หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่

อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 กันยายน 2556 10:18 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 1
       อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 1
       
       เช้าวันนี้ แลเห็นกลุ่มชาวบ้าน ชายหญิง ราว 5-6 คน พากันมุงดูกระจาดข้าว ที่มีข้าวเปลือกอยู่ 3 กอง บริเวณใกล้ที่นาของพุฒกับแตงกวา แต่ละคนต่างออกอาการงวยงง ระคน แปลกใจ
       
       “นี่มันก็ข้าวเปลือกธรรมดา แล้วมันใหม่ยังไงล่ะด๊อกเตอร์” ชาวบ้านชายคนแรกเปิดฉากถาม
       “ใหม่ซิครับ” ด็อกเตอร์ แสน เผื่อนนาดี วิศวกรหนุ่ม นักตัดต่อพันธุกรรมพืช ยิ้มพลางอธิบาย “กองนี่ป็นข้าวพันธุ์ที่ทนแมลงศัตรูพืช อย่างเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ก็จะไม่มารบกวนครับ”
       
       "ใหม่ซิครับ" แสน ด็อกเตอร์หนุ่มนักตัดต่อพันธุกรรมพืชยิ้ม "กองนี่ป็นข้าวพันธุ์ที่ทนแมลงศัตรูพืช อย่างเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ก็จะไม่มารบกวนครับ"
       พุฒกับแตงกวาฟังอยู่ใกล้ๆ และห่างออกมามีชาวบ้านคนอื่นๆ ฟังอย่างสนใจ
       "ส่วนนี่ เป็นข้าวพันธุ์โบราณ ทนน้ำท่วม พอน้ำมา ลำต้นจะยืดได้อีกเป็นเมตรสูงประมาณนี้นะครับ" แสนทำมือสูงเลยหัว "ทำให้ต้นข้าวไม่จมน้ำ"
       ชาวบ้านที่พากันมาฟังตื่นตาตื่นใจ
       "แล้วมันจะกินอร่อย ขายได้รึเปล่าจ๊ะด็อกเตอร์?”
       "ได้สิครับ เพราะผมจะเอาข้อดีของทั้งสองพันธุ์นี้มารวมกับ...กองที่3นั่นคือข้าวหอมมะลิเกรดเอ"
       ข้าวเปลือกแบบที่สามถูกหยิบออกมาและนำมาวางเรียงไป
       แสนอธิบายต่อ "แล้วเราจะได้ข้าว..ที่นอกจากอร่อยแล้ว ยังทนน้ำท่วม และทนแมลงด้วยครับ"
       ชาวบ้านยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น แต่ทันใดนั้นก็มีหนุ่ม 2 คนที่ท่าทางเฮี้ยวๆ มองแบบไม่อยากเชื่อ
       ชายหนุ่มพูดกวนๆ "แล้วเอามารวมกันยังไง เอากาวติดเหรอ"
       ชายหนุ่มหันไปหัวเราะเยาะกับเพื่อน
       แสนมีท่าทางนิ่งไปเหมือนคิดอะไรก่อนที่จะเผยให้เห็นรอยยิ้มที่มุมปาก
       "เอามาแต่งงานกันต่างหากล่ะครับ" แสนบอก
       ชายคนนั้นหน้าเจื่อน แต่ไม่ยอมแพ้ "แต่งงาน? ข้าวนะไม่ใช่คน จะได้แต่งงานได้"
       พุฒทนไม่ไหว "แกสิไม่ฉลาด ด็อกเตอร์เค้าหมายถึง เอาข้าวเนี่ยมาผสมพันธุ์กันต่างหากล่ะ"
       ชาวบ้านที่เหลือพยักเพยิดเห็นด้วยกับแสน หนุ่มวัยรุ่นทั้งสองจ๋อยไป ชาวบ้านพากันเข้าไปคุยกับแสน
       "ถ้าวิจัยสำเร็จแล้ว อย่าลืมเอาพันธุ์ข้าวมาให้ทดลองนะ"
       "ได้เลยครับ จะให้ที่นี่ได้ทดลองปลูกก่อนใครเลย" แสนบอก
       "นี่ ฉันขอลงชื่อไว้ก่อนเลยได้มั๊ย"
       พุฒรีบบอก "นังแตงกวา จัดการ !”
       พุฒหันไปบอกแตงกวา ลูกสาวหน้าตาแป้นแล้นของตัวเอง
       "จ้าพ่อ" แตงกวาหยิบเอกสารที่วางอยู่ข้างๆแสนมาส่งให้ชาวบ้าน "เซ็นชื่อได้เลยจ้า"
       ชาวบ้านที่สนใจพากันมาลงชื่อ พุฒและแตงกวาพากันมองผลตอบรับอย่างชื่นใจ แตงกวาหันไปมองหน้าแสน แสนยิ้มให้แล้วลูบหัวแตงกวา แตงกวาชูนิ้วโป้งบอกว่ายอดเยี่ยม !
       "รับรองเลยว่าคนเก่งๆอย่างดร.แสน ทำอะไรไม่เคยพลาดอยู่แล้ว" แตงกวาบอก
       แสนยิ้มรับคำชมแล้วเขินเล็กๆ
       
       ณ ห้างสรรพสินค้าสุดอลังการและไฮโซที่สุด
       เสียงคิมหันต์ดังขึ้น "แต่ผมว่าพลาด!!”
       คิมหันต์ หนุ่มหล่อสไตล์เกาหลีมองอย่างไม่เห็นด้วยกับชุดบนหุ่นโชว์ที่แรงจนองค์ไม่ลงคงใส่ไม่ได้
       "ดีไซเนอร์ของชุดนี้พลาดอย่างแรง แบบแรงขนาดนี้ ใครกล้าใส่ก็บ้าแล้ว !!”
       คนที่อยู่ด้านซ้ายของคิมหันต์พูดขึ้น
       "เช็คหน่อย !”
       คิมหันต์หันไปมองด้วยสีหน้าทีแรกเหมือนไม่เดือดร้อนก่อนจะผงะเมื่อเห็นอันยาซึ่งแต่งตัวแรงยิ่งกว่าชุดบนหุ่นโชว์ไปหลายช่วงตัวยืนอยู่
       
       คิมหันต์เดินเคียงคู่มากับอันยา โดยตลอดทางที่เดินคนที่เดินผ่านต่างพากันเหลียวมองอันยาเพราะเธอแรงจริง
       "ลืมไปได้ยังไง๊ ว่าผมมีบอสเป็นคู่แข่งเลดี้กาก้า" คิมหันต์แซว
       "นิ อย่าเปรียบเทียบกัน อาจจะแรงทั้งคู่ แต่สไตล์ใครสไตล์มัน แยกด้วย"
       "เจ้แยกให้ออกนะ แรงกับรั่วมันต่างกันนะ"
       อันยาสะบัดมือออกอย่างอารมณ์เสีย
       "เราต้องไปปิดจ็อบสำคัญกันไม่ใช่เหรอ ทำไมแต่งตัวแบบนี้ล่ะ"
       "มีปัญหาตรงไหน ?” อันยาถาม
       "ถามใหม่เถอะ ตรงไหนที่มันไม่มีปัญหา"
       อันยาไม่พอใจ "คิมบอมบ์ !”
       คิมหันต์ตั้งท่าจะโกยอ้าว อันยาหยุดแล้วทำท่าเหมือนคิดได้
       "เดี๋ยว ! ที่แกพูดก็ถูกนะ ชุดเนี๊ยะมันมีปัญหาบางอย่าง" อันยาก้มมองชุด หัวจรดเท้า แล้วตัดสินใจ "ฉันควรจะเปลี่ยน!”
       
       คิมหันต์โล่งอก

อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 1
       ครู่ต่อมาคิมหันต์โวยใส่อันยาที่กำลังสาละวนดูรองเท้าโดยมีพนักงานขายประกบเชียร์สินค้าอยู่
       
       "ที่ให้เปลี่ยน ผมหมายถึงเปลี่ยนชุด! ไม่ใช่ให้เปลี่ยนรองเท้า !” คิมหันต์บอก
       "เงียบหน่อยสิ ฉันต้องการสมาธินะ" อันยาว่า
       อันยาหยิบรองเท้าขึ้นมาเลือกสองคู่
       "อันไหนดี คู่นี้ก็ลุคแกลมมากๆ อีกคู่..ก็เนี๊ยบไม่มีที่ติ"
       "จะลังเลไปทำไม ก็ซื้อไปให้หมดแหละ แบบทุกทีไง"
       อันยาหันไปมองกองรองเท้าที่เลือกไว้แล้ว 2 คู่
       "เดี๋ยววงเงินไม่พออ่ะว์" อันยาบอก
       "งั้นผมเลือกให้ เอาคู่นี้ออก เจ๊มีคล้ายๆแบบนี้สักสิบคู่ได้แล้วมั๊ง"
       "เฮ้ย มันไม่เหมือนกันนะ หนังมันคนละอย่าง แล้วพื้นรองเท้าก็คนละผิวสัมผัส..”
       คิมหันต์มองนาฬิกา "แต่มันจะไม่ทันแล้วนะเจ๊ !! อยากให้งานหลุดมือไปรึไง"
       "นิ แกฟังนะ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งยังมีรองเท้าคู่ใจ ฉันก็ต้องมีเจ้าหญิงแห่งชัยชนะของฉัน!”
       ขณะที่อันยาประกาศกร้าวอยู่กลางร้านนั่นเอง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นพนักงานขายอีกคน นำรองเท้าคู่ใหม่อย่างจิมมีชูส์ส้นสูงปรี๊ด เอ็กซ์คลูซีฟมากๆ ออกมาวางโชว์
       อันยาหันไปมองแล้วก็ตะลึงไปทันที เธอเดินเหมือนถูกแม่เหล็กดูดเข้าไปหา
       "นี่แหละ" อันยาจับรองเท้าขึ้นมาอย่างซาบซึ้ง "เจ้าหญิง"
       คิมหันต์ปวดกะโหลกที่อันยาเป็นเอามาก
       "ตกลงเอาคู่นี้ใช่มั๊ย คู่นั้นไม่เอาแล้วนะ" คิมหันต์รีบหยิบรองเท้าไปให้พนักงาน "ช่วยรีบหาไซส์ ใส่ถุง แล้วคิดเงินด่วนๆเลยครับ"
       อันยาหวงรองเท้า "จับเบาๆสิ!”
       คิมหันต์หันมาถาม "ตกลงสถานที่ คอนเฟิร์มเป็นที่ไหน?”
       
       แสนปรากฎกายในชุดสูทหล่อกำลังเช็คความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายอยู่หน้ากระจก บุรินทร์มองแสนด้วยความชื่นชม
       
       "ลูกน้องฉัน เป็นด็อกเตอร์หรือว่าเป็นดาราเนี่ย แยกไม่ออกจริงๆ"
       "ถ้าแยกไม่ออก ก็จ้างดารามาทำงานแทนผมมั๊ยล่ะครับ" แสนแซว
       บุรินทร์ชะงักที่แสนย้อน
       "แหม จ้างดาราได้ความหล่ออย่างเดียว จ้างนายฉันได้ทั้งคนหล่อๆ วิจัยเก่งๆ แบบนี้ฉันควรจะจ้างใครล่ะ"
       แสนส่ายหน้าในความไม่ยอมลดราของบุรินทร์
       สตาฟเข้ามาพูด "ด็อกเตอร์คะ ถึงคิวแล้วค่ะ"
       แสนพยักหน้าแล้วจะเดินตามพนักงานออกไป บุรินทร์ตบไหล่แสนแล้วพูด
       "ไม่ต้องตื่นเต้นนะ"
       "คนที่ตื่นเต้นไม่ใช่ผมหรอกครับ" แสนบอก
       "เหรอ สงสัยชั้นจะตื่นเต้นดีใจแทนแกไง"
       บุรินทร์จะเดินออกไป แล้วก็นึกได้จึงหันกลับมาพูด
       "แสน ฉันขอบใจนายมากนะ จริงๆ" บุรินทร์ยกนิ้วโป้งชื่นชม
       แสนยิ้มตอบบุรินทร์ก่อนจะเดินตามสตาฟไป บุรินทร์มองตามแสนปแบบทั้งชื่นชมและเอ็นดูลูกน้องคนนี้
       
       โถงหอประชุมเต็มไปด้วยแขกผู้มีเกียรติ์ซึ่งเป็นเหล่านักวิทยาศาสตร์ชั้นนำ บนเทวี พิธีกรกำลังประกาศรางวัลสำคัญ
       "และแล้วก็มาถึงรางวัลที่สำคัญที่สุดในงานวันนี้ รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นประจำปีบุคคลที่ผมจะประกาศชื่อต่อจากนี้ เป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดาเลยครับ พันธุ์ข้าวที่เขาค้นคว้าและพัฒนาขึ้นช่วยเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกรได้ถึง20%ต่อไร่ ทำให้เกษตรกรนับพันรายที่กำลังเผชิญปัญหาผลผลิตตกต่ำเมื่อปีที่แล้ว สามารถรอดพ้นจากวิกฤตนั้นมาได้ เขาจะเป็นใครไปไม่ได้ ขอเชิญด็อกเตอร์แสน เผื่อนนาดี ขึ้นรับรางวัลอันทรงเกียรติ์นี้ครับ"
       เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วทั้งหอประชุม แสนเดินขึ้นมาบนเวทีแล้วรับรางวัลจากมือประธานจัดงาน แสงแฟลชกระจายวูบวาบ
       ประธานกล่าวกับแสน "ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ"
       "ขอบคุณครับ ท่านประธาน"
       "ขอเชิญด็อกเตอร์แสน ด็อกเตอร์หนุ่มอัจฉริยะของเรา กล่าวความรู้สึกที่ได้รับรางวัลนี้หน่อยครับ" พิธีกรบอก
       แสนเดินมาที่ไมโครโฟน "ก่อนอื่นผมขอขอบคุณ คุณบุรินทร์ ประสิทธิ์เกื้อกูล กรรมการบริหารของบริษัทเพียงพอดี ที่ไฟเขียวให้ผมทำโครงการนี้ โดยมุ่งเรื่องของผลกำไรเป็นรอง เอื้อประโยชน์แก่เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการของเราเป็นหลัก"
       แสนมองไปทางบุรินทร์ บุรินทร์พยักหน้าและยิ้มให้
       แสนพูด "และผมขอขอบคุณทีมงานที่บริษัทเพียงพอดีทุกคน ที่ให้ความช่วยเหลือและอดทนกับข้อเรียกร้องอันมากมายของผม"
       แขกผู้มีเกียรติ์ด้านล่างขำกับมุกประชดตัวเองเล็กๆของแสน
       "พวกเขาอดทนกับผมจริงๆนะครับ" แสนบอก แขกในงานหัวเราะขึ้นมาอีก "และสำหรับบุคคลกลุ่มสุดท้ายที่ผมรู้สึกขอบคุณมากที่สุด ก็คือ..”
       แสนนิ่งไปนิดแล้วมีสีหน้าและแววตาจริงจังขึ้น
       "พี่น้องเกษตรกรทุกคน ซึ่งรวมถึงครอบครัวของผมด้วย เพราะพวกเขาก็เป็นเกษตรกร"
       แขกในงานเริ่มนิ่งเงียบกับอารมณ์ที่จริงจังขึ้นของแสน
       "สิ่งที่ผมบอกว่าต้องฟันฝ่า ที่จริงแล้ว มันยังน้อยกว่าที่เกษตรกรทุกคนต้องเจอมากในโลกของวิทยาศาสตร์เรามีห้องแล็ปที่ควบคุมปัจจัยแวดล้อมต่างๆได้ แต่ในเรือกสวนไร่นา เกษตรต้องเผชิญกับความเสี่ยงของจริง ไม่ว่าจากภัยธรรมชาติ โรคภัยและแมลงศัตรูพืช ยังไม่นับกลไกลการตลาดที่ไม่รองรับผลผลิตที่ลงทุนไปมากมาย"
       ทุกคนยิ่งนิ่งเงียบไปอีก
       "เรื่องที่ผมพูด ทุกๆท่านย่อมทราบกันดีอยู่แล้ว.. ถ้าหากขาดซึ่งความทุ่มเท และความยึดมั่นในอาชีพเกษตรของพวกเขา ก็คงจะไม่มีพวกเราในวันนี้ ผมเป็นเพียงแค่กลไลเล็กๆที่อยู่เบื้องหลัง.. ผมอยากจะกล่าวว่า แท้จริงแล้วพี่น้องเกษตรกรคือเจ้าของรางวัลนี้ตัวจริง และผมฝากความหวังไว้กับวงการวิทยาศาสตร์ว่าเราจะใช้ความรู้ความสามารถของเรา" แสนพูดเน้น "ไม่ใช่เพียงเพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม แต่เพื่อตอบแทนให้กับชาติบ้านเมือง ผืนแผ่นดิน และผู้ที่ปลูกข้าวให้เรากิน ขอบคุณครับ"
       บรรยากาศในห้องประชุมนิ่งงันกันไปชั่วขณะเพราะโดนกระทบเป็นจำนวนไม่น้อย ก่อนที่บุรินทร์จะปรบมือนำขึ้น แล้วเสียงปรบมือจากคนอื่นก็ดังก้องไปทั่ว
       แสนมีแววตานิ่งอย่างมุ่งมั่น เขาค้อมศีรษะรับเสียงปรบมือตามมารยาท
       เหนือเทพ ตัวแทนของบริษัทการเกษตรยักษ์ใหญ่ วิชั่นออฟฟิวเจอร์ นั่งด้วยแววตาเฉยแต่มีแววเย้ยกับสิ่งที่แสนพูด
       
       เขายังคงปรบมือไปตามมารยาท แต่สายตาจับจ้องมองที่แสนอย่างหมายมาด

อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 1
       บุรินทร์กับแสนกำลังจะล่ำลากัน
       
       "แหม คนรุมกันใหญ่เลยนะพ่อเนื้อหอม ไม่ใช่ฉันกลับไปออฟฟิศพรุ่งนี้ แกโดนบริษัทอื่นลักพาไปแล้วนะ"
       "ผมจะไปเพราะบอสพูดแบบนี้แหละ" แสนบอก
       "เออ ฉันไม่พูดแล้ว วันนี้เหนื่อยมามาก กลับไปพักผ่อนซะ ฉันเองจะไปธุระต่อเหมือนกัน"
       แสนยกมือไหว้ลาบุรินทร์แล้วเดินแยกมา ยังไม่ทันจะได้ออกจากงาน ผู้ช่วยเหนือเทพในชุดสูทก็เดินเข้ามา
       "ด็อกเตอร์ครับ เจ้านายของผม อยากคุยกับคุณ คงไม่รบกวนเกินไปนะครับ"
       แสนชะงักไปแต่ยังไม่ทันจะได้ตอบ
       
       คิมหันต์บ่นอย่างกังวล ขณะที่อันยาง่วนกับการหยิบกระเป๋าและแฟ้มเอกสาร
       "มาเลทแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเค้าโดนบริษัทอื่นฉกเอาตัวไปแล้วนะ"
       อันยาไม่ตอบเพราะกำลังง่วนหยิบๆวางๆข้าวของอย่างลนๆ
       "เอ้า หยิบอยู่นั่นแหละเจ๊ เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก"
       คิมหันต์จะเข้าไปช่วย อันยาเอาของทั้งหมดวางใส่มือคิมหันต์ คิมหันต์ถึงกับเซ อันยาไปหยิบกล่องจิมมีชูส์มาเปิดออกจนเห็นรองเท้าคู่สวยงามสง่าอยู่ อันยาหยิบออกมาอย่างวางที่พื้นอย่างเบามือ เสมือนกำลังทำพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ เธอถอดรองเท้าที่สวมอยู่ออกแล้วสูดหายใจเข้า หลับตา แล้วสวมจิมมีชูส์
       อันยาลืมตาขึ้นมาอีกทีด้วยสีหน้าวิตกลนลานก่อนจะเปลี่ยนเป็นนิ่งและมั่นใจขึ้นมาทันที อันยาหยิบเพียงกระเป๋าถือ แฟ้มบางเฉียบและไอแพดจากมือคิมหันต์ไป คิมหันต์มองตาไม่กระพริบเพราะทึ่ง
       "ฉันพร้อมแล้ว"
       อันยาพูดแล้วยิ้มมุมปากน้อยๆ ด้วยสีหน้ามั่นใจมาก
       
       แสนพูดชัดเจนและหนักแน่น
       "ผมว่าผมพูดชัดแล้วนะครับ ผมต้องการทำงานที่เกษตรกรส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ ไม่ใช่งานที่เอื้อประโยชน์ให้กับคนแค่ไม่กี่คน"
       เหนือเทพ และผู้ช่วยต่างก็ชะงักกันไป
       "ขอตัวก่อนนะครับ" แสนลุกขึ้นแล้วจะเดินไป
       เหนือเทพลุกตามแล้วพูด "วิชั่นออฟฟิวเจอร์ เป็นบริษัทจำหน่ายสินค้าเกษตรที่ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศนี้ ถ้าคุณทำงานกับเรา ก็จะมีเกษตรกรมากมายได้ประโยชน์"
       "ได้ประโยชน์ที่ไม่ถึง 5% จากที่พวกคุณได้ สำหรับบางรายอาจจะติดลบซะด้วยซ้ำ เพราะราคารับซื้อสินค้าเกษตรไม่เท่ากับค่ายา ค่าปุ๋ยที่คุณขายให้พวกเค้า" แสนว่า
       "คุณเพิ่งจะทำงานได้ไม่กี่ปี อย่ารีบตัดสินอะไรเร็วไปนัก ถ้าไม่มีบริษัทใหญ่อย่างเรา กำลังการผลิตโดยรวมจะเข้มแข็งแบบนี้เหรอ" เหนือเทพบอก
       "จริงครับ การจัดสรรผลผลิตสู่ท้องตลาดคงจะไม่ง่ายเท่านี้ แต่เกษตรกรก็คงจะมีอิสระ และมีอำนาจต่อรองมากกว่านี้ ไม่ได้กลายเป็นแค่เบี้ยตัวเล็กๆที่โดนควบคุมได้ทุกฝีก้าว ถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของผม ก็ดีครับ คุณจะได้มองหาคนอื่นที่เหมาะสมกับองค์กรของคุณมากกว่า ขอตัวนะครับ...อ่อ แล้วอันนี้นอกเรื่องนะครับ ผมไม่ชอบการซื้อตัวกัน"
       แสนพูดจบก็รีบเดินไปทันที
       "น่าจะรู้จักกาละเทศะมากกว่านี้ หรือถือว่าตัวเองได้รางวัล กำลังเนื้อหอม"
       "คุณก็น่าจะรู้จักกาละเทศะมากกว่านี้" เหนือเทพว่า ผู้ช่วยชะงัก "คนแบบนี้ ปล่อยให้โอหังอยู่ที่อื่นมันจะสะใจอะไร ต้องให้มันคลานเข่ามาของานเราทำถึงจะถูก"
       
       ณ บู้ทแจกเอกสารแผ่นพับประชาสัมพันธ์โครงการต่างๆ คิมหันต์เนียนคุยกับแขกในงาน
       คิมหันต์ถือแผ่นพับในมือ "มีบริษัทใหญ่หลายแห่งกำลังหาคนทำงานด้านนี้อยู่" คิมหันต์หยิบนามบัตรออกมา "นี่นามบัตรผมครับ ถ้าแนะนำใครมา ผมมีเปอร์เซนต์ให้ด้วย โทรหาผมได้นะครับ"
       แขกรับนามบัตรจากคิมหันต์ก่อนที่เพื่อนของแขกจะมาตามไป
       เพื่อนกระซิบถาม "เมื่อกี๊คุยกับใคร"
       "พวกเฮดฮันท์เตอร์"
       เพื่อนพยักหน้าเข้าใจ คิมหันต์แจกนามบัตรไปแล้วก็รำพึง
       "เจ๊อันโกะเป็นไงบ้างเนี่ย ?”
       
       อันยาเดินมาด้วยมาดของโพรเฟสชั่นแนล สายตาของเธอเหลือบมองหาจุดนัดพบก็เห็นคนในงานกำลังทยอยกันกลับ
       
       แสนเดินมาด้วยท่าทางเร่งรีบ เมื่อสวนกับแขกผู้ใหญ่เขาก็หยุดไหว้ทักกันเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อไป แสนดูล้าและอยากรีบกลับ เขาเดินเลี้ยวไปด้านหนึ่ง อึดใจต่อมาอันยาก็เดินออกมามองซ้ายขวา ก่อนจะเลี้ยวไปทางเดียวกัน ในขณะที่เผด็จยืนอยู่บริเวณนั้น
       
       อันยาเห็นด้านหลังของผู้ชายในชุดสูทคนหนึ่งที่ดูคล้ายแสน อันยายิ้มเพราะคิดว่าเจอเป้าหมายแล้ว เธอรีบเดินเข้าไปหา
       "สวัสดีค่ะด็อกเตอร์"
       ชายคนนั้นหันหน้ามากลับกลายเป็นเผด็จ นักวิทยาศาสตร์วัย 40 ต้นๆ
       "ต้องขอโทษด้วยนะคะ เลทไปนิ๊ส" อันยาบอก
       เผด็จยังงงอยู่ด้วยอารมณ์ว่ายัยนี่มาทักผิดคนรึเปล่า
       อันยารู้แต่ก็ยังเก็บอารมณ์ "ฉันอันยา รักษ์เรืองรองจากไรท์เพอร์เซิ่ลที่นัดไว้ไงคะ"
       เผด็จพูด "คุณ ? เฮดฮันเตอร์ ?”
       "ตัวจริง ร้อยเปอร์เซนต์ค่ะ ให้ฉันเลี้ยงกาแฟชดเชยที่มาเลทนะคะ"
       เสียงเมรีดังขึ้น "ไม่ต้องแล้วล่ะ เพราะว่าด็อกเตอร์ มีกาแฟแล้ว"
       อันยาหันขวับไปเห็นเมรียืนอยู่พร้อมกาแฟสองแก้วที่อยู่ในมือ อันยาผงะไปอย่างแรง เมรียิ้มและส่งกาแฟให้เพื่อเอาใจด็อกเตอร์แล้วเธอก็เชิดคิ้วใส่อันยา อันยาตาแข็งใส่เมรี
       
       รังสีอำมหิตของทั้งคู่เปล่งรัศมีออกมาปะทะกันทันที

อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 1
       เผด็จเอ่ยอย่างนึกไม่ถึง
       
       "นี่พวกคุณสองคน เป็นคนละทีมกันเหรอ"
       อันยาและเมรีนั่งอยู่คนละฝั่ง ทั้งสองต่างก็วางมาดของตัวเอง
       "เมรีคงสะเพร่านะค่ะ ถึงมานัดด็อกเตอร์ซ้ำซ้อนกับฉัน ปกติพนักงานบริษัทเดียวกัน เค้าไม่ทำกันแบบนี้" อันยาเหน็บ "ถ้าหากว่ามีมารยาท"
       "คุณเผด็จคะ ฉันไม่รู้จริงๆ เพราะฉันสั่งให้ผู้ช่วยโทรหาคุณ ฉันนึกว่าสายที่โทรหาคุณก่อนหน้านั้นที่คุณพูดถึงคือผู้ช่วยฉัน ไม่นึกว่าเป็นเพื่อนร่วมงานบริษัทเดียวกันแบบนี้"
       เมรีแก้ตัวด้วยสีหน้าน่าเห็นใจ แล้วก็มองอันยาด้วยสายตาประมาณว่าฉันไม่ผิด
       "ในเมื่อรู้แล้ว ว่าตัวเองมาทีหลัง ก็คงต้องทำตามมารยาทสักทีนะ" อันยาบอก
       เมรีไม่ยอม "ฉันอาจจะนัดคุณทีหลัง เพราะความไม่รู้ แต่ฉันก็มาถึงก่อน เห็นชัดอยู่แล้วนะคะ ว่าใครให้ความสำคัญกับงานนี้มากกว่า"
       อันยาชะงักไปเมื่อเจอไม้นี้
       โทรศัพท์ของเผด็จดังขึ้น "ฮัลโหล" เผด็จยืนเบี่ยงออกไปเล็กน้อย "จะให้ผมเข้าไปกี่โมง"
       อันยาก้มลงกระซิบบอกเมรี
       "อย่าคิดว่าเนียนกับด็อกเตอร์ได้ แล้วจะหลอกฉันได้ เดี๋ยวต้องเคลียร์กันหน่อย"
       "ฉันไม่มีอะไรต้องเคลียร์" เมรีไม่ยอมแพ้ อันยาแทบวี๊ดแตก
       เผด็จแทรกขึ้น "ขอโทษนะครับ เดี๋ยวผมต้องไปธุระต่อ เอาเป็นว่า" เผด็จกั๊ก "ไหนๆพวกคุณทั้งคู่ก็มาแล้ว งั้น..ต่างคนต่างยื่นข้อเสนอมาเลยก็แล้วกัน แล้วผมจะพิจารณาเอง"
       อันยาชะงัก
       เมรีรีบไหว้ "ขอบคุณมากนะคะ ที่กรุณาให้โอกาส ด็อกเตอร์เนี่ยใจกว้างจังเลยค่ะ" เมรีปรายตาไปทางอันยา "ผิดกับบางคน"
       อันยาเจ็บจี๊ดแต่ไม่กล้าให้เผด็จโกรธจึงค้านอะไรไม่ได้
       
       เผด็จเปิดแฟ้มดูก็เห็นตัวเลขเงินเดือนผู้บริหาร 200,000 บาท สายตาอันยามองเผด็จแบบลุ้นๆ
       "อันนี้ของดิฉันค่ะ" เมรียื่นแฟ้มของตัวเองให้
       ที่แฟ้มของเมรีตัวเลขอยู่ที่ 250,000 บาท
       เผด็จมีสีหน้าพอใจมากกว่า อันยาหน้าซีดเมื่อเห็นว่าตัวเลขต่างกันมากจึงรีบชี้แจง
       "ถึงเงินเดือนที่ทางวีว่าเสนอให้จะน้อยกว่าอาร์โก้ แต่เค้าก็มีข้อเสนออื่นที่น่าสนใจด้วยค่ะ"
       "แค่เงินเดือนซึ่งเป็นเมนหลักยังเทียบไม่ได้ แล้วอย่างอื่นจะไหวได้ยังไงจ๊ะ" เมรีว่า
       อันยาไม่สนใจเมรีจึงพูดกับเผด็จ "คุณเผด็จคะ ฉันต้องขอโทษที่เสียมารยาท แต่ขอทราบเหตุผลที่คุณลาออกจากงานที่ทำงานเก่าได้มั๊ยคะ" อันยาถ่อมตัว "ถ้าคุณบอกได้"
       เมรีแอบเหน็บ "ไม่มีมารยาท กล้าถามลูกค้าได้ยังไง"
       เผด็จไม่ว่าแต่ก็ยอมตอบ "อ๋อ ไม่มีอะไรมากหรอก งานในแผนกที่ผมคุมอยู่มันโหลดมากขึ้นทุกทีทั้งผมและลูกทีมต่างก็เครียดและ..ล้า รู้สึกไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำเท่าไหร่ ผมก็เลยออก"
       "ขอบคุณมากนะคะที่กรุณาตอบ ถ้ายังงั้นฉันอยากให้คุณลองพิจารณาโปรแกรมการทำงานแบบใหม่ของทางวีว่าดูค่ะ" อันยาบอก
       ไอแพดของอันยาโชว์ภาพสำนักงานแนวครีเอทีฟที่มีการตบแต่งรีแลกซ์หลายๆภาพ
       "ที่วีว่าไม่ต้องการเน้นปริมาณงานมาก แต่เน้นผลงานที่สร้างสรรค์จริงๆ เลยวางโปรแกรมการทำงานที่รีแลกซ์ และเอื้อให้เกิดไอเดียบรรเจิดกับพนักงานมากที่สุด" อันยาบอก
       ภาพบรรยากาศการทำงานที่อบอุ่นเป็นกันเอง ทั้งการคุยงานกันที่มุมดื่มชา การประชุมงานทางไกลของผู้บริหารปรากฏขึ้น
       "ที่นี่คุณสามารถเลือกเวลาเข้า และออกงานได้เอง กำหนดวันหยุดเองได้ ขอแค่ให้มีเวลางานครบ และผู้บริหารสามารถทำงานทางไกล ประชุมผ่านวีดิโอคอลจากที่บ้าน หรือที่ไหนๆก็ได้ ถึงวีคละ 2 วันแน่ะค่ะ" อันยาอธิบาย
       "ผมเคยได้ยินว่ามีระบบการทำงานแบบนี้ที่ต่างประเทศ แต่ในประเทศเราเห็นว่ายังน้อยอยู่" เผด็จบอก
       "วีว่าเป็นหนึ่งในนั้นค่ะ เงินเดือนอาจจะไม่มากเท่ากับบางที่" อันยาปรายตาไปทางเมรี "แต่ฉันว่า ตรงกับความต้องการของคุณมากกว่า เพราะไม่ต้องเจอปัญหาโหลดงานมากเหมือนที่เก่า และถึงวีว่าไม่เน้นเรทเงินเดือน ก็มีโบนัสพิเศษสำหรับทีมงานที่ยอดเยี่ยม เค้าเน้นไปที่ผลงานจริงๆ ซึ่งฉันว่า...ไม่น่ายาก สำหรับคนฝีมือระดับคุณ"
       เผด็จพยักหน้าด้วยท่าทางพอใจมากๆ ทั้งสิ่งที่อันยาพรีเซนต์และลูกหยอดที่โดนใจ
       "งั้นฉันขออนุญาตนัดวันที่จะเข้าไปคุยกับทางวีว่าเลยนะคะ" อันยาบอก
       "แล้วที่บริษัทของทางคุณมีแบบนี้รึเปล่า" เผด็จถาม
       เมรีหน้าเสีย "ดิชั้นคงต้องขอกลับไปเช็คค่ะ"
       "โอว ไม่เป็นไรครับ แค่ลองถามดูน่ะครับ"
       อันยาว่าแล้วก็ปรายสายตามาที่เมรีก่อนจะทิ้งสายตาใส่ประมาณว่า “ฉันชนะ” เมรีแสบร้อนไปหมดทั้งหน้าเมื่อเห็นเคสตรงหน้าจะหลุดลอยไป เธอคิดว่าจะทำยังไงดี!
       เมรีเห็นเข็มกลัดเน็คไทของด็อกเตอร์มีลายตราประจำตระกูลอันนึงสลักอยู่ซึ่งมีตัวย่อว่า น.ร.ม. เมรีชะงักไปทันที แล้วเมรีก็ยิ้มแบบมีความคิดอะไรบางอย่าง !
       
       เสียงโทรศัพท์สำนักงานดังขึ้น ภายใต้บรรยากาศของออฟฟิศ Right person Company ซึ่งมีป้ายชื่อบริษัทอยู่ด้านหน้า ที่โถงทางเดินมีพาติชั่นพนักงานภายใต้ขนาดพื้นที่ไม่ใหญ่นัก มีพนักงานประมาณ 15 คน เสียงโทรศัพท์ดังมาจากโต๊ะเลขาซึ่งอยู่หน้าหน้าห้องผู้บริหารซึ่งมีป้ายชื่อ “ธกฤต แสนยะนันท์” พร้อมตำแหน่ง “ประธานกรรมการบริหาร” ติดอยู่
       "ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะต่อสายท่านประธานให้นะคะ" เลขาฯ กดโอนสาย
       ภายในห้องทำงานของธกฤต หน้าจอคอมพิวเตอร์พีซีมีสกรีนเซฟเวอร์ที่ปรากฎสโลแกนของบริษัท “คนที่ใช่สำหรับคุณ คือภารกิจสำคัญของเรา”
       ธกฤตรับสายที่โอนมาจากเลขาฯ
       "ครับ ผมรู้สึกเป็นเกียรติ์จริงๆที่ได้คุยกับท่าน ต้องการให้ผมช่วยอะไรเหรอครับ"
       เวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที ธกฤตยังคงคุยต่อ
       "ฟังดูไม่ใช่เคสที่ง่ายนัก แต่ไม่ต้องเป็นห่วงครับ คนที่ใช่สำหรับคุณ คือภารกิจสำคัญของเราผมมั่นใจว่าทางเราจะจัดการให้ท่านได้ ผมมีคนที่ชำนาญการเจาะตัวบุคคลแบบนี้อยู่พอดี"
       ธกฤตพูดให้ลูกค้ามั่นใจแต่แววตาของเขาคิดไปถึงคนๆ หนึ่ง
       
       อันยากับคิมหันต์เดินผึ่งผายมาอย่างผู้ชนะ
       "ทั้งสวย ทั้งเก่ง ทั้งมีของ หัวหน้าใครเนี๊ยะ !”
       อันยาชะงัก "อันสุดท้ายนี่ชมหรือหลอกด่าฮึ"
       "ต้องชมอยู่แล้ว ยัยเมรีนี่แสบมาก จะมาฉกเคสเราหน้าตาเฉย ดีนะ เจ๊ระเบิดพลังใส่จนหงายเงิบ แบบเนี๊ยไม่ให้เรียกว่ามีของ แล้วให้เรียกว่าอะไรล่ะค๊าฟ"
       "ช่วยใช้คำว่า ความสามารถพิเศษ หรือ ทาเลนท์ได้มั้ย" อันยาพูดแอคเซนค์สมจริง
       คิมหันต์กับอันยาดี๊ด๊าภายใต้โมเม้นท์แห่งความสุข
       "ปิดเคสได้แบบนี้ ต้องฉลอง ฉันเลี้ยงเอง" อันยาบอก
       "เจ้รอแปปได้มั้ย ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน" คิมหันต์บอก
       คิมหันต์รีบเดินไป
       อันยาหยิบมือถือขึ้นมา "อุ๊ย ส่งแมสเสจบอกข่าวดีบอสซะหน่อย"
       อันยายืนอ้อยอิ่งพิมพ์แมสเสจอยู่กลางถนน พอเธอเงยหน้าขึ้นมาจากจอมือถือก็เห็นรถเข้ามาในระยะใกล้ อันยาขาแข็งจนทำอะไรไม่ถูก
       เสียงแตรยาวจากรถคันนั้นดังขึ้น อันยาฉุดขาตัวเองให้เคลื่อนได้ก็รีบถอยออก แต่รถที่เบรคแล้วก็ยังพุ่งเข้ามา
       อันยาร้องลั่น "อ๊าย...”
       
       รถเบรคลงพร้อมกับร่างของอันยาที่ล้มพับไป
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 13
อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 12
อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 11
อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 10
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 7 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 7 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
isTBI0 Muchos Gracias for your article post.Thanks Again. Want more.
best prices
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
WbcFOa Thanks for sharing, this is a fantastic blog article. Fantastic.
smashing top seo
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
LRGOkH Thank you ever so for you article post.Really thank you! Much obliged.
seo for cheap
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014