หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ผู้ชนะสิบทิศ

ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 11

โดย MGR Online
22 พฤศจิกายน 2556 17:00 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 11
        ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 11
       
       หน้าผาริมทะเล เมืองเมาะตะมะ จะเด็ด, จาเลงกะโบ, นงบา, สีอ่องยืนมองน้ำทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาลอย่างหนักใจ กองม้าลาดตระเวนตรงมาหาจะเด็ด รีบเข้ามารายงาน
       
       “เพลานี้พวกหงสาวดีและแปร ลงตั้งค่ายที่ริมน้ำสะโตง ลักษณะเป็นการเตรียมความพร้อมในการทำศึก”
       “ข้าพเจ้านึกแล้ว หงสาวดีเป็นเมืองลุ่มน้ำ ชำนาญการรบทางน้ำมากกว่าเรา และเมืองเมาะตะมะก็มีแต่น้ำล้อมรอบ หากจะเข้าตีคงอาศัยกำลังทางน้ำเป็นหลักแน่”
       “แล้วท่านแม่ทัพจะทำการใด จะทิ้งเมืองเมาะตะมะหนีหรือ” สีอ่องว่า
       “ข้าพเจ้าตั้งมั่นแล้วว่า จะตีเมาะตะมะถวายแด่พระเจ้าอยู่หัวมังตรา จะไม่มีวันยอมทิ้งเมืองเด็ดขาด ขอพี่ท่านทั้งสามจงอยู่ช่วยข้าพเจ้ารักษาเมาะตะมะนี้ไว้ด้วยชีวิตเถิด”
       “พวกข้าพเจ้ามิได้เสียดายชีวิตดอก แต่ยังสงสัยว่า จะทำการใด เราถึงจะรักษาเมืองเมาะตะมะไว้ได้” จาเลงกาโบบอก
       “กำลังทหารตองอูที่มีก็เพียงหยิบมือ ข้าพเจ้านึกไม่ออกเลยว่า จะเอากำลังที่ไหนมาต้านได้” เนงบาว่า
       “การนี้คงต้องขอพ่อครูตะคะญีให้ช่วยอีกท่านหนึ่ง”
       ฟังคำจะเด็ดแล้ว ทุกคนก็มองหน้ากันอย่างงงๆ
       
       ภายในท้องพระโรงเมาะตะมะ เวลาต่อมา ตะคะญีฟังจะเด็ดอธิบายแผนการรบอยู่ใกล้ๆกะบะทรายอย่างตั้งใจ
       “หลานท่านจะส่งทหารหนุ่มออกไปทำการ ส่วนข้าพเจ้านี้คงแก่ชราเกินไปจึงไม่ได้มอบหมายงาน จะรั้งไว้ให้คุมสัมภาระกับพวกผู้หญิงเหมือนครั้งก่อนหรือ”
       “ข้าพเจ้ากำลังหมายจะขอให้ครูท่านช่วยการสำคัญ ถ้าครูท่านทำสำเร็จเราจะได้กรุงแปรกลับคืน”
       “หลานท่านพูดฟังประหลาด กำลังทหารตองอูที่มีเหลืออยู่ในเมาะตะมะนี้ แค่รักษาเมืองไม่ให้พวกเมาะตะมะข่มเอาก็ยังจะไม่พอ จะให้ข้าพเจ้าเอากองทหารที่ไหนยกไปยึดกรุงแปรได้อีก”
       “การจะได้กรุงแปรครั้งนี้ ข้าพเจ้าจะไม่ขอพึ่งกำลังทหารหรืออาวุธของผู้ใด ข้าพเจ้าเพียงแต่จะยืมลิ้นครูท่านเจรจาเท่านั้น”
       “ข้าพเจ้าในอดีตก็ผ่านมาหลายศึก แต่การนี้ข้าพเจ้าคาดการณ์ความคิดของหลานไม่ถูกจริงๆ”
       “ข้าพเจ้าจะให้ครูท่าน รีบรุดไปเคารพศพแม่ทัพปะขันหวุ่นญี ณ กรุงแปร”
       “แม่ทัพแปรยังไม่ตายเลยนะหลานท่าน”
       “ทัพหงสาวดีนั้นมีแม่ทัพถึงสามคนคือสอพินยา ไขลูและเสียงโคนสุคญี แต่แปรมีเพียงปะขันหวุ่นญีเป็นแม่ทัพ แม่ทัพปะขันหวุ่นญีนั้นลักษณะควรแก่ศักดิ์ขุนพล ชีวิตฤาจะรักเกินกว่าเกียรติตน หากทัพแตกย่อยยับแล้วตัวรอดก็คงไม่ยอมกลับแปรให้ถูกหมิ่นเกียรติ”
       “ท่านหมายว่าเมื่อสิ้นปะขันแล้วแปรจะยอมจำนน”
       “พระเจ้านรบดีเป็นกษัตริย์พระทัยอ่อน รานองอุปราชก็เห็นแก่ราษฎรจนไม่คิดทำศึก หากขาดปะขันหวุ่นญีแม่ทัพเสียคน ครูท่านปลอบบ้างขู่บ้าง กรุงแปรก็คงเป็นสิทธิ์แก่เรา”
       “ถ้าหากแม่ทัพปะขันหวุ่นญีไม่ตายในศึก จะทำอย่างไร”
       จะเด็ดนิ่ง สีหน้าเครียด
       “หากข้าพเจ้ามิอาจประหารแม่ทัพแปรลงได้ ก็จะปล่อยให้เป็นบุญกรรมปางก่อนของแม่ทัพปะขันหวุ่นญีเอง แต่การสำคัญครั้งนี้ อยู่ที่ข้าพเจ้าจะต้องผ่าทัพ แยกทหารหงสาวดีกับแปร ออกจากกันให้ได้ต่างหาก การนี้จึงจะสำเร็จ”
       
       สีอ่องเดินนำทหารตองอูถือกรงนก ๓-๔ กรง มาที่หน้าผาริมทะเล แล้วสั่งให้ปล่อยนกออกไป นกพิราบบินโผผินไปตามท้องฟ้า
       
       ริมแม่น้ำสะโตง นอกเมืองเมาะตะมะ หลายวันต่อมา ทหารหงสาวดีและทหารแปรกำลังช่วยกันต่อเรือรบ อยู่เต็มลำน้ำยาวเหยียด บ้างก็จัดกำลังทัพ ซ้อมอาวุธอยู่ตามตลิ่ง
       มองออนและนายทหารเดินตรวจความเรียบร้อยอยู่ริมตลิ่ง แหงนมองขึ้นฟ้า เห็นฝูงนกพิราบบินบนท้องฟ้า ผ่านกองทัพหลายตัว มองออนสั่งให้ทหารยิงนกล่วงลงมา ทหารวิ่งไปเก็บนกมาให้มองออน ทหารช่วยกันแกะกระดาษสื่อสารที่ติดมากับขานกส่งให้ มองออนรับมาคลี่อ่าน
       
       ภายในกระโจมพลับพลาสอพินยา ริมแม่น้ำสะโตง ปะขันหวุ่นญียืนอ่านจดหมายที่มองออนนำมาให้สีหน้าเครียดจัด สอพินยาและเสียงโคนสุคญี ต่างรอฟังความอยู่อย่างสนใจ
       “พระเจ้าตะเบงชเวตี้กำลังจัดเตรียมทัพเพื่อบุกแปร และให้ตองหวุ่นญีจัดทัพตรงไปตีกรุงหงสาวดี กรุงหงสาวดียังพอเบาใจเพราะอยู่ห่างตองอูนัก แต่แปรแย่แน่เพราะอยู่ใกล้ตองอู เพียงเจ็ดราตรี และเพลานี้กำลังแปรส่วนใหญ่ข้าพเจ้าได้นำมาไว้ที่นี่ทั้งหมด”
       “หมายความว่าท่านจะยกทัพกลับแปรอย่างนั้นหรือ เรากำลังจะบุกตีเมาะตะมะอีกสองสามเพลานี้ ท่านจะถอนทัพทิ้งพวกเราไปได้อย่างไร” สอพินยาบอก
       “แปรคือแผ่นดินแม่ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะปล่อยให้ตองอูมาตีกระทำย่ำยีได้อย่างไร ท่านเองก็ควรกลับไปป้องกันกรุงหงสาวดีของท่านเหมือนกัน”
       “เกิดบ้าคลั่งอะไรกันตอนนี้ ข้ากำลังจะได้ตะละแม่กุสุมาคืนอยู่แล้ว”
       “ท่านเสียงโคนสุคญีแจ้งแก่ทหารทั้งแปรและหงสาวดีไปแล้วว่า เราจะตีเมืองเมาะตะมะ เพราะเป็นเมืองท่าสำคัญของหงสาและแปร หาใช่ศึกชิงนาง หากท่านจะดึ้อดึงเข้าตีเมาะตะมะอยู่ ปล่อยให้เมืองตัวถูกตองอูยึดไป ผู้คนทั่วพุกามจะคิดอย่างไร ท่านจะถูกประนามไปทั่วแผ่นดิน” ปะขันหวุ่นญีว่า
       ทุกคนเงียบกริบ
       “พระอุปราช ข้าพเจ้าขอถวายความเห็นด้วย ตามท่านแม่ทัพแปรแจ้งการอันตะละแม่เราคงหาทางชิงคืนได้ในภายหลัง แต่ทัพพระเจ้าตะเบงชเวตี้ที่มุ่งจะเอากรุงหงสาวดี กับทัพตองหวุ่นญีที่มุ่งเอาแปรอย่างที่แจ้งข่าวมา หากเราถอยทัพช้า ถึงหงสาวดีจะอยู่ห่างตองอูมาก แต่ก็อาจเพลี้ยพล้ำได้”
       สอพินยานิ่งอึ้ง
       เสียงโคนสุคญีบอก
       “ขุนพลตองหวุ่นญีนั้นทรงปัญญา พระเจ้าตะเบงชเวตี้เล่าก็มีจิตใจฮึดร้ายตามวัยหนุ่ม หากไม่รีบกลับไปรักษากรุง. เราทั้งหมดอาจต้องเสียใจไปชั่วประวัติศาสตร์”
       
       สอพินยาพูดไม่ออก ได้แต่ฮึดฮัดไม่พอใจ ทั้งๆที่ต้องยอมจำนน

ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 11
        ท้องพระโรงตองอู มังตราเดินไปมาอย่างหงุดหงิด มีมหาดเล็กคอยถวายน้ำจัณฑ์อยู่ตลอดเวลา ตะละแม่จันทรานั่งสงบนิ่ง ส่วนนันทะวดีนั่งอยู่ห่างๆอย่างไม่สบายใจ
        
       “ทีนี้พระพี่นางเชื่อคำข้าพเจ้าหรือยัง ว่าจะเด็ดมันหลงธิดาพระเจ้าแปรแค่ไหน ข้าพเจ้าแสนอับอายที่ไปยกย่องให้ตำแหน่งมันเป็นถึงบุเรงนองกยอดินนรธา แล้วเป็นไง มันสั่งกองทัพตองอูจากแปรให้บุกไปยึดเมาะตะมะ ทำสงครามกับหงสาวดี เพียงเพื่อผู้หญิงคนเดียว”
       จันทราบอก
       “ถ้าพระเจ้าอยู่หัวน้องท่าน จะพิโรธเคืองแค้นที่จะเด็ดสั่งยกทัพออกจากแปรโดยพลการนั้นสมควรอยู่ แต่อย่าพิโรธเพราะ จะเด็ดตามไปชิงตะละแม่เมืองแปรคืน เพราะอยากช่วยพี่”
       “ข้าพเจ้าสงสารพี่นาง ตั้งแต่จะเด็ดจากไป พี่นางเอาแต่เก็บตัวเงียบ หมองเศร้า เพราะคิดถึงมันอยู่ทุกวันคืน จะทรมานตัวเองไปเพื่ออะไร”
       “พี่มิได้ทุกข์อันใด แต่จะให้เริงสุขเช่นสตรีอื่นนั้นมิใช่วิสัย จะเด็ดนั้น แม้ถ้ามิใช่คนรักแต่ก็เปรียบพี่ร่วมอุทร ต้องไปทำสงครามเพื่อยกพระเกียรติยศให้พระเจ้าอยู่หัว ตัวทุกข์ยากแสนเข็ญอย่างไร จะเด็ดมิเคยบ่นด้วยเป็นนิสัย พี่จึงเป็นห่วงด้วยศักดิ์เป็นน้อง มิสมควรอยู่หรือ”
       “แต่ข้าพเจ้ามิได้นับมันเป็นพี่” มังตราขว้างจอกเหล้าแตกกระจาย จันทราสะดุ้ง แต่ระงับอาการนิ่ง นันทวดีรีบลุกมาหาจันทรา
       "พี่หญิงเสด็จบรรทมเถิด พระเจ้าอยู่หัวมิมีพระสติเพราะน้ำจัณฑ์ เจรจาสิ่งใดก็ป่วยการ"
       "ไป...ไปเลย ไปนอนคอยมันเลย เพราะข้าพเจ้าเมา"
       "พี่หญิงทุกข์ระทมมากพอแล้ว พระองค์จะซ้ำเติมให้เกิดโทษสิ่งใดอีก"
       "ผู้หญิง...ฝันไปเถอะว่า สักวันมันจะกลับมาภักดีด้วยลิ้นคารม ผู้ชายหว่านคำหวานหน่อยก็หลงลม ยอมเป็นทาสให้เขาใช้ร่างเสวยสุข"
       "มังตรา...น้องท่านเป็นพระเจ้าอยู่หัว ผู้คนกราบไหว้ทั่วแคว้นแผ่นดินตองอู พิจารณาสิ่งใดอย่าใช้อารมณ์ตนตัดสิน พี่เชื่อมั่นว่าจะเด็ดนั้นภักดีต่อราชวงศ์เมงกะยินโยเรายิ่งชีวิต"
       "ไม่จริง ข้าพเจ้าไม่เชื่อ มันกลับมาตองอูเมื่อไหร่ ข้าพเจ้าจะตัดหัวมันให้ดู"
       นันทวดีตกใจรีบรั้งจันทราออกไป...จันทราโกรธจนระงับอารมณ์ไม่ไหว
       "ถ้าพระองค์คิดอกุศลจิตต่อจะเด็ดพี่ท่านเพียงนั้น พี่นี้จะขอบวชรับใช้พระอาจารย์กุโสดอแทนคุณล้างบาปให้จนชั่วชีวิต"
       นันทวดีทนไม่ไหวรีบฉุดจันทราออกไป นางข้าหลวงตัวสั่นรีบกราบ ตามออกไป มังตรายังเมา ตะโกนอย่างไม่มีสติ
       "พวกมึงจำไว้นะ ช่วยกูจำ ถ้าจะเด็ดมันมาเหยียบตองอูเมื่อไหร่ บอกกู กูจะบั่นหัวมันเอง เอาเหล้ามา เอาเหล้ามาอีกซิโว้ย"
       มหาดเล็กต่างลนลาน รีบรินน้ำจัณฑ์ถวายมือไม้สั่น
       
       ขบวนตะคะญี รีบเดินทางไปเมืองแปร เดินทางทั้งกลางวันและกลางคืน กองทัพของจาเลงกะโบเคลื่อนมาตามพื้นที่ราบ กองทัพเนงบาเคลื่อนมาตามเนินเขา ทั้งคู่ต่างนำทัพไปตามหน้าที่ของตัวเอง
       
       กองทัพแปร เดินทางมาถึงทางแยกระหว่างหงสาวดี และเมืองแปร ปะขันหวุ่นญีให้สัญญาณหยุดรอ....
       เสียงโคนสุคญี สอพินยาควบม้ามากับไขลู และทหารองครักษ์หงสาวดีตรงมาที่ปะขันหวุ่นญี
       "ถึงทางแยกสู่แปรเมืองของท่านแล้วนะปะขันหวุ่นญี ขอให้ ท่านกลับไปทันป้องกันเมืองของท่านให้พ้นภัยตองอูเถิด"
       "ท่านเองก็เช่นกัน เราคงต้องปรับกระบวนทัพกันใหม่"
       "ข้าพเจ้าจะให้ท่านไขลู นำคุ้มกันกองหน้าไปกับพระอนุชาก่อน ส่วนข้าพเจ้าจะเป็นกองระวังหลัง"
       "ชะรอยคงเป็นเพราะพระเสื้อเมืองทรงเมืองดลใจให้เรารีบถอนทัพจึงรอดศึกใหญ่"
       สอพินยาบอก
       "ข้าพเจ้าฝากถวายบังคมถึงพระเจ้าลุงนรบดีด้วย และขอขอบคุณท่านปะขันด้วยที่ทำการช่วยข้าพเจ้า ดุจทำการให้แปรเอง คุณของชาวแปรครั้งนี้ไม่ตายเสียจะไม่ขอลืม"
       "หากชีวิตข้าพเจ้ายัง จะขอถวายความจงรักภักดีต่อหงสาวดีตลอดไป"
       ไขลูบอก
       "งั้นก็รีบออกเดินทางเถิดพระอนุชา"
       ปะขันหวุ่นญีพนมมือไหว้
       "ขอถวายบังคมลาพระอุปราช ข้าลาท่านไขลูและท่านเสียงโคน"
       ไขลูควบม้านำออกไป สอพินยาและองครักษ์ควบตาม ปะขันหวุ่นญีหันไปสั่งมองออน
       "เดินทัพได้"
       มองออนที่ยืนม้าใกล้ๆ ควบม้ากลับไปสั่งแถวทหารแปร
       "แม่ทัพสั่งเคลื่อนทัพได้ ทั้งหมดเดินทัพได้"
       กองทหารแปรเคลื่อนออก ปะขันหวุ่นญีเดินม้าต่อ เสียงโคนสุคญียืนม้านิ่งมองอย่างเป็นห่วง
       
       วันใหม่ ภายในตลาดเมืองแปร โชอั้วกับบ่าวกำลังเลือกซื้อของตามใจชอบอยู่ จนกระทั่งบ่าวหันไปเห็นขบวนตะคะญีเดินมา
       "แม่นางโชอั้ว ดูโน้นซิ"
       โชอั้วหันไปมองเห็นขบวนแต่งทุกข์ สีขาวล้วน พร้อมเครื่องสักการะศพเดินมาอย่างสง่างามสมเกียรติ
       นางมองอย่างสงสัย
       "ท่านผู้ใหญ่ผู้ใดในกรุงแปรเสียชีวิต ทำไมเราไม่รู้เรื่อง"
       ขบวนแต่งทุกข์ของตะคะญีเดินมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ มีชาวเมืองเข้ามาห้อมล้อมดู ชายคนหนึ่งตัดสินใจถามทหารแต่งทุกข์ผู้หนึ่งอย่างทนไม่ได้
       ชายแปรถาม
       "ผู้ใดตายหรือท่าน ถึงจัดเครื่องสักการะเสียโอ่อ่า"
       ทหารตองอู 1บอก
       "พวกท่านคงยังไม่รู้ว่า ปะขันหวุ่นญีแม่ทัพของท่านตายในกลางศึกแล้ว ที่ชายแดนเมาะตะมะ"
       "แม่ทัพปะขันหวุ่นญีสิ้นแล้วหรือ"
       กลุ่มชาย-หญิงแปรตะโกนต่อๆกัน
       "ท่านปะขันหวุ่นญีสิ้นแล้ว แม่ทัพแปรตายแล้ว แม่ทัพปะขันหวุ่นญีตายแล้ว"
       โชอั้วตกใจวิ่งเข้ามาถามตะคะญี
       "เกิดอะไรขึ้นกับกองทัพแปร บอกเรามา"
       "กองทหารตองอูได้เข้าโจมตีกองทัพแปร ขณะถอนทัพจาก เมาะตะมะ ท่านแม่ทัพปะขันหวุ่นญีได้ต่อสู้อย่างห้าวหาญ สมศักดิ์แม่ทัพแปร ยอมสละชีพกลางสนามรบ"
       ตะคะญีเดินหน้าต่อ โชอั้วยืนนิ่งตะลึงนึกไม่ถึง
       
       "ท่านพ่อ"
        
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 33 จบบริบูรณ์
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 32
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 31
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 30
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 29
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2016