หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ฟ้าจรดทราย

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 8

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
22 สิงหาคม 2556 17:09 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 8
        ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 8
       
       ชารีฟเล่าเรื่องให้มิเชลล์ฟังเป็นฉากๆ จนเห็นเป็นภาพเหตุการณ์อย่างละเอียด เริ่มจาก ตอนที่ชารีฟอยู่ที่กระโจมของเขา กำลังหารือกับนายพลมุสกัต สีหน้าชารีฟเครียดเหลือเกิน
       
       “เรามาทบทวนรายละเอียดของงานครั้งนี้อีกที ศาสตราจารย์โมฮัมหมัดจะเดินทางมาผ่าตัดให้เจ้าชายโอมานในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ท่านจะต้องปลอมเป็นเขาและออกเดินทางไปแทนเขา ไปผ่าตัดเจ้าชายโอมาน และแทนที่จะผ่าตัด ท่านต้องฆ่าเจ้าชายแทน”
       ชารีฟขมขื่น ซบหน้ากับฝ่ามือทั้งสองข้างพึมพำออกมา “ทำไมไม่เป็นคนอื่น”
       “ทำไมไม่ให้คนอื่นไปน่ะหรือ ท่านราชองครักษ์ มีหลายเหตุผล ข้อที่หนึ่ง ทรงมั่นใจในฝีมือของท่าน มั่นใจความเฉลียวฉลาดรู้จักเอาตัวรอดของท่าน”
       “นั่นคือดีหรือไม่ดี” ชารีฟตัดพ้อออกมาอีก
       “ดีสิ...ดี ข้อสอง ไม่มีใครที่ทรงจะไว้ใจให้ทำงานนี้ได้ ต่อให้หาทั่วอานาอีซา”
       ชารีฟทำหน้ายอมรับโดยดุษฎี
       “ข้อสำคัญอยู่ที่ข้อสุดท้าย เพราะท่านมีเค้าโครงหน้าและรูปร่างเหมือนศาสตราจารย์โมฮัมหมัดมาก จนไม่มีใครจับได้”
       ชารีฟจำต้องยอมรับ “เหตุผลทั้งสามข้อข้าพเจ้าปฏิเสธไม่ได้ แต่มีเหตุผลสำคัญมากที่ข้าพเจ้าต้องปฏิเสธกับองค์อาหเม็ดด้วยตัวเอง”
       “ท่านว่าอะไรนะ ท่านจะปฏิเสธไม่รับทำงานนี้”
       “ใช่ ข้าพเจ้าจะปฏิเสธไม่รับงานนี้”
       “ท่านเดาได้หรือไม่ว่าองค์อาหเม็ดจะรับสั่งว่าอย่างไร”
       
       ในกระโจมองค์อาหเม็ด แบ่งเป็นห้องบรรทมของสุลต่าน และห้องทรงงานส่วนพระองค์ด้วย โดยส่วนด้านนอกในกระโจม เป็นที่รับแขก
       ในห้องทรงงานในกระโจมองค์อาหเม็ด เสียงองค์สุลต่านตบโต๊ะอย่างแรง จนเสียงก้องกังวาน ซ้อนกันหลายๆ ที ขนาดนายพลมุสกัตอยู่หน้าห้องถึงกับสะดุ้งสุดตัว
       ส่วนด้านในชารีฟจ้องหน้าอาหเม็ด สีหน้าตัดสินใจแล้ว องค์อาหเม็ดกัดกรามแน่น พยายามระงับ อารมณ์ซึ่งใกล้เดือดอย่างสุดความสามารถ
       และถึงตอนนี้องค์อาหเม็ดตรัสเสียงต่ำเข้ม “เจ้านั่นแหละต้องไป ไม่มีคนไปแทน”
       “ข้าพองค์ขอรับโทษทัณฑ์ทุกอย่างที่จะทรงลงโทษ ยกเว้นสิ่งเดียวคือปลอมตัวเป็นศาสตราจารย์โมฮัมหมัดไปฆ่าโอมาน”
       “และนั่นเป็นสิ่งเดียวที่ข้าจะให้เจ้าทำ...สิ่งเดียวเท่านั้น”
       “ข้าพเจ้าขอขัดขืนพระบรมราชโองการพระเจ้าค่ะ”
       องค์อาหเม็ดตบโต๊ะอีกสองสามที คราวนี้แรงและดังกว่าเมื่อกี้อีก
       นายพลมุสกัตสะดุ้งมากกว่าเดิม
       “บอกเหตุผลมา” สุ้มเสียงองค์อาหเม็ดจากเบาๆ แล้วดังขึ้นๆ จนสุดเสียง “บอกมาเหตุผลของเจ้าที่จะไม่ยอมทำในสิ่งที่ไม่มีใครทำได้...บอกมา” ท้ายคำสุรเสียงดังสุด และพูดเร็วปรื๋อ
       “อย่างที่ทูล ฆ่าคนในสนามรบข้าพระองค์ฆ่าได้ ทหารกบฏหน้าห้องบรรทมสามคนวันที่เกิดเหตุการณ์กบฏนั้น ข้าพระองค์ก็ฆ่าได้เพราะมันเป็นเหตุจำเป็น แต่ฆ่าคนบนเตียงผ่าตัดในฐานะแพทย์ ข้าพระองค์ทำไม่ได้ ข้าพระองค์ไม่สามารถใช้วิชาชีพปลิดชีวิตคนไข้ขณะที่เขานอนรอคอย ข้าพระองค์เป็นหมอ คนไข้เห็นหมอย่อมต้องการหายไม่ใช่ต้องการตาย ข้าพระองค์เป็นแพทย์จริงๆ ไม่ใช่แพทย์ปลอม เหตุใดพระองค์จึงไม่ให้แพทย์ปลอมๆ ไปปฏิบัติงานใต้ดินลับสุดยอดครั้งนี้”
       “พอแล้วเจ้าชารีฟ” องค์สุลต่านลุกขึ้นทันที “ข้าไม่ฟังเจ้าอีกแล้ว แต่ถ้าเจ้าไม่ทำงานใหญ่ครั้งนี้ ก็อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก ทิ้งข้าไว้กลางทะเลทรายผืนนี้แล้ว เจ้าจะไปไหนก็ไป”
       องค์อาหเม็ดกริ้วสุดขีด เดินออกไปทันที
       ชารีฟพรวดไปดักข้างหน้า ลงนั่งราบกับพื้น ซาลามต่ำหน้าโขกกับพื้น ทว่าองค์อาหเม็ดเดินหลีกไปอย่างเลือดเย็น
       ชารีฟ มองตาม แววตาผิดหวังเหลือเกิน
       
       ที่หน้าห้องทรงงานขององค์อาหเม็ด ในกระโจม ที่แบ่งเป็นห้องบรรทมของสุลต่าน และห้องทรงงานส่วนพระองค์ด้วย โดยส่วนด้านนอกห้องในกระโจม เป็นที่รับแขก
       นายพลมุสกัตกำลังอ้อนวอนอัลเลาะห์ ขณะองค์อาหเม็ดเดินออกมา มุสกัตหลบวูบ
       สุลต่านเดินไปพูดไป “นายพลมุสกัต เจ้าก็สมควรตามชารีฟไป ข้าอยู่ได้กลางทะเลทรายนี้คนเดียว”
       องค์อาหเม็ดลับตัวไปแล้ว นายพลมุสกัตยืนตะลึง ชารีฟโซเซออกมา
       ชารีฟพยายามรวบรวมกำลังใจให้เข้มแข้ง จากไหล่ที่ห่อคอที่ตก ค่อยๆ หยัดยืนขึ้นเต็มตัว นายพลมุสกัตมองอย่างเข้าใจ และเห็นใจ
       “ข้าพเจ้าจะวางหัวใจของแพทย์ไว้ที่นี้ และใช้หัวใจทหารให้เต็มตัวในการทำงานครั้งนี้”
       นายพลมุสกัตตบบ่า “ดีมาก ชารีฟ ขอให้คิดเสมอว่าเราทุกคนเสี่ยงชีวิตครั้งนี้เพื่ออะไร ไม่ใช่เพื่อองค์อาหเม็ดแต่เพื่อชาติของเราแต่เพื่อชาวบ้านตาดำๆ ที่เราเคยพบ คนพวกนั้นลำบากเหลือเกินภายใต้อุ้งมือของเจ้าชายโอมาน สายของเราบอกว่าโอมานขูดรีดภาษีเพิ่มขึ้นเพื่อเอาเงินไปซื้ออาวุธ
       “จะมีอาวุธไปทำไมในเมื่อราษฎรยังหิวโหย”
       “นั่นแหละคือคำถามที่ไม่มีคำตอบ”
       
       “ท่านรู้หรือไม่ท่านนายพลมุสกัต ว่าใครจะไปกับข้า”

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 8
        เหตุการณ์ต่อมา เกิดขึ้นในคืนเดียวกันนั้น ม่านกระโจมที่พักของชารีฟ ถูกเปิดออก เห็นการิมยืนเด่นอยู่ บุคลิกลักษณะแตกต่างไปจากเดิม หนวดเคราขึ้นเต็มหน้า
       
       ชารีฟจ้องแล้วลุกขึ้นเต็มแรง การิมทำความเคารพต่ำ สีหน้าตื่นเต้น
       “การิม”
       “ข้าพเจ้า…การิมได้รับคำสั่งให้ร่วมงานยิ่งใหญ่ที่สำคัญยิ่งและที่เป็นความลับสุดยอดกับท่านราชองครักษ์ ข้าพเจ้าภูมิใจและเป็นเกียรติที่สุดแม้ว่าจะถึงตายก็ยอม” การิมบอกด้วยเสียงเข้มแข็ง เป็นทางการ
       ชารีฟเดินมาจับแขน “ลุกขึ้น เราบอกมไม่ถูกว่าดีใจแค่ไหนที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่”
       สองคนกอดกันอย่างตื้นตันใจ
       “เราภาวนาตลอดเวลาให้เจ้ารอดตาย รวมทั้งทหารอีกสองคน ที่เราให้ไปบ้านบิดาเราด้วย”
       “ผมก็หวังเช่นนั้นครับท่านราชองครักษ์” การิมเปลี่ยนสรรพนามจากข้าพเจ้าเป็นผม
       “ไหนเล่าไปซิการิม เจ้าหนีออกจากเมืองยังไง”
       “ผมฆ่าทหารของเจ้าโอมานคนหนึ่ง แล้วแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าของมัน”
       ชารีฟหัวเราะเบาๆ “ไม่น่าเชื่อว่าเราใช้วิธีการเดียวกัน แล้วยังไง เข้าไปร่วมรบกะมันด้วยหรือ”
       “รบกับใครก็ไว้ชีวิตเขาทั้งนั้นขอรับท่าน ปล่อยไปหลายคน”
       ชารีฟหัวเราะชอบใจ “เออ…ไส้ศึกอยู่ปลายจมูกมันยังไม่รู้”
       “ทหารกอง....” การิมหัวเราะเหมือนกัน “ไม่เคยจำชื่อกองทหารนั่นได้เลย ชื่อยาวๆ น่ะครับ”
       “กองรักษาการณ์ ลาดตระเวน สอดแนม อะไรทำนองนี้”
       “ครับ กองนั่นน่ะครับ มีทหารมาจากทุกทิศทุกทาง มั่วไปหมด ไม่มีใครรู้ระเบียบวินัยของทหารซักคน ลุยไปข้างหน้าอย่างเดียว”
       “ก็นั่นแหละที่โอมานต้องการ รู้จักฆ่าคนเท่านั้น”
       สองคนลงนั่ง สีหน้าบ่งบอกทั้งเสียใจและเศร้าใจ
       “แล้วต่อจากนั้นล่ะ”
       “ผมไปขอร่วมขบวนกับกองคาราวานที่เดินทางไปโอไอดะ”
       “ทำไมถึงไปโอไอดะ มีตั้งหลายเมือง”
       การิมมองชารีฟด้วยสายตาซื่อสัตย์มั่นคงดังเดิม เสียงสั่นด้วยความสะเทือนใจ “ผมภาวนา ขอให้พระอัลเลาะห์บันดาลให้ผมไปทางเดียวกับท่าน ผมรู้ว่าท่านต้องหาทางออกจากเมืองจนได้”
       ชารีฟตบไหล่ แล้ววางนิ่งอยู่อย่างนั้น พยักหน้าแสดงความขอบใจด้วยท่าทางนั้น การิมไปรินน้ำจากเหยือกส่งให้ชารีฟ ชารีฟบอกขอบใจ
       “แล้วมาถึงนี่ได้ยังไง”
       “จากโอไอดะ ผมพบสายของนายพลมุสกัต เราเคยรู้จักกัน”
       “โอ...เป็นโชคอย่างยิ่ง แล้วเจ้าไปไหนมา เรามาถึงหลายวันแล้ว”
       “ผมออกลาดตระเวน เพิ่งกลับมาถึงเมื่อเช้านี้ นายพลมุสกัตบอกข่าวดีนี้ ผมดีใจเหลือเกินครับ ท่านราชองครักษ์”
       “งานนี้เสี่ยงมากนะการิม เป็นหรือตายเท่ากัน”
       “งานของท่านเสี่ยงกว่าผมหลายเท่า ท่านยังยอม ผมเป็นใครล่ะถึงจะยอมไม่ได้”
       
       อีกเหตุการณ์ วันรุ่งขึ้น ที่ลานหน้ากระโจมที่ประทับขององค์อาหเม็ด
       ทหารทั้งหมดยืนนิ่ง รอองค์อาหเม็ด โดยมีทหารแต่งชุดเบดูอินร้อยกว่าคน ยืนเข้าแถวห่างออกไป
       องค์อาหเม็ดเดินออกมาจากกระโจม นายพลมุสกัต และนายพลท่านอื่นๆ นายพัน นายร้อย ยืนกันเต็มลาน
       ทุกคนจ้องที่องค์อาหเม็ดที่กำลังเดินออกมา มายืนเด่นเป็นสง่า ทหารทุกคนทำความเคารพ ส่งเสียงเข้มแข็งฮึกเหิม
       องค์อาหเม็ดพยักหน้ากับทุกคน แล้วชูมือให้เสียงอื้ออึงหยุดลง
       “ขอให้ทุกคนเข้มแข็งและเชื่อเรา เราจะนำแผ่นดินฮิลฟารากลับมาให้พวกเราให้ได้ เราสัญญา”
       เสียงร้องอื้ออึงดังขึ้นอีก ทุกคนชูมือ ส่งเสียงร้องเชียร์เซ็งแซ่
       
       องค์อาหเม็ดเดินเข้าในกระโจม ชารีฟ นายพลมุสกัต การิม และนายทหารยศสูง 2-3 คนเดินตาม

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 8
        เวลาต่อมา องค์อาหเม็ดประทับนั่งเป็นประธานอยู่แล้ว ทุกคนรายล้อมรอฟัง
       
       “ชารีฟเจ้าจะต้องปลอมตัวเป็นศาสตราจารย์โมฮัมหมัด ดูหน้าเขาไว้”
       ภาพใบหน้าศาสตราจารย์โมฮัมหมัด เห็นชัดๆ ต่อหน้าทุกคน ซึ่งยืนมองรูปนั้นนิ่งๆ อย่างใช้ความคิดกันทุกคน
       “ศาสตราจารย์โมฮัมหมัดจะเดินทางมาผ่าตัดให้โอมานในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า” มุสกัตบอก
       องค์อาหเม็ดเดินมาใกล้ชารีฟ ตบไหล่ “ดู ดูเขาให้เต็มตา”
       “พ่ะย่ะค่ะ”
       “เพราะเจ้าจะต้องปลอมเป็น “เขา” ให้แนบเนียนที่สุดจนกว่า...”
       ทุกคนนิ่งฟัง
       องค์อาหเม็ดบอก “...จนกว่าเจ้าจะฆ่าโอมานตายแล้ว
       ทุกคนยืนสงบเงียบ
       “ไหนทวนสิว่าแผนการเป็นอย่างไร”
       ชารีฟอธิบาย “ข้าพระองค์ไปกับร้อยเอกการิม” พลางผายมือไปทางการิม
       การิมก้มซาลามต่ำ ถวายการเคารพ
       ชารีฟพูดต่อ “เราจะไปรถไฟจนถึงเมืองชายแดนเล็กๆ เมืองนี้” พลางจิ้มลงไปบนแผนที่ “ข้าพระองค์จะไปพบคนคนหนึ่ง คนคนนั้นที่จะพาไปสมัครงานเป็นคนรับใช้ที่บ้านของศาสตราจารย์โมฮัมหมัด ที่บ้านท่านศาสตราจารย์ ข้าพระองค์จะคอยสังเกตกิริยาท่าทีของเขาและทำให้เหมือนเขาให้มากที่สุด”
       “ต่อจากนั้น...” สุลต่านถาม
       “ข้าพระองค์จะออกเดินทางไปกับการิม”
       องค์อาหเม็ดซัก “ไปไหน”
       “ไปยังจุดที่ศาสตราจารย์โมฮัมหมัดจะเปลี่ยนจากเรือบินโดยสารธรรมดามาเปลี่ยนเป็นเครื่องบินส่วนพระองค์เพื่อบินไปฮิลฟาราเข้าห้องผ่าตัด ข้าพระองค์กับการิมจะรอเปลี่ยนตัวที่นั่น”
       “อา...แผนการณ์ละเอียดลึกซึ้งดีเหลือเกิน แล้วยังไงต่อไป”
       ชารีฟอธิบายแผน “ศาสตราจารย์จะถูกลักพาตัวไป ข้าพระองค์และการิมในฐานะหมอผู้ช่วยจะเดินทางเข้าฮิลฟาราแทน เริ่มงานผ่าตัด”
       องค์สุลต่านชอบใจ “และฆ่ามัน ฮ่ะ..ฮ่ะ..ฮ่ะ เอาล่ะ ทีนี้แผนการของข้าสำหรับสนับสนุนการทำงานของเจ้านายพลมุสกัต”
       นายพลมุสกัตอธิบาย “กองทัพของเราจะเข้ายึดฮิลฟารา หลังจากท่านราชองครักษ์และการิมเข้าไปในพระราชวัง และส่งสัญญาณพลุสีแดงให้รู้ว่าฆ่าโอมานได้แล้ว”
       “ตลอดเวลาที่เจ้าอยู่ในวังกับโอมาน เจ้าต้องช่วยตัวเองชารีฟ ถ้าเกิดอะไรขึ้น อย่างเช่นเจ้ายังไม่ทันฆ่าโอมานเกิดสงสัยขึ้นมาหรือไอ้ทหารของมันคนใดคนหนึ่งเกิดสงสัย เจ้ากับการิมรู้แล้วว่าควรทำอย่างไร”
       “พระเจ้าค่ะ”
       องค์อาหเม็ดหันมาอีกทาง “การิม”
       “พระเจ้าค่ะ” การิมรับคำ
       “ไหนบอกซิ ว่าจะทำอย่างไร”
       ชารีฟกำลังจะพูด องค์อาหเม็ดโบกมือ “ทำอย่างไรก็ได้ ให้ปากเจ้าปิดสนิทไม่เอ่ยอะไรเลยที่เกี่ยวข้องกับกองทัพของเราที่จะบุกฮิลฟารา”
       “ข้าพระองค์เป็นหมอ รู้วิธีที่จะทำให้ตัวเองตายหลายวิธีพระเจ้าค่ะ”
       ขาดคำของชารีฟ ทั้งห้องนิ่งเงียบลง สีหน้าแต่ละคนเป็นไปตามอารมณ์ตน
       องค์อาหเม็ดมีสีหน้าเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง ส่งเสียงเข้ม “ฆ่าโอมานบนเตียงผ่าตัด”
       ชารีฟก้มลงมองดูมือตัวเองที่ประสานกันในท่าแสดงความเคารพ คิดครวญในใจ
       “องค์อัลเลาะห์ผู้ยิ่งใหญ่ มือสองข้างนี้เคยปฏิญาณว่าจะช่วยมนุษย์ที่เจ็บป่วยทั้งปวง ข้าปวดร้าวใจเหลือเกินที่จะต้องใช้มือทั้งสองข้างนี้ปลิดชีวิตคนในขณะที่เขากำลังอยู่ภายใต้ความช่วยเหลือของข้าพระองค์ ถึงโอมานสมควรตาย ข้าก็ไม่ควรฆ่าเขาบนเตียงคนไข้ อัลเลาะห์...พระผู้เป็นใหญ่แต่เพียงองค์เดียวในโลก ทรงพระกรุณาแก่ข้า ชารีฟบุตรแห่งเจ้าหญิงสุไบดา ผู้มีเลือดเดียวกันกับเจ้าชายโอมานด้วยเถิด ถึงโอมานจะมีเลือดผสมจากพระมารดาที่โหดเหี้ยม แต่ก็ยังมีเลือดแห่งราชวงศ์ฮิลฟาราปะปนอยู่ในองค์เช่นเดียวกับข้า ผู้มีเลือดแม่ในตัว ไม่มีงานครั้งใดที่ทรมานใจข้าเท่าครั้งนี้อีกแล้ว...องค์อัลเลาะห์... โปรดรับฟังคำวิงวอนจากข้าด้วย โปรดประทานหนทางที่งดงามกว่านี้เถิด อย่าให้ข้าต้องทำในสิ่งที่ฝืนความรู้สึกเลย”
       “ชารีฟ...ชารีฟ... ชารีฟ” องค์อหเม็ดสุรเสียงดังสุดๆ
       ชารีฟสะดุ้งสุดตัว
       “เรารู้ใจเจ้า แต่...เจ้าไม่มีทางเลือกแล้ว มีแต่เราอาหเม็ดที่สามแห่งฮิลฟาราเท่านั้นเป็นผู้เลือกเจ้า”
       
       ทุกคนมองชารีฟเป็นตาเดียวกัน

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 8
        วันต่อมา รถไฟขบวนนั้นแล่นทะยานไป ผ่านทะเลทรายที่อ้างว้างไปจรดขอบฟ้าข้างหน้า ในโบกี้รถไฟชารีฟ สวมเสื้อคลุมสีน้ำตาลปอนๆ ผ้าโพกผมสีขาวมัวซัว
       
       เสียงองค์อาหเม็ดประโยคสุดท้ายยังดังก้องอยู่ในหัวหูราชองครักษ์
       “เรารู้ใจเจ้า แต่...เจ้าไม่มีทางเลือกแล้ว มีแต่เราอาหเม็ดที่สามแห่งฮิลฟาราเท่านั้นเป็นผู้เลือกเจ้า”
       ชารีฟหน้าหมองหม่น มือกำแน่นและรู้สึกถึงแหวนที่สวมนิ้วอยู่ ชารีฟค่อยๆ ถอดแหวนออกจากนิ้วแล้วเอาใส่ชายเสื้อผูกเป็นเงื่อนตาย
       
       ชารีฟคิดถึงมิเชลล์ เหตุการณ์ในคืนก่อนออกเดินทาง ที่เล่าเรื่องจบแล้วผุดขึ้นมา ตอนเดินทางอยู่บนรถไฟ
       “โอ้...ชารีฟ... ชารีฟ ฉันรู้แล้วว่าท่านจะทุกข์ใจขนาดไหน...ท่านจะทำได้ หรือคะงานที่ต้องฝืนใจทำขนาดนี้”
       “ไม่ได้...มิเชลล์ ฉันคงทำไม่ได้”
       มิเชลล์มีสีหน้าตรึกตรองว่าจะปลอบโยนชารีฟ อย่างไร
       “ขณะนี้...เวลานี้ มีวิธีเดียวที่จะฆ่าโอมานได้...วิธีเดียวเท่านั้น”
       “ค่ะ” มิเชลล์มองหน้า จะฟังต่อ
       “ถ้าเราหวังผลโดยรวดเร็ว ไม่เสียเลือดเนื้อของทหารอีกมากมาย ไม่นองเลือด...ไม่มีอะไรวุ่นวาย คือโอมานต้องตายบนเตียงผ่าตัด”
       มิเชลล์ท้วง “ทหารของเจ้าชายโอมานอาจจะฆ่าท่าน”
       “ทหารของโอมานส่วนใหญ่เป็นทหารรับจ้าง ไม่ใช่ทหารอาชีพ พอเห็นเจ้านายตายมันก็คงแขนขาอ่อนกันทุกคน ไม่มีใครกล้าสู้หรอก” ชารีฟบอก
       “ชารีฟ ท่านจะทำหรือคะ”
       “ไม่...ฉันไม่...แต่...” ชารีฟทอดถอนใจ “ไม่มีใครทำได้นอกจากฉัน”
       “ท่านทำไม่ได้นะคะ อย่าทำเลย ท่านจะต้องเสียเกียรติภูมิของแพทย์ ถ้าท่านทำท่านจะเป็นแพทย์ไม่ได้อีกตลอดชีวิต”
       ชารีฟกุมหัว ทุกข์ใจจริงๆ
       “องค์อาหเม็ดกับประชาชนชาวฮิลฟาราทั้งหมด ท่านไม่ต้องคิดถึงหรอกค่ะ จะลำบากอยากแค้นยังไงท่านไม่ต้องเป็นห่วง ท่านต้องคิดถึงตัวท่านเองก่อน อย่าเพิ่งไปคิดถึงใคร”
       ชารีฟนิ่งงันจ้องหน้ามิเชลล์ รู้ดีว่ามิเชลล์แกล้งพูด
       มิเชลล์สารภาพทั้งหมดด้วยสีหน้า ว่าแกล้งพูด
       “โอ มิเชลล์ เธอนั่นเองเป็นคนตัดสินชะตาชีวิตของฉัน คำพูดแค่นี้เอง เพราะฉันคิดถึงแต่ตัวฉัน”
       “ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ...ตัวท่านนั้นแหละ ฉันพูดเพราะฉันรู้จักท่านดี”
       ชารีฟกอด สีหน้าซาบซึ้งใจ
       “ท่านใช้หัวใจแพทย์” มิเชลล์แตะแล้ววนมือที่หัวใจของชารีฟ “คิดอย่างเดียวท่านยังไม่ได้ใช้หัวใจของทหาร”
       ชารีฟพยักหน้า
       “ยังไม่ได้ใช้หัวใจของข้ารับใช้เบื้องพระบาทองค์อาหเม็ด”
       ชารีฟประคองหน้ามิเชลล์ทั้งสองมือ จูบพรมไปทั่วหน้า พึมพำเสียงพร่า
       “ฉันจะขาดเธอได้อย่างไร จะจากเธอไปได้อย่างไร แค่คิดว่าอาจจะตายจากเธอ...”
       มิเชลล์แตะริมฝีปากกับปากชารีฟ ทันที เบาๆ แผ่วๆ รวดเร็วมากๆ แล้วโผเข้ากอดรอบคอชารีฟกระซิบข้างหู เสียงหนักแน่นมาก
       “หยุดคิดนะคะ...ไม่ต้องคิดเลย ท่านจะไม่ตาย ท่านไม่มีวันตาย เพราะถ้าท่านตาย ฉันจะ...จะ ฉันต้องตายตามท่าน ฉันจะตายตามท่านขอให้ท่านจดจำไว้ให้ดี...จำ...ไว้...ให้...ดีนะคะ”
       
       พร้อมกับคำพูดประโยคสุดท้าย มิเชลล์ถอนตัวออกมา มองจ้องหน้าชารีฟอย่างแน่วนิ่ง
        
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 11
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 10
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 9
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 8
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 177 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 173 คน
98 %
ไม่เห็นด้วย 4 คน
2 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015