หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่

อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 3

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
5 ตุลาคม 2556 07:47 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 3
        อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 3 (ต่อ)
       
       คิมหันต์เดินเข้ามาสั่งโจ๊ก
       
       “โจ๊กใส่ไข่พิเศษถุงนึงครับ”
       เมขลาเดินเข้ามาสั่งโจ๊กเหมือนกัน คิมหันต์หันไปเห็นเมขลาก็ชะงัก เมขลาก็แปลกใจไม่แพ้กัน
       “บังเอิญจัง คุณมาทำอะไรแถวนี้เนี่ย” คิมหันต์ถาม
       เมขลาไม่ตอบ แต่ถามกลับ “นี่คุณมาดูแลอันโกะเหรอคะ ?”
       คิมหันต์ลืมตัว “ดูแลทำไม? เค้าโตแล้ว ดูแลตัวเองได้”
       เมขลาไม่อยากเชื่อ “ที่ซื้อโจ๊กนี่ ไม่ได้ซื้อให้อันโกะ ?”
       “ซื้อให้ทำไม กินเองสิคุณ ของอร่อยๆ” คิมหันต์บอก
       “ทั้งๆที่อันโกะดีกับคุณขนาดนี้! คุณไม่สนใจ ดูดำดูดีเค้าบ้างเลยเหรอ”
       “สปอยล์มากเดี๋ยวเสียคน เค้าเยอะ ผมต้องคอยเบรก ตบๆกลับเข้ามา ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง”
       เมขลาช็อค “นี่ยังมีความเป็นลูกผู้ชายอยู่รึเปล่า ที่คุณพูดคือแฟนคุณ แล้วเค้าก็กำลังป่วยอยู่นะ”
       “แฟน? แฟนอะไร ป่วยอะไร” คิมหันต์งง “ป่วยการเมืองน่ะสิ” แล้วคิมหันต์ก็นึกได้
       เมขลาปรี๊ดขึ้นมา “คุณไม่ดูแลก็ไม่เป็นไร ดีนะที่ด็อกเตอร์ชวนให้มาเยี่ยมอันโกะ ไม่งั้นก็คงไม่มีคนดูแล”
       เมขลารับโจ๊กแล้วเดินออกไปทันที
       “ด็อกเตอร์แสนมา !! ถ้าไปเจอเจ๊ โป๊ะแตกกันพอดีดิ !”
       คิมหันต์ได้สติก็รีบวิ่งตามออกไป
       
       คิมหันต์ดักหน้าดักหลังเมขลาเอาไว้
       “อะไรของคุณ??” เมขลาถาม
       “ผมขอร้อง ...ช่วยผมหน่อยนะ ขอร้อง ๆ ไหว้ล่ะ” คิมหันต์บอก
       “ฉันต้องไปเยี่ยมอันโกะ ด็อกเตอร์รอฉันอยู่ ชั้นต้องพาเค้าขึ้นไปเจออันโกะ”
       “ไปช่วยผมก่อน แค่แป๊บเดียว ถ้าผมไม่ได้” คิมหันต์มองไปก็เห็นร้านขนม “สังขยาฟักทองไปให้แม่ มีหวังผมโดนฆ่าแน่ เชื่อมั้ย เดือนที่แล้วงูเข้าบ้าน แม่ผมฆ่างูด้วยมือเปล่า”
       เมขลามองคิมหันต์ประมาณว่าอะไรของมัน “คุณก็ไปซื้อเองสิ นั่นน่ะ ร้านอยู่ตรงนั้น” เมขลาชี้ไปที่ร้านขนมหวาน
       “แต่ผมเลือกไม่ถูก สังขยาฟักทอง มันต้องฟักทองแบบไหน เหลืองมาก เหลืองน้อย”
       “มันก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ บอกแม่ค้า เดี๋ยวเค้าก็หยิบให้”
       “แล้วถ้าเกิดเค้าเอาอันที่ไม่ดีมาให้ล่ะ... คุณดูเป็นกุลสตรีต้องรู้จักฟักทองสังขยาดีแน่ ๆ ไป ช่วยเลือกให้ผมหน่อย”
       “ฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ !” เมขลารีบบอก
       “ไม่เชี่ยวชาญไม่เป็นไร ...ไปซื้อเป็นเพื่อนก็ยังดี”
       ว่าแล้วคิมหันก็ลากเมขลาไป เมขลาเหวอและดิ้นเท่าไหร่คิมหันต์ก็ไม่ยอมปล่อย
       
       อันยาดูรูปในมือซึ่งเป็นภาพอันยากับแสนที่ทำงานใกล้กันหลายรูป อันยาเห็นแล้วปรี๊ด
       “นี่คุณให้คนตามสืบเรื่องฉันเหรอ!!! มากไปแล้วนะ!! รู้จักคำว่าสิทธิส่วนบุคคลบ้างรึเปล่า!!”
       “ถ้าไม่ให้คนไปสืบ ผมคงไม่รู้ว่าอันโกหก หลอกทั้งผม ทั้งที่บริษัท เพื่อจะลดตัวไปเป็นเลขาให้ไอ้แสน ดร.บ้านนอกนั่น!! หลงสเน่ห์มันมากใช่มั้ย” ทวยเทพว่า
       “ห๊ะ ฉันเนี่ยนะหลงสเน่ห์ด็อกเตอร์ ไปกันใหญ่แล้ว!!” อันยายังไม่อยากเล่าความลับ “โอ๊ย ฉันจะพูดยังไงดี”
       “ที่พูดไม่ได้ เพราะว่ามันจริงใช่มั้ยล่ะ รสนิยมคุณก็สูงมาตลอด ทำไมถึงได้ตกต่ำไปยุ่งกับคนโลว์โซแบบนั้น”
       “นี่กล้าด่าฉันขนาดนี้เลยเหรอ”
       “ก็คุณนอกใจผมก่อน บอกมาซิ ว่ามันมีอะไรดีกว่าผม คุณถึงได้ติดอกติดใจขนาดนี้”
       อันยาอยากจะปรี๊ดใส่ว่าทำไมทวยเทพคิดไปได้ขนาดนี้
       
       คิมหันต์พาเมขลามาถึงหน้าร้านขนมไทยแล้วพยายามเบนความสนใจ
       “เนี่ย เลือกให้หน่อย เอาเนี๊ยบๆเลยนะ เลือกสิคุณ”
       เมขลาเหวอแล้วคิดว่าเลือกก็เลือกเพราะถึงขั้นนี้แล้ว เธอหันไปลงมือเลือก
       เมขลายื่นขนมให้คิมหันต์1ชิ้น “อ่ะ”
       “อีกซิ แม่ผมกินเยอะกว่านั้น”
       “แม่คุณจะกินกี่ชิ้นล่ะ”
       “10ชิ้น”
       “ห๊ะ 10ชิ้น สังขยาฟักทองเนี่ยนะ”
       คิมหันต์พยักหน้าแล้วรีบเดินไปอีกมุม เขาหยิบมือถือขึ้นมาโทรออก คิมหันต์พยายามต่อสายหาอันยา
       
       อันยากับทวยเทพยังนอยด์กันอยู่มากๆ แล้วเสียงมือถือก็ดัง อันยาจะรับ
       “นี่ยังสนใจเรื่องอื่นอีกเหรอ !” ทวยเทพว่า
       อันยามองจิกทวยเทพแบบไม่สนใจเพราะจะกดรับ ทวยเทพเข้าไปปัดมืออันยาเลย
       “ผมไม่ให้คุณคุยกับคนอื่นตอนนี้
       อันยาปรี๊ดขึ้นเพราะสุดจะทนแล้ว
       “โอเค ใช่ ! มันเป็นอย่างที่คุณพูด จบมั้ย?!”
       “อะไรนะ!!”
       “ก็ได้ยินชัดแล้วนี่! ฉันเป็นอย่างที่คุณบอกนั่นแหละ พอใจรึยัง”
       “ไม่!! จะพอใจได้ไง อันยา คุณใจร้ายมาก” ทวยเทพโมโหมาก “คุณทำยังงี้กับผมได้ยังไง”
       
       แสนถามพนักงานอยู่ตรงเคาน์เตอร์รีเซปชั่น
       “คุณอันยา? เมื่อกี๊เหมือนจะเห็นอยู่แถวๆนี้นะคะ ไปไหนแล้วนะ” พนักงานมองหา
       แสนรอคำตอบอย่างลุ้นๆ ว่าพนักงานจะคิดออกรึไม่ มือถือของแสนดังขึ้น
       แสนถอยมารับโทรศัพท์ “ผมแสนพูดครับ อ๋อ ข้อมูลเพิ่มเติมที่ขอไปได้แล้วเหรอครับ”
       แสนคุยโทรศัพท์
       
       คิมหันต์พิมพ์ที่หน้าจอมือถือว่า “งานงอก ด็อกเตอร์มาหาเจ๊แล้ว” เมขลาซึ่งถูกใช้เลือกขนมอยู่ เลือกเสร็จอย่างรวดเร็ว
       เมขลาส่งถาดให้แล้วบอกแม่ค้า “คิดเงินด้วยค่ะ”
       คิมหันต์หันไปเห็นเมขลาเลือกเสร็จแล้ว ก็ตกใจ เขารีบกดส่งข้อความ ข้อความถูก “send”ไปแล้ว
       คิมหันต์ปราดเข้าไปหาเมขลา “เดี๋ยว!” คิมหันต์ดึงถาดกลับมา
       “ฉันก็เลือกให้แล้วไงคะ”
       “เอ่อคือ มันต้อง..ต้องตรวจสอบคุณภาพก่อน”
       เมขลาอึ้งๆ ส่วนแม่ค้าหน้าหงิกยิ่งกว่า
       คิมหันต์รีบเก็บมือถือแล้วแอบภาวนาเบาๆ
       “อ่านข้อความด้วยนะเจ๊ อ่าน !”
       
       อันยาหันควับเพราะอยากจะไปให้พ้นๆจากตรงนี้ แต่ทวยเทพโกรธมากและไม่ยอม เขาคว้าตัวอันยาเข้ามา
       อันยาไม่พอใจ “จะทำอะไร!”
       อันยาสะบัด แต่ทวยเทพไม่ปล่อย
       “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!!! หูดับไม่ได้ยินฉันพูดเหรอ !” อันยาทั้งผลักทั้งดัน
       “ทีงี้ล่ะทำเป็นดิ้น ทีไปขลุกอยู่กับไอ้ด็อกเตอร์กระจอกนั่น ไม่เห็นจะดิ้น!!” ทวยเทพยิ่งเบียดเข้าใกล้
       “จะทำอะไร” อันยาจะตะโกน “ช่วยด้วยค่ะ ช่วย..”
       ทวยเทพเห็นอันยาจะตะโกนก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้
       “คุณไม่มีสิทธิ์นอกใจผม” ทวยเทพยื่นหน้าเข้ามาใกล้อันยามาก
       “ทำอะไร ทุเรศ ปล่อยฉันน๊ะ”
       “ผมไม่เชื่อหรอก ว่ามันจะมีดีกว่าผม”
       ทวยเทพจะจับอันยาเข้ามาจูบ อันยาผลักแต่ไม่ไหว เธอกำลังจะแย่ แต่จู่ ๆทวยเทพก็กระเด็นออกไป แถมโดนหมัดเหวี่ยงเข้าเต็มหน้า แสนปรากฎตัวมาช่วยอันยาไว้ได้ทันหวุดหวิด
       “ด็อกเตอร์ !”
       ทวยเทพหน้ามึน เขาหันมาเห็นแสนก็ผงะไปทันที ทวยเทพมองรูปถ่ายแสนที่หล่นอยู่บนพื้นแล้วมองแสนตัวจริง
       “แก ไอ้ด็อกเตอร์กระจอก”
       
       ทวยเทพแค้นมาก เขาโถมเข้ามาจะอัดแสน

อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 3
        ทวยเทพถลาเข้ามาจะต่อยแสน แต่ถูกแสนจับล็อคเอาไว้
       
       แสนด่าทวยเทพ “ไม่เคยมีใครสั่งใครสอนรึไง ว่าไม่ควรทำแบบนี้กับผู้หญิง”
       ทวยเทพโวยวาย “ปล่อย!!! ปล่อยสิวะ เรื่องของคนเป็นแฟนกัน แกยุ่งอะไรด้วย”
       แสนชะงักไปเมื่อได้ยินว่า “แฟน” เขาผลักทวยเทพออกอย่างแรงออกจนเซไปเกือบล้มคะมำ
       “ถ้าไม่อยากให้ยุ่ง ก็หัดเกียรติแฟนตัวเองซะบ้าง !!ผู้หญิงเค้าไม่เต็มใจ ต่อให้เป็นแฟนก็ทำแบบนั้นไม่ได้” แสนบอก
       อันยาปฏิเสธ “ไม่ใช่นะ เค้าไม่ใช่แฟนฉัน”
       “คุณเงียบไปเลยดีกว่าอัน” ทวยเทพพูดกับแสน “ให้เกียรติเหรอ? แล้วไอ้ที่แกมาหาแฟนฉันถึงคอนโดเนี่ย หมายความว่ายังไง”
       “อย่าคิดอะไรให้ต่ำเกินไป!” แสนว่า
       “ความคิดของฉัน” ทวยเทพมองแสนหัวจรดเท้า “มันก็เข้ากับสภาพกระจอก ๆ ของแกนั่นแหละ”
       แสนยิ้มอย่างสมเพชมาก “การศึกษากับฐานะ มันช่วยอะไรคุณไม่ได้จริง ๆ”
       ทวยเทพโมโหมากจนอยากจะเข้ามาตั๊นหน้าแสนอีก แต่แสนตั้งการ์ดเตรียมพร้อมอย่างไม่กลัวทวยเทพ อันยารีบเข้าไปห้าม
       “พอ ๆ หยุดๆๆๆ!” อันยาพูดกับทวยเทพ “กลับไปเดี๋ยวนี้!! กลับไป!”
       ทวยเทพไม่พอใจ “อัน!”
       “เข้าใจซะที ว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน!! ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ!! ไป”
       “อัน...ทำไมคุณทำกับผมได้ขนาดนี้”
       “ก่อนจะว่าฉัน คุณควรจะสำรวจตัวเองก่อน ถ้าคุณไม่ล้ำเส้นฉัน เรื่องนี้มันคงไม่เกิดขึ้น!”
       ทวยเทพทั้งเจ็บทั้งแค้น เขามองอันยาอย่างเสียใจ
       “ไม่งั้นฉันเรียกรปภ.โยนคุณออกไปจริงๆนะ” อันยาบอก
       ทวยเทพชี้หน้าแสนด้วยสายตาอาฆาต
       “เรื่องระหว่างเรามันไม่จบแค่นี้แน่!” ทวยเทพกระแทกส้นเท้าเดินออกไป
       อันยามองตามทวยเทพอย่างไม่พอใจ
       
       ทวยเทพถลาจะเดินออก ทันใดนั้นม็อบถูพื้นก็ไถมาขวางไว้เพราะแม่บ้านกำลังถูพื้นอยู่
       “ถอยไปสิโว๊ย คนจะเดินไม่เห็นเหรอ” ทวยเทพว่า
       “ระวังลื่นนะคะ”
       ทวยเทพลื่นพรวดเพราะเดินไปบนพื้นลื่นๆ จนถึงกับล้มคะมำ เขายิ่งโกรธจนหน้าแดง
       ทวยเทพวีนแตก “ถูพื้นยังไงให้มันเปียก”
       แม่บ้านเหวอ ทวยเทพเดินออกไปแต่เขาเหยียบตรงที่เดิมแล้วก็ลื่นอีก แม่บ้านมึนพร้อมกับคิดในใจว่าอะไรของมัน
       
       อันยาจะเข้าไปดูอาการแสน
       “คุณเป็นอะไรมั้ยคะด็อกเตอร์”
       แสนส่ายหน้า “แต่แฟนคุณสิ ท่าทางเค้าจะเข้าใจผิด”
       “ฉันขอย้ำพร้อมกับขีดเส้นใต้สองเส้น.. ทวยเทพเป็นแค่เพื่อน ไม่ใช่แฟน ไม่รู้เค้าทึกทักแบบนั้นได้ยังไง”
       “คุณควรระวังตัวเอาไว้บ้าง ...บางที คนใกล้ตัวก็น่ากลัวกว่าคนแปลกหน้า”
       “แล้ว..คุณมาที่นี่ได้ยังไงคะ?”
       “ก็เห็นคุณบอกว่า.......”
       แสนเริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่างทั้งการแต่งตัวออกไปข้างนอกของอันยา ทั้งถุงช็อปปิ้งกองใหญ่เบิ้ม แต่ละใบซึ่งมีทั้ง ปราดา กุชชี จีวองซี่
       “ป่วย ?”
       สีหน้าแสนเปลี่ยนจากความเป็นห่วงกลายเป็นอึ้งงัน
       “ด็อก ด็อกเตอร์คะ คือฉัน....”
       อันยามองหน้าแสนแล้วก็เห็นแววตาผิดหวังมากๆ จากแสน แสนเดินออกไปเลยเพราะไม่นึกว่าอันยาจะโกหก !
       “ด็อก..ด็อกเตอร์”
       อันยาอึ้งและทำอะไรไม่ถูก
       
       เมขลาเพิ่งหิ้วของที่ซื้อมาเดินมาถึง เธอเจอแสนที่เดินออกมาพอดี ขณะที่คิมหันต์ยังเดินอยู่ห่างๆโดยยังคงดูหน้าจอมือถือว่าอันยาจะติดต่อมาหรือเปล่า
       “ขอโทษที่มาช้าค่ะ พอดีเกิดเรื่องบ้าขึ้นนิดหน่อย แล้วนี่เยี่ยมอันโกะเสร็จแล้วเหรอคะ” เมขลาถาม
       “ไม่ต้องเข้าไปเยี่ยมแล้วล่ะครับ” แสนเดินออกไปเลย
       เมขลางงกับท่าทีของแสน “เอ้า?” เมขลาเดินตามแสนออกไป
       แสนเดินลิ่วไปแล้ว เมขลางง ๆ แต่ก็เดินตามแสนไป คิมหันต์มองตามแล้วรู้สึกว่างานเข้าแล้ว
       
       คิมหันต์เดินเข้ามา อันยายืนหน้าจ๋อย
       คิมหันต์เดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น “อย่าบอกนะ”
       อันยาหน้าหงิก
       
       รถจอดอยู่ ทั้งแสนและเมขลานั่งกันเงียบ
       “อันโกะจะทำแบบนั้นไปทำไมนะคะ”
       เมขลาหันไปมองแสนก็ไม่ได้ยินคำตอบ เมขลาหันกลับมาแล้วเหลือบไปเห็นถุงที่ถือติดมาด้วย ทั้งถุงโจ๊กและสังขยาฟักทองก็ชะงักไป
       “ด็อกเตอร์คะ งั้นเดี๋ยวเมกลับเอง อยากไปธุระหน่อยน่ะค่ะ”
       เมขลาบอกแสนด้วยความเกรงใจ แสนขับรถออกไปอย่างเศร้าๆ
       
       อันยามาพาลโมโหกับคิมหันต์
       “ส่งข้อความมาซะเลทแบบนี้ !! มันจะทันอะไรกันล่ะ”
       “เจ๊ไม่เปิดอ่านเองต่างหาก ผมเตือนแล้วใช่มั้ย ว่าอย่าประมาท ยังจะเริ่ดๆเชิ่ดๆว่าเค้าไม่มีทางทันเรา แล้วตอนนี้เป็นยังไง”
       “ให้ช่วยคิดหาทางออก ไม่ได้ให้ซ้ำเติม!”
       “ก็ได้..อย่างมาก เค้าก็มองว่าเจ๊เป็นพวกกะล่อน ปลิ้นปล้อน ไม่จริงใจ! ต่อไปพูดอะไร เค้าคงไม่เชื่อเจ๊อีกแล้ว”
       “ตอนแรกก็ไม่คิดมากเท่าไหร่ ..คิดหนักตอนแกพูดนี่แหละ!” อันยานึกได้ “หรือฉันจะโทรไปบอกเค้า ว่าถุงพวกนั้นเป็นของคนอื่น”
       “ไม่ทันแล้วเจ๊!! ยิ่งพูด ก็ยิ่งไม่เนียน” คิมหันต์
       อันยาจ๋อย “เฮ้อ พอ ๆ ไม่คุยด้วยแล้ว ยิ่งคุยยิ่งเครียด”
       อันยากระแทกตัวลงนั่งอย่างคิดหนักเพราะไม่รู้จะทำยังไงดี คิมหันต์ครุ่นคิดแต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกจึงได้แต่ส่ายหัว
       “จับได้คาหนังคาเขาอย่างงั้น มันจะทำยังไงได้อีก ?”
       
       คิมหันต์หันไปเห็นเมขลากำลังเดินมา เลยสะกิดให้อันยาดู “เจ๊ๆ”

อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 3
        อันยาหน้าง่อยๆ เมขลายื่นโจ๊กกับสังขยาฟักทองให้คิมหันต์
       
       “อ่ะ ของฝากแม่คุณ”
       
       “เม...เธอโกรธชั้นรึเปล่า”
       “อันโกะ เธอรู้มั้ย ด็อกเตอร์เป็นห่วงเธอมาก พอได้ยินว่าอันโกะป่วย เพราะรู้ว่าอยู่ตัวคนเดียว กลัวจะไม่มีคนดูแล ก็เลยชวนเมขึ้นมาเยี่ยม”
       เมขลามองอันยาที่ดูก็รู้ว่าไม่ป่วยและถุงช็อปปิ้งยังอยู่เป็นประจักษ์พยาน
       “ถ้าอันโกะไม่ได้ป่วย ทำไมถึงบอกด็อกเตอร์ว่าป่วยล่ะ”
       “คือ...”
       อันยามองตาคิมหันต์แต่ต่างยังคิดข้อแก้ตัวไม่ได้อยู่
       “ด็อกเตอร์ ไม่ชอบคนโกหก อันโกะคงต้องหาทางเคลียร์ให้ดีๆเลยล่ะ” เมขลาบอก
       “เม” อันยาจนปัญญา “เธอช่วยฉันได้มั้ย ?”
       เมขลาส่ายหน้า “เมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมอันโกะถึงต้องโกหก”
       เมขลาหน้าตาผิดหวังไม่น้อยเหมือนกัน เธอหันหลังแล้วเดินออกไปเลย อันยาแทบทรุด คิมหันต์มองตามเพราะไม่รู้จะช่วยยังไงเหมือนกัน
       “ชั้นขอตัวก่อนนะ” เมขลาเดินออก
       อันยาเดินมานั่งหงอยๆ ที่มุมนึงคนเดียว
       
       คิมหันต์เดินออกมาพร้อมถุงสังขยาฟักทองอย่างเครียด ๆ
       “เอาไงดีว๊า เจ๊พัง เราก็พัง !”
       คิมหันต์คิดแล้วนึกอะไรได้บางอย่าง เขาหยิบมือถือขึ้นมา
       
       เวลาผ่านไปเล็กน้อย เมขลาเดินอยู่สักพักมือถือก็ดัง เธอหยิบขึ้นมาดูแล้วก็แปลกใจกับเบอร์โทรที่ไม่คุ้น
       “ฮัลโหล เมขลาพูดค่ะ”
       คิมหันต์พูดจากมือถือ “นี่ผมคิมหันต์นะ ที่เราเพิ่งแยกกันเมื่อกี๊นี้ไง”
       “นี่คุณมีเบอร์ฉันได้ยังไง ?” เมขลาถาม
       “ขอเจ๊เค้ามาน่”ะ
       “อันโกะให้เบอร์ฉันกับคุณงั้นเหรอ ทำไม ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับแฟนของอันโกะหรอกนะ”
       
       คิมหันต์ตกใจจึงรีบปราม
       “ฟงแฟนอะไร คุณเข้าใจผิดแล้ว อย่าเพิ่งวาง”
       
       เมขลาไม่อยากเชื่อ
       “เข้าใจผิด? ก็คุณเอาของไปส่งให้อันโกะ แล้วก็มาหาเค้าถึงที่คอนโด ถ้าพวกคุณไม่ใช่แฟนกัน แล้ว..จะให้เรียกว่าอะไร”
       “เฮ้อ เสียๆๆๆ หมดกัน ผมเป็นแค่รุ่นน้องของเค้าครับ ไม่เชื่อก็ถามเค้าได้ แต่คงตกใจน่าดู ที่มีคนคิดว่ากินเด็ก”
       “ฉัน..ฉันเปล่าคิดไม่ดีนะ”
       “ช่างมันเถอะ เรื่องนั้นมันไม่สำคัญแล้วล่ะ ที่ผมโทรมา คุณอาจจะไม่เชื่อนะ มันอาจจะฟังดูเหมือนเรื่องโกหก แต่ผมต้องพูด ความจริงที่เจ๊เค้าไม่ได้ไปทำงาน เรื่องมันเป็นเพราะผมเอง”
       
       เมขลาอึ้งฟังคิมหันต์แต่สีหน้าของเธอยังไม่แสดงว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ
       
       แก้วเหล้าที่ดื่มหมดแล้ววางอยู่ตรงหน้าทวยเทพหลายแก้ว ในขณะที่มือข้างนึงของทวยเทพถือแก้วเหล้าใบใหม่อยู่
       “บอกว่าเราไม่เกี่ยว พูดมาได้ยังไง !!! อันนะอัน!”
       เมรีที่เซ็งมากกับอาโปเดินเข้ามา
       “สิบนาฬิกา น่ากินมาก!” อาโปบอก
       “เลือกบ้างอะไรบ้าง นั่นมันเด็กเสิร์ฟ” เมรีบ่น “คุณหญิงดันจำชื่อเลขาด็อกเตอร์ไม่ได้ สงสัยต้องแนะนำให้กินปลา ไปว่าคนอื่นเค้าอัลไซเมอร์ ตัวเองล่ะตัวแม่”
       อาโปปราดสายตาไปเห็นทวยเทพที่นั่งดื่มเหล้าอยู่คนเดียว
       “เอ๊ะ!! คุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน” อาโปนึก
       “นั่นมันบาร์เทนเดอร์ เธอนี่กินไม่เลือกจริง ๆ”
       “ไม่ใช่ค่ะ อาโปหมายถึงผู้ชายที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ บาร์เทนเดอร์ต่างหาก...นึกออกแล้ว ผู้ชายคนนี้เคยมารับยัยอันโก๊ะที่บริษัท!”
       “แสดงว่าควง ๆ กันอยู่” เมรีทำหน้าเจ้าเล่ห์ “ลักษณะเราต้องไปทักทายหน่อยแล้ว”
       เมรีกับอาโปเดินไปนั่งประกบซ้ายขวาของทวยเทพ
       “สวัสดีค่ะ ...ทำไมมานั่งเหงาอยู่คนเดียวล่ะคะ?” เมรีถาม
       ทวยเทพงง “พวกคุณเป็นใคร?”
       อาโปเสนอหน้ามากๆ “เราสองคนเป็นเพื่อนร่วมงานของอันยา ที่ไรท์เพอร์เซิ่ลไงคะ”
       ทวยเทพได้ยินแล้วของขึ้นทันที
       “อ๋อ!! ผมอยากรู้จักเจ้านายคุณจริง ๆ อยากรู้นักว่าทำไมปล่อยให้พนักงานลางานไปทำเรี่ยราดที่อื่น!”
       เมรีกับอาโปพูดพร้อมกัน “ไปทำเรี่ยราด!”
       “หมายความว่ายังไงคะ?”
       เมรีกับอาโปยื่นหน้าไปใกล้ทวยเทพด้วยอาการอยากรู้สุด ๆ
       
       อันยาจ้องโทรศัพท์มือถือในมือ
       “โทรไปขอโทษดีมั้ย?”
       เสียงแมสเสจดังขึ้น อันยากดเปิดดูแล้วก็ตกใจ “ดูสิ ว่าฉันมาเดทกับใคร”
       เธอเห็นภาพทวยเทพกับเมรีนั่งเคียงกัน อันยาช็อค
       “ทวยเทพ ไปเจอกับยัยเมรีได้ยังไง”
       
       ภาพในอดีตย้อนกลับมา ทวยเทพชี้หน้าแสนด้วยสายตาอาฆาต
       “เรื่องระหว่างเรามันไม่จบแค่นี้แน่!” ทวยเทพขู่
       เมื่อนึกถึงตอนนั้น อันยาก็คว้ากระเป๋าลนลานออกจากห้องไปทันที
       
       อันยาขับรถมาถึงจุดที่การจราจรติดอย่างร้ายกาจ อันยาอยากจะบ้า
       “โถ่เอ๊ย ทำไงดี”
       อันยาเห็นร้านอาหารเลยหักรถเข้าไปทันที
       
       อันยาลงจากรถแล้วจะเดินเลยทางเข้าร้านอาหารไปซะงั้น
       “คุณผู้หญิง ประตูอยู่นี่ครับ” เด็กรับรถบอก
       “ฉันไม่ได้มาทานอาหาร” อันยาเดินจ้ำพรวด
       เด็กคุมรถของขึ้นทันที “เฮ่ย งั้นจอดไม่ได้นะคุณ เรื่องแค่นี้ไม่รู้รึไง”
       อันยาควักแบงค์พันยัดใส่มือเด็กคุมคิว
       “ไงก็ได้คร๊าบบ เชิญเลย”
       “เดี๋ยวฉันกลับมาเอารถ”
       
       อันยารีบวิ่งออกจากสวนอาหารไป

อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 3
        เมรีกับอาโปชนแก้วกับทวยเทพที่เมามาก เมรีพยายามคะยั้นคะยอให้ทวยเทพดื่มอีก
       
       “ดื่มค่ะ ดื่มอีก”
       “พอ.. พอก่อน ...ผมเริ่มมึนแล้ว” ทวยเทพบอก
       “ก็ที่ให้ดื่มเนี่ย เพราะอยากให้มึน” อาโปว่า
       ทวยเทพงง “ห๊ะ!!”
       “เปล่าคะ ...อาโปหมายถึง อาโปอยากมึน”
       ทวยเทพดื่ม เมรีกับอาโปเห็นทวยเทพออกอาการมึนก็หันไปตีมือกันแล้วมีแววตาร้าย
       “พนักงานบริษัทที่คุณว่า ไปทำเรี่ยราด!! หมายถึงอันยารึเปล่าคะ?”เมรีถาม
       ทวยเทพได้ยินชื่ออันยาก็ของขึ้นจึงวางแก้วเหล้ากระแทกลงอย่างแรง!
       “วางแก้วเกือบแตกขนาดนี้ ชัดเลย!!”
       เมรีกับอาโปดีใจ ทั้งสองกระแซะถามทวยเทพอีก
       “อันยาทำอะไรเหรอคะ?? คุณถึงได้โกรธขนาดนี้”
       “อัน...อันเค้า”
       “เค้า เค้าทำอะไรคะ ระบายออกกับศิราณีอาโปเลยค่ะ”
       เมรีกับอาโปที่ฟังอยู่ลุ้นมาก
       
       อันยาซ้อนมอเตอร์ไซค์หน้าตั้ง
       “เร็วอีกพี่ เร็วอีก!”
       มอเตอร์ไซค์บึ่งไปทำให้อันยาเกือบหงายหลังซึ่งดีที่จับเอาไว้แน่น
       
       เมรีกับอาโปออกอาการเซ็ง ทวยเทพพร่ำบ่นแต่เรื่องของหัวใจโดยไม่ได้คายความลับอะไร
       “ผมสู้เอาใจเค้าทุกอย่าง แบรนด์อะไรแพงแค่ไหน ผมประเคนให้ทั้งคอลเลคชั่นแล้วท่าทางอย่างไอ้นั่นน่ะเหรอ จะให้เค้าได้ !!”
       “หึย ยิ่งฟังก็ยิ่งขึ้น” อาโปบอก
       “แค้นแทนเค้า?” เมรีถาม
       “อยากได้มั่งอ่ะ ทำไมไม่มีใครให้บ้างเลย”
       “ยิ่งฟังยิ่งเสียเวลา ไม่เห็นจะมีประโยชน์เล๊ย” เมรีว่า
       “อัน ! คุณเห็นไอ้ด็อกเตอร์กระจอกนั่นดีกว่าผมได้ยังไง !” ทวยเทพโพล่งออกมา
       เมรีกับอาโปที่คว้ากระเป๋าเตรียมจะชิ่งอยู่ถึงกับชะงัก
       “เอาบิลเราให้เค้าจ่ายด้วยดีมั้ยฮะ รวยๆอย่างนี้คงไม่มีปัญหา” อาโปบอก
       “ไม่ใช่เรื่องนั้น !! เค้าพูดว่า “ด็อกเตอร์” นังอันโก๊ะมันคั่วด็อกเตอร์เหรอ บางทีมันอาจจะเกี่ยวกับเรื่องงานก็ได้” เมรีพูดกับทวยเทพ “ด็อกเตอร์คนนั้นที่มันหยามคุณน่ะ ใครเหรอคะ”
       “มัน มัน ไอ้”
       เมรีกับอาโปลุ้นมากๆ
       “ไอ้อะไรคะ? พูดซะทีสิคะ ลุ้นจนปอดจะไหลลงไปอยู่ตาตุ่มแล้ว!”
       “เค้าชื่ออะไร บอกมาเลยค่ะ”
       “ผมไม่อยากพูดชื่อมันให้เป็นเสนียด”
       เมรีกับอาโปเซ็ง
       “พูดมาเถอะค่ะ บางทีฉันอาจจะรู้อะไร และช่วยคุณได้นะ”
       ทวยเทพหันมาทำหน้ามึน “จริงเหรอ”
       “จริงค่ะ สร้างความร้าวรานคืองานของคุณแมรี บอกมาเลยค่ะ” อาโปบอก
       ทวยเทพกำแก้วแน่นเพราะสุดแค้น “มัน !!! ไอ้ด็อกเตอร์” ทวยเทพจะพูดชื่อแสนอยู่แล้ว
       เมรีกับอาโปลุ้นมากๆ
       เสียงอันยาดังขึ้น “ทวยเทพ”
       
       อาโปเซอร์ไพร์ส
       “เค้าชื่อเหมือนคุณเลยเหรอ !! ต๊าย บังเอิญจัง” อาโปบอก
       “ชอบเรื่องไม่บังเอิญมากกว่ามั้ยล่ะ !” อันยาพูด
       เมรีกับอาโปหันไปเห็นอันยาก็ตกใจมาก
       อันยารีบเข้ามาขวางกลางเพื่อกั้นเมรีและอาโปไว้จากทวยเทพ
       อันยาพูดกับทวยเทพ “คุณเมามากแล้ว กลับบ้านเถอะ”
       “อัน ... คุณจริง ๆ ด้วย” แต่แล้วทวยเทพก็วางฟอร์ม “อย่านึกนะว่าผมจะใจอ่อน คุณทำกับผมขนาดนั้น”
       “จะไม่ไปกับฉันจริงๆเหรอ”
       ทวยเทพมองอันยาแล้วก็ชักจะเสียวๆ เพราะกลัวเธอจะหลุดมือไปจริงๆ
       “ผมให้โอกาสคุณอีกครั้งก็ได้” ทวยเทพลุกทันที
       “เดี๋ยว!! จะไปไหน!! พวกฉันยังคุยกับคุณทวยเทพไม่จบ!”
       “จบแล้ว!” อันยาพูดกับทวยเทพ “ใช่มั้ย!!”
       ทวยเทพยังมึนๆ ไม่ทันตอบ อันยารีบประคองพาทวยเทพออกไปทันที เมรีกับอาโปมองตามอย่างขัดใจสุด ๆ
       “คุณแมรี นี่เพราะโง่ส่งรูปคู่ไปแกล้งมันแท้ๆ ไม่งั้นป่านนี้เราคงรู้ความจริงไปแล้ว”
       “แกว่าใครโง่” เมรีถาม อาโปเหวอ “ก็ใครมันจะไปรู้ ว่าอีตานี่จะกำความลับยัยอันยาให้เราแคะไค้ได้ ทีแรกก็กะกระแซะแฟนมัน ให้มันของขึ้นเฉยๆ ฮึ่ย”
       เมรีของขึ้นใส่อาโปก่อนรีบเดินตามอันยาออกไป อาโปรีบเดินตาม
       
       อันยาประคองทวยเทพขึ้นรถของทวยเทพ และกำลังจะเดินไปฝั่งคนขับ แต่เมรีกับอาโปเข้ามาขวางไว้ก่อน
       “ทำอะไรชั่วร้ายมา อย่านึกนะว่าฉันไม่รู้!” เมรีว่า
       “แสนรู้!!! แต่เรื่องทำชั่ว ฉันไม่ถนัดเท่าเธอ 2 คนหรอก อยู่ในมันสมองกับสองมือเลยนี่” อันยาบอก
       “เค้าด่าเจ้านายชั่วค่ะ!”
       เมรีมองหน้าอาโปอย่างเอาเรื่อง
       “ไม่ต้องย้ำ!!” เมรีพูดกับอันยา “รู้ไว้ซะ!! แฟนเธอเค้าบอกฉัน เรื่องเธอหมดแล้ว”
       อันยาหัวเราะเย้ยหยันพร้อมกับมองเมรีหัวจรดเท้า
       “เหรอ.. บอกอะไร?” อันยาย้อนถาม
       “ความจริงที่เธอปิดบังไง!!” เมรีว่า
       อันยาสะอึกไป แต่แกล้งไม่ไหวหวั่น “อย่ามาแอ๊บสู่รู้!! ...น้ำหน้าอย่างพวกเธอ ถ้าไม่อยากสาระแน จะตามฉันมาทำพระแสงเลเซอร์อะไร!”
       เมรีโดนจับได้ก็เฟลไปนิดๆ “ไม่รู้ทั้งหมด ก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่ได้รู้อะไรเลย”
       อันยาโกหกด้วยการเชิ่ดใส่ “ฉันไม่มีอะไรจะต้องปิดบังอยู่แล้ว”
       อันยาเดินไปจะขึ้นรถ เมรีมองตามแล้วแค้นมากที่หลอกถามไม่สำเร็จ
       “อ้อ แล้วว่าง ๆ เธอสองคนไปเปลี่ยนชื่อที่อำเภอซะ!!” อันยาว่า
       อาโปซื่อ “เปลี่ยนชื่อ อะไร?”
       อันยายิ้ม “เป็นชื่อสอด กับ แส่!”
       อันยายิ้ม พอพูดจบเธอก็ปิดประตูปังแล้วขึ้นรถขับออกไป เมรีกับอาโปมองตามอย่างโกรธจัด
       
       อันยาค่อย ๆ ประคองทวยเทพลงนั่ง คนใช้ถือกะละมังใบเล็กใส่น้ำพร้อมผ้าขนหนูเข้ามา อันยาหันไปบอก
       “พวกคุณท่านหลับกันหมดแล้วเหรอ?” อันยาถาม
       คนใช้ตอบ “ค่ะ”
       อันยาถอยออกมาให้คนใช้เช็ดหน้า เช็ดตัวให้ทวยเทพ
       “ไม่มีอะไรแล้ว ฉันกลับล่ะ” อันยาจะเดินไป
       ทวยเทพลืมตาขึ้นมาเห็นอันยาเขาก็รีบพรวดมาจากโซฟาแล้วเข้าไปจับแขนอันยารั้งไว้
       “อันนี่... คุณจะไปไหน”
       อันยาผลักออกอย่างระวังตัว “คุณเมามากแล้ว ไปพักผ่อนเถอะค่ะ”
       “ไม่ไป ที่คุณตามผมไปที่ผับ เพราะว่าคุณ ก็เป็นห่วงผมเหมือนกันใช่มั้ย”
       “คือฉัน..”
       “ผมคิดอยู่แล้ว ว่าคุณ ยังไม่หมดเยื่อใยกับผมง่ายๆ”
       ทวยเทพคุกเข่าจับมืออันยาแน่นแล้วซบหน้าลงกับตักของอันยาก่อนจะพูดน้ำเสียงสั่น
       “ผมไม่เคยไม่รักคุณเลยสักวัน ... ผมอยู่ไม่ได้จริง ๆ ถ้าไม่มีคุณ... อย่าไปจากผมเลยนะ อย่าไป”
       อันยาชักใจอ่อน “ลุกขึ้นมาค่ะ ลุกขึ้น อย่าทำแบบนี้”
       “ไม่!! ผมจะนั่งอยู่อย่างนี้ จนกว่าคุณจะยอมกลับมาหาผม”
       อันยาคิดแล้วก็กลัวทวยเทพปูดความลับ “ฉัน...ฉันแค่โมโหที่คุณพูดไม่ฟัง แล้วมาบังคับใช้กำลังกับฉัน”
       “รักมากก็หึงมาก อันนี่ คุณเห็นแล้วใช่มั้ย ว่าผมดีกว่าไอ้ด็อกเตอร์นั่น”
       อันยาคิดว่าจะเอายังไงดี เธอพาทวยเทพไปนั่งคุยด้วยดี ๆ
       “ฟังฉันนะ ...ฉันยอมรับว่าฉันโกหกเรื่องงานจริง”
       ทวยเทพของขึ้น “ในที่สุดก็ยอมรับใช่”
       อันยาจ้องหน้า ทวยเทพรู้ตัวจึงเงียบ “แต่ว่า ฉันมีเหตุผลนะที่ต้องทำแบบนั้น แล้วมันก็ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดด้วย”
       “ถึงผมจะเมา แต่ไม่โง่ให้คุณสวมเขาผมหรอกนะ” ทวยเทพว่า
       อันยาถลึงตาใส่ทันที ทวยเทพรีบปรับคำพูด
       “ยังไงผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ทำไมคุณต้องไปเป็นเลขาไอ้ด็อกเตอร์กระจอกนั่น!”
       “ตั้งสติที่มันไม่ค่อยมีของคุณให้ดี ...ต่อไปนี้คือความจริง”
       อันยาต้องตัดสินใจที่จะพูดออกไป
       
       อันยาเตรียมจะกลับแต่ไม่วายย้ำกับทวยเทพ
       “สัญญานะคะ ว่าคุณจะเก็บเรื่องที่ฉันเล่า เป็นความลับที่สุด”
       “สัญญาครับ... แต่ผมไม่อยากเชื่อเลย ว่าคุณอยากได้ตำแหน่งหัวหน้าแผนกถึงกับต้องเอาตัวเข้าแลกขนาดนั้น” ทวยเทพบอก
       “พูดดีๆ ฉันแค่ไปเป็นเลขาฯ มันไม่ได้เสียหายอะไรสักหน่อย”
       อันยาเหล่ทวยเทพที่กำลังจะล้ำเส้นอีก ทวยเทพเห็นสายตาอันยาก็ไม่กล้า
       “ผมเชื่อคุณ...ก็ได้ แต่ตกลงว่า..เรื่องของเรา ยังเหมือนเดิม..ใช่มั้ยอัน..”
       อันยาชะงักไปแต่ก็ฝืนยิ้มนิดๆให้ทวยเทพ ทวยเทพรีบจับมืออันยามากุมไว้
       “อันนี่ ยิ่งเราทะเลาะกัน ผม...ก็ยิ่งรักคุณมากขึ้นกว่าเดิม”
       
       ทวยเทพมีความสุขมากที่นรกกลับเปลี่ยนเป็นสวรรค์ขึ้นฉับพลัน ทว่าอันยาแอบเครียด
       
        
       อ่านต่อตอนที่ 4

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 13
อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 12
อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 11
อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ตอนที่ 10
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 2 คน
67 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
33 %
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องนี้อ่านยังไงก็ไม่สนุกเท่าได้ดูfeeling จากชมพูและอาโป รวมถึงนักแสดงคนอื่นๆอ่ะ
หลงเอ๋อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ละครสนุกมากกๆๆๆ
ชอบบบมว้ากอ้ะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014