หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ เรือนกาหลง

เรือนกาหลง ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 ตุลาคม 2556 16:18 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
เรือนกาหลง ตอนที่ 4
       เรือนกาหลง ตอนที่ 4 (ต่อ)
       โขงพายเรือ จอกนั่งอยู่หัวเรือ
       “ไอ้จอก เอ็งระวังตัวเหอะ เยี่ยวไม่ดูตาม้าตาเรือ ผีสางนางไม้หักคอเอา”
       “หักคอไม่กลัว กลัวจะหักใจฮิ้ว”
       “อย่ามัวทะลึ่งทะเล้น เก็บบัวได้แล้ว ป่านนี้ขบวนขันหมากจะถึงเรือนแม่กาหลงแล้ว”
       จอกลุกขึ้นจะเด็ดดอกบัวแต่แล้วก็ร้องรำทำเพลง จนโขงหมั่นไส้ ลุกขึ้นถีบจอกตกเรือไป
       “เด็ดได้แล้ว”
       จอกตกน้ำเสียงดังตูมใหญ่แล้วหายไป ไม่โผล่ขึ้นมา
       “ไอ้จอกจะเด็ดถอนราก ถอนโคนหรือไง”
       โขงมองจอกที่ยังไม่โผล่มา ใจคอไม่ดี
       “ไอ้จอก ไอ้จอก”
       จอกโผล่หน้ามาทำเสียงแฮ่ใส่ที่ข้างเรือ
       “แฮ่”
       โขงสะดุ้งหงายหลังบนเรือ
       “เฮ้ย”
       จอกขำๆ
       “กลางวันแสกๆทำกลัวไปได้”
       โขงเอาพายตีจอก
       “พ่อฟาดด้วยพายให้หน้าแหก”
       จอกหลบพาย
       “ข้าจะดำน้ำไปเก็บบัวงามที่กลางบึง รอประเดี๋ยว”
       จอกพูดจบก็ดำน้ำลงไป โขงนั่งในเรือบ่นๆ
       “มัวพิรี้พิไร ประเดี๋ยวจะไม่ทันการ”
       จอกดำน้ำ เพื่อไปเก็บบัวที่กลางบึง มองไปตรงหน้าแปลกใจเห็นร่างใครอยู่ในกอบัว จึงว่ายน้ำเข้าไป แหวกสายบัวใต้น้ำแล้วเห็นร่างนั้นหันหลังอยู่ เขาคว้าแขนร่างนั้นให้พลิกหันหน้ามา กาหลงซึ่งตัวแข็ง หน้าซีด ผมยาวสยายลอยอยู่ตรงหน้า จอกช๊อกตกใจกลัว
        
       กาหลงนั่งอยู่หน้ากระจก  พุดจีบเข้ามาช่วยผัดหน้าให้ พุดจีบเห็นเหงื่อที่ริมหน้าผากกาหลง
       “กาหลงตื่นเต้นเอาการเหงื่อแตกเม็ดเชียว”
       กาหลงยิ้มรับ พุดจีบเอาผ้ามาซับเหงื่อแล้วผัดแป้งให้ ทาปากให้ โดยไม่มีใครรู้ว่าที่ท่อนขาของกาหลง มีหยดน้ำไหลออกจากร่างกาย หยดลงไปใต้ถุนเรือน
        
       บริเวณทุ่งนา...สัปเหร่อขาวและจันร้องรำทำเพลงสนุกสนาน ในขบวนขันหมาก ไม้เดินอยู่ด้านหน้า ยิ้มมีความสุขที่จะได้แต่งงานกับกาหลง
        
        
       โขงอยู่บนเรือตะโกนเรียกจอก
       “ไอ้จอก เด็ดดอกบัวได้ยังวะ”
       ไม่มีเสียงตอบโขงแปลกใจ
       “มันบอกจะดำเด็ดกลางบึง ไหนเลยไม่โผล่มารึว่าเป็นขาแข็งหมดแรงอยู่ใต้น้ำ”
       โขงเริ่มตกใจตะโกนเรียก
       “ไอ้จอก ไอ้จอก”
       จอกโผล่จากน้ำถือดอกบัวอยู่ในมือ ขึ้นที่ฝั่งริมบึงแล้ว จอกยิ้มให้โขง
       “ข้าอยู่นี่”
       “เฮ้ยไหงขึ้นท่าไปซะนั่น รอข้าด้วย”
       จอกถือดอกบัวในมือ แล้วยิ้มเดินออกไป
        
       ไม้เดินนำเข้ามายังเรือนกาหลง ในขณะที่สัปเหร่อขาว จัน เฟื้องร้องเพลงพื้นบ้านแห่เข้ามา ทุกคนเดินตรงมาหยุดที่หน้าเรือน สัปเหร่อขาวให้สัญญาณหยุดร้อง ไม้ตะโกนขึ้น
       “กาหลงจ๋าพี่ไม้คนงามมาแล้วจ้า”
       ทุกคนโห่รับ
       “ฮิ้ว”
       พุดจีบเดินออกมาจากเรือนยิ้มให้ ไม้ยิ้มตอบ สัปเหร่อขาวแซวเล่น
       “ลูกข้าได้เจ้าสาวคนใหม่รึ”
       พุดจีบนึกได้  ถอยออกห่างประตู กาหลงแต่งชุดสวยเดินออกมา ไม้ยืนมองตะลึงงันในความสวย
       “นางฟ้านางใดมายืนหน้าเรือน เห็นท่าเทวดาจำต้องพานางกลับสวรรค์”
       ทุกคนโห่รับ
       “ฮิ้ว”
       กาหลงยิ้มดีใจ สัปเหร่อขาวตะโกนขึ้น
       “เอาล่ะ เจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอได้”
       ทุกคนโห่รับ
       ”ฮิ้ว” แล้วนึกได้ “เฮ้ย”
       จันโวย
       “ยังไม่ได้ทำพิธงพิธีเลยกาหลง แม่เอ็งมาแล้วรึ”
       “ยังจ้ะ แม่บอกว่าหากเตรียมการพร้อม ให้คนไปตามมา”
        “มากันครบองค์แล้ว จะรอท่าอะไรไปตามแม่เอ็งมาเสีย” ยายมาบอก
       ไม้ขัดขึ้น
       “รอประเดี๋ยวจ้ะฉันวานให้จอกกับโขงไปเก็บบัวมาบูชาพระ ป่านนี้ยังไม่มาเลย”
       “ไอ้สองตัวนี่ท่าจะทำเสียเรื่อง” สัปเหร่อหันไปสั่ง “ไอ้เฟื้องเอ็งไปตามมันมา”
       “ได้” เฟื้องนึกได้ “ชะหน๋อยแน่ มาใช้ข้า เอ็งสิไป”
       “เอ็งรักลูกนักหนาก็ไปสิวะ”
       สัปเหร่อขาวกับเฟื้องเถียงทะเลาะกัน จันเข้าไปห้าม
       “หยุดแก่จะลงโลงยังตีกันให้อายเด็กโน้นไอ้จอกไอ้โขง มาโน่นแล้ว”
       จอกถือดอกบัวมา โดยที่โขงวิ่งตามมาด้านหลัง
       “เอาล่ะวะเร่งทำพิธี ข้าจะได้กินขนมให้เต็มพุง”
       ตาสรน้ำลายไหล รอคอยจะกินอาหารและขนมงานแต่ง
        
       จอกเดินถือดอกบัว  ยิ้มเข้ามาหน้าเรือนกาหลง แล้วก็หยุดยืน ทุกคนแปลกใจ ไม้รีบเรียก
       “จอกเอาดอกบัวมาสิ”
       จอกยังยืนนิ่ง ยิ้มให้ไม้ กาหลงหันไปบอกจอก
       “พี่จอกจ๊ะฉันขอดอกบัวด้วยจ้ะ ฉันจะพับกลีบประดับไว้หน้าหิ้งพระ”
       จอกยิ้มจ้องมองไปยังกาหลง โขงวิ่งเข้ามาด้านหลังบอกจอก
       “ส่งดอกบัวให้กาหลงสิวะ”
       กาหลงเดินตรงมาหา จอกนิ่งตาแข็งค้างตัวสั่น ไม้และทุกคนตกใจ
       “ไอ้จอกเอ็งเป็นอะไร”
       กาหลงตกใจ เข้าไปใกล้เพื่อดูอาการ
       “จอก”
       จอกดิ้นแล้วก็เป็นลมหมดสติไป ทุกคนตกใจ
       “ไอ้จอก”
       สัปเหร่อขาวหันมาถามโข่ง
       “ไอ้โขงมันไปทำอะไรมา”
       “เช้านี้มันเยี่ยวรดใกล้ศาลเจ้าแม่ ท่าจะโดนดีแล้วสิเออ”

เรือนกาหลง ตอนที่ 4
       จันถอนใจ
       “นั่นปะไรเจ้าที่เจ้าทางเล่นงานมันแล้ว”
       “พวกเอ็งก็สมอ้างผีสางนางไม้ เมื่อคืนมันซัดยาดอกฉลองชัย ให้ไอ้ไม้ ไม่ได้หลับไม่ได้นอนแล้วต้องไปตากแดดเก็บบัว ท่าจะเป็นลมชัก” เฟื้อง      แย้ง
       สัปเหร่อขาวหันมาบอก
       “มันโดนผีเล่นงาน รีบพามันไปรดน้ำมนต์”
       เฟื้องเถียง
       “มันเป็นลมชัก”
       ไม้ตัดบท
       “จะเป็นอะไรก็ต้องพากลับวัด หยูกยาของหลวงพ่อคงช่วยได้”
       พุดจีบแทรกขึ้น
       “พี่ไม้น่าจะทำพิธีเสียก่อน นี่ก็ใกล้ถึงเวลามงคลฤกษ์”
       ไม้มองจอก
       “อาการมันหนักเสียเหลือเกิน”
       ไม้คิดตัดสินใจหันไปมองกาหลง เธอเข้าใจความรู้สึกของเขาดี
       “ฤกษ์มงคลไม่สำคัญเท่ากับชีวิตคนหรอกจ้ะพี่ พี่พาจอกไปรักษาเถอะ ฉันจะเร่งเตรียมการทางนี้ให้พร้อม”
       ยายมารีบบอก
       “พวกเอ็งหามมันไปวัด แล้วรีบกลับมา ข้ากับตาสรจะไปตามแม่กลอยมาทำพิธี สองขบวนท่าจะมาบรรจบทันการ”
       “เมียข้ามันฉลาดนักเทียว”
       ตาสรจูบยายมาทุกคนเห็นด้วยกับยายมา ไม้และโขงช่วยกันหามจอกโดยมี สัปเหร่อขาวเฟื้องและจันตามไป ยายมาและตาสรวิ่งไปเพื่อตามแม่กลอย ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งยังอยู่รอที่เรือนกาหลง
        
       กาหลงเดินตรงไปหยุดที่ดอกบัว ซึ่งถูกจอกดิ้นนอนทับ เธอหยิบดอกบัวขึ้นมาแล้วปล่อยทิ้ง  จะเดินออกไป พุดจีบเข้ามาถาม
       “กาหลงจะไปไหน”
       “ฉันจะไปเก็บบัว”
       กาหลงจะเดินออกไป พุดจีบเข้าไปรั้งไว้
       “โบราณเขาถือ  ไม่ให้เจ้าสาวลงจากเรือนจนกว่าจะเริ่มพิธี ไม่เช่นนั้นผีสางจะชิงตัวไป”
       กาหลงฟังแล้วคิดตาม กังวลใจ
       “ฉันไปเก็บดอกบัวให้เองจ้ะ”
       “ไม่เป็นไรจ้ะ” กาหลงหันไปมองกลุ่มชาวบ้านที่อยู่ที่เรือน “ฉันวานพุดจีบ จัดหาน้ำท่าให้พี่ป้าน้าอาอยู่ทางนี้ ฉันจะเร่งไปเร่งมา”
       กาหลงพูดจบก็ออกไปทันที พุดจีบมองตามด้วยความเป็นห่วง
        
       กาหลงเดินตรงมายังบริเวณบึงบัวมองไป เห็นบัวชูช่อสวยงามอยู่กลางบึง จึงพายเรือ เพื่อไปยังกลางบึง เก็บดอกบัวสวยๆ ช่วงเวลาเดียวกัน สัปเหร่อขาวถือขันน้ำมนต์มาแล้วพึมพัมคาถาเป่าน้ำมนต์ใส่จอกที่หมดสติ จอกยังนอนนิ่ง
       สัปเหร่อขาวจะพ่นน้ำมนต์อีกรอบ เฟื้องเข้ามาขัด
       “หยุดได้แล้ว น้ำมนต์น้ำลายเอ็งช่วยไม่ได้ มันไม่ได้โดนผีเข้า มันเป็นลมชัก”
       ไม้มองเฟื่องแปลกใจ
       “พ่อเอาอะไรมา”
       “ข้าไปต้มยาสมุนไพรมาให้ แก้ลมชักชะงัดนัก”
       เฟื้องส่งยาให้ไม้ โขงช่วยประคองจอก แล้วจับอ้าปาก ไม้กรอกยาให้จอก ไม้และทุกคนรอดูผล แต่จอกยังนอนนิ่ง สัปเหร่อขาวพูดขึ้น
       “มันไม่ได้เป็นลมชัก มันโดนผีสิง ต้องน้ำมนต์ข้า”
       สัปเหร่อขาวเป่าน้ำมนต์ใส่อีกรอบ จอกเริ่มรู้สึกตัว ไม้ดีใจ
       “จอกฟื้นแล้ว”
       “เห็นไหมล่ะน้ำมนต์ข้ามันศักดิ์สิทธิ์” สัปเหร่อขาวโอ่อวดสรรพคุณ
       “ยาข้าออกฤทธิ์ต่างหาก” เฟื้องเถียง
       สัปเหร่อขาวและเฟื้องทะเลาะกัน จันห้ามไว้
       “หยุดทะเลาะสักที ข้าอยากรู้ว่ามันเป็นอะไร”
       ไม้หันไปมอง จอกลืมตามองทุกคน
       “จอกเอ็งเป็นอะไร” ไม้ถามอย่างสงสัย
       “เอ็งดำน้ำหายไปนานสองนาน เอ็งทำอะไร” โขงถามบ้าง
       จอกนิ่งคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
        
       กาหลงเด็ดดอกบัว เด็ดมาได้หนึ่งดอกก็มองไปอีกดอกที่สวยงาม แต่อยู่ห่างออกไป จึงเอื้อมเก็บดอกบัวที่สวย แต่เก็บไม่ถึง เธอขยับตัวไปใกล้แต่พลาดท่าพลัดตกลงไปในน้ำ
        
       ไม้ถามจอกซ้ำ
       “ว่าไงเอ็งเห็นอะไร”
       จอกคิดแล้วตาเหลือกตกใจ
        
       กาหลงตกลงมาใต้น้ำพยายามประคองตัวแล้วพลิกตัว เพื่อจะว่ายน้ำขึ้นไป แต่แล้วเธอก็นิ่งอึ้ง เมื่อเห็นศพตัวเองอยู่ตรงหน้า กาหลงนิ่งตกใจ ศพหน้าซีด ผมสยายลอยเข้ามาใกล้ กาหลงตกใจมาก

เรือนกาหลง ตอนที่ 4
       บริเวณวัดไม้ถามจอกด้วยความสงสัย
       “จอกบอกข้ามา เกิดเรื่องอะไร”
       “ฉันเห็น”
       “เอ็งเห็นอะไร”
       ไม้และทุกคนรอลุ้นจอกมองหน้าไม้ แล้วก็ดิ้นเฮือกเดียวแล้วเป็นลมทันที ทุกคนตกใจ
       “ไอ้จอก”
       สัปเหร่อขาวหันมาบอกเฟื้อง
       “ไอ้เฟื้อง มันท่าจะเมายาเอ็ง”
       “มันเมาน้ำมนต์น้ำลายเอ็งเป็นแท้” เฟื้องแย้ง
       จันส่ายหน้าเอือมๆ
       “บ๊ะ ไอ้แก่หงอกสองตัวเลิกกัดซะที ข้าเบื่อห้ามศึก”
       สัปเหร่อขาวและเฟื้องจึงหยุดจันหันมาหาไม้
       “ไม้เอ็งกลับไปรับพิธีเถิด ประเดี๋ยวจะเสียฤกษ์ไม่เป็นมงคลชีวิต กาหลงคงรอท่าเอ็งเสียแย่แล้ว”
       ไม้เป็นห่วงกาหลง รีบออกไป จัน กับโขงดูแลจอกแทน
       
       กาหลงขึ้นจากบึงบัวตัวเปียกน้ำรู้สึกสับสนว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น เธอตั้งสติแล้วหันกลับไปมองที่บึงบัวอีกครั้ง สายตาของเธอมองทะลุบึงน้ำลงไปเห็นซากศพตัวเองที่ลอยอยู่ใต้น้ำ กาหลงสะดุ้งตกใจกลัวแล้วหันหลังจะวิ่งหนีไป แต่สะดุดท่อนไม้ล้มลงกาหลงจะลุกขึ้น เท้าหลวงตาเดินเข้ามากาหลงเงยหน้ามอง แปลกใจว่าเป็นใคร
       “หลวงตา”
       หลวงตาซึ่งเป็นพระธุดงค์ยืนพินิจเพ่งมองกาหลง รู้เรื่องราวของเธอเป็นอย่างดี
       
       ไม้เดินตรงมายังเรือนกาหลง แปลกใจที่กาหลงยังไม่กลับมา
       “อะไรนะ กาหลงยังไม่กลับเรือน”
       “ใช่จ้ะ กาหลงออกไปเก็บบัว” พุดจีบบอก
       “อะไรนักหนากันเทียวท่าจะเป็นวันมหากาลกิณี”
       จันรีบปิดปากสัปเหร่อขาวแล้วแก้ตัวทันที
       “วันดีแสนดี ยังกะขี่ช้างไล่จับตั๊กแตนผัวมาเมียหาย”
       เฟื้องขัดขึ้น
       “รอหน่อยเป็นไร แม่กลอยก็ยังไม่มา”
       ยายมาเข้ามาบอก
       “มาแล้วจ้า”
       “แม่ยายหนังเหนียวเคี้ยวยาก มาแล้ว” ตาสรแดกดัน
       แม่กลอยเดินเข้ามา ชบาตามมาด้านหลังแม่กลอยไม่พอใจที่ตาสรพูดว่าหนังเหนียว
       “เอ้า มากันพร้อมหน้าก็เป็นอันสำเร็จเสร็จพิธี” สัปเหร่อขาวโพล่งออกมา
       ทุกคนสะดุ้ง
       “เฮ้ย”
       “ลูกสาวข้าอยู่ไหน”
       แม่กลอยมองหากาหลง ทุกคนไม่กล้าบอกว่ากาหลงออกไปเก็บบัวยังไม่กลับ
       
       กาหลงยกมือไหว้หลวงตา
       “นมัสการเจ้าค่ะ ดิฉันไม่เคยพบเห็นหลวงตามาก่อน”
       “อาตมาธุดงค์ผ่านมา ไม่ได้จำพรรษาย่านนี้”
       “เจ้าค่ะดิฉันขอนมัสการลาเจ้าค่ะ”
       กาหลงต้องการจะลุกหนีออกไป เพราะยังสับสนในตัวเอง เธอลุกขึ้นเดินออกไป หลวงตาพูดไล่หลัง
       “ไม่มีใครหนีความจริงได้หรอกโยม”
       กาหลงหันกลับมาหาหลวงตา แปลกใจในคำพูด เสมือนหลวงตารู้เรื่องราวของเธอ
       
       แม่กลอยไม่พอใจ หลังรู้ว่ากาหลงไปเก็บบัวไม่กลับมา
       “อุบ๊ะ ปล่อยให้รอเสียนานท่าจะไม่อยากแต่ง ข้าจะได้บอกปัดขันหมาก”
       สัปเหร่อขาวรีบขัด
       “ไม่ได้”
       “ฉันจะเร่งไปตามกาหลงกลับมาจ้ะ”
       ไม้รีบออกตามกาหลง แม่กลอยและพวกขาว เดินเข้าไปนั่งรอที่เรือน พุดจีบมองตามเป็นห่วงกาหลงแล้วจึงเดินตามออกไป
       
       กาหลงถามหลวงตา
       “คำหลวงตาหมายความถึงสิ่งใด”
       “โยมรู้ดีมิใช่หรือ ว่าโยมคือใคร โยมเป็นอะไร”
       กาหลงตกใจ
       “หลวงตาพูดอะไร ดิฉันไม่เข้าใจ”
       “จงยอมรับในสิ่งที่โยมเห็นนั่นคือความจริง โยมไม่มีทางหนีตัวเองได้”
       “ไม่จริง นั่นเป็นเพียงภาพหลอน ดิฉันยังมีลมหายใจ ดิฉันยังไม่ตาย”
       กาหลงปฎิเสธ แล้ววิ่งหนีออกไป หลวงตายืนมองกาหลง ด้วยความเวทนาสงสาร
       
       กาหลงวิ่งหนีจากบึงบัว ไปยังบริเวณทุ่งนา
       “ฉันยังไม่ตาย ฉันยังไม่ตาย”
       กาหลงวิ่งหนีไป พลางคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...ภาพเหตุการณ์ที่โชติจะขืนใจ เธอคว้ามีดปาดเขาแล้วลุกหนี ภาพสิงเข้าตบเธอสลบโชติสั่งให้ลูกน้องเอาไปฆ่า พวกมั่นยกร่างเธอที่หมดสติ ขึ้นเรือ พวกมั่นมัดเชือกกับก้อนหินที่เท้าเธอ พวกขาบจับเธอโยนลงน้ำที่บึงบัวเธอจมอยู่ใต้น้ำ มีหินถ่วงเท้าไว้...ภาพเหล่านี้แว่บเข้ามาตลอดขณะที่เธอวิ่งไป
       กาหลงวิ่งจนเหนื่อย แล้วหยุดหอบ คิดว่าวิ่งหนีหลวงตามาได้ไกล เธอเงยหน้าขึ้นแล้วอึ้งตกใจ เพราะเธอวิ่งกลับมายืนที่เดิม
       “ไม่มีใครหนีความตายไปได้”
       กาหลงสะดุ้งตกใจ หันหลังกับไปเจอหลวงตา
       “หลวงตา”
       หลวงตายืนมองกาหลงด้วยความเห็นใจ

เรือนกาหลง ตอนที่ 4
       ไม้เร่งเดินไปตามกาหลงที่บึงบัว พุดจีบตามมาด้านหลัง เดินตามไม่ทันเพราะเขาเดินนำไปไกล เธอจึงเร่งตาม
       
       กาหลงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอร้องไห้อย่างหนัก เดินเข้าไปนั่งคุกเข่า ต่อหน้าหลวงตา
       “หลวงตาเจ้าขามันเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ”
       “ดวงจิตของโยม ได้ละสังขารเสียแล้วตั้งแต่วันนั้น”
       “มันจะจริงได้ยังไง ทั้งที่ดิฉันดิ้นรนเอาตัวรอดมาได้”
       “โยมหลุดพ้น หรือดวงจิตคิดไปเอง”
       กาหลงแปลกใจ คิดตามสิ่งที่หลวงตาพูด แล้วเธอก็เห็นภาพเหตุการณ์ที่พวกมั่นพายเรือพาร่างของเธอไปยังบึงบัว ขาบและปองโยนร่างเธอตกลงใต้น้ำ เธอฟื้นขึ้นมา รู้ตัวว่าถูกจับโยนลงน้ำก็ตกใจรีบแก้เชือกแต่ไม่สามารถแก้เชือกได้ เธอหมดลมหายใจลอยสงบนิ่งอยู่ใต้น้ำ วิญญาณหลุดลอยจากร่าง วิญญาณมองร่างของตัวเองด้วยความตกใจและเสียใจ
       กาหลงสะดุ้งตกใจเมื่อรู้ว่าเธอตายแล้ว แต่ไม่ยอมรับความจริง
       “ไม่จริงกาหลงยังไม่ตาย หลังจากกาหลงขึ้นจากน้ำ กาหลงยังเจอพุดจีบ ยังกลับเรือนได้
       “ดวงจิตโยมยังผูกมั่นมิได้ปล่อยวาง ดวงจิตจึงเดินทางไปในที่ที่โยมต้องการ”
       กาหลงคิดตามคำพูดของหลวงตา เธอนึกถึงเหตุการณ์ที่นั่งรอไม้ที่เรือน เป็นห่วงเขาตอนที่เธอฝันว่าไม้ถูกแทงเธอเดินตรงมาที่วัด นั่งหลับตาอธิษฐานจิตส่งไปช่วยไม้
       “โยมไปได้ไกลแสนไกลเพื่อช่วยเหลือคนรักของโยม”
       กาหลงนึกถึงเหตุการณ์ที่ดงตาลไม้นอนอย่างหมดหวัง น้ำเริ่มไหลเข้ามาจะท่วมมิดหน้าแสงฟ้าแลบฟ้าร้อง เธอยืนมองสงสารคิดทำอะไรบางอย่าง เดินออกไปไม้ตะโกนออกไปเมื่อเห็น โขงและจอกจะออกไป
       “ข้าอยู่นี่”
       โขงและจอกไม่ได้ยินเสียง เพราะฝนตกหนัก กาหลงยืนอยู่ด้านหลังโขงและจอก ตะโกนสุดเสียง
       “ข้าอยู่นี่”
       โขงและจอกสะดุ้งได้ยินเสียงดังฟังชัดหันกลับไปมองหาที่มาของเสียง ทั้งสองวิ่งมองหาไม้ กาหลงโผล่เข้ามาผลักจอกล้มลงกับพื้นมองเห็นไม้นอนที่อยู่หลุมจอกและโขงช่วยกันวักดินออกจากหลุม กาหลงยืนมองด้วยความดีใจ ที่จอกและโขงมาช่วยชีวิตไม้ไว้ได้
       
       กาหลงยืนอยู่ สะดุ้งเฮือก แล้วตั้งสติได้อีกครั้งยืนมองสำรวจร่างกายตัวเองอีกครั้งแปลกใจที่ยังดำรงชีวิตอยู่ได้ เธอร้องไห้น้ำตาไหล
       “ดิฉันยังมีชีวิตอยู่ได้ มันเกิดขึ้นได้ยังไงเจ้าคะ”
       กาหลงเข้ามานั่งไหว้ต่อหน้าหลวงตา
       “ปาฎิหาริย์เช่นนี้เกิดขึ้นได้เมื่อดวงชะตาไม่ถึงฆาต ด้วยผลบุญในอดีตชาติที่สั่งสมมาและดวงจิตที่ผูกมั่นในความรัก มีอานุภาพพอที่ทำให้โยมดำรงอยู่ได้ แต่สิ่งที่โยมต้องกระทำในขณะนี้ จำยอมรับความจริงปลดปล่อยอารมณ์ความโกรธแค้นเกลียดชัง ปล่อยวางพันธนาการแห่งความรัก ไปจุติในภพภูมิใหม่เสีย”
       กาหลงคิดตัดสินใจ
       “กาหลงจากไปแล้วใครจะดูแม่ ดูน้องให้ได้สุข และพี่ไม้จะอยู่ยังไง”
       “คนทุกคนต่างเกิดมามีกรรมติดตัวทุกชีวิตล้วนอยู่ใต้กฎแห่งกรรม ไม่มีใครก้าวล่วงกรรมของผู้อื่นได้ โยมจงละมันเสียยอมรับชะตาในตัวเอง อาตมาจะนำบุญส่งโยมให้ไปจุติในภพภูมิใหม่”
       “กาหลงไปไม่ได้ หลวงตาเป็นคนพูดเองว่าชะตากาหลงยังไม่ถึงฆาต”
       “แต่โยมก็ไม่อาจฝืนธรรมชาติได้ แม้พลังแห่งดวงจิตในวันนี้แข็งแกร่งพอที่ทำให้โยมอยู่ในสภาพเช่นเดิม โยมก็ไม่สามารถหนีพ้นความทุกข์ได้ ทุกข์ที่ต้องการครอบครอง ทุกข์ที่เกิดจากการรักษาไว้ไม่ได้ และทุกข์หนักยิ่งกว่าเดิมเมื่อโยมต้องสูญเสียทุกอย่างไป”
       กาหลงคิดตามลังเลใจ
       “ปล่อยวางทุกอย่างเสียให้สิ้น ไม่มีผู้ใดหนีพ้นความตายได้ แม้แต่พระพุทธเจ้า”
       กาหลงตัดสินใจ ยกมือพนมหลับตาพร้อมที่จะปล่อยวางดวงวิญญาณนี้ หลวงตาพนมมือสวดมนต์ กาหลงพนมมือรับหลับตาน้ำตาไหล ฟังหลวงตาสวดมนต์อยู่ เสียงร้องเรียกของไม้ดังขึ้น
       “กาหลง”
       กาหลงลืมตาขึ้น หลวงตาชะงักพยายามเตือนสติ
       “ละทิ้งทุกอย่าง...นี่คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริง”
       กาหลงพยายามที่จะหลับตาอีกครั้ง เสียงไม่ยังคงดังเข้ามา
       “กาหลง เอ็งอยู่ไหน กาหลง”
       กาหลงลืมตาขึ้น น้ำตาไหล ไม่อาจทิ้งไม้ไว้ได้ ตัดสินใจวิ่งออกไปหาไม้ทันที
       “พี่ไม้”
       หลวงตาหยุดสวดมนต์ ลืมตามองกาหลง จำยอมปล่อยให้เธอเลือกชะตาชีวิตตัวเอง
       
       ไม้มองหากาหลง ไม่เจอ เขาเป็นห่วงมาก
       “กาหลง”
       กาหลงปรากฏตัวยืนอยู่ด้านหลังเขา
       “พี่ไม้”
       ไม้หันกลับไปมอง กาหลงยืนร้องไห้ ไม่กล้าเข้าไปเพราะรู้ว่าตัวเองเป็นผี ไม้เดินเข้ามาหา กาหลงยืนมอง ไม้จับมือ เธอรู้สึกดีที่ร่างกายเธอเป็นปกติ เธอร้องไห้โผเข้าสวมกอดเขาหลวงตายืนมองกาหลงกอดกับไม้
       “อาตมาขอให้ดวงวิญญาณดำรงไว้ซึ่งคุณความดี มันจะเป็นเกราะคุ้มกันแต่หากโยมตกอยู่ใต้อำนาจความโกรธ อาฆาตแค้นเมื่อนั้น มันจะทำลายดวงจิตของโยม”
       หลวงตาเดินจากไป กาหลงร้องไห้กอดไม้
       “กาหลงไปทำอะไรมาเนื้อตัวถึงได้เปียกปอน”
       “ฉันเก็บบัวแล้วพลัดตกน้ำ"
       ไม้จับเนื้อตัว
       “กาหลงเจ็บตรงไหนบ้าง”
       “ฉันไม่เป็นไรจ้ะแค่ใจไม่ดี กลัวจะไม่ได้เจอพี่ไม้ ไม่ได้อยู่กับพี่ไม้”
       “หยุดคิดเรื่องนั้นเดี๋ยวนี้เทียว วันนี้เป็นวันมงคลของเรา จากมื้อนี้ไป พี่จะได้อยู่ดูแลกาหลงชั่วชีวิต”
       กาหลงยิ้มทั้งน้ำตา
       “ฉันก็จะอยู่กับพี่ชั่วชีวิต”
       
       ไม้มอง กาหลงเข้าสวมกอดพุดจีบยืนมองที่มุมหนึ่ง เห็นในความรักของทั้งสองก็ถอดใจเดินออกไป

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
เรือนกาหลง ตอนที่ 17 จบบริบูรณ์
เรือนกาหลง ตอนที่ 16
เรือนกาหลง ตอนที่ 15
เรือนกาหลง ตอนที่ 14
เรือนกาหลง ตอนที่ 13
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 4 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 4 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผิดเรื่อง
ผิดจริง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หน้าสองทำไมเป็น ลำยองอ่ะ กาหลงไป
xfjkl
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เฮ้ย!!!!!ไหงเรือนกาหลง กลายเป็นทองเนื้อเก้า ไปได้ อยากจะเข้าหัวชนฝาตาย
อะไรกันเนี่ยยยย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 -2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คงจะสนุกและไม่ปัญญาอ่อนเหมือนสุภาพบุรุษลูกผู้ชายและธิดาพยายมเน้าะ
fdghjk
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านๆดูแล้วคือเรื่องแม่นาค พ่อมากเน้าะ
dfghjkl
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014