หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ฟ้าจรดทราย

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
14 สิงหาคม 2556 10:31 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 4
        ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 4 (ต่อ)
       
       มิเชลล์ส่ายหน้าไปมาช้าๆ ชารีฟชะงักได้สติแล้วถอนใจยาว หันไปดูถุงบรรจุน้ำแล้ว ค่อยจ่อปากถุงหนัง บรรจุน้ำเข้าที่ริมฝีปากแห้งกรังและแตกระแหงของมิเชลล์
       
       เสียงมิเชลล์ครางเบาๆ “อือ” ตากระพริบถี่ แต่ยังไม่ลืมขึ้น
       ชารีฟค่อยวางร่างมิเชลล์ลงเอาถุงหนังใส่น้ำหนุนหัวให้
       ชารีฟคอยนั่งเฝ้ามิเชลล์ ที่นอนหลับสนิท
       
       สองคนออกเดินทางต่อ มิเชลล์ยังสะลืมละลือขณะที่ขี่อูฐกันมา
       “จะพาไปไหน ฉันยังง่วงอยู่เลย”
       “เถอะน่าตามฉันมา จับอูฐดีๆ เดี๋ยวก็ตกหรอก”
       “บอกก่อนสิพาไปไหน”
       “บอกให้ตามมาอย่าพูดมาก”
       “เอ๊ะ...ฉันไม่ใช่หุ่นยนต์นะจะได้กดปุ่มให้เดินซ้ายเดินขวา ไม่ต้องใช้สมอง”
       ชารีฟจับไหล่สองข้างมองตา ก้มลงไปจนใกล้
       “อย่านะ อย่าทำอะไรฉัน” เสียงมิเชลล์แผ่วเต็มที
       ชารีฟหัวเราะชอบใจ “คิดว่าจะทำอะไร”
       “ก็...คุณจะ...คุณจะ...จะ...” มิเชลล์จะพูดว่าจูบ
       ชารีฟจับหน้าทั้งหน้า ทั้งที่ยังยิ้มอยู่ แล้วจับให้หันไปมองทางโอเอซิส
       มิเชลล์มองไป ในแสงแดดระยิบระยับอยู่ข้างหน้า แล้วค่อยๆเห็นเป็นน้ำ
       “น้ำ..ฉันเห็นน้ำแล้ว”
       มิเชลล์เห็นภาพโอเอซีสเลือนๆ ด้วยแสงตะวันที่เริ่มสว่าง
       “นั่น..ฉันเห็นจริงๆ ค่ะ ฉันตาไม่ฝาด ไม่ใช่ภาพลวงตา” มิเชลล์ละล่ำละลักบอกชารีฟ กลัวชารีฟจะไม่เชื่อเหมือนคราวก่อน “จริงๆนะคะ”
       ชารีฟแกล้งนิ่งเฉย
       “คราวนี้จริงๆ นะคะ ดูซิอยู่ข้างหน้านั่น” ชารีฟทำหน้าเฉยจนมิเชลล์หน้าเสีย “ไม่ใช่อีกเหรอคะ”
       “ใช่..ฉันก็เห็น”
       “คุณเห็น เห็นจริงๆนะ ใช่น้ำจริงนะ ไม่ใช่ภาพลวงตาอีกนะพยักหน้า คุณพยักหน้า ถ้าคุณเห็นจริง”
       ชารีฟกระตุ้นอูฐ ออกวิ่งเหยาะๆ มิเชลล์ทำตามดีใจสดใส
       “เร๊ว..ไปเร็วๆ อูฐจ๋า รีบวิ่งหน่อย นะจ๊ะ อูฐคนดี วู้...เห็นน้ำแล้ว...วู้...วู้”
       ชารีฟยิ้มขำ
       
       ที่โอเอซีส กุไวอิยา เห็นดงกระถินเหลืองนับร้อยต้น พื้นทรายเรียบขาวสะอาด ลมโชยสบายสงบเงียบ
       ต้นปาล์มและอินทผลัมขึ้นเป็นหมู่ใหญ่ออกลูกสีเหลืองสด น้ำในบ่อกว้างใสแจ๋ว ขอบบ่อมีหญ้ารกและหินระเกะระกะ และป่าดงดิบขึ้นเป็นหย่อมๆ
       มิเชลล์ร้อง “เย่” อูฐคุกเข่าลง
       มิเชลล์กระโดดลงจากอูฐวิ่งรี่เข้าไปหาแอ่งน้ำ ล้มตัวลงนอนพังพาบวักน้ำขึ้นลูบหน้า เสียงชารีฟตะโกนไล่หลัง
       “อย่าเพิ่งรีบดื่มน้ำนะประเดี๋ยวจะจุก”
       มิเชลล์ปลดผ้ากัฟฟีเยที่คลุมหัวออก สยายผมซึ่งสั้นราวต้นคอ สลัดไปมาแล้วจุ่มหัวลงกับน้ำแล้วเงยหน้าลุกขึ้นนั่ง วักน้ำใส่เสื้อ น้ำไหลลงไปตามคอเสื้อ ผ่านทรวงอก มิเชลล์รู้สึกเย็นวาบด้วยความสุข สายตากวาดมองไปรอบๆ ราวกับเห็นแดนสวรรค์
       ชารีฟปลดข้าวของลงจากหลังอูฐพลางมองมิเชลล์ขำๆ
       มิเชลล์เล่นน้ำดุจเด็กๆ น้ำ กระจายไปรอบตัว เหมือนเกร็ดเพชรวับวาว ชารีฟจ้องมองนัยน์อ่อนโยนลง มิเชลล์หันมาเห็นวิ่งเข้ามาชวนชารีฟ ไปเล่นน้ำด้วย
       ชารีฟบอก “ไม่” มิเชลล์ไม่ฟังเสียงลากไป
       สองคนเล่นน้ำ มิเชลล์สาดน้ำใส่ ชารีฟจะหนีไม่ยอมเล่นด้วย แต่ในที่สุดก็ทนไม่ได้กับสายน้ำที่ฉ่ำเย็น
       
       เวลาต่อมา แลเห็นชุดที่มิเชลล์สวม ตากไว้กับกอหญ้าเรียงราย ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้น มิเชลล์ลอยคออยู่ในน้ำกำลังแหวกว่ายอย่างมีความสุข ร้องตะโกนถามชารีฟ “ท่านคะไม่อาบน้ำหรือคะ”
       ชารีฟตัว หัว เปียกหมด กางกระโจมเสร็จแล้วขนของเข้ากระโจมไม่เห็น มิเชลล์
       มิเชลล์ใช้ผ้ากัฟฟีเยคลุมตัวไว้หลวมๆ รอบไหล่ นั่งหมกตัวอยู่ในพงหญ้าริมน้ำ หน้าตาสะอาดสดใสผมเปียกชื้น สอดส่ายสายตามองไปรอบตัว ถ้าอยู่ใกล้ต้นไม้มีดอก เก็บมาเสียบผม หรือเอากิ่งพันเป็นมงกุฎครอบหัว
       เสียงชารีฟเรียก “มิเชลล์”
       มิเชลล์ตกใจร้องลั่น “อย่าเข้ามานะ” รีบห่อตัว
       ชารีฟโผล่เข้ามาเห็นมิเชลล์ตกใจ “เธอแต่งตัวบางๆ แบบนั้นไม่ได้แดดกำลังร้อนพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว” ชารีฟ ถอดเสื้อคลุม เหวี่ยงปลิวมาโปะบนหัวมิเชลล์
       “โอ๊ย...ทำไมต้องโยนล่ะ”
       “เธอไม่รู้จักแดดทะเลทราย จำไว้ อย่าให้เจ็บป่วยเป็นอะไรกลางทะเลทรายเป็นอันขาด มันยุ่งยากเข้าใจมั้ย”
       “ไม่เข้าใจ ก็คุณเป็นหมอ”
       “อยู่กลางทะเลทราย ฉันไม่ต้องเป็นหมอก็ได้ ถ้ามีเวทมนต์เสกเป่าให้คนไข้หายป่วย แต่ถ้าเสกเป่าไม่ได้ ถึงเป็นหมอก็ทำให้คนหายป่วยไม่ได้”
       มิเชลล์ค้อนขวับ “พูดซะยาว บอกแค่ไม่มีฝีมือก็ได้” แล้วลุกขึ้น
       “โอเค” ชารีฟดึงแขนมิเชลล์เข้ามาชิดตัว ก้มลงไปกระซิบ “ไม่มีฝีมือ”
       มิเชลล์มองนัยน์ตาชารีฟนิ่งอยู่ เหมือนเคลิ้มนิดๆ
       “อยากให้ฉันมีฝีมือหรือไม่”
       มิเชลล์ผลักร่างบึกบึนออกไป “ไม่ต้อง”
       มิเชลล์รู้สึกตัวขึ้น สะบัดตัวจะเดินไป ชารีฟฉวยแขนหันมาจ้องหน้านิ่ง
       
       “หิวหรือยัง”

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 4
        สองคนอยู่หน้ากระโจม มิเชลล์จุ่มขนมปังลงในถ้วยน้ำแล้วกินกับอินทผลัม พร้อมจิบกาแฟ ท่าทีน่าขำมาก เพราะหิวโซ ชารีฟเดินเข้ามาด้วยเนื้อตัวสะอาดสะอ้านหยดน้ำยังเกาะอยู่ตามตัวหอบเอาเสื้อผ้าของ มิเชลล์มาด้วยมาตากใกล้ๆ ทรุดลงนั่งใกล้ๆ
       
       “เราจะพักที่นี่กี่วันคะ”
       “กี่วัน” ชารีฟเสียงดุ “ถามได้ว่ากี่วัน พรุ่งนี้เช้าตรู่ก็ต้องออกเดินทางแล้ว อูฐได้กินน้ำแล้วนอนอีกตื่นเราจะต้องไปให้ถึงจาอุฟโดยเร็วที่สุด”
       มิเชลล์สลดลง “ทำไมต้องดุด้วยล่ะ ฉันถามดีๆ แท้ๆ”
       “ถามให้มันเข้าท่าหน่อย จะมาอยู่ได้ยังไงเป็นวันๆ”
       “เอ๊ะ ก็ฉันไม่รู้นี่ ไม่เห็นมีใครตาม เราาจะรีบทำไม”
       “อ้อ จะอยู่ให้คนตามมาถึงนะ ได้ เอามั้ย”
       “เอาสิ”
       “พูดจาน่าตี ไม่มีกาลเทศะเลย”
       “เอ๊ะ บอกว่าเอาสิแล้วเป็นไง”
       “พูดออกมาได้”
       “ทำไม ถึงมีคนตาม ท่านก็พาหนีจนได้แหละ”
       ชารีฟหน้าเคร่งมองทั้งๆ ขำเหลือเกิน มิเชลล์จ๋อย
       
       คืนนั้นสองคนเดินเคียงกันมาตามท้องทะเลทราย มีแต่แสงจันทร์อาบร่าง ทั้งสองหยุดยืนมองท้องฟ้า พระจันทร์เหนือทะเลทราย สุกสว่าง
       “พระจันทร์สวย” มิเชลล์รำพึง
       ชารีฟหันมามองด้านข้างนิ่งๆ “ใช่ พระจันทร์สวย”
       “ฉันสงสัยว่า” มิเชลล์หันมา แล้วชะงักกึก เจอสายตามองจ้องกันสักครู่ หันกลับไปอย่างเดิม
       มิเชลล์นิ่งไป ใจคอวาบหวาม
       “สงสัยว่าอะไร”
       “ว่า...” มิเชลล์ยังคุมอารมณ์หวั่นไหวนั้นไม่ได้
       ชารีฟลุกขึ้นนอนตะแคง มองลึกเข้าไปในดวงตา
       มิเชลล์ผลักไหล่ให้นอนอย่างเดิม “ว่า.... โอเอซิสคืออะไร”
       ชารีฟเหวอ แล้วหัวเราะดังลั่น ขำจริงๆ “โธ่เอ๊ย...คิดว่าเรื่องอะไร”
       “เรื่องอะไร” มิเชลล์ย้อนเสียงเข้ม
       “โอเค...โอเค โอเอซิสในทะเลทรายเกิดจากแหล่งน้ำที่มีอยู่ใต้ดิน”
       “ไม่จริงหรอก”
       “อ้าว...แล้วถามทำไม”
       “ทะเลทราย...ซ้าย...ทราย เสียขนาดนี้ มีแต่ทราย จะมีแหล่งน้ำใต้ดินได้ยังไง... ท่านน่ะ อย่ามาหลอกกันเลย” มิเชลล์ค้อนขวับ
       ชารีฟมองอย่างขำและเอ็นดู “ตามใจ งั้นก็ไม่พูดแล้ว”
       ต่างคนต่างนิ่งกันไปสักครู่
       มิเชลล์เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น “ก็ได้... น้ำใต้ดินมาจากไหน”
       ชารีฟหัวเราะหึๆ
       มิเชลล์ลุกพรวด นั่งหันหน้ามองชารีฟ “ฉันอยากรู้จริงๆค่ะ”
       “มาจากฝน เวลาฝนตกน้ำฝนซึมลงไปกักเก็บไว้ใต้ดินแล้ว”
       “อ้าว แล้วน้ำมาอยู่บนดินได้ไงคะ” มิเชลล์ขัดอย่างรวดเร็ว
       “เดี๋ยวซิ..จะฟังหรือไม่ฟัง”
       “ฟังเจ้าค่ะ”
       “นั่งดีๆ...ทำหน้าอยากฟังด้วย”
       “โอเค” มิเชลล์ตั้งใจฟัง
       ชารีฟขำปนเอ็นดู “ตรงไหนจะเป็นโอเอซิสได้ต้องเป็นพื้นที่ต่ำมาก ทำให้น้ำใต้ดินมีแรงดันมากที่จะดันตัวเองขึ้นมาชั้นบน จนเป็นแอ่งน้ำที่ตามปกติ”
       “เห็นทะเลทรายมีแต่ทรายเต็มไหมด ที่ตรงไหนจะต่ำจนกลายเป็นแอ่งน้ำได้หรือคะ”
       “มีแรงลมพัดกัดเซาะผิวทรายให้ลึกลงไปเรื่อยๆ จนต่ำกว่าบริเวณรอบๆ”
       “อ๋อ... เข้าใจแล้วค่ะ เอ๊ะ แล้วใครมาปลูกต้นไม้ละคะ”
       “ขึ้นเอง”
       “ขึ้นเอง! ไม่จริง..หลอกอีกแล้ว” มิเชลล์ค้อนอีกวงใหญ่ๆ
       “เอ้า..จริง ใครจะวิ่งมาปลูกต้นไม้ที่โอเอซิส เกิดจากเม็ดพันธุ์ที่สัตว์มาถ่ายทิ้งไว้ หรือคนมากินทิ้งไว้ นกบินมาถ่ายตกลงมา ก็ขึ้นเองได้”
       “แสดงว่านก หรือสัตว์ หรือคนปลูกไว้ ไม่ได้ขึ้นเอง ท่านตอบผิด”
       มิเชลล์พูดทุกคำ ล้มตัวลงนอน หันหลังให้
       ชารีฟหัวเราะ ขำมาก มิเชลล์ทำเสียง “ฮึ” เบาๆ
       “อย่างเพิ่งนอน ดูพระจันทร์ดีกว่า..สวยนะมิเชลล์”
       มิเชลล์นอนหงาย “พระจันทร์กลางทะเลทราย”
       “สวยกว่าที่ปารีสมั้ย”
       “ค่ะ...สวยกว่า”
       “พระจันทร์ที่ฮิลฟาราก็สวย...วันหนึ่ง ฉันจะพาเธอกลับไปดู”
       “ค่ะ” มิเชลล์รับเสียงแผ่วเบา
       ชารีฟจ้องมิเชลล์นิ่ง มิเชลล์รู้สึกว่าถูกมอง หันมาชารีฟถอนสายตาทันที พูดแก้เก้อ
       “พรุ่งนี้จะสอนให้ยิงปืน”
       
       ในยามเช้า วันต่อมา สองคนยืนอยู่ด้วยกัน ชารีฟถือปืน
       “เธอต้องหัดยิงปืนให้เป็น”
       “ยิงปืน ไม่ ฉันไม่หัด”
       “ต้อง...ถ้าจำเป็นเธอต้องช่วยฉัน”
       “ไม่...คุณยิงคนเดียว ฉันไม่ยิง ไม่เคยยิงใคร”
       “เธอเคยโดนจูบมั้ยล่ะ” ชารีฟถาม
       มิเชลล์ ตาโต “ไม่...ไม่เคย”
       “วันหนึ่งก็ต้องเคย ทุกอย่างต้องมีครั้งแรกทั้งนั้น” ชารีฟหันมามองนัยน์ตาลึกซึ้ง
       
       มิเชลล์สบตานิ่งๆ อยู่สักครู่ แล้วหลบตาเมินไปตอบออกมา “ก็ได้”

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 4
        ชารีฟสอนท่าทางให้มิเชลล์ยิง โอบอยู่ด้านหลัง มิเชลล์มองตาคว่ำ ชารีฟสอนกระซิบเบาๆ ใกล้หู
       
       “เอาละ รู้ท่าทางรู้วิธีแล้วนะ”
       “อ้าว...ไม่ให้ยิงเหรอคะ”
       “อยากให้ทหารได้ยินแล้วย้อนกลับมาเหรอ”
       มิเชลล์บ่นอุบอิบ “ไม่รู้นี่”
       ชารีฟเก็บปืน จูงมือมิเชลล์กลับไปที่กระโจม
       “พวกของฟูรอเป็นโจรใช่มั้ยคะ แล้วเป็นเบดูอินหรือเปล่า”
       ชารีฟอธิบาย “คำว่า “เบดูอิน” แปลว่าผู้ท่องเที่ยวไปในทะเลทราย มีหลายพวก พวกที่ใหญ่โตคนเยอะ จะมีหัวหน้าเรียกว่า “ชีค” เขาจะพักอยู่ตามเมืองโบราณกลางทะเลทราย แต่บางพวกก็โหดร้าย ทำมาหากินเป็นโจร คอยปล้นพวกคาราวานพ่อค้าพวกนี้โหดแบบไอ้ฟูรอนั่นแหละ ของที่มันขายให้เรามันก็ปล้นเขามา”
       มิเชลล์พยักหน้ารับรู้หงึกๆ
       “เอาล่ะ ต่อไปเราจะไหว้พระเจ้ากัน”
       
       ภายในกระโจม ท่ามกลางแดดตอนกลางวันอันร้อนระอุ
       ชารีฟกำลังนมัสการพระอาหล่าตามแบบคนอิสลาม มิเชลล์นั่งดูอยู่
       “เธอต้องหัดทำ เพราะจะต้องทำตัวให้เหมือนกับคนพื้นเมืองทั่วไป”
       “ฉันเป็นคริสต์” มิเชลล์บ่ายเบี่ยง
       ชารีฟออกคำสั่ง “เธอต้องทำ..ทำให้ดีด้วย พระผู้เป็นเจ้าของฉันท่านก็คงไม่อยากให้คนนอกศาสนาแกล้งทำความเคารพท่านเพื่อเล่นละครตบตาคนหรอกแต่เพื่อความปลอดภัยของชีวิตเธอท่านคงให้อภัย”
       “ค่ะ” มิเชลล์เสียงอ่อย
       “ทีนี้ฟัง...เรากราบไหว้พระเจ้าวันละห้าครั้ง”
       มิเชลล์ตาโต “ห้าครั้ง”
       “ครั้งที่หนึ่งก่อนพระอาทิตย์ขึ้น สองตอนเที่ยงตรง สามระหว่างเที่ยงถึงบ่ายเรียกว่าอาชิค สี่ตอนเย็นก่อน อาทิตย์ตกดิน เรียกว่ามะกะ-หริบ ห้าครั้งสุดท้าย เวลา 2 ทุ่มเรียกว่าละหมาดอิชา ก่อนจะทำจะต้องล้างมือและหน้าให้สะอาด”
       มิเชลล์พยักหน้ารับสีหน้าวิตกกังวล “ถ้าไม่มีน้ำละคะ”
       “ก็ใช้ทรายถูเอา”
       มิเชลล์หน้าถอดสี “ทราย..เอาทรายเนี่ยนะ ถูหน้า”
       “เออ” เสียงชารีฟปลงอนินจัง “ใครจะเอาทรายถูหน้าเล้าถามอะไรอย่างนั้น ถูแค่มือกับแขน เราต้องทำ จำไว้การรำลึกถึงพระผู้เป็นเจ้าแม้เพียงอึดใจเดียว ก็เป็นกุศลฝึกทำตามฉัน” พลางดึงมือมิเชลล์เข้ามาใกล้ “ดูฉัน” ชารีฟทำให้ดูมิเชลล์ทำตาม
       มิเชลล์ทำตามอย่างตั้งใจ
       “ดีมาก”
       
       บรรยากาศตอนบ่ายแก่ๆ แลเห็นอูฐกำลังเล็มใบกระถินอ่อนดู เป็นธรรมชาติอันสดชื่นร่มเย็น
       ส่วนด้านในกระโจมชารีฟนอนหลับสนิท
       มิเชลล์นอนตะแคงหันหลังให้ครุ่นคิดถึงชีวิตต่อไปข้างหน้า และพลิกกลับหันมานอนมอง ชารีฟสำรวจไปทั่วร่าง
       มิเชลล์ทบทวนความรู้สึกของตัวเองต่อชายผู้นี้ บางครั้งหมั่นไส้ บางครั้งก็กลัวความดุดันเด็ดเดี่ยวของเขาแต่บางครั้งเขาก็ทำให้อารมณ์ของเธอหวั่นไหว แต่มิเชลล์ก็บูชาความเป็นผู้ชายสุดประเสริฐของเขา มิเชลล์มอง
       ใบหน้ารกครึ้มเต็มไปด้วยหนวดเคราเหมือนมหาโจร แล้วรำพึงเบาๆ
       “ท่านราชองครักษ์ พันเอกชารีฟ” สีหน้ามิเชลล์อ่อนโยนลงดูสวยหวานจับใจ
       ชารีฟลืมตาทันที มาสบตากัน มิเชลล์ตกใจถอยห่างออกมา
       “ทำไมไม่นอน”
       “นอนไม่หลับ”
       “นัยน์ตาแดงช้ำมาก หลับซะ”
       ชารีฟดึงมือมิเชลล์ให้ล้มตัวนอน “เราต้องนอนเอาแรงเพราะคืนนี้ ต้องเดินทางกันอีก อยู่ทะเลทรายต้องพยายามฝึกฝนตัวเองให้ใช้ชีวิตอย่างถูกต้องตามหลักของคนทะเลทราย กลางวันแดดร้อนเราต้องนอน กลางคืนเย็นสบายเราก็เดิน อย่าโง่ฝืนวิถีชีวิตของชาวทะเลทราย” ชารีฟดึงอย่างแรงจนมิเชลล์ล้มตัวนอนเคียง “ตื่นขึ้นมาจะมีของอร่อยกิน”
       “อะไรคะ”
       
       ที่กองไฟหน้ากระโจมยามค่ำ เห็นกระต่ายถูกเสียบไม้หมุนย่างไฟ จนสุกเหลืองส่งกลิ่นหอม
       มิเชลล์นั่งพิงกระสอบฟืน ชำเลืองมองน้ำลายไหล กลืนน้ำลายเห็นถนัด
       “หอมจัง” ท่าทีมิเชลล์เหมือนเด็กตะกละ
       “เดี๋ยวก็ได้กิน เอ้า สุกแล้ว”
       “เนื้ออะไรท่านเอามาจากไหนน่าอร่อยนะ” มิเชลล์กัดเข้าไปแล้วคำหนึ่ง “อร่อยจัง”
       “เนื้อเนี่ยเหรอ เนื้อกระต่าย” ชารีฟบอก
       มิเชลล์ร้อง “ว้าย” เหวี่ยงเนื้อออกจากมือ
       ชารีฟโมโห “โธ่เอ๊ย”
       “ฉันจะคาย..ไม่กิน คายตรงไหนได้”
       ชารีฟไปหยิบมาปัดๆ ทรายออกยื่นให้อีก “อย่าคายนะ เสียดายกลืนเข้าไป เร็ว กลืนเอ้าแล้วเอาไปกินอีก..นี่”
       มิเชลล์กระเดือกเข้าไป “ขอบคุณค่ะ ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่กิน”
       “ต้องกิน เธอขาดโปรตีนมานานแล้ว”
       “ฉันทนได้”
       “แต่ร่างกายเธอทนไม่ได้ กินเสีย”
       “ไม่”
       “ลองสักนิดเถอะน่า อย่าทำเป็นคนโง่หน่อยเลย”
       “ก็ฉันไม่กิน มันเหม็นสาบ”
       “บอกให้กินกินเข้าไปเดี๋ยวนี้” ชารีฟคว้ามือมิเชลล์ถือเนื้อเงื้อขึ้น
       ดวงตาของชารีฟแข็งกร้าวดุดัน จนมิเชลล์รู้สึกเย็นวาบด้วยความกลัว รับเนื้อก้อนนั้นเข้ามาใส่ปาก เคี้ยวได้ 2-3 ทีก็ พะอืดพะอม ลุกขึ้นวิ่งออกไปทันที
       
       ชารีฟหัวเราะขำเดินกลับมานั่งกินเนื้อกระต่ายต่อหน้าตาเฉย

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 4
        ตรงชายน้ำที่ชารีฟชำแหละกระต่าย มิเชลล์วิ่งมาถึงบริเวณนั้น ก็อ้วกเป็นการใหญ่ อ้วกจนหมดจึงวักน้ำขึ้นล้างปากล้างมือเหมือนจะให้กลิ่นสาปนั้นหายไปจนหมด
       
       แล้วมิเชลล์ก็เหลือบเห็นมีดเล็กๆ ที่ชารีฟใช้ชำแหละเนื้อแล้วลืมทิ้งไว้ มิเชลล์หยิบมีดขึ้นมาดู นัยน์ตามีแววห้าวหาญแวบหนึ่ง หยิบขึ้นมาเหน็บเอวไว้ จึงเดินกลับไปที่กองไฟ
       
       ชารีฟอยู่หน้ากระโจมกินเนื้อกระต่ายจนหมด แล้วแกะถุงหนังแพะบรรจุน้ำยกขึ้นดื่มท่าทางมีความสุขมาก
       “คนยุโรปนี่โง่จริงๆ นะกินอะไรไม่เป็นเสียเลย”
       มิเชลล์โกรธ “พวกเราไม่โง่อย่างท่านว่าหรอก พวกท่านนะซิป่าเถื่อน”
       ชารีฟหมดอารมณ์สนุกหยุดทันที “ป่าเถื่อนยังไงไม่ทราบ ถ้าป่าเถื่อนจริง คนยุโรปอย่างพวกเธอจะมาลอกเลียนแบบเอกศิลปวิทยาการความเจริญต่างๆ ไปจากชาวตะวันออกทำไม ทั้งวิทยาศาสตร์ดนตรี การแพทย์ ทั้งระบบการปกครองพวกเธอลอกแบบเอาจากเราไปทั้งนั้น”
       “แต่พวกเรามีมารยาทไม่ป่าเถื่อนดุร้ายโหดเหี้ยมแย่งชิงสมบัติกันแม้กระทั่งพี่น้องยังฆ่ากันเอง”
       ชารีฟตาลุกวาวอย่างน่ากลัว จับไหล่มิเชลล์เขย่า
       “หรือไม่จริงล่ะ”
       ชารีฟกอดมิเชลล์รุนแรงทันที
       มิเชลล์ร้อง “อย่า”
       ชารีฟรัดร่างมิเชลล์เข้ามาอีก แล้วโน้มหน้าเข้าจูบปากมิเชลล์รุนแรงไม่ปรานีปราศรัย เพราะมิเชลล์ดิ้นหนี แต่ชารีฟจับตัวแรงจูบแรง บดขยี้จนหนำใจ จึงปล่อย มิเชลล์ผละออก โกรธและอับอายน้ำตาคลอเบ้า มิเชลล์หันหลังกลับน้ำตาไหลพราก
       “คนป่าเถื่อนก็จริง แต่ก็จูบคนศิวิไลซ์อย่างเธอเป็นเหมือนกันนะ วิธีนี้เราไม่ใช้กันหรอก แต่ก็ทำเป็น อาจจะดีกว่าพวกผู้ชายของเธอก็ได้”
       มิเชลล์โกรธจัดน้ำตาไหลอาบแก้ม หันกลับมาเผชิญหน้าอีกครั้งดวงตาลุกวาว หยิบมีดเล็กที่ชารีฟ ลืมทิ้งไว้ที่ริมน้ำขึ้นมากำไว้
       “ฉันไม่ตบหน้าท่านหรอกพันเอกชารีฟ เพราะนั่นเท่ากับเร่งให้ท่านทำอะไรเลวๆ มากขึ้นอีก ท่านมันคนป่าเถื่อนการทรมานผู้หญิงเป็นความสุขของท่านใช่ไหม อย่านึกว่าฉันจะให้อภัยท่าน ต่อไปนี้เราจะไม่ไว้ใจซึ่งกันและกันมีดเล่มนี้จะเสียบหัวใจท่านทันทีถ้าท่านกำแหงทำอุกอาจเพราะถือว่าฉันเป็นหญิงที่อยู่กลางทะเลทรายตามลำพังกับผู้ชายอย่างท่าน ท่านจะเรียกร้องบุญคุณด้วยวิธีแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด จำไว้”
       “ส่งมีดมา” ชารีฟยื่นมือไปจะแย่ง
       มิเชลล์หลบ “ไม่”
       ชารีฟโกรธจัด “บอกให้ส่งมีดมา”
       “ไม่ มีดเล่มนี้จะอยู่กับฉันตลอดไป ถ้าท่านรังแกฉันแม้แต่น้อย ฉันจะยอมตายเสียดีกว่าตกเป็นของท่าน”
       ชารีฟชะงัก “ไม่รุนแรงไปหน่อยหรือ”
       มิเชลล์เดินไปหยิบปลอกมีดที่ชารีฟวางไว้บนลังมาสวมเข้ากับมีดเหน็บไว้ที่เข็มขัด
       ชารีฟหงุดหงิดก้มลงเก็บข้าวของแล้วตะโกนก้องร้องเรียกอูฐดังลั่น ระบายอารมณ์โกรธ ท่าทีน่าขัน
       
       “เฮ้ย เจ้าอูฐ นอนขี้เกียจอยู่ทำไม ลุกขึ้น”
       
       อ่านต่อตอนที่ 5

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 11
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 10
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 9
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 8
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 48 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 48 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตั้งแต่ที่ละครฉายประทับใจทุกตอนอยากดูตอนต่อไปเร็วๆ
เด็ก ส.ป
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ละครสนุกมาก ฟินมากกเห็นชารีฟแล้ว อยากเปลี่ยนศาสนาและสามีทันที
555
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากดูละครอ่ะ
Ok
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกมากกกกกกก
ฟิน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอตอน 5
อย่างใจจดใจจ่อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอยุจ้า
คิคิ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จูบเลยๆๆๆๆๆๆๆ
กรีดร้องงงง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขิลๆๆๆๆๆๆๆๆ แลดูรำบาคแต่คนอ่านเขิลจริงจัง 5555
รอคอยหน้า4จ้าาาาาา
อายม้วน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จินตนาการตาม แอบฟินเล็กน้อย อิอิ
ชอบอะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขินว่ะชารีฟนี้แอบหืนนะ
cream898_@hotmail.co.th
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เค้าไม่เจอหน้า 4 อ่ะ
mycherry
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เค้าไม่เจอหน้า 2 แงๆๆๆๆ
มันสะดุด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณค่ะ สนุกจุง >___<
ติ่งชารีฟ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014