมา น้ำตายังเต็มตา มองขึ้นไปชั้นบนยินเสียงศักดินาแว่วๆ
       “ผ่อง...เย็นนี้ร้านสวนราตรีถวายอาหารท่านแม่มาหลายอย่าง ตั้งเครื่องเลยนะไม่ต้องให้สาลี่ทำหรอก”
       “ค่ะ คุณชาย”
       ชายเดียวเดินลงบันไดมาชั้นล่าง เห็นหญิงทอแสงยืนอยู่
       “หญิงทอแสง...ร้องไห้ทำไมคะ”
       ทอแสงรัศมีมองศักดินาด้วยสายตาน้อยใจ เสียใจมาก
       “หญิง”
       “หญิงเกลียดพี่ชาย”
       “อ้าว...” ชายเดียวยังนึกว่าอีกฝ่ายพูดขำๆ “ทำไมล่ะคะ”
       “พี่ชายรักรุ้งเหรอ”
       “หญิง” สีหน้าชายเดียวเฉยชาขึ้นมาทันที “เหลวไหล”
       ทอแสงรัศมีสวนคำอย่างแรง “ไม่เหลวไหล พี่ชายพูดเองหญิงได้ยิน พี่ชายรักมันทำไม” หญิงทองแสงสะอื้นฮักๆ “ทำไมพี่ชายเห็นมันดีกว่าหญิง...” พูดแล้วสะอื้นอย่างแรง เพราะเจ็บในใจจี๊ดๆ แล้วหลุดคำออกมา
       
       “หญิงรักพี่ชาย”

แค้นเสน่หา ตอนที่ 10
        ชายเดียวนิ่งอึ้งไปนานมาก ไม่ใช่ไม่รู้ รู้อยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าหญิงทอแสงจะพูดออกมา ท่าทีน่าสงสาร และดูจริงใจ
       
       “หญิงคะ...เรายังเด็กอย่าเพิ่งคิดเรื่องรักเรื่องใคร่ เรายังต้องเรียนหนังสือ พี่ชายอยากให้หญิงตั้งใจ สอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ พอจบปริญญา...”
       หญิงทอแสงสวนออกมา “ไม่...พี่ชายไม่ต้องพูดเรื่องเรียน หญิงจัดการของหญิงเอง พูดเรื่องพี่ชายเถอะทำไมต้องรักอีรุ้ง...”
       ชายเดียวสวนทันทีเช่นกัน “หญิง” เสียงเข้มใส่ “พูดจาน่าเกลียดอย่างนี้ไม่ต้องพูดกันดีกว่า”
       “หญิงจะเรียกมันอี...อี...อี พี่ชายจะทำไม”
       “เขาเป็นเพื่อนหญิงนะ เพื่อนกันมานาน”
       “ไม่เคยคิดว่ามันเป็นเพื่อน มันเป็นศัตรูตลอดชาติ ไม่มีวันดีด้วย คนอย่างมันขอให้ตายเร็วๆ”
       “เธอน่าเกลียดมากถ้ายังคิดอะไรที่เลวๆแบบนี้อย่ามาพูดกัน แล้วอย่าคิดทำร้ายรุ้งเขาเป็นคนดี เธอทำอะไรเขาไม่ได้หรอก”
       ศักดินาตำหนิทองแสงรัศมีอย่างรุนแรง
       
       ที่วังท่านหญิงเล็กในเวลาต่อมา ท่านหญิงปั้น แวะมาหา โดยท่านชายวรจักร ท่านหญิงเล็ก และหญิงลักษณ์ ต้อนรับอยู่ มีนางข้าหลวง เจียด และคนรถ บันลือ อยู่ด้วย
       ท่านหญิงปั้นหันมาทางคนรถ
       “บันลือวางของไว้ตรงนั้น แล้วเอาของกินไปส่งที่ครัวให้เขาจัดขึ้นมา” หันมาบอกน้องชาย “พี่ซื้อคุกกี้กับครัวซองจากโอเรียนเต็ลฝากเธอชายจักร แวะสีลมภัตตาคารซื้อสลัดเนื้อสันกับสตูว์ลิ้นมาด้วย” มองไปเห็นบางอย่างถึงกับร้อง “เอ๊ะ”
       ด้วยเห็นทอแสงรัศมีวิ่งมาอย่างแรง จะผ่านทุกคนไป ท่านหญิงปั้นเสียงเข้ม
       “หญิงทอแสง...หยุดก่อน”
       หญิงทอแสงหยุด แล้วเดินหน้าเฉยเข้ามา
       “คมท่านป้าสิหญิง” คม ที่ท่านหญิงเล็กบอกลูก คือ บังคม คือ ไหว้ นั่นเอง
       ทอแสงรัศมีไหว้แต่หน้าตาขุ่นมัวมาก
       “กิริยาชั่วมากหญิงทอแสง ไม่สมเป็นลูกชาติลูกตระกูล” ท่านหญิงปั้นสุดทน
       “หญิงก็ไม่อยากเป็น” ทอแสงรัศมีย้อน แล้วออกไปทันที
       ทุกคนตะลึง ท่านชายวรจักรรีบแก้แทนลูกรัก
       “ประทานอภัยแทนลูกหญิงด้วยหม่อม”
       “หญิงศศิ” ท่านหญิงปั้นหันมาทางหลานคนเล็ก
       “คะ ท่านป้า” คุณหญิงศศิลักษณ์ไหว้
       “ไปตามพี่สาวเธอมาหาป้า”
       หญิงลักษณ์จะออกเดิน แล้วหันกลับมาลงนั่ง
       “ท่านป้าคะ หญิงไม่กล้าค่ะ พี่หญิงทอแสงกำลัง...ไม่ทราบโกรธใครมาป่านนี้คง...”
       “หญิงลักษณ์ไปทำอะไรก็ไปเถอะลูก” ท่านชายวรจักรบอก
       หญิงลักษณ์ไหว้ท่านป้าแล้วออกไป
       ท่านหญิงปั้น หันมาทางสองผัวเมียหน้าเข้มจัด “น่าเกลียดหรือทน เธอสองคนจะปล่อยให้หญิงทอแสงเป็นอย่างนี้ไม่ได้เด็ดขาดฉันจะบอกไว้เลย ถ้าไม่อยากเสียใจ”
       สองคนถอนใจใหญ่
       “สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้กระหม่อม..เสียใจหนัก” ท่านชายวรจักรแก้ต่างให้ลูก
       “ขอหญิงพูดซักครั้งเถิดนะคะพี่หญิง หญิงไม่เคยพูดอะไรเลย ทุกอย่างที่เกี่ยวกับลูกสาวคนนี้เจ้าพี่วรจักรเป็นคนตัดสินทัยทุกอย่าง หญิงไม่เคยมีเสียงเลย” ท่านหญิงเล็กเสียงเครือๆ “เจ้าพี่ทรงตามใจลูกหญิงมากถึงได้เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ นี่ยังน้อยไปนะคะพี่หญิง เขาไม่พอใจแม่เขากระทืบเท้าใส่ ทั้งเถียงทั้งกระแทกโน่นกระแทกนี่”
       ท่านชายวรจักรถอนใจยาว เหลือบมองท่านหญิงเล็กเป็นเชิงบอกว่า ฝากไว้ก่อน
       “เขาไม่เคยคิดว่าหญิงเป็นแม่”
       “ทำไมพูดอย่างนี้ล่ะหญิงเล็ก” ท่านชายวรจักรฉุน
       “จริงค่ะพี่หญิง ทอแสงคิดว่ามีพ่อคนเดียวไม่มีแม่”
       
       ทางด้านทอแสงรัศมีเขียนจดหมายถึงฉัตต์ เขียนอย่างรวดเร็ว มีอารมณ์โกรธ เกลียด และแค้นรุ้งเพราะหึงหวงในตัวชายเดียว เป็นพาหะ
       “คุณฉัตต์ ปัณณธร คุณคงยังไม่รู้ว่าที่บ้านของคุณมีการเปลี่ยนแปลง...”
       ทอแสงหยุดเขียน สีหน้าตรึกตรอง วางปากกาแรงๆ นั่งพิงพนักเก้าอี้ไปอีก ภาพชายเดียวที่ด่าทอต่อว่าผูดขึ้นมา
       “เธอน่าเกลียดมาก ถ้ายังคิดอะไรที่เลวๆ แบบนี้อย่ามาพูดกัน แล้วอย่าคิดทำร้ายรุ้ง เขาเป็นคนดี เธอทำอะไรเขาไม่ได้หรอก”
       
       ทอแสงรัศมีหวนกลับมานั่งเก้าอี้อย่างแรง ดึงกระดาษที่เขียนเมื่อครู่มาอ่านทวนดังๆ
       
       “คุณฉัตต์ ปัณณธร คุณคงยังไม่รู้หรอกว่า ที่บ้านของคุณมีการเปลี่ยนแปลง...”
       
       แล้วจึงลงมือเขียนต่อ
       
       “...อย่างใหญ่หลวงของคนที่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของบ้าน...เราไม่เห็นเหตุผลอะไรที่เขาไม่บอกคุณว่าคุณพ่อของคุณเสียชีวิตแล้ว เราหวังดีถึงเขียนมาบอกคุณ คุณรู้มั้ย เรื่องนี้ใครเป็นตัวการ”
       
       ทอแสงรัศมีนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงค่อยๆยิ้มออกมานิดๆ ด้วยความสะใจ

แค้นเสน่หา ตอนที่ 10
        จดหมายฉบับนั้นมาอยู่ในมือฉัตต์เรียบร้อย และฉัตต์กำลังอ่านอยู่
       
       “คนที่เป็นตัวการชื่อรุ้ง...เขาวางแผนทุกอย่าง เขาไม่ให้บอกคุณ พ่อคุณตายทั้งคนปิดลูกชายทำไม คนชื่อรุ้งนี่แหละเป็นคนเอาบ้านคุณไปทำร้านอาหาร ตอนนี้ บ้านปัณณธรที่สวยงามและมีเกียรติของคุณเป็นร้านอาหาร มีคนเยอะแยะเดินเหยียบย่ำที่บ้านคุณทุกวัน เขาเอาบ้านคุณไปหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง”
       
       สีหน้าฉัตต์นิ่งอย่างน่ากลัว มือฉัตต์หยิบรูปรุ้งที่คว่ำอยู่ในลิ้นชักขึ้นมา แล้วกระแทกบนโต๊ะอย่างแรง
       ฉัตต์ยืนมือเท้าโต๊ะทั้งสองมือ ก้มหน้านิ่ง กิริยาแค้นใจสุดขีด
       
       อยู่มาวันหนึ่ง ที่ร้านกาแฟร้านเดิมที่เมืองนอก พิสินีนั่งคุยกับเพื่อนผู้หญิงฝรั่งคนหนึ่ง เสียงเบาๆ คุยกันไปดื่มกาแฟไปด้วย ดูหนังสือกันไปด้วย
       “Where have you been - เธอไปไหนมา” เพื่อนถาม
       “Went out of town for a week - ฉันไปนอกเมืองมาอาทิตย์หนึ่ง”
       “Oh! What happened. serious thing เกิดอะไรขึ้น มีอะไรร้ายแรง”
       “just visiting a friend - ฉันไปเยี่ยมเพื่อน”
       “Did you go with Chatt - ไปกับฉัตต์หรือ”
       “No..by myself - เปล่า..ไปคนเดียว” พิสินีบอก
       “I haven’t seen him either - ฉันไม่เห็นเขาเหมือนกันนะ”
       จังหวะนี้ เจษฎาเดินผ่านไป
       “เจษฎ์...sorry” พิสินีบอกเพื่อน “ฉัตต์ไปไหนเหรอคะ เจอฉัตต์บ้างมั้ย”
       “เออ...ผมไม่เห็นมันมาหลายวันแล้วนะคุณบัว หกเจ็ดวันมั้ง” เจษบอก
       “ตายจริง แล้วคุณไม่ได้ไปดูเขาเลยหรือว่าเขาไม่สบายรึเปล่า คุณเป็นเพื่อนยังไงเนี่ย”
       
       พิสินีพาตัวเองมาอยู่หน้าห้องฉัตต์ มือเคาะประตูเบาๆ แต่ทุกอย่างเงียบ พิสินีเคาะดังขึ้น ประตูเปิดออกในที่สุด ฉัตต์สีหน้าหมองคล้ำ ขอบตาดำเป็นวง ผมยุ่ง เคราเต็มแก้ม
       พิสินีตกใจ “ฉัตต์...เป็นอะไรคะ”
       “คุณพ่อผมเสียตั้งแต่เมื่อไหร่” เสียงฉัตต์ที่ถาม เย็นเฉียบ ทำให้พิสินีใจหายวับ “เมื่อไหร่ บอกผมมา รู้นะว่าคุณรู้”
       “ฉัตต์คะ...” พิสินีจูงมือฉัตต์เข้ามาในห้อง “นั่งก่อนนะคะ เดี๋ยวบัวจะพูดให้ฟังทั้งหมด” พาเขามานั่งอย่างนุ่มนวล
       สีหน้าฉัตต์อึดอัดมาก พิสินีคุกเข่าตรงหน้า
       “บัวทราบ แต่เห็นคุณไม่ทราบเรื่องอะไรเลย ตั้งแต่คุณพ่อคุณเริ่มเจ็บ”
       “นานหรือยัง”
       “หลายเดือนแล้วค่ะ”
       “หลายเดือน! แล้วทำไม” ฉัตต์พูดเสียงดัง และรุนแรง “ทำไม...ทำไมต้องปิดผม”
       “บัวก็แปลกใจเหมือนกัน”
       ฉัตต์ลุกไปหยิบโค๊ทที่แขวนอยู่ข้างฝา “ผมจะไปโทรศัพท์”
       “หาคุณริมาเหรอคะ”
       “ผมโทร.ทุกวันตั้งแต่ได้จดหมาย ริมาไม่รับไม่รู้ว่าทำไม ถ้าวันนี้ไม่รับอีกผมคงต้องไป ไปบอกน้อง”
       “คุณริมารู้แล้ว” พิสินีบอก
       ฉัตต์ชะงักค้าง “คุณรู้ได้ไง”
       “คุณริมาไปงานศพด้วย”
       “ก่อนหรือหลังเราไปหาเขาที่มิชิแกน”
       “ก่อนค่ะ”
       “ก่อน...แล้วไม่บอกผม...ตอนนั้นคุณรู้หรือยัง”
       “ทราบแล้วค่ะ คุณริมาขอไม่ให้บัวบอกคุณฉัตต์”
       “ริมาบอกเหตุผลรึเปล่า”
       “บอกค่ะ บอกว่าคุณพ่อไม่ให้บอก”
       “เพราะอะไร”
       “ฉัตต์ถามน้องเองเถิดนะคะ บัวเกรงว่าพูดไปแล้วไม่ตรงกับความจริง”
       “ไม่...บอกผมมาบัว...บัวต้องบอกผม”
       “บัวฟังไม่ค่อยเคลียร์อย่าให้บัวพูดเลยนะคะ”
       “จะยังไงก็ตาม จริมาโกหก ผมเป็นลูกชายคนเดียว คุณพ่อต้องไม่ทำอย่างนั้นทุกคนเป็นบ้าไปหมด แล้วผมรู้ว่ามีคนเสี้ยมสอน...ผมรู้ว่าเป็นใคร”
       “ฉัตต์คะ...ฉัตต์ต้องใจเย็นไว้ก่อนนะคะ บัวว่าต้องมีเหตุผลที่จำเป็นนะคะ”
       ฉัตต์ลุกยืนพรวด “ผมยอมรับไม่ได้”นัยน์ตาฉัตต์ยามนี้ทั้งดุดันทั้งชอกช้ำ “สังเกตเหมือนกันว่าก่อนผมมาคุณพ่อมอบสิทธิ์ขาดให้คนๆหนึ่ง ผมสังหรณ์อยู่แล้ว...รู้อยู่แล้วว่าคนที่มามือเปล่าต้องพยายามกอบโกยให้ได้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ตอนนี้คุณพ่อเสียไปแล้ว...เสียเพราะอะไร...เสียเพราะใคร”
       “ใครหรือคะฉัตต์ ฉัตต์พูดถึงใคร”
       ฉัตต์ไม่ตอบเดินห่างออกไป มือสองข้างกุมหัว ตัวสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้น
       “ฉัตต์...” ความสงสารพลุ่งขึ้นมาเต็มหัวใจพิสินี
       ฉัตต์พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ แอบป้ายน้ำตาแรงๆ แล้วหันมา พิสินียืนอยู่ใกล้ๆ แล้วอ้าแขนโอบร่างฉัตต์ไว้ ลูบหลังปลอบใจ
       ฉัตต์เกร็งสักครู่ แล้วปล่อยตามอารมณ์ รู้ได้ถึงความเข้มแข็งของอ้อมแขนที่โอบตัวเองอยู่ แต่เพียงสักครู่ ฉัตต์ก็ผละออก หยิบของบางอย่างบนโต๊ะ
       “ฉัตต์จะไปไหนคะ”
       “ขอบคุณนะบัว”
       “จะไปไหน”
       “ผมต้องเตรียมตัว มีเรื่องต้องทำหลายอย่างก่อนกลับเมืองไทย”
       
       ฉัตต์ออกไปทันที พิสินียืนนิ่งงัน

แค้นเสน่หา ตอนที่ 10
        ในวันต่อมา จริมาเปิดประตูห้องพักออกมามือถือตำรา และหิ้วกระเป๋าใบใหญ่พะรุงพะรัง เดินมาตามทางหน้าหอพัก เห็นพิสินียืนอยู่เหมือนรออยู่แล้ว จริมาชะงัก
       
       “คุณบัว...เอ๊ะ มีอะไร พี่ฉัตต์เป็นอะไรหรือ”
       “คุณฉัตต์ทราบเรื่องคุณพ่อเสียแล้ว”
       จริมาตกตะลึง ใจหายวับ “ใครบอก”
       พิสินีตอบทันที “ไม่ใช่บัว”
       จริมามองจ้องบัวแน่วนิ่ง “ไม่ใช่คุณแล้วจะเป็นใคร”
       “บัวรับปากแล้วไม่ต้องกลัว บัวรักษาสัญญา คุณฉัตต์ได้จดหมายไม่มีลายเซ็น คงเป็นคนไม่หวังดีมีใครทางเมืองไทยที่ไม่ชอบคุณฉัตต์มั้ยคะ”
       
       ขณะเดียวกันที่วังท่านหญิงเล็ก ทอแสงรัศมียืนอยู่บนบันไดชั้นบนสุด สีหน้าเครียด คิด ตัดสินใจ แล้วในที่สุดก็หยิบกระเป๋าเสื้อผ้าที่วางที่พื้นขึ้นมา ลงบันไดมาช้าๆ ท่านหญิงเล็กขึ้นบันไดมา ก้มหน้าก้มตา เงยหน้า
       “ลูกหญิง...จะไปไหน”
       “ไปวังรังสิยาค่ะ” หญิงทอแสงเปลี่ยนท่าทีเป็นยิ้มแย้ม เหมือนไม่ใช่เรื่องแปลก
       “ไปทำไม” ท่านหญิงเล็กมองกระเป๋า “ไปเฝ้าท่านป้าติดๆ กันหลายวันแล้ว ทำไมจะไปอีก”
       “ขอโทษค่ะท่านแม่” หญิงทอแสงเดินหลีก
       “เดี๋ยว” ท่านหญิงเล็กจับแขนลูก “พูดกับแม่ก่อน อย่าทำตัวอย่างนี้น่าเกลียดจริง”
       “อย่าสนใจหญิงเลยค่ะท่านแม่ เดี๋ยวหญิงลักษณ์ก็กลับจากมหาวิทยาลัยแล้ว” หญิงทอแสงประชด
       “แม่ไม่ให้ไป หรือถ้าจะไปก็ต้องมาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน ท่านป้าแขไขไม่เคยรับสั่งกับแม่ว่าจะให้หญิงไปอยู่ด้วย วังนั้นมีพี่ชายเดียว ไปมันไม่งาม”
       “ท่านแม่ หญิงไม่ได้จะไปปล้ำพี่ชายเดียวซะหน่อย”
       ท่านหญิงเล็กอ้าปากค้าง “หญิง”
       “รับสั่งแบบนี้ทุกครั้ง หญิงฟังจนเบื่อ เบื่อด้วยงงด้วย ว่าท่านแม่คิดว่าผู้ชายผู้หญิงอยู่ที่เดียวกันจะต้องมีอะไรกันตลอดเวลาหรือคะ”
       “หญิง...หญิงพูดจาไม่สมเป็นผู้ดีเลย ทำไมพูดจาอย่างนี้เอามาจากไหนเนี้ย”
       “แหม...ท่านแม่ หญิงไม่ได้อยู่แต่ในวังเหมือนท่านแม่นะคะ”
       ว่าพลางคุณหญิงทอแสงหลีกแม่ลงบันได ท่านหญิงเล็กจับแขนไม่ให้ไป ทอแสงรัศมีบิดแขน ดึงตัวเองลงไป ท่านหญิงเล็กไม่ยอมยื้อยุดกันไว้
       ท่านหญิงปั้นเดินเข้ามา “นั่นอะไรกัน”
       สองคนหันไปมอง
       “หญิงทอแสง ทำไมทำกิริยากับแม่อย่างนั้นน่าเกลียดเหลือทน ปล่อย แล้วลงมานี่”
       ทอแสงรัศมีลงมาเร็วรี่ มือถือกระเป๋า แล้วเดินจะผ่านท่านหญิงปั้นเรียกไว้
       “ยังไม่ให้ไปไหน เธอต้องฟังฉันพูดก่อน”
       ทอแสงรัศมีหันมาสบตาท่านป้าเต็มแรง นิ่งเหมือนจะเชื่อฟัง
       “หญิงเล็กลงมา” ท่านหญิงปั้นเดินนำไป “พูดกันให้รู้เรื่อง”
       ท่านหญิงเล็กลงมา มองลูกสาว ทอแสงรัศมีมองตาม ท่านหญิงเล็กเดินตาม ท่านหญิงปั้นไปที่นั่ง นั่งกันเรียบร้อย
       “วันนี้เอาเช็คเงินสามแสนที่ชายวรจักรขอยืมไว้...เอามาให้” ท่านป้าพูดเบาๆ “เอ้า..เก็บซะไม่ต้องบอกทอแสง” พลางส่งเช็คให้
       สองคนหันมา ปรากฏว่าทอแสงรัศมีไปแล้ว ท่านหญิงหญิงเล็กถอนใจยาว
       “ปัญหาไม่ได้มีแต่ชาวบ้านร้านตลาด ดูซิวังใหญ่โตก็มีปัญหา อาจจะยิ่งกว่าเสียอีก” ท่านหญิงปั้นปรารภ
       ท่านหญิงเล็กไหว้ “หญิงขอประทานอภัย หญิงหมดปัญญาจริงๆคะ”
       “เธอต้องออกโรงมั่งนะหญิงเล็ก ดีแต่เก่งกับคนอื่น กับลูกสาวกลัวจนหงอ เธอก็เป็นแม่ที่ใช้ไม่ได้เหมือนกัน” ท่านหญิงปั้นบอก
       “น้องชายพี่หญิง...บอกเค้าสิคะ” ท่านหญิงเล็กเสียงห้วน “เขาฟังพี่หญิงคนเดียวเพราะขอเช็คพี่หญิงทุกเดือน”
       “เอาเถอะ...นี่หญิงทอแสงจะไปอาละวาดอะไรกับหญิงแขไขอีกละเนี่ย” ท่านหญิงปั้นมองหน้า ท่านหญิงเล็ก “ไม่รู้เรื่องตามเคย”
       
       ฟากสองสาวเดินลงบันไดหอพักมา พิสินีจะกลับ
       “เรื่องร้านอาหาร คุณฉัตต์โกรธเรื่องนี้ที่สุด”
       “เรามีเหตุผล...รุ้งมีเหตุผล” จริมาบอก
       “ไม่เคยเห็นฉัตต์โกรธขนาดนี้ บัวเห็นกลัวเลยค่ะ”
       “ก็เพราะอย่างนี้ โกรธแล้วทำอะไรๆ ก็ได้ แม้แต่สิ่งที่ไม่น่าทำ” จริมายักไหล่ “แล้วแต่...จะโกรธขนาดไหนริมาไม่แคร์แล้ว”
       “เขาว่าเหมือนมีคนเสี้ยมสอนคุณพ่อ” พิสินีว่าต่อ
       “จะบ้าเหรอ...” จริมามองหน้าพิสินี “ขอโทษ คุณพ่อเป็นผู้พิพากษานะ มีใครเสี้ยมสอนท่านได้ ดูถูกแม้กระทั่งพ่อตัวเอง”
       จริมาพูดแล้วต้องนิ่งไป เหมือนพยายามสะกดอารมณ์ พิสินีก็นิ่งไปด้วย ในที่สุดจริมาเปลี่ยนเสียง “ฝากคุณบัวไปบอกพี่ชายริมาว่า เขาคิดผิดมาก คนๆนั้นช่วยครอบครัวเรามาตลอด เขาเหมือน “แม่” ที่ริมาไม่เคยมี ถ้าให้เลือกพี่ชายคนเดียว ริมาไม่แคร์แล้ว เพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าจากเด็กๆ มาจนโตขนาดนี้ ใครเป็นคนทำให้ทุกอย่าง เขาสบาย เขาเป็นใหญ่เขาเป็นคุณชาย ใครลำบากมั้งเขาไม่เคยรู้...สุดท้ายเรื่องแค่นี้ก็ไปโทษเขา”
       จริมานิ่งไปอย่างสะเทือนใจ บอกย้ำ
       “ฝากไปบอกเขาว่าอยากทำอะไร เชิญตามสบาย”
       “คุณฉัตต์กลับเมืองไทยไปแล้วเมื่อเช้านี้” พิสินีบอกนิ่งๆ
       
       จริมาชะงักกึก หวั่นใจว่าเรื่องร้ายๆ กำลังจะเกิดกับสองแม่ลูก แน่ๆ โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่แล้ว
       
       อ่านต่อหน้า 3

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
แค้นเสน่หา ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์
แค้นเสน่หา ตอนที่ 14
แค้นเสน่หา ตอนที่ 13
แค้นเสน่หา ตอนที่ 11
แค้นเสน่หา ตอนที่ 12
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 16 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 16 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นางเอกน่ารักสุดๆ พระเอกก็กวนดี
ชอบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พระเอกกับผีอีเฟืองไร้เหตุผลเกินไป
ผีก็ว่าไปอย่างนึงเพราะไม่ได้รับการอบรม
แต่พระเอกร่ำเรียนถึงเมืองนอกแถมโตมาในครอบครัวที่ดี
ทำไมจิตใจต่ำ แสดงกริยาทรามทำตัวมีปมด้อยตั้งแต่เล็กจนโต
เออ... รู้แล้วว่ามันเป็นแค่ละครไม่ชอบก็อย่าดู
แค่อยากสะท้อนความคิดกลับไปให้ผู้สร้างรับรู้บ้างเท่านั้นเอง
ไม่ใช่สร้างอะไรมาก็ต้องนั่งอวยกันอย่างเดียว
เหมือนจะสนุก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กำลังหนุก ชอบเรื่องนี้
รอลุ้นต่อไป
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ชอบนายฉัตต์พฤติกรรมแย่มาก เว่อร์มากๆ
fan
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014