หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สามี

สามี ตอนที่ 3

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 พฤศจิกายน 2556 16:19 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
สามี ตอนที่ 3
       สามี ตอนที่ 3 (ต่อ)
       
       สิริโสภาช็อค
       
       “ทำไมคะ คุณโกรธสิเหรอคะ สิผิดตรงไหนบอกสินะคะ สิจะปรับปรุงตัว สิจะไม่ขัดคำสั่ง จะไม่ตามคุณ”
       ราพณ์จำต้องขัด
       “ผมจะแต่งงาน”
       สิริโสภาตะลึง
       “ผมขอโทษนะ”
       “ไม่นะคะ สิไม่ยอม มันจะเป็นแบบนี้ไม่ได้”
       “สิ...ใจเย็นๆ นะ”
       “สิรักคุณ ยอมอดทนมาตลอด คุณจะทิ้งสิไม่ได้นะคะ สิเป็นเมียคุณ”
       ราพณ์อึ้งกับคำประกาศของสิริโสภา จนต้องเสียงดังเพื่อให้เธอได้สติ
       “สิ...ผมว่าเราคุยกันเรื่องนี้เข้าใจตั้งแต่แรกแล้วนะ ว่าความสัมพันธ์ของเรามันเป็นแบบไหน แล้วเราก็ยอมรับที่จะคบกันแบบนี้”
       “เป็นความผิดของสิใช่ไหมคะที่รักคุณ” สิริโสภาเริ่มพรั่งพรูสิ่งที่เก็บกด “สิผิดเองที่เดินเข้ามาเสนอตัวให้คุณ ผิดที่ยอมเป็นเมียเก็บของคุณ ผิดที่ทำตัวง่ายๆ จนคุณไม่เห็นค่า ผิดๆ สิผิดเอง”
       “ผมว่าคืนนี้เราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง พรุ่งนี้ผมจะให้มานพจัดการเรื่องของคุณให้เรียบร้อย”
       ราพณ์จะไป สิริโสภาเข้ามาดึงตัวไว้ไม่ยอม
       “ไม่ สิจะไม่ยอมเสียคุณไป อยู่กับสินะคะ สิรักคุณ”
       “สิ ปล่อยผม...”
       สิริโสภา กอดไว้สุดชีวิต
       “สิไม่ให้คุณไป สิรักคุณนะคะราพณ์ สิขอร้อง ถ้าไม่มีคุณสิจะอยู่ยังไง”
       “สิ”
       ราพณ์พยายามจะแกะมือ สิริโสภาไม่ฟังพยายามรั้งเขาไว้สุดชีวิต มานพเข้ามาเห็นสภาพสิริโสภาที่คลั่งไปแล้ว มานพพยายามเข้ามาช่วยแยกสิริโสภาออกไป
       “ปล่อยสินะ ปล่อย” สิริโสภาพยายามดิ้น
       มานพล็อคเต็มแรง
       “กลับไปไอ้ราพณ์ ฉันจัดการเอง”
       สิริโสภาร้องไห้คร่ำครวญ
       “อย่าไปนะคะราพณ์ อย่าทิ้งสิไป อย่าไป”
       ราพณ์มองสิริโสภาที่พยายามดิ้นรนด้วยความสงสาร ราพณ์ตัดสินใจหันหลังเดินออกไป
       “ราพณ์”
       ราพณ์เดินออกไป สิริโสภาจะตาม มานพขวางไว้
       “ถอยไป สิจะไปคุยกับราพณ์ให้รู้เรื่อง”
       “ยอมรับความจริงเถอะคุณสิ เรื่องของคุณมันจบแล้ว”
       “มันจะไม่จบ ไม่มีวันจบ สิรักเขา”
       “ราพณ์เคยบอกรักคุณสักครั้งไหม”
       สิริโสภาอึ้ง
       “เขาไม่ได้รักคุณ ราพณ์เจอคนที่เขารักแล้ว และเขาอยากจบเรื่องของเขากับคุณไว้แค่นี้”
       สิริโสภาเจ็บปวดกับความพ่ายแพ้
       “ทำไมเขาถึงไม่รักสิ ทั้งที่สิรักเขา เขาคือชีวิตของสิ...ให้สิคุยกับเขา เขาจะต้องเปลี่ยนใจ”
       มานพไม่ขยับหลีก สิริโสภาแทบจะไหว้ขอร้อง
       “สิขอร้อง ให้สิไปนะคะ คุณนพ”
       “ราพณ์ไม่ได้รักคุณ คุณต้องยอมรับ”
       สิริโสภายังไม่ยอมแพ้จะออกไปให้ได้
       “สิจะไม่ยอมเสียเขาไป เขาคือชีวิตของสิ”
       มานพไม่ยอมปล่อยล็อคตัวสิริโสภาไว้
       “ปล่อยฉัน ปล่อย”
       สิริโสภาเสียใจกรีดร้องจนเป็นลมหมดสติ มานพได้แต่มองด้วยความเห็นใจ
       
       รสิกาเดินกลับเข้ามาในบ้านชะงักที่เห็นรัตนาวลีรออยู่
       “หม่อมแม่...”
       “ลูกหายไปไหนมา ทำไมไม่โทรมาบอกก่อน”
       รสิกาตัดพ้อ
       “แม่นมอยู่ที่โรงพยาบาล หลังจากหม่อมแม่แต่งงาน อ้ายไม่เคยหวังว่าจะมีใครที่ยังรออ้ายอยู่ที่วังนี้อีก”
       รัตนาวลีเจ็บปวดพยายามจะพูด
       “อ้าย...แม่อยากให้ลูกรู้...”
       รสิกาตัดบท
       “อ้ายดีใจนะคะที่อย่างน้อยหม่อมแม่ยังแสดงให้อ้ายเห็นว่าหม่อมแม่ยังนึกถึงอ้ายบ้างในบางครั้ง”
       “ถ้าอ้ายไม่คิดจะฟัง แม่ก็จะไม่พูด”
       “หม่อมแม่อยู่รออ้ายคงเป็นธุระสำคัญใช่ไหมคะ”
       “อ้ายจะแต่งงานกับคุณราพณ์จริงๆเหรอลูก”
       รสิกาชะงัก
       “ไม่ดีเหรอคะ คนบ้านนั้นเขาเป็นคนดีในสายตาหม่อมแม่ไม่ใช่เหรอคะ”
       “เท่าที่แม่เห็นคุณราพณ์ก็เป็นคนดีนะลูก เขามีความรับผิดชอบ มีหน้าที่การงานที่ดี แม่เชื่อว่าเขาจะดูแลลูกได้”
       รสิกาอึ้งไปกับความเห็นของรัตนาวลี
       “แต่แม่คิดว่ามันเร็วเกินไปไหมที่ลูกจะตัดสินใจแบบนั้น ลูกอยากแต่งจริงๆ หรือว่ามีเหตุผลอื่น”
       รสิกามองรัตนาวลี
       “ทำไมหม่อมแม่ถึงคิดแบบนั้น”
       “กับวศินลูกคบมาเป็นสิบปี ก็ยังไม่เคยคิดจะตอบรับสักที แม่รู้ว่าเหตุผลของลูกคืออยากให้เรื่องของวังจัดการให้เรียบร้อย แล้วทำไม...”
       “หม่อมแม่แต่งงานกับเจ้าสัว เราก็ได้วังมาแล้วนี่คะ เราเป็นคนไม่มีหนี้เพราะความเสียสละของหม่อมแม่แล้ว”
       รัตนาวลีอึ้ง
       “อ้าย...”
       “สักวัน อ้ายจะกู้ศักดิ์ศรีของเราคืนมา วังนี้ต้องเป็นของอ้ายโดยที่ไม่ติดค้างบุญคุณใคร”
       “แม่อยากรู้ว่าอ้ายแต่งเพราะความรักหรือเปล่า”
       “อ้ายเหนื่อย ขอตัวนะคะหม่อมแม่”
       รัตนาวลีพยายามรั้งไว้แต่รสิกาเดินไปทันที รัตนาวลีรู้สึกหนักใจ
       
       ราพณ์เข้ามาในห้องเห็นพระลบกำลังนั่งวาดสีเทียนอยู่ที่โต๊ะ เขาขยับเข้าไปยืนด้านหลังเห็นภาพที่พระลบวาดเป็นภาพราพณ์กับพระลบยืนอยู่หน้าบ้านหลังเล็ก ๆ ด้านบนมีพระอาทิตย์ เมฆแล้วก็มีนางฟ้ามีปีก
       “วาดอะไรอยู่ครับ”
       พระลบหันมาเห็นราพณ์ก็ดีใจมาก
       “ปะป๊า”
       ราพณ์กอดพระลบหอมแก้มด้วยความเอ็นดู
       “ยังไม่บอกป๊าเลยว่าพระลบวาดอะไรอยู่ครับ”
       “อันนี้ปะป๊ากับพระลบ แล้วอันนี้ก็หม่าม๊าไงครับ หม่าม๊าเป็นนางฟ้ากำลังลงมาจากสวรรค์มาอยู่กับพวกเรา”
       “หม่าม๊าลงมาจากสวรรค์เหรอครับ”
       “ครับ อากงบอกว่าปะป๊ากำลังจะพาหม่าม๊ามาให้พระลบ”
       ราพณ์ชะงักไปนิด ทันใดนั้นเสียงเจ้าสัวเรียวดังเข้ามา
       “การแต่งงานมันก็ไม่ใช่แต่งกันสองคนนะ”
       ราพณ์หันมองเห็นพ่อเข้ามา
       “ลื้อมีลูก มีพี่น้อง จะมาทำงุบงิบเงียบๆ ไม่ได้หรอกนะ”
       ราพณ์อึ้งๆ ว่าลืมข้อนี้ไปจริงๆ
       “ป๊าไม่อยากรู้ว่าแกใช้วิธีไหนถึงได้คุณหญิงมา แต่ดูจากสภาพแล้วคงไม่ดีนัก”
       “ผมอยากเอาชนะคุณหญิง”
       เจ้าสัวเรียวลุกขึ้นมายืนมองลูกชายนิ่งแล้วจิ้มที่อกของลูก
       “แล้วใจลื้อล่ะ จะมีความสุขไหมถ้าได้แต่งงานเพราะแค่อยากเอาชนะ”
       “ผม...”
       ราพณ์อ้ำอึ้ง เจ้าสัวเรียวมองยิ้ม ๆ
       “อ่านหนังสือออก สำคัญ...อ่านเหตุการณ์ออกสำคัญกว่า...อ่านคนอื่นออกสำคัญยิ่ง แต่อ่านตนเองออกสำคัญที่สุด ให้เกียรติคุณหญิงแล้วคุณหญิงจะให้เกียรติลื้อ”
       ราพณ์คิดตาม
       
       “ครับ ป๊า”

สามี ตอนที่ 3
        
       เย็นวันใหม่...รสิกาออกมาจากออฟฟิศชะงักที่เห็นราพณ์ยืนรออยู่ที่รถของเขาที่จอดอยู่ด้านหน้า
       
       “คุณมาทำไม”
       “ผมมารับคุณไปทานข้าว”
       “ฉันไม่ไป”
       รสิกาจะเดินไปที่รถตัวเอง
       “ผมกำลังสร้างความเนียนให้กับการแต่งงานของเรานะครับ แสดงตัวว่าเป็นแฟนก่อนจะแต่งงานสักหน่อย”
       “การข่มเขาโคขืนให้กลืนหญ้า มันอาจทำให้โคสำรอกทุกอย่างทิ้ง”
       “แต่ก่อนจะสำรอก คิดสักนิดนะครับว่าถ้าจู่ๆ เราเป็นสามีภรรยากันโดยไม่มีท่าทีมาก่อนเลย คนจะหาว่าคุณหญิงท้องฟ้าแลบ มันจะดูไม่งามนะครับ”
       รสิกาโกรธมาก ราพณ์เปิดประตู
       “เลือกเอานะครับ ว่าจะร่วมมือกับผมเพื่อรักษาชื่อเสียงตัวเองหรือไม่”
       รสิกามองราพณ์อย่างเกลียดชัง
       
       รถราพณ์เข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ คนรับใช้สองคนออกมารอรับ รสิกานั่งอยู่ในรถอึ้ง ราพณ์ลงจากรถมาเปิดประตูให้ แต่รสิกายังไม่ลง
       “คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม”
       “อีกหน่อยคุณก็ต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ บ้านของสามีก็ควรจะต้องทำความรู้จักไว้”
       “ฉันไม่ได้ตกลงแบบนั้น”
       “คุณหญิงไม่มีสิทธิ์เลือกอีกแล้ว อยากให้พวกเด็กรับใช้สงสัยหรือไงว่าทำไมคุณถึงไม่ลงจากรถ”
       รสิกาเห็นสายตาเด็กรับใช้ที่มองมา เธอจำต้องลงจากรถ ราพณ์ปิดประตูแล้วยื่นมือให้เธอวางมือแต่รสิกานิ่ง ราพณ์ไม่สนจับมือเธอแล้วพาเดินเข้าไปในบ้าน รสิกาอยากจะขืน ราพณ์ขู่
       “อยากให้ทุกคนเห็นหรือไงว่าคุณหญิงเต็มใจแต่งกับผมมากหรือว่าผู้ดีชอบที่จะแสดงให้คนอื่นรับรู้และสมเพช”
       รสิกาคอแข็งเดินตามไป ราพณ์ยิ้มอย่างพอใจในชัยชนะ
       
       ราพณ์พารสิกาเข้ามาในห้องรับแขก รสิกาอึ้งๆ ที่เห็นว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า เจ้าสัวเรียวนั่งอยู่กับรัตนาวลี รังรองอยู่กับชาญชัย ระรินอยู่ในชุดนักศึกษา ราพณ์บอกทุกคน
       “เฮียพาคุณหญิงรสิกามาแนะนำตัวกับทุกคน คุณหญิงครับ นี่เจ้รังรอง พี่สาวผมกับเฮียชาญชัย พี่เขย ส่วนระริน น้องสาวคนเล็ก”
       รสิกาไหว้รังรองกับชาญชัยที่ รับไหว้อย่างเสียไม่ได้ ในขณะที่ระรินดีใจออกนอกหน้า
       “คุณหญิง รินดรออิ้งแบบห้องรินไว้ รินจะทำห้องใหม่ คุณหญิงช่วยแนะนำให้รินหน่อยนะคะ”
       รสิกายิ้มเอ็นดู
       “ได้สิคะ”
       รังรองแอบดึงระรินไว้แบบปราม
       “ได้เจอตอนงานแซยิดป๊าครั้งเดียว ยังประทับใจไม่หาย”
       ชาญชัยยิ้มๆ แต่แอบกัด
       “แบบนี้คงเรียกว่าเป็นทองแผ่นเดียวกันอย่างสมบูรณ์นะครับ ทั้งหม่อมวลี ทั้งคุณหญิง”
       เจ้าสัวเรียวปราม
       “ไปทานข้าวกันได้แล้ว”
       “ผมขอพาคุณหญิงไปแนะนำกับคนสำคัญก่อนนะครับ เดี๋ยวตามไป”
       รสิกาสงสัยว่าใคร
       
       ราพณ์เปิดประตูเข้ามาในห้องนอนพระลบเห็นในห้องว่างเปล่า เขาเดินเข้าไปดูด้านใน รสิกาเดินตามเห็นพระลบพยายามจะผูกหูกระต่ายที่หน้ากระจก
       “พระลบทำอะไรอยู่ครับ”
       “พระลบอยากหล่อ หล่อไหมครับปะป๊า”
       พระลบหันมา หูกระต่ายเบี้ยวไม่เป็นรูป รสิกาอยู่ด้านหลังราพณ์มองความน่ารักของพระลบยิ้มๆ
       “อยากหล่ออวดกับใครก็ถามคนนั้นสิครับ”
       ราพณ์ขยับเปิดให้รสิกาก้าวเข้ามา พระลบมองอย่างจำได้
       “โห...สวยจังเลยครับ นางฟ้าคนสวยที่เคยช่วยพระลบใช่ไหมครับป๊า”
       ราพณ์มองรสิกาว่าพระลบกำลังคุยด้วย เขาล้อเลียนนิดๆ
       “ใช่ไหมครับนางฟ้าคนสวย”
       รสิกาเมินราพณ์แต่หันไปหาพระลบ
       “ใช่จ๊ะ”
       พระลบเข้ากอด รสิการับพระลบที่โผเข้าหาแทบไม่ทัน
       “นางฟ้าของพระลบ”
       รสิการู้สึกเอ็นดูแต่เห็นสายตาราพณ์ที่มองมายิ้มๆ ก็ต้องเปลี่ยนเป็นฟอร์ม
       “ได้เวลาทานข้าวแล้วไม่ใช่เหรอ”
       “พระลบไปล้างมือนะครับ แล้วไปทานข้าวกัน” ราพณ์บอกลูกชาย
       “ครับ”
       พระลบเข้าไปล้างมือ รสิกายิ้มมองตามเห็นราพณ์มองก็ฟอร์มทำเป็นถามเรื่องอื่น
       “แล้วแม่ของพระลบล่ะ...ไปไหน”
       “คุณสนใจอดีตของผมด้วยเหรอ แบบนี้...มันแสดงออกว่าคุณมีใจนะ”
       รสิกาหมั่นไส้ใช้ความเงียบไม่ต่อความ ราพณ์แอบยิ้ม
       
       เจ้าสัวเรียว และทุกคนนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร ราพณ์เดินนำรสิกาเข้ามากับพระลบ เขาพาเธอมานั่งข้าง ๆ ราพณ์นั่งติดด้านขวาของเจ้าสัวเรียว รัตนาวลีก็นั่งทางซ้ายมือของเจ้าสัวเรียว
       “เอ้าทานข้าวกันได้แล้ว” เจ้าสัวเรียวเอ่ยขึ้น
       ทันใดนั้นเสียงรามดังขึ้น
       “วันครอบครัวขาดผมได้ยังไงครับ”
       รามเข้ามายิ้มแย้มแล้วมองเห็นรสิกา รามตะลึงในความสวย
       “คุณ...”
       “คุณหญิงรสิกา ว่าที่พี่สะใภ้ของแกไง” เจ้าสัวเรียวแนะนำ
       “ผมรามครับ น้องชายคนที่สามของเฮีย คุณหญิงสวยมากเลยนะครับ ผมไม่น่าปากไวรีบปฏิเสธเลย ผมว่าผมกับคุณหญิงดูเหมาะกันมากกว่าเฮียราพณ์อีก”
       รสิกา อึ้งไป เจ้าสัวเรียวปราม
       “เจ้าราม หยุดพูดได้แล้ว”
       รามยิ่งห้ามยิ่งพูด
       “ไม่งั้นป๊าคงไม่คิดส่งคุณหญิงมาให้ผมก่อนหรอก ใช่ไหมครับหม่อมวลี”
       “ราม” ราพณ์ปรามอีกคน
       
       รามยิ้มแบบไม่แคร์ออกแนวสะใจด้วยซ้ำ ชาญชัยมองชอบใจที่ดูเละเทะจริงๆ รังรอง ระริน มองว่าเป็นเรื่องแล้ว ราพณ์หน้าตึง ขณะที่รัตนาวลีกับรสิกาวางหน้าไม่ถูก

สามี ตอนที่ 3
        
       โต๊ะอาหารคฤหาสน์เจ้าสัวเรียว...ทุกคนอึ้งกับคำพูดของราม เจ้าสัวเรียวหน้าตึงมาก รัตนาวลีสงสารลูกสาว ในขณะที่รสิกาพยายามตั้งสติ บรรยากาศตึงจนไม่รู้จะเริ่มคลายจากตรงไหนก่อน
        
       “เง็ก ตักข้าว” ราพณ์พยายามข่มความโกรธ
       รัตนาวลีพยายามยิ้มใจเย็น
       “คุณรามนั่งสิคะ”
       “ขอบคุณครับ”
       รามนั่งลงยิ้มไม่สะเทือนเลยว่าทำให้บรรยากาศเสีย เง็กกับกิมช่วยกันตักข้าว ในขณะที่ทุกคนต่างลอบมองกันไปมาจับสังเกตกัน รามตักกับข้าวให้กับรสิกา
       “คุณหญิงทานไก่นึ่งสิครับ แม่ครัวที่นี่ต้มสุกพอดีมาก” รามมองรสิกากรุ้มกริ่มมาก “เนื้อหวาน ๆ ผมชอบมาก คุณหญิงชอบทานอะไรครับ ผมจะได้จำไว้ จะได้เอาใจคุณหญิงถูก”
       ราพณ์มองรามอย่างไม่พอใจ เจ้าสัวเรียวขัดเสียงดังแบบใกล้หมดความอดทน
       “ราม ถ้าลื้อไม่กินก็ลุกไป”
       รามชักสีหน้าที่พ่อตำหนิไม่ไว้หน้าตัวเอง
       “สมน้ำหน้า” ระรินสะใจ
       รามหันขวับมอง ระรินมองตอบไม่มีกลัว รังรองมองอย่างไม่ชอบ
       “กินข้าวกันได้แล้ว” เจ้าสัวเรียวตัดบท
       ขณะเดียวกันนั้นเสียงรุ้งรายดังขึ้น
       “รอรุ้งก่อนสิคะ”
       ทุกคนหันมองเห็นรุ้งรายเดินเข้ามา
       “เฮียพาว่าที่พี่สะใภ้มาเปิดตัวทั้งที มันต้องพร้อมหน้าพร้อมกันสิคะป๊า”
       คุณหญิงนั่งลงตรงข้ามกับรสิกา
       “เสียดายนะคะวันนี้ศินเขาไม่ว่าง ไม่งั้นรุ้งจะพาคนของรุ้งมาเปิดตัวบ้าง แต่รุ้งกลัวว่าถ้าคุณหญิงต้องทานข้าวกับเพื่อนสนิท อาจจะแสลงจนทานไม่ลง จริงไหมคะคุณหญิง”
       คนอื่นๆ หันมองรสิกาดูท่าที รัตนาวลีห่วงลูกแต่รสิกานิ่งมากยิ้มไม่สะเทือน
       “คุณรุ้งพูดตกไปหนึ่งคำนะคะ ที่จริงต้องใช้คำว่าอดีตเพื่อนสนิท”
       “อดีตที่ความหมายว่า สิ่งที่จบไปแล้วใช่ไหมครับ” ราพณ์ถามอย่างพอใจ
       รสิกายิ้มรับอย่างมีสติมาก
       “ค่ะ และถ้ามันผ่านไปแล้ว มันจะไม่มีวันหวนกลับ”
       รุ้งรายยิ้มพอใจแต่ยังไม่วายแหย่ต่อ
       “ฟังดูเหมือนถ่านไฟเก่าจะอับชื้น ถ้าคุณหญิงไม่คิด จะเป็นไฟก็ดีค่ะ เพราะคนของรุ้งมันเหมือนน้ำมัน น้ำมันน่ะมันหาทางไหลได้ไปเรื่อย”
       ราพณ์หันมาหารสิกา
       “ถ้ารุ้งเข้าใจแล้วก็ดี ขอโทษนะครับคุณหญิงที่น้องผมเขาเสียมารยาท”
       “ฉันกำลังจะเข้ามาเป็นสะใภ้ของลิ้มวัฒนาถาวรกุล หน้าที่ของฉันคือรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของสามี เพราะนั่นหมายถึงเกียรติและศักดิ์ศรีของตัวฉันเองด้วยเหมือนกัน”
       ราพณ์ขยับมาวางมือบนมือของเธอ รสิกาหันมองแล้วยิ้มให้ราพณ์ เจ้าสัวเรียว รุ้งรายพอใจ ระรินปลื้มๆชื่นชม ขณะที่รามกับชาญชัยมองอย่างอยากรู้ว่าลึกๆมีอะไร รังรองเองก็รู้สึกดีขึ้นแต่เห็นชาญชัยมองมาก็ต้องทำเป็นนิ่งเย็นชาไม่สนใจรสิกา
       
       สิริโสภาพยายามกดโทรศัพท์โทรหาราพณ์ แต่เขาไม่ได้เปิดเครื่อง เธอกด ๆโทรศัพท์ไม่ยั้ง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เธอมองเสื้อยืดของราพณ์ที่แขวนอยู่ ยื่นมือไปแตะเสื้อของเขาแล้วน้ำตาร่วง นึกถึงตอนที่ราพณ์ใส่เสื้อตัวนี้เคยนั่งกอดเธอ สิริโสภาจับเสื้อของราพณ์มาแนบแก้มร้องไห้ราวกับจะขาดใจ หน้าประตูมานพยืนมองด้วยความสงสาร
       
       ชาญชัยนั้นเป็นลูกเขยที่ไม่ค่อยพอใจราพณ์กับเจ้าสัวเรียว ที่ไม่เคยเห็นความสำคัญของเขา ปกติลูกเขยกับลูกสาวที่แต่งออกจากบ้านไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงอยู่แล้ว แต่เจ้าสัวเรียวกับราพณ์เห็นแก่รังรองจึงให้ความช่วยเหลือเข้าหุ้นกับชาญชัย ตั้งบริษัทก่อสร้างขึ้นในฐานะบริษัทลูก ชาญชัยพยายามจะบีบรังรองทุกทางเพื่อให้ช่วยพูดให้เจ้าสัวเรียวยกบริษัทให้เป็นของตนเองเพียงผู้เดียว ไม่อยากเป็นบริษัทลูก ไม่อยากให้ใครมาตรวจสอบ ทั้งที่อาศัยเงินและเครดิตเจ้าสัวเรียวจนก่อตั้งมาได้
       ขณะที่นั่งทานอาหารกันอยู่ ชาญชัยหาจังหวะถามเรื่องที่ตัวเองข้องใจ พอได้จังหวะก็โพล่งขึ้นมา
       “แล้วราพณ์กำหนดหรือยังว่าจะจัดงานที่ไหน แต่งวันไหน เฮียจะได้ช่วยจัดการให้”
       เจ้าสัวเรียวกับรัตนาวลีมองราพณ์ว่าจะเอายังไง
       “เราจะจัดงานเป็นการภายในครับ เฉพาะคนในครอบครัว”
       “ไม่เงียบไปเหรอ” ชาญชัยหันมาบอกกับเจ้าสัวเรียว “แบบนี้ที่คนเขาลือจะยิ่งกลายเป็นฮือฮาว่าจริง
       นะครับ”
       “ข่าวลืออะไรคะเฮียชาญ” ระรินถามอย่างไม่รู้จริงๆ
       ชาญชัยได้โอกาส พูดทันที
       “ข่าวว่าทางประกาศเกียรติแต่งงานล้างหนี้น่ะสิน้องริน”
       ทุกคนอึ้ง รังรองก็ตกใจที่ชาญชัยโพล่งออกมา รัตนาวลีกับรสิกาหน้าเสีย
       “ลื้อเอาอะไรมาพูด” เจ้าสัวเรียวไม่พอใจ
       “มันเป็นข่าวครับป๊า พวกข่าวซุบซิบตามสังคม”
       “ไร้สาระ” เจ้าสัวเรียวเสียงแข็ง
       ราพณ์พูดขึ้นนิ่งๆ
       “ผมว่าเฮียเอาเวลาไปสนใจโครงการทาวน์เฮ้าส์ ที่เฮียดูแลจะดีกว่านะครับ”
       ชาญชัย หน้าตึงที่โดนแตะเรื่องทำงานของตัวเอง
       “มันก็โอเคนี่ คนแห่จองกันหมดแล้ว”
       “ผมได้รับรายงานมาว่าโครงสร้างมันต่ำกว่ามาตรฐาน อาจจะมีปัญหาที่ผู้รับเหมา ถ้าเฮียจัดการไม่ได้ ผมจะให้รุ้งไปช่วยเคลียร์”
       ชาญชัยเสียงแข็งทันที
       “ไม่ต้อง” ชาญเห็นทุกคนมองรีบพูดอ่อนลง “เฮียจะเข้าไปดูเอง”
       เจ้าสัวเรียวพูดขึ้น
       “ป๊าทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์มาตลอด มันคืออุดมการณ์ในการทำงานที่ทุกคนในครอบครัวจะต้องยึดมั่นในการทำงาน”
       “ผมพยายามจะทำให้บริษัทมีผลกำไรสูงสุด” ชาญชัยเถียง
       ราพณ์เสียงเข้ม
       “มาตรฐานต่ำกำไรสูงมันไม่ใช่นโยบายของบริษัทเรา คำว่าเรารวมถึงทุกบริษัทในเครือด้วย เห็นทีผมกับสถาปนิกจะต้องเข้าไปตรวจที่โครงการ”
       ชาญชัยรีบบอกเจ้าสัวเรียว
       “ถ้าไว้ใจให้ผมบริหาร ก็ควรจะปล่อยให้ผมจัดการเองไม่ใช่เหรอครับ”
       ราพณ์ขัดขึ้น
       “ถ้ามันเกิดความผิดพลาดขึ้นมา มันจะไม่ใช่แค่เงินที่เสียไป ผมมองว่าผู้รับเหมารายนี้มีปัญหามาตลอด การเลือกบุคลากรเฮียต้องใช้วิจารณญาณมากกว่านี้นะครับ”
       ชาญชัยโกรธที่เจอราพณ์หักหน้ากลางโต๊ะอาหาร แล้วเจ้าสัวเรียวก็ยังดูจะให้ท้าย
       “งานประเภทนี้มันเลือกคนยาก ไม่เหมือนบางประเภท เหนื่อยน้อยแต่ได้รับการยกย่องมาก” ชาญชัยสายตามองไปทางรสิกาประมาณหาที่ลง “ราพณ์ก็คงเสียเงินไปไม่น้อย ไอ้แบบนี้มันสมควรแล้วเหรอ”
       รุ้งรายแทรกขึ้น
       “ไม่ว่าเฮียราพณ์จะเสียเงินหรือไม่มันก็ไม่เกี่ยวกับเฮียชาญนี่คะ เพราะมันเป็นเงินกงสี รุ้งกับน้องๆ ที่ถือเป็นสายในยังไม่เดือดร้อน เฮียชาญเป็นแค่ลูกเขยไม่มีสิทธิ์ในกองนี้จะเดือดร้อนทำไมคะ”
       ชาญชัญโกรธวางตะเกียบปึ้ง
       “ผมอิ่มแล้ว ขอตัวครับ”
       รังรองเรียกไว้
       
       “เฮียคะ...เฮีย”
        

สามี ตอนที่ 3
       ชาญชัยเดินไปไม่ฟังเสียง รังรองหันมาตวาดน้องสาว
        
       “รุ้ง...หาเรื่องเฮียเขาทำไม”
       “หรือเจ้ว่ารุ้งพูดผิด”
       เจ้าสัวเรียวมองทั้งรุ้งรายกับรังรอง
       “โต๊ะกินข้าวมีไว้กินข้าว ถ้าไม่กินก็ลุกไป”
       “รองขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะหม่อม”
       รังรองลุกออกไป ทุกคนเงียบงัน รามยิ้มกวนๆ
       “เป็นมื้อที่สนุกจริงๆ ถ้าหม่าม๊าผมมาด้วยคงสนุกกว่านี้ คุณหญิงเจอหม่าม๊าผมหรือยังครับ”
       รสิกางงเล็กน้อย เจ้าสัวเรียวกับคนอื่นๆ มองราม รามพูดเสียงเศร้า เพราะโดนแม่ฝังหัวมา
       “หม่าม๊าโบตั๋น เมียรองที่ถูกทุกคนมองข้าม”
       เจ้าสัวเรียววางตะเกียบอย่างแรง ทุกคนสะดุ้งมอง
       “ขอโทษนะครับ หม่อม คุณหญิง มื้อนี้คงไม่สะดวกที่จะทานแล้วล่ะครับ”
       รัตนาวลีมองเจ้าสัวเรียวรู้ว่าคงอยากคุยกับลูก ๆ
       “อ้าย แม่จะเดินไปส่งที่รถนะลูก”
       “ค่ะ”
       ราพณ์บอกกับรสิกา
       “เดี๋ยวผมตามออกไปนะครับ”
       รสิกามองเป็นการตอบรับแล้วลุกออกไปกับรัตนาวลี ราพณ์หันไปบอกระริน
       “ระรินขึ้นไปดูพระลบที่ห้องให้เฮียที”
       ระรินมองรามอย่างโมโห อยากเฉ่งด้วย
       “แต่...”
       ราพณ์เสียงเข้ม
       “ระริน”
       “ค่ะ”
       ระรินออกไป รามพูดขึ้น
       “กับข้าวเยอะแยะ น่าเสียดาย”
       เจ้าสัวเรียวตบโต๊ะปัง
       “ลื้อไม่ควรทำแบบนี้”
       “ป๊าหมายถึง พูดความจริงน่ะเหรอครับ”
       “ราม”
       รามมองไม่สะดุ้งสะเทือน เจ้าสัวเรียวโกรธมาก ราพณ์เครียด
       
       สิริโสภาร้องไห้จนสาแก่ใจ มานพที่ยืนมองเห็นว่าอยู่ก็ไม่มีประโยชน์เดินกลับออกไป สิริโสภานึกถึงที่ราพณ์บอกว่าจะแต่งงาน เธอแค้นเสียใจผิดหวัง
       “คุณเป็นของสิ สิไม่ยอม...ไม่ยอม”
       เสียงประตูหน้าบ้านถูกเปิดแล้วปิด สิริโสภาหยุดร้อง ขยับลุกขึ้นมอง เห็นมานพกำลังจะเดินออกไป เธอตัดสินใจบางอย่างทันที รีบไปคว้าแจกันแก้วแล้วเขวี้ยงไปที่กำแพง เพล้ง มานพชะงักที่ได้ยินเสียง ตัดสินใจวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน
       สิริโสภาหยิบเศษแก้วที่แตกขึ้นมาแล้วกรีดเข้าที่แขน มานพรีบวิ่งเข้ามาในบ้านชะงักที่เห็นเลือดร่างสิริโสภาฟุบอยู่กับพื้น ที่แขนมีเลือดไหลออกมา
       “คุณสิ”
       มานพเข้าไปพยายามจะประคองขึ้นมา แต่สิริโสภาสะบัด
       “ปล่อยฉัน ฉันอยากตาย”
       มานพพยายามจะลากสิริโสภาออกไป เธอพยายามจะสะบัดให้หลุด มานพไม่ยอมแพ้พยายามจะลากออกไปให้ได้ สิริโสภาคลั่งไร้สติไปแล้ว
       
       รัตนาวลีเดินออกมาที่ลานจอดรถกับรสิกา ที่หน้าเครียดมาก
       “หม่อมแม่ทนอยู่ได้ยังไงคะ กับการที่ญาติพี่น้องเขา พูดจาดูถูกเราขนาดนี้ ทั้งลูกเขย ลูกชาย”
       “การแต่งงานไม่ใช่แค่เราแต่งงานกับผู้ชายหนึ่งคนนะอ้าย แต่มันคือการแต่งงานกับครอบครัวของเขา เท่าๆ กับที่เขาแต่งงานกับครอบครัวของเรา”
       “แต่ถ้ามันเป็นแบบนี้ อ้ายไม่...”
       “ให้อ้ายตัดแม่ตัดลูกกัน อ้ายยอมไหม”
       รสิกาสวนทันที
       “ไม่ค่ะ”
       รัตนาวลียิ้ม แล้วอธิบายต่อ
       “ครอบครัวของใคร เขาก็ย่อมรักและผูกพัน การแต่งงานจะเปลี่ยนเราจากคู่รักให้เป็นคู่ชีวิต เป็นคู่คิดที่ดูแลกันและกัน”
       “ดูแล” รสิกาดูสับสนงุนงงว่าต้องทำอะไร
       รัตนาวลีลูบที่ต้นแขนเบาๆ
       “เมื่อลูกแต่งงาน ความรักจะผลักดันให้ลูกได้รู้ว่าลูกควรจะต้องทำยังไง...”
       รสิกาเจอคำว่ารักจากรัตนาวลีมาก ๆ เข้าชักต่อต้านเพราะตนเองไม่ได้รู้สึกถึงความรักสักนิด
       
       ในห้องนั่งเล่น...รามเดินเข้ามาตรงหน้าเจ้าสัวเรียวหน้าซื่อๆ มั่นใจว่าที่พูดคือความจริง แต่เป็นความจริงที่โบตั๋นพูดฝังหัวไว้ รามคิดว่าแม่จริงใจและรักเขาที่สุด เมื่อลินดาเล่าว่าโดนรังแกเพราะเรื่องสมบัติ รามก็เชื่อ และพยายามจะเรียกร้องให้ตามที่ลินดาต้องการ
       “ลื้อพูดเรื่องบ้า ๆ พวกนั้นทำไม” เจ้าสัวเรียวพูดขึ้นมาอย่างโกรธจัด
       “เรื่องไหนล่ะครับ เรื่องที่ป๊าหาคุณหญิงมาแต่งกับผมแต่เฮียราพณ์แย่งไป หรือว่าเรื่องที่ป๊าไม่เคยยกย่องแล้วทุกคนที่นี่ก็ไม่เคยให้เกียรติม๊าผม”
       ราพณ์ปราม
       “ราม...อย่าก้าวร้าว”
       “ก่อนเฮียจะสอนผม เฮียสอนตัวเองก่อนเถอะครับ สอนตัวเองให้รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ จะได้รู้ว่าเฮียกับพวกเจ๊ ๆ ควรให้ความเคารพม๊าของผมด้วย”
       เจ้าสัวเรียวตวาดลั่น
       “หุบปาก แกเป็นน้องไม่ควรจะเถียงพี่แกแบบนี้”
       รามชะงักมองพ่อ
       “ทำไมป๊าไม่ตวาดเฮียบ้าง เวลาเฮียเถียงม๊าผม ทำไมต้องเป็นผมกับม๊าที่ผิดเสมอเพราะผมไม่ใช่ลูกชายคนโตใช่ไหมครับ ป๊าถึงไม่รักผม ป๊าลำเอียง”
       “ราม...”
       เจ้าสัวเรียวความดันขึ้น ปวดหัวจี๊ดจนเซต้องลงไปนั่ง รามตกใจ
       “ป๊า”
       ราพณ์ตกใจตะโกนเรียก
       “เง็ก...เง็ก”
       
       รัตนาวลีกับรสิกาอยู่หน้าตึก ได้ยินเสียงราพณ์ ทั้งสองหันตามเสียงที่ดัง แล้วพากันวิ่งกลับเข้าไปด้านใน รามจะเข้ามาหาเจ้าสัวเรียวแต่ยังไม่ทันจะแตะ ราพณ์ขัดเสียงดัง
       “อย่า”
       รามชะงัก ราพณ์มองด้วยความโกรธ
       “ออกไป...อย่าให้ป๊าต้องเครียดเพราะแกอีก...ไป”
       รามอึ้งมองเจ้าสัวเรียวที่หายใจเร็วถี่ รามต้องถอยห่างออกมานั่งมองเงียบๆ เง็กวิ่งเข้ามา
       “ยามาแล้วค่ะ”
       รัตนาวลีรีบรับยาจากเง็กแล้วเข้าไปหาเจ้าสัวเรียว
       “ทานยานะคะเจ้าสัว”
       เจ้าสัวเรียวทานยาแต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น รสิกายืนมองเหตุการณ์อึ้งๆ เพราะเพิ่งเคยเจอเรื่องนี้เป็นครั้งแรก
       
       เจ้าสัวเรียวนั่งพิงไปกับเตียงกึ่งนั่งกึ่งนอน รัตนาวลีขยับเข้ามาใกล้ด้วยความเป็นห่วง
       “เป็นยังไงบ้างคะ”
       “ผมดีขึ้นแล้ว ไม่เป็นไร”
       รสิกากับราพณ์ยืนอยู่ด้านหลังรัตนาวลี เจ้าสัวเรียวหน้าสลด
       “ผมต้องขอโทษหม่อมกับคุณหญิงด้วย ที่รามกับชาญชัยพูดจาไม่เหมาะสม”
       รสิกาเห็นสภาพเจ้าสัวเรียวก็อ่อนลง
       “ไม่เป็นไรค่ะ”
       เจ้าสัวเรียวหันไปบอกลูกชาย
       “ราพณ์ ดึกแล้วพาคุณหญิงไปส่งเถอะ”
       “ครับ”
       รัตนาวลีละล้าละลังอยากไปส่ง
       “ถ้างั้นแม่...”
       รสิการ้ายไม่ออก เพราะสภาพเจ้าสัวเรียวดูป่วยมาก
       “หม่อมแม่ดูแลเจ้าสัวเถอะค่ะอ้ายกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” รสิกาไหว้รัตนาวลีกับเจ้าสัวเรียว
       “จ๊ะ ขับรถระวังนะคะคุณราพณ์”
       “ผมสัญญาครับว่าจะดูแลคุณหญิงอย่างดี”
       รสิกาสบตา ราพณ์มองมาด้วยสายตาจริงจัง รสิกาเมินอย่างหมั่นไส้ว่าสร้างภาพ
       “เชิญครับคุณหญิง”
       
       ราพณ์พารสิกาออกไป
        
       จบตอนที่ 3 
        

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สามี ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
สามี ตอนที่ 13
สามี ตอนที่ 12
สามี ตอนที่ 11
สามี ตอนที่ 10
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 15 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 15 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รออ่านอย่างใจจดใจจ่อเหมือนกันค่ะ แต่เข้าใจว่าคนอัพ คงต้้องงรอให้ละคร ออนแอร์อยู่ใช่มั๊ยค่ะ คนอ่านก้อรออยู่เหมือนกันค่ะ ทั้งรออ่าน แล้วก้อรอดูด้วยค่า...
yadananok@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รออ่านอย่างใจจดใจจ่อเหมือนกันค่ะ แต่เข้าใจว่าคนอัพ คงต้้องงรอให้ละคร ออนแอร์อยู่ใช่มั๊ยค่ะ คนอ่านก้อรออยู่เหมือนกันค่ะ ทั้งรออ่าน แล้วก้อรอดูด้วยค่า...
yadananok@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมลงน้อยจังค่ะขอแบบเดิมได้ไหมค่ะรออ่านทุกวันเลย
mind
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +22 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลงทีละนิดขนาดนี้ .... คงคิดว่าไม่มีคนสนใจอ่านใช่ไหมค่ะ ขอบอกเลย คิดผิดมากค่ะ .... อยากอ่านแบบเดิมค่ะ เช้าหนึ่งหน้า เย็นหนึ่งหน้า หรือจะวันละ 3 หน้าก็ได้นะคะ ขอบคุณค่ะ ^^
Nanzy
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014