หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ปีกมาร

ปีกมาร ตอนที่ 14

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
13 กันยายน 2556 15:30 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ปีกมาร ตอนที่ 14
        ปีกมาร ตอนที่ 14 (ต่อ)
       
       ภูฉายเปิดประตูห้องเข้ามา ยืนพิงประตูหลับตานิ่งๆ เพื่อขับไล่ภาพความเหี้ยมโหดที่ตนเองกระทำต่อศลัยลา ภูฉายเริ่มมีความรู้สึกสับสน ผิด ชอบ ชั่ว ดี ตีกับความรู้สึกเคียดแค้นชิงชังในจิตใจอย่างรุนแรง
       
       ภูฉายเดินไปนั่งกุมศีรษะที่เตียงนอน เสียงสลักดังลอดมาจากภายนอก
       “ภู...ภู เป็นอะไรหรือเปล่าลูก แม่เป็นห่วงแกนะ เปิดประตูแกต้องการแม่ แม่รู้...แกอยู่คนเดียวไม่ได้หรอก แกยังต้องการแม่อยู่ ภู...ภู...”
       ภูฉายพยายามฝืนกับอาการเครียดในหัว ปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติขณะตะโกนตอบออกไป
       “ผมไม่ได้เป็นอะไรหรอกครับแม่ ผมสบายดีครับ”
       “แกแน่ใจหรือ ว่าแกไม่ต้องการแม่”
       “ผมไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ครับ”
       “งั้นก็ตามใจ”
       ภูฉายผ่อนลมหายใจอย่างช้าๆ ค่อยๆ เอนตัวลงนอน ท่าทีที่เต็มไปด้วยความเว้าเหว่เดียวดายของภูฉาย
       มองจากมุมสูงลงมา เห็นภูฉายร้องไห้อยู่อย่างเงียบๆ สภาพน่าเวทนา
       “ศลัย”
       
       ส่วนศลัยลานั่งจ่อมจมอยู่กับความเครียดเช่นเดียวกันกับภูฉาย ภาษิตนั่งอยู่ไกลๆ อยู่ในภาวะจิตใจค่อนข้างเครียดไม่ต่างกัน นวลนภานำชาร้อนๆ มาให้ศลัยลา
       “หนูไม่น่าทำรุนแรงเลยนะศลัย ยังไงคุณสลักก็เป็นคนแก่ ถึงจะตัดญาติขาดความเป็นแม่ผัวไปแล้ว แต่ถ้าคุณสลักช็อคตายไป จะทำยังไง”
       “ยายคุณนายสลักแกไม่ตายง่ายๆ หรอกครับ แกหนังเหนียว!” ภาษิตสุดทน
       นวลนภาหันไปดุลูกชาย
       “นี่ แม่กำลังพูดถึงคนแก่นะ เป็นเด็ก...พูดจาต้องรู้จักให้เกียรติสีผมผู้ใหญ่”
       ภาษิตลุกขึ้นยืนเถียง
       “ก็คนปูนคุณนายสลักน่ะถ้าไม่ย้อมผมก็หงอกทั้งหัวแล้วละครับ...คนไม่มีความคิดนี่สีผมมันไม่ช่วยหรอกครับคุณแม่”
       ภาษิตปึงปังเดินขึ้นชั้นบนไป ศลัยลายังนั่งขรึม ซึมเซา นวลนภาพูดปลอบเสียงอ่อนโยนลง
       “ศลัย เป็นยังไงบ้างลูก เอ้า ชาหน่อยมั้ย จะได้รู้สึกดีขึ้น”
       ศลัยลารับถ้วยชา เงยหน้าขึ้นมองแม่ ฝืนยิ้มให้
       “ขอบคุณค่ะ คุณแม่”
       “ถ้ายังอยากอยู่คนเดียวแม่จะออกไปข้างนอก แต่ถ้าทนอยู่คนเดียวไม่ไหว เรียกแม่นะ”
       นวลนภาเดินออกไป ศลัยลามองตาม ริมฝีปากเริ่มสั่นสะท้านไปด้วยความรู้สึก สะเทือนใจ ก่อนกระแทกถ้วยชาลง ร้องไห้ออกมาอย่างคับแค้น
       
       รุ่งเช้า กำลังตากผ้าที่ราวระเบียงห้องอยู่ ส่วนลายสือนั่งซึมอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ผลึกเดินออกมาจากห้อง หยุดมอง ทำหน้าเบื่อๆ เหมือนไม่อยากพูดด้วย แต่อดอาทรเพื่อนไม่ได้
       “วันก่อนมึงไปหาอาจารย์อังเดรแล้วใช่มั้ย”
       “ฮื่อ”
       “แล้วยังไง อาจารย์ว่ายังไงบ้าง”
       “ก็พูดเหมือนอย่างที่พ่อกูพูด นี่...ไม่มีใครเข้าใจกูเลยสักคน ไม่มีเลย!”
       “ก็ยังดี ที่คนรอบข้างมึงไม่ได้ช่วยซ้ำมึง ทุกคนเป็นห่วงมึงทั้งนั้นนะ”
       “บวชก็ไม่บวช...ทำงานก็ไม่ทำ...ถ่านไม่เอาขี้เถ้าไม่สน...แล้วมึงจะทำยังไงกับชีวิต!”
       “ขอเวลาสักพักได้มั้ย”
       จืดหมั่นไส้ “พักกลางคืนหรือพักกลางวัน พักยาวหรือพักสั้น”
       “ถ้ามึงขอเวลาพักยาวละก็...มึงอาจจะเสียอนาคต ไอ้สือ” ผลึกว่า
       ลายสือเหลือบสายตาขึ้นมองเพื่อนๆ พลางถอนหายใจ ด้วยสีหน้าแววตาทุกข์ร้อนหาทางออกไม่เจอ
       “เสียอนาคตหรือ แล้วทุกวันนี้กูเป็นไง พ่ออยากให้กูเรียนให้จบปริญญา ป้องกันการเสียคน แล้วไง กูก็จบแล้วไง จะเอาอนาคตอะไรกับกูอีก..ฮึ”
       ลายสือพาล ผลุนผลันออกไป ผลึกและจิดมองตามไป
       “โห มันคิดออกมาได้ยังไงวะ” ผลึกโมโห ตะโกนตาม “มึงเรียนมาตั้งนาน อยากได้แค่นั้นเองหรือ ปริญญาน่ะ..เขาไม่ได้เอาไปแปะฝาบ้านแล้วให้พ่อแม่นะโว้ย เขาเอาไว้เตือนใจให้มึงรู้ว่า…”
       
       จืดต่อให้ “มึงควรจะทำยังไงกับชีวิต ไอ้…”
       สองหนุ่มต่างมองตามไปด้วยความกังวล
       
       เวลาเดียวกัน สลักกำลังช่วยละมัยจัดโต๊ะอาหารอย่างกระวีกระวาด ภูฉายแต่งตัวเตรียมจะไปทำงานด้วยท่าทีเนือยๆ
       “ภู ของเช้านี่ไงลูก ตื่นสายนะ...แล้วยังงี้จะไปทำงานทันหรือ...ไหนๆ ก็สายแล้วกินเสียก่อน แกยังต้องเก็บกำลังเอาไว้ตีรันฟันแทงกับนังศลัยอีกหลายยก มากินก่อนเถอะลูก”
       “ไม่ละครับแม่ ผมต้องรีบไป”
       “แต่สุขภาพของแก...”
       ภูฉายเบื่อสลักเซ้าซี้
       “แม่ครับ ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับ ผมต้องไปจริงๆ ครับสายมากแล้ว ผมไปละ”
       ภูฉายเดินออกไป สีหน้าสลักสลดลง
       “อ้าว ไปซะแล้ว งั้นเดี๋ยวแกเก็บของเช้านี่เข้าตู้เย็น พรุ่งนี้ค่อยเอาออกมาอุ่นแล้วเสิร์ฟภูใหม่จะได้ไม่ต้องซื้อของมาทำอีก”
       “ค่ะ”
       “เอ...งั้นเดี๋ยวฉันต้องปรึกษาทนาย เรื่องที่นังศลัยมันจะฆ่าฉันเมื่อวาน มัย..ไปหยิบสมุดโทรศัพท์มาให้ฉันหน่อย ฉันจะโทร. ถึงทนาย”
       “ค่ะ นี่ค่ะคุณนาย”
       สีหน้าแววตา ของสลักเยาะหยันศลัยลาเต็มที่
       
       ทนายสวงอยู่ที่สำนักงานทนายความ กำลังพูดโทรศัพท์ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มือยังถือซองรูปถ่ายอยู่
       “ครับผม ไม่มีปัญหาหรอกครับ ผมจะไปรับคุณนายพรุ่งนี้ตอนเก้าโมงเช้าแล้วแจ้งความ เอาข้อหาพยายามฆ่าดีมั้ยครับ...ครับผม...ครับ...ครับผม...สวัสดีครับ”
       ทนายสวงวางสายลง เปิดรูปถ่ายที่ถ่ายภาพศลัยลาและ ลายสือจับมือกัน
       ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ออกมา แววตาบ่งบอกถึงความพอใจ
       
       ศลัยลาเดินลงบันไดมา ด้วยสีหน้าท่าทางอิดโรย
       “กาแฟซีลูก” นวลนภาทัก
       “ตาหนูยังไม่ตื่นค่ะ เมื่อคืนเป็นอะไรก็ไม่ทราบ กว่าจะนอนตั้งเที่ยงคืน”
       “งั้นปล่อยให้นอนให้เต็มอิ่มเถอะ เดี๋ยวปลุกตอนนี้จะโยเย หนูไม่ดื่มกาแฟจริงๆ หรือ”
       “ไม่ค่ะ”
       ศลัยลาสำรวจของในกระเป๋า ขยับปืนพกให้อยู่ในที่ทาง ภาษิตและนวลนภาต่างมองสบตากัน
       “เดี๋ยวรถติด หนูไปนะคะ คุณแม่”
       นวลนภาพยักหน้า ศลัยลาเดินออกไป
       “คุณแม่เห็นปืนมั้ยครับ”
       
       นวลนภาและภาษิตมองหน้ากันด้วยความห่วงใย

ปีกมาร ตอนที่ 14
        วันต่อมา สลักกำลังดูรูปของลายสือ และศลัยลาที่สวงเอามาให้ด้วยสีหน้าไม่พอใจ แต่สักครู่ก็ขยับแว่นสายตาอย่างหงุดหงิด
       
       “ไม่ชัดเลย...ฝีมือยังใช้ไม่ได้ ช่างภาพชั้นสวะพวกนี้คุณจ้างมาจากไหนนี่”
       “ผมเป็นคนถ่ายรูปนี้เองครับ”
       “อ้อ งั้นหรือ”
       สีหน้าสลักเจื่อนๆ ไป
       “งั้นก็พอดูได้ นี่น่ะหรือชู้ของนังศลัยลา เหมือนพวกข้างถนน กุ๊ย พวกหากินกับผู้หญิง มันเป็นพวกเร่ร่อนไม่มีหลักแหล่งใช่มั้ย ทุเรศ จะมีทั้งให้มันเข้าท่ากว่าผัวหน่อยก็ไม่ได้ หรือเห็นว่ามันหนุ่มกว่าภู...”
       ภูฉายเดินลงมา
       “อะไรกันครับคุณทนาย”
       “คุณนายเรียกผมมาปรึกษาเรื่องแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย...”
       “พยายามฆ่า...เอาให้หนักเลย แกเห็นรูปพวกนี้หรือยัง”
       ภูฉายรับมาดู ขยี้ด้วยความโกรธก่อนที่จะผลุนผลันออกไป
       “อ้าว แล้วกัน นี่มันเป็นหลักฐานที่ใช้ในศาลนะ ภู”
       สลักตกใจ ทนายยิ้มขบขันเมื่อสลักลนลานเก็บ
       “ไม่ต้องห่วงครับคุณนาย ผมยังมีอีกเยอะครับ”
       “งั้นจะช้าอยู่ทำไมล่ะ...พาฉันไปแจ้งความข้อหาพยายามฆ่าได้แล้ว”
       “ครับ คุณนาย”
       สลักยิ้มย่องอย่างสาสมใจ
       
       ศลัยลานั่งก้มหน้านิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเพียรภมร ขณะเพียรภมรเอื้อมมือมาตบไหล่เบาๆ น้ำเสียงปลอบโยน
       “เพียรก็นึกแล้วว่าฝ่ายนั้นต้องแจ้งข้อหา คนมันหาเหตุอยู่แล้วนี่”
       “ฉันต้องทำยังไงบ้าง”
       “พี่อยู่เฉยๆ ฉันจัดการเอง...บางทีเราอาจจะต้องหลอกให้คุณนายสลักแกเกิดความโลภ”
       แววตาศลัยลาร้อนใจ มองหน้าเพียรภมร
       “ไม่นะเพียร...ฉันไม่ยอมเสียบ้าน เสียรถหรือเสียลูก แค่นี้ฉันก็ละอายใจต่อภาษิตจะแย่อยู่แล้ว เขาเคยทำนายไว้เมื่อตอนที่คุณแม่ยกบ้านกับซื้อรถให้ฉัน แล้วมันก็เป็นอย่างที่เขาพูด”
       “พี่ศลัย เลิกสนใจความรู้สึกของคนใกล้ตัวเสียทีเถอะ รู้มั้ย...มันบั่นทอนความเป็นตัวเองแค่ไหน ถ้าเรารักที่จะสู้เพื่อศักดิ์ศรีของผู้หญิง เราต้องไม่กลัวใคร...”
       “แม้แต่..ความละอาย..ยังงั้นหรือ”
       “ใช่...เพราะความอายไม่ช่วยให้พี่ชนะได้”
       “เธอพูดถึงอะไรน่ะเพียร”
       “การที่เราลุกขึ้นยืนในฐานะโจทก์...กล่าวหาสามีข่มขืนและทำร้ายร่างกาย พี่ต้องทำให้ศาลเชื่อว่า....มันเป็นการภาพ-ข่มขืนที่ทารุณโหดร้าย มันเป็นความผิดทางเพศ”
       แววตาของเพียรภมรค่อยๆ วาวโรจน์ขึ้นอย่างเงียบๆ ด้วยความรู้สึกในจิตใจที่เคยเห็นแม่ถูกทำร้ายพลุ่งขึ้นมาครอบงำ
       “จำไว้นะพี่ศลัย...มันเป็นความผิดทางเพศ”
       
       ขณะที่ฉวีนั่งอยู่บนรถเข็นด้วยท่าทีนิ่งเฉย เหมือนไร้ความรู้สึก เพียรภมรก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ ท่าทีกระตือรือร้น
       “แม่ เรากำลังจะชนะ หนูจะทำคดีนี้ให้เป็นคดีที่สอนให้ผู้ชายรู้ว่า พวกมัน...มัน...พวกมันไม่มีสิทธิ์ทำร้ายผู้หญิง แม่...แม่ดีใจกับหนูใช่มั้ย ที่หนูกำลังจะเป็นผู้ชนะ” เพียรภมรกระซิบ “เราจะชนะ...แม่”
       ทว่าฉวียังนิ่งเฉย น้ำตาคลอเต็มดวงตา ขณะพึมพำออกมา
       “กลับบ้าน”
       สีหน้า แววตาของเพียรภมรสลดลง
       
       เช้าวันต่อมาภูฉายนั่งนิ่งๆ ฟังสลักที่กำลังเย้ยหยันถึงศลัยลา เงียบๆ
       “แม่น่ะไม่อยากได้หรอกแต่บ้านกับรถ แต่ที่ต้องเอาไว้ก็เพราะ...มันจะได้ทดแทนอะไรๆ ที่แกสูญเสียไป ตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกับผู้หญิงกากีอย่างนังศลัยลา!”
       “มีหรือครับแม่”
       ภูฉายลุกขึ้น ท่าทีเหนื่อยล้า และขมขื่น
       “ที่วัตถุจะสามารถทดแทนความรู้สึกที่เราสูญเสียไปได้”
       “ก็ให้ความสำคัญของวัตถุให้มากๆ ซีภู สมัยนี้...เงินเป็นพระเจ้าของมนุษย์ ที่ไอ้จิ้งจกนั่นมันเป็นชู้เมียแก มันก็คงจะเห็นว่านังศลัยมีรถมีเงินพอที่จะให้มันเกาะ ลำพังมีแต่ตัวใครมันจะเอา..ฮึ..หญิงแก่!”
       ท่าทีภูฉายหงุดหงิด รำคาญ จนทนฟังไม่ได้
       “ผมจะไปอาบน้ำละครับ”
       “แต่แม่ยังพูดไม่จบนะ!”
       “แม่ยังมีเวลาพูดอีกนานครับ”
       “แต่แม่…”
       “แต่ผมจะไปอาบน้ำ”
       “ภู...”
       ภูฉายเดินขึ้นชั้นบนไป สลักอ้าปากค้าง ละมัยมองตามไปอย่างแปลกใจ
       “พักนี้คุณภูเขาเป็นหนักนะคะ คุณนาย”
       “เป็นอะไร แหม....รู้จักภูฉายดียังกับแกเป็นแม่เขาเชียวนะนังมัย”
       ละมัยมีสีหน้าสลดลง สลักหันมาค้อนสาวใช้ แล้วจึงมองตามภูฉายไปด้วยแววตาสงสัยกับท่าทีที่เริ่มเปลี่ยนไปของลูกชาย
       
       ภูฉายเปิดประตูเข้ามาทั้งที่ยังสวมเสื้อผ้าชุดเดิมเปิดน้ำฝักบัวรดศรีษะ นัยน์ตาเปล่งประกายคั่งแค้น เจ็บปวด
       “ศลัย นังกากี ผมเกลียดคุณ..ผมเกลียดคุณ!”
       ภูฉายเริ่มร่ำไห้อยู่ใต้สายน้ำฝักบัวที่ราดรดลงมา
       
       เย็นนั้น แหมวกำลังยืนกอดกระเป๋านักเรียนรอรถประจำทางอยู่ ศลัยลาขับรถยนต์เข้ามาจอดเทียบ เลื่อนกระจกลงยิ้มให้แหมว
       “ให้ฉันไปส่งหนูมั้ยจ๊ะ”
       แหมวถดตัวถอยหนี จ้องมองศลัยลาด้วยความรู้สึกรังเกียจ
       “ไม่ค่ะ ไม่ต้อง!”
       “ทำไมล่ะ หนู”
       “เพราะแหมวเกลียดคุณ ขยะแขยงคุณ แค่นี้พอใจหรือยังล่ะ”
       ศลัยลาสะอึก ตกใจ “หนู!”
       แหมวผละตัววิ่งข้ามถนนไปต่อหน้า
       
       ศลัยลามีสีหน้าตื่นตระหนก มองตามเด็กสาวไป ด้วยความรู้สึกปวดร้าวขมขื่นใจ
       
        
       อ่านต่อหน้า 4 เวลา 9.30 น.

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ปีกมาร ตอนที่ 16 จบบริบูรณ์
ปีกมาร ตอนที่ 15
ปีกมาร ตอนที่ 14
ปีกมาร ตอนที่ 13
ปีกมาร ตอนที่ 12
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 11 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 11 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015