หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ปีกมาร

ปีกมาร ตอนที่ 15

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
19 กันยายน 2556 09:26 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ปีกมาร ตอนที่ 15
        ปีกมาร ตอนที่ 15
       
       ทุกคนกำลังเตรียมตัวเข้าห้องพิจารณาคดี ศลัยลายืนสำรวมจิตใจ ปลุกปลอบตัวเองเพื่อให้เข้มแข็งอยู่เงียบๆ ที่มุมหนึ่งหน้าห้อง
       
       ทนายสวงกระวนกระวายเพราะภูฉายยังไม่มา เพียรภมรมองมา เดินเข้ามาหาทนายด้วยท่าทีเยาะหยัน
       “ยังไงคะ...ลูกความคุณคงกำลังอาบน้ำ ประแป้งแล้วก็ดื่มนมอยู่ละมั้งป่านนี้ยังไม่มาเลยนี่”
       “ผมเชื่อว่าเขาต้องมา นัดที่ผ่านมาน่ะ...ไม่สำคัญเท่าไหร่เขายังมาทุกนัดนี่คุณก็รู้ว่ารถมันติด”
       “มันก็เป็นเหตุผลที่ช่วยได้นะ ว่าแต่...คุณเชื่อจริงๆหรือว่าลูกความของคุณจะชนะ”
       “ผมทำงานมานานนะ ผมกับคุณนี่...ชั่วโมงบินมันต่างกัน ถึงแม้ว่าผมจะไม่ใช่สัญลักษณ์ของการต่อสู้ก็เถอะ”
       ทนายสวงเยาะกลับ เพียรภมรมีสีหน้ามึนตึงไป
       “คุณ”
       “ผมรู้จักกฎหมายทุกมาตราเหมือนที่คุณรู้ เพราะเป็นกฎหมายเล่มเดียวกัน แต่คุณก็คงจะไม่ปฏิเสธนะว่าผมรู้จักวิธีการใช้มากกว่าคุณ อ้อ...ลูกความของผมมาแล้วทางนี้ครับคุณภูฉาย”
       ภูฉายและสลักเดินเข้ามาอย่างรีบร้อน สีหน้าของภูฉายเครียดอย่างหนัก
       “โอ้ย รีบจนแทบจะเหาะมาแน่ะคุณ เพราะว่า...”
       สลักมองไปยังศลัยลา ศลัยลากำลังจ้องมองอยู่ด้วยความรู้สึกเกลียดชัง
       “เข้าไปข้างในเถอะ พี่ศลัย”
       
       เพียรภมรดึงมือศลัยลาเข้าห้องพิจารณาคดีไป ต่างยังจ้องมองกันอยู่ด้วยความเกลียดชัง
       
       ฟากเข็มนอนอยู่บนเก้าอี้ยาวในห้องรับแขก มีกระดาษที่เพียรภมรจดข้อความแบบตอบในศาลปิดใบหน้าอยู่ เข็มนอนท่องจนหลับไป มีถ้วยข้าวที่ยังกินค้างไว้วางอยู่ใกล้ๆ
       ภาษิตเดินเข้ามา
       “เข็ม...เข็ม...อะไรกัน ประตูหน้าบ้านก็ไม่ใส่กุญแจแล้วนี่โจรเข้ามาจะทำยังไง”
       เข็มสะดุ้ง ลนลานตื่น
       “อุ๊ย คุณ...คุณภาษิต”
       “ยังไงคุณนายเข็ม นอนยังกับท่านเจ้าของบ้านเชียวนะ”
       “โธ่ หนูไม่รู้จะทำอะไรนี่คะ ท่องไอ้นี่แล้วก็หลับ”
       “อะไร”
       ภาษิตฉงน คว้ามาอ่าน สีหน้าเครียดขึ้นเหลือบสายตาขึ้นมองเข็ม
       “นี่อะไรนี่ ใครสั่งให้ท่อง”
       “คุณเพียรภมรน่ะค่ะ เอามาให้เมื่อวาน สั่งให้หนูท่องให้ได้หนูต้องตอบคำถามของคุณเพียรภมรในศาล”
       “เข็ม...นี่แกต้องขึ้นไปให้การเป็นพยานพี่ศลัยกรณีถูกพี่ภูข่มขืนนะ”
       “เอ้อ...ก็...ก็คุณเพียรบอกว่ามันเป็นวิธีที่ช่วยคุณศลัยได้นี่คะ เข็มไม่อยากให้คุณศลัยเสียบ้าน เสียรถแล้วก็เสียน้องหนูนี่ เข็มสงสารคุณศลัย คุณภาษิตไม่สงสารคุณศลัยหรือคะ”
       น้ำเสียงซื่อของเข็ม สีทำเอาภาษิต อึ้ง นิ่งงันไป
       
       ภายในห้องพิจารณาคดี ใบหน้าของศลัยลาค่อยๆ เบนสายตามองไปยังทิศทางที่ภูฉายนั่งอยู่ สลักนั่งเยื้องอยู่ทางเบื้องหลังใกล้ชิดภูฉาย น้ำเสียงของศลัยลาเต็มไปด้วยความลังเล ทนายกำลังซักโจทก์อยู่
       “ค่ะ ฉันเป็นภรรยา”
       “โดยหน้าที่ของภรรยา คุณจดทะเบียนสมรสถูกต้องกับจำเลย คุณย่อมรู้ถึงฐานะและหน้าที่”
       “ฉันรู้ดี”
       
       “คุณกล่าวหาจำเลยกระทำการทารุณ ทุบตีและข่มขืนทั้งที่คุณรู้ว่าโดยหน้าที่นั้น คุณต้องตอบสนองความต้องการทางเพศของเขาด้วย”
       ศลัยลารู้สึกอับอาย หลบสายตาลง ก้มหน้ารับคำเสียงแผ่ว
       “ค่ะ”
       เพียรภมรลุกขึ้นยืน
       “ขอค้านค่ะ ทนายจำเลยชักนำเพื่อให้เกิดความจำนนและคล้อยตาม”
       “คำค้านตกไป เพราะในกระเด็นนี้ถือว่ามีความจำเป็นต้องอ้างถึงได้ เชิญทนายจำเลยต่อ”
       ทนายสวงค้อมศีรษะลงอย่างสุภาพ หันมามองเพียรภมรด้วยแววตาเยาะหยัน
       “ขอบพระคุณครับผม หมดข้อซักถามเท่านี้ครับ ศาลที่เคารพ”
       สวงเดินกลับไปนั่งใกล้ๆ ภูฉายด้วยมาดของผู้ชนะ สีหน้าของศลัยลาหวาดหวั่นอย่างรุนแรง
       
       ครู่ต่อมาศลัยลาเดินเร็วๆ ลงมาพร้อมกับ เพียรภมร สีหน้ากังวล
       “ฉันทำได้ไม่ดีเลยใช่มั้ยเพียร ฉันเสียใจจริงๆนะ”
       “พี่ศลัยทำได้ดีแล้วละ ฉันบอกแล้วยังไงล่ะ...เราจะพูดความจริงในศาล”
       นักข่าวเข้ามารุมล้อมถ่ายรูปและสัมภาษณ์
       “รูปคดีเป็นยังไงบ้างคะ”
       “เอ้อ..ยังไม่มีการให้ข่าวนะคะ ศลัย ไปเถอะ” เพียรภมรตอบ
       “เดี๋ยวซีครับ...เป็นคดีที่ประชาชนสนใจนะครับ”
       เพียรภมรดึงมือศลัยลาขึ้นรถยนต์ขับหนีไป นักข่าวจึงหันไปรุมล้อมภูฉาย ทนายและสลักที่เดินลงมา
       “มีความได้เปรียบเสียเปรียบกันมากน้อยแค่ไหนครับคุณทนาย”
       “ผมยังตอบอะไรไม่ได้ตอนนี้นะครับ ขอโทษนะครับ ผมขอตัวก่อนเชิญครับคุณภูฉาย”
       “ครับ”
       “แต่ฉันตอบได้ค่ะ” สลักเสนอหน้า
       “ไปเถอะครับ....แม่”
       ภูฉายหันมาดึงมือ แต่พลัดมือกัน สลักพะว้าพะวังเพราะอยากจะพูดเต็มที ทนายและภูฉายถูกเบียดหลุดวงไป นักข่าวเข้ามารุมล้อมสลัก
       “คุณนายทราบแนวทางของรูปคดีหรือครับ”
       “อ้อ ทราบซีคุณ ลูกชายฉันต้องชนะแบบนอนมาอยู่แล้ว ผู้หญิงมีชู้มันก็เริงชู้จนเห็นผัวเป็นไอ้งั่ง มันกล่าวหาลูกชายฉันข่มขืน น่าหัวเราะมั้ยคุณ ทำไมมันถึงไม่ไปกล่าวหาชู้มันข่มขืนมั่งล่ะ จริงมั้ย”
       “คุณนายเป็นอะไรกับจำเลยครับ”
       “อ๋อ ฉันเป็นแม่เขาค่ะ ภูน่ะ....เขาเป็นคนรักแม่ค่ะ แม่พูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น เรื่องแต่งงานนี่....ฉันไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่ต้น แต่ฉันต้องการให้เขาเรียนรู้ชีวิตเมียเลวๆน่ะมันเป็นยังไง เขาจะได้รู้ว่าแม่ดีๆ น่ะ เป็นแม่ประเภทไหน”
       “คุณนายคิดว่าเป็นแม่ประเภทไหนล่ะครับ”
       สลักยืดกายขึ้นอย่างทะนงและภาคภูมิ
       
       “ก็อย่างฉันไงล่ะ”
       
       คืนนั้น ศลัยลาสวมชุดนอนนั่งกอดเข่าที่บันได มองท้องฟ้าอยู่ด้วยแววตาเงียบเหงา นวลนภาเดินเข้ามา เอาผ้าห่มผืนเล็กๆ มาห่มให้
       ศลัยลาแววตาหวั่นไหว คิดถึงครั้งที่ตน สวมเสื้อคลุมให้กับลายสือ ในวันหนาวเหน็บ ด้วยความรู้สึกเยี่ยงแม่
       “หนาวแล้วนะลูก ออกมานั่งตากน้ำค้างทำไม”
       ภาษิตเดินออกมาจากบ้าน ยืนพิงประตูฟังอยู่เงียบขรึม
       “หนูนอนไม่หลับค่ะ”
       “คิดมากเรื่องนั้นหรือ ศลัย...ช่างมันเถอะ หนูจะตอบคำถามได้ดีหรือเลวก็ช่างมัน มันไม่ใช่ข้อสอบชีวิตนะ”
       “คุณแม่คะ หนูคิดถึงลายสือ อยากมีเขาอยู่ใกล้ๆ เขาทำให้หนูมีความหวัง ทำให้หนูรู้สึกว่า..หนูยังไม่ตาย ความหวังยังเป็นของหนูอยู่”
       “หนูไม่ควรพบเขา แม่คงไม่ต้องบอกนะ ว่าทำไม”
       ศลัยลาสบสายตาของนวลนภา พยักหน้าและฝืนยิ้ม
       “ค่ะ คุณแม่ หนูเข้าใจ”
       “โธ่ ศลัย”
       นวลนภาแนบศีรษะกับศีรษะของศลัยลา โอบกอดอย่างอบอุ่น
       “แม่มีความรักให้ลูก มีเยอะเลย...มีมากมายจนแม่ประมาณจำนวนไมได้ อย่าท้อแท้นะลูก อย่าเพิ่งล้มลงตอนนี้...พออะไรๆในช่วงนี้ผ่านไป หนูก็มีกำลังสู้ชีวิตได้ แม่ยืนอยู่เคียงข้างลูกเสมอ ศลัย”
       “คุณแม่”
       
       ทั้งสองแม่ลูกกอดกันร้องไห้ ภาษิตสะท้อนใจมองมาอย่างสงสาร เต็มไปด้วยความรู้สึกเสียใจ

ปีกมาร ตอนที่ 15
        ลายสือนั่งเงียบอยู่อย่างเคร่งขรึม กังวล ผลึกและจืดกำลังทำกับข้าวกันอยู่ ภาษิตเดินเข้ามาหยุดที่ประตู ผลึกและจืดมองเห็นภาษิตก่อน สีหน้าหวั่นกลัว
       
       “ภาษิต....มึง...เอ้อ....มึงมาทำไมวะ”
       ลายสือค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
       “ที่จริง กูก็ไม่อยากมาให้รองเท้ากูเป็นเสนียด”
       “ไม่...มะ...มะ...ไม่เป็นเพื่อน...ถึงมึงจะเหยียบขี้หมาเข้ามาก็ไม่เป็นเสนียดจังไรแต่อย่างไดเลย แต่...ตะ....ตะ....แต่มึงต้องมาดีนะ” จืดว่า
       “ใช่ ปัญญาชนย่อมไม่ให้ความรุนแรง มีอะไรค่อยพูดค่อยจากันนะ...ไอ้จืด เร็ว ไปเถอะตัวใครตัวมันว่ะ”
       ผลึก กะจืด ชิ่งหลบไป
       “คุณศลัยเป็นยังไงบ้าง”
       “ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
       “คุณศลัยเป็นอะไร”
       ท่าทีลายสือร้อนใจ ภาษิตจ้องหน้า ลายสือจึงสลดลง
       “กูรู้...ว่ากูไม่มีสิทธิ์ห่วงใยคุณศลัยลา แค่ห่วงใย...มึงไม่ให้กูห่วง กูก็ต้องห่วงคุณศลัยอยู่ดี เอ้า..เอาซี มึงจะต่อยหน้ากู มึงจะฆ่ากูก็ได้ เชิญเลย”
       ภาษิตสบสายตาของลายสือ แววตายังคงเมินหมางห่างเหิน
       “อย่าทำร้ายพี่ศลัยเหมือนอย่างที่พี่ภูฉายทำ กูขอร้อง” ภาษิตแผดเสียงใส่ “กูขอร้องแค่นี้แหละ ทำได้มั้ย”
       ภาษิตผละออกไป ลายสือมองตามไปด้วยความรู้สึกสับสน
       
       ละมัยทำงานบ้านอยู่ ภูฉายยืนกอดอก มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
       สลักกระวีกระวาดลงมาจากชั้นบนด้วยความตื่นเต้น ถือหนังสือพิมพ์มาด้วย
       “นังมัย....นังมัย แกเห็นข่าวฉันมั้ย มีรูปฉันลงด้วยนะ...มีสัมภาษณ์ที่หน้าศาลไง เห็นหรือยัง”
       “เห็นแล้วค่ะ”
       “เอ้อ...ภู ภูฉาย มาอะไรนี่แน่ะ แกมัวแต่อมพะนำไม่ยอพูดกับนักข่าวแม่เลยต้องทำหน้าที่ของแม่ เห็นมั้ย...แม่ไปด้วยไม่เสียเที่ยวนะ ได้ด่านังศลัยผ่านหนังสือพิมพ์ นี่ไง..ลงหน้านี้ไง”
       “ผมไม่สนใจหรอกครับแม่”
       ภูฉายเดินออกไป
       “อ้าว ไม่สนใจได้ยังไง แม่อุตส่าห์...”
       “คุณนาย ที่คุณนายพูดกับนักข่าวน่ะ ถ้าตอนจบมันกลายเป็นเรื่องไม่จริง คุณศลัยไม่ได้มีชู้ คุณนายจะไปรับเละจนบานหรือคะ” ละมัยท้วง
       สลักนิ่งอึ้งไป สีหน้าเริ่มวิตกกังวล
       
       เข็มยืนตัวตรงเป๊ะ ท่องประโยคเหมือนอ่าน
       “หนู...หนูได้ยินเสียงรถก่อนค่ะ แล้วก็คุณภูฉายเดินเข้ามาในบ้าน นั่งอยู่แปปนึงก็ขึ้นข้างบน ตอนนั้นหนูทำงานอยู่ข้างล่างไม่รู้ว่าคุณภูทำอะไร พอคุณศลัยกลับมาหนูเลยวิ่งออกไปบอกคุณศลัย ตอนนั้นคุณภูฉายยืนอยู่ที่ระเบียง...แล้ว...แล้วทำหน้า...เหมือน...เหมือนยักษ์”
       เพียรภมรนั่งไขว้ห้างฟังอย่างเงียบ ขมวดคิ้ว
       “เหมือนอะไรนะ”
       “เอ้อ...เหมือน...เหมือนคนบ้า” เข็มว่า
       
       เพียรภมรบอก “เหมือนคนเสียสติ!”
       ภาษิตก้าวเข้ามายืนฟัง
       “เอ้อ...ค่ะ...ค่ะเหมือนคนเสียสติ แล้วก็...”
       ภาษิตเอ่ยขึ้น “ท่องเหมือนนกแก้วนกขุนทองเลยนะ”
       เข็มตกใจ “คุณภาษิต”
       “ออกไปข้างนอกก่อน....เข็ม”
       “ค่ะ”
       เข็มออกไปเพียรภมรขยับตัวนั่งอย่างระวังมากขึ้น ภาษิตยืนจ้อง นัยน์ตาแข็งกร้าว
       “คุณใช้วิธีนี้กับลูกความทุกคนหรือ”
       “เป็นบางคน...นี่เป็นขั้นตอนเตรียมการเท่านั้นเอง”
       “ถามจริงๆ เถอะ…”
       ภาษิตจ้องนัยน์ตาของเพียรภมร
       “นี่คุณกำลังทำอะไรกับชีวิตพี่สาวผม!”
       
       เย็นนั้นสลักโวยวายกับทนายซึ่งกำลังปวดหัวกับความดื้ออวดฉลาดของสลัก
       “หมายความว่ายังไง ฉันน่ะหรือเป็นแม่ที่จุ้นจ้านมากเกินไป นี่ฉันเป็นแม่ของลูกความคุณนะคุณทนาย”
       “คุณนายครับ ข้อนั้นน่ะผมทราบ...ผมไม่ได้กล่าวหาคุณนายจุ้นจ้าน แต่การที่คุณนายผลีผลามให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ด่า…”
       สลักสวนทันควัน “โจมตีย่ะ!”
       “นั่นแหละครับ มันจะทำให้เกิดผลเสียต่อรูปคดี”
       “เสียยังไง คนทั้งโลกจะได้รู้ว่านังศลัยมันคบชู้ ลูกชายฉันถึงได้บรรดาลโทสะทุบตี เขาไม่ฆ่ามันทิ้งน่ะดีเท่าไหร่แล้ว นี่เป็นเพราะภูเขาเป็นคนมีพื้นฐานทางจิตใจดี เขาถึงไม่ทำยังงั้น
       ภูฉายเพิ่งกลับจากที่ทำงาน มองสองคนด้วยสีหน้าแปลกใจ
       “อ้อ ภูกลับมาพอดี ใช่มั้ยลูก...ใชมั้ย...ภู...ตอบแม่มาซีว่าใชมั้ย”
       ภูฉายสีหน้างงงัน ทนายสวงทำท่าปวดกบาล
       “ใช่มั้ย ภู”
       ภูฉายงงงัน สะดุ้ง ตอบเหมือนหุ่นยนต์
       “ครับ...แม่!”
       “เห็นมั้ย...แม้แต่ภูฉายเขายังยอมรับว่าแม่เขาเป็นคนยังไงเพราะฉะนั้น ทีหลังไม่ต้องมาสั่งสอนฉันนะ ว่าอะไรควรพูดอะไรไม่ควร ฉันไม่ชอบ..!”
       สีหน้า แววตาของทนายเบื่อหน่ายสุดๆ
       
       ด้านเพียรภมรขับรถยนต์เข้ามาจอดส่งภาษิตหน้าบ้าน ภาษิตยังไม่ลง หันไปมองหน้าเพียรภมร ด้วยแววตาอ่อนโยนลง
       “ขอบคุณที่มาส่ง”
       “ขอบคุณที่ไม่ข่มขืนฉัน” ทนายสาวประชด
       “ไม่ใช่เพราะผมไม่อยากทำหรอกนะ แต่ผมกลัวคุก”
       “ถ้ามนุษย์ผู้ชาย รู้จักเคารพกฎหมายแบบคุณ คดีอย่างพี่สาวคุณคงจะไม่เกิด”
       สีหน้าภาษิตเครียดขึ้น
       “ผมไม่อยากพูดถึงมันอีก แต่ไปศาลคราวหน้า ผมจะไปกับพี่สาวผม”
       ภาษิตเปิดประตูรถยนต์ลงไป
       “คุณ….” เพียรภมรฉุน
       “ชีวิตของพี่สาวผมไม่ใช่ผัก ไม่ใช่ปลา คุณจะเอาไปสับยังไงก็ได้ พี่สาวของผมมีชีวิต มีเลื้อดเนื้อ มีความรู้สึก แล้วก็มีความเป็นมนุษย์!” ภาษิตบอกอย่างจริงจัง และเอาจริง
       
       ศลัยลายืนอยู่ที่ระเบียง ขยับตัวเมื่อได้ยินเสียงของภาษิต หล่อนมองมายังทั้งสองคนด้วยความรู้สึกครุ่นคิด ตริตรอง
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ปีกมาร ตอนที่ 16 จบบริบูรณ์
ปีกมาร ตอนที่ 15
ปีกมาร ตอนที่ 14
ปีกมาร ตอนที่ 13
ปีกมาร ตอนที่ 12
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 13 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 10 คน
77 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
23 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015