หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ทองเนื้อเก้า

ทองเนื้อเก้า ตอนที่ 11

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
3 พฤศจิกายน 2556 16:09 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ทองเนื้อเก้า ตอนที่ 11
        ทองเนื้อเก้า ตอนที่ 11 (ต่อ)
       
       แลเห็นเทวีเดินไปมาไกลๆ ก็ถึงบางอ้อ... อ้าปากค้าง ตาโต
       
        "นังปั้น...ข้ารู้แล้ว"
        ปั้นมองตามสายตายายแล, เห็นเทวีหันกลับมา
        "รู้แล้วก็หุบปากเอาไว้ให้ดี"
        "กูนึกไม่ถึงเล๊ย แม่เลี้ยงไอ้วันมันนี่เจ้าเล่ห์เพทุบายนัก มันร้ายกาจใช่เล่น"
        "เขาไม่ได้ร้ายโว้ย เขารักไอ้วันมันเหมือนกะลูก ที่ต้องทำยังงี้ เพราะหวังดีกะไอ้วันมันต่างหาก"
        "เราคงแก่ๆ กันแล้วนะ ยัยปั้น เราถึงนึกแผนดีๆยังงี้ไม่ออก"
        ปั้นยิ้ม ขำความคิดยายแล
       
        บ้านลำยอง เวลากลางคืน อ้อย,เหน่ง,จิตรา นอนหลับเรียงกันเป็นตับในมุ้ง วันเฉลิมนั่งมองน้องๆด้วยความรู้สึกกังวล กันขอบมุ้งเข้าใต้ที่นอนกันยุงเข้า แล้วขยับออก
       
        วันเฉลิมเข้ามาหาแม่ ลำยองกำลังยกเหล้าขึ้นกรอกปากพอดี
        "แม่ครับ"
        ลำยองสำลักเหล้าพรวด
        "กูแค่จิบๆ แก้คอแห้งเท่านั้นแหละ"
        "แม่รับปากต่อหน้าพระเอาไว้แล้วนะครับ วันไม่อยากให้แม่ผิดคำสัญญา"
        "มึงยังไม่ทันบวชซะหน่อย รอให้ผ่านพรุ่งนี้ มึงนุ่งผ้าเหลืองซะก่อนสิวะ ถึงจะเริ่มสัญญา"
        "น้องอ้อยปีนโต๊ะได้แล้ว แม่ต้องคอยระวังนะครับ น้องเหน่งกินจุแม่ต้องป้อนข้าวเยอะๆหน่อย ส่วนน้องจิตรา น้องไม่ค่อยชอบให้ตะคอกเสียงดัง"
        "มึงมาบอกกูทำไม อีกหน่อยนังลำดวนมันก็คงมาช่วยเลี้ยง"
        "น้าลำดวนเขาก็ต้องทำงานเขานี่ครับแม่"
        "กูเป็นพี่มัน กูสั่งอะไรมันก็ทำทั้งนั้นแหละ มึงจะยึกยักอะไรเนี่ย ไอ้วัน อย่าบอกนะว่า มึงจะเปลี่ยนใจไม่บวช ไม่ได้นะโว้ย มึงไม่อยากเห็นแม่มึงเฮงๆๆรึไง ไปๆๆไปนอน พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า"
        วันเฉลิมมองลำยองเดินออกไป
       
        เช้าวันใหม่ ที่ต้นไม้ใหย๋ ข้างโบสถ์ ทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว ยกเว้นลำยองที่ยังไม่โผล่มา วันเฉลิมนั่งเก้าอี้เตรียมขลิบผมโกนผม
        "แม่เอ็งล่ะ ป่านนี้ยังไม่มา" หลวงตาปิ่นถาม
        "ตอนผมออกมา แม่ยังไม่ตื่นเลยครับ"
        "เวร... แล้วทำไมเอ็งไม่ปลุกมัน" แลว่า
        "ผมปลุกแล้วครับ แต่แม่ไม่ยอมตื่น"
        "เอายังไงดีล่ะหลวงลุง" ลำยงถาม
       
        ภายในบ้าน ลำยองยังหลับขี้เซาไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
        "พี่ลำยอง พี่ลำยอง"
        ลำดวนเขย่าตัวก็แล้ว ดึงผ้าออกจากตัวก็แล้ว ลำยองเตะถีบ ปัดป้องอุตลุด ลำดวนต้องฉุดดึงให้ลุกขึ้นนั่ง
        "กูจะนอน ยุ่งกะกูจริงโว้ย"
        "ทุกคนเขารออยู่ ไม่รู้รึไง"
        "รอทำไม"
        "ไอ้วันมันบวชวันนี้จำไม่ได้รึไง"
        "ก็บวชไปสิวะ เกี่ยวอะไรกะกู"
        "ไม่เอาใช่ไหมบุญน่ะ โชคลาภน่ะไม่อยากได้ใช่ไหม"
        ลำยองลืมตาตื่นขึ้นได้ทันที
       
        ทุกคนนั่งคอยลำยองอย่างอดทนไม่ปริปากบ่น เพราะต้องการให้การบวชผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นที่สุด
        "แม่มาแล้วครับ"
        ทุกคนหันไปมอง ลำดวนรีบจ้ำนำมาก่อน ลำยออุ้ยอ้ายเพราะท้อง เดินตามมาหน้าหงิก
        "สมภารท่านคอยอยู่ในโบสถ์ตั้งนานแล้ว นังลำยอง" หลวงตาปิ่นบอก
        "แล้วใครจ้างให้คอยล่ะ"
        ทุกคนอ้าปากค้าง
        "ท่านเป็นอุปัชฌาย์ให้ ลูกเอ็งยังไม่ได้โกนหัวเสียที แล้วท่านจะทำพิธีให้ได้ยังไง"
        "ก็โกนเข้าสิ หลวงลุง"
        "แม่ครับ"
        "อีลำยอง มึงเป็นแม่ เขาอุตส่าห์ให้เกียรติมึงได้ขลิบผมลูกชายก่อนใคร ไม่งั้นเขาไม่ เสียเวลารอมึงหรอก"
        "ใครจะไปรู้ล่ะ...เอ้า...มา ๆ ๆ จะได้เสร็จ ๆ ซักที"
        ลำยองปราดเข้ามา จนหลวงตาปิ่นแทบหลบไม่ทัน
        ชุดส่งกรรไกรตัดผมให้ลำยอง
        "เอ้า...ไอ้วัน ตั้งอกตั้งใจ บุญกุศลครั้งนี้ขอให้ตกแต่พ่อแม่บุพการีทุกคนนะ"
        ลำยองขลิบผมบนกระหม่อมวันเฉลิม โยนผมลงไปบนใบบัวในมือวันเฉลิม แล้วตะโกนลั่น
        "เฮง ๆ ๆ รวย ๆ ๆ โว้ย"
        ทุกคนอึ้ง อีนี่ผิดที่ผิดทาง ผิดเวล่ำเวลาได้ทุกครั้ง ชุดรับกรรไกรคืนมาแล้ว ส่งให้สันต์
        "ผมนี่ของข้านะ ข้าจะเอาไปบูชา ใครมาแย่งจะด่าให้เข็ดเลย"
       
        ลำยองสะบัดหน้าเดินออกไปมุมหนึ่ง สันต์ขลิบผมให้วันเฉลิมอย่างสงบ

ทองเนื้อเก้า ตอนที่ 11
        ในอุโบสถ์ วันเฉลิมกล่าวคำขอบวชเณรอย่างฉะฉาน
        พระอุปัชฌาย์มอบยูนิฟอร์มเณรให้วันเฉลิม ลำยองหาวนอนเสียงดังอย่างไม่เกรงใจใคร
        "ไส้พุงมึงเน่าหมดแหง ๆ อีลำยองเหม็นฉิบเป๋งเลย" แลว่า
        "อย่ามาทำกระแดะเป็นผู้ดีตัวหอมหน่อยเลยแม่ หมั่นไส้เปล่า ๆ"
        ลำยองพูดเสียงดังแขวะไปทางเทวี ทุกคนไม่มีใครสนใจ
        "เมื่อไหร่จะเสร็จซักทีโว้ยจะได้กลับไปนอน"
        เณรวันเฉลิมเดินออกมาจากโบสถ์ หลวงตาปิ่นเดินตาม ลำยองถึงกับชะงัก เมื่อเห็นลูก เพราะราศีจับเต็มที่ เณรวันเฉลิมเดินลงมาหาย่ากับสันต์และเทวี ปั้นยิ้มปลื้มใจจนน้ำตาไหล ปั้นพูดอะไรไม่ออกทั้งที่มีสิ่งอยากพูดมากมาย
        "ดีแล้วนะเณร ดีแล้ว สาธุ"
        เทวียิ้มปลื้มใจ ไหว้เณร
        "หมดห่วงหมดกังวลซะทีนะเณร ถึงไม่ได้เรียนทางโลก เณรก็มุ่งหน้าทางธรรมนะ ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่เณรจะไปได้นะลูก"
        เณรวันเฉลิมสบตาสันต์เต็มตาแล้วเดินออกมา
        ลำดวน, ลำยง, ชุด, ยายแล ยิ้มปลื้มใจ เณรเดินตรงเข้าหาโยมแม่ ลำยองยกมือขึ้นประนมแต้
        "โยมแม่อย่าลืมรักษาสัญญาที่ให้ไว้นะครับ"
        "จ้ะ...จ้ะ เสด็จแม่ไม่ลืมหรอกจ้ะ แต่นี่เณร เผื่อฝันดีเห็นเลขอะไรสวย ๆ เด็ด ๆ เณรก็ไปบอกเสด็จแม่บ้างนะจ๊ะ อย่าลืมล่ะ"
        เณรไม่ตอบอะไร ลำยองก็ยังเหมือนเดิม หลวงตาปิ่นพาเณรออกไปเดินห่างออกมาจากญาติโยม ทิ้งญาติโยมไว้ข้างหลังไกลออกมาเรื่อย ๆ
       
        ภายในบ้าน ลำยองหมกมุ่นอยู่กับการจดโพยหวย
        "ฉันว่าสองเจ็ดก็น่าจะมานะแม่ ตรง ๆ ตัวเลย วันนี้วันที่ยี่สิบเจ็ด เอ... ปีนี้ไอ้วันมันอายุเท่าไหร่แล้วแม่ สิบสองหรือสิบสาม"
        "มึงเป็นแม่ มึงยังไม่รู้เลยแล้วกูจะรู้ไหม" แลถาม
        "เอ หรือมันจะเพิ่งสิบเอ็ดหว่า"
        "อีลำยองมึงสัญญาต่อหน้าพระไว้ว่ายังไง"
        "นี่มันหวยนะ แม่ไม่ใช่เหล้ากะบ่อนซะหน่อย"
        "มึงนี่มันหน้าด้าน หวยมันก็การพนันเหมือนกัน"
        "แต่หมอชดแกบอกว่า ถ้าไอวันมันบวชฉันจะเฮงๆๆ"
        "กูขี้เกียจคุยกะมึงแล้ว อีคนไม่มีหัวคิด"
        "งวดนี้ฉันรวยขึ้นมา แม่อย่ามาขอแบ่งก็แล้วกัน"
        แลเดินออกมา
       
        กุฏิหลวงตา เวลากลางคืน เณรนั่งที่ตั่งเรียนหนังสือ มีหนังสือทำวัตรอยู่ตรงหน้า แต่เณรกลับเหม่อออกไปข้างนอก หลวงตาปิ่นเดินเข้ามา
        "คิดถึงบ้านรึไงเณร"
        "ผมคิดถึงน้อง ๆ ครับหลวงตา ไม่รู้ป่านนี้จะกินข้าวกันรึยัง"
        "จะไปห่วงทำไมเณร มันเป็นหน้าที่โยมแม่ของเณร"
        "ค่ำ ๆ อย่างนี้ บางทีโยมแม่ก็ยังไม่กลับถึงบ้านครับ"
        "เณร..เณรควรจะมั่นใจในตัวโยมแม่เขานะ ยังไงเขาก็สัญญาไว้แล้ว เขาน่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้อยู่หรอกน่า ทำใจให้สบาย สวดมนต์ซะก็จะได้สงบไม่ต้องฟุ้งซ่าน"
        "ครับหลวงตา"
        เณรกลับมาสนใจหนังสือตรงหน้า
       
        ในเวลาเดียวกัน ลำยองมือสั่นระริกพยายามเอื้อมไปหยิบช้อนแต่หยิบไม่ได้ โรคติดเหล้ากำเริบหนักทั้งหงุดหงิดและปวดเนื้อตัว ลำยองหัวเสีย ปัดจานข้าวทิ้งแล้วคลานสี่ขาไปหยิบขวดเหล้า แต่แล้วชะงักเพราะนึกถึงคำสัญญาที่ให้ไว้ เธอร้องไห้เกิดการต่อสู้ระหว่างสำนึกฝ่ายดีกับความทรมานจากโรคพิษสุราเรื้อรัง ลำยองยกมือสั่นระริกขึ้นประนม เหมือนจะตั้งใจสวดมนต์ แต่กลับงึมงำน้ำเสียงสั่น ๆต่อรองคำสัญญา แล้วคว้าขวดเหล้ามาเปิดดื่มอั้ก ๆ
       
        ในโบสถ์ เวลาเช้ามืด พระทั้งวัดทำวัตรเช้ากันพร้อมหน้า เณรวันเฉลิมในแถวหลังสุด สวดมนต์ไปกับพระอย่างคล่องปากในทุกบทสวด
       
        เพิงก๋วยเตี๋ยวลำยง เวลาเช้าตรู่ ลำดวนเสียงดังตื่นเต้น
        "มาแล้วแม่...มาแล้ว เณรมาแล้ว"
        ยายแลกุลีกุจอยกถาดของใส่บาตรออกมา มีข้าวสุกใส่ถ้วยกับไข่ต้มฟองนึง. ปลาทูทอด. กล้วยน้ำหว้า เณรอุ้มบาตรเดินมาแต่ไกล ทุกคนพากันหมดมาร่วมใส่บาตร
        เณรมาถึงหน้าร้าน เปิดฝาบาตร ยายแลใส่บาตรแล้วประนมมือแต้ พูดอะไรไม่ออกมัวแต่ตื้นตันใจ
        "นอนหลับสบายดีไหมเณร" ลำยงถาม
        "ครับโยมน้า"
        ตาปอมุดเข้ามา
        "พระที่ไหนมาโปรดวะอีแล"
        "เณรหลานไง ไอ้ปอ"
        "หลานใคร กูไม่มีหลานเป็นเณรซะหน่อย"
        "ดูดี ๆ สิพ่อ พ่อจำไม่ได้เหรอ"
        ตาปอจ้องหน้าเณรอยู่อึดใจ
        "ไอ้วัน...ไอ้วันนี่หว่า"
        เณรยิ้มเพราะอย่างน้อยตาก็จำได้
        "ไอ้ปอไอ้บ้า ท่านเป็นเณรแล้ว เรียกท่านให้ดี ๆ โว้ย" แลบอก
        "ไม่เป็นไรหรอกครับ โยมยาย"
        "ใส่บาตร ใส่บาตร กูจะใส่บาตรหลานกู"
        ตาปอกุลีกุจอออกไป
        "หลวงตาท่านฉันเอกา(ฉันมื้อเดียว) แต่เณรยังเด็กฉันสองมื้อเถอะนะ" ลำยงว่า
        "ครับโยมน้า"
        ตาปอรีบกลับมา กอบถั่วงอกสดในมือ
        "กูจะใส่บาตรหลานกู"
        ยายแลตกใจที่เห็น
        "ไอ้ปอ ไอ้..."
       
        แลจะห้าม เณรกลับนิ่ง เปิดฝาบาตร ตาปอโยนถั่วงอกลงไปในบาตรแล้วประนมมือแต้เหมือนอิ่มบุญ เณรยิ้ม ปิดฝาบาตรแล้วเริ่มให้พร

ทองเนื้อเก้า ตอนที่ 11
        สันต์, เทวี, ปั้น ใส่บาตรเสร็จแล้ว รับพร
        "เรื่องเรียนต่อ ปรึกษาหลวงตารึยังครับเณร" สันต์ถาม
        "พรุ่งนี้จะไปสมัครครับ"
        "เรียนให้จบเปรียญเก้าตั้งแต่ยังเป็นเณรให้ได้เลยนะคะเณร" เทวีบอก
        "ปู่เณรคงจะปลื้มใจที่สุดละ ถ้าได้เปรียญเก้า" ปั้นบอก
        เณรยิ้มน้อย ๆ
       
        หน้าบ้านวิมล สมฤดีวิ่งพรวดออกมาจากประตูรั้ว เหมือนจะโผเข้าจับตัวเณรอย่างคุ้นเคย เณรตั้งตัวแทบไม่ทัน
        "พี่วัน...พี่วันมาแล้ว"
        วิมลรีบวิ่งตามออกมา ถือถาดของใส่บาตร
        "หนูสม หนูสม ไม่ได้ลูก อย่าไปถูกตัวท่าน"
        "ทำไมคะคุณยาย"
        "ก็ท่านบวชแล้ว หนูเป็นผู้หญิง หนูจะถูกตัวท่านไม่ได้นะลูก เข้าใจไหม"
        สมฤดีจ๋อย
        "ค่ะ"
        "มาใส่บาตรให้ท่านเร็ว"
        เณรเปิดฝาบาตร สมฤดีหยิบของใส่บาตร มองหน้าเณรตาแป๋ว เณรหลุบตามองพื้นอย่างสำรวมไว้
        "พี่เณรไม่มีคิ้ว...คิ้วพี่เณรหายไปไหนค่ะ"
        วันเฉลิมจะขำแต่ต้องทำสำรวมไว้
        "เวลาบวช ท่านต้องปลงทุกอย่างทิ้งไงล่ะลูก"
        "ปลงแปลว่าอะไรคะ"
        "เดี๋ยวยายจะอธิบายให้ฟังทีหลัง"
        วิมลดึงสมฤดีให้ยองลง รับพร เณรให้พรสั้น ๆ จนจบ
        "นิมนต์มารับบาตรที่นี่ประจำนะคะเณร"
        "มาทุกวันเลยนะคะพี่เณร"
        "ครับ"
        เณรเดินจากไป
       
        เณรอุ้มบาตรมาจนถึงหน้าบ้าน แต่ว่างเปล่า แม่ไม่ได้มาคอยใส่บาตร เณรหยุดยืนคอย ชะเง้อมองเข้าไปในบ้าน ใจคออยากจะตะโกนเรียกแต่คิดว่าไม่ควร แม่คงยังไม่ตื่น เณรยืนคอยชั่วขณะหนึ่ง แล้วเปลี่ยนใจจะเดินต่อไป
        "เดี๋ยว ๆ เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งเสด็จไปเพคะ โยมลูก"
        เณรชะงักเมื่อได้ยินเสียงแม่ หยุด และหันกลับมา แววตาเต็มไปด้วยความปิติ ลำยองเดินอุ้ยอ้ายรีบวิ่งประคองถ้วยใส่ข้าวเข้ามา
        "มาแล้วจ้ะ มาแล้ว"
        เณรเปิดฝาบาตร ลำยองลังเลอิดออด
        "แม่หุงข้าวก้นไหม้ ข้างบนก็ไม่ค่อยสุก ใส่บาตรแล้วแม่จะบาปไหมจ๊ะเณร"
        เณรวันเฉลิมมีความสุขที่สุดที่จะได้กินข้าวที่แม่หุงกับมือ
        "ไม่หรอกครับโยมแม่ แค่โยมแม่มีเจตนาดี มีจิตเป็นกุศล โยมแม่ก็ได้รับบุญแล้วครับ โยมแม่ตั้งใจรับพรนะครับ"
        ลำยองคว่ำเทข้าวใส่บาตรมือสั่น เณรให้พรลำยอง
        ลำยองประนมมือแต้จนเณรให้พรจบ ลำยองลูบหัวสามครั้งเรียกโชคลาภ
        "สาธุ....เฮง ๆ ๆ รวย ๆ ๆ"
        "น้อง ๆ สบายดีเหรอครับ โยมแม่"
        "จ้ะ สบายดีจ้ะ"
        เณรเห็นมือลำยองสั่นระริก
        "โยมแม่อย่าดื่มเหล้าอีกเลยนะครับ"
        "จ้ะ ๆ ๆ ลด ๆ ลงแล้วจ้ะ เดี๋ยวก็คงเลิกได้"
        เณรเดินออกไป
        "เฮง ๆ ๆ รวย ๆ ๆ"
       บริเวณมุมสวยสงบใด ภายในวัด เณรนั่งอ่านบทเรียนภาษาอังกฤษ อ่านออกเสียงฝึก pronunciation เรื่องสั้น ๆ หลวงตาปิ่นนั่งอยู่กับหลวงพี่ยรรยงค์ ครูพี่เลี้ยงถัดไกลออกมา
        "ช่วงเช้าเรียนวิชาการสามัญ ช่วงบ่ายข้ามเรือไปเรียนวัดมหาธาตุ คงไม่หนักเกินไปหรอกนะท่าน"
        "ไม่หรอกครับหลวงลุง เณรเขามีสมาธิดี คงไม่ต้องกังวลเรื่องที่บ้านแล้ว สติปัญญาดีเลิศทีเดียวล่ะครับ"
        "ยังงี้ อีกไม่นานวัดเราอาจจะได้สามเณรเก้าประโยคกะเขามั่งละนะท่าน"
        หลวงตาปิ่น หลวงพี่ยรรยงค์หัวเราะอารมณ์ดี
        เณรอ่านภาษาอังกฤษแอคเซ่นดี คล่องแคล่ว
       
        บ้านลำยอง เวลากลางวัน เสียงออกรางวัลหวยจากวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องโทรมดังขึ้น
        "รางวัลที่หนึ่ง งวดประจำวันที่สิบมิถุนายน เลขที่ออก.....ศูนย์ ศูนย์ แปด หนึ่ง ศูนย์ เก้า
        ลำยองนั่งลุ้นหวยเทียบกับโพยเบอร์ที่ซื้อไว้จนเลขสุดท้ายด้วยความเซ็ง
        " หมดตูด แดกหมดตัวเลย....แดกกูหมดตัวเลย"
        ลำยองขยำโพยเขวี้ยงทิ้ง
        "ไม่เห็นกูจะได้ลาภได้โชคตรงไหนเลย...ไอ้บ้า"
        ลำยองคว้าวิทยุทรานซิสเตอร์เขวี้ยงทุ่มลงพื้นจนแตกกระจาย ถ่านไฟฉายตรากบกลิ้งกันหลุน ๆ
       อ้อย, เหน่ง, จิตรา เกาะกันกลม ร้องไห้กระจองอแง
       
        ที่เพิงก๋วยเตี๋ยวลำยง
        "มึงจะมาโทษพระโทษเจ้าได้ยังไงอีลำยอง" แลบอก
        "ก็หมอชดบอกเองว่าลูกบวชแล้วฉันจะเฮง...ถูกหวยกินหมดตูดยังงี้ มันโกหกตอแหลกันชัด ๆ"
        ลำยงถาม
        "พี่แอบกินเหล้าใช่ไหม"
        "กูกินนิดเดียวแก้มือสั่น"
        "นั่นไง..พี่ผิดคำสัญญาหน้าพระมันถึงเป็นยังงี้ไงล่ะ"
        "แล้วจะให้กูทำยังไง กูจะลงแดงตายอยู่แล้ว"
        ลำดวนบอก
        "มันต้องอดทนสิวะ"
        "มึงไม่มาเป็นกูมึงไม่รู้หรอก ว่ามันทรมานขนาดไหน"
        "กูว่ามึงไปหาหมอซะเหอะ ให้หมอเขาช่วยรักษา" แลบอก
        "ไม่ไป ไม่ไปไหนทั้งนั้น"
        "พี่อย่ามาพาลหน่อยเลย แค่ถูกหวยกินงวดเดียว ทำไมพี่ไม่คิดว่าเลิกเล่นเลิกเหล้า เหลือเงินเก็บมันก็เท่ากับได้โชคได้ลาภนะแหละ" ลำยงบอก
        "กูไม่เอา กูไม่เชื่อไอ้อีหน้าไหนอีกแล้ว"
        ลำยองปึงปังออกไป ทุกคนได้แต่เซ็ง
       
        "เณรรู้คงไม่สบายใจแหง ๆ" แลบอก

ทองเนื้อเก้า ตอนที่ 11
        ข้างหอฉัน เณรล้างบาตรทั้งของตัวเองและของหลวงตาขึ้นคว่ำตาก เณรชะงักเพราะมองไปเห็น
       เด็กวัดเทเศษอาหาร ข้าวที่เหลือมากมายให้หมาวัดฝูงใหญ่ เณรยืนมองสะท้อนใจ
        "เณร...ไปเตรียมตัวได้แล้ว เดี๋ยวก็ไปเข้าเรียนไม่ทัน"
        "หลวงตาครับ อาหารที่ญาติโยมถวายทำบุญมา ถ้าเราเอาไปให้คนอื่นต่อจะผิดไหมครับ"
        "ไม่ผิดหรอก ก็ถือว่าทำทานต่อไป ดีซะอีก แทนที่จะทิ้งเปล่า ๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไร เณรถามทำไม"
        "ถ้าผมจะเอาข้าวเอาขนมที่เหลือ ๆ ไปฝากน้อง ๆ ที่บ้านบ้าง"
        "ไม่มีใครเขาว่าอะไรหรอกเณร"
        เณรยิ้มออก
        "ขอบคุณครับหลวงตา"
       
        ยายแลเข้ามาในบ้านเงียบ ๆ เห็นลำยองนั่งหันหลังสาละวนนับบางสิ่งบางอย่างอย่างตั้งอกตั้งใจ
        "ทำอะไรวะนังลำยอง"
        ลำยองตกใจกอบรวบเงินตรงหน้า เงินแตกกระจุยกระจาย
        "ตกใจหมดเลยแม่นี่ มาไม่ให้สุ้มให้เสียง"
        "เงินทั้งนั้นเลย มึงไปรวยอะไรมา"
        "เรื่องของฉัน"
        ลำยองรีบยัดเงินเก็บใส่กระเป๋า
        "กูไม่อยากได้ของมึงหรอก แต่กูอยากรู้บอกมาอีลำยอง"
        "มีคนเขาให้ยืมมา"
        "กูไม่เชื่อ"
        "ไม่เชื่อแม่ก็ไปถามเสี่ยเล้งดูสิ"
        "เล้งไหน เล้งเจ้าของบ่อนนะเรอะ"
        "ฉันเอาที่เอาบ้านนี่ไปขายฝากเขา เอาไว้เงินนี่ฉันจะมาลงทุน"
        แลนิ่งอึ้งไปอึดใจ
        "อีลำยอง...คนอื่นเขาไปถึงไหนกันแล้ว มึงนี่มันยังวนเวียนอยู่แต่ที่เดิมของมึงนี่แหละนะ กูไม่รู้จะช่วยมึงยังไงแล้ว"
        แลไม่ได้เกรี้ยวกราด แต่เต็มไปด้วยความปลงตกและเวทนาค่อยๆลุกเดินออกไป ลำยองกอดกระเป๋าใส่เงินไว้แน่น
       
        หน้าบ้านลำยอง เณรเดินมาถึงหน้า มีย่ามสะพายเพื่อไปเรียนหนังสือวัดมหาธาตุอุ้มถุงปูนใส่อาหารมาเผื่อน้อง ๆ บ้านปิดเงียบเณรชะเง้อชะแง้
        "โยมแม่ครับ โยมแม่"
        เณรแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่บ้าน...ขยับถอยออก
       
        เพิงก๋วยเตี๋ยวลำยง อ้อยแจ๋นเข้ามาหาเณรจะคว้าผ้าจีวร ลำดวนฉวยคว้าตัวอ้อยเอาไว้ได้ทัน รีบอุ้มเอาไว้
        "โอ๊ย...อีนังคนนี้"
        เณรวางถุงใส่อาหารลงบนโต๊ะ
        "ผมแวะไปที่บ้านมา แต่ไม่มีใครอยู่เลย"
        ลำยงพยายามเหประเด็น
        "นี่เณรกำลังจะข้ามไปฝั่งโน้นใช่ไหม เข้าเรียนกี่โมง บ่ายโมงเหรอ ระวังจะไม่ทันนะ"
        ลำดวนชะโงกดูในถุง
        "โอ้โห ขนมนมเนยทั้งนั้นเลยนี่เณร"
        "ฝากแบ่งให้น้อง ๆ ด้วยครับ โยมน้า"
        "ไม่ต้องห่วงหรอกเณรรีบไปเหอะ" ลำยงบอก
        "แล้วนี่โยมแม่ไปไหนครับไม่อยู่บ้าน"
        "เออ..."
        ลำดวนหลุดปากพรวดออกมา
        "จะไปไหนก็บ่อนนะสิเณร สองสามวันกลับบ้านที ต้องเอาไอ้พวกนี้มาเลี้ยงที่นี่"
        ลำยงปราม
        "นังลำดวน"
        "เหล้ายามันก็ไม่ยอมเลิกเผลอๆจะกินหนักกว่าเดิมเสียอีก" ลำดวนบอก
        "โยมแม่เอาเงินมาจากไหนครับ"
        "เณรอย่าไปสนใจเลย รีบไปเรียนหนังสือเถอะ"
        "โยมแม่เอาเงินมาจากไหนครับ โยมน้า"
        "เอาบ้านเอาที่ขายฝากเขาไว้ที่บ่อนนะสิเณร"
        เณรมึนตึบ เสียใจ
        "ผมไปนะครับ"
        เณรเดินอื้ออึงออกไป แลสวนเข้ามาพอดีเห็นเณรไกลๆ
        "เณรมาเรอะนังลำยง"
        ลำยงท้าวสะเอวจ้องลำดวนเขม็ง
        "ปากเองเนี่ยนะ ไม่พูดน้ำลายมันจะบูดรึไงวะ นังลำดวน"
        "อะไรกันวะ"
        "นังนี่มันปากสว่า งบอกเณรไปหมดเลยเรื่องพี่ลำยองน่ะ"
        "แล้วพี่คิดว่าจะปิดเณรไปได้ซักกี่น้ำ ยังไงก็ต้องรู้อยู่ดี ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้"
        "มึงนะมึงอีลำดวน.... เณรน่ะไปอยู่สบายแล้ว มึงทำให้ผ้าเหลืองร้อนทำไม"
       
        พระสวดมนต์ทำวัตรเย็น เสียงสวดในโบสถ์เนิบเย็น แต่ในแถวหลังสุดเณรสวดมนต์ไปกับพระทุกรูปหลับตาตั้งใจอย่างมีสมาธิ แต่เณรน้ำตาไหลอาบแก้ม
       
       จบตอนที่ 11
       
       อ่านต่อตอนที่ 12 เวลา 17.00น.

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ทองเนื้อเก้า ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
ทองเนื้อเก้า ตอนที่ 13
ทองเนื้อเก้า ตอนที่ 12
ทองเนื้อเก้า ตอนที่ 11
ทองเนื้อเก้า ตอนที่ 10
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 12 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 11 คน
92 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
8 %
ความคิดเห็นที่ 2 +39 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คือวันเฉลิมรักแม่ได้แบบสิ้นคิดมาก ไม่คิดจะพัฒนา ไม่คิดการไกล ตามเลี้ยงน้องที่แม่คลอดแล้วทิ้งไปวันๆ ถ้าโตไปแล้วมีงานการทำ อย่างนั้นน่ะเลี้ยงแม่เลี้ยงน้องสบายได้ แต่ถ้าไม่เรียนอะไรเลย เลี้ยงแม่เลี้ยงน้อง ซึ่งในที่นี่คือไม่ได้ทำงานอย่างอื่น ถามหน่อยว่าจะเอาเงินที่ไหนกิน ลำยองมันก็ต้องไปยั่วผู้ชาย เข้าบ่อนของมันต่อไปเรื่อยๆ ก็รู้อยู่ว่าลำยองมีเท่าไหร่ไม่เคยถึงลูกแล้วทำไมวันถึงไม่คิดเรียนสูงๆหาเงินมาเลี้ยงน้อง หรือจะรอเงินจากบ่อน จากผู้ชายของลำยอง หรือจากพ่อ กินก๋วยเตี๋ยวฟรีของลำยงไปเรื่อยๆอย่างนี้หรือไง

ลำดวนพูดถูก วันเฉลิมกตัญญูไม่รู้เวล่ำเวลาจริง
มันก็เว่อร์ไปนะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +37 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แน่ใจหรอว่า วันเฉลิมคือตัวอย่างของเด็กกตัญญู อย่างนี้เรียกว่ากตัญญูได้หรอ ในเมื่อเลือกที่จะตอบแทนแม่คนเดียว แต่ผู้มีพระคุณคนอื่นๆนี่ไม่เอาเลย

ถ้าจะบอกว่าเด็กคิดได้แค่นี้ แต่ละครก็ปูมาว่าวันเฉลิมมีความเป็นผู้ใหญ่ทางความคิดมากกว่าเด็กวัยเดียวกัน ถ้าซาบซึ้งถึงความกตัญญูซะขนาดนนั้น คิดและทำเพื่อแม่ได้ขนาดนั้น ทำไมไม่รู้จักกตัญญูตอบแทนคนอื่นด้วย ทำไมเลือกทำแต่กับแม่เท่านั้น คนอื่นไม่มีความหมายเลย เอาแต่ไปเบียดเบียนเขาด้วยซ้ำ

แม้ว่าจะไม่ต้องไปทำงานชดใช้เขา แต่หนทางไหนที่จะลดภาระ สร้างความชื่นใจให้เขาได้ ก็น่าจะชั่งน้ำหนักได้บ้าง

ถ้าอันนั้นซับซ้อนไปเด็กอาจคิดไม่ได้ งั้นเอาง่ายๆเวลาได้เงินมาได้ก็ให้แม่หมด ทั้งที่รู้ว่าแม่เอาไปกินเหล้าเล่นการพนัน ซึ่งวันเฉลิมก็รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ดี แต่ส่งเสริมแม่? อ้างว่าต้องกตัญญู...

อยากถามว่า ความกตัญญูคืออะไร?
ไม่เข้าใจ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +33 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่านึกว่าไม่มีจริง

ฉันโดนยิ่งกว่าวันเฉลิมอีกนะ
ฉันรู้ทุกอย่าง แต่ตอนฉันยังอายุน้อยๆ ฉันบังคับใจให้เลิกรักแม่ได้ ฉันตัดใจไม่ได้ ฉันเคยตามใจแม่จนชาวบ้านด่า
ตอนสิบกว่าขวบ ต้องหาเงินให้แม่เล่นการพนัน
หาเงินยังไงรู้ไหม เด็กผู้หญิงน่ะจะหาเงินจากผู้ชายทำยังไง
ไม่อยากทำเพราะเจ็บ ก็ต้องทำ โดนแม่ตี แม่กระทืบ กระทืบ กระทืบ

ฉันโตขึ้น เรียนจบมหาลัย ทำงานแล้วฉันจึงตัดใจได้ ใจแข็งกับแม่ โตแล้วไม่ยอมให้แม่กระทืบ
ก็มีทะเลาะกับแม่ ก้าวร้าวกับแม่ ฉันก็รู้สึกเสียใจ สงสารแม่
แต่ถ้าไม่ใจแข็ง ฉันก็จะเอาตัวไม่รอด ไหนจะเลี้ยงแม่ เลี้ยงหลาน
ฉันเองเรียนมหาลัยปิดของรัฐ จนจบปริญญาตรีและโท
ที่แม่ยอมให้ฉันเรียน ก็เพราะมีผู้ชายให้เงิน เขาบอกว่า เขาต้องให้ฉันตั้งหลักได้และเป็หลักให้หลานได้
โดยผู้ชายมีเงื่อนไขกับแม่ว่า ถ้าไม่ให้ฉันเรียน เขาก็ไม่ให้เงิน เขาส่งฉันจนจบปริญญาตรี
ให้เงินเดือน ค่าหน่วยกิต ค่าหนังสือ
ฉันเองก็รับจ้างซักผ้ารีดผ้า ทำขนมขาย
ผู้ชายให้เงินฉันทุกเดือน แม่ก็ต้องรีดเงินจากฉันทุกเดือนเหมือนกัน
เขามีครอบครัวแล้ว ฉันถามเขาว่าช่วยฉันทำไม เขาเงียบ
มีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาบอกว่าเขาสงสารฉัน เพราะชีวิตเขาเหมือนวันเฉลิม

ตอนนี้หลานๆก็โตแล้วทำงานทำการ มีเดียวเรียนจบ ปวช.
นอกนั้นจบปริญญาตรี โดยทำงานไปด้วยและฉันช่วยส่ง
ถ้าอยากเรียนโทก็ให้หลานทำงานเรียนเอง ฉันหยุดช่วย

ฉันทำงานดี ใครๆจะนึกว่าฉันภูมิใจกับอาชีพการงาน
แต่ความจริง สิ่งที่ฉันภูมิใจที่สุดในชีวิตก็คือ
ดูแลแม่ ปรนนิบัติแม่ ตอนนี้แม่เสียแล้ว เป็นมะเร็ง
ฉันอยู่กับแม่ จับมือแม่สวดมนต์ จนแม่สิ้นใจ
ฉันบอกกับแม่ว่า แม่จ๋า แม่สวดมนต์ตามหนูนะจ๊ะ แม่นึกถึงที่แม่เคยทำบุญนะจ๊ะ
แม่นึกถึงตอนแม่ใส่บาตร แม่นึกถึงตอนแม่สร้างโบสถ์
ฉันจับมือแม่สวดมนต์จนแม่สิ้นใจ
ยังไง ยังไง ฉันก็รักแม่

ผู้ชายที่ส่งฉันเรียนไม่เคยติดต่อกันอีกเลยหลังจากฉันเรียนจบปริญญาตรี
ขาดการติดต่อ ไม่ติดต่อฉัน ฉันติดต่อเขาไม่ได้
เข้าใจวันเฉลิม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +16 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมเขียนบทให้วันเฉลิมดูโง่และรักแม่แบบไร้เหตุผลแบบนี้นะ
จริงอยู่ตามเรื่อง วันเฉลิมต้องรักแม่กตัญญูต่อแม่ฝุดๆ แม้ว่าแม่จะเลวร้ายฝุดๆ อีกเช่นกันก็ตาม
แต่อย่างไรก็ตาม ควรเขียนบทให้มีตัวละครสักตัวนึง ชี้บอกเหตุผลแก่วันเฉลิมด้วยว่า ถ้าอยากเลี้ยงแม่เลี้ยงน้องจริงๆ ควรต้องเรียนหนักสือเพราะอะไร (หรือเพราะปี 2515 คนไทยไม่จำเป็นต้องเรียนหนังสือมากก็ทำมาหากินได้?) แล้วการที่วันพาน้องไปอยู่บ้านปู่ย่า(แต่แม่ไม่ได้ไป) ก็จะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้านยายด้วย อยู่บ้านยายกันหมดทางนั้นนอกจากต้องทำมาหากินแล้วก็ยังมีตาปอให้ต้องดูแลเหมือนกัน ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่สิทีนี้
ควรต้องให้มีบทที่มีสักคนบอกวันเฉลิมว่า อยากกตัญญูต่อแม่แต่ก็ควรคิดถึงคนอื่นด้วยเช่นกันไม่ควรเบียดเบียนคนอื่นนะหรือถ้าจำเป็นก็ควรให้น้อยที่สุด
และที่สำคัญก็ควรกตัญญูต่อผู้มีพระคุณคนอื่นบ้างนะ แล้ววันเฉลิมก็อาจจะคล้อยตาม เห็นด้วย กำลังจะทำตาม หรืออะไรสักอย่างก็ได้ที่บ่งบอกว่า วันเฉลิมก็คิดแบบนี้อยู่ และกำลังหาลู่ทาง
แล้วค่อยให้มีเหตุการณ์อะไรก็ได้ ที่ทำให้ต้องอยู่บ้านยายต่อไป หรือไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้

เขียนบทแบบนี้มันก็แย่น่ะสิ ทำให้ดูโง่งมงายไร้สาระ ชีวิตดูก้มหน้าก้มตาเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวแม่และน้องอย่างเดียว ทำมาหากินอะไรก็ไม่ได้ ถ้าว่าไปรับจ้งรับจ้างได้เงินมาบ้างก็จะอีกเรื่อง นี่อะไร ไม่เห็นคิดทำงานอะไรเลย พอเดือดร้อนน้องป่วยมาก็หอบไปหาน้า น้าก็ช่วยทุกอย่าง แต่วันก็ไม่เห็ยคิดตอบแทนหรือลดภาระน้ทเลยนะ
ฝากถึงคนเขียนบท
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 31 +13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าวันเฉลิม ทิ้งแม่ ทิ้งน้อง เพื่อไปอยู่กับพ่อ ไปเรียน นั่นต่างหากที่เรียกว่าเห็นแก่ตัว ถ้าเป็นคนทั่วไป เมื่อมีความสบายยื่นเข้ามา ใครๆ ก็รีบคว้าไว้ แต่ไม่ใช่กับวันเฉลิม ถ้าเขาทำอย่างนั้น น้องๆ จะกิน อยู่อย่างไร ในเมื่อแม่ไม่เคยดูแล ยายก็แก่แล้ว ตาก็เป็นอัลไซเมอร์
คนที่บอกว่าเรียนให้จบค่อยกลับมาดูแลแม่ กับ น้อง ลองคิดดูว่าเมื่อเขาเรียนจบแล้ว เขาจะกลับมาเหรอ ในเมื่อตัวเขาเคยทิ้งไปได้ ตัวเองสบายแล้วจะกลับมาอีกทำไม และถึงจะกลับมาดูแล สุดท้ายแล้วแม่กับน้องจะยังมีชีวิตครบทุกคนหรือเปล่าก็ไม่รู้
เหมือนกับคนในปัจจุบันที่มาเรียน มาทำงาน และทิ้งพ่อ แม่ ไว้ และคอยอวดกับคนอื่นว่า ให้เงินพ่อ แม่ เท่าไร เพื่อแสดงให้ใครต่อใครเห็นว่ากตัญญู แต่ไม่เคยที่จะกลับไปดูแล พ่อ - แม่
** คนอย่างวันเฉลิม เป็นแบบอย่างของคนดีโดยแท้จริง ที่คนปัจจุบันทำกันแทบไม่ได้ **
นัน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015