หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สามี

สามี ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
14 พฤศจิกายน 2556 21:52 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
สามี ตอนที่ 1
        สามี ตอนที่ 1 (ต่อ)
       
       รัตนาวลีเดินมองโทรศัพท์ในมือ ถอนใจที่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ขณะเดียวกันนั้นเธอได้ยินเสียงรังรองดังขึ้น
       
       “เรื่องป๊าจะแต่งงาน ทบทวนใหม่ได้ไหมคะ”
       เสียงระรินดังตามมา
       “นะคะป๊า”
       รัตนาวลีมองตามเสียงที่ดังมาจากห้องนั่งเล่น เธอเดินไปที่หน้าห้องมองเข้าไปข้างใน เห็นกู๋พงษ์ รังรอง และระริน พยายามเกลี้ยกล่อม ราพณ์กับรุ้งรายยืนห่างออกมา
       “อาคุณหญิงทำไม่ถูก อีทำแก้วแตกในงานมงคลของลื้อ มันเป็นลางร้าย ไม่ต่างกับแช่งให้ชีวิตแต่งงานอาเฮียต้องแตกสลาย” กู๋พงษ์บอกอย่างไม่พอใจ
       “รินไม่ชอบที่เขาก้าวร้าวกับป๊าแบบนั้น”
       รังรองยังโกรธไม่หาย
       “ป๊าคะ เขาไม่ให้ความเคารพป๊าเลย รองไม่อยากญาติดีกับคุณหญิงนั่น”
       เจ้าสัวเรียวเสียงเรียบแต่ดุในที
       “อย่าใช้คำจิกเรียกคนอื่นว่านั่น นี่อย่างไม่ให้เกียรติแบบนั้น ใครได้ยินเข้าจะบอกว่าป๊าไม่สั่งสอนลูก”
       “รองขอโทษค่ะ” รังรองหน้าเสีย
       “ถ้าเริ่มต้นไม่ดีแบบนี้ ป๊าน่าจะลองทบทวนเรื่องแต่งงานอีกทีนะครับ” ชาญชัยยุยง
       ลูกคนอื่นๆ ยกเว้นราพณ์กับรุ้งรายต่างพากันขอร้องเสียงเซ็งแซ่ ราพณ์พูดขึ้น
       “พอได้แล้ว”
       ทุกคนชะงัก
       “ทุกคนไม่เคารพการตัดสินใจของป๊างั้นเหรอ”
       ทุกคนหน้าเสีย กู๋พงษ์เสียงอ่อย
       “อั๊วไม่ได้คิดแบบนั้น แค่เป็นห่วงป๊าลื้อ”
       “พวกเราห่วงป๊านะคะเฮีย” ระรินจ๋อยๆ
       ชาญชัยบีบแขนรังรอง ส่งสายตาว่าให้พูด
       “ป๊าลองทบทวนอีกทีได้ไหมคะ”
       ราพณ์ขัดขึ้น
       “มันเป็นความสุขของป๊า เราในฐานะที่เป็นลูกควรจะยินดี”
       ทุกคนเงียบ เจ้าสัวเรียวหน้านิ่งน้ำเสียงจริงจัง
       “ป๊าจะแต่งงานกับหม่อมรัตนาวลี พวกลื้อมีหน้าที่เตรียมตัวร่วมฉลองงานแต่งของป๊า แยกย้ายกันไปได้แล้ว”
       ทุกคนอึ้ง ลูกคนอื่นๆ ต่างพากันจะลุกออก รังรองขัดขึ้น
       “รองกลัวเหลือเกินว่าหม่อมรัตนาวลีจะทำให้ครอบครัวเราต้องวุ่นวาย”
       “เจ้รังรอง...” ราพณ์ปรามเสียงเข้ม
       รังรอง กับชาญชัยแยกไป คนละประตูกับที่รัตนาวลียืนอยู่ เจ้าสัวเรียวหันไปหากู๋พงษ์
       “อาพงษ์ อั๊วขอบใจลื้อมาก”
       “พี่น้องต้องรักและช่วยเหลือกัน อากงสอนพวกเราเสมอ เฮียเหนื่อยมามาก อั๊วอยากเห็นเฮียมีความสุขสักที”
       “ขอบใจมาก ระรินไปส่งอากู๋ที่รถที”
       “ค่ะ ป๊า”
       ระรินเข้าไปเกาะแขนกู๋พงษ์อย่างสนิทสนม ช่วยกันประคองออกไป รัตนาวลีก้าวเข้ามา เจ้าสัวเรียวหันไปถาม
       “หม่อมวลี คุณหญิงเป็นยังไงบ้างครับ”
       รัตนาวลีสีหน้าเป็นทุกข์ ส่ายหน้าเป็นการบอกว่ายังไม่ได้ข่าว ราพณ์มองรัตนาวลีอย่างเห็นใจ เขาพึมพำกับตัวเอง
       “ดื้ออย่างนั้นจะไปอยู่ที่ไหนนะ”
       
       รสิกาขยับเข้ามายืนอยู่ที่ขอบกำแพงด้านบนภูเขาทองมองไปรอบๆ ก่อนจะมองลงไปเบื้องล่างเห็นกรุงเทพยามราตรี
       “ท่านพ่อ...”
       ภาพในอดีตแว่บเข้ามา...หม่อมเจ้าชัยประกาศ อ้าแขนให้รสิกาโผเข้ากอด หม่อมเจ้าชัยประกาศอุ้มรสิกาขึ้นมาแล้วชี้ไปที่ภาพกรุงเทพเบื้องหน้า
       “อ้ายเห็นไหมเราอยู่เหนือทุกคนเลย”
       “เห็นคนข้างล่างเล็กนิดเดียวเลยค่ะท่านพ่อ”
       “พ่อทำให้อ้ายยืนอยู่บนจุดที่สูงด้วยนามสกุลประกาศเกียรติ อ้ายมีเลือดสีน้ำเงินของพ่อ พ่อรักอ้ายกับหม่อมแม่ของลูกมาก มากกว่าชีวิตของพ่อ...แบมือสิอ้าย”
       รสิกาแบมือ หม่อมเจ้าชัยประกาศวางมืออีกข้างที่ว่างบนมือของรสิกา
       “เกียรติยศและศักดิ์ศรีของพ่ออยู่ในมืออ้ายนะลูก อ้ายต้องช่วยหม่อมแม่รักษามันไว้ด้วยชีวิตของอ้ายนะลูก”
       “ค่ะ ท่านพ่อ”
       “อ้ายรักพ่อไหมลูก”
       “อ้ายรักท่านพ่อที่สุดในโลกเลยค่ะ”
       รสิกาเข้ากอดพ่อ
       
       รสิกาวัยมหาวิทยาลัยปี 1 กอดพ่อที่สภาพดูซีดเซียวย่ำแย่ เพราะอาการของมะเร็งเริ่มลุกลาม
       “ท่านพ่อต้องไม่เป็นอะไรนะคะ ท่านพ่อต้องอยู่กับอ้ายตลอดไป”
       “พ่ออยากอยู่เพื่ออ้าย แต่พ่อไม่มีกำลังแล้ว พ่อไม่มีอะไรเหลืออีกแล้วเงิน ความหวัง...เพราะนายเรียว มันทำให้พ่อหมดตัว...พ่อแพ้แล้วอ้าย แพ้ให้กับคนฉ้อฉลอย่างมัน”
       รสิกาใจหาย
       “ท่านพ่อไม่ได้แพ้นะคะ ท่านพ่อของอ้ายเก่งที่สุด”
       “อ้าย...วังประกาศเกียรติคือสมบัติ คือความภาคภูมิใจของสกุล อ้ายต้องรักษามันไว้ให้ได้นะลูก อย่าให้ใครมาทำลายประกาศเกียรติของเราได้”
       รสิกาโดนฝังหัวเหมือนโดนสะกดจิต
       “ค่ะ อ้ายสัญญาค่ะ อ้ายจะรักษาวังประกาศเกียรติไว้ด้วยชีวิต จะไม่ยอมให้ใครมาทำลาย”
       รสิกามุ่งมั่นจะทำให้ได้
       
       เมื่อนึกถึงอดีต รสิกาน้ำตาร่วง
       “ท่านพ่อขา อ้ายขอโทษ”
       รสิกาปล่อยให้น้ำตารินไหลด้วยความอัดอั้นตันใจ
       
       รัตนาวลียืนเหม่อมองไปด้านนอกอย่างคนคิดหนัก เจ้าสัวเรียวเดินมาหา
       “หม่อมวลี...”
       “เจ้าสัวคะ ฉันลองคิดดูแล้วเรื่องการแต่งงานของเรา...”
       เจ้าสัวเรียวสวนทันที
       “หม่อมวลี...ผมรอวันนี้มายี่สิบกว่าปี อย่าทำลายความหวังของผมเลยนะ”
       “ฉันสับสนจริงๆ ค่ะ ฉันไม่อยากทำร้ายจิตใจลูก แต่ก็ไม่อยากทำลายน้ำใจคุณ ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้หญิงอ้ายเข้าใจเรา ฉันไม่เคยทำให้หญิงอ้ายเชื่อฟังและเข้าใจฉันได้เลย ท่านชายชนะฉันเสมอ”
       
       วังประกาศเกียรติในอดีต...รสิกานั่งอยู่กับรัตนาวลีที่กำลังถักผ้าพันคอ รสิกาเห็นภาพเรียวในหนังสือพิมพ์ธุรกิจ เธอชี้ที่ภาพ
       “นายเรียว...คนไม่ดี”
       รัตนาวลีหันไปหารสิกาที่ยังพูดซ้ำ ๆ
       “อ้าย...ไม่ควรเรียกผู้ใหญ่อย่างนั้นนะลูก มันไม่สมควร”
       “ท่านพ่อบอกให้เรียกแบบนี้นี่คะ”
       รัตนาวลีอึ้ง แล้วพยายามจะอธิบาย
       “อ้าย...ฟังแม่นะ”
       ทันใดนั้นเสียง หม่อมเจ้าชัยประกาศดังขึ้น
       “อ้าย...”
       รัตนาวลีชะงัก หม่อมเจ้าชัยประกาศเข้ามา
       “ดูอะไรอยู่เหรอลูก”
       “นายเรียว...คนไม่ดีค่ะท่านพ่อ”
       รัตนาวลีหันไปหาสามี
       “ท่านชายคะ...วลีว่าอ้ายพูดแบบนี้ไม่น่ารักนะคะ”
       “อ้ายเรียกแบบนั้นก็สมควรแล้ว ไม่จำเป็นที่ฉันจะต้องให้เกียรติผู้ชายที่มันคิดจะแย่งภรรยาคนอื่น”
       “ท่านชายเข้าใจผิดนะคะ...คุณเรียวเขา...”
       หม่อมเจ้าชัยประกาศดุเสียงเข้ม
       “นายเรียว”
       รัตนาวลีสะดุ้ง หม่อมเจ้าชัยประกาศมองตาแข็งกร้าว
       “อย่าให้ฉันได้ยินเธอยกมันมาตีเสมอฉันอีก”
       รัตนาวลีสลดลง
       “ค่ะ อ้าย...ไปทานข้าวกับแม่นะลูก”
       หม่อมเจ้าชัยประกาศอ้าแขน
       “อ้ายจะไปกับแม่ หรือว่าจะมากับพ่อ”
       รสิกามองๆ แล้วตัดสินใจเข้ากอดพ่อ หม่อมเจ้าชัยประกาศกอดรสิกาแต่ตามองรัตนาวลีราวกับประกาศชัยชนะ
       “อ้ายจะไปกับฉัน”
       หม่อมเจ้าชัยประกาศอุ้มรสิกาขึ้นแล้วขยับไปหารัตนาวลี
       “อ้ายน่ารักสมเป็นลูกพ่อจริงๆ...ลูกของพ่อ ต้องเชื่อฟังพ่อนะครับ”
       
       รัตนาวลีมองชัยประกาศพูดกรอกหูรสิกาอย่างไม่สบายใจ

สามี ตอนที่ 1
        รัตนาวลีถอนใจ
       
       “เขาระแวงและตั้งกรอบความคิดของเขาให้กับลูก กรอบที่ฉันไม่เคยทำลายมันได้เลย อ้ายไม่เคยฟังฉัน”
       เจ้าสัวเรียวมองอย่างคิด ๆ
       “หม่อมวลี...ถ้าคุณกลับคำตอนนี้ล่ะก็ ต่อจากนี้ไปคำพูดของคุณจะไม่มีความหมายกับคุณหญิงอีกเลย เพราะเขารู้ว่าเขามีความรักที่คุณมีต่อเขาเป็นอำนาจต่อรองในมือ”
       รัตนาวลีท้อ
       “ฉันเจ็บที่เห็นลูกเสียใจ แล้วยังเรื่องวังประกาศเกียรติอีก”
       เจ้าสัวเรียววางมือบนมือรัตนาวลี
       “ผมสัญญากับคุณแล้วว่าจะรักษาวังไว้ให้คุณ ผมจะซื้อวังเป็นของขวัญวันแต่งงานของเรา วางใจผมนะครับ ผมจะดูแลคุณและลูกของคุณให้มีความสุขนะ เชื่อผม”
       รัตนาวลีมองอย่างรู้สึกอบอุ่นใจที่เจ้าสัวเรียวเข้ามาดูแล ในยามที่ชีวิตผันแปร ราพณ์เข้ามา
       “ป๊าครับ...”
       “พวกนักข่าว...”
       “ผมจัดการเรียบร้อยแล้วครับ เมื่อเราขอร้อง เขาก็ได้รับความร่วมมือดีครับ”
       รัตนาวลีหน้าเศร้า
       “ขอโทษนะคะ ที่ฉันทำให้คุณเรียวต้องเดือดร้อน”
       “ก็ผมหาเรื่องเองนี่ ถ้าผมไม่มัดมือชกให้คุณหญิงยอมรับเรื่องของเรา ต่อหน้าแขกในงาน ก็คงไม่มีเรื่องแบบนี้”
       รัตนาวลีหันไปหาราพณ์
       “ขอโทษนะคุณราพณ์”
       “อย่าคิดมากเลยครับหม่อม เรื่องเล็กน้อย พวกเรายินดีที่ป๊าจะได้อยู่กับคนที่ป๊ารัก ป๊ารักใครเราทุกคนจะรักด้วย”
       เจ้าสัวเรียวหัวเราะอย่างพอใจ
       “ลูกผมใช้ได้ไหมหม่อมวลี”
       รัตนาวลียิ้ม
       “ขอบคุณค่ะ”
       ราพณ์ยิ้มอย่างยินดี รัตนาวลีมองเจ้าสัวเรียวอย่างไตร่ตรอง
       “ฉันจะคุยกับหญิงอ้ายให้เขาเข้าใจ”
       
       รสิกาเดินเข้ามาในตึก แม่นมกับแหววรีบเข้ามารับหน้า
       “คุณหญิงหายไปไหนมาคะ หม่อมท่านโทรมาถามตลอดเลย”
       “หม่อมแม่ยังไม่กลับมาใช่ไหมคะนม”
       แหววแทรกขึ้น
       “แต่มีแขกไม่ได้รับเชิญมาค่ะ”
       แม่นมหันไปดุ
       “ยัยแหวว”
       เสียงประสิทธิ์ดังมา
       “คนรับใช้ที่วังนี้ไม่ให้เกียรติแขกเอาซะเลย”
       รสิกาหันไปเห็นประสิทธิ์ที่เดินออกมา
       “หญิงอ้ายควรจะอบรมคนรับใช้ให้ดีกว่านี้นะ”
       “คุณลุง สวัสดีค่ะ มามืดค่ำแบบนี้คุณลุงคงมีธุระด่วน”
       ประสิทธิ์มองด้วยสายตาจิกทวงอย่างวางอำนาจมาก
       “ยอดเงินที่ท่านชาย...พ่อของหญิงอ้ายหยิบยืมเงินจากลุงไปทำธุรกิจที่ล้มเหลวนับไม่ถ้วน”
       รสิกาเชิดหน้าขึ้นนิด ๆ ทั้งที่ใจเจ็บ ประสิทธิ์มองอย่างหมั่นไส้ที่รสิกาไม่มีสลดซะบ้างเลย ประสิทธิ์ยิ้มเยาะ
       “จนถึงวันที่ท่านชายเสียชีวิต ทั้งหมดก็แปดสิบล้านบาท”
       ทุกคนอึ้ง
       “ลุงต้องการเงินทั้งหมดภายในสองเดือน”
       แม่นมตะลึง
       “แปดสิบล้านในสองเดือน”
       รสิกาไม่อยากพูดขอร้องแต่จำต้องต่อรอง
       “ระยะเวลามันน้อยเกินไป อ้ายต้องการเวลาค่ะ”
       “ถ้าไม่ได้ตามเวลาที่กำหนด ก็ต้องชดใช้ด้วยวังประกาศเกียรติ”
       รสิกาฉุนกึก
       “วังประกาศเกียรติเป็นของท่านพ่อ คุณลุงก็ทราบว่ามันสำคัญกับความรู้สึกของอ้ายมากแค่ไหน”
       ประสิทธิ์มองสะใจ
       “แลกกับที่หญิงอ้ายทำให้ยัยสุต้องอับอายต่อหน้านักข่าววันนี้ ถ้าลุงไม่ได้เงินภายในเวลาที่กำหนด ลุงคงต้องฟ้องศาล”
       รสิกาโกรธ
       “มันไม่เกินไปเหรอคะ แค่เรื่องของเด็ก ๆ ทะเลาะกัน แล้วเราก็เป็นญาติกันทำแบบนี้มันเหมือนคนฉวยโอกาส”
       “หญิงอ้ายหักหน้าลูกของลุงต่อหน้าคนอื่นแบบนั้น ยังกล้าพูดว่าเราเป็นญาติกันอีกเหรอ”
       รสิกาไม่คิดว่าผิด
       “เป็นเพราะสุรีย์ส่องเอาชื่อประกาศเกียรติไปอวดอ้าง ทำเรื่องไม่เหมาะสมทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ ถ้าท่านพ่อยังอยู่จะต้องโกรธมาก”
       ประสิทธิ์โกรธ
       “เย่อหยิ่ง จองหอง เหมือนพ่อไม่มีผิด คนอย่างพ่อของอ้ายเป็นยังไง ลุงรู้เช่นเห็นชาติดี” ประสิทธิ์มองรสิกาอย่างกดดัน “ ลูกไม้หล่นใต้ต้นอย่างอ้าย อย่ามานับญาติกันให้เสื่อมเกียรติของหญิงอ้ายจะดีกว่า”
       รสิกาโกรธแต่ยังยิ้มคุมสติ
       “ถ้าคุณลุงคิดได้แบบนั้น อ้ายก็ยินดีค่ะ”
       
       ประสิทธิ์ยิ่งโกรธหนักกว่าเดิม
       “ภายในสองเดือนถ้าลุงไม่ได้เงินแปดสิบล้านคืน หญิงอ้ายเตรียมรับหมายศาลได้เลย”
       รสิกาตะลึงกับคำพูดของประสิทธิ์ ทันใดนั้นเสียงรัตนาวลีดังขึ้น
       “หนึ่งอาทิตย์ค่ะ”
       ทุกคนหันมองตามเสียง รัตนาวลีเดินเข้ามาประจันหน้ากับประสิทธ์
       “ภายในหนึ่งอาทิตย์ ฉันจะคืนเงินทั้งหมดให้ คุณเตรียมรอรับได้เลย”
       ประสิทธิ์ยิ้มเยาะ
       “หม่อมวลี...รู้ตัวใช่ไหมว่ากำลังพูดอะไรออกมา”
       “ค่ะ หมดธุระแล้วใช่ไหมคะ แหวว...ส่งแขก”
       การส่งแขกถ้าให้แม่นมส่งจะสุภาพให้เกียรติ แต่ถ้าเป็นแหววหมายถึงไล่แขก แหววรู้เลยว่าเรียกให้ส่งหมายถึงให้เล่นซะ
       “หาทางออกไม่เจอใช่ไหมคะ...ประตูอยู่ทางนี้ค่ะ เชิญค่ะ”
       ประสิทธิ์มองไม่พอใจ
       “รีบกลับเถอะค่ะคุณ เดี๋ยวแหววต้องทำความสะอาดปัดกวาดอัปมงคลอีก”
       ประสิทธิ์โกรธมาก
       “ไร้มารยาท ฉันเป็นพี่ของท่านชายนะ”
       รัตนาวลีแทรกทันที
       “อย่านับญาติให้เสื่อมเกียรติดิฉันกับอ้าย คำนี้คุณเป็นคนพูดเองนะคะ”
       ประสิทธิ์มองอย่างอาฆาต
       “รัตนาวลี”
       รัตนาวลียิ้ม
       “หม่อมรัตนาวลีค่ะ”
       “เหอะ...คางคกขึ้นวอ ทั้งที่กำพืดก็แค่ลูกสาวพ่อค้า”
       “แต่วันนี้ฉันเป็นถึงหม่อม แล้วคุณล่ะคะ คุณประสิทธิ์...ลูกแท้ๆ ก็ไม่ใช่ ยศศักดิ์ที่ต้องการก็ไม่เคยมีใครมอบให้ เจ็บใจมากใช่ไหมคะ ถึงต้องใช้วิธีการสกปรกแบบนี้”
       เสียงหัวเราะเบาๆ อย่างพยายามกลั้นของแหววทำให้ประสิทธิ์หันไปมอง แม่นมหยิกแหวว แต่สายตาแม่นมมองอย่างสมเพชมาก ประสิทธิ์กำมือแน่นโกรธมาก
       “ถ้าฉันไม่ได้เงิน วังนี้จะต้องถูกยึด”
       ประสิทธิ์มองว่ารัตนาวลีจะกลัวไหมแต่ รัตนาวลีเข็มแข็งเด็ดเดี่ยว
       “คุณจะไม่มีวันได้ครอบครองวังนี้...ประตูอยู่ทางโน้นค่ะ”
       ประสิทธิ์มองอย่างสุดแค้นออกไปอย่างหัวเสีย รัตนาวลีสั่งแม่นมกับแหวว
       “นมกับแหววไปดูความเรียบร้อยทีนะ”
       รสิกาหันมาหารัตนาวลี
       “หม่อมแม่จะเอาเงินมาจากไหนคะตั้งแปดสิบล้าน ในเมื่อตอนนี้รายได้มีมาจากเงินเดือนของอ้ายคนเดียว แล้วมันก็พอแค่สำหรับดูแลคนในวังและเก็บสำรองยามฉุกเฉิน แล้ว...”
       รัตนาวลี จับต้นแขนบีบเบาๆจ้องหน้ารสิกา
       “อ้าย...แม่จัดการเรื่องนี้ได้”
       “ทำไมแม่ถึงมั่นใจนัก”
       รัตนาวลีไม่ตอบเดินขึ้นห้องนอน รสิกาคิด ๆ แล้วนึกได้
       “ไม่จริงนะ...หม่อมแม่”
       รสิการีบตามขึ้นไป แม่นมมองตามเครียด
       
       รสิกาเข้ามาในห้องนอนแม่ ไม่โวยแต่ต่อต้านอยู่ภายใน
       “ถ้าหม่อมแม่คิดจะทำแบบนั้นจริง อ้ายรับไม่ได้ค่ะ”
       “ไม่ว่าอ้ายจะรับได้หรือไม่ แม่ก็ต้องแต่งงานกับเจ้าสัว”
       “ทั้งที่การกระทำของหม่อมแม่ จะทำลายเกียรติของท่านพ่อกับอ้ายเหรอคะ”
       “ที่แม่แต่งเพราะต้องการรักษาเกียรติ และวังของท่านพ่อไว้ เจ้าสัวเรียวจะยอมจ่ายเงินแปดสิบล้านใช้หนี้แทนเรา”
       รสิกาอึ้ง
       “หม่อมแม่ทราบไหมคะมันเท่ากับเรากำลังขายตัวให้กับเจ้าสัว หม่อมแม่กำลังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตัวเอง อ้ายรู้สึกอับอายเหลือเกินที่หม่อมแม่คิดแบบนี้”
       รัตนาวลี เจ็บแต่ต้องให้รสิกาเข้าใจ
       “แปดสิบล้าน อ้ายมีเงินเหรอลูก”
       รสิกาสะอึก พูดไม่ออก
       “ตอนนี้อ้ายไม่มี แต่อ้ายจะหามาให้ได้”
       “อีกสองเดือนอ้ายจะหาจากที่ไหน”
       รสิกาชะงัก
       “อ้าย...”
       “ยอมรับความจริงซะ ว่าเราไม่มีทางเลือกอีกแล้ว เราไม่มีเงินและวังกำลังจะถูกคุณประสิทธิ์ยึด”
       “แต่อ้ายทนไม่ได้...”
       รัตนาวลี เสียงนิ่งเด็ดขาด
       “ถ้าอย่างนั้นแม่ให้อ้ายเลือกว่าจะยอมอายที่ต้องมีพ่อเลี้ยงอย่างเจ้าสัว หรือต้องหมดศักดิ์ศรีเพราะแม้แต่วังของท่านพ่อก็รักษาไว้ไม่ได้”
       
       รสิกาอึ้ง นิ่งงันไป

สามี ตอนที่ 1
         
       รสิกาเข้าไปในห้องทำงานหม่อมเจ้าชัยประกาศ มองดูรูปครอบครัวขณะที่เธอยังเด็ก ซึ่งเป็นภาพใหญ่ที่ประดับอยู่ในห้อง เธอเดินเข้าไปใกล้แล้วใช้มือลูบที่ภาพของพ่ออย่างเจ็บปวดกับภาพอดีตที่ไม่มีวันกลับมา รสิกาลูบภาพเบาๆ ภาพความทรงจำที่พ่ออุ้มเธอ โดยมีแม่ยืนมองยิ้มมีความสุข แว่บเข้ามา รสิกาน้ำตาร่วงอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้
        
       “ท่านพ่อ...อ้ายจะทำยังไงดีคะ...ท่านพ่อ”
       รสิการ้องไห้ด้วยความเจ็บปวด
       รัตนาวลีอยู่หน้าห้องนอนของรสิกา มองไปภายในห้อง
       “อ้าย...”
       รัตนาวลีไม่เห็นรสิกาในห้อง ก็จะเดินลงไปด้านล่างแต่ชะงักที่เห็นว่าประตูห้องทำงานเปิดแง้มอยู่ จึงเดินไปดู เห็นรสิกานอนฟุบอยู่บนเก้าอี้ทำงานของหม่อมเจ้าชัยประกาศ ในมือของรสิกาถือรูปของพ่อรูปเล็กไว้ รัตนาวลีมองเห็นคราบน้ำตาของลูกสาวก็สงสาร
       “ลูกอ้าย...”
       รัตนาวลีเอาผ้าคลุมมาห่มให้ แล้วหยิบรูปของหม่อมเจ้าชัยประกาศขึ้นมามองนิ่ง น้ำตาเอ่อ
       “ฉันรักคุณไม่เคยเปลี่ยน แต่ฉันต้องทำเพื่อลูก หวังว่าคุณจะเข้าใจฉันนะคะท่านชาย”
       รัตนาวลีกอดรูปของหม่อมเจ้าชัยประกาศไว้แนบอก ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด เสียใจกับสิ่งที่ต้องทำ
       เช้าวันใหม่...รสิกาที่ยังนั่งหลับ ค่อยขยับตัวรู้สึกตื่น เธอเห็นผ้าห่มที่คลุมตัวเองอยู่ รู้สึกดี รู้ว่ารัตนาวลีห่มให้
       “หม่อมแม่...”
       รสิกาลุกออกไป
       
       รสิกาลงมาที่โต๊ะอาหาร เห็นแม่นมกำลังจัดอาหารเช้าให้
       “หม่อมแม่ล่ะคะ”
       “เจ้าสัวเรียวมารับไปตั้งแต่เช้ามืดค่ะ”
       รสิกาลงนั่งด้วยความผิดหวัง
       “หม่อมแม่คงจะลืมว่ามีอ้ายอยู่”
       แม่นมกอดปลอบใจ
       “ไม่หรอกค่ะ หม่อมคงมีธุระ นมเชื่อว่าสำหรับหม่อมท่าน คุณหญิงคือคนที่สำคัญที่สุด”
       “ถ้าหม่อมแม่เห็นว่าอ้ายสำคัญ แล้วทำไมถึงแต่งงานกับคนที่ทำร้ายท่านพ่อ”
       “คุณหญิงคะ สิ่งที่เราได้ยินมาอาจไม่ถูกต้องทั้งหมดก็ได้นะคะ ลองทำความรู้จักอีกฝ่ายดูก่อนไหมคะ”
       “อ้ายเชื่อท่านพ่อค่ะ ท่านพ่อไม่เคยพูดอะไรผิดสักครั้ง เขาทำทุกอย่างเพื่อแย่งท่านแม่ไปจากเรา” รสิกาน้ำตาคลอเมื่อนึกถึง “ท่านพ่อต้องเจ็บปวดจนตายก็เพราะเขา”
       “คุณหญิง...” แม่นมอึ้ง
       รสิกากอดแม่นมพยายามเก็บกลั้นความเสียใจ แม่นมได้แต่กอดเธออย่างปลอบใจเพราะรู้ว่าพูดไปก็ไม่มีประโยชน์
       
       เจ้าสัวเรียวในชุดออกกำลัง เดินเข้าไปในคฤหาสถ์กับรัตนาวลี
       “คุณหมอนัดสิบโมงนะคะ ครั้งนี้ฉันไม่ให้คุณเบี้ยวนัดเด็ดขาด”
       “ผมคงต้องหายเร็วๆ นี้แน่ ถ้าหม่อมคุมผมเข้มขนาดนี้”
       “เพื่อตัวคุณเองนะคะ”
       “ผมทราบครับ ขอบคุณนะครับที่ยอมอยู่กับผมในช่วงเวลาสุดท้าย...”
       “เจ้าสัวคะ...ฉันขอนะคะ อย่าพูดแบบนี้อีก”
       เจ้าสัวเรียวยิ้ม เปลี่ยนเรื่อง
       “ผมขอเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าสักสิบนาทีนะครับ”
       “ค่ะ ฉันจะให้เด็กตั้งอาหารเช้ารอนะคะ”
       เจ้าสัวเรียวเดินแยกไป ขณะเดียวกันนั้นเสียงเด็กรับใช้ดังขึ้น
       “คุณลินดา อย่าเพิ่งเข้าไปนะคะ”
       รัตนาวลีหันไป เห็นโบตั๋น ภรรยาคนที่สองของเจ้าสัวเรียวที่เลิกกันไปแล้วเดินเข้ามา ลินดามองรัตนาวลีตั้งแต่หัวจรดเท้าสีหน้าเหยียดๆใส่ โบตั๋นก้าวเข้ามายืนประจันหน้า พลางพูดกับคนรับใช้
       “ฉันจะเข้านอกออกในที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้” โบตั๋นพูดใส่รัตนาวลี “เพราะฉันก็เป็นเมียของเจ้าสัวเหมือนกัน”
       ลินดามองรัตนาวลีประกาศความเป็นศัตรูชัดเจน รัตนาวลีมองเด็กรับใช้ที่ยืนหน้าเสียอยู่
       “ไปเตรียมอาหารเช้าเถอะจ๊ะ”
       “ค่ะ คุณผู้หญิง”
       “หม่อมรัตนาวลีใช่มั้ย” โบตั๋นจ้องหน้า
       “ค่ะ คุณลินดา แม่ของคุณราม ลูกชายของเจ้าสัว”
       ลินดายิ้มเยาะ
       “รู้จักฉัน ก็แสดงว่ารู้ตัวสินะว่ากำลังกินน้ำใต้ศอกฉันอยู่”
       รัตนาวลีไม่อยากต่อความ
       “ถ้ามาหาเจ้าสัว ดิฉันจะไปตามให้”
       “ฉันเพิ่งเห็นผู้ดีตัวเป็นๆ ที่ชอบแย่งผัวชาวบ้าน”
       รัตนาวลีหันมามองไม่ยอม
       “คำว่าแย่งคงใช้ในกรณีที่คุณยังใช้ชีวิตคู่กับเจ้าสัว แต่เจ้าสัวบอกว่าคุณเป็นอดีตแล้วคงใช้คำนั้นไม่ได้”
       ลินดาโกรธ จี๊ด
       “แก...”
       ลินดาจะด่าแต่เจ้าสัวเรียวเดินออกมา
       “หม่อมวลีพูดถูกแล้ว...สำหรับฉันเธอเป็นแค่อดีต นับจากนี้จะมีเพียงหม่อมรัตนาวลีที่เป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี้ เธอมาที่นี่ต้องการอะไร”
       “ลินดามาเรียกร้องสิทธิ์แทนลูก”
       เจ้าสัวเรียวรู้ว่าลินดาไม่ยอมเลิกราง่ายๆ ถ้าไม่ได้คุย
       “ไปที่ห้องหนังสือ...หม่อมรอผมสักครู่นะครับ”
       “ตามสบายค่ะ”
       
       เจ้าสัวเรียวเดินไป โบตั๋นเดินตามพลางทิ้งหางตามองรัตนวลีอย่างเกลียดชัง ริษยา รัตนาวลีมองตามรู้เลยว่าไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ปะทะกันแน่

สามี ตอนที่ 1
         
       ในห้องหนังสือ...ลินดาก้าวเข้ามาหาเจ้าสัวเรียว แสดงความไม่พอใจเต็มเปี่ยม
        
       “เจ้าสัวแต่งงานแบบนี้ ไม่ยุติธรรมกับลูกของลินดาสักนิด”
       “เธอกลัวว่าสมบัติจะโดนแบ่งออกไป แล้วเธอจะได้น้อยลงใช่ไหม”
       “ลินดาห่วงแทนลูกต่างหาก เจ้าสัวก็รู้ว่ารามป่วย จะทำงานทำการได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าสิ้น...เอ่อ...”
       เจ้าสัวเรียวสวนทันที
       “ถึงฉันตาย รามก็จะไม่มีวันลำบาก เพราะราพณ์จะดูแลทุกคนอย่างดี”
       “ลินดาจะมั่นใจได้ยังไง”
       “มั่นใจเถอะ เพราะราพณ์จะไม่มีวันทำร้ายคนอื่นอย่างเธอ”
       ลินดาอึ้ง
       “แต่...”
       “ถ้าเธอไม่หยุด เธอจะไม่ได้อะไรเลย”
       ลินดารู้ว่าควรหยุด ยอมผ่อนลง
       “ถ้าเจ้าสัวรับรองแบบนั้น ลินดาก็จะเชื่อค่ะ แต่หวังว่าเจ้าสัวจะไม่ลืมสัญญาของเรานะคะ เรื่องอาการป่วยของรามจะมีคนรู้แค่เพียงลินดากับเจ้าสัวเท่านั้น อย่าให้ใครรู้แม้แต่เมียผู้ดีของเจ้าสัว”
       “ฉันไม่ได้เลวขนาดจะทำร้ายลูกตัวเองแบบนั้น”
       “เวลาหน้ามืดก็ว่าไม่ได้หรอกค่ะ”
       เจ้าสัวเรียวมองแบบความอดทนใกล้จะหมด
       “กลับไปซะ ก่อนที่เธอจะไม่ได้จากฉันอีกแม้แต่บาทเดียว”
       ลินดาอึ้งเห็นว่าเจ้าสัวเอาจริง
       “ถ้าลูกลินดาโดนเอาเปรียบ ลินดาไม่ยอมแน่”
       โบตั๋นจะเดินออกชะงักที่เห็นราพณ์เข้ามา ทั้งคู่ชะงักมองหน้ากัน
       “สวัสดีครับ คุณโบตั๋น”
       ลินดาเชิดหน้าเดินออกไป เจ้าสัวเรียวเครียดจนความดันขึ้น
       “โอ้ย”
       “ป๊า” ราพณ์ตกใจ
       เจ้าสัวเรียวพยายามหายใจ
       “ป๊าไม่เป็นไร พาป๊าออกไปที ไม่งั้นโบตั๋นจะรบกวนหม่อมอีก”
       
       รัตนาวลีดูแลความเรียบร้อยโต๊ะอาหาร รุ้งรายเข้ามา
       “อรุณสวัสดิ์ค่ะ หม่อมวลี”
       “อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
       ลินดาเดินออกมาชะงักที่เห็นรุ้งรายกับรัตนาวลี
       “สวัสดีค่ะ คุณโบตั๋น” รุ้งรายไหว้
       ลินดารับไหว้แบบเสียไม่ได้
       “ยินดีด้วยนะคุณรุ้งที่ได้แม่เลี้ยงคนใหม่เป็นผู้ดี”
       รุ้งรายมองรัตนาวลีที่ดูอึดอัดก็หันมายิ้มกับโบตั๋น
       “รุ้งดีใจมากค่ะ ที่ป๊าไม่เลือกพลาดแบบครั้งที่แล้ว รุ้งจะมีแม่เลี้ยงที่เป็นหน้าเป็นตากับเขาสักที”
       ลินดาโกรธ
       “เธอกัดฉันเหรอ”
       รุ้งรายพูดเรียบๆแต่ ร้าย
       “ร้อน...ตัว...เหรอคะ”
       ลินดาแค้นที่โดนตอกหน้าหงายทำอะไรไม่ได้ เจ้าสัวเรียวกับราพณ์เดินออกมา
       “ทำไมยังไม่กลับไปอีก” เจ้าสัวเรียวเสียงเข้ม
       ลินดามองทุกคนอย่างแค้นสุดแค้น สะบัดหน้าออกไป เจ้าสัวเรียวหันไปหารัตนาวลี
       “ผมขอโทษนะ...ถ้าไม่ติดว่าเป็นแม่ของราม ผมจะไม่ยอมให้เขามาวุ่นวายในชีวิตผมได้อีก”
       รัตนาวลี ยิ้มปลอบใจ
       “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจ”
       “หม่อมน่ารักแบบนี้ ป๊าก็ปลื้มแย่สิคะ”
       “รุ้งพูดตรงใจป๊าจริง ๆ”
       เจ้าสัวเรียวยิ้มอย่างขอบคุณ รัตนาวลียิ้มรับนิด ๆ ราพณ์กับรุ้งรายมองอย่างยินดีกับเจ้าสัวเรียว
       
       ประตูรั้วคฤหาสน์เจ้าสัวเรียวเปิดออก ราพณ์ขับรถออกมาจะเลี้ยวซ้ายเห็นสิริโสภา ภรรยาลับๆของเขายืนหลบๆ อยู่มุมหนึ่ง ราพณ์ตกใจเบรกรถทันที มองกระจกหลัง กระจกข้างสำรวจว่าไม่มีใครเห็นแน่ ราพณ์กดกระจกลง พูดเสียงเข้ม
       “สิ...ขึ้นรถ”
       สิริโสภาเป็นสาวสวยดูอ่อนหวาน ก้าวมาจากมุมที่หลบ รีบก้าวไปขึ้นรถอย่างหวั่นๆ
       “คุณราพณ์คะ...สิ...”
       ราพณ์หน้าตึง กดกระจกขึ้นแล้วขับรถออกไปทันที
       
       เจ้าสัวเรียวกับรุ้งราย เดินออกมาที่รถ
       “เดี๋ยวป๊าจะไปหาหมอ ลื้อล่ะ อารุ้ง”
       “รุ้งว่าจะเข้าออฟฟิศค่ะ”
       “รุ้ง ลื้อว่าคุณหญิงรสิกาเป็นยังไง”
       “กรณีไหนล่ะคะป๊าจะได้อธิบายถูก”
       “เป็นสะใภ้ใหญ่”
       รุ้งรายชะงัก
       “นี่ป๊าพูดจริงๆ เหรอคะ”
       “ลื้อดูไม่ออกเหรอว่าเจ้าราพณ์รู้สึกยังไงกับคุณหญิง”
       “รู้ค่ะ แต่รุ้งรู้มาว่าคุณหญิงมีแฟนแล้วนี่คะ อยู่ที่ทำงานเดียวกัน”
       “คนอย่างวศินทะเยอทะยาน ถ้ารู้ว่าคุณหญิงไม่มีเงินก็ไม่อยู่หรอก ผู้หญิงเก่งอย่างคุณหญิงเหมาะจะเป็นช้างเท้าหลังที่คอยเป็นหลักใจให้กับคู่ชีวิต ราพณ์เป็นคนเก่งธุรกิจแต่ไม่เก่งรับมือคนในบ้าน ถ้าอีกหน่อยป๊าไม่อยู่ อาราพณ์จะลำบาก”
       “ป๊าอย่าพูดแบบนี้สิคะ รุ้งใจไม่ดี”
       “เกิดแล้วก็ต้องตาย...ป๊าอยากให้คุณหญิงแต่งงานกับเจ้าราพณ์ ป๊าจะได้หมดห่วงที่พวกลื้อมีคนดูแล”
       “ป๊าต้องสมหวังแน่ค่ะ เพราะป๊าของรุ้งเก่งที่สุดในโลกจริงไหมคะ”
       เจ้าสัวเรียวโยกหัวรุ้งรายเบาๆ กับคนอื่นรุ้งรายจะแกร่งจะกล้า แต่กับเจ้าสัวจะเป็นลูกสาวที่น่ารัก รุ้งรายยิ้มกอดพ่อคิด ๆ จะทำให้เจ้าสัวเรียวสมหวัง เธอพึมพำเบาๆ
       
       “อะไรที่ป๊าอยากได้ก็ต้องได้”

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สามี ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
สามี ตอนที่ 13
สามี ตอนที่ 12
สามี ตอนที่ 11
สามี ตอนที่ 10
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 10 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 10 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สวย หล่อทั้งคู่ คู่นี้น่ารักมากๆ
พิม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มิ้น ณัฐวรา สวยกว่านางเอกอีก
อ่ะนะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นี่อ่ะนะ พระเอก นางเอก ช่องสาม ไม่มีออร่าเลย
รัน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สวยหล่อธรรมชาติ ชอบมากคู่นี่
123
 
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เย้ๆ ได้อ่านแล้ว
Lin
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014