หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ผู้ชนะสิบทิศ

ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 9

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤศจิกายน 2556 17:15 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 9
       ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 9
       
       เมงจะยิ้มๆมองตาม เมงจายืนหน้าเศร้าอยู่ข้างหลังมองหาแต่ปอละเตียง
       
       ไปฟยูบอก
       "พวกเราออกเดินทางได้แล้ว เร็วขึ้นช้างๆๆ"
       เมงจาเดินไปขึ้นช้าง สายตาห้อยมองปอละเตียง ขบวนช้างต่อเดินออกไปทางชายป่าโดยมีลูกเมียยืนส่งอยู่ไกลๆ ปอละเตียงกับเชงสอบูมองตามด้วยความเป็นห่วง เชงสอบูหันมาค้อนควักปอละเตียงอย่างหมั่นไส้
       
       พรานช้างไสช้างออกไล่ต้อนโขลงช้างป่าฝุ่นตลบ ไปฟยูยื่นเชือกบาศเข้าขาหลังของช้างพลายเถื่อนเข้าพอดี ไปฟยูโยนเชือกบาศตาม ช้างเถื่อนยังวิ่ง ไปฟยูเร่งช้างต่อวิ่งตามจนเชือกบาศตึง ช้างเถื่อนวิ่งไม่ได้จึงหยุด
       
       เวลาเย็น ไปฟยูและพรานช้างตีเกราะเป่าหลอดต้อนโขลงช้างป่าเข้ามารวมกันในเพนียดชั่วคราว
       กันอย่างอลม่าน
       เมงจะเมงจาและพรานช้างอีกพวกหนึ่งยืนดูโห่ร้องชื่นชม ไปฟยูลงช้างมาหา เมงจาเอากระบอกน้ำส่งให้ดื่ม
       "พรุ่งนี้ตาเจ้าแล้วเมงจะ เมงจา แน่ใจนะว่าเจ้าทำได้"
       "ข้าพเจ้ากับน้องชายเคยคล้องช้างมาแล้ว ขอท่านจ่าบ้านอย่าห่วง"
       เมงจะทำหน้าพิกลมองหน้า เมงจาขยิบตาให้เฉยๆไว้ เมงจะแอบยกมือไหว้ไปรอบราวป่า
       ขบวนรถม้าของสอพินยาเดินทางไปเมืองเมาะตะมะ อุปราชคิดถึงแต่กุสุมา ไขลูขี่ม้าอยู่ข้างๆ
       
       วันใหม่ ในป่า เมงจาอยู่หัวช้าง เมงจะอยู่ท้ายช้าง พรานผู้ช่วยวิ่งเคาะเกราะดาหน้าต้อนโขลงช้างไปตามราวป่า เมงจาบังคับช้างวิ่งคู่ขนานกับช้างพลายตัวใหญ่ เมงจะจ้องจะคล้องบ่วงบาศอยู่ เมงจามองไปทางฝูงช้างที่วิ่งรวมเป็นโขลง แล้วขมวดคิ้วหันมาชี้ให้เมงจะดู เมงจะเขม้นมอง ช้างต่อก็ยังวิ่งขนานไปเรื่อยๆ ช้างกลุ่มนั้นวิ่งเป็นระเบียบเรียบร้อย เหมือนคุ้มกันอะไรสักอย่างตรงกลาง
       "มีช้างสำคัญอยู่กลางฝูง"
       ลูกช้างน้อยสีกายดังสีดอกบัวโรยยืนอยู่ตรงกลาง มองจ้องมาที่เมงจะและเมงจา
       เมงจะและช้างน้อยต่างมองกันนิ่ง เมงจาตื่นเต้นสุดๆ
       "ช้างเผือก….อีกกี่ชาติเราจะได้พบเห็นช้างเผือกลักษณะสมบรูณ์อย่างนี้ เร็วเถิด เร่งคล้องให้ได้"
       โขลงช้างป่าเดินไปเรื่อยๆ ช้างต่อวิ่งสุดฝีเท้า ฝูงช้างล้อมช้างเผือกก็วิ่งโขยกสุดฝีเท้าเช่นกัน เมงจะยังไม่ได้โอกาสคล้องบ่วงบาศ
       "ข้างหน้าเป็นทางแคบเขาหนีไปได้ไม่เร็ว เตรียมตัวจะเด็ดน้องเรา"
       เมงจะขยิกช้าง โยกตัวให้ช้างไปเร็วๆ ช้างต่อบุกเข้าไปใกล้ เมงจาเร่งช้างพังต่อให้ใกล้เข้าไป เมงจะพยายามจะคล้อง
       "เอาเลย" เมงจาบอก
       เมงจะพยายามจะคล้อง แต่ก็ไม่ได้จึงม้วนบ่วงบาศขดใหม่ พนมมือไปทางเมืองตองอู
       "เดชะพระบารมี พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้จะได้ช้างสีเศวตไว้เพิ่มพูนบารมี ขออย่าให้ข้าพเจ้าทอดบาศผิดที่หมายเลย"
       เมงจาไสช้างต่อให้เข้าใกล้ช้างเผือกน้อยจนได้ระยะ เมงจะโยนบาศขณะที่ช้าง 2 ตัว วิ่งคู่ขนานกัน
       เชือกค่อยๆโรยตัวไประหว่างขาช้าง
       
       ไปฟยูกับพรานช้างกำลังไล่ต้อนโขลงช้างป่าออกจากเพนียดเพื่อกลับบ้าน เมงจะกับเมงจาที่กำลังผูกช้างเผือกน้อยเข้ากับช้างต่อเตรียมเดินทางอยู่อีก มุมหนึ่ง เมงจะหยิบผ้าสไบของปอละเตียงขึ้นมาผูกกับคอช้างเผือก เมงจาหันมาเห็นถึงกับอึ้ง เมงจะหันมายิ้มยั่ว แต่ไม่พูดอะไร ขบวนคล้องช้างเดินย้อนแสงแดดผ่านป่าไปเป็นขบวนยาวมาก
       
       ภายในเรือนเมงจะ ปอละเตียงแอบเข้ามามอง แล้วเข้าไปจัดข้าวของให้เข้าที่อย่างมีความสุข แต่พอขยับเลิกหมอนขึ้นก็พบผ้าสไบของกุสุมาที่ชายผ้าปักดิ้นเป็นรูป…..นาคะมินทร์ ปอละเตียงพึมพำ
       "นาคะมินทร์"
       ปอละเตียงเก็บสไบใส่เข้าไปในอก แล้วจะรีบไป เชงสอบูยืนขวางที่ประตู
       "พี่ท่านอย่าทำอย่างนั้นเลย มันไม่งาม"
       ปอละเตียงเสียงหยันถาม "ทำไม"
       เชงสอบูเสียงห้วน
       "พี่ท่านไม่คู่ควรเมงจะ"
       "เอ๊า....ใครจะเป็นคนตัดสิน"
       "ก้อพี่ท่านอาจจะได้เป็นบาทบริจา"
       ปอละเตียงตวาดแรง จ้องหน้า
       หยุด บอกแล้วว่าไม่ให้พูด"
       "แต่ความจริงมีอย่างนั้น พ่อท่านก็หวังพี่มาก"
       "ไม่เกี่ยวกับข้า ใครหวังก็หวังไป"
       "เอ๊า...พ่อนะพี่"
       ปอละเตียงท้าวสะเอวมองหน้า
       "แล้วยังไง"
       "เมงจะเป็นคนไม่มีหัวนอนปลายตีนนะพี่"
       "งั้นเรอะ"
       "ความจริง เอ้อ...ข้าพเจ้าเป็นน้อง แม้ได้กับคนชั้นเมงจะก็ไม่เสีย"
       "อ้อ !…ที่แท้ตัวเองจะเอาไว้เสียเอง เฮอะ"
       ปอละเตียงเดินลอยชายผ่านไปแล้วหันมาอีกครั้ง
       "จะบอกให้เอาบุญนะ คนชั้นเมงจะนั่นแหละ เขาจะไม่มองเจ้า"
       เสียงชาวบ้านดังเข้ามา
       "พวกคล้องช้างกลับมาแล้ว .ท่านจ่าบ้านพาพวกคล้องช้างกลับมาแล้ว"
       ปอละเตียง เชงสอบูมองหน้ากัน ก่อนจะตัดสินใจแข่งวิ่งไปอย่างรวดเร็ว
       
       ปอละเตียงกับเชงสอบูวิ่งมากับชาวบ้าน จนเห็นขบวนช้างต่อต้อนช้างป่ามาตามทุ่ง แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ได้แต่โบกมือเรียกญาติตัวเอง เมงจะ เมงจานั่งช้างมาด้วยกัน ต่างหันมองหาปอละเตียง
       ปอละเตียงกับเชงสอบูมองหาเมงจะ จนกระทั่งช้างเมงจะเข้ามาใกล้ ปอละเตียงยกมือโบกให้ เมงจาดีใจนึกว่า ปอละเตียงโบกมือให้จึงโบกตอบ แล้วไสช้างเข้าไปหา
       ปอละเตียง เชงสอบูบอก
       "เมงจะ ท่านเมงจะ ทางนี้"
       เมงจะโบกมือตอบ เมงจาหุบยิ้มไม่พอใจหันไปพูดเสียงแข็งใส่เมงจะ....
       "นางผู้ใดคือของท่าน"
       ไม่มีคำตอบจากเมงจะ
       ช้างเผือกน้อยมีผ้าสไบของปอละเตียงผูกคออยู่ ปอละเตียงดีใจมาก แต่เชงสอบูหุบยิ้มทันทีแล้วแดกดันพร้อมค้อนสามวงใหญ่
       "เห็นหน้าท่านเมงจะยิ่งกว่าเห็นหน้าพ่ออีกนะปอละเตียง... พ่อ พ่อข้าอยู่นี่"
       เชงสอบูรีบวิ่งไปหาพ่อ ทิ้งให้ปอละเตียงมองเมงจะอย่างชื่นชม เมงจาไสช้างออกไป เมงจะตกใจ
       "เดี๋ยวๆ…พี่ท่านจะรีบไสช้างไปไหน"
       "ข้าอยากถึงบ้านเร็วๆ"
       
       ปอละเตียงยิ้มให้เมงจะด้วยความคิดถึง เมงจะยิ้มให้เช่นกัน

ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 9
       พระอาทิตย์กำลังโผล่พ้นทะเลขึ้นมา
        
       ไขลูควบม้านำขบวนรถม้าสอพินยาเข้ามาจนกระทั่งเห็นพระราชวังเมาะตะมะตั้งอยู่บนหน้าผาริมทะเล สมิงสอตุดควบม้านำขบวนทหารเมาะตะมะเข้ามาหยุดอยู่หน้าขบวน ไขลูสั่งให้ขบวนหยุด สอพินยาเปิดพระวิสูตรออกมามอง
        "ขุนนางเมาะตะมะ ออกมารับเสด็จพระอนุชา"
       สมิงสอตุดลงจากม้าเดินมาคุกเข่าถวายบังคมสอพินยา
       "ข้าพเจ้าสมิงสอตุด ปลัดวังแห่งหงสาวดีที่ได้รับพระบรมราชโองการให้มาคุมหัวเมืองท่าเมาะตะมะ ขอถวายพระพรพระอุปราชสอพินยานำเสด็จสู่แคว้นใต้พระบารมีพระเจ้าสการะวุฒพี ผู้เป็นใหญ่แห่งหงสาวดี"
       "นำเราไป สมิงสอตุด"
       สมิงสอตุด ไขลู ควบม้านำรถม้าอุปราชสอพินยามุ่งสู่พระราชวังเมาะตะมะ
       
       ท้องพระโรงเมาะตะมะ เวลากลางคืน นาฏศิลป์สาวเปอร์เซียกำลังร่ายรำระบำหน้าท้องอยู่กลางท้องพระโรง ข้าราชบริพารกำลังเฉลิมฉลองต้อนรับสอพินยาอยู่เต็มท้องพระโรงอย่างสนุกสนาน
       สมิงสอตุดนำพวกพ่อค้าชาติต่างๆเข้าแถวนำเครื่องราชบรรณาการถวายแก่สอพินยา โดยมีไขลูดูแลอย่างใกล้ชิด
       "ท่านเฉกซาอิบ นาอิน พ่อค้าอัญมณี"
       พ่อค้าพลอยอิหร่านถวายของแล้วถอยออกไป
       "ท่านอักบาร์ พ่อค้าผ้าไหมและเครื่องเทศ"
       พ่อค้าอินเดียถวายของแล้วถอยออกไป
       "ท่านเยมส์ ซอเรซ นายทหารปืนไฟ"
       เยมส์ ซอเรซถวายปืนสั้นให้ สอพินยารับปืนมาดูอย่างพอใจ ทั้งคู่มองตากันอย่างชื่นชม
       "ถ้าท่านยังไม่กลับแคว้นของท่าน เราอยากพบท่านอีกสักหน"
       เยมส์ ซอเรสบอก
       "ด้วยความยินดีพระอุปราช"
       เยมส์ วอเรซถอยออกไป นางระบำหน้าท้องเข้ามาเต้นถวายใกล้ๆหน้าที่ประทับ สอพินยามองแล้วนึกถึงกุสุมา สมิงสอตุดแอบสังเกต นางรำยังคงร่ายรำอย่างอ่อนช้อยตามจังหวะดนตรี
       
       เวลากลางคืน ไปฟยูกำลังเขียนหนังสือใบบอกอยู่ ปอละเตียงครึ่งนั่งครึ่งนอนคอยอ่านอยู่ใกล้ๆ เชงสอบูนั่งชุนผ้าอยู่ใกล้ๆแม่
       "ข้าพเจ้าไปฟยูจ่าบ้านหันสาวัดดี ออกคล้องช้างเถื่อนได้ช้างพลายสีวิเศษเผือกผ่องมาหนึ่งเชือก สีกายดั่งดอกบัวโรยตลอดตัว ไม่มีดำด่างหู หาง เล็บขาวบริสุทธิ์ครบ18 เห็นถนัดว่าเทพยุดาส่งมาสู่โพธิสมภารแห่งพระเจ้าอยู่หัวหงสาวดีผู้ประเสริฐโดยแท้"
       ไปฟยูขยับลุก
       "เดี๋ยวจ๊ะพ่อ"
       "อะไร…พ่อสะกดผิดตัวไหน" ไปฟยูถาม
       "ในใบบอกพ่อท่าน ไม่ได้กล่าวถึงเมงจะ เมงจาว่าเป็นผู้คล้องช้างได้เลย"
       "เอ็งจะหาว่าพ่อเขียนกล่าวเพ็ดทูลพระเจ้าอยู่หัว เอาความดีความชอบเข้าตัวรึ ข้าขี้เกียจเขียนยาวๆ ตอนพระองค์ส่งขุนวังล่วงมาตรวจลักษณะข้าค่อยบอกต่างหาก"
       "ต่อเมื่อทางวังหลวงมารู้ทีหลัง ความดีความชอบก็จะตกอยู่กับเมงจะ เมงจาสองคนนะซิ ส่วนดีของพ่อท่านจะไม่เหลือเลย"
       "เออ...จริงของเจ้า งั้นเขียนกราบทูลไปว่าเจ้าสองคนนั่นเป็นผู้คล้องได้"
       "และสมควรจะระบุว่า เมงจะเป็นวงศ์ญาติสนิทของเรา"
       เชงสอบูประชด
       "เขียนกราบทูลไปเลยพ่อ ว่าท่านเมงจะเป็นบุตรเขย"
       ปอละเตียงเสียงดุ
       "เจรจาผิดผู้หญิง ก้าวร้าวใจแตกเกินตัว ต่อไปอย่าให้ได้ยินอย่างนี้อีก"
       ไปฟยูบอก
       "เขียนทูลไปว่าเมงจะเป็นลูกเลี้ยงแล้วกัน แต่เป็นลูกเมียก่อน"
       เชงสอบูงอน ลุกไปทันที ไปฟยูนึกได้หันไปมองเมียที่นั่งตาเขียวปั้ดอยู่
       
       เช้าวันรุ่งขึ้น หน้าเรือนควาญช้าง เมงจะพยายามเก็บความรู้สึกดีใจไว้ เชงสอบูนั่งหน้าง้ำอยู่ที่หน้าเรือน
       "เป็นอะไร ไม่ดีใจหรือที่พี่ปอละเตียงให้พ่อเขียนใบบอกไปกราบทูลพระเจ้าอยู่หัวว่า ท่านเป็นพี่ข้าพเจ้า"
       เมงจะรีบเปลี่ยนความรู้สึก ขยับเข้ามากุมมือเชงสอบูไว้
       เมงจาโผล่ออกมาจากประทุนเรือเห็น ถึงกับชะงัก หงุดหงิดหลบกลับเข้าไป
       "จะให้ข้าพเจ้าดีใจได้ยังไง ในเมื่อใจข้าพเจ้าไม่อาจคิดกับท่านอย่างนั้น เกรงว่าผู้อื่นจะจับสังเกตสายตายามข้าพเจ้ามองท่านได้ จะทำให้ความแตก"
       เชงสอบูน้ำตาเอ่อ เสียงเครือทันที
       "ท่านพูดเก่ง ต่อไปนี้อย่าใช้ลิ้นที่พูดง่ายเลือนง่ายของท่านหลอกลวงข้าพเจ้าเลย ข้าพเจ้าหมดสิ้นอาลัยท่านแล้ว จะขอแค่คอยชมบุญเมงจะพี่เขย ที่จะได้ดีในเมืองหลวงเพราะปอละเตียงโอบอุ้ม"
       เชงสอบูปัดป้องแกะมือเมงจะอยู่ไปมา เมงจะกอดไว้แน่น
       "ผีน้ำผีพรายเป็นพยาน ปอละเตียงเป็นผู้มารักข้าพเจ้า แต่เชงสอบูสิเป็นคนที่ข้าพเจ้ารัก ถ้าจะหาตัวคนผิดให้ได้แล้ว ต้องไม่ใช่เราทั้งสองคน น่าจะเป็นพระพรหมผู้ลิขิตชีวิตมนุษย์"
       เชงสอบูกำลังปัดป้องดิ้นรนก็อ่อนระทวยลง
       "ข้าพเจ้าเป็นชาวป่าอยากจะมีชีวิตในเมืองหลวงสักพัก เมื่อปอละเตียงจะหนุนให้สมหวัง ข้าพเจ้าก็ต้องขอบคุณและปฏิบัติให้ต้องใจนาง เชงสอบูแม่จะขัดข้องทำไมที่ข้าพเจ้าชอบพี่ท่านและรักตัวท่าน สำคัญแต่ว่าข้าพเจ้ารักท่านเกินกว่าพี่ท่าน เมงจะไปหงสาวดีมิใช่ไปแต่ตัว จะหาทางเอาท่านไปด้วยให้จงได้"
       เชงสอบูใจอ่อน เมงจะกอดด้วยท่าทางซาบซึ้ง
       "เราจะเข้าหงสาวดีด้วยกัน"
       เชงสอบูยิ้มดีใจ เมงจะหอมแก้มชื่นใจ
       
       ท้องพระโรงเล็กเมืองหงสาวดี พระเจ้าสการะวุฒพีดีใจมาก ทุกคนหมอบเฝ้าอยู่
       "เป็นความจริงแท้หรือสินเจ ชาวทุ่งหันสาวัดดีคล้องได้ช้างเผือกต้องลักษณะถึง 18 ประการ"
       "พระอาญามิพ้นเกล้า ข้าพเจ้าเห็นกับตาเต็มสองตาจริงๆ" สินเจว่า
       "ถ้าอย่างงั้นเราจะสั่งให้ขุนวังสอยันปลายขึ้นไปดู แล้วจัดงานสมโภชให้ยิ่งใหญ่ บอกชาวทุ่งหันสาวัดเถอะว่าความดีความชอบครั้งนี้ เราจะตอบแทนให้คุ้มค่าทีเดียว"
       
       สินเจถวายบังคม
        
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 13 (ต่อ)
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 12 (จบตอน)
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 11
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 10
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 9
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 2 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2012