ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 2

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   
6 พฤศจิกายน 2556 16:43 น.
หน้าที่แล้ว |   1 | 2 | 3 | 4  | หน้าถัดไป
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 2
        ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 2 (ต่อ)
       
       นันทวดีอยู่ในอาการตกใจ ไม่ได้รู้สึกถึงการถูกสอพินยาจับมือ ไขลูชักดาบพรวดออกไปหาทันที
       
       "อ้ายถ่อย ไม่เจียมตัว เหิมเกริมขึ้นบนที่เสนาบดีผู้ใหญ่โทษเอ็งต้องจำคุก"
       มังตรามองผู้มาใหม่หัวจรดเท้า สอพินยาบอก
       "ยังทำกิริยาทองไม่รู้ร้อน ลงมาเดี๋ยวนี้"
       มังตราแกล้งเฉย ไขลูถาม
       "หูเจ้าแตกหรือไง อ้ายถ่อยทรลักษณ์"
       มังตราพูดกับนันทวดี
       "ท่านเป็นถึงคณะทูตจากหงสาวดี ทำไมไม่สำรวมกริยา ดูทีรึมาตะโกนโหวกเหวกเวลามีแขก นี่ถ้าคนของข้าหยาบคายอย่างนี้จะถูกโบยหลังลายจนถึงต้นคอ"
       "เจ้าหมิ่นเราไม่เป็นไร แต่หมิ่นพระอนุชาพระเจ้าหงสาวดีนั้นคอจะหลุดจากบ่า"
       มังตราเลือดขึ้นหน้า
       "เป็นคนตองอูใยไม่รักศักดิ์ศรี มาชื่นชมยินดีด้วยคนต่างเมือง เสียดายนักมีคนเลวปะปนในเชื้อแถวชาวตองอู" มังตราพูดลางชี้หน้านันทวดี
       สอพินยาชักทนไม่ได้แต่ยังอยากอยู่ใกล้นันทวดี
       มังตราพูดกับสอพินยา
       "กูขอประกาศให้รู้ทั่วกัน ถ้ากูได้สิทธิขาดในกรุงตองอูเมื่อใด เมื่อนั้นจะไปเล่นสนุกให้ถึงเมืองหงสาวดี
       ขาดคำมังตรา ทุกคนเงียบกริบเหมือนเป่าสาก
       "ม....มึ...มึงเป็นใคร"
       มังตรากระโดดปราดเข้าหาสอพินยา แต่ไขลูกันไว้จึงซัดกับไขลูทั้งต่อย ทั้งเตะ
       จะเด็ดวิ่งเข้ามากับบ่าวคนที่ไปตาม
       "อย่า...อย่านะพระราชบุตร อย่าทำรุนแรงเกินเหตุ ปล่อย"
       ทุกคนตกใจ เมื่อได้ยินจะเด็ดเรียกมังตรา พลางทวนคำว่า “ พระราชบุตร”
       "กูคนเดียว มึงยังแทบตาย นี่กูมีจะเด็ดพี่กูอีกคนจะประลองกันอีกสักยกไม๊" มังตราถาม
       "นี่อะไรจะเด็ด คนๆนี้เป็นใครกันแน่" นันทวดีถาม
       "ท่านผู้นี้มีศักดิ์สูงเกินกว่าชีวิตข้าพเจ้า"
       จะเด็ดทรุดลงด้วยความเคารพ ไขลูจำต้องคุกเข่าลงตามอย่างงงๆ นันทวดีตกใจรีบแกะมือออกจากสอพินยา ทรุดลงตามจะเด็ด สอพินยาพอรู้ว่าเป็นมังตรายิ่งโกรธหนัก และกลายเป็นอาฆาตแค้น
       มังตรากราดมองไปทั่วๆ แล้วมาหยุดนิ่งอยู่ที่นันทวดี แล้วสีหน้าเปลี่ยนไป นางมองพระราชบุตรอย่างตื่นตระหนก
       มังตรายืนอยู่กับสอพินยา นอกนั้นถวายบังคมอยู่กับพื้น
       
       มังตราประทับบนตั่งของขุนวัง ทุกคนหมอบเฝ้าอยู่โดยรอบ
       "มังตรามอบห่อของที่จันทราฝากมาให้จะเด็ด"
       นันทวดีลอบมอง สายตาเธอที่เคยมองจะเด็ดเปลี่ยนไป
       
       "พระพี่นางเป็นห่วงพี่ท่านเกรงว่ามาอยู่ไกลพระราชวัง จะไม่คุ้นเคย เราขอฝากท่านขุนวังดูแลพี่เราให้ดีด้วย ถึงแม้พี่ท่านจะไม่กล้ายอมนับญาติด้วยเรา แต่สำหรับเราแล้ว พี่ท่านคือผู้ดื่มนมร่วมแม่เดียวกัน"
       ระหว่างมังตราพูดสายตามักจะจับจ้องอยู่ที่นันทวดีเสมอ นางพยายามไม่สบตา เพราะเข้าใจความหมายบางอย่าง
       
       ภายในห้องจะเด็ด เรือนเล็กขุนวังทะกยอดิน เขาเดินเข้ามารีบแกะห่อผ้าที่จันทราฝากมาดู เป็นหีบไม้หอมสวยงาม เมื่อเปิดกลักเงินอยู่ในนั้นอีกทีและในกลักเงินนั้นมีปอยผมอยู่ และในหีบไม้จะมีดอกไม้ที่จะเด็ดชอบพร้อมกับจดหมายแผ่นเล็กๆ เขารีบเปิดอ่าน
       "น้องขอฝากปอยผมอันอยู่สูงเหนือเกล้า มากราบพี่ท่านด้วยความระลึกถึง"
       จะเด็ดรู้สึกปลาบปลื้มใจ เอากลักใส่ผมของจันทราขึ้นมาดม
       
       ในเรือนใหญ่ จะเด็ดกำลังเฝ้าดูแลสอพินยาอยู่กับพวกมหาดเล็กหงสาวดี
       "จะเด็ด เจ้าเป็นคนฉลาดเติบโตถึงในพระราชวังหลวง แต่กลับถูกขับให้มารับราชการอยู่ในกรมวังนี้ เหมือนจะหาความเป็นใหญ่ไม่ได้ หากจะตามเราไปที่หงสาวดีซึ่งใหญ่โตกว่าตองอูหลายสิบเท่า แล้วเราจะชุบเลี้ยงเจ้าให้ถึงเสนาบดี เจ้าจะไปกับเราไม๊" สอพินยาถาม
       จะเด็ดสีหน้าซื่อมองสอพินยานิ่ง
       "บอกมาเถอะ...ว่ายินดีหรือไม่"
       "ข้าพเจ้ายินดีเป็นยิ่งนักที่พระอนุชาทรงเมตตา"
       สอพินยาตัดสินใจพูด
       "งั้น...เรามีเรื่องแรกที่จะวานให้เจ้าทำ"
       "เรื่องอะไรหรือท่าน"
       "เรา พึงใจในแม่นางนันทวดีมาก ถ้าเจ้าบอกนางและดูท่าทีของนางว่ามีใจหรือไม่ เราจะแทนคุณให้ถึงขนาด"
       จะเด็ดจ้องมองสอพินยานิ่งเหมือนไม่รู้สึกอันใด
       
       นันทวดีนั่งทำงานอยู่ที่ศาลาหน้าเรือน สาวใช้นั่งร้อยมาลัยอยู่ใกล้ๆ นางทำงานไปพลางแหย่สาวใช้ไปอย่างอารมณ์ดี จะเด็ดเดินมาทรุดลงนั่งอยู่ตรงข้าม นันทวดีเหมือนจะหายใจขัด จนทำอะไรไม่ถูก
       "ท่านคงกำลังอารมณ์ดี ข้าพเจ้าจะมาบอกความที่รับปากคนที่วานข้าพเจ้ามาได้กระมัง"
       นันทวดี มีสีหน้าแปลกใจ
       "แต่เผอิญเป็นเรื่องต้องพูดกันสองคน"
       คนใช้สาวๆ เดินออกไป จะเด็ดเริ่มต้นพูดกับนันทวดี
       "พระอุปราชสอพินยาให้ข้าพเจ้ามาบอกท่านว่า พระองค์รักท่านเหมือนจะกลืนเข้าไปกลางทรวง และให้ข้าพเจ้าคอยฟังคำตอบ ถ้าปฏิเสธ ท่านปฏิเสธด้วยมายา หรือไม่ท่านจะว่าอย่างไรก็ว่าเถิด ข้าพเจ้าจะคอยสังเกต"
       นันทวดีจ้องจะเด็ดอย่างตกตะลึงระคนด้วยความเสียใจ มือเท้าเย็นเหมือนจะเป็นลม จะเด็ดนั่งจ้องหน้า ตาไม่กระพริบตาคอยสังเกต
       
       ในเวลาต่อมา สอพินยานั่งสนทนากับจะเด็ดที่กลางห้อง
       "นางว่าอย่างไร ตอบรับหรือปฏิเสธ"
       "นางอ้ำอึ้ง ยังไม่ได้ให้คำตอบ"
       "แนวโน้มไปทางรับหรือปฏิเสธเล่า"
       "ข้าพเจ้ายังคาดเดาไม่ถูก ขอใช้เวลาอีกสัก 2-3 วัน พระอนุชา"
       
       สอพินยาอึดอัด กระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก

ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 2
        เนินเขานอกเมืองตองอู มหาดเล็ก 4 คนของมังตราควบม้านำจะเด็ดขึ้นเนินมาที่ขบวนม้าของมังตราประทับอยู่ก่อนแล้ว มังตราดีใจยิ้มให้อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
        
       "จะเด็ดพี่ท่าน เรามีเรื่องจะขอให้ช่วย"
       "อะไรหรือพระราชบุตร"
       มังตราชักม้าเดินออกมาให้ห่างจากมหาดเล็ก จะเด็ดชักม้าตามไปใกล้ๆ
       "พระราชบุตรมีเรื่องร้อนใจอันใด"
       มังตรายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ยื่นหน้าเข้ามากระซิบ จะเด็ดตกใจท่าทางอึดอัด มองหน้าพระราชบุตร
       "ไม่ดอก พระราชบุตรมาครั้งก่อนก็ก่อความโกลาหลทีหนึ่งแล้ว มาครั้งที่สองก็จะเอาแต่ใจตัว นางเป็นหญิงนะ ใจเย็นๆเถิด"
       "เราไม่เหมือนพี่ท่านนี่ ท่านน่ะยิ่งนานวัน หญิงยิ่งรัก เราน่ะรึ...ฮึ ไม่อยากพูดเลย ยิ่งนานวันหญิงยิ่งเกลียด"
       "เกลียดความลุกลี้ลุกลนของท่านนะซิ โธ่...มังตรา ท่านนั้นเป็นพระราชบุตรเมืองตองอูนะ"
       มังตราไม่ฟัง
       "ไม่รู้ล่ะพี่ท่านต้องพูดตามที่เราบอก พรุ่งนี้เราต้องได้คำตอบ"
       พูดจบมังตราชักม้าควบออกไปทันที มหาดเล็กตกใจ ไม่ทันตั้งหลักรีบควบตาม จะเด็ดจะอ้าปากพูดอะไรก็ไม่ทัน
       
       เวลากลางคืนวันเดียวกัน แสงตะเกียงสว่างอยู่บนตั่งทำงาน ที่ศาลาหน้าเรือน นันทวดียังนั่งทำงานอยู่กับสาวใช้ อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางวันที่ยังทำไม่เสร็จ ไขลูเดินมาหยุดมอง แล้วชงัก เห็นจะเด็ดเดินมาทรุดลงนั่งตรงข้ามที่เดิม ท่าทางขาดความมั่นใจ ผิดจากเมื่อตอนกลางวันที่มาพูดเรื่องสอพินยากับนันทวดี ไขลูแอบมองอยู่ไกลๆ
       "คราวนี้มีใครฝากความรักมาอีกล่ะ แล้วพรุ่งนี้มะรืนนี้จะเป็นใคร"
       "พรุ่งนี้ มะรืนนี้ ข้าพเจ้ายังไม่ทราบ แต่วันนี้..."
       นันทวดีหน้าขุ่นมัวทันที
       "ไม่ต้องบอกนะ เราไม่อยากฟัง"
       "แต่ข้าพเจ้าถือความสัตย์ตามหน้าที่ที่รับปาก น้องท่านจะฟังหรือปิดหู ข้าพเจ้าก็จะบอกตามหน้าที่ ราชบุตรมังตรารักท่านแทบจนล้นพระทัย"
       นันทวดีปิดหูสองข้าง
       "ไม่อยากฟัง อย่าบังอาจพูดอีก"
       "ข้าพเจ้าสมบูรณ์ตามหน้าที่แล้ว"
       นันทวดียังคงเอามือปิดหูตัวเองอยู่
       "ไป .ไปให้พ้นเรา ทำไมต้องนำเรื่องแบบนี้มาบอกเรา"
       จะเด็ดพูดกับตัวเองเบาๆ
       "แนะผู้หญิงให้มีคู่ไม่เห็นผิดตรงไหนเลย"
       จะเด็ดเดินออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
       
       วันรุ่งขึ้น บนเนินเขาชานเมืองตองอู มังตราควบม้ามาอย่างรวดเร็ว องครักษ์ 4 คนควบตามแทบไม่ทัน จะเด็ดยืนม้ารออยู่บนเนิน มังตราหยุดม้าเทียบใกล้ๆอย่างตื่นเต้น
       มังตรามองหน้า นัยน์ตาเป็นคำถามอย่างอยากรู้สุดขีด
       "จะเด็ดพี่ท่าน นางว่าอย่างไรบ้าง"
       จะเด็ดหน้าหมองบอก
       "นาง...นางเขินอาย ไม่ยอมเอ่ยคำใด"
       มังตรานิ่งไปอึดใจ แล้วยิ้มกว้าง
       "แปลว่า นางไม่โกรธ เรายังมีหวังนะซิ"
       จะเด็ดยิ้มแกนๆ
       "มีแน่ ยังไงข้าพเจ้าก็ต้องทำให้นางสนใจในพระราชบุตรตองอูมากกว่าผู้อื่น"
       มังตราตบไหล่จะเด็ดแรง
       "ดีมาก"
       มังตราดีใจควบม้ากลับไปอย่างรวดเร็ว องครักษ์ตามแทบไม่ทันเช่นเคย จะเด็ด งงๆแต่ก็ยิ้มๆ จะเด็ดกำลังจะชักม้ากลับ แต่เสียงม้าควบกลับมา จะเด็ดรู้แล้วว่าเป็นมังตรา ก็ควบม้ามาเทียบข้างๆ
       "มีอะไรจะสั่งเป็นความไปถึงพระพี่นางไม๊"
       "มี พระราชบุตร ทูลตะละแม่ด้วยว่าข้าพเจ้าจะรักษาสิ่งที่ประทานไว้กับตัวตลอดไป"
       
       สวนบ้านขุนวังทะกยอดิน ในตอนเย็น นันทวดีกำลังจัดเย็บโคมประทีปใบใหญ่สำหรับลอยไฟในวันพรุ่งนี้กับเหล่าสาวใช้ 4-5 คน จะเด็ดขี่ม้าเข้ามาหยุดมอง ฝ่ายนันทวดีหันมามองเขาอย่างไม่ค่อยพอใจเรื่องเก่าๆ จะเด็ดไม่กล้าเข้าไปหา จึงผูกม้าเดินขึ้นเรือนใหญ่ไป นันทวดีค้อนควักกับอากาศ
       
       มหาดเล็กเมืองแปรกำลังจัดเครื่องทรงให้กับอุปราชสอพินยา จะเด็ดเดินเข้ามามองอย่างแปลกใจ
       "จะเสด็จไปไหนพระอุปราช"
       "พระมหาสิริชัยะสุระได้ให้มหาดเล็กนำหนังสือเชิญไปงานลอยพระประทีปในวังหลวง"
       
       บรรยากาศพิธีลอยกระทง บริเวณท่าฉนวน พระจันทร์ดวงโตลอยอยู่กลางฟ้า นางรำกำลังร่ายรำอยู่บนกระทงกลางน้ำที่ตกแต่งเป็นดอกบัวขนาดใหญ่ มีนกยูงอยู่ในดอกบัวนั้น ท้องน้ำเต็มไปด้วยโคมประทีประยิบระยับ มังตราประทับดูการแสดงอยู่ในพลับพลา ด้วยท่าทางลุกรี้ลุกรน จันทรานั่งอยู่ในฉนวน ชะเง้อไปที่สอพินยาอยู่เพื่อหาจะเด็ด มีกระทงประทีปที่ทำมาเป็นพิเศษอยู่ใกล้ๆ ตองสานั่งชะเง้อมองสอพินยาอยู่ข้างหลัง พยายามจะส่งยิ้มให้
       จันทราเห็นสอพินยามองตอบอยู่กับไขลูที่นั่งห่างมังตราออกไป แต่ไม่มีจะเด็ด แต่สอพินยาเริ่มสนใจจันทราทันที
       ขบวนแห่กระทงประทีปของมังตรา ที่นันทวดีทำ เข้ามาโดยมีทะกยอดินกับนันทวดีเดินนำมาขบวนแห่ทั้งหมดเดินเข้ามากราบมังตรา
       มังตราลุกออกไปที่ท่าแพเพื่อลอยประทีป ทุกคนลุกตาม
       มังตรายิ้มถาม
       "เจ้าเป็นผู้เตรียมการนี้ใช่หรือไม่"
       นันทวดีไม่พอใจนัก แต่ก็ต้องสำรวม
       "พ่อท่านเป็นคนคอยบัญชาข้าพเจ้าอีกทีหนึ่ง พระราชบุตร"
       สอพินยาแยกตัวเดินมาทางตะละแม่จันทรา ตองสาดีใจ ทำท่าอายนึกว่า สอพินยาจะเดินมาหาตน พอเดินมาถึง สอพินยาก็ส่งเสียงเบาๆ นัยน์ตาแพรวพราวใส่ตะละแม่จันทราทันที
       "ตะละแม่พระพี่นางท่านช่างงามเหลือเกิน ข้าพเจ้าขอเป็นบุญได้อธิษฐานลอยประทีปคู่พระพี่นางเถิด"
       ตองสาหน้าเสีย โกรธ อิจฉาจันทราขึ้นมาทันที
       "ข้าพเจ้าไม่ได้เตรียมกระทงประทีปส่วนข้าพเจ้ามา ขอพระอุปราชลอยประทีปกับผู้อื่นเถิด...ข้าพเจ้าทูลลา"
       จันทราประนมมือไหว้แล้วหันหลังเดินเลี่ยงไป สอพินยาโกรธมากที่ถูกปฏิเสธเหลียวมาเห็นตองสายืนยิ้มอยู่ แล้วเดินถือกระทงประทีปเข้ามาถวายใกล้ๆ สอพินยารู้สึกอับอายจึงเดินหนีไป ตองสาเสียใจ ไขลูเดินเข้ามาหาตองสา
       "เรามีธุระจะเจรจากับเจ้า ถ้าปลีกตัวไปพบเราได้ที่บ้านขุนวังในคืนวันนี้ .ชีวิตเจ้าจะไม่ต้องถือของตามหลังผู้ใดอีก"
       
       ตองสาเกิดความทะเยอทะยาน นัยน์ตามีความหวังขึ้นทันที
        
       อ่านต่อหน้า 3 / 17.00 น.

จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017