หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ ซีซั่น 2

สื่อรักสัมผัสหัวใจ ซีซั่น 2 ตอนที่ 25

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
13 พฤศจิกายน 2556 17:05 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ซีซั่น 2 ตอนที่ 25
        สื่อรักสัมผัสหัวใจ ซีซั่น 2 ตอนที่ 25 (ต่อ)
       
       หมอตรวจอาการเบญจาอยู่ที่เตียง ทุกคนยืนมองอยู่นอกกระจกอย่างเอาใจช่วย อยากให้ดีขึ้นแล้วอยู่ทุกคนก็ต้องตื่นเต้นเมื่อเห็นเบญจาขยับตัว ค่อยๆลืมตาฟื้นขึ้น
       
       “เบญจาฟื้นแล้วค่ะติณห์” ญาณินบอก
       หมอรีบใช้ไฟฉายส่องดูปฏิกิริยาที่ตาของเบญจา สั่งเพิ่มยา วิตามินทางสายน้ำเกลือเบญจาค่อยๆขยับหน้าหันมองตะแคงมาที่กระจก ตาของเบญจาจ้องมาที่ติณห์น้ำตาไหล พร้อมกับค่อยๆยกมือที่เสียบสายน้ำเกลือขึ้นอย่างสั่นเทาชี้มาที่ติณห์ พร้อมปากขยับเรียกติณห์
       “ติณห์คะเบญจาคงอยากจะให้คุณเข้าไปเยี่ยม”
       ญาณินพยักหน้าให้ติณห์เข้าไป
       
       ติณห์เดินเข้ามาในห้องICU หมอให้พยาบาลฉีดวิตามินยาต่างๆเข้าสายน้ำเกลือของเบญจาเสร็จ ก็เดินหลีกทางผละออกไปปล่อยให้ติณห์อยู่กับเบญจาตามลำพังเบญจายิ้มดีใจทั้งน้ำตา พูดอย่างอ่อนแรง
       “พี่...ติณห์...หนู...อยากจะ...ขอโทษ”
       “เฮ้...โอเค ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น พี่ยกโทษให้เบญจาหมดแล้ว”
       เบญจาน้ำตายิ่งไหล
       “พี่ติณห์ไม่โกรธ...เกลียด...สาปแช่งหนูเหรอคะ”
       เบญจายื่นมือมาจับมือติณห์ไว้
       “เรื่องทุกอย่างมันจบลงแล้ว อย่าไปพูดถึงมันอีกเลยนะ สิ่งที่เบญจาต้องทำตอนนี้คือรักษาตัวให้หายไวๆนะครับ แล้ว...ออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นคนใหม่เป็นเด็กสาวที่มีอนาคต”
       “ขอบคุณ ขอบคุณมากค่ะพี่ติณก์ แต่หนู...ไม่มี...โอกาส...จะได้ออกไปหรอก”
       ติณห์รู้สึกสงสารมาก จับมือเบญจาตอบ ปลอบใจ
       “โนๆ อย่าพูดอย่างงั้น ทุกคนเกิดมามีสิทธิ์ทำผิดพลาดด้วยกันทั้งนั้นแต่ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะแก้ตัวใหม่...ทำดีลบล้างความผิดของตัวเองได้นะเบญจา”
       เบญจาส่ายหน้า
       “ชะตากรรมของหนู ถูกลิขิตเอาไว้แล้วค่ะพี่ติณห์ แต่ก่อนที่หนูจะต้องชดใช้กรรมที่ตัวเองได้ทำไว้กับพี่ กับครอบครัวของพี่ กับพี่ญาณินคนที่พี่รัก หนูอยากจะให้พี่รู้เอาไว้ว่า ความรักที่หนูมีให้พี่ มันไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งทำแต่มันเป็นความรักที่แท้จริง”
       ติณห์นิ่งอึ้งไป
       “หนูมีความสุขมากเวลาที่ได้อยู่กับพี่ ความสุขที่หนูไม่เคยรู้จักมาก่อน ขอบคุณมากนะคะพี่ติณห์ หนูจะไม่มีวันลืมรักครั้งแรกและครั้งเดียวที่หัวใจของหนู ได้รู้จัก..กับความอ่อนหวาน..แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ..ก็ยังดี..จริงๆนะคะ”
       เบญจายิ้มอย่างมีความสุข ติณห์ได้แต่ยิ้มตอบ
       
       ทางเดินด้านนอกห้องICU...สุคนธรสเดินออกมารับโทรศัพท์ด้านนอก โดยมีไตรรัตน์ตามออกมา
       “ฮัลโหลยัยเนตรเป็นไง เจอตัวยัยพีชมั้ย...อะไรนะ แล้วตอนนี้แกอยู่ไหนฉันยังอยู่โรงพยาบาล จะรีบไปหาเดี๋ยวนี้”
       สุคนธรสวางสายแล้วรีบดึงไตรรัตน์ไป
       
       สุคนธรสกับไตรรัตน์รีบมายังห้องฉุกเฉินสุพิชชาที่ร่างกายซีกซ้ายอ่อนแรงเป็นอัมพฤกษ์ปากยังไม่เบี้ยว แต่เริ่มพูดช้าๆ ไม่ชัด ลิ้นแข็ง แต่พยายามจะปีนลงจากเตียงณัฐเดช หมอ พยาบาลพยายามช่วยกันจับพาขึ้นเตียงอีกครั้ง แต่สุพิชชา พยายามดิ้นมาที่เนตรสิตางศุ์ที่ยืนตกใจเกาะวรวรรธอยู่
       “สะใจใช่ไหม น้องเนตร สมใจแล้วใช่ไหม วรรษ ที่พีชกลายเป็นแบบนี้”
       เนตรสิตางศุ์ส่ายหน้า
       “ไม่ใช่นะคะ พี่พีช เนตรตกใจ เนตรเสียใจด้วยจริงๆนะคะ”
       “ไม่ต้องมาเสียใจ ไม่ต้องมาสงสาร ถ้าพีชต้องอยู่อย่างน่าสงสาร พีชขอตายดีกว่า”
       “พีช...คุณเส้นเลือดในสมองแตกอาการหนักมากแล้วนะ ขึ้นเตียงให้หมอรักษาคุณก่อน” วรวรรธขอร้อง
       “ฉีดยาให้พีชตายไปเลย พีชทนเป็นคนพิกลพิการไม่ได้ ให้ฉันตายไปเดี๋ยวนี้ หมอ พยาบาลทุกคนใครทำให้ฉันตายได้ ฉันจะให้รางวัลอย่างงามเลย” สุพิชชาหันมาทางณัฐเดช “พี่ณัฐก็เหมือนกัน ไม่ต้องมามองพีชอย่างสมเพชเวทนา ใครกันแน่ ที่น่าสมเพช...พี่น่ะ มันก็แค่เครื่องมือที่พีชใช้ เพื่อจะได้แก้แค้นน้องสาวพี่ กะหมอวรรธเท่านั้นแหละ”
       ณัฐเดชอึ้ง
       “พีช”
       ทุกคนตกตะลึง โดยเฉพาะสุคนธรสกับไตรรัตน์
       “ทำไมพูดกับพี่ณัฐอย่างงั้น”สุคนธรสไม่พอใจ
       อยู่ๆสุพิชชาสะดุ้ง กุมหัว แล้วทรุดลง
       “อ๊า...ปวด...ปวดมาก”
       “พีช...” วรวรรธตกใจรีบบอกกับพยาบาล “รีบเอาเข้าไปเลยครับ ผมเกรงว่า เส้นโลหิตในสมองของพีชจะแตกมากขึ้นกว่าที่แรกแล้วนะครับ”
       พวกพยาบาลจะเข้าไป สุพิชชาดิ้นๆ
       “ไม่ ปล่อยให้ฉันตายไปเลย อย่ามาช่วย อย่ามา...รัก...ษา...”
       อยู่ๆหน้าสุพิชชาค้าง อ่อนแรง ขา แขนนิ่งงันพวกพยาบาลยืนอึ้งณัฐเดชแหวกทุกคน เข้าไป อุ้มสุพิชชา ที่กลอกตา มองหน้า
       “ให้เอาเข้าไปห้องไหนครับ”
       พยาบาลรีบเปิดทาง นำไปณัฐเดชอุ้มไปเนตรสิตางศุ์มองอย่างเศร้าใจ
       “เนตรสงสารพี่ณัฐ...พี่ณัฐคงรักเขามาก...มากจน...”
       “ห่วงตัวเองเถอะยัยเนตร มาให้กอดทีซิ” สุคนธรสอ้าแขน
       เนตรสิตางศุ์เข้ามากอดสุคนธรส
       
       ณัฐเดชยืนพิงผนังซึม สุดแสนเสียใจไตรรัตน์ยืนพิงผนังอีกด้านมองอยู่
       “ฉันขอพูดตรงๆนะไอ้ณัฐ ฉันไม่อยากเห็นคนดีๆอย่างแกต้องเสียใจเพราะยัยพีชอีกแล้ว”
       ณัฐเดชเงยหน้ามองไตรรัตน์
       “ฉันทำผิดมากเหรอวะที่พยายามจะให้โอกาสผู้หญิงที่ฉันรัก”
       “แกไม่ผิดหรอก แกทำดีเกินไปด้วยซ้ำ แต่สำหรับคนบางคนนะเว้ย เราให้โอกาสเขา แต่กลับลืมไปว่า เรากำลังทำร้ายอีกคนที่รักเรามากกว่า”
       ณัฐเดชอึ้งไป ไตรรัตน์เดินเข้ามาจับไหล่ณัฐเดช
       “และที่สำคัญ แกกำลังทำร้ายตัวเองอยู่แกจะเป็นอีกนานไหม”
       
       ไตรรัตน์พูดเสร็จตบไหล่ณัฐเดช ให้กำลังใจ แล้วเดินจากมา ทิ้งให้ณัฐเดชได้คิดตัดสินใจคนเดียว

สื่อรักสัมผัสหัวใจ ซีซั่น 2 ตอนที่ 25
        สุพิชชานอนอยู่บนเตียงในสภาพที่แน่นิ่ง ไม่มีแรงใดๆ แต่ตามองมาณัฐเดชยืนมอง
       
       “พีช...”
       สุพิชชาได้แต่มอง ปากพูดแทบไม่ได้แล้ว
       “จะให้พี่ทำอะไรพีช”
       สุพิชชาพูดอย่างยากลำบาก
       “ไป-ให้-พ้น”
       ณัฐเดชพยักหน้า
       “ได้...พี่จะไป”
       “ไม่ต้อง กลับมา พีช ไม่ต้องการ ให้ใครเห็น พีชหน้าตา น่า เกลียด แบบนี้”
       “หน้าตาน่าเกลียด ยังดีกว่าจิตใจน่าเกลียดนะพีช...แต่...ไม่ว่าพีชจะทำอะไรลงไป พี่กับน้องสาวของพี่และวรวรรธ พี่มั่นใจว่าพวกเราทุกคนเป็นอันเหนึ่งอันเดียวกัน และคิดเหมือนกัน คือพวกเราจะไม่ถือโทษโกรธเคืองพีช”
       “โกรธพีชเลย เกลียดเลย อาฆาตเลย พีชไม่ต้องการ การให้อภัย เพราะความสมเพชเวทนา”
       “พี่ และน้องพี่ รวมทั้งวรวรรธ เราเป็นคนดีเกินไปน่ะพีชแม้แต่ความร้ายของพีช ก็ไม่อาจ ทำลายความดีของพวกเราได้”
       สุพิชชาชะงัก
       “อะไรนะ...พี่ณัฐยังจะรักพีชอยู่เหรอ”
       “เปล่า...พีช พี่ไม่รักพีชแล้ว แต่พี่จะดีกับพีชตลอดไป ขอให้พีชรู้ว่าต่อไปนี้ เราจะดีกับพีช จะมาเยี่ยม จะมาดูแลเป็นกัลยาณมิตรของพีช แม้ว่าเราจะไม่เกี่ยวอะไรกัน ไม่รัก ไม่ต้องการ ไม่มีเรื่องส่วนตัวอะไรอีกแล้ว แต่เราจะปฏิบัติต่อพีช เยี่ยงเพื่อนร่วมโลก ร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกัน พีชป่วย ทั้งกายใจพีชไม่เมตตากระทั่งตัวเองคนอย่างพีชพวกเราเกลียดไม่ลงหรอก”
       สุพิชชาอึ้ง น้ำตาไหลทะลัก
       
       เนตรสิตางศุ์กับวรวรรธ รออยู่หน้าห้องณัฐเดชเปิดประตูเดินออกมาจากห้องทุกคนหันไปมอง ลุ้นว่าณัฐเดชจะตัดสินใจยังไงณัฐเดชมองมาที่เนตรสิตางศุ์กับวรวรรธแล้วเดินเข้ามากอดทั้งสองไว้
       “พี่ขอโทษนะเนตร ขอโทษนะหมอ กับ...เรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมด พี่เอง ที่ผิดพลาดไป”
       เนตรสิตางศุ์กับวรวรรธกอดปลอบณัฐเดช
       “พี่ณัฐไม่ผิดหรอกค่ะ ถ้าเขามาดีเรื่องพวกนี้คงไม่เกิดขึ้นพี่ณัฐไม่ต้องขอโทษพวกเรา และสำรับพี่พีชเราบอกเลย ว่าเราไม่มีความโกรธเกลียดอะไรเหลืออยู่อีกแล้ว วิญญาณ ภูติ ผี สัมภเวสีที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน เรายังแผ่เมตตาให้เขาไปที่ชอบๆได้ นี่คนด้วยกัน รู้จักกันดี ชาติก่อน เราอาจเคยทำร้ายเขาไว้มาก ชาตินี้เขาเลยตามมาดังนั้น เราขอให้เวรกรรมของเรากับพี่เขาจบลงในชาตินี้ ขออธิษฐานให้พี่เขาหายดี ทั้งกายและใจ ขออย่าให้ต้องมีเวรต่อกันไปถึงชาติหน้าเลย”
       วรวรรธเสริม
       “ผมขอร่วมด้วย ช่วยเมตตาต่อพีชด้วยคนนะครับพี่ณัฐ”
       “เนตรกับวรรษเชื่อไหม พี่ก็คิดแบบนี้ แล้วพี่ก็บอกเขาไปแล้ว”
       “ดีค่ะ พี่ณัฐ แต่เราจะไม่ทิ้งเขานะคะ ในเมื่อเขามีตัวคนเดียวในโลกเราก็จะช่วยเป็นญาติธรรมให้เขาค่ะ” เนตรสิตางศุ์มุ่งมั่น จริงจัง “ให้มันรู้ไป ว่าความดี จะเอาชนะความชั่วไม่ได้ วันใดเขาหายป่วยใจเรื่องป่วยกายก็เป็นเรื่องเล็กๆล่ะ”
       “เนตรของพี่น่ารักเสมอกลับบ้านเรากันเถอะ”
       ทั้งสามคนเดินไปด้วยกัน
       
       ในห้อง...นางพยาบาลเสียบสายน้ำเกลือ ให้ยาเสร็จ ออกไปสุพิชชานอนอยู่บนเตียงตามองไปที่แหวนซึ่งณัฐเดชได้ถอดวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง เธอนึกย้อนไปวันนั้นที่ได้มอบแหวนให้กันสุพิชชารู้สึกใจหายเป็นครั้งแรก นับแต่นี้ไม่มีณัฐเดชอีกแล้ว เธอหันมองไปรอบๆห้อง พบว่าตัวเองอยู่คนเดียวมันแสนโดดเดี่ยวอ้างว้างเหลือเกิน เธอรำพึงในใจ
       “อนิจจา โอกาสที่จะมีความสุขเคยอยู่แค่มือเอื้อม แต่ฉันกลับโยนทิ้งไป และโอกาสอย่างนี้ที่จะมีคนที่รักฉันจริงๆอย่างไร้เงื่อนไขใดๆคงจะไม่กลับมาอีกแล้ว”
       สุพิชชานิ่ง น้ำตาไหล เต็มไปด้วยความเสียใจ กับสิ่งที่ตนทำไป
       
       ภายในบริษัทซิกส์เซ้นส์ เช้าวันใหม่...จุนจีตื่นเดินลงบันไดมา การมาพักที่นี่แม้จะไม่หรูหราสะดวกสบายราวซุปเปอร์สตาร์ แต่ก็ทำให้เขามีความสุข อิสระ สบายใจ ที่สำคัญได้อยู่ใกล้ๆคนที่เขารัก
       จุนจีมองหากรรัมภา แล้วก็เห็นเธอกำลังพยายามจะทำอาหารเช้าอยู่ที่ครัว
       “ทำอาหารทำไมมันยากกว่าเขียนอายไลเน่อร์นักนะต่อไปฉันจะไม่ติแกอีกแล้วยัยเนตรแกเก่งจริงๆที่พลิกแพลงทำอาหารได้หลายอย่าง”
       กรรัมภาพูดพลางพยายามพลิกแป้งแพนเค้ก จนมันเละ
       “ที่รัก ผมช่วยนะครับ”
       จุนจีเดินเข้ามาโอบจับมือกรรัมภาที่ถือพายไม้และด้ามกระทะทางด้านหลังกรรัมภาสะดุ้งนิดๆ
       “อุ้ย”
       “เวลาทอดแพนเค้กคุณต้องใจเย็นๆซีครับ หยอดแป้งแล้วต้องร้องเพลงรอว่าซารางแฮโยจุนจี…ซารางแฮโยจุนจีไหนพูดซิ”
       กรรัมภาเขินๆ
       “ซารางแฮโยจุนจี...ซารางแฮโยจุนจี”
       จุนจียิ้มขำมีความสุข
       “เห็นไหมๆ แป้งเริ่มสุกแล้ว พอมีฟองอากาศแบบนี้ เราถึงค่อยพลิก”
       จุนจีพลิกแป้งแพนเค้ก เห็นเป็นสีน้ำตาลสวยกรรัมภาตาโต
       “ว้าว...สีสวยน่ากินมาก ปาร์คจุนจีทำอาหารก็เป็นด้วยจริงๆ”
       จุนจีหอมแก้มกรรัมภาฟอดหนึ่ง
       “ดีมากแฟนคลับอันดับหนึ่งของจุนจี”
       “เอ่อ...”
       กรรัมภาอึ้งค้างไปเลย
       “ทีนี้ก็ต้องร้องเพลงรออีกหน่อย ให้แป้งสุก ร้องต่อซิเร็ว...ซารางแฮโยจุนจี”
       “ซารางแฮโยจุนจี...ซารางแฮโย...เอ่อ...ฉันรักคุณจุนจี”
       จุนจีถึงกับอึ้ง จับกรรัมภาให้หันมา
       “ผมชอบภาษาไทยมากกว่านะ คำว่ารักเพราะกว่าเยอะเลย”
       ทั้งสองมองหน้ากันซึ้งจุนจียื่นหน้าจะจูบแต่กรรัมภาทำจมูกฟุตฟิต
       “เหม็นกลิ่นอะไรไหม้ๆ” เธอหันไปมองกระทะ “ว้ายแพนเค้กไหม้แล้ว”
       จุนจีตกใจ
       “เฮ้ย...แพนเค้กของจุนจี”
       ทั้งสองทำหน้าแหยให้กันแล้วก็หัวเราะ จุนจียื่นมือขยี้หัวกรรัมภา
       “ไม่เป็นไร ม่ะ...เดี๋ยวจุนจีจะทอดให้กินเองนะ แน-ยอ-จา-ยาห์”(ผู้หญิงของผม)
       จุนจีคว้าหมวกมาใส่แล้วลงมือหยอดแป้งอีกครั้ง
       
       อรวรรณรดน้ำต้นไม้ พลางฮัมเพลงแร็บเกาหลีของจุนจีอยู่หน้าบริษัท เต้นไปโดยไม่รู้ตัว
       “อุ้ยตาย ลืมตัว ปากกับท่าทางไปเอง โฮ่ย...ตั้งแต่นายจุนจิมาพักอยู่ด้วยเนี่ย โรคติ่งเกาหลีก็แพร่เชื้อจากยัยหนูแก้มมาสู่เรา”
       อรวรรณรู้สึกว่าใครโผล่มายืนจ้องอยู่หน้าบ้าน ค่อยๆหันไปมองที่รั้ว แล้วต้องตกใจ
       “ว้ายตาเถร”
       อรวรรณตกใจพร้อมกับฉีดน้ำไปด้วยลีจองกุ๊กยืนลูบหน้าพ่นน้ำอยู่
       “ผมจองกุ๊กเองคร้าบ ไม่ใช่ตาเถร”
       “ก็แล้วทำไมคุณจองกุ๊กหน้าตาเป็นแพนด้าจีนอย่างงั้นล่ะค่า”
       ลีจองกุ๊กยืนหน้าละห้อย ขอบตาทั้งสองคล้ำดำเหมือนคนเครียดๆไม่ได้หลับได้นอนมาเป็นเดือน
       “ผมถูกเล่น”
       “หา มีคนเล่นของทำคุณไสย์ใส่คุณเหรอคะไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวให้ห้าสาวทำพิธีช่วยคุณได้ค่ะ”
       “ไม่ต้องห้าสาวหรอกครับ แค่ผมพาจุนจีกลับไป ผมก็ไม่ถูกบริษัทที่เกาหลีเล่นแล้วล่ะครับไม่อย่างงั้น ผมแย่แน่ๆเลย”
       อรวรรณอึ้งไปเลย
       
       “คุณจุนจีเหรอคะ เอ่อ...”

สื่อรักสัมผัสหัวใจ ซีซั่น 2 ตอนที่ 25
        จุนจีกับกรรัมภากำลังนั่งกินแพนเค้ก เนย น้ำผึ้ง สวีตกันอยู่
       
       “อืม...มา-ชิล-ซอ-โย!แซ่บอีหลี...ลำแต้ๆ...หร่อยจังฮู้”
       จุนจีหัวเราะ
       “ฮ่ะๆ ภาษาอะไรของคุณ”
       “ก็ภาษาไทยนี่แหละ...ลำแต้ๆแปลว่าอร่อยภาษาเหนือแซ่บอีหลีภาษาอีสานหร่อยจังฮู้ภาษาใต้”
       “อ๋อ...หร่อยจังฮู้ๆ”
       กรรัมภาขำ
       “ฮ่ะๆ น่ารักจุงเบย”
       กรรัมภายื่นมือไปตบแก้มจุนจีเบาๆ แต่เขาจับมือเธอไว้
       “แล้วผมก็มีความสุขจังฮู้ที่มีคุณเข้ามาอยู่ในชีวิตของผม”
       กรรัมภายิ้มจับมือกันไว้
       
       กรรณาที่เพิ่งตื่นนอน เดินหาวลงบันไดมา เห็นภาพทั้งคู่ต้องชะงักแอบมองยิ้มๆที่เห็นเพื่อนมี ความสุข แต่แล้วอรวรรณก็พาลีจองกุ๊กเดินเข้ามากรรณาชะงัก
       “เอาแล้วไงยัยแก้ม”
       “เอ่อคุณจุนจีค่ะ ผู้จัดการมาหาแน่ะค่ะ”
       จุนจียังคงนั่งนิ่งไม่หันไปมอง หน้าที่เคยเบิกบาน หุบลงทันที ขณะที่กรรัมภาเหมือนรู้ชะตา กรรมลุกขึ้นยืนฝืนยิ้มให้
       “เอ่อ...สวัสดีค่ะคุณจองกุ๊ก ทานอาหารเช้าด้วยกันซิครับ”
       ลีจองกุ๊กหน้าเครียด
       “ผมกินอะไรไม่ลงมาหลายวันแล้ว และคงกินไม่ลงต่อไป ถ้าจุนจีไม่กลับไปเกาหลีกับผม”
       จุนจีลุกขึ้นยืนทันที
       “ฉันบอกนายแล้วว่าอย่าตามหาฉัน ฉันจะกลับไปหานายเอง”
       “แล้วเมื่อไหร่ล่ะนายถึงจะกลับไปจุนจี”
       “เมื่อฉันพอใจจะกลับ”
       “จุนจีนายอย่าทำอย่างงี้เลย ฉันขอร้อง”
       ลีจองกุ๊กพูดพลางคุกเข่าลงทำเอาทุกคนตกใจกรรัมภาตะลึง
       “คุณจองกุ๊ก”
       จุนจีเองก็ตกใจหันไปมอง
       “นายทำบ้าอะไรห่ะ คุกเข่าทำไม ลุกขึ้น ฉันบอกให้ลุก”
       ลีจองกุ๊กส่ายหน้า
       “ตอนนี้มีคอนเสิร์ตใหญ่ของค่ายรอนายอยู่ที่เกาหลี มีละครอีก2เรื่อง มีโฆษณาอีก5ตัวมีหนังร่วมทุนกับญี่ปุ่นอีก1เรื่อง แล้วก็มีอัลบั้มเพลงชุดใหม่ที่รอให้นายเข้าห้องอัดอีกทุกอย่างคือชีวิตของนายทั้งนั้น ถ้าฉันลุกขึ้น แล้วเดินออกจากที่นี่ไปยอมให้นายทำตาม ใจตัวเองอย่างที่แล้วๆมาอีก ฉันจะเป็นผู้จัดการที่ไม่เอาไหน ฉันทำลายอนาคตของนายทำให้ชีวิตซุปเปอร์สตาร์ของปาร์คจุนจีต้องปิดฉากลง ฉันจะไม่ทำอย่างนั้น ไม่ทำอีกฉันต้องพานายกลับไปเกาหลีให้ได้”
       “นายกำลังบีบบังคับฉันเหรอจองกุ๊ก”
       กรรัมภาเข้าไปจับแขนจุนจี ขอร้อง
       “จุนจีค่ะ อย่าไปว่าคุณจองกุ๊กเลย คุณจองกุ๊กทำหน้าที่ได้ถูกแล้ว คุณควรกลับไปเป็นปาร์คจุนจี กลับไปในที่ที่คุณจากมา แฟนคลับทุกคนที่รักคุณกำลังรอคุณอยู่”
       จุนจีอึ้ง
       “คุณแก้ม”
       กรรัมภาฝืนยิ้มเศร้ากรรณากับอรวรรณหันมามองหน้ากันหนักใจทันใดเสียงแฟนคลับดังขึ้นที่หน้าบ้าน
       “จุน-เป้ยอิสเรียลๆ”
       กรรณาตกใจ
       “โฮ่ย...อะไรกันอีก”
       กรรณากับอรวรรณไปแหวกม่านดูที่หน้าต่างเห็นก้องฟ้า กำลังกางแขนห้ามแฟนคลับเข้าบ้าน
       “เข้าไม่ได้ครับ ที่นี่เป็นที่ส่วนบุคคล ห้ามคนภายนอกเข้าถ้าไม่ได้รับอนุญาต ถ้าใครเข้ามาถือว่าบุกรุก ผิดกฎหมายนะครับ”
       แฟนคลับมาออกันเต็มอยู่นอกรั้ว โดยมีเป้ยยืนนำอยู่ข้างหน้าป้ายเด่นๆ ใหญ่ๆ เขียนว่า บ้านจิ้นจุนจีกับเป้ย จุน-เป้ยอิสเรียลแฟนคลับตะโกน
       “จุน-เป้ย เป็นเรื่องจริงๆ”
       ก้องฟ้าแย้ง
       “ไปเรื่องจริงกันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบครับ แหม...พวกบ้านจิ้นนี่ จิ้นกันเก่งจริงๆเลย”
       “ก็ถ้าฉันบอกว่าจริงมันก็ต้องจริงสิ ใครจะเถียง ภาพถ่ายฉันก็มี” เป้ยยืนยัน
       “เอ๊า ภาพที่จัดถ่าย กับที่ตัดต่อ ไม่นับสิครับ ของจริง มันต้อง จุน-แก้มครับ”ก้องฟ้าตะโกน “จุน-แก้มๆอิสเรียลๆ”
       “ไม่จริงๆ” เป้ยตีก้องฟ้า
       อรวรรณจำได้
       “อุ้ย...ยัยเป้ยนี่คะ มากับเขาด้วย ดูสิ ทำร้ายร่างกายนายก๊องใหญ่เลยค่ะ”
       “ไม่มาได้ไงป้า ป้ายไฟก็บอกอยู่แล้วว่าบ้านจิ้นจุนจีกับเป้ยจุน-เป้ยอิสเรียลซะขนาดนั้น แม่ดาราดังก็ต้องมาแสดงสิทธิ์ในฐานะคู่จิ้นของปาร์คจุนจีน่ะซีคะ”
       “คู่จิ้น...แบบว่าคิดไปเองน่ะเหรอคะว่าเป็นอะไรกับปาร์คจุนจี”
       กรรณาหันมามองจุนจี
       “ชีวิตซุปเปอร์สตาร์ของคุณนี่มันยุ่งยากจริงๆเลยนะ มีแต่ข่าวโน่นข่าวนี่เต็มไปหมดแล้วคุณก็ปล่อยให้มันเป็นข่าวต่อไป ไม่คิดที่จะทำไรเลย แต่กับเรื่องจริง ที่กำลัง เกิดขึ้นในบ้านหลังนี้ คุณกลับต้องหลบๆซ่อนๆมัน โดยเฉพาะเรื่องที่คุณรักใคร ฉันว่ามันไม่แฟร์กับเพื่อนฉัน”
       กรรัมภารีบเข้ามาดึงกรรณาไว้
       “พอเถอะน่า แกอย่าพูดมากได้ไหมยัยกรรณ”
       “แกนั่นแหละหยุดพูดยัยติ่งเกาหลี ถ้านี่แกกำลังคิดว่าตัวเองฝันอยู่ ก็ตื่นได้แล้วตื่นทั้งแกตื่นทั้งคุณจุนจี วิธีที่จะหลบอยู่ในนี้ มันช่วยอะไรไม่ได้หรอก คุณต้องออกไปเผชิญกับความจริง”
       จุนจีหันเดินออกจากบ้านไปทันทีกรรัมภาตะลึง
       “จุนจี”
       ลีจองกุ๊กรีบตามออกไป
       
       เป้ยกับแฟนคลับดีใจที่เห็นจุนจีเดินออกมาจากบ้าน
       “จุนจีออกมาแล้ว...จุนจี”
       แฟนคลับกรี๊ดลั่น
       “จุนจี...อ๊าย”
       ลีจองกุ๊กรีบเข้ามาดึงแขนจุนจีไว้ก่อนที่จะเดินไปถึงริมรั้วก้องฟ้าหันมาบอก
       “จัดไปเลย พี่จุนจี ประกาศไปเลย ว่าจุน-แก้มอิสเรียล จุนแก้มเป็นเรื่องจริง”
       ลีจองกุ๊กพยายามห้าม
       “จุนจีนายออกมาทำไม นายอย่าทำอะไรที่เป็นการทำลายตัวเองนะ ให้ฉันเป็นคนพูดกับแฟนคลับเองดีกว่า”
       “พอเถอะจองกุ๊ก นายพูดแทนฉันมาตลอด จนเหมือนเป็นร่างทรงของฉันเหมือนที่คุณ กรรณว่า ต่อไปนี้ขอให้ฉันได้พูดเองตามที่ฉันคิด”
       จุนจีนดึงมือลีจองกุ๊กออก เดินเข้าไปหาแฟนคลับลีจองกุ๊กยืนมองอย่างหวั่นใจจุนจีเดินมาถึงก็ยิ้มก้มหัวน้อยๆให้แฟนคลับ
       “อันยองฮาเซโย”
       แฟนคลับพากันกรี๊ดกรรัมภา กรรณา อรวรรณแอบมองอยู่ที่หน้าต่างในบ้านเป้ยดีใจมาก
       “จุนจีคะ ดีใจไหมที่ละครของเราครองเรตติ้งอันดับหนึ่งตลอด”
       “ดีใจครับ แล้วผมก็ดีใจที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับคุณ”
       นักข่าวถ่ายภาพกันใหญ่
       “เป้ยก็ดีใจค่ะ ที่เราได้ได้ทำงานและรู้จักสนิทสนมกัน”
       แฟนคลับตะโกนเชียร์
       “เป้ย-จุนจีเป็นเรื่องจริงๆ”
       “ขอป้ายผมหน่อยซีครับ”
       จุนจียื่นมือขอป้ายไฟเป้ย+จุนจี แฟนคลับส่งให้ เป้ยถึงกับหน้าบานสุดๆที่เห็นจุนจียืน ถือป้ายจิ้นของตัวเอง
       “น่าปลื้มนะครับที่แฟนคลับอินกับการแสดงของเราทั้งคู่ อยากเห็นเราทั้งคู่เป็นแฟนกันทั้งๆที่จริงๆแล้ว เราทั้งคู่ เป็นแค่ผู้ร่วมงานกัน ไม่ได้เป็นอะไรกันเลย”
       เป้ยเหว๋อ แฟนคลับอึ้ง
       “ผมยืนยันตรงนี้เลยครับ ว่าคุณเป้ยไม่ได้ชอบผม และผมไม่ได้ชอบคุณเป้ยเกินกว่าเพื่อนร่วมงานเลย”
       เป้ยยืนหน้าแตก ก้องฟ้าแทรกขึ้น
       “เพล้งๆ หน้าแตกๆ”
       นักข่าวเข้ามาถาม
       “ถ้าอย่างงั้นคุณแก้มแฟนคลับคนนั้น กับคุณจุนจีล่ะครับ มีชอบเลยเกินเพื่อนไหมคะ”
       นักข่าวอีกคนถามต่อ
       “คุณแก้มอยู่ในบ้านหรือเปล่าคะ เรียกออกมาให้สัมภาษณ์หน่อยซีคะ”
       จุนจีได้แต่ยิ้มไม่ยอมตอบ ลีจองกุ๊กยืนมองลุ้นเป้ยหัวเสีย ตบก้องฟ้าแล้วเดินผละออกไปทันที
       
       “นางร้ายอ่า” ก้องฟ้าเซ็ง

สื่อรักสัมผัสหัวใจ ซีซั่น 2 ตอนที่ 25
        เป้ยเดินหงุดหงิดมาขึ้นรถ
        
       “ไอ้นักร้องเทวดา...ไอ้หลงตัวเอง คิดว่าฉันจะจบกับคนห่วยๆกับแกอย่างงี้เหรอคนอย่างเป้ย-ปาริฉัตร มีไฮโซ เศรษฐีมาเข้าคิวรอจนจะเหยียบกันตายพรุ่งนี้ฉันจะจบสวยๆขึ้นหน้าหนึ่ง ให้แกดู เอาใครดีล่ะ”
       เป้ยหยิบมือถือขึ้นมาเลือกหาเบอร์เหล่าผู้ชายที่มาติดพัน
       “เอาเจ้าสัวค่ายเทปนี่แล้วกัน” เธอกดโทร “ฮัลโหล...เจ้าสัวเหรอคะ ยังรอนัดของเป้ยอยู่รึเปล่าคะ”
       
       จุนจีกับลีจองกุ๊กเดินกลับเข้ามาหน้าบ้านมองไปที่กรรัมภาที่ยืนอยู่กับกรรณา อรวรรณลีจองกุ๊กพยามจะบอก
       “เอ่อ...จุนจี...”
       จุนจีตัดบท
       “นายออกไปรออยู่ที่รถ เดี๋ยวฉันจะตามออกไป”
       “หมาย...หมายความว่านายจะกลับไปกับกุ๊กใช่ไหม”
       ลีจองกุ๊กยิ้มออก จุนจีมองจ้องหน้ากรรัมภาที่ลุ้นๆเหมือนกันว่าเขาจะตัดสินใจยังไงจุนจีพยักหน้า ลีจองกุ๊กสุดแสนดีใจ
       “ไชโย ขอบใจมากนะจุนจี ที่นายทำเพื่อฉัน”
       “นายออกไปก่อน”
       “ได้ๆ ฉันออกไปรอที่รถนะ เอ่อ...คัมซาฮัมนีดาทุกคนนะครับ ที่ดูแลจุนจีเป็นอย่างดีตอนที่มาอยู่ที่นี่ ขอบคุณครับ”
       อรวรรณยิ้มให้
       “ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่า พวกเรายินดี”
       “ผมไปก่อนนะครับ ขอบคุณครับ”
       ลีจองกุ๊กมองหน้าเศร้าๆของกรรัมภาแว๊บหนึ่ง ก่อนหันเดินออกไปอย่างไม่สบายใจนักกรรณามองจุนจี พูดแทนกรรัมภา
       “นายกำจัดยัยเป้ยไปจากชีวิตนาย แล้วเพื่อนฉันล่ะ”
       จุนจีไม่ตอบแต่คว้ามือกรรัมภาเดินปลีกตัวไปอรวรรณหันมาหากรรณา
       “หนูกรรณว่า พ่อซุปเปอร์สตาร์จะยอมเปิดตัวหนูแก้มว่าเป็นคนรักไหมคะ”
       กรรณาไม่ตอบ ได้แต่มองตามอย่างกังวล
       
       จุนจีจูงมือกรรัมภาเข้ามาในห้อง จับไหล่เธอนั่งลงต่อหน้า จับมือข้างหนึ่งของเธอไว้ ตัดสินใจครู่หนึ่งก่อนพูดออกมา
       “คุณแก้มครับ”
       “คะ”
       กรรัมภารอฟังอย่างใจคอไม่ดี
       “ขอบคุณที่เป็นแฟนคลับของปาร์คจุนจี”
       “โธ่เอ้ย ไม่เห็นต้องขอบคุณเลย คุณมีแฟนคลับอีกเป็นล้านๆที่ต้องขอบคุณมากกว่าฉันฉันเป็นแค่ส่วนเล็กๆนิดเดียว”
       “แต่เป็นส่วนเล็กๆที่ทำให้ผมได้รู้ว่าความรักมีค่าขนาดไหน คุณทำให้ผมได้เข้าใจกับคุณย่าและได้สัมผัสกับความรักที่ท่านมีให้ผม และที่มากกว่านั้น คือความรักของคุณที่มีให้ผมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน”
       “คุณพูดอย่างนี้ คุณกำลัง...จะบอกลาฉันใช่ไหม”
       จุนจีพยักหน้าช้าๆเศร้าๆ กรรัมภาน้ำตาแทบร่วง
       “ผมจำเป็นต้องกลับไป”
       “ฉันเข้าใจค่ะ ฉันเองก็อยากให้คุณกลับไป คุณดูดีที่สุดเมื่ออยู่บนเวที เมื่ออยู่ในทีวี เมื่ออยู่ในที่ที่พวกเราแฟนคลับเอื้อมไม่ถึง นั่นแหละเป็นที่ของคุณ”
       “แต่ก่อนที่ผมจะไป ผมอยากให้คุณรู้ว่า เรื่องระหว่างเรา ผมจริงใจ”
       จุนจีพูดพลางถอดถุงมือของกรรัมภาออกทีละข้าง
       “จุนจีคะ คุณ...คุณกำลังจะทำอะไร”
       “ผมอยากให้คุณสัมผัสตัวตนที่แท้จริงของผม”
       “จุนจีคะ แก้มไม่อยาก...”
       “ไม่ต้องกลัว สัมผัสผมซิ แล้วคุณจะได้เห็นสิ่งที่อยู่ในใจผม ผมยินดีที่จะเปิดเผยทุกอย่างที่เป็นตัวตนของปาร์คจุนจีกับคุณคนเดียว”
       กรรัมภาน้ำตาไหลเผาะ จุนจีจับสองมือของเธอประคองใบหน้าของเขาไว้ ตามองสบกันหลังจากที่สัมผัส...กรรัมภาก็เห็นภาพที่จุนจีจดจำเธอเอาไว้ในใจนับตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบกัน ครั้งแรกที่เจอกันตอนที่เธอไปรอรับจุนจีที่สนามบินแล้วเป็นลม ครั้งที่เธอเก็บตุ๊กตา ในงานแถลงข่าวครั้งแรกที่บริษัทซิกส์เซ้นส์ แล้วโยนตุ๊กตาทิ้ง...ครั้งที่ปลอมเป็นนางพยาบาล...ครั้งที่เขาไปช่วยจากห้องซองซู...กรรัมภาปล่อยมือจากหน้าจุนจีมากอดเขาไว้ แล้วร้องไห้
       “แก้มรู้แล้วว่าจุนจีจริงใจกับแก้ม ถึงจุนจีจะอยู่กับแก้มไม่ได้แต่ครั้งหนึ่งในชีวิตที่แก้มได้มีโอกาสใกล้ชิดกับจุนจีแก้มก็มีความสุขแล้ว อย่าห่วงแก้มเลยนะจุนจี กลับไปมีชีวิตของคุณเถอะ ขอให้คุณรู้ว่าทุกเวลาทุกนาทีของคุณ มีแก้มคอยเฝ้าดูอยู่”
       จุนจีกอดกรรัมภาแน่นเป็นครั้งสุดท้าย
       
       ภายในรถตู้...จุนจีนั่งกับลีจองกุ๊กจุนจีร้องไห้ลีจองกุ๊กอึ้งมองที่เห็นน้ำตาของจุนจีเป็นรั้งแรก
       กรรัมภานั่งร้องไห้ กรรณากับอรวรรณเข้ามาปลอบก้องฟ้ามานั่งพัดให้
       
       สำนักงานตำรวจหลายวันต่อมา...วรวรรธและณัฐเดชถูกผู้การเรียกมาพบ
       “ผมยกเลิกคำสั่งพักงาน และขอเชิญคุณสารวัตรณัฐเดชกลับมาปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการในวันนี้ ดีใจด้วยนะ เวลคั่มมายทีม”
       ผู้การพูดพลางยื่นตราประจำตัวให้ณัฐเดช
       “ขอบพระคุณครับ”
       “เอ่อ...แล้วผมล่ะครับผู้การ”วรวรรธถามขึ้น
       ผู้การมองหน้า
       “หมอมาถามอะไรผม”
       วรวรรธหน้าเหวอ
       “อ้าว...”
       “หมอก็กลับไปถามที่นิติเวชต้นสังกัดหมอซิ ว่าเขามีคำสั่งให้หมอกลับไปทำงานได้วันไหน”
       “หมายความว่า มีคำสั่งยกเลิกพักงานผมแล้ว”
       “ไม่รู้ เอาไปดูเอง”
       ผู้การยื่นซองเอกสารให้ วรวรรธเปิดดู ดีใจหันมายิ้มกับณัฐเดช
       “ดีใจด้วยไอ้หมอ”
       ทั้งสองจับมือกัน
       “เอ๊าๆดีใจกันเสร็จหรือยัง ฉันจะได้มอบหมายภารกิจสำคัญให้ไปทำซะที”
       ณัฐเดชชะงัก
       “ภารกิจอะไรครับ”
       
       “หมอสมคิดให้ทนายทำเรื่องยื่นร้องต่อศาล ขอไปเยี่ยมเบญจาลูกสาวคนเดียวที่กำลังป่วยหนักในฐานะที่สารวัตรทำคดีนี้ คุณต้องเป็นคนนำกำลังตำรวจคุมตัวหมอสมคิดไปด้วยตัวเอง”
        
       อ่านต่อตอนที่ 26 (อวสาน)

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ซีซั่น 2 ตอนที่ 26 จบบริบูรณ์
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ซีซั่น 2 ตอนที่ 25
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ซีซั่น 2 ตอนที่ 24
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ซีซั่น 2 ตอนที่ 23
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ซีซั่น 2 ตอนที่ 22
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 94 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 88 คน
94 %
ไม่เห็นด้วย 6 คน
6 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015