หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สุดสายป่าน

สุดสายป่าน ตอนที่ 17 จบบริบูรณ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
29 สิงหาคม 2556 11:47 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
สุดสายป่าน ตอนที่ 17 จบบริบูรณ์
        สุดสายป่าน ตอนที่ 17 อวสาน
       
       ที่บริเวณหน้าห้องไอซียูทุกคนรออยู่กันพร้อมหน้า ต่างเป็นห่วงกานดาวสี และลุ้นๆ อยากได้รับข่าวดี ฐิติยืนเครียดจัด อยากให้กานดาวสีฟื้น หมอเดินออกมาจากห้องไอซียู ทั้งหมดหันไปสนใจหมอ
       
       “คุณกานดาวสีรู้สึกตัวแล้วครับเมื่อซักครู่นี้”
       ทุกคนดีใจ
       “แล้วตอนนี้เธออยู่ไหนครับ” ฐิติถาม
       “กำลังย้ายไปที่ห้องพักฟื้นครับ”
       ทุกคนโล่งอก สีหน้าฐิติคลายความเครียดลง ยิ้มออกมาได้
       
       ยามเย็นกานดามณีถูกย้ายมาที่ห้องพักฟื้น เวลานี้กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ท่านหญิง พุดตาน นมสาย ฐิติ วิเศษ นารีรัตน์ ไขนภา และรำเพยมาเยี่ยม ทุกคนคิดว่าเป็นกานดาวสีจริงๆ และต่างดีใจที่เห็นเธอปลอดภัย
       “หมดเคราะห์หมดโศกกันเสียทีนะแม่กานดาวสี”
       กานดามณียิ้มยกมือไหว้ท่านหญิง
       “ขอบพระคุณเพคะท่านย่า”
       วิเศษลูบศีรษะกานดามณีอย่างอ่อนโยน
       “พ่อดีใจที่ลูกผ่านเรื่องร้ายๆ มาได้ ต่อไปชีวิตลูกก็คงพบเจอแต่เรื่องดีๆ แล้วล่ะ”
       กานดามณีซาบซึ้ง น้ำตาไหล
       “ขอบคุณค่ะคุณพ่อ แต่ไม่รู้ว่าน้องณีจะเป็นอย่างไรบ้างนะคะ ลูกเป็นห่วงน้องเหลือเกินค่ะ”
       ไขนภา รำเพย เข้าไปยินดีกับกานดามณี ทุกคนเชื่อสนิทว่าหล่อนคือกานดาวสี
       รำเพยจับมือกานดามณี “ยัยกานฉันเป็นห่วงเธอมาก กลัวเธอจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้ โชคดีที่เธอปลอดภัย ฉันดีใจกับเธอจริงๆ”
       กานดามณียิ้มอย่างเป็นมิตร
       
       ท่านหญิงกับพุดตานนั่งอยู่ที่เก้าอี้ ลุ้นๆ อาการของกานดาวสีที่ต่างคิดว่าเป็นกานดามณีว่าจะฟื้นมั้ย นมสายยืนดูผ่านประตูกระจก ปากก็แช่งชักหักกระดูกไปด้วย
       “คุณกานดาวสีรอดปลอดภัยมาได้คนเดียวก็ดีแล้ว ไม่รู้ว่าหมอจะไปช่วยเค้าทำไม คนเลวๆแบบนั้นปล่อยให้ตายไปซะได้ก็ดี”
       ฐิติแย้งขึ้นด้วยในใจลึกๆ ก็เป็นห่วงกานดามณี
       “ไม่ได้หรอกครับคุณนมสาย หมอเค้าก็ต้องทำหน้าที่ของเค้า เดี๋ยวรอให้กานดามณีฟื้นขึ้นมาแล้วเราค่อยใช้กฎหมายจัดการกับเค้าดีกว่า”
       กานดามณีนั่งอยู่บนรถเข็น ชะงัก แต่ทำเป็นห่วงมาก หมอเดินออกมา
       “คุณหมอคะ น้องณีจะปลอดภัยมั้ยคะ”
       “หมอก็ยังตอบไม่ได้ครับ ตอนนี้อาการห้าสิบห้าสิบเป็นตายเท่ากันครับ”
       “โธ่...น้องณี”
       กานดามณีครวญ ตีหน้าเศร้าเหมือนเป็นห่วงมาก ทั้งทีในใจคิดว่าถ้าไม่รอดได้ก็ดี
       
       ที่วังสูรยกานต์ เวลากลางคืน รถของฐิติแล่นเข้ามาจอดที่หน้าวัง ตามมาด้วยรถของท่านหญิง พุดตาน นมสาย วิเศษและนารีรัตน์ ฐิติประคองกานดามณีลงจากรถ
       คุณพระคอยต้อนรับอยู่กับเด็กรับใช้ด้วยความปีติยินดี
       คุณพระเข้าไปยินดีกับกานดามณี
       คุณพระ ผ่านเรื่องร้ายๆไปได้แล้วนะหนูกานดาวสี ขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองหนูอย่าให้ต้องเจอเรื่องร้ายๆอีกเลยนะ
       กานดามณียิ้มขอบคุณอย่างอ่อนโยน ท่านหญิงเดินเข้ามาใกล้ๆ ฐิติกับกานดามณี
       “พาแม่กานดาวสีขึ้นไปพักข้างบนเถอะ”
       ฐิติประคองกานดามณีเข้าวัง ทุกคนมีความสุข เดินตามกันเข้าไปในวัง
       
       เช้าวันต่อมาในห้องพักฟื้น กานดาวสีนอนหลับโดยมีกุญแจมือล็อกไว้กับเตียง ตำรวจคอยเฝ้าอยู่ห่างๆ
       วิไลวรรณมาเยี่ยมกานดาวสี เพราะคิดว่าเป็นกานดามณี มองด้วยสายตาทั้งโกรธทั้งแค้น ตั้งใจมาด่ากานดามณีที่สั่งฆ่าตน กานดาวสีค่อยๆ รู้สึกตัวลืมตาขึ้น ท่าทางอิดโรย อ่อนแรง มองไปรอบๆ ห้อง แปลกใจว่าที่นี่ที่ไหน พอขยับมือก็พบว่าถูกล็อกไว้ วิไลวรรณพูดเรียบๆ
       “ฟื้นแล้วเหรอยัยณี”
       กานดาวสีมองวิไลวรรณงงๆ
       “คุณเป็นใครคะ”
       วิไลวรรณมองอย่างแค้นๆ
       “ยัยณี นี่แกแกล้งจำฉันไม่ได้หรือไง ดูฉันให้ดีๆ สิ...”
       วิไลวรรณยื่นหน้าไปใกล้หน้ากานดาวสีพูดคุกคามเบาๆ
       “คนที่แกสั่งฆ่าไง แต่โชคดีที่ฉันยังไม่ตาย แกคงคิดว่าฉันตายไปแล้วล่ะสิ”
       กานดาวสีไม่รู้เรื่อง
       “คุณพูดเรื่องอะไรคะ ใครสั่งฆ่าคุณ”
       วิไลวรรณอารมณ์ขึ้น
       “อย่ามาตอแหล...แกนอนหมดสภาพอยู่แบบนี้อย่าคิดนะว่าฉันจะให้อภัยแก รอให้แกหายดีก่อนเถอะแกได้รับกรรมที่แกทำไว้แน่”
       กานดาวสีไม่เข้าใจที่วิไลวรรณพูด หมอเปิดประตูเข้ามา
       “คนไข้รู้สึกตัวแล้วเหรอครับ แต่เธอยังคงจำเรื่องของตัวเองไม่ได้หรอกนะครับ เพราะเธอได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองจนทำให้ความจำเสื่อมชั่วคราวครับ”
       วิไลวรรณอึ้งรู้สึกทั้งสงสารและสมน้ำหน้า
       “ความจำเสื่อม...”
       “ครับ” หมอมองกานดาวสี “คงต้องใช้เวลาอีกซัก 7-12 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย แต่กรณีนี้ดูจากการบวมของเส้นเลือดในสมองอาจจะประมาณ 3 วันกว่าจะกลับมาเป็นปกติครับ”
       
       วิไลวรรณมองกานดาวสี คิดว่าเป็นกานดามณี ด้วยความรู้สึกสงสาร และปลงๆ ว่าคงเป็นกรรมที่ทำไว้

สุดสายป่าน ตอนที่ 17 จบบริบูรณ์
        คุณพระบรรณกิจเข้ามารายงานอาการของกานดามณี ซึ่งที่แท้เป็นกานดาวสีให้ทุกคนทราบ
       
       “ผลการตรวจของคุณกานดามณีปรากฏว่าเธอความจำเสื่อมกระหม่อม”
       ทุกคนตกใจ กานดามณียิ้มในสีหน้า สาสมใจในชะตาของกานดาวสี ส่วนท่านหญิงถอนหายใจ
       “คงเป็นเวรกรรมของหล่อนจริงๆ ทำอะไรไว้ผลกรรมก็ต้องย้อนกลับมาหาตัว”
       นมสายสะใจ
       “สมน้ำหน้านะเพคะ บาปกรรมมีจริงๆกรรมตามทันตาเห็นเลยนะเพคะ”
       กานดามณี ทำเป็นสงสาร
       “น้องณี ไม่น่ามาเป็นแบบนี้เลยนะเพคะ เป็นเพราะดิฉันเองแท้ๆ ที่ทำให้เรื่องทุกอย่างมันแย่ลงแบบนี้”
       ฐิติโอบไหล่ปลอบกานดามณี
       “เลิกโทษตัวเองซักทีเถอะครับ กานดามณีทำผิดเอาไว้มาก สมควรแล้วที่เค้าจะได้รับผลตอบแทนแบบนั้น”
       กานดามณีมองหน้าฐิติ ดีใจที่ทุกอย่างลงล็อก
       
       ในห้องพักฟื้น กานดาวสีนอนอยู่ที่เตียงที่มือยังถูกล็อกไว้อยู่ ตำรวจมาสอบปากคำกานดาวสีเพิ่ม
       “คุณลองนึกดูอีกทีสิครับว่าคุณจำอะไรได้มั่งหรือเปล่า”
       กานดาวสีพยายามนึกแต่นึกไม่ออก
       “ฉันจำอะไรไม่ได้เลยค่ะ ฉันรู้สึกตัวอีกทีก็มานอนอยู่ที่ห้องนี้แล้ว”
       ตำรวจมองกานดาวสีจะเชื่อดีมั้ย
       “คุณจำได้มั้ยว่าคุณจับพี่สาวเป็นตัวประกันและถูกรถชน”
       กานดาวสีนึก นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ใช้มือข้างที่ไม่ถูกล็อกกุมศีรษะ ร้องโอ๊ย เพราะปวดหัว หมอเข้ามาพอดี
       “ทำใจให้ดีๆ ครับ ไม่ต้องคิดมาก ถ้าคุณนึกไม่ออกก็ไม่ต้องนึก”
       หมอหันไปพูดกับตำรวจ
       “รอให้ความจำของคนไข้กลับมาเป็นปกติก่อนดีกว่าครับ แล้วคุณตำรวจค่อยมาสอบปากคำใหม่” หมอบอก
       ตำรวจมองกานดาวสีที่มีอาการปวดหัว แต่ยังไม่ปักใจเชื่อ
       
       เย็นนั้นท่านหญิงเรียกทุกคนมาพบ กานดามณีใจเต้นลุ้นว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นกับตนหรือเปล่า
       ท่านหญิงยิ้มแย้มใบหน้าเปี่ยมสุข
       “ฉันมีข่าวดีจะบอกทุกคน ในเมื่อเรื่องร้ายๆ ก็ผ่านไปแล้ว พ่อติกับแม่กานดาวสีก็เข้าใจกันดีแล้ว...ฉันจะให้ทั้งคู่จดทะเบียนสมรสกันใหม่อีกครั้งและมีงานฉลองเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นการรับขวัญแม่กานดาวสี”
       ทุกคนดีใจ พุดตานเป็นปลื้ม
       “เป็นข่าวดีมากๆ เพคะ ทีนี้วังสูรยกานต์จะได้มีแต่ความสุขความสงบอีกครั้ง”
       ท่านหญิงมองฐิติ แกล้งเย้าเล่นๆ
       “ว่าอย่างไงล่ะพ่อติ ครั้งนี้ย่าไม่บังคับเรานะ เราอยากแต่งหรือเปล่า”
       ฐิติรีบพูดขึ้นทันที
       “แต่งครับท่านย่า”
       ทุกคนหัวเราะชอบใจ
       “แล้วแม่กานดาวสีล่ะ”
       กานดามณีเริ่มเขินอาย รับคำหน้าแดงไม่กล้าสบตาใคร
       “เพคะ”
       ท่านหญิงยิ้มพอใจ
       “ถ้าไม่มีใครขัดก็เตรียมตัวกันได้เลย เพราะฉันให้คุณพระหาฤกษ์ไว้ให้แล้ว พ่อติกับแม่กานดาวสีจะจดทะเบียนกันในอีก 3 วันข้างหน้า”
       ทั้งหมดมีความสุข กานดามณียิ้มแย้มคิดในใจ ตนจะได้เป็นกานดาวสีอย่างสมบูรณ์แล้ว
       
       ภายในห้องนอน กานดามณีกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ที่เตียง คิดเรื่องแต่งงาน แล้วยิ้มอย่างมีความสุข ฐิติออกมาจากห้องน้ำใส่ชุดนอน เข้ามากอดกานดามณีอย่างรักใคร่ กานดามณีพยายามเบี่ยงตัวหนีแต่ไม่พ้นอ้อมกอดของฐิติ
       “คุณยิ้มอะไรกานดาวสี”
       กานดามณียิ้มหวาน
       “ไม่ได้ยิ้มซะหน่อย”
       ฐิติมองกานดามณีตาหวานเยิ้ม
       “ก็เห็นอยู่ว่ายิ้ม รู้มั้ยคนโกหกต้องถูกลงโทษ”
       ฐิติขโมยหอมแก้มฟอดใหญ่ กานดามณีเขินจนหน้าแดง พยายามเบี่ยงตัวจากอ้อมกอดฐิติ
       ฐิติมองตากานดาวสี กระซิบบอกความในใจ
       “กานดาวสีผมรักคุณ”
       พูดจบฐิติก็หอมแก้มกานดามณีอีกครั้ง กานดามณีเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ฐิติก้มลงจูบ แล้วค่อยๆ ให้กานดามณีเอนตัวลงนอน ทั้งคู่มองตากันหวานซึ้ง ฐิติกำลังจะจูบอีก กานดามณีชะงัก
       “เดี๋ยวก่อนค่ะติ เรายังไม่ได้แต่งงานกันเลยนะคะ”
       “แต่เราเคยแต่งกันครั้งนึงแล้วนี่ครับ คุณจำไม่ได้เหรอ”
       กานดามณีสะบัดตัวลุกขึ้น
       “แต่ฉันว่ารอให้เราแต่งกันอีกครั้งก่อนดีกว่านะคะ ไหนๆเราก็จะแต่งงานกันใหม่แล้วทำให้มันถูกต้องดีกว่าค่ะ”
       กานดามณีลุกรีบหลบไปอีกมุม ฐิติคว้าตัวมากอดได้
       “จะหนีไปไหน ยังไงคืนนี้คุณก็หนีผมไม่พ้น”
       กานดามณีเขิน เบี่ยงตัวออกรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ
       “กานดาวสี...”
       ฐิติมองตามอย่างขำๆ แต่คิดว่ากานดาวสีเขินอาย
       
       กานดามณีเข้ามาในห้องน้ำ ล็อคประตูทันที ยืนมองตัวเองที่หน้ากระจก แล้วค่อยๆ เปิดเสื้อดูรอยแผลที่แทงตัวเอง
        
       ก่อนเปลี่ยนสีหน้าเป็นกานดามณีมองรอยแผลอย่างเจ็บใจ
        

สุดสายป่าน ตอนที่ 17 จบบริบูรณ์
        เช้านี้ กานดาวสีกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ในห้องพักฟื้น  มือยังถูกล็อคไว้อยู่ ตำรวจคอยดูอยู่อีกมุมขณะหมอพยายามฟื้นความจำให้กานดาวสี
       
       “คุณจำได้มั้ยครับว่าคุณชื่ออะไร”
       กานดาวสีพยายามคิด แล้วส่ายศีรษะ
       “แล้วก่อนหน้านี้คุณกำลังทำอะไรอยู่ถึงมาอยู่ที่นี่ครับ”
       กานดาวสีส่ายศีรษะ
       “ฉันไม่ทราบค่ะ”
       หมอส่งรูปคู่ของวิสูตรกับกาญจนาให้ดู
       “คุณรู้จักสองคนนี้หรือเปล่าครับ
       กานดาวสีมองแต่ไม่คุ้นหน้า
       “ไม่รู้จักค่ะ”
       หมอพูดอย่างใจเย็น
       “คุณลองนึกไปเรื่อยๆนะครับเผื่อความจำของคุณจะกลับมาได้เร็วขึ้น เพราะนี่เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยฟื้นความจำของคุณ”
       กานดาวสีหน้านิ่ง หมอถอนหายใจ จะช่วยฟื้นความจำได้มั้ย
       
       ภายในห้องพักฟื้นของกานดาวสี เวลาผ่านไปอีกสักระยะ วิเศษ นารีรัตน์มาเยี่ยม คิดว่าเป็นกานดามณี
       “ลูกณี พ่อสงสารลูกเหลือเกิน พ่อขอให้ลูกรู้ไว้ว่าถึงลูกจะเป็นแบบนี้แต่พ่อก็ยังรักและเป็นห่วงลูกมากนะ”
       กานดาวสีได้แต่มองและยิ้มไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่จิตใต้สำนึกรู้สึกผูกพันน้ำตาไหล
       นารีรัตน์ตกใจ “พี่ณีร้องไห้ค่ะคุณพ่อ พี่ณีจำคุณพ่อได้แน่ๆ”
       หมออธิบาย
       “อาการแบบนี้ถึงคนไข้จะจำอะไรไม่ได้แต่จิตสำนึกในใจทำให้เค้ารับรู้สิ่งที่คุณพูด กรณีนี้คนไข้อาจจะกำลังรู้สึกผิดต่อคุณอยู่ก็ได้ครับ”
       วิเศษน้ำตาไหล
       “อย่างไงพ่อก็ให้อภัยลูก ถ้าลูกสำนึกผิดได้จริงๆศาลก็น่าจะให้อภัยด้วยเช่นกัน ลูกไม่ต้องกลัวนะพ่อจะอยู่เคียงข้างลูกเสมอ”
       หมอมองกานดาวสี
       “ถ้าคนไข้อาการดีขึ้นตามลำดับแบบนี้ หมอเชื่อว่าความจำต้องกลับมาภายในสองถึงสามวันนี้แน่นอนครับ”
       วิเศษยิ้มดีใจทั้งน้ำตา กานดาวสีมองหน้าวิเศษ น้ำตาไหลริน วิเศษค่อยๆ ซับน้ำตาให้กานดาวสี
       
       วิเศษกับนารีรัตน์กำลังจะกลับ สองพ่อลูกเดินมาด้วยกัน วิเศษรู้สึกแปลกใจที่กานดามณีเปลี่ยนไป
       “ยัยรัตน์เห็นพี่เค้ามั้ย พ่อรู้สึกว่ายัยณีเปลี่ยนไป ดูอ่อนโยนและอ่อนไหวขึ้น”
       นารีรัตน์ไม่เชื่อ
       “ไม่รู้ว่าพี่ณีจะเล่นละครหลอกพวกเราอีกหรือเปล่านะคะ คุณพ่ออย่าไปเชื่อเลยค่ะ คนอย่างพี่ณีเล่นละครแค่นี้ง่ายจะตายยากกว่านี้ก็ทำมาแล้ว”
       วิเศษหันไปดุนารีรัตน์
       “ยัยรัตน์เลิกตั้งแง่กับพี่เค้าได้แล้ว ลูกก็เห็นอยู่ว่าพี่เค้าความจำเสื่อมจริงๆ ของแบบนี้ไม่มีใครเค้าเอามาล้อเล่นกันหรอก”
       นารีรัตน์ประชด งอนๆ
       “ค่ะคุณพ่อ...ก็พี่ณีกลายเป็นลูกรักของคุณพ่อไปอีกคนนึงแล้วน่ะสิคะ”
       วิเศษไม่เข้าใจที่นารีรัตน์ทำไมไม่มองกานดามณีในแง่ดีบ้าง
       
       ส่วนที่วังสูรยกานต์ดูคึกคัก เพราะกำลังเตรียมงานจดทะเบียนสมรสและงานเลี้ยงฉลองให้ฐิติกับกานดาวสี ดอกไม้ถูกนำมาประดับตกแต่งอย่างงดงาม โต๊ะเก้าอี้รับแขก ถูกนำปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาด
       ท่านหญิง พุดตาน นมสาย ฐิติ กานดามณี และคุณพระบรรณกิจ อยู่ในห้องรับแขก
       วิเศษกับนารีรัตน์เข้ามาสมทบ
       “งานครั้งนี้ดูทุกคนจะตื่นเต้นมากเลยนะกระหม่อม”
       ท่านหญิงยิ้มหน้าบาน
       “แน่นอนซิพ่อวิเศษ จะเลี้ยงรับขวัญหลานสะใภ้สูรยกานต์ใหม่ทั้งที ทุกคนก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา”
       วิเศษมองกานดามณียิ้มมีความสุข
       “ยังมีเรื่องน่ายินดีอีกเรื่องนะกระหม่อม...คุณหมอคาดการณ์ว่ากานดามณีจะฟื้นภายในสองถึงสามวันนี้กระหม่อม”
       ทุกคนหน้านิ่ง ยินดีด้วยแต่ไม่เต็มใจ
       กานดามณีเครียดกลัวกานดาวสีฟื้นขึ้นมาบอกความจริง
       “กระหม่อมขอให้ท่านหญิงและทุกคนเห็นใจยัยณีด้วย ถ้ายัยณีฟื้นขึ้นมาแล้วขอให้ทุกคนอภัยให้เธอ ผมเชื่อว่ายัยณีสำนึกผิดได้แล้ว”
       ท่านหญิงพูดเรียบๆ
       “ฉันเห็นแก่พ่อวิเศษหรอกนะ ฉันจะไม่ติดใจอะไร แต่ขออย่ามายุ่งวุ่นวายอะไรกันอีกเลย”
       กานดามณีรีบสวนขึ้น
       “ลูกเองก็ยกโทษให้น้องณีแล้วค่ะคุณพ่อ เพราะถึงอย่างไงเราก็เป็นพี่น้องกัน”
       นมสายไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเยินยอกานดามณี
       “ดูสิคะ คุณกานดาวสีช่างเป็นคนดีจริงๆ แบบนี้ล่ะค่ะถึงเรียกว่าคนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้นะคะ”
       ทุกคนต่างหลงชื่นชมในความดีงามของกานดาวสีตัวปลอม
       กานดามณีเครียด คิดไม่ตกจะทำอย่างไรดี ครุ่นคิด และรำพึง หาทางออก
       “ถ้ามันเกิดฟื้นขึ้นมาฉันจะทำยังไง”
       
       3 สาวอยู่ด้วยกันในห้องโถงที่วังคุณหญิงไขนภา
       “ก็เพราะยัยกานเป็นคนดีน่ะสิคะ ดิฉันถึงอยากให้กานดามณีจำอะไรไม่ได้ไปตลอดชีวิต จะได้ไม่ต้องมีสติปัญญามาทำร้ายเพื่อนดิฉันอีก” รำเพยว่า
       “แต่ถ้ายังจำไม่ได้ ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกันนะคะ แล้วเมื่อไหร่เค้าจะถูกลงโทษซะที” ไขนภาเสริม
       “กานดามณีร้ายกว่าที่เราคิดนะคะ ดิฉันกลัวว่าเค้าทำอะไรให้เรื่องมันกลับตาลปัตรไปอีก” รำเพยบอก
       “ยัยณีคงจะไม่มีปัญญาไปทำร้ายใครได้อีกแล้วล่ะค่ะ ในเมื่อหลักฐานทุกอย่างก็มัดตัวแน่นขนาดนั้น...” วิไลวรรณคิดขึ้นมาแล้วทำท่าสยอง หวาดผวานิดๆ “แต่ถ้ามันเกิดมีปัญญาขึ้นมาจริงๆ คนแรกที่มันจะไปจัดการก็คือดิฉันนี่ล่ะค่ะ”
       ไขนภามองวิไลวรรณอย่างประเมิน
       “ดิฉันหวังว่าคุณวิไลวรรณคงจะไม่กลัวจนเปลี่ยนใจไปช่วยกานดามณีนะคะ”
       วิไลวรรณทั้งสั่นหัวทั้งโบกไม้โบกมือปฏิเสธอย่างหนักแน่น
       
       “ไม่มีทางค่ะคุณหญิง ถึงดิฉันจะโง่แต่ก็ไม่บ้าพอที่จะช่วยเพื่อนที่สั่งฆ่าดิฉันได้หรอกค่ะ”
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สุดสายป่าน ตอนที่ 17 จบบริบูรณ์
สุดสายป่าน ตอนที่ 16
สุดสายป่าน ตอนที่ 15
สุดสายป่าน ตอนที่ 14
สุดสายป่าน ตอนที่ 13
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 121 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 117 คน
97 %
ไม่เห็นด้วย 4 คน
3 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015