หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ฟ้าจรดทราย

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 6

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 สิงหาคม 2556 16:58 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 6
        ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 6 (ต่อ)
       
       ขณะเดียวกัน ที่บริเวณพักของสัตว์ ซึ่งยืนๆ นอนๆ กันอย่างสงบ กาเซ็มถือมีดค่อยๆ ย่องมาหยุดในความมืด แล้วคลานกระดึ้บๆ เข้ามาหาฝูงสัตว์ช้าๆ
       
       ส่วนอีกมุมนะหมัดคนพี่คาบมีดไว้ในปาก คลานต่ำแบบจระเข้มาอีกด้านหนึ่ง
       สองคนพี่น้องมาพบกันใต้ท้องอูฐตัวหนึ่ง
       กาเซ็มกระซิบ “ไอ้หมอเทวดามันอยู่ที่กองไฟด้านหน้า”
       “ไอ้ยูซุฟมันอยู่ด้วย เราคงยังทำอะไรไม่ได้ มันกำลังกินอาหารกัน” นะหมัดบอก
       “มันวางเวรยามกันหนาแน่นทำไมวะ ยังกะกลัวอะไรยังงั้นแหละ”
       “โฮ้ย ขนาดเวรยามขนาดนี้ เราสองคนยังดอดเข้ามาได้เลย ไอ้พวกนี้มันจะแค่ไหนกัน ฮ่าๆๆๆ” กาเซ็มย่ามใจสุดขีด
       ทันใดนะหมัดเกิดอาการตาค้างพูดไม่ออก กาเซ็มงง
       “ว่าไงพี่ ทำไมพี่หน้าซีดแบบนี้ล่ะ บอกแล้วว่าเราสองคนร่วมกันซะอย่าง”
       นะหมัดอ้ำอึ้ง พยายามบุ้ยใบ้ให้ดูด้านหลัง
       “อะไรเหรอพี่ อะไร”
       นะหมัดทำมีดหล่นจากมือ ชูแขนขึ้นสูงเหนือหัว กาเซ้มเฉลียวใจ หันมา
       เห็นยามสามคน ปืนครบมือจ้องมาอย่างประสงค์ร้าย สมทบด้วยชายฉกรรจ์ชาวคาราวานอีก 6-7 คน
       หน้าซีด ปล่อยมีดหลุดมือ ยกแขนขึ้นสูง เข่าอ่อน
       
       ตรงลานกว้างหน้ากระโจม ทุกคนนั่งกินอาหาร แยกย้ายกันนั่งตามที่ต่างๆ ระเกะระกะ มิเชลล์ในคราบตาฟานั่งเคี้ยวผลไม้แห้งแบบไม่อร่อยเลย ชารีฟชำเลืองมองตลอดเวลา นั่งอยู่กับยูซุฟ
       มิเชลล์กัดผลไม้แห้งแข็งและเหนียว กัดเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยจะออก ชารีฟจ้องอย่างเป็นห่วง มิเชลล์กัดสุดแรงเกิดจนหน้าคะมำแทบจะเสียหลัก ชารีฟขยับตัวทันทีจะเข้าไปช่วย มิเชลชล์ตั้งตัวได้ สบตาชารีฟ หัวเราะอ่อยๆ น่ารัก ชารีฟยิ้มอย่างเอ็นดู
       
       ครู่หนึ่งยูซุฟหยิบ”มะระกู่” กล้องยาสูบกระบอกยาวออกมาสูบ อวดความสวยงาม
       “ชีคอัสมันให้ข้าพเจ้า” ดูดยา แล้วส่งให้ชารีฟ
       ชารีฟดูดเสร็จ แล้วส่งกลับให้ยูซุฟต่อ ยูซุฟดูดอีกทีแล้วส่งให้ตาฟา
       มิเชลล์ตกใจสบตาชารีฟแว้บหนึ่ง แล้วรับมาดูดได้พรวดเดียวก็หูฮื้อตาลาย หน้าตาท่าทางตลกมาก
       ชารีฟมองอย่างขำๆ เพราะตาฟาพยายามสะกดใจ แสบเพดานปากน้ำตาไหลพราก ไม่กล้าทำท่าผิดปกติว่าตัวเองสูบไม่เป็น ก้มหน้าเล่นกับพื้นทรายอยู่ไปมา ชารีฟขำมาก
       มีเสียงเอะอะดังมา ตามด้วยลูกน้องของยูซุฟ 3-4 คน จับตัวนะหมัดกับกาเซ็มเข้ามา ผลักให้ลงไปนั่งคุกเข่าต่อหน้ายูซุฟ
       ยูซุฟตะคอก “มีอะไรรึ ถึงได้มายุ่มย่ามถึงที่นี่ จะขโมยอูฐรึ”
       “ข้าพเจ้ามาขายของ เสร็จแล้วอยากจะขอกลับไปจาอุฟกลับท่าน เพราะอันตรายมากเหลือเกินขากลับ” นะหมัดว่า
       “เราไม่กลับทางเก่า ถ้าจะกลับกับเราก็ไปรอที่ปากทางออกจากเมืองซากากา” ยุซุฟบอก
       กาเซ็มมีสีหน้าตกใจ “ทำไมล่ะท่าน”
       ยูซุฟจ้องอย่างสงสัย “ท่าทางเจ้าตื่นเต้นนักนะ...อย่างนี้เขาเรียกว่า มีพิรุธ”
       สองคนทำท่ากลบเกลื่อน
       “โอ๊ะเปล่าข้าพเจ้าเพียงแต่คิดว่ากลับทางเดิมสะดวกไม่ต้องอ้อมภูเขา” นะหมัดแก้ตัว
       “มันเรื่องของข้า เจ้าไม่ต้องยุ่ง เจ้าจะไปก็คอยอยู่ท้ายขบวน อย่ามายุ่มยามหน้าขบวนเป็นอันขาด ถ้าไม่ไปก็อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีกเข้าใจมั้ย”
       สองคนลนลานทำความเคารพ “ซาลาม นายท่าน ซาลาม”
       “ซาลาม ข้าพเจ้าหวังพึงด้วยเถอะ ขากลับอันตรายเหลือเกิน” นะหมัดอ้อนวอน
       “พูดซ้ำซากทำไม” ยูซุฟจ้องมอง นัยน์ตาดุเขม็ง
       สองคนฟุบลงไปกับพื้นทรายยูซุฟสั่ง
       “เอาตัวมันไป”
       ลูกน้องเข้ามาจับตัวไป
       จังหวะนี้นะหมัดเหลือบสายตาชำเลืองไปทางชารีฟอย่างจับจ้องลอบมอง ชารีฟสบตากับนะหมัด ขมวดคิ้วสงสัย
       ลูกน้องยูซุฟลากสองคนกลับไป
       “ไอ้สองคนนี้เป็นเดนคนจริงๆ หน้าไหว้หลังหลอก ขี้โกง จะไม่ให้มันไปด้วยก็ไม่ได้ เพราะเป็นคนเมืองเดียวกัน”
       ชารีฟยังคงสงสัยคาใจสองคนอยู่
       ที่สุดยูซุฟลุกขึ้น “นอนได้เถอะท่าน” แล้วหันมาตบไหล่ตาฟา ป้าบใหญ่ “เจ้าไปนอนในกระโจมกับลูกน้องข้าทางโน้น”
       มิเชลล์ไหล่ทรุดเจ็บจนน้ำตาแทบร่วง แต่สายตาตื่นตระหนกมองชารีฟ ตกใจที่ต้องไปนอนกับลูกน้อง
       “เชิญท่านชารีฟนอนในกระโจมเดียวกับข้าทางนี้” ยูซุฟผายมือให้เดินไป ชารีฟลุกเดินตามไป
       หน้าตามิเชลล์ตื่นผวาทำท่าจะไปคัดค้าน แต่ชะงักยืนงงงันไม่รู้จะทำอย่างไร
       ยูซุฟกับชารีฟเดินหายเข้าไปในกระโจม
       มิเชลล์ยืนหน้าตกใจ เหลียวมองไปรอบๆ มองไปทางกระโจมลูกน้อง เห็นมีเงาของชายหนุ่มล่ำสันหลายคนปรากฏอยู่ตามกระโจมนั้น ก็ยิ่งตกใจไม่รู้จะทำยังไงดี
       ลูกน้องยูซุฟคนหนึ่ง เปิดกระโจมออกมาอย่างแรง เดินเปะปะออกมาแล้วไปยืนหันหลังให้ปัสสาวะลงทรายเสียงดังได้ยินถนัดในความมืด
       มิเชลล์ยิ่งตกใจ รีบแอบเข้าไปชิดกระโจมของยูซุฟ นั่งลงห่อตัวกอดอกด้วยความหนาว หน้าตาจะร้องไห้ มองเข้าไปในกระโจมชารีฟด้วยใจนึกโกรธ ทำไมทิ้งเรา ก้มหน้า ซบลงกับเข่ารู้สึกอ้างว้าง หมดหนทาง
       จู่ๆ มือชารีฟเอื้อมมาแตะมือของมิเชลล์ ชารีฟทรุดตัวลงนั่ง มิเชลล์ตกใจเงยหน้ามอง แล้วผวาเข้าหาชารีฟอย่าลืมตัว อารามดีใจ ชารีฟนั่งมองหน้าด้วยสายตาอบอุ่น ยิ้มน้อยๆ จับไหล่ทั้งสองข้างบอกเสียงนุ่ม ท่าทีจริงจัง
       “คิดได้ยังไง ว่าฉันจะทิ้งเธอให้ไปนอนรวมกลุ่มในกระโจม คนงานผู้ชายนั่น”
       
       ด้านหมอผีชราควบม้ารอนแรมมาในทะเลอย่างรวดเร็วเพื่อไปแจ้งกองตำรวจทะเลทราย แล้วสักพักแทนสายตาเห็นกองไฟอยู่ไกลๆ
       
       หมอผีชราชักม้าให้หยุดลง ตัดสินใจแล้วควบม้าออกไปทางแสงไฟ

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 6
        ข้างๆ กองไฟ มีชาวเบดูอิน 6-7 คน กำลังล้อมวงกินอาหารกันอยู่ แล้วทันใดมีเสียงฝีเท้าม้า ทุกคนมองหน้ากันแล้วคว้าอาวุธปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม หมอผีชราโผล่มา
       
       เบดูอินคนที่ 1 ตะโกน “หยุด ไม่หยุดกูยิงนะโว้ย”
       หมอผีชะงัก แล้วกระโดดลงมาจากหลังม้า หกล้มหกลุกแล้วค่อยๆ ลุกขึ้น ชูมือขึ้นสูง
       “อย่ายิงจ้ะ อย่ายิงข้าเป็นหมอ ไม่ใช่โจร”
       เบดูอินคนที่ 2 ถาม “เป็นหมอเรอะ หมอมาทำอะไร”
       “คือ...” ตาเฒ่าค่อยๆ เดินใกล้เข้ามา “คือข้าอยากจะอาศัยเดินทางไปกับคาราวานไม่รู้ว่าพวกเจ้าจะเดินทางไปไหน”
       เบดูอินคนที่ 1 ถามฉุนๆ “ก็เจ้าจะไปไหนล่ะ”
       หมอผีชราอึกอัก “เอ้อ ไป ไปไหนก็ได้ ที่มีกองตำรวจทะเลทราย”
       เบดูอินคนที่ 3 ประหลาดใจ “เจ้าจะไปพบตำรวจ ไปทำไมกัน เกิดอะไรขึ้นเรอะ”
       “คือ ข้ามีเรื่องสำคัญ ต้องแจ้งให้ตำรวจรู้เกี่ยวกับเกี่ยวกับพวกกบฏน่ะจ้ะ ข้าต้องรายงานด่วน”
       เบดูอินคนที่ 1 งง หนัก “กบฏอะไร”
       “กบฏในเมืองหลวงสิ เจ้าเร่ร่อนอยู่แต่ในทะเลทราย เจ้าไม่รู้เรื่องหรอก งานนี้มีรางวัลด้วยนะ หากเจ้าให้ข้าไปด้วย ข้าจะแบ่งรางวัลให้เจ้าทุกคน ตกลงไหม”
       พวกเบดูอินมองหน้ากัน
       เบดูอินคนที่ 1 สนใจมาก “รางวัลรึ”
       “ใช่ รางวัลนำจับคนสำคัญ คนยิ่งใหญ่คนหนึ่ง” หมอผีชราตาเป็นประกาย
       
       ส่วนชารีฟพามิเชลล์เข้ามาในกระโจมที่พักยูซุฟ ตบไหล่มิเชลล์ไม่แรงมาก แสดงให้เห็นว่านี่เป็นผู้ชาย
       “เอ้า..ตรงนั้น”
       ยูซุฟจับตัวตาฟาไปทางหนึ่ง
       “เอ้า มาพอดี มานอนตรงนี้มา”
       มิเชลล์ตาเหลือกมองชารีฟ
       “พาตัวมานอนใกล้ๆ ตัว”
       ยูซุฟหันมาหัวเราะ “เจ้านายเจ้า เป็นห่วงเจ้าเหลือเกิน นอนก็ต้องเอามานอนด้วย” พลางหันมาพูดกับตาฟา “เอ้า..ตามสบายนะ” ยูซุฟเอาผ้ามาห่มให้
       มิเชลล์หน้าเสียมองชารีฟ ขณะชารีฟยิ้มขำๆ “เฮ้ยไอ้ตาฟามานอนนี่” ตบที่นอนเรียก
       “ทำไมล่ะ ก็มันนอนจะหลับแล้ว”
       “มันนอนดิ้น มา เร็วสิวะ ชักช้าทำไม เดี๋ยวเหอะ” ชารีฟเรียกอีก
       คราวนี้มิเชลล์แทบจะกระโจนมา
       ชารีฟกดตัวให้นอน จับหัวให้ลงนอนแรงๆ ตบไหล่แรงๆ หัวเราะเบาๆ ขำๆ มิเชลล์หน้ามุ่ย ค้อนนิดๆ
       “นอน” ชารีฟออกเสียงสั่ง
       มิเชลล์มองหน้า ดื้อใส่ ชารีฟจ้องตา มิเชลล์สบตาครู่หนึ่งแล้วเบือนหน้าไปทางอื่น
       ชารีฟห่มผ้าให้อย่างแผ่วเบา สองคนสบตากันซึ้งๆ อีกครั้ง ชารีฟเอามือรีดลงที่เปลือกตาของมิเชลล์เป็นเชิงให้หลับได้แล้ว ทุกอย่างเงียบสงัด ทุกคนหลับสนิท
       
       ข้างนอกกระโจม มองผ่านจากข้างในเป็นเงาดำวูบไหว เคลื่อนไปมา ที่แท้เป็นโจรตูอิคถือมีดเดินย่องมา แล้วเปิดกระโจมย่องเข้ามา มองกวาดสายตาไป ยกมีดขึ้นเตรียมพร้อมจนเห็นเป็นเงา ประกาย
       ชารีฟค่อยๆ ลืมตามอง และสีหน้าเตรียมพร้อม โจรก้าวคร่อมร่างของมิเชลล์ ยูซุฟเงื้อมีดสุดตัวแล้วจ้วงแทงทันที
       ชารีฟกระโจนลุกขึ้นทันควัน หลบมีดอ้อมไปข้างหลังแล้วรัดคอของโจรแน่นอีกมือหนึ่งบิดข้อมือที่กำมีดอยู่จนโจรร้องโอ๊ก มีดปลายมนรูปโค้งตกลงบนพื้น แล้วต่อจากนั้นก็เกิดการต่อสู้กันอย่างรุนแรง โจรพยายามหนีแต่ชารีฟจับตัวไว้
       ยูซุฟลุกขึ้นตั้งแต่แรกยืนมอง ทำท่าเหมือนกับพยายามจะเข้ามาช่วย ลูกน้อง 2-3 คน ถลันเข้ามาในกระโจม ยูซุฟสั่งเสียงดัง
       “จับมัน”
       
       โจรถูกมัดมือไว้นั่งกองอยู่กับพื้นข้างหน้ากระโจม ยูซุฟจิกหัวโจรขึ้นอย่างรุนแรง ตวาด
       “มึงเป็นใคร มาจากไหน รับจ้างใครให้มาฆ่าข้าถึงในกระโจมนี้”
       โจรสั่นไปทั้งตัว น้ำตาจะไหลเพราะความหวาดกลัว
       ชารีฟยืนกอดอกมองนิ่งๆ ส่วนมิเชลล์ยืนอยู่หน้าหวั่นๆ แอบหลังชารีฟโผล่หน้ามาท่าทางน่าขัน
       ยูซุฟกระชากคอเสื้อของมันเขย่าอย่างรุนแรง “เปิดปากของเจ้าเดี๋ยวนี้นะไอ้นรก บอกข้ามาดีๆ ว่าใครเป็นคนจ้างให้มาฆ่าข้า ไอ้บูชิค ใช่ไหม นี่ไง กูรู้นะสัญลักษณ์ผ้าโพกหัวของพวกมึง” ยูซุฟกระชากผ้าโพกหัวออกมาแรงๆ “ไอ้เดนคน ถ้ามึงไม่พูดกูจะลากลิ้นดึงมาตัดเดี๋ยวนี้”
       โจรปากคอสั่น “อย่า..อย่าทำข้า”
       “ไอ้บูชิคอยู่ที่ไหน” ยูซุฟตะคอกถาม
       “นายของข้าอยู่ที่กระโจมนอกเมืองซากากา”
       “ดีละ ข้าจะฝากของที่ระลึกไปให้นายของมึง” ยูซุฟสั่งลูกน้องเสียงดัง “ส่งศพไปให้เจ้า นายมันจนถึงกระโจมหน้าเมืองซากากา”
       ขาดคำเจ้าโจรร้ายก็ตาเหลือกลาน ยูซุฟเงื้อมีดขาววับปาดคอ เลือดพุ่งกระเซ็น ร่างอ่อนปวกเปียกทรุดลงกับพื้น
       มิเชลล์หลับตานิ่ง วิงเวียนจะเป็นลม ทำท่าน่าขำ ตลกๆ ชารีฟเข้ามาโอบไหล่ไว้ กระซิบเบาๆ
        
       “เข้มแข็งไว้มิเชลล์ เป็นการตอบแทนที่สาสมแล้ว”

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 6
        ศพของโจรตูอิคถูกผูกมัดเป็นตราสังข์ สั่งบันทุกขึ้นหลังม้า ลูกน้องยูซุฟขึ้นควบม้าอีกตัวหนึ่งจูงม้าที่แบกศพพากันไป ยูซุฟกลับมา ตวาดเสียงดัง
       
       “ใครเป็นยาม มาที่นี่”
       ยามถลาออกมา ฟุบลงกับพื้น
       “เจ้าหลับยามรึ”
       “เปล่า...ข้าพเจ้าหนาวจึงไปผิงไฟ” ยามว่า
       ยูซุฟฟาดเปรี้ยงไปที่ปากครึ่งจมูกครึ่ง ยามเลือดกำเดาไหลออกมาทันที
       “โกหก ไอ้นรก บอกมาตามตรงนะว่าไปมุดหัวอยู่ที่ไหน”
       ยามเสียงสั่นละล่ำละลัก “ข้าพเจ้าผิง...ผิง…ไฟ...ไฟ...จริง…จริงๆ”
       ยูซุฟซัดเข้าไปอีก 2-3 ที แล้วกระชากตัวเข้ามา สะบัดตัวมันค้น แล้วหยิบถุงห่อกระดาษขาวเล็กๆ ออกมาคลี่ออกโรยผงละเอียดลงไป บนกองไฟ
       “มึงหลบไปเสพยากูรู้ หมดสิ้นกันทีไอ้ยาเสพของมึง หากทำอีกเป็นครั้งที่สองกูจะลงโทษสถานหนัก”
       “ซาลาม...ซาลามนาย” ยามคำนับซ้ำซาก เดินงกๆ เงิ่นๆออกไป
       ยูซุฟหันมาทางชารีฟ “ข้าพเจ้าเป็นหนี้ชีวิตท่าน”
       “โปรดคิดว่าเป็นการช่วยเหลือระหว่างมิตรเท่านั้น ไม่มีใครเป็นหนี้ใคร”
       ยูซุฟก้มหน้าซาลามอย่างต่ำ
       
       เวลาเช้าวันรุ่งขึ้น พวกลูกน้องกำลังเก็บกระโจม ทุกคนเตรียมตัวที่จะเดินทางต่อไป ยูซุฟสั่งการลูกน้องให้เตรียมม้าเตรียมอูฐ และเก็บกระโจมให้เรียบร้อย
       มิเชลล์ยืนท่าทางไม่ค่อยสบายใจ ชารีฟเดินผ่านมาจับไหล่ บีบเบาๆ อย่างปลอบประโลม แล้วเดินตรงเข้าไปหายูซุฟ ยูซุฟหันมามอง สายตาตรึกตรองลึกซึ้ง
       “ข้าพเจ้าพร้อมแล้วที่จะออกเดินทาง” ชารีฟบอก
       ยูซุฟตัดสินใจเด็ดขาด “ข้าพเจ้ามีอะไรจะพูดกับท่านอย่างหนึ่ง สำคัญมาก เป็นเรื่องความเป็นความตาย”
       
       ตรงบริเวณห่างออกไปจากกองคาราวานเล็กน้อย แลเห็นกองคาราวานที่เตรียมพร้อมเรียบร้อย มีตาฟายืนมองจ้องมา ยูซุฟกับชารีฟยืนเผชิญหน้ากันสองคน
       “ท่านมีอะไรจะบอกข้าพเจ้า”
       “ชีคอัสมันปรารถนาที่จะให้ท่านอยู่ที่เมืองจาอุฟตลอดไป”
       “โดยการยกลูกสาวให้เป็นเมียข้าพเจ้ารึ” ชารีฟยิ้มบางๆ
       “นั่นเป็นผลพลอยได้ แต่แผนการของชีคคือให้ตำรวจทะเลทรายตามจับท่านเมื่อออกจากซากากา และการตามจับนั้นจะไม่มีวันสิ้นสุดจนกว่าท่านจะเปลี่ยนใจอยู่กับเราตลอดไป”
       ชารีฟหน้าชะงักทันที สีหน้าเคร่งขรึม ไม่ค่อยพอใจ
       “ท่านบอกให้ข้าพเจ้าทราบเพื่ออะไร ท่านยูซุฟ”
       “เพราะว่าท่านช่วยชีวิตข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะตอบแทนท่าน...ท่านต้องการอะไร ข้าพเจ้าไม่ขัดขวาง ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะถูกลงโทษจากชีคอัสมันก็ตาม”
       
       เวลาตอนเย็น ที่โรงพักสัตว์ เป็นเพิงกว้างใหญ่ ยูซุฟเดินนำชารีฟเข้ามาในนั้น มิเชลล์เดินตามมา
       “ขอให้ท่านซ่อนในโรงพักสัตว์นี้ก่อน จนกว่าจะมืด พระจันทร์ขึ้นแล้วค่อยออก เดินทาง กองคาราวานของข้าพเจ้าจะไปทางทิศใต้”
       “แล้วข้าพเจ้าล่ะ” ชารีฟถาม
       “ท่านควรเดินทางขึ้นไปทางเหนือ ชั่วเวลาเจ็ดวันท่านจะพบโอเอซีสใหญ่ชื่อ โอเอซีสแห่งอานาอีซา”
       ครู่ต่อมา ยูซุฟไปแล้ว ชารีฟนั่งนิ่งๆ ตาเฝ้ามองไปที่ตาฟา เห็นตาฟานั่งจัดข้าวของที่อยู่ข้างๆ ด้ามมีดโผล่ออกมาจากผ้าคลุม
       “คืนมีดแล้วหรือยัง”
       “ยัง”
       “อ้าว”
       “ทำไมคะ”
       “จะคืนหรือไม่คืนเนี่ย”
       “ไม่คืนค่ะ”
       ชารีฟชักฉุน “เอ๊ะ”
       “คุณหาเอาใหม่ซีคะ”
       “มีดเล่มนั้นมีตราทหารราชองครักษ์ประทับอยู่นะ”
       “ก็ฉันชอบ”
       “เฮ้อ…” ชารีฟถอนหายใจเสียงดัง ลุกขึ้นเดินไปเดินมา “นี่เธอยังไม่ไว้ใจฉันอีกเหรอ จะสงวนตัวไว้ให้องค์อาหเหม็ดเหรอ ท่านสิ้นพระชนม์แล้วนะ”
       ตาฟาสะบัดหน้าทันควันมองชารีฟนัยน์ตาเขียวปั๊ด เถียงเสียงดัง “ฉันบอกแล้วไงคะว่าที่ตัดสินใจไปอยู่ในฮาเร็มขององค์อาหเหม็ดนั้นเป็นเรื่องสุดวิสัย แล้วฉันจะบอกให้นะว่า แม้ฉันจะเป็นเมียน้อยเพื่อแลกชีวิตฉันก็ยอม เพราะกลางคืนย่อมจะหมดไป แล้วกลางวันที่สว่างไสวก็จะตามมา มันก็คงมีทางที่จะหลุดรอดจากขุมนรกนั่นมาซักวันหรอกน่า”
       ชารีฟลุกขึ้นเข้ามาตรงหน้าตาฟานัยน์ตาเป็นประกายด้วยความโกรธ “เธอว่าฮาเร็มขององค์อาหเหม็ดเป็นขุมนรกรึ”
       ตาฟาเงยหน้ามองสบตาชารีฟอย่างกล้าหาญ รับคำเสียงหนักแน่น “ค่ะ แต่ก็เป็นขุมนรกชั้นดี แล้วถ้าจะต้องเป็นเมียน้อย ใครสักคนก็ต้องเลือกเป็นเมียน้อยของคนระดับนี้ ยังไง ยังไง ก็ยังมีเงินทองใช้ มีเครื่องเพชรนิลจินดาประดับ”
       ชารีฟมองจ้องมิเชลล์ สายตาพินิจพิจารณา มีแววฉงนและไม่แน่ใจ
       “อะไรคือความปรารถนาที่แท้จริงของเธอนะ มิเชลล์”
       “ปรารถนาในเรื่องอะไรไม่ทราบ”
       “ครอบครัวไง”
       มิเชลล์ตอบทันควัน “ฉันไม่เคยมีครอบครัว”
       
       ปลายเสียงสั่นเครือด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 6
        ชารีฟซึ่งกำลังเดินไปเดินมา ชะงักฝีเท้าหันกลับมามอง เห็นมิเชลล์ในคราบตาฟานั่งกอดเข่า เหมือนคนมีทุกข์หนัก เงยหน้าขึ้นสบตาชารีฟเต็มๆ
       
       “สงสัยอะไรเหรอคะ ที่จริงฉันก็เคยมีพ่อแม่และครอบครัวเหมือนกัน แต่มันไม่ ชัดเจนจนรู้สึกว่าเหมือนความฝันที่ฉันจำได้ก็คือ ฉันมีครอบครัวที่ใหญ่มาก พี่น้องมาจากที่ต่างๆ หน้าตาไม่เหมือนกัน พ่อไม่มี มีแต่แม่”
       สองคนสบตากันอย่างแรงอีกครั้งหนึ่ง ชารีฟมองอย่างสนใจว่ามิเชลล์จะพูดอะไรต่อไป
       “แม่ชีไงคะ”
       นัยน์ตาชารีฟวูบลงด้วยความสงสาร
       “ฉันเป็นคนที่ขาดทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ไม่แปลกอะไรที่ฉันจะเดินทางมาประเทศนี้ แล้วก็ตัดสินใจเป็นสนมขององค์อาหเหม็ดเพียงเพื่อแลกกับชีวิต ฉันอาจจะตัดสินใจทำอะไรง่ายๆ เพราะเด็กกำพร้าทุกคนเป็นเหมือนกันหมดไม่ว่าจะได้รับความอบอุ่นเพียงใดก็ไม่มีวันจะเพียงพอ”
       ชารีฟจ้องหน้ามิเชลล์นิ่งๆ
       “และที่สำคัญที่สุดก็คือ ชีวิตของเด็กกำพร้านั้นเป็นชีวิตที่เศร้าหมองตลอดกาล ถ้าคนที่พื้นฐานจิตใจไม่ดีอาจจะฆ่าตัวตายไปก็ได้ แต่ฉันไม่ต้องการหนีชีวิตแบบนั้นหรอก ดูโง่เง่าจริงๆ”
       “เธอคิดจะอยู่ตัวคนเดียวหรือเปล่า”
       “คุณถามทำไม”
       ชารีฟก้าวเข้ามาอีกก้าวหนึ่ง มองจ้องนัยน์ตาบอกความในใจออกมาบางส่วน “เธอเลิกระแวงฉันหรือยัง”
       “ยังค่ะ” มิเชลล์ตอบทันที
       ชารีฟหน้าตึงขึ้นทันที “ทำไมล่ะ”
       “ท่านเป็นผู้ชายหนุ่มและฉันเป็นหญิงสาวซีคะ”
       ชารีฟเงยหน้าหัวเราะชอบใจเสียงดัง
       มิเชลล์หน้างอใส่ “ถ้าเผื่อท่านเป็นผู้หญิง และฉันเป็นผู้ชาย ท่านก็คงจะตอบอย่างนี้เหมือนกัน”
       ชารีฟยังคงหัวเราะชอบใจอยู่ ดึงแขนมิเชลล์ให้ลุกขึ้น
       “ไป...ไปตลาดกันดีกว่า”
       
       บริเวณตลาดที่สองคนเดินเข้ามา เป็นตลาดที่มีสภาพจ้อกแจ้กจอแจ อาณาบริเวณกว้างขวาง มีการซื้อขายม้าอูฐ แพะ แกะ เป็นตลาดแบกับดิน ซึ่งผู้ขายเป็นชาวเบดูอิน สินค้ามีอาหารแห้ง ผ้าแพรพรรณ และของเครื่องใช้อื่นๆ
       มิเชลล์นั้นเดินตามชารีฟต้อยๆ โดยยึดเสื้อคลุมของชารีฟไว้แน่นเพราะกลัวหลง ขณะนัยน์ตาคอยสอดส่ายมองสินค้าที่ขายตามข้างทาง มีร้านขายผลไม้ ส้ม ลูกโตสีเหลืองสด มองจ้องส้มและคิดในใจว่าอยากซื้อหันกลับมากระตุกแขนเสื้อชารีฟเบาๆ
       “ท่านคะ”
       ชารีฟยืนกอดอกมองนิ่งไปยังที่แห่งหนึ่ง
       “ท่านคะ เอ้อ ท่านครับ”
       ชารีฟยังคงยืนจ้องไปข้างหน้า มิเชลล์มองตามสายตานั้น เห็นนะหมัดกับกาเซ็มยืนปะปนอยู่กับผู้คนทั้งหลาย มีผู้ชาย 3 คนซึ่งเป็นตำรวจทะเลทรายยืนรวมอยู่ด้วย ทั้งหมดจับตามองมาที่ชารีฟ นัยน์ตาสำรวจถี่ถ้วน สองพี่น้องกระซิบอะไรบางอย่างกับผู้ชาย 3 คนนั้น แล้วทั้งหมดก็ค่อยๆหลบหายไป
       มิเชลล์มอง ชารีฟก็มอง แล้วชารีฟก็หันหลังกลับ ค่อยๆ เดินไปตามทาง
       มิเชลล์เดินตาม กระตุกเสื้อคลุมอีก “ท่านครับ”
       “พูดไปซี่”
       “ฉันอยากจะซื้อขนมหวานและผลไม้”
       “ตามใจ อย่าเดินไปไกลนักนะ เดี๋ยวจะหลง”
       “ขอบคุณครับ”
       ชารีฟออกเดินต่อไป มิเชลล์เดินตามไปอีกอย่างใกล้ชิด ชารีฟหยุดทันควัน มิเชลล์ชนโครมเข้าให้เพราะมัวหันไปมองทางร้านผลไม้
       ชารีฟหันกลับมาฉวยแขนมิเชลล์ มือข้างหนึ่งตบไหล่แรงพอควร
       “เดินดีๆ ซีเจ้า” ชารีฟเสียงดังเหมือนเอ็ดแล้วเปลี่ยนเป็นกระซิบ “ทำไมยังไม่ไปล่ะ”
       “ก็…” มิเชลล์อึกอัก “ฉันไม่มีเงิน เอ๊ย…” มิเชลล์เสียงดังขึ้นนิด “ก็ผมไม่มีเงินนี่ครับ”
       “อะไรนะ”
       “ขอเงินครับ”
       ชารีฟบ่นเบาๆ “ยุ่งจริง” พลางหยิบเงินส่งให้
       มิเชลล์รับเงินมา “ไม่พอครับท่าน ขออีกหน่อย”
       ชารีฟโอบไหล่ พาเดินไปเรื่อยๆ ยื่นหน้ามากระซิบ
       “ที่นี่ไม่มีใครใช้เงินฟุ่มเฟือย ไม่ใช่ปารีสหรือลอนดอนนะ”
       มิเชลล์หยุกกึกทันที มองนัยน์ตา ค้อนนิดๆ “ขี้เหนียว”
       “ฉันจำเป็นต้องเก็บเงินไว้”
       “ผมก็จะซื้อของจำเป็นนี่ครับ ของที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั้งนั้น พวกท่านคงจะเป็นอย่างนี้ทุกคนละซี่ เวลาจ่ายเงินให้เมียหมายเลข 1, 2, 3, 4, ทำยังกะให้เงินขอทาน ผมว่าผู้หญิงที่นี่น่ะควรจะปฏิวัติได้แล้ว หากินด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง” มิเชลล์พูดเร็วปรื๋อ
       ชารีฟมัวแต่ยืนงง
       “ไม่เอาก็ได้” แล้วมิเชลล์ก็เดินลิ่วไปทันที
       
       ชารีฟมองตาม นัยน์ตายิ้มมีแววเอ็นดูเต็มตา
        
       อ่านต่อหน้า 4

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 11
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 10
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 9
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 8
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 130 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 127 คน
98 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
2 %
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014