หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ฟ้าจรดทราย

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 5

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
15 สิงหาคม 2556 17:23 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 5
        ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 5
       
       ที่วังกษัตริย์โอมานที่ 1 เวลาเดียวกัน องค์โอมานเดินตรงเข้าหา ฟารีดาลุกพรวดจะเดินหนี
       
       “ฟารีดา หยุด...”
       ฟารีดาไม่ฟังเสียง
       โอมานเดินพรวดจับข้อมือฟารีดา ลากมาอย่างแรง
       “ปล่อยนะ”
       โอมานยังลากมา
       “ปล่อยหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่มีอะไรจะพูด และไม่อะไรจะฟังคนทรยศต่อแผ่นดิน”
       โอมานเลือดขึ้นหน้า เหวี่ยงแรงจนฟารีดาหมุนสองรอบสามรอบไปฟุบอยู่
       “อย่าเรียกข้าคนทรยศอีก ข้าทำลงไปเพื่อให้เจ้าได้เป็นพระราชินี”
       “ไม่จริง เจ้าพี่ทำให้ตัวเองเป็นกษัตริย์ เจ้าพี่อยากเป็นกษัตริย์เพราะเจ้า แม่ของเจ้าพี่พูดใส่หัวเจ้าพี่ตั้งแต่เล็กๆ ว่า...” ฟารีดาพูดอย่างรวดเร็ว
       โอมานเหวี่ยงหลังมือเบาๆ ใส่หน้า ฟารีดาหวีดร้องฟุบลงไปอีกแต่ยังพูดต่อ
       “...ให้เจ้าพี่แย่งชิงราชบังลังก์”
       โอมานตวาด “หยุด...อย่าจ้วงจาบถึงแม่ข้า ถ้าได้ยินอีกคำเดียวเจ้าตาย”
       “ฆ่าหม่อมฉันเลย หม่อมฉันไม่กลัวตาย”
       โอมานหน้าเครียด จ้องเขม็ง “ฆ่าเจ้ารึ ฟารีดาเราไม่ฆ่าหรอก เรามีวิธีที่จะให้เจ้าแค้นใจจนกระอักออกมาเอง”
       โอมานตบมือแรงๆ ตะโกนก้อง “เฮ้ย...”
       
       ไม่นานต่อมาต่อมา ฟารีดานั่งสีหน้าอึดอัดมาก จ้องมองไปข้างหน้า เห็นสาวสวย 3 นาง แต่งเสื้อผ้าบางเบา กำลังร่ายรำตามจังหวะดนตรี ท่าทางเร่าร้อนยั่วรักกับองค์โอมานที่ไขว่คว้า ลวนลาม จาบจ้วง
       ฟารีดานั่งหน้าเครียดที่เก้าอี้ มีอะไรบังอยู่ พวกสาวๆ ไม่เห็น แต่องค์โอมานเห็น สักครู่ฟารีดาขยับตัวจะลุกไป โอมาบอกทั้งๆที่กำลังยุ่งอยู่กับสาวๆ
       “ยังไปไม่ได้”
       ฟารีดาชะงัก แล้วขยับอีก
       “ถ้าไป อีนัง 3 คนนี้ตายหมด”
       ฟารีดาหยุดกึก อีนัง 3 คนที่ว่า ก็หยุด หน้าตาตื่น
       “เฮ้ย...เต้นต่อ ไม่ต้องหยุด เราพูดเล่น”
       “พูดเล่นกับใครเพคะ” 1 ใน 3 สาวถาม
       “กับตัวเราเอง ทำหน้าที่ของเจ้าไป เร็ว ถ้าไม่อยากตาย”
       ฟารีดาเจ็บใจเหลือเกิน
       
       วันหนึ่ง ฟารีดานั่งเศร้าอยู่ในตำหนัก แล้วนึกแค้นขึ้นมา ก่อนจะเศร้าอีก ข้าหลวงจะมารินชาถวาย ฟารีดาส่ายหน้าโบกมือ
       “เสวยหน่อยนะเพคะ ไม่ได้เสวยอะไรเลยนะเพคะ” ข้าหลวงทูล
       ฟารีดายืนขึ้น เหลือบไปเห็นซาฟีน่าส่งสายตาเข้มลอบมองอยู่ พอสบตาก็รีบหลบวูบ ฟารีดาแปลกใจ สีหน้าครุ่นคิด ตรึงตรองหนัก ชำเลืองมองซาฟีน่าอีกที สองคนสบตากันอีก
       “ซาฟีน่า” ฟารีดาเรียกเสียงเข้ม
       “เพคะ”
       “เจ้าทำความดีความชอบอันใดถึงถูกส่งมารับใช้เรา อยู่วังหลวงดีๆ ไม่ใช่รึ”
       “หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ”
       “เป็นไปไม่ได้ เจ้ารึจะไม่รู้ อย่าปิดบังเรานะ เจ้ารู้ดี”
       “ไม่ทราบจริงๆ เพคะ”
       ฟารีดาเสียงดังมาก “โกหก!”
       ซาฟีน่าสะดุ้ง
       ข้าหลวงทั้งนั้นสะดุ้งเงยหน้า หันหน้าดู
       “บอกเรามาดีๆ เจ้าถูกส่งให้มาทำไมที่ตำหนักของเรา”
       “หม่อมฉันมาตามรับสั่งของกษัตริย์โอมานที่ 1 เพคะ ไม่ทราบอะไรทั้งสิ้น”
       “ถ้าไม่รู้ ก็รู้ไว้เดี๋ยวนี้ว่าเจ้าถูดส่งมาให้คอยจับตามดูเรา แล้วเอาไปบอกพวกทหารของเจ้าพี่ เพื่อจะทูลขึ้นไปถึงเจ้าพี่อีกที...ทำไมซาฟีน่าเบี้ยหวัด เงินปี ที่ได้รับไม่พอใช้รึถึงต้องทำตัวเป็นนกสองหัวอย่างนี้ ชั่วช้าจริง”
       ซาฟีน่านิ่งเงียบ
       “คนชั่วอย่างเจ้า เราไม่ขอเห็นหน้าให้เป็นเสนียดกับสายตา เจ้าเตรียมตัวไปจากที่นี่ได้ ที่นี่...เป็นที่ที่คนดีๆเขาอยู่กัน”
       
       ภายในห้องทรงพระสำราญองค์โอมาน เวลาเดียวกัน องค์โอมานไขว่คว้านางกำนัลสาวๆ แต่ท่าทีโหดหื่น สาวๆ วี้ดว้าย องค์โอมานชักโมโหขึ้นมา ผลักกระเด็นกระดอน ซาอิ๊บ กับ หะยี ไล่จับมาได้สองคน
       “ปล่อยมันไปนังเดนคน ชะ ส่งเสียงวี้ดว้าย น่ารำคาญ”
       สองคนปล่อยไปสาวๆ เดินลนลานออกไป จังหวะนี้ซาฟีน่าเดินเข้ามาเร็วๆ โดยมีมุสตาฟาพามา
       “ซาฟีน่า! มุสตาฟา เจ้ามานางมาที่นี่ทำไม พาออกไป”
       “ได้โปรดเพคะ พระอนุชา” ซาฟีน่าลืมตัว
       “พระอนุชารึ” องค์มานกริ้ว ตบโต๊ะเปรี้ยง “เอานางไปขัง...ขังลืมเลยเว๊ย”
       “นางมีข้อความจะถวาย” มุสตาฟาทูล
       องค์โอมานเหล่ “ไม่สนใจข้อความเว๊ย เราเป็นอะไร ฮะ เป็นอะไร เป็นกษัตริย์ของเจ้าใช่หรือไม่ เรียกใหม่ นังซาฟีน่า”
       
       “เพคะ กษัตริย์โอมานเพคะ พระชายาไล่หม่อมฉันมาเพคะ”

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 5
        ฟากชารีฟกับมิเชลล์ ยังปั้นปึ่งต่อกัน ชารีฟอยู่หน้ากระโจม บรรทุกของไว้บนหลังอุฐเกือบเสร็จเรียบร้อยแล้วจัดแจงเตรียมตัวออกเดินทางพลางเหลือบไปมอง
        
       เห็นมิเชลล์ดึงถุงผ้าออกมา หยิบเครื่องประดับเครื่องรางสีเขียวไข่กาที่ฟารีดาให้มาดู แล้วดึงแหวนประดับด้วยหินชนิดเดียวกันมาร้อยเชือก พันเป็นเกลียวก้อนจะขมวดปม แล้วแขวนไว้กับคอ
       ชารีฟเดินมาใกล้ มิเชลล์ถอยหนีเหมือนตัวเชื้อโรค
       “เอาแหวนเปียรุสคล้องคอทำไม”
       “เจ้าหญิงฟารีดาบอกฉันว่า เป็นเครื่องรางสำหรับป้องกันคนคิดร้าย” มิเชลล์มองหน้าชารีฟนิ่งอย่างกล่าวโทษ “เดิมไม่ได้คิดจะแขวนหรอก แต่ตอนนี้จำเป็นเพราะ...มี...คน...คิด..ร้ายฉัน” สาวเจ้าเน้นคำ
       ชารีฟงง “คิดร้ายอะไร”
       มิเชลล์มองตาคว่ำ
       “ฉันไม่เข้าใจ ใครจะคิดร้าย อะไรกับใคร”
       “อย่ามาทำเป็นไม่รู้เลย ท่านทำหน้าบริสุทธิ์ได้เก่งมาก”
       ชารีฟงงอยู่นั่น “ฉันหรือ...เป็นฉันหรือ”
       “ใช่สิ ท่านนั่นแหละ”
       ชารีฟคิดอยู่สักครู่แล้วถึงเข้าใจ อึ้งไปนิด แล้วมีสีหน้าบึ้งตึงขึ้นมา “เก็บของ”
       “เก็บของไปไหน ก็ท่านบอกว่าจะพักอีกวัน”
       “ไม่พัก เราทหารป่าเถื่อนของพระราชาผู้ถูกน้องแย่งราชสมบัติ กับแม่สาวยุโรปแดนศิวิไลซ์และกล้าหาญ จะกลัวไปทำไมกับความลำบาก ออกเดินทางกันเดี๋ยวนี้เลย” เสียงชารีฟขุ่นมัวมาก
       “ไม่ ฉันจะพัก ยังไม่หายเหนื่อย” มิเชลล์หันหลังกลับเดินไป
       ชารีฟเดินตาม “ไม่มีการพัก ออกเดินทางเดี๋ยวนี้”
       “ฉันจะพัก ท่านไปคนเดียวสิ ฉันจะไปทางโน้น ท่านอย่าตามไปแล้วกัน ฉันไม่ไว้ใจท่านแล้ว”
       “ฉันจะคอยแค่ 10 นาที”
       มิเชลล์จ้องชารีฟนิ่ง
       
       มิเชลล์เดินมาที่ริมน้ำหยุดยืนดูรอบๆ ซึ่งเยือกเย็นและสวยงามอย่างไม่อยากจากไป มิเชลล์เห็นใบปาล์มกระทบกันเพราะลมแรง อากาศเย็นสบาย ต้นอินทผลัมเรียงรายมีนกหลายตัวเกาะเป็นเงาตะคุ่มๆ
       มิเชลล์ทรุดตัวลงนั่งก้มเอาหน้าลงจุ่มน้ำแช่ไว้นานเท่าที่จะกลั้นหายใจได้ คล้ายจะดูดซับเอาความชุ่มชื่นไว้ให้มากที่สุด จึงเงยหน้าขึ้นมาวักน้ำดื่มจนเต็มที่อย่างที่ไม่เคยดื่มมาก่อน เห็นชารีฟ ตะโกนเตือนอยู่ด้านหลัง
       “เร็วๆหน่อยอย่ามัวร่ำไร”
       มิเชลล์หน้าบึ้งไม่พอใจกับเสียงนั้นเลย ยังคงเล่นน้ำเฉย
       ชารีฟเดินพรวดๆมา
       “ดื่มน้ำทำไมมากมาย กระหายมากนักรึ”
       มิเชลล์ขยับมีดที่เอว “ฉันกินไว้เผื่อเวลาข้างหน้า จะได้ไม่เป็นลมเดือดร้อนทหารพระราชา”
       “อ้อ อยู่กลางทะเลทรายก็เลยทำตัวเป็นอูฐ” ชารีฟแดกดัน
       “ใช่ ฉันเรียนรู้ว่ามากับคุณต้องอดทนให้เหมือนอูฐ”
       ชารีฟขยับเข้ามา มิเชลล์ถอย แล้วมีดก็ยกขึ้นจ่อตรงหน้า
       “อะไรกัน...” ชารีฟฉงน
       “ต่อไปนี้ฉันจะไว้ใจใครไม่ได้ แม้แต่ทหารของพระราชเป็นถึงนายแพทย์ เกิดในสกุลสูงส่ง” สาวกำพร้าลูกผสมแตะริมฝีปากลืมตัว “การกระทำแสนจะหยาบคายเมื่อครู่นี้ ฉันจะไม่มีวันให้อภัยท่าน”
       “โธ่เอ๋ย เรื่องนี้เอง...”
       “โธ่เอ๋ย...คุณพูดแค่นี้ คุณคงคิดว่าฉันง่ายเหมือนสาวๆ ที่คุณเคย…มาก่อนล่ะสิ ไม่มีวัน...ที่ฉันจะใจอ่อน แค่…แค่จูบครั้งเดียว ฉันโตมาอย่างผู้หญิงหัวเก่า ไม่มีวันจะซาบซึ้งกับ...กับ...กับแค่...”
       ชารีฟหัวเราะต่อคำให้ “จูบครั้งเดียว”
       มิเชลล์มองตาเข้มจัด “ฉันเกลียดคุณ”
       ชารีฟนิ่งไปอึดใจ “ไม่เป็นไร ขึ้นอูฐได้แล้ว”
       มิเชลล์นิ่งขึง กัดฟันแน่น
       ชารีฟเสียงดังขู่ “เร็ว” แล้วเดินพรวดเข้ามาหา
       มิเชลล์ตะกายขึ้นหลังอูฐทันที
       ไม่นานต่อมากลางทะเลทรายเวิ้งว้าง สองคนเดินทางไปช้าๆ เห็นเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆ กลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
       
       อับดุลเลาะห์ถูกมัดคุมตัวมาภายในท้องพระโรงวังหลวง พร้อมลูกและเมีย ต่อหน้าพระพักตร์ องค์โอมาน โดยซาอิ๊บ และทหารองครักษ์ราว 20 คน
       “มันเป็นคนพาพันเอกชารีฟหนีออกทะเลทรายไปกับกองคาราวานเบดูอิน เราจับได้ตรงเส้นทางเข้าเมือง” ซาอิ๊บรายงาน
       องค์โอมานหัวเราะ “งั้นมันก็รู้ดีนะซิว่าไอ้ชารีฟมันมุ่งหน้าไปทางไหน”
       “มันไม่ยอมปริปากพูดพระเจ้าค่ะ”
       “ท่าทางมันจะเป็นคนหัวดื้อไม่ยอมพูดง่ายๆ ถ้ามันไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไรช่างมัน ต่อไปนี้มันก็จะไม่ได้ยินเมียกับลูกมันพูดเหมือนกัน ทหารเอาตัวลูกกับเมียมันไปตัดลิ้นให้หมด”
       ขาดคำองค์โอมาน เมียและลูกกรีดร้องลั่น อับดุลเลาะห์ดิ้นรนพร้อมตะโกนด่า ทหารลากตัวอับดุลกับเมียและลูกออกไป
       “ไอ้ชาติชั่วไอ้คนถ่อย ท่านราชองครักษ์จะต้องกลับมาฆ่ามึงไอ้คนถ่อย” อับดุลเลาะห์สุดแค้น
       เสียงเมียและลูกร้องกรี๊ดๆ
       “ทรมานตัวมันจนกว่ามันจะพูด” องค์โอมานตรัส
       “ท่านราชองครักษ์จะกลับมาฆ่าพวกมึง”
       “ให้มันกลับมาจริงๆ เถอะ มัวไปมุดหัวอยู่เสียที่ไหนเล่า”
       องค์โอมานหัวเราะลั่น
       
       รุ่งเช้า เท้าอูฐเดินย่ำไปบนทราย แสงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มทอแสงอ่อนๆ มิเชลล์นั่งโยกไปโยกมา สะลึมสะลือจะหลับมิหลับแหล่ ไม่เหลือมาดตอนขึ้นอูฐ แต่มิเชลล์ก็พยายามฝืนไว้ แล้วมิเชลล์ก็ต้องลืมตาขึ้นเหมือนเห็นอะไรอย่างหนึ่ง ทางขอบฟ้าด้านทิศเหนือ ปรากฏพายุหมุนที่เกิดขึ้นเสมอในทะเลทรายม้วนตัวเป็นวงจากท้องฟ้าจรดผืนทราย ไม่นานนักกระแสลมก็เข้าปะทะมิเชลล์และชารีฟ
       อากาศที่แจ่มใสเปลี่ยนเป็นขมุกขมัว ชารีฟรู้ในทันที ตะโกนก้อง
       “มิเชลล์ คลุมหน้าไว้ ลงจากหลังอูฐ พายุมา...พายุหมุน”
       ชารีฟสั่งอูฐให้นั่ง มิเชลล์ทำตาม ทั้งสองช่วยกันจูงอูฐเข้าหลบตรงเนินทรายสั่งให้อูฐคุกเข่า
       “หมอบลงข้างอูฐ ซุกหน้าเข้าหาตัวอูฐ”
       มิเชลล์ทำตามซุกหน้าหาอูฐ ชารีฟก้าวเข้ามาทรุดตัวลงสรวมกอดมิเชลล์ไว้ มิเชลล์ตกใจนิดหนึ่งแต่ก็คิดได้ว่าชารีฟกำลังป้องกันตนจากพายุ ลมเริ่มแรงพัดทรายปลิ้วฟุ้งกระจาย
       ชารีฟร้องบอก "เอาผ้าปิดปาก ปิดจมูกเดี๋ยวทรายเข้า"
       มิเชลล์ทำตาม
       ชารีฟกอดมิเชลล์แน่นขึ้นอีก กดหัวมิเชลล์ให้ซุกหน้าอยู่กับแผ่นอกแกร่งของเขา
       
       พายุพัดจัดทรายปลิวกระจายไปกับอากาศมืดมัวปรวนแปรอย่างรุนแรง

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 5
        วันเวลาเดียวกัน ที่โบสถ์คาธอลิค เมืองวิลล์ ประเทศฝรั่งเศส ลมพัดกระโชกเข้าทางหน้าต่างโบสถ์ ซิสเตอร์หลุยส์เดินไปปิดประตู คุณแม่อธิการกำลังสวดมนต์ ซิสเตอร์แอนสวดอยู่ด้วย
       
       “ลมแรงเหลือเกินนะคะวันนี้”
       คุณแม่อธิการหันมา “รู้มั้ย ซิสเตอร์แอน ฉันสวดมนต์ให้ใคร”
       ซิสเตอร์แอนมองหน้า “ไม่ทราบค่ะ ใครคะ”
       “มิเชลล์ เดอลาโรนีล์ ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจฉันให้คิดถึงเขาในวันนี้” คุณแม่อธิการหันไปทำท่าไม้กางเขน “ขอพระเจ้าคุ้มครองเธอมิเชลล์”
       “มิเชลล์อยู่ที่ไหนคะ คุณแม่อธิการ”
       “แม่คิดว่าเขาอยู่ในที่ที่เขาเคยฝันถึง”
       “ที่ไหนคะ” ซิสเตอร์แอนฉงน
       “เป็นดินแดนไกลโพ้น เขาเล่าให้แม่ฟังว่า เขาฝันถึงบ่อยๆ” คุณแม่อธิการถอนใจยาว “จะเป็นอย่างไรไม่รู้ จะมีใครคุ้มครองปกป้อง คนที่เราทะนุถนอมอุ้มชูมาหรือไม่ เราไม่มีทางรู้เลย”
       
       ทั้งอูฐและคนยังซุกตัวอยู่ที่เดิม พายุสลายตัวไปกลายเป็นกระแสลมอ่อนๆ ชารีฟคลายอ้อมกอดออก เห็นมิเชลล์ซุกตัวหลับตานิ่ง ชารีฟจ้องมองหน้านวลที่อยู่แนบชิดเหลือเกิน มิเชลล์ส่งเสียงครางอู้อี้...แล้วซุกตัวเข้ามาอีก มือไขว่คว้าแล้วกอดชารีฟแน่น
       สักครู่ มิเชลล์รู้สึกตัวลืมตาขึ้นมองเห็นชารีฟจ้องอยู่รู้สึกอาย รีบผลุนผลันลุกขึ้นมองไปรอบๆ แกล้งเฉไฉพูดเรื่องอื่น
       “เราอยู่ที่ไหนนี่”
       “ที่เดิม”
       “ที่เดิม ไม่จริงหรอก ทำไมมัน…ไม่เหมือนเก่าเลย เนินทรายนั่น...หายไปหมดแล้ว”
       สภาพโดยรอบเปลี่ยนไปจนสิ้น ชารีฟบังคับอูฐลุก
       “ถูกพายุพัด ทะเลทรายมันเป็นแบบนี้เสมอเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา”
       พลางชารีฟทอดสายตามองออกไปยังทะเลทรายกว้างไกล แล้วจัดแจงทำที่บังแดดบนหลังอูฐอย่างแคล่วคล่องว่องไว
       “ทำอะไร” มิเชลล์สงสัย
       “ไม่เห็นเหรอ”
       “เห็น”
       “แล้วถามทำไม” ชารีฟทำไปเรื่อยๆ
       “เอ๊ะ ก็ฉันไม่รู้ว่าอะไร”
       “อ๋อ...แต่งตัวให้อูฐมั้ง” ชารีฟประชด
       มิเชลล์ค้อนขวับ
       ชารีฟทำเสร็จพอดี “ขึ้นอูฐ ต่อไปนี้จะไม่มีแหล่งน้ำที่ไหนอีกเลยจนกว่าจะถึงที่พักใหญ่ของพวกเบดูอินกลางทะเลทราย เราจะไปอาศัยอยู่ ชั่วคราวที่นั่น”
       ทั้งสองก้าวขึ้นอูฐ มิเชลล์คล่องแล้วบอกอูฐให้นั่ง แล้วก้าวขึ้นรวดเร็ว
       “มีที่บังแดดบนหลังอูฐอย่างนั้น..ไว้ใจได้หรือไม่ล่ะ” ชารีฟแดกดัน
       “ไม่ได้” มิเชลล์ตอบเสียงแข็ง
       ชารีฟหัวเราะขำๆ “ตามใจ”
       
       ไม่นานต่อมา แลเห็นอูฐทั้ง 3 มิเชลล์และชารีฟ เดินมาในทะเลทรายท่ามกลางแสงแดดเปรี้ยง ที่นั่งของมิเชลล์มีผ้าขึงไว้กันแดดให้ด้วย
       ในเวลาต่อมามิเชลล์และชารีฟ เดินทางมาถึงหมู่ต้นปาล์มที่ขึ้นเป็นหย่อมกลางทะเลทราย
       ถัดจากนั้นไม่นาน สองคนมาหยุดพัก ในกระโจมชั่วคราวที่ชารีฟตั้งเสร็จแล้ว โดยมิเชลล์กำลังเปิดจุกถุงน้ำ แล้วเทน้ำออกลูบคอลูบแขนยังไม่ทันที่จะปิดจุกน้ำ มิเชลล์ตกใจจนสะดุ้ง เมื่อชารีฟคว้าแขนตนไว้ แล้วดุเสียงดัง
       “ใช้น้ำอย่างนี้ได้หรือ ไม่รู้หรือไง ว่าเราต้องสงวนน้ำไว้ให้มากที่สุด ดูซิ ดู” ชารีฟชี้ไปที่ทราย
       “ดูทำไม มีแต่ทราย” มิเชลล์เถียงข้างๆ คูๆ
       “ฉันบอกแล้วไม่ใช่รึว่า เราจะไม่มีน้ำอีกเลยจนกว่าจะถึงเชิงเขา นี่ยัง ไม่เห็นเงาภูเขาแม้แต่นิดเดียว เธอจะใช้น้ำหมดเสียแล้ว พูดไม่รู้เรื่องรึไง”
       มิเชลล์ฉุน “อย่าตวาดสิ”
       “คนพูดไม่รู้เรื่องต้องตวาด” ชารีฟขึ้นเสียงใส่
       “ถ้าตวาดจะใช้อีก” มิเชลล์จะเทน้ำ
       ชารีฟมองแน่วนิ่ง “ตามใจ”
       มิเชลล์หยุดยั้งทันที กัดฟันแน่น ค้อนตาคว่ำพลางบอกงอนๆ
       
       “ไม่ใช้ก็ได้”

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 5
        ชารีฟมองขำๆ แล้วลงนั่งเต็มแรงข้างๆ มิเชลล์กระเถิบห่าง ชารีฟมองไปสุดลูกหูลูกตา
       
       “ความลำบากยากแค้นในวันนี้ กษัตริย์โอมานที่ 1” ชารีฟพูดเหมือนรำพึง “จำไว้เลยนะ มิเชลล์ชื่อนี้เป็นคนทำให้เราต้องมานั่งตรงนี้ที่ตรงหน้าเราเป็นทะเลทรายที่กว้างไกลไม่มีวันสิ้นสุดแบบนี้...เห็นแต่ฟ้าจรดทรายแบบนี้ มันคือคนที่มักใหญ่ใฝ่สูงกำเริบเสิบสาน คนอกตัญญู องค์อาหเม็ดทั้งไว้ใจ ทั้งเชื่อถือมอบอำนาจให้มันจนล้นมือ มันยังทรยศ”
       
       ที่ท้องพระโรงวังหลวง กษัตริย์โอมานนั่งอยู่บนบัลลังก์สีทองอร่าม ท่าทางสบายใจมาก
       “ไหนลองบอกซิว่าวิธีเพิ่มเงินในท้องพระคลัง นอกจากขายน้ำมันของเก่ากินแล้วมีวิธีไหนบ้าง” รัฐมนตรีคลังดูรายงานแผ่นหนึ่งแล้วร่อนปลิวไป “ไม่เห็นจะเข้าท่าเลยที่ทำเนี่ย ส่งออก-ส่งออกอะไรอีก มีแต่น้ำมัน”
       รัฐมนตรีอีกคนกราบทูล “มีอีกวิธีเดียวพระเจ้าค่ะ
       “ไหนว่ามา…”
       
       ที่ด่านเก็บภาษีเมืองท่าเกซาห์ ตอนกลางวัน นายด่านเก็บภาษี กำลังเก็บภาษีสินค้าจากพ่อค้าคนหนึ่ง ที่ลงจากเรือ มีคนเข้าคิวมากพอสมควร
       “แค่นี้” นายด่านยื่นให้ดูภาษี “คิดยอดรวมสินค้าทั้งหมดแล้ว”
       พ่อค้าโวย “โอ้โห ทำไมภาษีแพงขนาดนี้ล่ะ ท่านขึ้นตั้งเมื่อไหร่”
       “กษัตริย์โอมานทรงมีพระบัญชาให้ขึ้นภาษีอีกเท่าตัว” นายด่านบอก
       “เรื่องอะไรกันทำไมต้องขึ้น” พ่อค้า โวยวายเสียงดังมาก
       "ข้าไม่รู้ ข้ามีหน้าที่เก็บ"
       "โธ่ แล้วจะมีกำไรที่ไหน เพิ่งขึ้นไปไม่กี่เดือนนี่เอง ขึ้นอีกแล้ว"
       "ว่าไง ถ้าไม่จ่ายก็มีความผิดอาญา โน่น ทหารวังหลวงอยู่นั่น เราเรียกนะ" นายด่านขู่
       "ปละ เปล่า จ่ายซิต้องจ่ายอยู่แล้วเพียงแต่สงสัย" พ่อค้าส่ายหัวด้วยความเศร้าใจควักเงินจ่ายแล้วออกไป
       ซาอิ๊บเดินเข้ามาพร้อมทหารองครักษ์พอดี
       นายด่านทำความเคารพท่าทีนอบน้อม “ท่าน” พลางหยิบเงินบางส่วนส่งให้ “นี่ขอรับสำหรับท่านเป็นการส่วนตัว”
       “เรารับไม่ได้ นี่เป็นเงินหลวงเจ้าทำแบบนี้ได้ยังไง”
       “ข้าขออภัย” นายด่านก้มติดพื้น “ข้าขออภัยขอรับ”
       ซาอิ๊บกระซิบ “ให้แบบนี้ได้ยังไง เอาไปให้ข้างหลังด่านสิวะ”
       นายด่านยิ้มนิดๆ “ได้ขอรับท่าน”
       ซาอิ๊บเสียงดัง “ทำแบบนี้มีความผิดไปคุยกันข้างหลังหน่อยสิ...ไป…” ตอนท้ายทำเสียงแข็งใส่
       
       องค์โอมานออกนั่งบนบัลลังก์ ที่ท้องพระโรง ในวังหลวง ซาอิ๊บมาถวายรายงาน
       “มาตรการเพิ่มเงินคลังโดยเพิ่มภาษี อาจต้องผ่อนผันบางกรณี พระเจ้าค่ะ เพราะว่าพ่อค้าบางคนผัดผ่อน ขอเวลาเตรียมการจัดระบบการค้าตัวเองก่อน”
       “เป็นไรไป แต่ให้บอกมาว่าเมื่อไร” องค์โอมานตรัส
       องครักษ์เข้ามา ถวายการเคารพแล้วรายงาน
       “มิเตอร์โจชัวร์พ่อค้าอาวุธมารอเข้าเฝ้าพระเจ้าค่ะ”
       “เรียกเข้ามา” องค์โอมานตรัส
       องครักษ์ตบมือ ทหารนำโจชัวร์เข้ามา
       โจชัวร์ เป็นฝรั่งมีหนวดเครา แต่งชุดซาฟารีสีกากีถวายคำนับ
       “เชิญ รายการอาวุธที่ท่านเอามาให้ดู เราจะซื้อทั้งหมด หวังว่ามันจะมีประสิทธิ์ภาพสูงจริงตามที่คุยนะ” องค์โอมานบอก
       “ข้าพระพุทธเจ้าเอาหัวเป็นประกัน อาวุธที่ข้าพระพุทธเจ้าแนะนำเป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุดประสิทธิภาพสูงสุดไม่มีประเทศใดในภูมิภาคจะทัดเทียมได้” โจชัวร์รายงาน
       “ซาอิ๊บจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย”
       ทหารนำโจชัวร์ออกไป
       “คงไม่ตัดสินใจผิดนะ” องค์โอมานตรัส
       “ไม่ผิดแน่พระเจ้าค่ะ มิสเตอร์โจชัวร์ไว้ใจได้” ซาอิ๊บกราบทูล
       “แสนยานุภาพของเราจะต้องยิ่งใหญ่ที่สุด และในไม่ช้านี้ผืนทรายทั้งหมดในคาบสมุทรนี้จะต้องเป็นของข้าแต่ผู้เดียว เออ ว่าแต่ว่าอย่าลืมไอ้ชารีฟกับนังสนมฝรั่งเศส อย่าลืมว่า เรายังต้องการตัวมันอยู่ ไม่ได้กลัวว่ามันจะมาทำอะไรหรอก แต่แค้นมัน...เจ้าได้ตัวมัน ไอ้ชารีฟ...มีดเนี้ยจะแล่เนื้อมันออกเป็นชิ้นๆเลย”
       
       ว่าพลางหยิบมีดมากรีดโชว์ความคม
        
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 11
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 10
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 9
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 8
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 74 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 72 คน
98 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
2 %
ความคิดเห็นที่ 21 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านไม่รู้เรื่องเลย
d
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 19 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านนิยายก็หลายรอบ ชอบมนสเนห์ทะเลทราย ทำ เป็น ละคร ก็ทำได้ดีมากค่ะ ถึงจะ ไม่ ตรง ตาม บทประพันธ์ทุกอย่างแต่ก็ทำออกมาได้ดี ไม่ผิดหวังกับ การรอคอย
cptacc@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยินดีที่ละครเริ่องนี้ ที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดี จะคอยติดตามดูทุกตอนนะคะ
อาวาติ้ฟ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบมากๆค่ะขนาดยุ่งมากยังต้องนั่งแอบๆอ่านบรรยายได้เห็นภาพเหมือนดูทีวีเลย
Jakri_se@yahoo.co.th
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าคุณได้อ่านจากบทประพันธ์ของโสภาค จริงๆ ที่ไม่ใช่บทละคร คุณจะหลงใหลกว่านี้ เพราะสามารถจินตนาการได้บรรเจิดกว่าบทละคร คุณจะหลงใหลทะเลทรายเลยล่ะ จะสนุสนานและตื่นเต้นไปกับชีวิตของ
เบดูอินที่ท่องไปในทะเลทรายมานานนับร้อยปี
แฟนคลับฟ้าจรดทราย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จูบเลยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ข้ารออยู่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เข้ามาอ่านวันละหลายรอบเลยค่ะ ชอบมว๊ากกกกกกกกกกกกก ชารีฟ มิเชล์ ที่รัก
kraagepoe@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เข้ามารออ่านทุกวันเลย อัพเร็วๆนะคะ
ฟิน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านนิยายแล้วสนุกมากเลยค่ะ ละครก็สนุกมากเลยค่ะ รอวันจันทร์ต่อไป T_T
onearth
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกมากเลย ชารีฟอบอุ่นมาก มิเชลก็ดื้อแบบฮาๆดี
ดูละครไปแค่สองตอนยังติดใจขนาดนี้
อยากหาหนังสือมาอ่านบ้างแล้ว ไม่รู้พลาดได้ยังไง
ขวัญสวยจัง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบน้องขวัยกับพี่ตุ้ยมากกกจนไปหาเรื่องย่อมาอ่านแต่ก็อยากจะดูทั้งสองเล่นอยู่ดีสู้สู้จ้า
mhouy_1973@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกมากกกก อ่านแล้ววางไอแพดไม่ลงเลยจริงๆ แต่ต้องวางเพราะเค้ายังไม่อัพต่อ 5555 ดูเป็นละครที่ฉายไปสองตอนก็ชอบน่ะ ชอบทั้งแบบอ่านและแบบดูเลยยยยสวยงามมาก โรแมนติก >__<

รอๆๆๆอ่านหน้า2 และต่อๆๆๆไปค่ะ ขอบคุณที่อัพให้อ่านน่ะค่ะ ^/\^
ติ่งชารีฟ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +23 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากอ่านนวนิยายเรื่องนี้มากเลย แม่บอกว่าถ้าได้อ่านจะวางไม่ลงเลย แต่ก็น่าจะจริงนั่นแหละ ขนาดแค่ดูได้ตอนเดียวยัง อือหือ..... สุดยอดเลย สมแล้วที่เป็นบทประพันธ์ของ โสภาค สุวรรณ ขนาดละครยังไม่อยากขยับเลย แล้วยิ่งเราเป็นคนบ้านวนิยายอะไรพวกนี้อีก นวนิยายนี่เขาจะเรียกว่า สาธยาย เลยก็ได้นะ แบบว่า อ่านแล้ว รู้สึกว่ามันเข้าใจ มันเห็นภาพ ยิ่งมีเซนต์เรื่องพวกนี้ ยิ่งติด ยิ่งอ่าน ยิ่งวางไม่ลงจริง สุดท้ายนี้ ใครได้เคยสัมผัสนวนิยายเล่มนี้มา ก็ขอให้เล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ แล้วจะรีบไปหาดูว่ามี หลงเหลือ อยู่ที่ไหนบ้าง
nammon_nammon@msn.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขำชารีฟประชดน่าดู555+
ขำว่ะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตั้งหน้าตั้งตารอคอย
อย่างใจจดใจจ่อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014