หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย

สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 กันยายน 2556 11:56 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 4
       สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 4
       
       หรั่งประคองสังขารกลับมายังชุมชนแต่ยังไม่เข้าบ้าน หน้าตาของหรั่งยับเยิน เลือดไหลซิบๆ ตามมุมปากและโหนกแก้ม ผู้ใหญ่เงาะและน้าเบิ้ม ช่วยกันทำแผล แต้มยาให้หรั่ง
       
       “มึงไปทำอะไรมาวะ พวกมันถึงได้แห่กันมายำมึงขาดนี้”
       “ไม่รู้เหมือนกัน...โอย...หรืออาจจะรู้ก็ได้”
       “จบถึงปริญญาตรี ยังมีเรื่องอย่างนี้ได้ ไอ้หรั่งเอ๊ย...ถ้าเป็นไอ้เท่ห์ ไอ้โบ้ ไอ้เช็งละก้อ กูจะไม่สงสัยเลยซักนิด” ผู้ใหญ่บ่น
       เบิ้มถาม “เรื่องผู้หญิงรึเปล่าวะ”
       หรั่งนิ่งคิด “อย่าบอกเรื่องนี้ให้ก้อยรู้นะน้าเบิ้ม”
       “เออ...ห่วงแต่ยายก้อยนะมึง อะไรๆก็ก้อย...ยังกะว่ามันเป็นน้องแท้ๆ งั้นแหละ หรือว่ามีแผนจะเปลี่ยนจากน้องเป็นอย่างอื่น” เบิ้มแซว
       “น้าเบิ้ม ฉันขอร้องเลย ถ้ารักกันจริงอย่าพูดอย่างนี้”
       มอเตอร์ไซค์เท่ห์ โบ้ เช็ง แล่นเป๋ๆ เข้ามาที่หน้าบ้านผู้ใหญ่ ตามด้วยเสียงโอดโอย สามหนุ่มก้าวลงมาจากรถ สภาพจมกองเลือด สะบักสะบอมไม่แพ้หรั่ง
       “อ้าว นี่พวกมึงไปทำอะไรมาอีกล่ะ...แดงฉานขนาดนั้น เลือดมึงหรือเลือดใครวะ”
       “ปนๆ กัน ผู้ใหญ่” โบ้ว่า
       “พวกเราไปรับจ้างเขา แต่ผิดแผนนิดหน่อย” เท่ห์บอก
       “ก็ไอ้โบ้น่ะสิ บอกแล้ว ย้ำแล้วย้ำอีก...พอพวกแม่งวิ่งเข้าหากัน ให้แว่บหนี...นี่อะไร เสือก
       วิ่งเข้าใส่เลย ไอ้เวร...” เช็งด่า
       “ก็กูติดลมนี่หว่า”
       เท่ห์ด่า “ศิษย์เก่าช่างกลรึไงวะมึง...เจอเข้าไปเต็มๆเลยเป็นไง สม”
       เช็งบ่น “คุ้มค่ายามั้ยวะเนี่ยะ...พันสองเอง”
       โบ้หันไปเห็นหรั่ง นอนหน้าปูดอยู่ใกล้ๆ ผู้ใหญ่ ก็แปลกใจ
       “ไอ้หรั่ง มึงไปโดนตีมาด้วยเหรอ...”
       “อย่าบอกนะว่าแอบไปรับจ้างอยู่คนละฝั่งกับพวกกู”
       เท่ห์ยิงมุกใส่ แต่ไม่มีใครขำกะมัน
       
       ขณะเดียวกันที่เค้าท์เตอร์บาร์ในบ่อน ตะวันฉายและกฤษฎายกแก้วเหล้าขึ้นชนกันอย่างร่าเริง คล้ายฉลองการทำงานเสร็จ
       “ดื่มให้กับความสำเร็จกันหน่อย”
       ชายฉกรรจ์ร่างกำยำหน้าตาโจรชัดๆ ยืนเรียงแถวเป็นแผงอยู่ด้านหลัง...ตะวันฉายหันไปถามไถ่พวกมันดู
       “แน่ใจนะว่า ไม่ถึงตาย”
       “โอ๊ย ไม่หรอกครับ...แค่เบาะๆ...ผมไม่ทำให้เจ้านายเดือดร้อนหรอกครับ แต่ถ้าเจ้านายต้องการให้ถึงขั้นนั้นก็บอกได้นะครับ...จัดให้ได้เหมือนกัน” ลูกน้อง 1 บอก
       “โอ.เค....เอ้า เอาเงินนี่ไปใช้เล่นๆ”
       ตะวันฉายส่งเงินปึกใหญ่ให้พวกมัน...ต่างแยกย้ายกันไปดีใจ กฤษฎาขยับเข้าใกล้ตะวันฉาย ที่ด้านหลังเห็นบรรยากาศของบ่อนสุดคึกคัก กว้างขวางใหญ่โต แต่บรรยากาศมัวซัวยิ่งนัก
       “กูไม่เคยรู้เลยว่ามึงมีบ่อนเป็นของตัวเองขนาดนี้ ไอ้ตะวัน” กฤษฎาว่า
       “ไม่รู้น่ะดีแล้ว...ไม่ใช่ของกูคนเดียว กูแค่มีหุ้นกับพี่ๆ เขานิดหน่อย”
       “วันหลังกูพาเพื่อนกลุ่มอื่นมาเล่นบ้างได้มั้ยวะ”
       “มึงต้องบอกกูก่อน...ไม่ใช่ว่าจะเข้ามาเล่นได้ง่ายๆทุกคน...มันต้องขาประจำ ต้องมีรหัส”
       
       ที่ประตูทางเข้า มีเสียงเคาะประตู และโต้ตอบกันด้วย รหัสประจำวัน สักพักประตูเปิดออก
       บารมีก้าวเข้ามาในบ่อนนี้...หน้าตาขาวผ่องเชียว เขากวาดสายตาไปรอบๆ
       กฤษฎามองไปยังบารมี ถึงกับสะดุ้ง เช่นเดียวกันบารมีมองเห็นหลานชาย บารมีเดินเข้าหากฤษฎาทันที
       “อากู๋หั่ง”
       “นายต้น”
       ตะวันฉายฉงน “รู้จักกันด้วยเหรอ”
       กฤษฎาบอก “อากูเอง…อาหั่ง อย่าบอกพ่อต้นนะว่า เจอต้นที่นี่”
       “เราก็ห้ามบอกใครๆ เหมือนกันว่าอามาที่นี่”
       “โอเค”
       “เชิญตามสบายนะครับ คุณอาและคุณหลาน”
       กฤษฎาพาบารมีไปนั่งที่โต๊ะกลางบ่อน ตะวันฉายมองตาม แล้วหันไปรำพึงกับลูกน้องใกล้ตัว
       “เศรษฐีใหม่…รวยง่าย ก็หมดง่าย…มึงคอยดู ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ”
       
       ตกตอนกลางคืน แลเห็นหรั่งเดินเข้าบ้านมาอย่างเงียบๆ พร้อมกับร่องรอยบาดแผลที่ถูกรุม
       เสียงก้อยทักขึ้น “หรั่ง”
       “หือ”
       หรั่งเดินไปยังห้องก้อย...เห็นก้อยนอนกอดไวโอลินอยู่บนที่นอนของเธอ
       “กลับซะดึกเชียว...กินข้าวมารึยัง...หิวมั้ย”
       “เรียบร้อยแล้ว วันนี้ผู้จัดการเลี้ยงซะอิ่มเลย...ซี้ด...อาา” หรั่งเผลอร้องคราง ด้วยรู้สึกเจ็บตรงบริเวณแผล
       “เผ็ดเหรอ หรั่ง”
       “อือม...วันนี้งดนิทานนะก้อย”
       หรั่งเดินออกไปจากห้องก้อย
       
       หรั่งนอนลงกลางห้องของตน ค่อยๆ ล้วงกระเป๋าหยิบบางอย่างออกมา...เขาชูมันขึ้นสูง ของชิ้นนั้น
       มันคือ พวงกุญแจไอ้มดแดง มีรอยบุบบี้เกิดขึ้นที่ตัวไอ้มดแดง เล็กน้อย หรั่งมองกุญแจนั้นอย่างเสียดาย
       
       อาคารที่ทำการ บริษัท M.S.GROUP ตั้งตระหง่าน ยามเช้าตรู่
       เผ่าลาภโยนแฟ้มลงบนโต๊ะทำงานอย่างไม่สบอารมณ์ แพรวา และ กฤษฎา นั่งสงบเสงี่ยมอยู่ตรงหน้าโต๊ะนั้น
       “อะไรกัน ให้ไปดูงาน ให้ไปฝึกงานมาสองอาทิตย์ ไม่ได้เรื่อง ไม่ได้ราวอะไรกันเลยเหรอ…ทั้งอาโก ทั้งอาเจ็ก เขารายงานความไม่ได้เรื่องของเราทั้งคู่เต็มแฟ้มนี่เลย แพรวา หนูจะมาถือว่าเป็นลูกคุณป๋า แล้วจะมาอืดอาด เอ้อระเหย ไม่กระตือรือร้นกับงาน วันๆเอาแต่นั่ง Skype กับเพื่อนๆ ไม่ได้นะ”
       แพรวาหน้าง้ำ “ก็น้องแพรไม่ถนัดงานพวกนี้นี่”
       “ก็ถึงให้ไปฝึกไง…ไม่ถนัดก็ต้องฝึก ต้องทำให้มันถนัดเข้าสิ…นายต้น”
       กฤษฎาสะดุ้งจากการก้มหน้านิ่ง
       “อาชาติชายเขารายงานมาว่า วันๆ เราเอาแต่เที่ยวเล่น กินเหล้าเมา แล้วก็มาหลับที่โรงงาน…เผลอเป็นแว่บกลับกรุงเทพฯ ประจำ ใช่มั้ย…จริงรึเปล่า”
       กฤษฎาอ้าปากจะพูด กลิ่นเหล้าหึ่ง พูดไม่ออก
       “เถียงไม่ออกสิ…กลิ่นเหล้าจากเมื่อคืนยังหึ่งอยู่เลย…”
       กฤษฎาก้มหน้าลงไปใหม่
       “เราทั้งคู่ โตแล้วนะ หัดรับผิดชอบซะบ้าง…จะรอให้แก่หง่อม หมดเรี่ยวหมดแรง แล้วค่อยคิดจะทำงานน่ะ มันไม่ไหว…เอาละ สำหรับนายต้น ต่อไปนี้เธออยู่ซะที่เหมืองเลย เสาร์-อาทิตย์ก็ไม่ต้องกลับ กิน-นอน-เรียนงานกับอาเหลียงอยู่ที่นั่นแหละ…พ่อเราก็อยู่ที่เหมืองอยู่แล้ว ถ้าแม่เขาคิดถึงก็ให้ไปเยี่ยมที่นั่นเอา…นี่เป็นคำสั่งนะ ต้องการอะไรเพิ่มรึเปล่า”
       กฤษฎาส่ายหน้า ไม่อยากพูด กลัวเหม็นเหล้า
       “ไปได้แล้ว ทั้งสองคน”
       
       แพรวาและกฤษฎาค่อยๆ เดินจ๋อยกันออกไป

สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 4
       ครั้นเมื่อถึงประตู แพรวาตัดสินใจหยุด และหันมาหาเผ่าลาภอย่างมุ่งมั่น
       
       “น้องแพรขอผู้ช่วยค่ะ”
       “อะไรนะ…ตำแหน่งเรายังไม่มีเลย จะขอผู้ช่วยแล้ว…จะให้คุณป๋าแต่งตั้งผู้ช่วยให้กับเด็กฝึกงานงั้นเหรอ”
       “ก็เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของน้องแพร ไม่เกี่ยวกับบริษัทก็ได้…เวลาน้องแพรมีปัญหา จะได้มีใครให้คำปรึกษาได้ตลอดเวลา...ถ้าคุณป๋าอยากให้น้องแพรเป็นงาน...น้องแพรก็ต้องการผู้ช่วยค่ะ”
       เผ่าลาภทอดถอนใจในความคิดของลูกสาว
       “เฮ้อ…ใครเขาจะยอมมาเป็นผู้ช่วยหนูอย่างนั้น”
       
       เวลาเดียวกันที่บ้านพัวพงศ์ไพศาล โฉมฉายเดินมารับโทรศัพท์ที่อยู่ใกล้ตัว มีสาวใช้ดูแลอยู่ใกล้ๆ
       “ฮัลโหล…อ๋อ พี่ตะวันฉายเขาไม่อยู่หรอกลูก…มีอะไรเหรอจ๊ะหนูแพรวา”
       แพรวาอยู่ที่บริษัทขณะพูดโทรศัพท์
       “น้องแพรจะขอให้พี่ตะวันมาช่วยงานน้องแพรหน่อยค่ะ...งานที่บริษัท M.S.ของคุณป๋าค่ะ”
       “อ๋อ เหรอจ๊ะ…งานหนูคงเยอะสินะ...แล้วแม่จะบอกเขาให้นะจ๊ะลูก”
       “ค่ะ…ขอบคุณคุณแม่ค่ะ สวัสดีนะคะ”
       แพรวาวางสายโทรศัพท์อย่างลิงโลด ยิ้มอารมณ์ดี
       โฉมฉายวางสายโทรศัพท์ ยิ้มเย้ยหยัน
       “เห็นลูกฉันเป็นอะไร…อยู่ๆ จะให้ไปช่วยเจ๊กทำงาน”
       สาวใช้ที่อยู่ใกล้ๆ หันมาถามงงๆ
       “คุณนายพูดกับหนูรึเปล่าคะ”
       
       ด้านหรั่ง นั่งซักผ้าท่าทีซึมๆ อยู่ ผู้ใหญ่เงาะเดินเอียงไปเอียงมา ถือไม้เขี่ยไปตามทางเดิน ผู้ใหญ่ขยับตัวลงนั่งข้างๆ หรั่ง ส่งเสียงอ้อแอ้ออกมา ดูออกว่าเมาปลิ้น
       “ไอ้หรั่ง ซักผ้าเหรอ…ขยันนี่หว่า…นี่ อีกหน่อยเราจะมีน้ำประปาแล้วนะเว้ย…ข้ายื่นเงื่อนไข ขอเจ้าของที่เขาไป…แจ๋วจริงๆ”
       “เมาเหรอผู้ใหญ่” หรั่งถาม
       “อือม…แค่กินถึงเช้า ไม่น่าเมาเลยกู…เนี่ยว่าจะเดินสำรวจที่ทางไว้วางท่อซักหน่อย”
       ผู้ใหญ่ลุกขึ้นยืน แล้วลงนั่งอีกที
       “มึงเป็นอะไรไปวะ…ไม่เคยเห็นมึงหน้าเศร้าหมองอย่างนี้เลย”
       “คนเป็นหนี้เป็นสินเขา หน้าตามันก็อย่างนี้แหละ” หรั่งว่า
       “โอ๊ย งั้นคนบ้านเรามันก็หน้าตาเหมือนมึงกันหมดทุกคนสิวะ”
       “ไม่หรอก เพราะคงมีผมคนเดียวที่มีหนี้สินเป็นแสน แสน บาท”
       “เฮ้ย…งั้น มึงหนีเขาเถอะว่ะไอ้หรั่ง” ผู้ใหญ่บอก
       “ไม่ได้หรอกผู้ใหญ่ เขามีบุญคุณ อุตส่าห์ให้เรายืมเงิน…จะไปหนีเขาได้ยังไง”
       “ก็มึงมันไม่น่าไปรับปากยายก้อยนี่หว่า…หาเรื่องแท้ๆ ผ่าแล้วหายรึเปล่าก็ไม่รู้…ชอบทำตัวเป็นพระเอกนักเชียวนะมึงนี่…เป็นหนี้ซะให้เข็ด”
       “ตอนเด็กๆ ผมฝันว่าตัวเองเป็นเจ้าชาย…ถ้าผมทำให้ก้อยเขามองเห็นขึ้นมาได้ ผมคงจะภูมิใจ และรู้สึกว่าได้เป็นเจ้าชายจริงๆ”
       “มึงคงอยากให้เขาเห็นว่ามึงหล่อยังไงใช่มั้ยล่ะไอ้หรั่ง…งั้นมึงก็เป็นหนี้เขาไปเถอะ ไม่ต้องคิดมาก พ่อเพ่อมึงไม่ตามหงตามหาแล้วใช่มั้ย…ไอ้หรั่งเอ๊ย”
       หรั่งหน้าหมองลงอีก
       “พ่อ ลูก เขารักกันยังไง ผมยังนึกไม่ออกเลย”
       ผู้ใหญ่เงียบเสียงไป…สักพัก มีเสียงดังตุบ หรั่งหันไปดู เห็นผู้ใหญ่เงาะ เมาล้มกลิ้งอยู่ตรงนั้น
       “เฮ้อ...ผู้ใหญ่เงาะเอ๊ย”
       หรั่งถอนใจ วางมือจากการซักผ้า อุ้มผู้ใหญ่ออกไปวาง
       
       ส่วนแพรวานอนอยู่บนเตียงอันแสนนุ่ม เธอพลิกหน้ามาทางกล้อง ทั้งที่ยังหลับตา เสียงรำไพและเสียงคนรับใช้ดังมาจากข้างนอก น้ำเสียงร้อนรน
       “นายสยามอยู่ไหน เรียกนายสยามเร็ว”
       “ไปที่เหมืองค่ะ ยังกลับมาไม่ถึง”
       “โธ่”
       แพรวาลืมตาขึ้น รู้สึกถึงความผิดปกตินอกห้อง สักครู่มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นมาทันที
       “แพรวา…น้องแพร…เปิดประตูเร็ว”
       แพรวาลุกพรวดไปเปิดประตูห้องทันที เห็นรำไพยืนหน้าซีดอยู่หน้าห้อง
       “คุณป๋าไม่สบาย เป็นลม ล้มในห้องน้ำ…น้องแพรขับรถพาคุณป๋าไปโรงพยาบาลที”
       
       หลังจากนั้นบรรยากาศก็เป็นที่โกลาหล ด้วยทุกชีวิตในบ้าน มหาโชคตั้งศิริ ต่างขวัญเสีย

สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 4
       ไม่นานนัก รถแพรวา วิ่งตรงเข้าโรงพยาบาล ด้วยความเร็วมากกว่าปกติ
       
       จากนั้นเห็น รำไพ และแพรวา ทั้งคู่นั่งรออยู่บริเวณโถง ไม่ไกลจากห้องตรวจ
       ลินจงเข้ามาอย่างรีบร้อน โดยมีสยามเดินนำมายังรำไพ
       “เฮียเป็นไงบ้าง”
       “หมอกำลังตรวจอยู่....แต่ตอนมาถึงที่นี่ ก็รู้สึกตัวขึ้นแล้วหละ” รำไพบอก
       “ไอ้เรื่องลื่นหกล้มในห้องน้ำ นี่ ไม่ได้เลยนะเจ๊...พี่น้องเราไม่รู้กี่คนแล้วล้มแบบนี้...เวรกรรม
       จริงๆ”
       หมอเดินมาจากห้องตรวจ หน้าตาไม่ถึงกับน่าวิตก
       “คุณป๋าเป็นไงคะ” แพรวาถามทันที
       “ไม่เป็นอะไรมากแล้วครับ...ไม่ต้องตกใจ ตอนที่คุณเผ่าลาภล้มน่ะ แกคงหน้ามืดไปนิดหน่อย...แต่ต่อไปก็ต้องระวังกันซักนิด” หมอบอก
       “เป็นเพราะอะไรคะหมอ” แพรวาซัก
       “ถ้าจะให้ตอบให้ตรงจริงๆ ก็ต้องบอกว่า น่าจะเกี่ยวกับสมอง และความเครียด ซึ่งเราจะต้องตรวจกันอย่างละเอียดอีกที...โดยเฉพาะเรื่องเส้นโลหิต ในนี้มันมีเยอะ” หมอชี้ไปในสมองตัวเอง “ไม่รู้กี่พันกี่หมื่นเส้น.ถ้าตีบเข้าซักเส้นนึงก็แย่เหมือนกัน...แต่ตอนนี้รับรองว่าปกติดีครับไม่มีอะไรน่าห่วง หลังจากนี้ก็คอยมาตามนัดเท่านั้นเอง สบายใจได้ครับ”
       รำไพยิ้มบางๆ “ขอบคุณค่ะ”
       “ผมให้เขาเปิดห้องพิเศษไว้ให้นะครับ...ญาติๆจะได้พักกันได้สบาย...เพราะตอนบ่ายผมต้องขอเอ็กซเรย์คนไข้อีกนิดหน่อย แล้วค่อยกลับบ้านได้” หมอว่า
       “เชิญเถอะค่ะหมอ จะตรวจอะไร ทำอะไรก็เอาให้เต็มที่เลย ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว”
       หมอเดินออกไป...ลินจงขยับเข้าใกล้รำไพ
       “สบายใจขึ้นมาหน่อยแล้วนะเจ๊...” พลางกระซิบถามเบาๆ “น้องคนอื่นๆล่ะ ไม่มากันเลยเหรอ”
       รำไพส่ายหน้าและตอบเบาๆ เท่ากัน “เขาคงอยากให้คุณเผ่าลาภตายละมั้ง”
       ลินจงมองรำไพอย่างเข้าใจนัยลึกๆ เธอจับมือรำไพเอาไว้แน่น
       “เจ๊จำไว้นะ...ถ้าเฮียเป็นอะไรไป อย่างน้อยจะมีฉันคนหนึ่งที่อยู่ข้างเจ๊ อยู่ข้างเฮีย”
       รำไพมองหน้าลินจงอย่างซึ้งใจ
       “คนที่หวังดีกับเจ๊จริงๆ คือคนที่มาหาเจ๊วันนี้เท่านั้น...เชื่อฉันเถอะ” ลินจงว่า
       จังหวะนี้ กันทิมากำลังเดินทะเร่อทะร่าเข้ามา มองหาห้องตรวจอยู่
       
       ไม่นานต่อมาเผ่าลาภยันตัวขึ้นนั่งบนเตียงผู้ป่วย…หน้าตามีรอยยิ้ม
       “มากันทำไมเยอะแยะ เฮียไม่ได้เป็นอะไรมากซักหน่อย ดู กันทิมาก็มากับเขาด้วยแน่ะ”
       “รู้จากพี่รำไพ หนูก็รีบมาเลยค่ะ” กันทิมาว่า
       “รำไพ คุณเที่ยวบอกใครต่อใครอย่างนี้ ผมก็อายแย่น่ะสิ” เผ่าลาภเอ็ดภรรยา ทีเล่นทีจริง
       “พูดเป็นเล่นไป คุณนี่” รำไพค้อน
       “คุณป๋าขี้อายตั้งแต่เมื่อไหร่ น้องแพรไม่เห็นรู้เลย” แพรวาสัพยอก
       “เฮียตง…จากนี้ไป หมอเขาจะนัดเฮียมาตรวจเรื่อยๆ นะ รู้ป่าว” ลินจงบอก
       “เขาเข้าใจหาลูกค้าให้โรงพยาบาลเนอะ…เฮอะเฮอะ…น้องแพร มาใกล้ๆ คุณป๋าซิ”
       แพรวากระเถิบเข้าหาเผ่าลาภ
       “โรคของป๋าเนี่ย น้อยคนนักที่จะเป็น หมอเขาบอกว่า มันเป็นโรคของคนที่มีลูกสาวขี้เกียจ…ถ้าลูกสาวป๋าขยัน เอางานเอาการเมื่อไหร่ละก้อ…คุณป๋าจะหายเป็นปลิดทิ้งทันที”
       แพรวาทุบลงไปที่ท้องเผ่าลาภ ดังปึ้ก!
       
       เย็นๆ ที่โต๊ะสนุ๊กในบ่อน ตะวันฉายก้มลงสาวคิวเพื่อเช็ดลูกดำลงหลุมกลาง เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น…ตะวันฉายแทงวืดไปทันที หยิบโทรศัพท์มาดูหมายเลขที่เรียกเข้า หงุดหงิดหนักขึ้น เขาเดินเลี่ยงออกมานิดหนึ่ง หายใจลึกๆ รับสายแล้วทำเสียงหล่อปกติ
       “ฮัลโหล คร้าบ”
       แพรวาโทร.มาจากห้องนอนที่บ้าน กำลังนอนพูดโทรศัพท์กลางเตียงใหญ่
       “พี่ตะวัน…หายไปเลยนะ อยู่ๆก็ไม่โทรมาหาน้องแพร น้องแพรโทรไปก็ไม่รับ ฝากข้อความให้โทรกลับก็ไม่โทร.”
       “ช่วงนี้พี่ต้องตามพ่อไปดูงานตลอดเลย…ตอนนี้ก็อยู่กับพ่อที่ชัยนาทชายที่เล่นสนุ้กด้วยกันพยักหน้าเร่งให้ตะวันฉายแทงต่อได้แล้ว”
       เสียงแพรวายังพูดโต้ตอบอยู่
       “พี่ตะวันโกหก…วันนี้พ่อพี่ตะวันยังมาเยี่ยมคุณป๋าของน้องแพรเลย”
       “อ้าว คุณป๋าน้องแพรเป็นอะไร”
       “ไม่ต้องมาทำเสียงเป็นห่วงหรอก…ตอนนี้คุณป๋าป่วย แล้วน้องแพรก็ต้องการผู้ช่วยมาช่วยงาน…พี่ตะวันมาหาน้องแพรหน่อยสิคะ ไม่รู้หละ พี่ตะวันต้องมาเป็นผู้ช่วย คอยให้คำปรึกษาน้องแพรด้วย”
       “น้องแพร…พี่ไม่ได้ว่างขนาดนั้นหรอกนะ”
       “ทำไมล่ะ”
       ชายคนนั้นเร่งตะวันฉายให้เล่นสนุ๊กต่อเร็วๆ
       “ก็…เดี๋ยวนะ…พี่กำลังยุ่ง…แค่นี้ก่อนนะ แล้วเดี๋ยวพี่โทรกลับ”
       ตะวันฉายรีบกดยกเลิกสาย แพรวา โกรธ งอน เหวี่ยงผ้าห่มที่ทำให้ตะวันฉาย กระจายกลางห้อง
       
       ด้านรำไพกำลังเช็ดตัวให้เผ่าลาภ เยี่ยงศรีภรรยาที่ดี อยู่ๆ เผ่าลาภก็ถอนใจออกมา เสียงดังเชียว
       “เมื่อกลางวันละทำเก่ง…ตอนนี้ถอนใจเป็นคนหมดเรี่ยวหมดแรงเลยนะ”
       “มันคงใกล้เข้ามาแล้วหละ…นี่คงจะเป็นสัญญาณบอกอะไรบางอย่างกับผม”
       “บอกอะไรคะ”
       รำไพถามออกไป ทั้งๆ ที่รู้คำตอบของเผ่าลาภอยู่แล้ว
       “ผมคงเหลือเวลาอยู่กับคุณน้อยลงไปทุกที”
       “เวลาของทุกคน มันก็เหลือน้อยลงเรื่อยๆเหมือนกันหมดล่ะค่ะ”
       “เฮ้อ…ถ้าผมเป็นอะไรไปตอนนี้ มหาโชคตั้งศิริ ก็คงจะไม่เหลืออะไร ญาติพี่น้องแต่ละคนมันจ้องแต่จะผลาญกันยังกับอีแร้งทึ้งเหยื่อ”
       “คุณก็ต้องทำใจ ยอมรับอะไรๆ ที่มันอาจเปลี่ยนแปลงไปให้ได้”
       “ผมรู้…แต่ผมไม่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในช่วงชีวิตของผม หรือเกิดขึ้นเพราะผม…ดวงวิญญาณอากง อาเล่ากง จะพากันสาปแช่งผมไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด…”
       “ที่แท้ก็ยังอยากจะเกิดใหม่อีกนั่นเอง” รำไพเย้าหยอก
       “ก็เกิดมาเจอคุณอีกไง ไม่ดีเหรอ”
       เผ่าลาภกอดรำไพด้วยความรักยิ่ง
       “ผมเหลือแต่แพรวาเท่านั้น ที่จะเป็นตัวแทนของเราได้ แต่ก็ต้องรีบทำให้เขาแกร่งขึ้นมาให้
       เร็วที่สุด”
       “มันไม่ง่ายเลยนะคะ...เหมือนใจเขาจะไม่มาทางนี้เลย”
       “ผมรู้”
       “แล้วคุณจะทำยังไง”
       
       “เขาขอผู้ช่วย…สงสัยว่าผมคงต้องยอมเขา”

สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 4
       อีกฟากหนึ่ง กระดาษโปสเตอร์ ห่อใหญ่หลายสิบห่อถูกโยนวางลงบนพื้นใต้ถุนบ้าน หรั่งนั่งจ้องโปสเตอร์นั้นงงๆ
       
       “อะไรของมึงวะไอ้เท่ห์”
       เท่ห์ โบ้ และเช็ง เรียงตัวกันอยู่ไม่ไกลนัก ก้อยนั่งร้อยมาลัยอยู่ที่มุมหนึ่ง
       “งานสิวะ…งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข…หน้าที่ของเราคือติดโปสเตอร์พวกนี้ให้ทั่วกรุงเทพฯ งานเบาและสบายมาก พวกมึงเห็นมั้ย”
       “เดี๋ยวนี้เขายังติดโปสเตอร์แบบนี้กันอีกเหรอวะ” โบ้งง
       “เราติดมันซักสี่ห้าแผ่น แล้วรับเงินเขาเลยแล้วกัน ที่เหลือเผาทิ้งเลยก็ได้นี่หว่า ไม่เหนื่อยดีว่ะ” เช็งว่า
       “มันต้องมีจรรยาบรรณโว้ย ทำอย่างนั้น อีกหน่อยเขาก็ไม่จ้างเราสิวะ…พรุ่งนี้เช้า เขาต้องเห็นโปสเตอร์นี้อยู่เต็มย่านชุมชนซะก่อน ถึงจะจ่ายเงิน”
       “มันมีทั้งหมดกี่ย่านวะ...” เช็งถาม
       “จะกี่ย่านมึงก็ติดไปเหอะน่า” เท่ห์บอก
       “ถ้าเราติดไป แล้วมีคนมาปิดทับจะทำยังไง” โบ้ว่า
       “มึงก็นั่งเฝ้าไว้สิ” เช็งประชด
       “พวกเราถึงต้องติดกันกลางดึกไง ยิ่งใกล้เช้ายิ่งดี…ไปกับพวกกูมั้ยไอ้หรั่ง” เท่ห์ถาม
       “อะไรที่ได้เงินกูเอาหมด” หรั่งว่า
       ก้อยเหลียวมาทางเสียง “เพราะก้อยใช่มั้ย หรั่งถึงต้อง…”
       “ก้อย อย่าคิดมาก…เรามีกันแค่สองคน อย่ามาเกรงใจกันเอง” หรั่งบอก
       “อยู่บ้านคนเดียวได้มั้ยก้อย”
       เช็งถีบโบ้หนึ่งทีเป็นการหยอกเอิน
       “เสือกจริงเชียวมึง…เขาเพิ่งบอกว่าเขามีกันแค่สองคน ไอ้นี่”
       
       ค่ำนั้น ภายในร้านอาหารหรู โรแมนติกที่สุด ผู้คนในร้านมากมานล้วนแต่งตัวดูดี ที่โต๊ะเด่นสุดในร้าน ไวน์ในแก้วหรู อยู่ในมือของตะวันฉาย ส่วนแพรวานั่งหน้าบึ้งตึง ไม่ยอมแตะต้องอาหาร ตะวันฉายดื่มไวน์แล้ววางแก้วลง จ้องหน้าแพรวา
       “น้องแพร...ทำไมนั่งเหม่ออย่างนี้...อาหารไม่อร่อยเหรอจ๊ะ”
       “มันจะอร่อยทันที ถ้าพี่ตะวันจะยอมเป็นผู้ช่วยน้องแพร”
       “แหม...งานพี่อยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง น้องแพรต้องเข้าใจ”
       “งานอะไร...พี่ตะวันทำงานที่ไหนแล้วเหรอ”
       “ก็งานติดตามคุณพ่อพี่ไง”
       “อย่ามาอ้างเลย...โกหกน้องแพรเมื่อตอนกลางวัน ยังไม่ได้ชำระกันเลยนะ”
       “ไม่ใช่อย่างนั้น”
       “ไม่ใช่ยังงั้น แล้วมันยังไง”
       “คือ พี่กำลังจะทำธุรกิจจริงๆ...แต่แค่คิด แค่เตรียม ก็เลยยังไม่ได้บอกน้องแพร...เพราะว่าไม่แน่ พี่อาจจะเปลี่ยนใจ ทำหรือไม่ทำ มันยังไม่มีอะไรแน่นอนทั้งนั้น”
       “ถ้างั้นพี่ตะวันก็เลิกไปเลย ไอ้ธุรกิจที่พี่จะทำหรือจะไม่ทำอะไรของพี่น่ะ...จะได้มาทำงานกับน้องแพรซะดีๆ” แพรวาพูดเป็นเชิงบังคับ
       ตะวันฉายอึดอัด...ชักจะพูดกันไม่รู้เรื่อง
       
       ที่ถนนย่านชุมชน ใจกลางเมืองเวลานั้น หรั่งและเพื่อนพรวดพราดเข้าหาผนังข้างถนน มือล้วงกาวในถัง ถูลงบนผนัง-เสาไฟ พวกเขาติดโปสเตอร์กันอย่างสนุก โปสเตอร์แผ่นนั้นถูกรูดลงบนผนัง โปสเตอร์เหมือนๆ กันถูกติดเรียงเป็นแถวยาว
       
       ขณะเดียวกันรถตะวันฉายวิ่งฝ่าแสงไฟเมือง ไปบนท้องถนนยามค่ำคืน
       แพรวานั่งหน้าบึ้งข้างๆ ตะวันฉายที่ขับรถอยู่ ตะวันฉายเองดูจะมีอาการหงุดหงิดพอสมควร...เขากลบเกลื่อนด้วยการร้องเพลงตามวิทยุ แพรวารักษาอาการนิ่งอยู่ได้เป็นพักใหญ่ จนตะวันฉายเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน
       “ถามจริงๆ เถอะน้องแพร...ยิ้มไม่เป็นเลยเหรอวันนี้”
       “ลืมยิ้มไปแล้ว”
       “เดี๋ยวนี้น้องแพรชักจะเจ้าอารมณ์ใหญ่แล้วนะ”
       “พี่ตะวันน่ะสิ หมดอารมณ์ไปแล้ว...น้องแพรชวนดูพระจันทร์ริมน้ำก็ไม่ยอมดูกับน้องแพร”
       “แหม เราดูกันไม่รู้กี่ครั้งแล้วนะ...แล้วทุกครั้งก็ลงเอยที่น้องแพรชวนพี่ไปเหยียบดวงจันทร์ตอนเที่ยงคืนทุกที” ตะวันฉายหัวเราะในลำคอ เหยียดลึกๆ
       “แต่พี่ตะวันก็ไม่เคยเหยียบดวงจันทร์กับน้องแพรซักครั้ง”
       “ก็มันเหลวใหลนี่น้องแพร...พี่อายคนเขา”
       “แพรวาพาลหนัก แปลว่าน้องแพรหน้าไม่อาย...น้องแพรหน้าด้านอย่างนั้นเหรอคะ”
       ตะวันฉายหักพวงมาลัยรถเข้าจอดชิดข้างทางทันที รถตะวันฉายเบรคจอดนิ่งอยู่ข้างทาง...ตะวันฉายหันหน้าเข้าหาแพรวา
       “ถ้าน้องแพรยังนั่งหน้าบึ้ง พาลหาเรื่องพี่อย่างนี้ พี่ไม่ไปส่งบ้านแล้วนะ”
       “ไม่ส่งก็อย่าส่ง”
       ตะวันฉายแทบจะเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เขาเร่งเสียงเพลงในรถให้มันดังมากยิ่งขึ้น จนเบาะนั่งในรถสั่นสะเทือน ด้วยเสียงเพลงแร็พที่ตนชื่นชอบ แต่แพรวาโคตรเกลียด!!
       
       บรรยากาศยามนี้จึงโคตรจะอึดอัด
       
        
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 16 (จบบริบูรณ์)
สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 15
สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 14
สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 13
สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 12
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 19 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 18 คน
95 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
5 %
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
1
-1'
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แพรวา. ไม่เหมาะ
ดู ไม่สนุกเลย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกเวอร์
ปรวาที
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014