หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ดาวเกี้ยวเดือน

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 สิงหาคม 2556 16:55 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 1
       ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 1 (ต่อ)
       
       จันทรภานุปล่อยประกายดาวทันที ทำให้ประกายดาวล้มก้นจ้ำเบ้าลงบนพื้น
       
       “โอ๊ย!” ประกายดาวของขึ้นจึงลุกขึ้นยืน “ปล่อยได้ไง?!”
       “ถือว่าหายกัน เรื่องที่คุณสาดกาแฟใส่ผมวันก่อน”
       “ผ่านมาตั้งนาน ยังจำได้อีก เจ้าคิดเจ้าแค้นนะเนี่ย ตุ๊ดป่ะ”
       จันทรภานุเลือดขึ้นหน้า “นี่!! มันจะมากไปแล้วนะ”
       “มันไม่มากไปหรอก ถ้าเทียบกับคนที่ไม่เป็นสุภาพบุรุษอย่างคุณ!”
       “ผมไม่เป็นสุภาพบุรุษตรงไหน”
       “ไร้มารยาท พูดจาไม่ดี ไม่เคารพกฎจราจร เอาเป็นว่าก็ทุกตรงนั่นแหละ”
       ประกายดาวมองจันทรภานุตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาเหยียดหยาม ทำให้จันทรภานุไม่พอใจ
       
       ฟากมิลินทร์เดินมารินน้ำดื่มที่ริมกระจกหน้าต่าง ขณะที่กำลังจะดื่ม สายตาของเธอเหลือบไปเห็นประกายดาวกำลังต่อล้อต่อเถียงกับจันทรภานุ มิลินทร์ตกใจจนสำลักน้ำพรวด จิตสุภางค์เห็นท่าทีของเพื่อนก็แปลกใจ
       “เป็นไร?”
       มิลินทร์หันมามองเพื่อนหน้าตาตื่น
       
       ส่วนจันทรภานุกับประกายดาวยังคงเถียงกันต่อ
       “แล้วหยั่งกับตัวเองดีตาย..ผู้หญิงขี้เมา!”
       ประกายดาวผงะ “ฉันไม่ได้เมา”
       “คนเมาที่ไหนจะยอมรับว่าตัวเองเมา” จันทรภานุทำหน้าเอือมๆ “มีแฟนยัง”
       “มันเกี่ยวไร?”
       “ถ้าคุณมีแฟน ผมจะไปบอกให้แฟนคุณเลิกกับคุณน่ะสิ”
       ประกายดาวฉุนกึก “แล้วหยั่งกะตัวเองดีตาย ผู้ชายอะไรปากจัดยิ่งกว่าผู้หญิง”
       จันทรภานุกำลังจะของขึ้น แต่มิลินทร์กับจิตสุภางค์รีบออกมาห้าม
       “ดาว..!”
       ประกายดาวกับจันทรภานุหันไปมอง
       มิลินทร์รีบเข้ามาหาจันทรภานุ “สวัสดีค่ะคุณชายจันทร์” ประกายดาวชะงัก มิลินทร์พูดต่อ “จำลินทร์ได้มั้ยคะ” จันทรภานุมองนิ่ง “จำไม่ได้ไม่เป็นไรค่ะ มิลินทร์ นักข่าวหน้าสังคมของหนังสือพิมพ์ไทยไลน์ที่เคยสัมภาษณ์คุณชายจันทร์”
       จันทรภานุนึกขึ้นได้แล้วก็พยักหน้า มิลินทร์ดีใจ
       “ลินทร์ต้องกราบขออภัยอย่างสูง ที่เพื่อนลินทร์ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงค่ะ”
       ประกายดาวชะงัก จันทรภานุเหลือบมองประกายดาวแว๊บนึงแล้วก็หันมาทางมิลินทร์
       “ไม่เป็นไร ผมไม่ถือ เพราะนี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เจอกัน แต่ถ้าให้ดีก็หัดสั่งสอนเพื่อนคุณด้วยว่าผู้หญิงที่ดีเค้าทำตัวกันยังไง?!”
       ประกายดาวไม่พอใจจึงจะอ้าปากด่า จิตสุภางค์รีบเอามือปิดปากประกายดาวไว้แน่น แล้วจันทรภานุก็เดินออกไป มิลินทร์หันไปมองประกายดาวสายตาตำหนิ
       
       ครู่ต่อมาประกายดาวทิ้งตัวนั่งลงด้วยความโมโห มิลินทร์กับจิตสุภางค์นั่งอยู่ข้างๆ
       “ก็แค่หม่อม จะกลัวอะไรนักหนา” ประกายดาวว่า
       “ไม่ได้กลัว แต่เกรง นั่นน่ะคุณชายจันทร์เชียวนะเว๊ย” มิลินทร์บอก
       “จันทร์เจินอะไรไม่รู้จัก ชื่อหยั่งกะผู้หญิง”
       มิลินทร์อธิบาย “หม่อมราชวงศ์จันทรภานุ นพรัตน์ เค้าดังมากนะแก แกนี่มันหลังเขาจริงเชียว ตระกูลเค้าดีสุดๆ เจ้าของห้างมีเดียกรุ๊ป และโรงแรมอีกหลายแห่งในประเทศไทย เป็นหนุ่มสังคมที่กำลังเป็นที่จับตามองของสาวๆหลายคน”
       จิตสุภางค์ถาม “อายุเท่าไหร่แล้ว”
       “35 แต่ยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน เค้าว่ากันว่าคุณชายไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหน ฉายาของคุณชายก็คือ “เดทเดียวดับ” ถ้าผู้หญิงคนไหนได้ออกเดทกับคุณชายแล้วล่ะก้อ คุณชายจะบอกเลิกทันที”
        เหตุการณ์ “เดทเดียวดับ” ของราชนิกุลรูปงาม และพรุ่งพรูออกจากปากมิลินทร์ เป็นฉากๆ
       
       วันนั้นจันทรภานุชนแก้วไวน์กับสาวสวยที่ดูผู้ดีมากๆ ในร้านอาหารสุดหรู
       “เจนเล่าเรื่องของเราให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง ท่านสองคนยินดีมากถ้าเราจะคบหาดูใจกัน”
       จันทรภานุที่กำลังจะดื่มไวน์ถึงกับชะงักค้างท่านั้น
       
       อีกวันหนึ่ง ที่ฟิตเนส สาวมาดสปอร์ตเกิร์ลคนหนึ่งยืนมองจันทรภานุสีหน้าเอียงอาย
       “ฉันชอบคุณชายค่ะ”
       จันทรภานุอึ้ง
       
       ส่วนอีกวัน สาวหน้าหวานยืนตรงหน้าจันทรภานุที่อยู่ที่สวนสาธารณะ
       “คุณชายนัดเอ๋ออกมาแบบนี้ แสดงว่าความสัมพันธ์ของเราสองคน..มากกว่าเพื่อนแล้วใช่มั้ยคะ”
       จันทรภานุผงะ
       
       ณ ร้านอาหารหรู จันทรภานุวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะ ขณะเอ่ยขึ้น
       “การที่ผมนัดคุณออกมาทานข้าว ไม่ได้หมายความว่าผมตกลงที่จะคบกับคุณ” จันทรภานุบอก สาวผู้ดีชะงัก “ผมขอโทษที่ต้องบอกว่า...เราเป็นเพื่อนกันดีกว่า”
       สาวผู้ดีร้องไห้เงียบๆ ด้วยความเสียใจแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกไป จันทรภานุถอนใจอย่างหนัก
       
       ส่วนสปอร์ตเกิร์ลที่ฟิตเนสมองจันทรภานุสีหน้าผิดหวังเสียใจ
       “เป็นเพื่อนกัน!!”
       จันทรภานุพยักหน้า สปอร์ตเกิร์ลร้องไห้เสียงดังแล้วก็วิ่งออกไป ทำเอาคนในฟิตเนสหันมามองจันทรภานุเป็นตาเดียว
       
       เช่นเดียวกับสาวหวานฟูมฟายอย่างหนักอยู่ที่สวนสาธารณะ
       “ทำไมคะ? ทำไมคุณชายไม่ชอบฉัน ทำไม? โฮๆๆ”
       
       สาวหวานทรุดเข่าลงกับพื้นแล้วก้มหน้าร้องไห้ จันทรภานุรู้สึกผิด

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 1
       เหตุการณ์ “เดทเดียวดับ” ถูกถ่ายทอดให้ตากล้องสาวโสดฟัง ประกายดาวหันไปทางมิลินทร์กับจิตสุภางค์
       
       “โรคจิต!” ประกายดาวว่า
       มิลินทร์กับจิตสุภางค์สะดุ้งตกใจ ประกายดาวด่าต่อ
       “ฉันว่าเค้าต้องมีปัญหาทางด้านความสัมพันธ์ เป็นคนที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่เคยนึกถึงความรู้สึกของคนอื่น ไม่มีความปราณี ไม่มีน้ำใจ ไม่มีความอ่อนโยน ไม่มีความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา..”
       “โว๊ย!! พอได้แล้ว” จิตสุภางค์โวย ประกายดาวเงียบ “บางทีที่เค้าทำแบบนั้น อาจจะเป็นเพราะเค้าเป็นคนกลัวความรักก็ได้ เค้าถึงไม่อยากผูกพันหรือผูกมัดกับใคร”
       “ฉันเห็นด้วยกับที่ไอ้จิตบอก” มิลินทร์บอก
       “แต่ฉันว่าไม่ใช่” ประกายดาวลูบคางแล้วครุ่นคิด “หรือว่า...” ประกายดาวหันขวับมาทางสองคน “เค้าเป็นเสือผู้หญิง เป็นประเภทฟันแล้วทิ้ง”
       “เฮ้ย!! ไม่นะ เท่าที่ฉันรู้ คุณชายคบแค่ครั้งล่ะคน ผู้หญิงที่สนิทกับคุณชายมากที่สุด มีคนเดียวคือคุณหญิงนิ่ม คนนี้เป็นญาติห่างๆ ห่างมาก ห่างจนแต่งงานได้เลยล่ะ แต่คุณชายก็ดูจะไม่สนอีกนั่นแหละ คนที่กลุ้มใจมากที่สุดคือหม่อมสุรีย์ หม่อมแม่ของคุณชาย เพราะท่านอยากมีหลานจนตัวสั่น แต่คุณชายก็ไม่เคยชอบใครจริงจัง”
       “แกนี่รู้จริง” ประกายดาวถาม
       “ก็ถ้าฉันยังไม่แต่งงาน คุณชาย...เสร็จฉันแล้ว” มิลินทร์บอก
       ประกายดาวกับจิตสุภางค์แบะปากหมั่นไส้
       “ถ้าโลกนี้เหลือคุณชายจันทร์เป็นผู้ชายคนเดียว ฉันยอมเป็นโสดไปจนตายดีกว่า”
       สีหน้า แววตา ตลอดจนน้ำเสียงประกายดาวมุ่งมั่นมาก
       
       ขณะที่ประกายดาวเดินอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง ด้วยสีหน้างงงวยว่ามันคือที่ไหน พลันก็มีเสียงเด็กดังขึ้น
       “แม่ดาว..”
       ประกายดาวหันขวับไปเห็นเด็กหน้าตาน่ารักคนหนึ่งวิ่งมาหา ประกายดาวยิ้มและมองด้วยความรัก
       เด็กเรียก “แม่ดาวจ๋า”
       ประกายดาวย่อตัวลงแล้วดึงเด็กมากอด “ลูกแม่”
       เด็กกอดประกายดาวแล้วก็ผละออกมาก่อนจะหันไปทางข้างหลัง
       “คุณพ่อ...” เด็กเรียก
       ประกายดาวแปลกใจ เธอลุกขึ้นมองลุ้นๆ จันทรภานุเดินยิ้มเผล่ออกมา ประกายดาวทำหน้าตาตื่นตกใจสุดๆ
       
       ประกายดาวนอนอยู่บนเตียงนอน ร้องโวยวายดังลั่น
       “ไม่....ไม่จริงง”
       ประกายดาวดิ้นๆๆ จนตกเตียงดังโครม เธอสะดุ้งตื่นแล้วจึงรีบลุกขึ้นนั่ง
       “เฮ้อ…ฝัน” ประกายดาวถอนใจอย่างโล่งอก
       ประกายดาวนึกขึ้นได้ จึงหันไปดูเวลา
       “เฮ้ย!! ไม่ทันแล้ว”
       ประกายดาวรีบลุกแล้วเดินออกไป
       
       บรรยากาศงานเปิดโรงพยาบาลเช้านี้แสนคึกคึก มีผู้คนมาร่วมงานมากมาย มีลูกโป่งแจกเด็กๆ ประกายดาวยืนอยู่กับเจ้าหน้าที่
       “ยังทันค่ะ งานยังไม่เริ่ม เชิญทางนี้ค่ะ” เจ้าหน้าที่บอก
       ประกายดาวพยักหน้าพลางหอบเหนื่อย แล้วเดินตามเจ้าหน้าที่ไป
       
       หมอเดินขึ้นมาบนเวที แขกเหรื่อปรบมือ ประกายดาวคอยเก็บภาพ
       หมอพูด “สวัสดีครับ แขกท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน..ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานฉลองครบ 10 ปีของโรงพยาบาล...”
       แขกเหรื่อปรบมือ
       “ในปีที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลของเรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งในเรื่องศูนย์การรักษาผู้มีบุตรยาก ซึ่งมีอัตราความสำเร็จสูงเมื่อเทียบกับมาตรฐานการรักษาทั่วไป เรามีความยินดีที่ได้มองของขวัญล้ำค่าให้กับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านครับ” ทุกคนปรบมือ
       ประกายดาวไม่ได้สนใจอะไรมาก เธอยังคงเก็บภาพต่อไป
       “หลายต่อหลายท่านในนี้มีความสงสัยว่าการทำ IVF หรือเด็กหลอดแก้ว เค้าทำกันอย่างไร ต่อไปนี้ขอเชิญชมพรีเซนเทชั่นดังกล่าวได้เลยครับ”
       การฉายพรีเซนเทชั่นก็เริ่มต้นขึ้น พร้อมกับการบรรยาย
       “IVF เป็นการนำเอาเซลส์สืบพันธุ์จากฝ่ายหญิงได้แก่ ไข่ และตัวเชื้ออสุจิจากฝ่ายชายมาผสมกันในจานเพาะเลี้ยง..ทำให้เกิดการปฏิสนธิ และมีการแบ่งตัวของเซลล์ตัวอ่อน”
       ประกายดาวชะงักแล้วหันไปมองการพรีเซนต์ด้วยความสนใจ เธอค่อยๆเดินเข้าไปยืนมองภาพนั้นใกล้ๆ
       “... จากนั้นจึงนำตัวอ่อนย้ายกลับเข้าไปเลี้ยงต่อในโพรงมดลูก ความสำเร็จในการตั้งครรภ์ แต่ล่ะครั้งประมาณ 20-50%”
       ประกายดาวค่อยๆ ยิ้มออกมา เมื่อเห็นภาพไข่กลายเป็นเด็ก และถูกนำกลับเข้าไปในมดลูก เธอเห็นภาพการเจริญเติบโตของเด็กในครรภ์ ประกายดาวตื่นตาตื่นใจมากๆ ราวกับได้เจอกับสิ่งที่รอคอยมานานแสนนาน
       
       หลังจบการพรีเซนต์ ทุกคนปรบมือ หมอเดินออกมา
       “ต่อไปนี้ขอเชิญเด็กที่เกิดจากการทำ IVF หรือเด็กหลอดแก้ว ขึ้นมาบนเวทีได้เลยครับ”
       พ่อแม่พาลูกๆขึ้นไปบนเวที เด็กทุกคนเป็นเด็กที่แข็งแรง ร่าเริง สดใส ยิ่งทำให้ประกายดาวมีความหวังในการที่จะมีลูกโดยไม่ต้องมีพ่อ
       ประกายดายพึมพำ “ในที่สุด..ความฝันของฉันที่อยากมีลูกที่เกิดจากสายเลือดของตัวฉันเองก็เป็นความจริง” ประกายดาวยิ้มตื้นตันจนน้ำตาจะไหล
       
       พอเห็นหมอเดินมา ประกายดาวรีบเข้าไปหาทันที
       “คุณหมอคะ” ประกายดาวเรียก หมอหันมา “ฉันอยากถามเกี่ยวกับเรื่องการทำเด็กหลอดแก้วน่ะค่ะ” หมอตั้งใจฟัง “มันมีเคสที่ผู้หญิงไม่ได้แต่งงาน แต่อยากมีลูก มาขอทำเด็กหลอดแก้วกับคุณหมอมั้ยคะ”
       “ในกรณีของทางโรงพยาบาลเรามีนะครับ แต่ของที่อื่นผมไม่ทราบ” หมอบอก ประกายดาวตาเป็นประกายสมชื่อขึ้นมาทันที “แต่ส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ ส่วนที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ ก็ยังไม่มี เพราะว่าเค้าจะมาขอฟรีซไข่เก็บเอาไว้ก่อน”
       ประกายดาวนิ่วหน้าด้วยความแปลกใจ “ฟรีซไข่เก็บเอาไว้ก่อน คืออะไรเหรอคะ?”
       “ผู้หญิงที่ยังไม่มีสามี แต่อยากเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว การหาน้ำเชื้อ มันต้องใช้เวลา อาจจะเป็นปี เพราะฉะนั้น เค้าก็จะเก็บไข่ฟรีซเอาไว้ตอนอายุปัจจุบัน เพื่อจะได้ไม่ต้องกังวลกับอายุที่มากขึ้น..ซึ่งมันจะมีความเสี่ยงต่อการมีบุตรครับ”
       
       ประกายดาวฟังแล้วก็คิดตาม

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 1
       ไม่นานต่อมา ณ ร้าน “ดินแดนต้นไม้” แดนดินที่กำลังดูคนงานขนต้นไม้หันมาทางประกายดาวด้วยสีหน้าอึ้งตะลึง
       
       “แกจะมีลูก!”
       ประกายดาวพยักหน้าด้วยสีหน้าหนักแน่น แดนดินลมแทบจับ
       “นี่แกท้องเหรอไอ้ดาว!”
       แดนดินแผดเสียงดังลั่นทำให้คนงานและลูกค้าหันมามองเป็นตาเดียว
       ประกายดาวเหวอ “มะ..ไม่...”
       แดนดินไม่ฟังและใส่ไม่หยุด “ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร!! ฉันจะไปฆ่ามัน!”
       ประกายดาวรีบพูด “ใจเย็นพี่ดิน ดาวไม่ได้ท้อง!! แต่ดาวอยากมีลูก”
       แดนดินอึ้งอีกหน เขามองประกายดาวด้วยความไม่เข้าใจ
       “แกพูดอะไรของแกวะ?”
       ประกายดาวรีบหยิบโบรชัวร์ในกระเป๋าออกมาส่งให้แดนดิน แดนดินรับมามองแบบงงๆ
       “วันนี้ดาวไปงานฉลองครบรอบ10ปีของโรงพยาบาลนี้ ซึ่งเค้ามีชื่อเรื่องการทำเด็กหลอดแก้ว ด้วยวิธีการของเค้า มันทำให้ดาวรู้ว่า เรามีลูก โดยที่ไม่ต้องมีสามีก็ได้”
       แดนดินยังงงอยู่ “แกพูดใหม่สิ”
       “ดาวอยากมีลูก ลูกที่เกิดจากสายเลือดของดาว ดาวจะท้องเอง แล้วดาวก็จะไปหาซื้อสเปิร์มของคนหล่อๆ ฉลาดๆ แล้วก็นิสัยโอเคมาผสมกับไข่ของดาวแล้วก็ให้หมอจัดการให้”
       คนทั้งร้านหันขวับมามองประกายดาว แดนดินจึงต้องดึงประกายดาวไปหลบมุม
       “หยุดพูดเรื่องสะปงสเปิร์มในร้านของฉันนะ!” แดนดินยัดโบรชัวร์คืน “แกเพี้ยน แกปัญญาอ่อนรึเปล่า คิดอะไรเป็นผู้เป็นคนกับเค้าเป็นบ้างมั้ย ฉันไม่คุยกับแกแล้ว”
       แดนดินเดินหนี ประกายดาวเดินตามไปพูดด้วย
       “พี่ดินก็รู้ว่าดาวรักเด็ก ดาวอยากมีลูก” ประกายดาวบอก แดนดินไม่ฟัง “มันทำได้จริงๆนะพี่ดิน”
       แดนดินสุดทน “ไอ้ดาว ลูกนะเว๊ย ไม่ใช่ข้าวของเครื่องใช้ที่จะจับจ่ายซื้อหาได้ เด็กมีชีวิต มีจิตใจ ถ้าเกิดเค้าโตขึ้นมา แล้วอยากรู้ว่าตัวเองเกิดมาได้ยังไง แล้วแกจะตอบลูกแกได้เหรอ?”
       “ทำไมจะตอบไม่ได้ ก็บอกความจริงไปสิ บอกว่าดาวเป็นแม่ที่รักและอยากมีลูกมากๆ”
       “แล้วถ้าเพื่อนล้อล่ะ แกมันคิดถึงแต่ตัวเอง ไม่คิดถึงเด็กมันบ้าง” แดนดินว่า
       “เพื่อนล้อ ก็บอกว่าเท่ห์จะตาย เป็นเด็กที่ไม่เหมือนใคร ดาวจะสร้างปมเด่นให้ลูก” ประกายดาวแถ แดนดินอยากจะบ้าตาย “ยังไงดาวก็คงไม่แต่งงาน ดาวไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากยุ่งยาก รำคาญใจ มรดกที่ป๊ากับม้าทิ้งไว้ให้ก็มีเยอะแยะ เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาแน่”
       แดนดินทำหน้าขึงขัง “นี่แกเอาจริงแน่แล้วใช่มั้ย”
       “ใช่” แดนดินจะพูดต่อแต่เจอประกายดาวชี้หน้า “อย่านะพี่ดิน อย่ามายื่นคำขาดตัดพี่ตัดน้องเชียว” แดนดินผงะที่น้องสาวรู้ทัน “ไม่งั้นตัดเป็นตัด!”
       ประกายดาวทำหน้าจริงจังจนแดนดินชักใจเสีย
       “ความจริงดาวไม่ต้องบอกพี่ก็ได้ เพราะนี่เป็นชีวิตของดาว แต่ดาวเห็นพี่เป็นพี่ เป็นญาติคนเดียวที่ดาวเหลืออยู่ ดาวถึงบอก ดาวอยากมีลูกจริงๆนะพี่ดิน และดาวต้องมีให้ได้ พี่ดินคอยดู”
       พูดจบประกายดาวก็เดินจ้ำออกไป ทิ้งให้แดนดินกลุ้มใจอยู่คนเดียว
       
       แดนดินนั่งถอนใจเฮือกแล้วเฮือกเล่าด้วยความเครียดสุดๆ นภาวัลย์เอาผลไม้มาให้ ในขณะที่ฟ้านั่งเล่นบนพื้นคนเดียว
       “ทานผลไม้ให้ชื่นใจก่อนค่ะ”
       “ตอนนี้ผมทานอะไรไม่ลงทั้งนั้น” แดนดินบอก
       “อย่าคิดมากสิดิน”
       “จะไม่ให้คิดมากได้ไง ไอ้ดาวจะมีลูกโดยไม่มีผัว”
       “ชู่ว์..ระวังคำพูดหน่อยค่ะ ตอนนี้น้องฟ้ากำลังจำ”
       “ผมขอโทษ ท่าทางมันจะเอาจริง แล้ววัลย์ก็รู้ว่าคนอย่างดาว ลองตัดสินใจอะไรไปแล้ว ก็จะไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจมันได้ง่ายๆ เฮ้อ..ผมกลุ้มใจจริงๆนะ”
       แดนดินลุกเดินไปดูรูปพ่อกับแม่ที่วางไว้
       “ตั้งแต่ป๊ากับม้าตาย เราก็มีกันแค่สองคนพี่น้อง ป๊ากับม้าสั่งให้ผมดูแลน้อง แต่วัลย์ดูที่มันกำลังจะทำดิ มันใช้อะไรคิด”
       “วัลย์รู้ว่าคุณเป็นห่วงน้องมาก แต่เราไม่สามารถที่จะไปกำหนดชีวิตใครได้ ชีวิตใครชีวิตมัน สิ่งที่คุณทำได้ก็คือ คอยมองและคอยช่วยเหลือเวลาที่เค้าออกนอกเส้นทาง แต่คุณจะไปบังคับให้เค้าเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาไม่ได้”
       แดนดินหันไปมองนภาวัลย์แล้วก็ครุ่นคิดตามก่อนจะนิ่งไป
       
       ด้านจิตสุภางค์กับมิลินทร์กำลังวิ่งบนลู่วิ่ง ประกบประกายดาวที่วิ่งอยู่ลู่ตรงกลาง ทั้งสองถึงกับกดปุ่ม Stop แล้วหันมามองหน้าประกายดาวแบบแทบช็อค
       “ทำเด็กหลอดแก้ว!”
       ประกายดาวหยุดวิ่งแล้วหันมาพยักหน้า จิตสุภางค์กับมิลินทร์หัวเราะออกมาดังลั่น
       “ฮ่าๆๆ”
       “เออ มุขนี้เวิร์ค ขำ!” มิลินทร์บอก
       “ฉันไม่ได้มุข ฉันพูดจริง ฉันจะทำเด็กหลอดแก้ว” ประกายดาวยืนยัน
       จิตสุภางค์กับมิลินทร์หยุดแล้วอ้าปากค้าง
       “อย่าบอกนะว่าพวกแกก็จะห้ามฉันเหมือนกับพี่ดินอีกคน”
       จิตสุภางค์สวน “แกบ้าป่ะเนี่ย”
       “ทำไมแกต้องพูดเหมือนพี่ชายฉันด้วย”
       “ฉันพูดจริง แกนึกว่ามีลูกแล้วสนุกเหรอ? ถามฉันก่อนมั้ย ว่าการมีลูกลิงสี่ตัวอยู่ในบ้าน มันรู้สึกยังไง”
       ประกายดาวหันไปหามิลินทร์เพื่อหาพวก “ลินทร์..ฉันรู้ว่าแกต้องเห็นด้วยกับฉัน เพราะว่าแกเองก็อยากมีลูก”
       “ใช่ฉันอยากมีลูก แต่มาถึงตอนนี้ ฉันกับคุณกิจตัดสินใจแล้วว่าเราจะอยู่กันสองคน ไม่มีลูกก็ไม่เป็นไร”
       ประกายดาวเงียบกริบ
       จิตสุภางค์พูดต่อ “คนจีนเค้าบอกว่า 3 อย่าเพิ่ง ถ้าไม่มีแฟนก็อย่าเพิ่งมี ถ้ามีแฟนแล้วก็อย่าเพิ่งแต่งงาน ถ้าแต่งงานก็อย่าเพิ่งมีลูก มันคือภาระทั้งหมด”
       “ถ้าเป็นงั้น แล้วแกแต่งงานทำไม”
       “ตอนนั้นฉันก็เหมือนแกไง คนเรา..ถ้าไม่เจอของจริง ไม่รู้หรอกเว๊ย” จิตสุภางค์บอก
       “แต่ฉันตั้งใจแล้ว พวกแกเปลี่ยนใจฉันไม่ได้หรอก” ประกายดาวย้ำ
       จิตสุภางค์กับมิลินทร์มองหน้ากัน แล้วจิตสุภางค์ก็นึกอะไรออก
       “งั้นเอางี้ มาลองเลี้ยงลูกฉันซักวัน ถ้าหลังจากนั้น แกยังอยากมีลูก ฉันจะไม่ขัด”
       ประกายดาวมองจิตสุภางค์แล้วยื่นมือออกไปก่อนตอบ
       “ตกลง”
       
       จิตสุภางค์กับประกายดาวจับมือกัน มิลินทร์มองลุ้นๆ

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 1
       เวลาเดียวกันนั้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิเด็ก กำลังเดินคุยมากับจันทรภานุ ภายในมูลนิธิ
       
       “ขอบคุณคุณชายจันทร์มากเลยนะคะที่เอาขนมมาให้เด็กๆอีกแล้ว”
       จันทรภานุตอบ “เรื่องเล็กน้อยน่ะครับ”
       จันทรภานุกับเจ้าหน้าที่เดินไปอีกทาง
       ระหว่างนั้นประกายดาวก็เดินออกมากับเจ้าหน้าที่อีกคน
       “ดาวขอระงับเรื่องการอุปการะเด็กเอาไว้ก่อนนะคะ”
       “ได้ค่ะไม่มีปัญหา”
       “ขอบคุณค่ะ ถ้างั้นดาวกลับนะคะ”
       เจ้าหน้าที่ยกมือไหว้ ประกายดาวรับไหว้แล้วก็เดินออกไป
       
       ประกายดาวขึ้นนั่งในรถแล้วขับถอยหลัง แต่มีรถแล่นมา ประกายดาวจึงเบรคเอี๊ยดพร้อมกับๆรถคันนั้น ประกายดาวหันไปมองด้วยความไม่พอใจ
       ประกายดาวรีบลงจากรถมาดูท้ายรถตัวเองว่าโดนชนรึเปล่าก่อนจะหันไปเห็นเจ้าของรถอีกคันเปิดประตูลงมา แล้วประกายดาวก็ตกใจเพราะคนนั้นคือจันทรภานุ
       “คุณชายจันทรภานุ!”
       จันทรภานุเซ็ง “คุณอีกแล้วเหรอ!! ถอยรถยังไง..ไม่รู้จักดู”
       “คุณต่างหากที่ไม่รู้จักดู ดีนะที่ฉันเบรคทัน ถ้ารถคุณชนรถฉันล่ะก้อ ฉันเอาเรื่องถึงที่สุดแน่”
       “อย่ามาโทษผม ผมขับทางตรง ยังไงก็ถูก แต่คุณถอยออกมา ยังไงก็ผิด”
       ประกายดาวอึ้ง เธอตบหน้ารถจันทรภานุ จันทรภานุสะดุ้ง “เฮ้ย!! อย่ามาโทษกันสิคุณชาย”
       “ผมไม่เคยโทษใคร จะผิดจะถูกก็ว่ากันตามหลักฐานที่เห็น คุณต่างหากที่ทำผิด ผิดแล้วก็ต้องยอมรับผิดด้วยสิ”
       “ฉันไม่ผิด ฉันไม่ยอมรับ” ประกายดาวว่า จันทรภานุไม่พอใจ “คุณถอยรถคุณไปได้แล้ว ฉันจะรีบไป”
       “ผมไม่ถอย จนกว่าคุณจะขอโทษ”
       ประกายดาวฉุน จันทรภานุกอดอกไม่ยอมไป ประกายดาวหัวเสียมากพร้อมกับคิดในใจว่า “เล่นแบบนี้ใช่มั้ย...ได้!!”
       ประกายดาวเดินไปขึ้นรถ จันทรภานุแปลกใจว่าประกายดาวจะทำอะไรเลยเดินมายืนข้างประตูฝั่งคนขับ
       จันทรภานุเอ่ยถาม “ทำอะไร?”
       ประกายดาวลดกระจกลงมา “คุณไม่ถอย ก็ไม่เป็นไร แต่ฉันจะถอย”
       ขาดคำประกายดาวถอยรถนิดหนึ่ง จันทรภานุตกใจ “เฮ่ย! คุณจะบ้าเหรอไง เดี๋ยวก็ชนจริงๆหรอก”
       “รถฉันน่ะเก่าแล้ว ชนไปก็ไม่เป็นไร แต่รถคุณเนี่ยสิ ใหม่เอี่ยมขนาดนี้..ถ้ามีรอย..คงเสียดายแย่” ประกายดาวยักคิ้วพร้อมเร่งเครื่อง
       จันทรภานุหน้าตาตื่นแล้วรีบพูด “ตกลง!! ผมจะถอย”
       ประกายดาวยิ้มพอใจ จันทรภานุไม่พอใจแต่ก็จำต้องขึ้นรถแล้วถอย ประกายดาวถอยรถออกมาแล้วก็หันไปมองจันทรภานุก่อนจะยิ้มเยาะเย้ย แล้วเธอก็ขับออกไป จันทรภานุโมโหมาก
       
       กลับถึงบ้าน จันทรภานุเดินกลับเข้ามาในห้องนอนด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ เมื่อคิดถึงประกายดาว
       “ผู้หญิงอะไร แสบชะมัด ขออย่าให้เจอะให้เจออีกเล้ย!!”
       
       เช้าวันใหม่ ศิวะกับอรอุมากำลังรับประทานอาหารเช้าด้วยกัน คนใช้เอาอาหารเช้ามาเสิร์ฟ ศิวะกำลังจะกิน แต่อรอุมาเห็นจานของศิวะแล้วก็ชะงัก
       “เดี๋ยว!” อรอุมาพูด ศิวะผงะ อรอุมาหันไปทางคนใช้ “เอาไปทำมาใหม่ ไข่ดาวต้องสุกมากกว่านี้ และฟองเดียวก็พอ”
       คนใช้กำลังจะเอาอาหารออกไป ศิวะไม่ค่อยพอใจ
       “ไม่ต้องเอาไปทำใหม่” ศิวะบอก อรอุมาหันขวับ “ผมจะทานแบบนี้”
       อรอุมาเสียงเข้ม “ไม่ได้ค่ะ คุณต้องควบคุมคลอเรสเตอรอล ทานไข่ได้วันล่ะฟอง และไข่ต้องสุก จะได้มั่นใจว่าปลอดเชื้อโรค” อรอุมาหันไปทางคนใช้ “เอาไป!”
       คนใช้ถือจานเดินออกไป ศิวะเซ็งแต่ไม่กล้า ระหว่างนั้นรติรสก็เดินเข้ามา อรอุมาหันไปเห็น
       “สวัสดีจ้ะศิวะ” รติรสทักทาย
       ศิวะหันไปพยักหน้าทัก แล้วก็ลุกขึ้นยืน
       “ผมไม่ทานแล้ว จะไปทำงานเลย”
       ศิวะลุกเดินออกไป อรอุมาไม่พอใจ
       “คุณศิวะ ไม่ทานอาหารเช้า มันไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ”
       “พอเถอะอร ไปบังคับเค้าซะทุกเรื่องแบบนี้ เค้าจะอึดอัด” รติรสว่า
       “ฉันต่างหากที่อึดอัด ทำอะไรไม่เคยได้ดั่งใจซักอย่าง” อรอุมาบอก
       “เอาน่าใจเย็น ฉันมีเรื่องดีดี มาทำให้เธอมีความสุข”
       อรอุมาแปลกใจ “เรื่องอะไร?”
       “ฉันมีวิธีเล่นงานแฟนเก่าศิวะแล้วน่ะสิ”
       อรอุมายิ้ม “เรื่องนี้ทำให้ฉันมีความสุขจริงๆด้วย”
       อรอุมากับรติรสยิ้มร้ายแล้วก็หัวเราะให้กัน
       
       ฟากเชาอุ้มหลินกับหลิงด้วยแขนคนละข้างเดินเข้ามาหาประกายดาวที่เดินเข้ามา เชาวางลูกๆ ลง หมวย เดินตามมาด้านหลัง
       “จะทดลองเลี้ยงคนไหนก่อนดีล่ะ” เชาถาม
       เด็กๆ แย่งกันยกมือ
       “เลี้ยงหมวยนะ หมวยไม่ซน” หมวยบอก
       หลิงแย่งพูด “เลี้ยงหลิงดีกว่า หลิงน่ารัก เลี้ยงง่าย”
       จิตสุภางค์เดินถือขวดนมเปล่าลงมาจากบันได
       “ไหนๆ ก็มาแล้ว เลี้ยงมันทั้งสามคนนั่นแหละ มีทุกวัยให้ทดสอบ”
       “ไม่มีปัญหา” ประกายดาวหันไปคุยกับเด็กๆ “เรามาเล่นอะไรกันดี วาดรูป ร้องเพลง หรือ ทำกับข้าว”
       เด็กๆ แย่งกันตอบเพราะจะเล่นในสิ่งที่ไม่เหมือนกัน เด็กๆ จูงประกายดาวไปตรงอื่น จิตสุภางค์เดินไปหยิบผ้าอ้อมของเด็กแรกเกิดมาให้เชา
       “เฮียขึ้นไปเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ตัวเล็กด้วย อึ๊อีกแล้ว”
       “แม่นั่นแหละขึ้นไปเปลี่ยน เฮียต้องอยู่สอนดาวเลี้ยงเด็ก”
       “อย่ามาทำเป็นเลี้ยงเป็น ขึ้นไปจัดการเดี๋ยวนี้ ได้ยินหลงมันร้องมั้ย ..ปะป๊ะ ผ้าอ้อม ๆ ๆ ไปเร็ว”
       
       เชารับผ้าอ้อมจากจิตสุภางค์ แล้วเดินไปขึ้นบันไดแบบไม่ค่อยเต็มใจ
       
       อ่านต่อหน้า 3

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์
ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 11
ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 10
ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 9
ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 8
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 37 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 29 คน
79 %
ไม่เห็นด้วย 8 คน
21 %
ความคิดเห็นที่ 7 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบเจนี่ และขอให้กำลังใจเธอต่อไป ฝีมือการแสดงเยี่ยมอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการแต่งงานกับชายโสดที่เลิกกับเมียไปนานแล้ว เราเห็นดีด้วย ไม่ได้ทำผิดอะไร คนที่เค้าจะสักแต่ด่า ไม่ยอมรับความจริง เราคงเปลี่ยนความคิดเค้าไม่ได้ แฟนละครเจนี่ที่เปิดใจยังมีอีกมาก สู้ๆ ค่ะ
ดูแน่นอน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
gucci stores florida Drama - Manager Online - ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 1
new era gucci cap http://www.andreavarela.com/css/gucci-kids-outlet-online.html
new era gucci cap
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ประกายดาวเหวอ “อ้าว? ก็เค้าทำคุณร้องไห้”
“คุณชายไม่ได้ทำฉันร้องไห้...สาระแนไม่เข้าเรื่อง” นันทิดาว่า
ประกายดาวเอ๋อหนักที่โดนด่า “เฮ้ย!!”

อ่านเจอบรรทัดนี้แล้วขำ คนอัพแอบอินชีวิตจริงหรือเปล่า คงอยากให้นันทิดาตัวจริงด่าพวกชะนีน้อยที่วัน ๆร้อง ผัว ผัวอย่างเดียว
อิอิ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
It is in point of fact a nice and useful piece of info. I??m happy that you simply shared this helpful information with us. Please stay us informed like this. Thank you for sharing.
parajumpers jakke http://www.schonnemann.dk/inc/pjs13.asp
parajumpers jakke
 
ความคิดเห็นที่ 9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ละครสนุกดีค่ะ รออ่านทุกวันๆ :)
guang_brabor@windowslive.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
I intended to post you one very little observation to thank you again for those wonderful techniques you have shared on this website. It is simply strangely open-handed of you to provide publicly just what a number of people could have advertised for an e book to help make some money on their own, most notably since you might well have tried it if you decided. Those good ideas in addition worked to provide a good way to comprehend many people have the identical passion really like my own to find out a lot more with reference to this problem. I'm certain there are some more pleasurable moments up front for individuals that read carefully your blog.
parajumpers danmark http://www.schonnemann.dk/inc/pjs13.asp
parajumpers danmark
 
ความคิดเห็นที่ 8 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ละครสนุก แต่ภาพขาวดำสลับภาพสีนี่มันจำเป็นต้องทำเหรอ?
รออ่านด้วย ขอบคุณ
byrd_kan@yahoo.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบเจนี่ และขอให้กำลังใจเธอต่อไป ฝีมือการแสดงเยี่ยมอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการแต่งงานกับชายโสดที่เลิกกับเมียไปนานแล้ว เราเห็นดีด้วย ไม่ได้ทำผิดอะไร คนที่เค้าจะสักแต่ด่า ไม่ยอมรับความจริง เราคงเปลี่ยนความคิดเค้าไม่ได้ แฟนละครเจนี่ที่เปิดใจยังมีอีกมาก สู้ๆ ค่ะ
ดูแน่นอน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อืม...นะแฟนละครที่เปิดใจ เราก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เปิดใจ แต่ขอปิดทีวีตอนที่มีนังเจนี่แสดง
เปิดใจเหมือนกัน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นกะxลี่ประเภทเดียวกัน ก็ต้องชอบอะไรเหมือนกันอยู่แล้ว
-_-'
 
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เนื้อเรื่องสนุกขอบคุณที่ลงให้
นีน่า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบละครเรื่ิองนี้และจะรอดูค่ะ
ใครไม่ชอบก็ไม่ต้องดู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 -5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เข้ามาอ่านอย่างเดียว ห้ามเปิดช่องสามตอนมีละครเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด
คุณแม่สั่งมา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านก็มีรูปจ้าาา รูปใหญ่โตเลยจ้าา หรือเวลาอ่านเอามือนึงปิดรูปคะ
ไม่เข้าใจ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บ่งบอกสติปัญญามาก ๆ อ่านอย่างเดียวทำไมต้องสนใจรูปแร่ดตัวเมียตัวหนึ่ง กะอีแค่เลื่อนเม้าทส์ยากตายเลยแก
รำคาญ
 
ความคิดเห็นที่ 3 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เวลาดูละครน่ะไม่ต้องดูที่คนก้อได้นะ เราต้องดูที่เนื้อหาของละคร สนุกก้อบอกว่าสนุก อย่ามาอ้างนู่นอ้างนี่เยอะ
เบื่อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ดูค่ะ ขอผ่าน
ดาว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้วจะมาอ่านทำไมคะ
ออกไปซะ
 
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณค่ะ
Bee
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
It??s really a great and helpful piece of info. I??m satisfied that you just shared this useful info with us. Please keep us up to date like this. Thank you for sharing.
parajumpers salg http://www.fiatpresse.dk/css/pjs7.asp
parajumpers salg
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014