หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ธิดาพญายม

ธิดาพญายม ตอนที่ 12

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 ตุลาคม 2556 09:23 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ธิดาพญายม ตอนที่ 12
       ธิดาพญายม ตอนที่ 12 (ต่อ)
       ทั้งสองต่างโผเข้าหากัน ณัชชาอยู่ในอ้อมกอดของเอกภพ ชายผมขาวพยักหน้าโล่งใจแล้วเคลื่อนกายออกไป
       ปล่อยให้ทั้งสองอยู่ในอ้อมแขนของกันและกัน ต่างมองหน้ากัน ไม่มีคำพูดใดนอกจากความรู้สึกของหัวใจที่ตรงกัน อึดใจเอกภพก็ถอยออก
       “ขออภัยองค์หญิง”
       “ไม่ให้อภัย”
       ทั้งสองต่างยิ้มให้กัน
       “คือ พลังขององค์หญิง” ณัชชายกกล้ามขึ้นมา
       “กลับมาเรียบร้อย”
       เอกภพถึงกับถอนใจอย่างปลอดโปร่งใจ ณัชชายิ้มสดชื่น
       
       บนท้องฟ้าอีกาฝูงหนึ่งบินมาแต่ไกล นาชะมองแล้วกราดสายตาไปมา
        “สาวกของอาคิน สองคนนั่นยังไม่มาอีก”
       “พี่นาชะ”
       นาชะหันไปเห็นบีมกับปิงปองเดินยิ้มกันมา
       “พี่นาชะ พวกเราเจอ...”
       “มานี่ รีบมาเลย ดูโน่น สาวกเทพอาคินมาโน่นแล้ว”
       บีมกับปิงปองหันไปดูก็เห็นฝูงอีกาบินมาแต่ไกล ได้ยินเสียงร้องของพวกมันแว่วๆ
       “เรารีบกลับไปหาท่านธิดากันได้แล้ว”
       บีมกับปิงปองหันไปมองบนท้องฟ้าอีกครั้ง แล้วออกวิ่งกลับไปอย่างรวดเร็ว นาชะแวบตามไปติดๆ ฝูงอีกาบิน ใกล้เข้ามาส่งเสียงร้องก้อง
       
       บีมกับปิงปองวิ่งมาถึงปาระนังที่ยืนมองท้องฟ้าอยู่ นาชะโผล่แวบเข้ามา
        “หลบเข้ามาเร็ว พวกมันมีมากผิดปกติ”
       ทั้งหมดมองดูพวกมันบินแยกกันไปหลายทิศทาง
        “พวกมันบินทั่วไปหมดทิศทุกทางเลย”
       “เทพอาคินกำลังทุ่มสุดตัว มันรู้ว่าพวกเราเดินทางใกล้จุดหมายเต็มที”
       ทั้งหมดต่างมองพวกมันสีหน้ากังวล
       
       ทั้งหมดเดินทางหลบหลีกพวกมันตามต้นไม้และป่าทึบ ปาระนังมาพาทุกคนหยุดอยู่ตรงลานเล็กๆ แห่งหนึ่ง เสียงอีกายังคงดังแว่วๆ มาในระยะไกล
       “เราต้องตรวจดูแผนที่ว่าเราอยู่ห่างจากจุดนัดพบแค่ไหน”
       บีมกับปิงปองต่างตรวจดูเป้และดึงม้วนผ้าแผนที่ออกมา ปาระนังเข้ามาตรวจดู
       “เราใกล้ถึงจุดหมายแล้ว เราน่าจะถึงจุดนัดพบอย่างช้าพรุ่งนี้ตอนบ่ายๆ”
       “หวังว่าคงรอดสายตาพวกสาวกของเทพอาคินไปได้”
       “ตรงจุดนัดพบจะมีเครื่องหมายอะไรให้เรารู้มั๊ยครับพี่ปาระนัง”
       “ยาก ต้องมีปริศนาให้คิดชัวร์”
       “ถึงเวลาพี่เชื่อว่าเราก็จะรู้เอง”
       
       ที่ดินแดนไร้กาลเวลา ณัชชาเดินไปมาสีหน้าเคร่งเครียด
       “น่าสงสารสาวันนา” เอกภพพยักหน้าถอนใจ “แล้วท่านราเชน”
       “ท่านราเชนรีบเดินทางไปตามหาไกรยุทธ์กับนาฬิกา”
       ณัชชาพยักหน้า แล้วหันกลับมามองเอกภพ ก้าวเข้ามาใกล้เอกภพ
        “ขอบใจที่อยู่เคียงข้างฉัน ปกป้องฉัน”
       “ด้วยความยินดีครับ”
       “และต้องขอโทษที่เล่นงานคุณ”
       “ขอโทษท่านผมขาวน่าจะดีกว่า รู้สึกว่าจะโดนหนักกว่าผม”
       ทั้งสองต่างยิ้มให้กัน
       
       เอกภพยืนคู่กับณัชชา ณัชชาก้มคำนับชายผมขาว
        “ต้องขออภัยที่ล่วงเกิน”
       “ด้วยความยินดี”
       ทั้งหมดต่างยิ้ม
       “ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง”
       “ขอให้เดินทางโดยปลอดภัย”
       ณัชชากับเอกภพก้มทำความเคารพอีกครั้ง ชายผมขาวก้มรับ แต่แล้วทันใดนั้นเสียงหัวเราะของอาคินดังก้องขึ้น ทุกคนต่างขยับตัว ควันดำพุ่งเร็วเข้ามา ร่างของอาคินปรากฏตรงหน้า ในมือถือนาฬิกามนต์
       “ต้องขอบใจนาฬิกามนต์ ของนางแม่มดสาวันนา สหายขององค์หญิง”
       ทั้งหมดจ้องมองอาคินอย่างคาดไม่ถึง
       
       “เรารอที่จะพบท่านอยู่”
       ชายผมขาวบอกเมื่อเผชิญหน้ากับอาคิน อาคินยิ้ม
       “อีกหนึ่งชีวิตที่จะต้องสูญเสียเพื่อองค์หญิงณัชชา”
       “ท่านแน่ใจหรือว่าจะต้านเราสามคนได้”
       “ท่านคงยังไม่รู้จักเก้าภูตสังหารของเรา”
       ทันใดนั้นชายผมขาวสะบัดมือปล่อยพลังใส่อาคิน อาคินสะบัดมือรับต้านไว้ พลังดันกัน
        “องค์หญิงถอยก่อน”
       อาคินสะบัดมือเร่งพลังกระแทกเกิดเสียงระเบิดตูมควันเต็ม พอควันจาง เอกภพกับณัชชายืนประคอง ชายผมขาวประจันหน้าอยู่ อาคินยิ้มเยาะ ชายผมขาวกระอักเลือดออกมา
       
       อาคินเดินเข้าใส่ ทันใดนั้นเอกภพกับณัชชา พาร่างของชายผมขาวหายพรวดเข้าไปในกำแพงวุ้น
       “อย่าหวังว่าจะหนีพ้น”
       อาคินดีดตัวตามเข้าไปในกำแพงวุ้นอย่างรวดเร็ว
       ร่างของอาคินโผล่พรวดผ่านกำแพงวุ้นเข้ามาในดินแดนไร้กาลเวลา ก็พบเอกภพกับณัชชาและชายผมขาวยืนรออยู่
       “ดูท่าองค์หญิงยังไม่แข็งแรงพอที่จะหนีกระมัง”
       “ท่านคิดผิดแล้ว เรารอที่จะกำจัดท่านตะหาก”
       “นายหลงกลเราแล้ว เทพอาคิน”
       อาคินหัวเราะก้อง อาคินยกมือสองข้างขึ้นรวบรวมพลัง
        “เก้าภูตสังหาร”
       แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาคินคาดไม่ถึง
        “ท่านคงไม่รู้กระมัง ว่าท่านอยู่ในดินแดนไร้กาลเวลาไร้เวทย์มนต์”
       ณัชชาดึงมีดสั้นออกมาจากเอว เอกภพดึงปืนสองกระบอกมาจากด้านหลังทั้งสามจ้องที่อาคิน
       อาคินขยับมือสองข้างพยายามเรียกพลังแต่ไม่มีผลปรากฏอาคินคาดไม่ถึง
       “อุ๊บ...โน พาวเวอร์”
       “ขอทบทวนหน่อยว่าท่านมีฝีมือแค่ไหน”
       ณัชชพูดจบก็ดีดตัวเข้าไปตวัดมีดสั้นเข้าใส่อาคิน อาคินตวัดมือต้านไว้ได้พลางถอยออกไปสองก้าวเพราะไม่สามารถเรียกดาบออกมาได้
       “พวกท่านคิดเอาเปรียบ”
       “ท่านใช้เก้าภูตสังหารเอาเปรียบเรา พอเจอเข้ามั่ง ร้องครวญครางดุจไม่ใช่คน”
       อาคินแค้นสุดฤทธิ์สายตากราดไปมา หาทางหนี
        “ออกไปจากที่นี่ไม่ใช่ง่าย” ชายผมขาวบอก
       “มอบตัวหรือมอบศีรษะมา”
       ทันใดนั้นอาคินหันหลังพุ่งตัวออกไป เอกภพกราดปืนตามเหนี่ยวไกเปรี้ยงๆๆ อาคินดีดตัวหลบพ้นไปได้ ทั้งสามต่างมองหน้ากัน
       “เราล่ออาคินเข้ามาในดินแดนไร้กาลเวลาจนได้”
       ณัชชายิ้มอย่างพอใจ

ธิดาพญายม ตอนที่ 12
       เอกภพ ณัชชา ชายผมขาวยืนอยู่
       “ท่านทั้งสองรีบไป” ชายผมขาวบอก
       “เทพอาคินถึงขาดพลังแต่มีฝีมือสูงได้โปรดอย่าปะทะกับเทพอาคิน”
       “หลังจากท่านไปแล้ว เทพอาคินก็จะไม่ได้เห็นเราอีก กว่าเทพอาคินจะหาทางออกได้เองคงไม่ต่ำกว่าสามวัน”
       ทั้งสามต่างยิ้มให้กัน
       “ลาก่อน”
       ชายผมขาวดีดตัวเหินขึ้นไป ณัชชากับเอกภพต่างยิ้มแล้วออกไป
       
       อาคินพรวดออกมาจากดงไม้ กราดสายตาอยู่อึดใจก็พรวดไปอีกด้านหนึ่ง ฝ่าราวป่าไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งทะลุออกมาอีกด้านหนึ่ง กราดสายตามองท้องฟ้าและรอบตัว
       “ดินแดนไร้กาลเวลา เราหลงกลจริงๆ”
       
       ไกรยุทธ์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา พบว่านาฬิกานอนหลับอยู่ในอ้อมอกของตัวเอง ไกรยุทธ์กราดสายตาไปรอบๆ ปรากฏว่าโบสถ์หายไปแล้วกลายมาเป็นราวป่า ไกรยุทธ์ถึงกับคาดไม่ถึง พอตั้งสติได้ก็หันมามองนาฬิกาที่หลับซบอกของตนอยู่ ไกรยุทธ์ค่อยๆ เอามือปัดเส้นผมออกจากใบหน้าสวย มองแล้วถอนใจ เห็นเป็นความทรงจำตั้งแต่ก่อนพบกัน
       “คุณไกรยุทธ์”
       ไกรยุทธ์จ้องมองนาฬิกา นาฬิกาจ้องมา ไกรยุทธ์กระพริบตาถี่
       “คุณนาฬิกา”
       “คะ”
       “ผมรักคุณ”
       นาฬิกาถึงกับนิ่งไปอึดใจ ค่อยๆ เลื่อนมือสัมผัสใบหน้าของไกรยุทธ์
       “ฝันหวานกลางวันเหรอคะ”
       “ครับ ทำให้ผมคิดว่า เวลาของเราอาจจะเหลือน้อยหรือว่า”
       “อาจจะไม่รอดออกไปได้” ไกรยุทธ์พยักหน้า นาฬิกายิ้มหวานให้ “เกิดรอดไปได้ ห้ามคืนคำพูดนะจะบอกให้”
       “ถ้าคืนขอให้ตกน้ำป๋อมแป๋ม”
       “เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง โบสถ์หายไปไหน”
       
       ไกรยุทธ์กับนาฬิกาต่างยืนกราดสายตารอบ
        “แปลกมาก อยู่ๆ ก็โผล่มาที่นี่”
       “เหมือนกับขวานที่มาอยู่กับผมไงครับ”
       นาฬิกายิ้มพยักหน้ารับ ไกรยุทธ์ดึงแผนที่ออกมาตรวจดู
       “ค่อยยังชั่วหน่อย มีเส้นลากจากจุดนี้ไปยังจุดนัดพบ”
       “แต่ก็มีประตูกลเพียบ”
       “นาฬิกาว่าดีนะ เผื่อฉุกเฉินเป็นทางออกหนีเทพอาคินได้”
       “อืม ถือว่าเป็นเรื่องดีก็แล้วกัน”
       ทั้งสองต่างยิ้มให้กัน ไกรยุทธ์เก็บแผนที่เข้าเป้อย่างเดิม ทันใดนั้นเสียงก้องของพวกอีกาสาวกอาคิน ดังขึ้นทั้งสองต่างแหงนหน้าหน้ามองพวกมัน
       “คุณไม่น่าบ่นถึงเทพอาคินเลย”
       “ว่าเหรอ ดี...วันหลังจะไม่บ่นถึงใคร แล้วก็ไม่คิดถึงใครด้วย”
       “อ้าว ซวยเรา” เสียงพวกมันร้องดังขึ้น ทั้งสองกราดสายตามอง “พี่ว่าเราเผ่นกันได้แล้ว”
       ไกรยุทธ์คว้ามือนาฬิกาเผ่นออกไป
       
       ไกรยุทธ์กับนาฬิกาพรวดออกมาจากราวป่า ไกรยุทธ์หยุดสังเกต แหงนหน้ามองพวกสาวกอาคินเห็นมันตามชนิดกัดไม่ปล่อย
       “พวกมันไม่ได้แค่บินตรวจการ ผมคิดว่ามันจะเล่นงานเรา”
       “ขืนวิ่งหนีแบบนี้ ไม่พ้นพวกมันแน่”
       “เราต้องหาทางเข้าประตูกล หลงก็ต้องยอม”
       “หนีให้พ้นก่อนแล้วค่อยว่ากันที่หลัง”
       “ปัญหาก็คือ ประตูกลอยู่ตรงไหน”
       “ไหนว่าเพียบไง”
       “ก็ในแผนที่มีเพียบจริงๆ”
       “ลองหาดูซักบานดิ” ไกรยุทธ์หลับตาลง
       “ข้าแต่องค์รักษ์ทั้งสี่ช่วยให้ลูกวิ่งเข้าประตูกลด้วยเทิด” ไกรยุทธ์ลืมตา
       “แค่เนี๊ยะ ไม่เห็นมีเลยประตูกล”
       “ขอพรแล้ว ไปทางไหนก็ได้ทั้งนั้น”
       “โห เว่อร์หรือเปล่า”
       เสียงอีการ้องก้องมา
       “แบบนี้เว่อร์ หรือ ไม่เว่อร์ ก็ต้องลุยแล้ว”
       ไกรยุทธ์คว้ามือนาฬิกาวิ่งเข้าหาต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยู่ข้างหน้า ทั้งสองร้องเสียงดัง วิ่งเข้าหาต้นไม้ ทันใดนั้นทั้งสองวิ่งผ่านต้นไม้เข้าไปได้ฟุบหายไป
       
       ร่างของไกรยุทธ์กับนาฬิกาพรวดออกมาจากต้นไม้ ทั้งสองต่างมองหน้ากันแล้วส่งเสียงกระโดดโลดเต้น นาฬิกากระโดดให้ไกรยุทธ์อุ้มแล้วหมุนรอบๆ ด้วยความดีใจอึดใจก็หยุด นาฬิกาแหงนหน้ามองท้องฟ้า
       “ดูซิ เราพ้นพวกสาวกของเทพอาคินมาจนได้”
       “เห็นมะ คาถาของผมเวิร์ค องค์รักษ์ทั้งสี่คอยช่วยเราอยู่”
       “ความจริงพี่ไกรยุทธ์อุ้มแบบนี้ก็สบายดีเหมือนกัน”
       “ได้แต่ต้องมีค่าอุ้ม”
       ไกรยุทธ์ยื่นหน้าเข้ามาหอมแก้มนาฬิกา นาฬิการ้องนิดหนึ่ง แล้วโดดลงจากวงแขนของไกรยุทธ์
        “ไม่เอาดีกว่า ขาดทุน”
       ไกรยุทธ์ยิ้มชอบใจ นาฬิกาส่งมือให้ ทั้งสองจูงมือกันเดินออกไป
       
       กองไฟสว่างขึ้น บีมโยนฟืนเติมให้ไฟลุกโชติขึ้นมาอีก ปิงปองนั่งข้างบีมกับนาชะ ปาระนังนั่งบนขอนไม้ตรงข้าม ปาระนังกราดสายตารอบพยายามสัมผัสสิ่งผิดปกติ
       “พวกมันจะไม่เห็นกองไฟของเราเหรอครับ”
       “กองไฟเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ไม่ใช่มีแต่เรากองเดียว พวกมันยากที่จะจับสังเกตได้”
       “แบบนี้พอจะนอนหลับสบายหน่อย” ทั้งหมดยิ้ม
       “หลับตามสบายเลย บีมจะคอยเฝ้าเอง”
       “กลัวว่าพวกมันมาบีมจะวิ่งก่อนน่ะซิ”
       “พี่ก็ว่ายังงั้น”
       ทั้งหมดยิ้มกัน บรรยากาศดีขึ้น บีมรื้อเป้ออกมาหยิบของกินส่งให้ปิงปอง ปิงปองรับมา ต่างแบ่งกันกิน ปาระนังกับนาชะมองทั้งสองอย่างเอ็นดู

ธิดาพญายม ตอนที่ 12
       ปิงปองขยับผ้าห่มคลุมตัว บีมเอนตัวลงใกล้ๆ ขยับผ้าห่มของตัวให้เข้าที่ นาชะเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ
       “เธอสองคนผ่านมาถึงจุดนี้ได้ นับว่าเก่งมาก องครักษ์ทั้งสี่ต้องภูมิใจ”
       บีมกับปิงปองต่างพยักหน้ารับยิ้มให้นาชะ กราดสายตาไปที่ปาระนังที่ยืนเฝ้าระวังอยู่
       “หนูสงสารพี่ปาระนังแล้วก็พี่นาชะที่ต้องแบกภาระคอยดูแลเราสองคนมากกว่า”
       “พี่น่ะไม่เท่าไหร่หรอกท่านธิดาน่ะซิ”
       “หลังจากเราได้กุญแจแล้ว เราจะได้เจอพี่นาชะ แล้วก็ทุกคนอีกหรือเปล่าครับ”
       “พี่เชื่อว่าทุกคนต้องได้พบกันอีก อย่างน้อยก็ในความฝัน”
       “ปิงปองต้องคิดถึงทุกคนแน่เลย”
       “อย่าคิดมาก นอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า”
       “กู๊ดไนท์ครับ”
       “กู๊ดไนท์พี่นาชะ”
       “กู๊ดไนท์” บีมกับปิงปองพลิกตัวหลับตา นาชะสะบัดมือเห็นละอองสีชมพูครอบคลุมร่างของปิงปองกับบีม “ฝันดีทั้งสองคน”
       
       อาคินเดินออกมาจากราวป่า ผมเผ้ายุ่งเหยิง
        “แดนไร้กาลเวลา ข้าหลุดออกไปได้เมื่อไหร่ ข้าจะกลับมาทำลายให้พินาศ”
       หยุดกราดสายตารอบๆ ก็เห็นปากถ้ำเล็กอยู่ตรงหน้าอาคินก้าวตรงยังปากถ้ำ ในราวป่าชายผมขาวซุ่มดูอยู่
       “แย่แล้ว เทพอาคินมาถึงแดนฝึกยุทธ์จนได้”
       ชายผมขาวหลบวูบหายไปในราวป่า
        อาคินเดินมาถึงหน้าปากถ้ำ ค่อยกราดสายตาเห็นแท่นศิลาอยู่ตรงหน้าจึงเข้าไปสำรวจดู พลันสายตาก็เห็น
       ประกายแวบเข้าสู่สายตา อาคินเดินเข้าไปใกล้เอามือหยิบประกายแวบขึ้นมาตรวจดูสีหน้ายิ้มอย่างพอใจ
       “เส้นผมของเทพ องค์หญิงณัชชา” อาคินหัวเราะอย่างพอใจ ทันใดนั้นประกายเส้นผมติดไฟพรึบลุกขึ้นมาจนอาคินต้องสลัดมือปล่อยทิ้งไป “ที่นี่มีพลังปรากฏ”
       
       อาคินก้าวออกมาจากหน้าถ้ำ ยืนหมุนตัวดูรอบๆ พลันยกมือสองข้างขึ้นมาเรียกพลัง ปรากฏเป็นควันดำขึ้นมาล้อมรอบตัว อาคินหัวเราะก้องอย่างพอใจ พลันร่างกลายเป็นกลุ่มควันดำพุ่งผ่านราวป่าเข้าไปอย่างรวดเร็ว ชายผมขาวออกมาจากราวป่า
       ควันดำพุ่งทะลุกำแพงวุ้นออกมาม้วนตัวกันเป็นกลุ่ม ร่างของอาคินปรากฏ อาคินหันไปทางกำแพง ยกมือสองข้างขึ้นรวบรวมพลัง ปรากฏเป็นพลังพุ่งเข้าใส่กำแพงวุ้นระเบิดตูมไฟลุกพรึบอาคินมองอย่างสะใจ ปล่อยพลังซ้ำอีก ตูมๆๆๆ
       ชายผมขาวยืนอยู่บนหุบผาสูง สายตากราดมองตรงหน้า เห็นไฟระเบิดขึ้นในระยะไกลหลายครั้ง ชายผมขาวถอนหายใจ
       “อย่างน้อยภารกิจของเราก็สิ้นสุดตามความต้องการขององครักษ์ทั้งสี่”
       เสียงระเบิดตูมๆ ไฟลุกขึ้นมาตรงหน้าอีกสองสามครั้ง ชายผมขาวได้แต่มองดู
       
       ปาระนังยืนกราดสายตาเฝ้าระวังอยู่ นาชะเดินเข้ามา
        “สองคนนั่นเป็นยังไงบ้าง”
       “นาชะปล่อยละอองฝันคลุมไว้แล้วป่านนี้คงนอนหลับฝันดี”
       “เอ้อ เรามีเรื่องอยากจะถามเรื่องหนึ่ง”
       “ยินดีเพคะ”
       “ความรักของเรากับท่านพี่ราเชนเป็นเพราะท่านแผลงศรหรือเปล่า”
       “ความรักระหว่างเทพ ต้องเป็นกามเทพรุ่นเดอะกว่านาชะเพคะ”
       “ในเมื่อรู้ว่ากฎเกณฑ์ไม่ให้ชีวิตในโลกสมุทรมีความรักกับยมโลก ใยจึงทำให้เรารักกับท่านพี่”
       “กามเทพมีหน้าที่สื่อสารความรัก ไม่มีเล่นการเมืองเพคะ แต่นาชะเชื่อว่า ความรักย่อมมีอานุภาพเหนือสิ่งใดเพคะ”
       ปาระนังยิ้ม แต่แล้วขยับตัวสะบัดมือดาบปลายแหลมหางกระเบนอยู่ในมือ
       “มีอะไรเหรอเพคะ”
       ปาระนังกราดสายตารอบ
       “มีการเคลื่อนไหว”
       
       ที่องค์กรของอาคิน เสียงดนตรีทันสมัยดัง สาวๆ เต้นรำกัน สาวคนหนึ่งหยิบแก้วไวน์ส่งให้อาคินซึ่งนั่งรายล้อมไปด้วยหญิงสาวสองสามคน อาคินสีหน้าเคร่งเครียดรับแก้วไวน์มาดื่มรวดเดียวหมด สาวอีกคนเทไวน์เพิ่มให้อีก ทันในนั้นเสียงระเบิดตูมเกิดแรงสั่นสะเทือนทุกคนร้องกันกรี๊ดกร๊าด ไฟจางลง ไม่มีอะไรเสียหาย แต่มีชายคนหนึ่งวัย 50 ปรากฏ อาคินถึงกับคาดไม่ถึง ปราดออกมาย่อเข่าลงต่อหน้าชายผู้นั้น
       “ท่านพ่อ”
       
       ณัชชาผุดยืนลุกขึ้นมา สายตากราดรอบ เอกภพเดินเข้ามาใกล้
       “มีอะไรหรือองค์หญิง”
       “ฉันสัมผัสถึงพลังอันยิ่งใหญ่ น่ากลัว” เอกภพจัองณัชชา ไม่เคยเห็นสีหน้าณัชชาตื่นเต้นเหมือนครั้งนี้มาก่อน “ฉันคิดว่าเทพอาคิน ออกมาจากดินแดนไร้กาลเวลาได้แล้ว”
       
       เทพอัคราจ้องอาคิน กราดสายตาไปรอบๆ พวกสาวๆ ต่างถอยกรูดไปรวมกันเป็นกระจุก เทพอัคราหันกลับมาทางอาคินแล้วสะบัดมือปล่อยพลังใส่อาคินเป็นประกายสีเขียวเป็นเส้นเหมือนสายฟ้ารอบตัวของอาคิน อาคินดิ้นกับพื้นไปมาทรมานเจ็บปวด เทพอัคราหยุดยั้งมือ อาคินค่อยๆ ขยับตัวขึ้นมาแต่ยังย่อเข่าอยู่อย่างเดิม
       “ข้าถูกสวรรค์จองจำทุกข์ทรมาน ให้เจ้านำเก้าภูตสังหารลงมาค้นหากุญแจคุกนิลกาล แต่เจ้าลุ่มหลงเสียเวลากับโลกีย์มนุษย์”
       “ข้าสมควรตาย”
       “ใช่ เจ้าสมควรตาย”
       เทพอัคราปล่อยพลังออกมาอีก อาคินดิ้นเจ็บปวดทรมาน เทพอัครามองอย่างสะใจ อาคินดิ้นอย่างเจ็บปวดทรมาน ทันใดนั้นอำนาจพาพวกมือปืนกรูกันเข้ามา
       “เฮ้ย ยิงมัน”
       พวกมือปืนสาดกระสุนใส่เทพอัคราเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ชายตวัดมือส่งสายฟ้ากระแทกพวกมันกระเด็นไปอำนาจยืนขาสั่น เทพอัครามองอาคินที่ค่อยๆ ลุกขึ้นมา
       “นี่หรือคือทาสของเจ้า” อาคินพยักหน้า “ไสหัวออกไป” อำนาจกับพวกมือปืนรีบลนลานออกไป “ข้าต้องการพบเทพซ้ายขวา”
       “ข้าสูญสิ้นเทพซ้ายขวาไปแล้วท่านพ่อ”
       เทพอัคราดวงตาเป็นประกายด้วยความโกรธ ปล่อยพลังกระแทกอาคินกระเด็นออกไป
       
       ณัชชาร่อนออกมาจากราวป่าแล้วร่อนลงตรงลานเล็กๆ หยุดกราดสายตาไปรอบๆ แล้วหันไปมองทางด้านหลัง อดยิ้มไม่ได้อึดใจก็เห็นเอกภพร่อนลงมา ณัชชายิ้มให้เอกภพเดินเข้ามาใกล้
       “พอหายแล้วพุ่งฉิวเลยนะครับ”
       “โทษที จะให้ฉันอุ้มมั๊ย”
       “ให้ผมอุ้มองค์หญิงดีกว่า” เอกภพเดินเข้ามาใกล้ ณัชชายันหน้าอกไว้
       “เราสัญญากับไกรยุทธ์กับนาฬิกาไว้ว่าจะไปให้ถึงจุดนัดพบตรงเวลา เราต้องรีบ”
       ณัชชาหันแล้วพุ่งตัวออกไป เอกภพถอนหายใจอดยิ้มไม่ได้ รีบพุ่งตัวตามไป

ธิดาพญายม ตอนที่ 12
       เอกภพร่อนลงมาในราวป่าก็เห็นณัชชานั่งรออยู่ ตรงหน้ามีโต๊ะปูผ้าขาว มีอาหารวางอยู่หนึ่งที่ พร้อมแก้วน้ำเครื่องดื่มครบ เอกภพเดินเข้ามา
       “ว้าว อะไรครับเนี่ย”
       “ที่ผ่านมา มัวแต่ยุ่ง อดๆ ยากๆ ฉันเลยคิดว่าจะเลี้ยงคุณให้อร่อยซักมื้อ”
       “แบบนี้ มนุษย์เค้าเรียกว่าออกเดทนะครับ”
       “จะเรียกว่าอะไรก็ช่าง ถ้าไม่รีบอาจจะอดก็ได้ เรายังต้องเร่งเดินทางไปที่จุดนัดพบ”
       เอกภพนั่งลงที่เก้าอี้
       “แล้วองค์หญิงไม่ทานเหรอครับ”
       “ฉันอิ่มทิพย์ ไม่ต้องทานอะไรเหมือนมนุษย์”
       “อ้าว แต่ผมเห็นองค์หญิงทาน พิซซ่า ไอศกรีม”
       “อ้าว ตอนนั้นก็ต้องมีแอคติ้งเป็นธรรมดา ไม่ยังงั้นจะเหมือนมนุษย์เหรอ”
       “แต่องค์หญิงแอคติ้งได้ไม่ดีเท่าไหร่ เพราะผมคิดว่าองค์หญิงเป็นนางฟ้าตั้งแต่เห็นครั้งแรกแล้วครับ”
       ณัชชายิ้ม จ้องมองเอกภพ ที่ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นแล้วยิ้มให้ พลันเห็นเอกภพตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน
       เสียงอีการ้องก้อง เอกภพแหงนหน้ามอง
       “ไอ้พวกนี้มาขัดจังหวะอีกแล้ว”
       “ไปกันดีกว่าค่ะ”
       ณัชชายื่นมือให้เอกภพ เอกภพคว้ามือณัชชาแล้วยืนขึ้น ทั้งสองต่างยิ้มให้กัน แล้วเดินออกไป
       
       เทพอัครานั่งอยู่บนบัลลังก์ของอาคิน อาคินคุกเข่าตรงหน้า
       “ข้าให้สาวกของข้าคอยติดตามองค์หญิงกับพวกทายาททุกฝีก้าว ไม่ว่าจะอยู่กาลเวลาไหนย่อมไม่พ้นมือข้าแน่นอน” เทพอัคราจ้องอาคิน ไม่พอใจเรื่องที่ได้ยิน “อีกทั้งข้ามีนาฬิกามนต์ สามารถเห็นพวกทายาทหรือองค์หญิงได้ ในทุกๆ เจ็ดวัน”
       “แผนของเจ้าใช้เวลามากเกินไปไม่ทันการ”
       “น้อมรับคำสั่งท่านพ่อ”
       “ข้ามีแผนใหม่ สั่งพวกสาวกของเจ้าทั้งหลายให้เลิกติดตามองค์หญิง”
       “ท่านพ่อจะทำอะไรข้าไม่เข้าใจ”
       “สั่งพวกสาวกของเจ้า ให้จู่โจมพวกมนุษย์แทนเราต้องล่อให้พวกองค์หญิงณัชชาออกมา”
       อาคินพยักหน้าเห็นด้วยอย่างตื่นเต้น
       
       ท้องฟ้าเบื้องบนเต็มไปด้วยฝูงอีกาบินส่งเสียงร้องก้องกังวานไปทั่ว ฝูงค้างคาวบินออกมาจากถ้ำ ฝูงใหญ่บินกระจายส่งเสียงน่ากลัว พวกทหารผีดิบพม่าเดินลุยป่าผ่านไป พวกทหารผีดิบญี่ปุ่นเดินถือปืนลุยผ่านราวป่า พวกชายฉกรรจ์นุ่งผ้าคาดที่อาคินปลุกเสกไว้ เดินลุยราวป่า พวกทหารผีกรุงศรี เดินลุยตามป่า เทพอัคราหัวเราะเสียงดังก้อง
       
       ปาระนังก้าวมาข้างหน้า สายตากราดไปมา
        “มีการเคลื่อนไหวของคนจำนวนมากมาทางนี้”
       “นาชะจะรีบพาบีมกับปิงปองหลบไปก่อน”
       “ช้าไปแล้ว”
       ปาระนังตวัดดาบสองสามครั้งแล้วชี้ปลายดาบไปที่บีมกับปิงปองที่หลับอยู่ ทันใดนั้นใบไม้จากต้นไม้ร่วงลงมากลบร่างของบีมกับปิงปองไว้จนหมด
       “นาชะท่านถอยไป”
       นาชะแวบหายไปปาระนังเตรียมพร้อม อึดใจก็มีร่างของชายฉกรรจ์วิ่งออกมาจากราวป่าสามคนแต่งตัวในสมัยสุโขทัย แต่ละคนมีอาวุธดาบทวนครบมือพร้อม ชายฉกรรจ์พรวดเข้ามาแล้วหยุดชะงักเมื่อเห็นปาระนัง ชายคนหนึ่งก้าวออกมา กราดสายตามองปาระนัง
       “แม่นางท่านรีบหลบไปโดยเร็ว”
       “ท่านต้องการอะไร”
       “เกิดอาเพสบางอย่าง เหล่าคนตายไม่ยอมไปผุดไปเกิด ทำร้ายผู้คน”
       “สาวกอาคิน”
       ทันใดนั้นสาวกอาคินนับสิบ ก้าวออกมาจากราวป่า ล้วนเป็นผีดิบ
       
       จบตอนที่ 12

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ธิดาพญายม ตอนที่ 17 (จบบริบูรณ์)
ธิดาพญายม ตอนที่ 16
ธิดาพญายม ตอนที่ 15
ธิดาพญายม ตอนที่ 14
ธิดาพญายม ตอนที่ 13
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 19 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 18 คน
95 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
5 %
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บ้า
เนนเสกห
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หนูชอบพี่นวินดา
ปิงปอง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014