หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย

สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 14

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
20 ตุลาคม 2556 07:24 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 14
        สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 14 (ต่อ)
       
       บนระเบียงบ้านยามนี้ รำไพก้าวเข้าไปยืนใกล้ๆ ผู้เป็นสามี ทั้งคู่มองลงมายัง หนุ่มสาวที่อยู่เบื้องล่าง
       
       “คุณคิดยังไงกับพวกเขาคะ”
       เผ่าลาภถอนหายใจเบาๆ ยาวๆ เฉไฉไปเรื่องอื่น
       “หมออังกูรว่ายังไงบ้าง”
       “เขาให้น้ำหนักทางการแพทย์เพียง 25% เท่านั้น แต่ทั้งหมดก็อยู่ที่เราค่ะ”
       “คุณเห็นลูกมีความสุขมั้ย”
       รำไพพยักหน้า “ค่ะ”
       “เรื่องอื่น ก็ปล่อยๆ ไปก่อนเถอะ”
       “คุณเองต่างหาก ที่ไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้” รำไพท้วง
       เผ่าลาภนิ่งงันไป ไม่เอ่ยปากเถียง
       
       หรั่งกับแพรวา ทั้งสองต่างอยู่ในวงแขนแห่งความรักของกันและกัน
       “ทหารเอกไม่สมควรยืนกอดองค์หญิงไว้ทั้งคืนอย่างนี้” หรั่งว่า
       “เธอจะมีความผิดทันที ที่ขัดคำสั่ง” แพรวาบอก
       “จะตบหน้าผมอีกมั้ยล่ะครับ”
       แพรวาถอยตัวออกจากวงแขนของหรั่ง มองหน้าเขาเต็มๆ ตา
       “ทำไมเธอต้องลงทุนขนาดนี้”
       หรั่งยิ้มกว้าง “หน้าผมหนาครับ...ผมไม่เจ็บหรอก”
       “ฉันไม่ได้หมายถึงหน้า...ฉันหมายถึงทุกอย่างที่เธอทำมาตลอดทั้งชีวิต...รวมทั้งที่เธอยอมเป็นผู้ต้องหาฆ่าคุณป๋าตายในครั้งนี้ด้วย”
       “เมื่อถึงตอนจบ ผมจะกลับเป็นผู้บริสุทธิ์เอง”
       “เป็นไปได้ยังไง ลองบอกมาซิ” แพรวาถามสิ่งที่ค้างคาใจมาตลอด
       
       เผ่าลาภเป็นคนเล่าเรื่องนี้
       “เป็นบุญของป๋า ที่อยู่ๆ ก็มีจดหมายลึกลับส่งมาเตือนป๋าได้ทันเวลา...จดหมายนั้นเขียนไว้ชัดเจนว่า อย่าไปดูดาวคืนนี้”
       เผ่าลาภชูจดหมายให้ลูกสาวดู
       “มันจ่าหน้าซองถึงคุณ” หรั่งบอก
       แพรวาเย้า “แอบอ่านจดหมายฉันเหรอ”
       “ถ้านายหรั่ง ไม่ทำอย่างนั้น ป๋าก็คงจะไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้หรอก”
       “แล้วทำไมนายหรั่งต้องหายตัวไปด้วย”
       “นั่นเป็นแผนเดิมของป๋า...ป๋าให้นายหรั่งเอาพลอยและจิเวลรี่ในสต็อกของเราทั้งหมดไปขายให้คนเก่าแก่แถวเมืองจันท์ และเจรจากับบริษัทประกันภัย”
       “ผมก็เลยไปงานวันนั้นกับคุณไม่ได้” หรั่งเฉลย
       รำไพเล่าเสริม “นายหรั่งเจรจา เป็นผลสำเร็จทั้งสองเรื่องเลยนะลูก”
       “ผู้เฒ่าที่เมืองจันท์รับซื้อของของเรา” เผ่าลาภว่า
       “แต่นายหรั่งก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด”
       “โชคยังดี ที่ผมได้เจอเจ้านายเก่า ...เขาเป็นญาติกับเถ้าแก่เส็ง”
       
       เผ่าลาภกับหรั่งผลัดกันเล่าเรื่องราวและเหตุการณ์ต่อจากนี้ให้แพรวาฟัง
       เวลานั้นรถตำรวจมากมาย พุ่งเข้าหาบ้านพักผู้จัดการแบงค์ที่สวนเมืองจันท์อย่างเงียบเชียบ
       “เถ้าแก่เส็ง ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มอิทธิพลมานาน เพราะความซื่อตรงของเขา ซึ่งเป็นการขวางทางผู้มีผลประโยชน์ทุกกลุ่ม สองสามปีหลังนี้เถ้าแก่เส็งจึงต้องอยู่ในการอารักขาเป็นอย่างดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ”
       
       ผู้จัดการ และหรั่งยกมือไหว้ทักทายนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ นายตำรวจแนะนำให้รู้จักชายชราคนหนึ่งที่เดินตามเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามา เขาคือเถ้าแก่เส็ง
       “อั๊วคุ้นเคยกับคนแซ่ตั้งมานานแสนนาน พวกเรามีบุญคุณต่อกันมาโดยตลอด ดังคำสั่งเสียของบรรพบุรุษของสองตระกูล ที่ให้ลูกหลานเรานั้นพึ่งพาอาศัยกันและกัน...เพราะฉะนั้น ไม่มีความลับอะไรในตระกูลนี้ที่อั๊วไม่รู้...เช่นเดียวกับที่ ไม่มีอะไรที่อั๊วจะทำไม่ได้เพื่อ คนแซ่ตั้ง”
       “ผมจะเรียนคุณเผ่าลาภ ให้ครบทุกคำพูดของเถ้าแก่ครับ” หรั่งบอกอย่างซาบซึ้ง
       เผ่าลาภเอ่ยปากเล่าเรื่องราวต่อ
       “ส่วนบริษัทประกัน ก็พบร่องรอยทุจริตในจินดาเซอร์วิส และพวกเขากำลังเร่งตามสืบเรื่องนี้อยู่ พร้อมทั้งยินยอมชดเชยค่าเสียหายของเรือส่งข้าวของเราทั้งหมด”
       “ทำไมเราไม่แจ้งตำรวจเลยล่ะคะ...ผู้การยุทธที่สนิทกับป๋าไง” แพรวาซัก
       “เราวางแผนร่วมกัน...ผู้การยุทธกับป๋า”
       “นายหรั่งถึงออกมาจากห้องขังได้” รำไพเสริม
       แพรวาบ่นใส่หน้าหรั่ง “เข้าไปทำไมก็ไม่รู้”
       หรั่งบอก “เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามตายใจ”
       “ใคร?...ฝ่ายตรงข้ามเราน่ะ ใคร?” สาวโลกสวยงวยงง
       “นายแสงเทพ เทวฤทธิ์...เขาต้องการใช้พื้นที่เหมือง M.S. เป็นฐานผลิตสิ่งผิดกฎหมายทุกประเภท งานนี้มีกลุ่มทุนต่างชาติหนุนหลังอยู่หลายราย เพราะมีข้อมูลลับว่า พื้นที่บริเวณรอบภูเขาลูกนั้น เต็มไปด้วยทองคำ”
       “ใครอยากจะได้ทองคำ ก็ช่างเขา ก็ให้เขาขุดไป จะได้จบๆ” แพรวาบ่นต่อ
       “มันไม่จบแค่นั้นน่ะสิครับ นอกจากเอาทรัพยากรของชาติเราไปแล้ว นายแสงเทพยังมีเรื่องความแค้นส่วนตัวกับตระกูลของคุณตั้งแต่หนหลังอีกด้วย”
       “รู้ได้ยังไง” แพรวางงอีก
       “คนแถวเมืองจันท์ รู้รายละเอียดเรื่องนี้ดี”
       “มันเป็นเรื่องเก่า ตั้งแต่เฮียย้ง ลุงของหนูยังมีชีวิตอยู่”
       แพรวาอุทาน “ลุงเผด็จศึก”
       “ใช่...ดั้งเดิมนั้น พวกเรารักใคร่กันดี ทั้งป๋า ทั้งเฮียย้ง และก็นายแสงเทพ เป็นเพื่อนฝูงก๊วนเดียวกัน เรามักจะนัดกันเข้าป่าล่าสัตว์อยู่เสมอๆ”
       “น้องแพรเคยเห็นรูปในห้องทำงานคุณป๋า”
       “เฮียย้งรักเพื่อนฝูงมาก มากซะจน เตี่ยและอาม่าคิดว่าเขาไม่รักใคร่ใยดีพ่อแม่และญาติพี่น้องเลย สุดท้ายก็โดนอากงไล่ออกจากตระกูล”
       
       เรื่องราวพรั่งพรูออกมาจากหน่วยความจำของเผ่าลาภ เริ่มจากที่สำนักงานเหมืองที่เมืองจันท์ เมื่อ35 ปี ก่อนหน้านี้
       
       ภาพ เฮียย้ง หรือ เผด็จศึก และ แสงเทพ จับมือกับบรรดาพ่อค้าพลอยมากมาย พวกเขาถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน หน้าป้ายคำขวัญจังหวัดจันทบุรี
       “เฮียย้งไปเข้าหุ้นกับนายแสงเทพ ทำกิจการค้าพลอยที่เมืองจันท์...” เผ่าลาภบรรยาย
       เห็นเป็นภาพ เฮียย้ง พิจารณาพลอยในมือ พร้อมกับอธิบายให้แสงเทพฟังถึงความงามของเนื้อพลอยทั้งคู่มีสีหน้าพึงพอใจ
       “เพราะความชาญฉลาดและสายตาที่กว้างไกลของเฮียย้ง ทำให้กิจการค้าพลอยที่เมืองจันท์ประสบความสำเร็จอย่างสูง...”
       พ่อค้าพลอยสามสี่คนเปิดกระเป๋าของตนพร้อมกัน กระเป๋าทุกใบบรรจุธนบัตร อัดเต็มแน่นกระเป๋า
       พวกเขายื่นให้กับเฮียย้ง
       เฮียย้งยิ้มแย้ม พึงพอใจ และยื่นห่อพลอยให้เป็นการตอบแทน โดยไม่รู้ว่าแสงเทพยืนเฝ้าสังเกตอยู่ด้านหลัง
       “แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่เป็นที่พอใจของนายแสงเทพ ซึ่งต้องการผลกำไรแบบที่ไม่ต้องมีการลงทุน”
       เหตุการณ์ต่อมาเฮียย้งกางแผนที่ ดูร่วมกับแสงเทพและคนงานอีกหลายคน เฮียย้งใช้ปากกาจิ้มลงไปบนแผนที่ ตรงคำว่า อ.บ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี
       “เมื่อพลอยที่เมืองจันท์หมด เฮียย้งเป็นผู้เสาะหาแหล่งแร่ใหม่ด้วยตัวเอง จนได้ที่ดินผืนใหญ่ผืนหนึ่ง ที่อำภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี”
       
       แพรวาพูดเป็นเชิงถามขัดขึ้น “เหมือง M.S. ของเรา”
       “ใช่ เฮียย้งต้องการจะทำเหมืองพลอย แต่แสงเทพตั้งใจจะใช้ที่ผืนนี้เป็นแหล่งค้าของเถื่อนและยาเสพติด ในที่สุดทั้งสองก็แตกคอกัน”
       
       เผ่าลาภเล่าเรื่องราวต่อ

สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 14
        เหตุการณ์ต่อมา เกิดขึ้นที่บ้านพักในป่าแห่งหนึ่ง เฮียย้งกำลังม้วนโฉนดที่ดิน ที่บ่อพลอย โดยเมียแหม่มท้องแก่ กำลังรวบรวมเอกสารบนโต๊ะข้างๆ กัน
       
       เฮียย้งโทรศัพท์หาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อวางหูโทรศัพท์แล้ว เขาจึงรับเอกสารจากมือเมียแหม่ม ก่อนเดินออกจากบ้านพัก
       “เฮียย้งชิงตัดหน้าแสงเทพซื้อที่ผืนนี้มาได้ก่อน...แต่แล้ว วันนึงขณะที่เฮียย้งกำลังจะนำหลักฐานการค้ายาเสพติดของแสงเทพไปส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ...รถของเขาก็วิ่งตกเขาไปเฉยๆ แรงระเบิดของรถ ทำให้เราไม่สามารถค้นหาร่องรอย หลักฐานใดๆ ได้เลย”
       รถของเฮียย้ง ตกเขา ระเบิดกลายเป็นจุล
       
       ทั้งสี่ชีวิตยังคงนั่งหารือกันอยู่ที่เดิม หรั่งเอ่ยขึ้นหลังฟังเรื่องมาถึงตรงนี้
       “แต่คนเมืองจันท์จะรู้กันว่า เป็นฝีมือของนายแสงเทพ”
       “รู้จนถึงขนาดนี้แล้วยังไม่จับอีก”
       “หลักฐานที่เรามี ยังไม่เพียงพอ” เผ่าลาภบอก
       “แล้วเมื่อไหร่ถึงจะพอ” แพรวาสงสัย
       “เมื่อเราจับเขาได้อย่างคาหนังคาเขา” เผ่าลาภว่า
       แพรวาฉงน “ยังไง”
       “คนในตระกูลมหาโชคตั้งศิริ คนสุดท้ายที่มันต้องการฆ่าก็คือคุณ” หรั่งเอ่ยขึ้น
       แพรวาตกใจทันที
       เผ่าลาภอธิบาย “เราต้องย้อนรอยมัน ซ้อนแผนมันอีกที...น้องแพรต้องบอกมันไปเลยว่าเราจะขาย
       เหมือง...แต่มีเงื่อนไขว่า นายแสงเทพต้องเข้ามาพบเราก่อน...และเมื่อถึงวันนั้น วันที่มันเดินเข้ามาตกหลุมเรา มันก็จะสารภาพทุกอย่างกับวิญญาณของป๋าเอง”
       แพรวาแย้ง “แล้วถ้าเขาไม่มาล่ะ”
       เผ่าลาภมั่นใจ “มา...คนอย่างแสงเทพ มันต้องมา...เชื่อป๋าสิ”
       
       เวลานั้น ปลายกระบอกปืนที่มุ่งตรงเข้าหาชายผู้หนึ่งที่นั่งเก้าอี้สนามอยู่กลางป่า เมื่อชายผู้นั่นหันหน้ามา เราจึงเห็นว่าเขาคือเผ่าลาภ ส่วนผู้ถือปืนกระบอกนี้คือ นายแสงเทพ
       แสงเทพยิงปืนใส่เผ่าลาภอย่างไม่ยั้งมือ กระบอกแล้วกระบอกเล่า กระสุนปืนทุกนัดไม่อาจระคายเคืองร่างของเผ่าลาภแม้แต่น้อย เผ่าลาภลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินยิ้มเข้าใกล้แสงเทพ
       เผ่าลาภร่อนกระดาษโน้ตใส่หน้าแสงเทพทีละแผ่น ทุกแผ่นเขียนข้อความว่า
       “มึง ตาย”
       แสงเทพคุ้มคลั่งทุรนทุรายอยู่ท่ามกลางกระดาษโน้ตเหล่านั้นที่ปลิวเข้าหาเขาอย่างไม่หยุดหย่อน
       
       แสงเทพสะดุ้งตื่นกลางดึกจากฝันร้าย สภาพเหงื่อท่วมร่าง เขาเอื้อมมือหยิบเครื่องดื่มใกล้ตัวกรอกใส่ปาก หายใจหอบ แรง กระดาษแผ่นหนึ่ง วางอยู่ข้างกายแสงเทพ บนกระดาษแผ่นนั้นปรากฏตัวหนังสือสีแดงฉานเขียนคำว่า
       “มึง ตาย”
       สักครู่หนึ่ง เห็นแสงเทพเดินถือโทรศัพท์งุ่นง่านอยู่กลางบ้าน เสียงจากโทรศัพท์ ดังออกมาเป็นข้อความที่แสดงว่า ไม่สามารถติดต่อเจ้าของเครื่องได้ แสงเทพกดหมายเลขใหม่ลงไปบนปุ่มโทรศัพท์
       “ฮัลโหล...นี่อาเองนะ แองจี้”
       แองจี้อยู่ที่ห้องนอนในเซฟเฮ้าส์ตะวันฉาย ถือโทรศัพท์แนบหู หน้าตางัวเงีย นอนเปลือยอยู่บนเตียงนุ่มกลางห้อง เพียงลำพัง ท่าทางบางอย่างของเธอบอกให้เรารู้ว่า กำลังเมายา
       “สบายดีเหรอคะ อา...ยังสบายอยู่แน่นะ...”
       “อาอยากพบตะวันฉาย...ตอนนี้ เขาอยู่กับหนูหรือเปล่า”
       “อยู่...ไม่อยู่...เอาแน่ไม่ได้หรอกค่า อา...เพราะงานเขายุ่ง...ยุ่งมาก...ยุ่งกับหนูเสร็จก็ไปยุ่งกับงาน ยุ่งกับงานเสร็จก็มายุ่งกับหนู...โคตรมันเลยค่ะ อา”
       แสงเทพชักผิดสังเกต “แองจี้...หนูเป็นอะไรน่ะ...เมายารึเปล่า”
       “ไม่รู้...อา ต้องมาดูเอง”
       
       ส่วนที่บ้านกลางทุ่ง แพรวาเดินเข้ามาใน บริเวณโถงชั้นบนอีกครั้ง แหงนดูรูปของตัวเองบนเพดานห้องนั้น หรั่งยืนดูอยู่มุมหนึ่ง
       “เธอต้องบ้าแน่ๆ ที่ทำอย่างนี้ได้...มีใครเคยเห็นบ้างมั้ย” แพรวาบอก
       หรั่งส่ายหน้า
       “อายละซี” แพรวาแหย่
       “ผมไม่เคยอาย ในสิ่งที่ผมเป็น...แต่ผมไม่ต้องการอธิบายความรู้สึกในใจของผมให้ใครฟัง”
       “หวงด้วยเหรอ”
       “ผมเกิดมา ไม่มีของมีค่าอะไรให้หวงนี่ครับ...”
       “แล้วใครเขาจะรู้ล่ะว่า ใจเธอเป็นยังไง”
       “ผมรู้คนเดียวก็พอแล้วครับ”
       “แล้วเธอเคยรู้บ้างมั้ย ว่า คนๆ นั้น” แพรวาชี้ไปที่รูปตัวเองบนเพดานห้อง “เขาจะรู้สึกอย่างไร”
       หรั่งจ้องหน้าแพรวานิ่ง
       
       ขณะเดียวกันที่ห้องนอนใหญ่ในบ้านกลางทุ่ง การ์ดเชิญไปร่วมงานศพของเผ่าลาภอยู่ในมือเผ่าลาภที่ถือมันมองอย่างพิจารณาอยู่
       “ผมว่ามันสวยไปนะ สำหรับการ์ดงานศพ”
       “ฝีมือเด็กแผนกออกแบบของบริษัทคุณค่ะ”
       “มันดูเอิกเกริก อลังการเกินไปนิด ไม่น่าจะเหมาะกับบุคลิกผม”
       “คุณไปบอกเขาเอง ดีมั้ยคะ” รำไพสัพยอก
       เผ่าลาภยิ้มขำ
       “ผมก็อยากทำอย่างนั้นอยู่เหมือนกันนะ...”
       เผ่าลาภกระเถิบเข้าไปโอบกอดรำไพอย่างนุ่มนวล ดูเหมือนเขาจะพอใจกับสถานภาพของตัวเองในเวลานี้
       “ไม่นึกเลยว่าผมจะกลายเป็นผู้ชายที่น่าอิจฉาที่สุดในเวลานี้”
       “แน่ใจเหรอคะ”
       “แน่ใจสิ เพราะนอกจากจะมีเมียที่น่ารักที่สุดแล้ว ผมยังเป็นคนเดียวที่สามารถไปร่วมงานศพตัวเองได้ด้วย”
       
       อาคารบริษัท M.S. ตั้งตระหง่านท่ามกลางแสงสว่างของวันใหม่
       บริเวณทางเดินในบริษัท มีเสียงบันทึกข้อความทางโทรศัพท์มือถือดังเข้ามาตั้งแต่ฉากก่อนหน้านี้
       “กรุณาฝากข้อความของท่านหลังจากได้ยินเสียงสัญญาณ และกดดอกจันทร์เมื่อจบข้อความของท่าน ขอบคุณค่ะ...” ตามด้วยเสียงปี๊ดๆๆๆ
       แพรวาเดินพูดโทรศัพท์เข้ามา ทันทีที่เสียงนั้นจบ
       “ตกลงว่า เราจะขายกิจการเหมือง M.S. ทั้งหมด...แต่คุณต้องทำตามข้อแม้ของเรา เพียงข้อเดียวเท่านั้น...เราขอพบคนที่จะเข้ามาบริหารกิจการต่อจากเรา และขอพบเป็นการส่วนตัว...เพราะเราอยากรู้ว่าเขาจะดูแลกิจการของเราได้ดีแค่ไหน”
       
       ตะวันฉายนั่งฟัง voice message จากโทรศัพท์มือถือของตัวเอง
       เสียงแพรวาดังลอดออกมา “กรุณาบอกลูกค้าของคุณ ให้ไปตามวันและเวลาที่เรานัดด้วย...จากแพรวา”
       
       ตะวันฉายกดลบข้อความ สีหน้าของเขาฉายยิ้มอย่างพอใจ และสาสมใจ ออกมาเต็มหน้า
        
       อ่านต่อตอนที่ 15

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 16 (จบบริบูรณ์)
สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 15
สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 14
สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 13
สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ตอนที่ 12
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 56 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 55 คน
99 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
1 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015