หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ มาดามดัน

มาดามดัน ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
25 พฤศจิกายน 2556 17:39 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
มาดามดัน ตอนที่ 4
        มาดามดัน ตอนที่ 4 (ต่อ)
       
       แพตตี้คลิกดูภาพในอินเตอร์เน็ต
        
       ยุวดีชะโงกดูด้วย แต่ดูกี่เวปๆก็มีแต่ภาพข่าวเน็กซ์จูบปากกับแก้วใส กับข่าวที่เน็กซ์ถ่ายคู่อินสตาแกรมกับแก้วใสสดๆร้อนๆเต็มไปหมด
       "ไม่จริง ไม่จริง บ้า บ้า บ้าๆๆๆที่สุด"
       "เฮ้อ...ดูกี่เวปกี่เวปในเน็ตนี่ก็พูดถึงแต่บักหมากับแก้วใสเหมือนกันหมดเลยนะคะ เดี๋ยว ดูดปาก เดี๋ยวชวนกันไปเล่นเสียว สงสัยว่าข่าวคงจริงไม่มั่วนิ่มแล้วล่ะคุณแพตตี้"
       "ไม่จริง ! ชั้นไม่เชื่อ เน็กซ์จะต้องไม่นอกใจชั้น"
       "ไปว่าเขานอกใจจะถูกเหรอคะ ก็ตั้งแต่เห็นเรียนหนังสือด้วยกันมา เขาไม่เคยบอกรักคุณแพตตี้เลยนี่คะ"
       แพตตี้ชะงักหัวเกือบทิ่ม
       "ยุวดี ! อยากทำงานอยู่ที่นี่หรือจะไปเก็บขี้วัวในไร่ เลือกมา"
       "แหม...ก็ต้องดูแลคุณแพตตี้สิคะ"
       ยุวดีว่าแล้วก็ตบปากตัวเอง
       "นี่แน๊ะต่อไปจะไม่ปากเสียอีกแล้ว"
       "หึ...ชั้นจะบอกให้นะ เน็กซ์อาจจะไม่เคยบอกรักชั้น แต่ทุกคนในบึงโขงหลงก็รู้กันดีว่า ชั้นกับเขาคือคู่ที่เหมาะสมลงตัวที่สุด มากกว่ายัยแก้วใสอะไรนั่นอีก"
       "แต่เขาตามมาดามพุชชี่เข้าวงการไปแบบนี้แล้ว คุณแพตตี้จะดึงเขากลับมาได้ยังไงคะ"
       นางหันมานิ่วหน้าครุ่นคิดอย่างจริงจังก่อนจะลุกไปส่องกระจกมองตัวเอง พลิกซ้าย พลิกขวา หมุนตัวไปรอบๆ รวบผมขึ้นมาเปิดคอทำปากเซ็กซี่
       "แกว่าชั้นสวยพอจะไปเป็นดารากับเขาบ้างได้มั้ย ยุวดี"
       "แหม...ถามอย่างนี้ได้ยังไงคะคุณแพตตี้ อย่างคุณน่ะสวยกว่ายัยแก้วใสแล้วก็ดาราอีกหลายๆคนเลยนะคะ"
       "แกพูดจริงนะ...ไม่ได้พูดเพื่ออวยชั้น"
       "จริงสิคะคุณแพตตี้ ยุวดีกล้าเอาหัวเป็นประกันเลย อย่างคุณน่ะเป็นซุปตาร์ได้สบาย"
       นางมองตัวเองที่โพสต์ท่าบิดเอวแอ่นอกแล้วยิ้มชอบใจ
       "งั้นชั้นจะไปเป็นดารา เพราะชั้นคือซุปตาร์ ที่คู่ควรกับเน็กซ์ได้คนเดียวเท่านั้น"
       นางสลัดผม ยิ้มให้ตัวเองกับความคิดดีๆที่คิดอย่างมั่นใจ
       
       เวลากลางคืน รถเจ้าม้าป่าและรถแก้วใสจอดอยู่ พุชชี่ถอดผ้าพันข้อมือออกแล้วนั่งจับข้อมือที่ยังรู้สึกเจ็บๆอยู่ ระหว่างนั้นเน็กซ์เข้ามาในบ้าน
       "ให้ผมช่วยนวดให้มั้ยป้า"
       หล่อนชายหางตามอง
       "ถ้าคิดว่าขอโทษคำเดียวแล้วชั้นจะยกโทษให้เธอล่ะก็ อย่าหวัง กฎบ้านนี้ เขียนเอาไว้เพราะต้องการให้ทุกคนทำตามระเบียบเดียวกัน ไม่ใช่เขียนให้อ่านกันเล่นๆ"
       "แต่ผมไม่ชอบอุดอู้อยู่ที่นี่ ทีป้ายังออกเที่ยวกับแฟนได้ ผมก็อยากออกไปเที่ยวสนุกมั่ง"
       "นี่อิจฉาชั้นเหรอ"
       "ก็ใครล่ะที่บอกว่าต้องดูแลผม 24 ชั่วโมง"
       หล่อนหรี่ตามองแล้วหัวเราะสมเพช
       "โธ่เอ้ย เด็กน้อย ขี้อิจฉาไม่เข้าเรื่อง แบบนี้เขาเรียกโตแต่ตัว ส่วนสมองน่ะโดนดอง"
       เน็กซ์ฉุน
       "เลิกว่าผมเป็นเด็กซะทีได้มั้ย"
       "ก็ไอ้ที่เธอทำแบบนี้ไม่เรียกว่าเด็กแล้วเรียกว่าอะไร ทีเธอยังเรียกชั้นว่าป้าๆ ทั้งๆที่ชั้นอย่างมากสุดก็แค่พี่สาวเธอเท่านั้น"
       "ก็ป้าขี้บ่น จุกจิก จู้จี้ แถมยังขึ้นคานอีก"
       หล่อนเหวอ
       "ไอ้เด็กนรก"
       หล่อนพูดพร้อมเอามือข้างที่เจ็บทุบต้นแขนเน็กซ์ แต่เจ็บแปล๊บที่ข้อมือเลยร้อง...โอ๊ย ! เน็กซ์ตกใจเป็นห่วงรีบเข้าไปช่วยดูให้
       "เจ็บอีกแล้วเหรอป้า"
       หล่อนใช้สองนิ้วจิ้มลูกกะตาเน็กซ์ทันที เน็กซ์ร้องจ๊ากรีบปล่อยมือ หล่อนหัวเราะชอบใจ
       "เป็นไงล่ะ...สมน้ำหน้า แค่นี้ก็ดูไม่ออกว่าชั้นมารยาใส่ โธ่เอ้ยเด็กน้อย นี่แหละมาดามพุชชี่ เธอไม่มีวันตามชั้นทันหรอก"
       " ยัยป้าปีศาจ"
       "หึ...ความผิดของเธอครั้งนี้ ชั้นจะเว้นโทษเอาไว้ก่อน แต่ต่อไปนี้ชั้นจะจัดแต่เมนูปลาให้เธอกิน จะได้ฉลาดทันผู้หญิง ไม่โดนเขาลากไปไหนมาไหนง่ายๆ"
       หล่อนสั่งสอนแล้วเดินออกไป แต่หยุดนิ่งเพราะนึกได้
       "อ้อ... เรื่องนี้ก็สำคัญมากๆ อยากให้จำใส่กะโหลกเอาไว้ด้วย ชั้นไม่ได้เขียนกฎขึ้นมาเพื่อทำให้ทุกคนต้องอยู่แล้วอึดอัด แต่ชั้นต้องฝึกพวกเธอให้รู้จักคำว่าวินัย เพราะมันคือคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของนักแสดง"
       หล่อนสอนแล้วก็เดินออกไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ได้เล่นงานสั่งสอนเน็กซ์ให้แสบตา
       
       หล่อนเข้ามานั่งที่ห้องทำงานแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หนูดอกที่กำลังนั่งพิมพ์เอกสารหน้าคอมพิวเตอร์อยู่หันมาเห็น
       "ข้อมือหายเจ็บแล้วเหรอคะ มาดาม"
       "อือ...ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ"
       "ดีค่ะ งั้นหนูจะได้โทร.บอกกัปตันว่า มาดามหายเจ็บแล้ว"
       "เขาโทร.มาเหรอ"
       "แหมๆๆ รีบถามเลยนะคะ ใช่ค่ะ เมื่อกี้นี้เอง"
       "แล้วทำไมไม่เรียกชั้นให้มารับสาย"
       "ก็หนูเห็นมาดามกำลังอบรมบ่มนิสัยเน็กซ์อยู่ เลยไม่อยากขัดจังหวะ แต่ถ้ามาดามโทร.ไปตอนนี้เขาก็น่าจะยังรออยู่นะคะ"
       หนูดอกยื่นโทรศัพท์ให้ หล่อนมองโทรศัพท์ในมือหนูดอกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปฏิเสธ
       "ไม่ล่ะ...ดึกแล้ว ชั้นไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของเขา"
       หนูดอกสงสัย
       "หนูถามจริงๆค่ะ มาดาม กัปตันเขาก็ดีกับมาดามม๊ากมาก แล้วท่าทางมาดาม ก็ชอบเขาม๊ากมากเหมือนกัน แล้วทำไมมาดามถึงชอบทำเย็นชากับเขาบ่อยๆ ระวังนะคะ เล่นตัวกับผู้ชายดีๆแบบนี้ม๊ากมาก หลุดมือไปล่ะก็ ชาตินี้ขุดหาที่ไหนก็ไม่เจอ"
       "หนูดอก...ชั้นว่าหล่อนจะเจ๊าะแจ๊ะเรื่องของชั้นมากไปแล้วนะยะ คดีแก้วใสวันนี้ คอหล่อนยังพาดอยู่บนเขียงอยู่นะ"
       หนูดอกสะดุ้ง
       "แหม...หนูแค่เป็นห่วงมาดามนะคะ ทำงานสายตัวแทบขาด ต้องคอยดูแลคนอื่น เจอเรื่องปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน ก็น่าจะได้รางวัลชีวิตเป็นคนดีๆมาคอยดูแลมาดามบ้าง"
       หล่อนเสียงแข็ง
       "พอได้แล้ว ! ถ้าชั้นเป็นได้แค่คนอ่อนแอต้องรอให้คนอื่นมาดูแล แล้วชั้นจะเป็นมาดามพุชชี่คอยดูแลคนอื่นได้ยังไง ออกไปได้แล้ว"
       หนูดอกแปลกใจที่อยู่ๆ หล่อนก็โกรธขึ้นมา
       "เอ่อ...มาดาม"
       "ชั้นบอกให้ออกไปได้แล้วไง"
       "ค่ะๆๆ"
       หนูดอกรีบออกไปก่อนที่จะโดนลูกหลงมากกว่านี้ หล่อนมองตามแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานเปิดลิ้นชักโต๊ะหยิบภาพของตัวเองสมัยเป็นพัฒศรีกับอารียาเพื่อนรักขึ้นมาดู น้ำตาของหล่อนคลอๆเมื่อนึกถึงอดีต
       
       "ชั้นต้องเข้มแข็ง มาดามพุชชี่จะอ่อนแอไม่ได้เด็ดขาด"

มาดามดัน ตอนที่ 4
        หล่อนนึกย้อนหลังไปประมาณ 6 ปีที่แล้ว
        
       พัฒศรีเป็นผู้ช่วยของเจ๊เมี่ยงนั่งดูภาพถ่ายที่ติณณภพส่งมาทางจดหมายถึงเธอจากประเทศฝรั่งเศส จ่าหน้าถึง พัฒศรี ซองใบใหญ่ใส่รูปหลายใบพร้อมจดหมายลายมือของเขา
       ภาพวิวสวยๆจากทั่วบริเวณชาร์โต้ที่ฝรั่งเศส แต่ละรูปสวยงามจนพัฒศรีอดทึ่งไม่ได้ และรูปสุดท้ายที่เธอดูคือรูปเขาที่ยืนอยู่หน้าชาร์โต้
       ระหว่างนั้นเจ๊เมี่ยงแหลมหน้าชะโงกเข้ามาดูก่อนจะฉวยภาพทั้งหมดจากมือพัฒศรีไปดูเอง นางเห็นหน้ากัปตันติณณภพครั้งแรก
       "ต๊าย...ตาย นี่น่ะเหรอยะ กัปตัณติณที่แอนเล่าให้เจ๊ฟัง หล่อเว่อร์นะเนี่ย... โอ้แม่เจ้า อย่าบอกนะว่า ชาร์โต้หรูๆเนี่ยของเขา" เจ๊เมี่ยงพูดพลางตกใจเว่อร์
       "ไม่ใช่หรอกค่ะเจ๊ ของพ่อเลี้ยงเขาต่างหาก แม่พี่ติณเขาไปแต่งงานใหม่กับฝรั่งเจ้าของไร่ไวน์ที่ฝรั่งเศส"
       "แหม...มรดกพ่อเลี้ยง งั้นก็แสดงว่าอีกไม่นานก็ต้องตกเป็นของเขานั่นแหละ"
       นางดูรูปกัปตันติณณภพแล้วยิ่งชอบ ก่อนจะหันมามองหล่อนหัวจรดเท้าอย่างหยามเหยียด
       "สารรูปร่างอย่างหล่อนนี่ ถ้าลีลาไม่แซ่บเว่อร์คงเอาหล่อครบเครื่องแบบนี้ไม่อยู่แน่"
       หล่อนเหวอ
       "เจ๊ ! หนูกับเขายังไม่ได้คบกันถึงขนาดนั้นนะ"
       "แหมๆๆ ไม่ต้องมาขึ้นเสียงปรี๊ดกับเจ๊นะยะ ก็แค่อยากรู้ว่าหมามองเครื่องบินคบกันไปถึงไหนแล้ว เผื่อหล่อนมีปัญหาอะไรเจ๊จะได้เป็นที่ปรึกษาให้ได้"
       "หนูพึ่งตัวหนูเองได้ค่ะเจ๊"
       "ย่ะ..เก่งย่ะ งั้นหล่อนเอาเบอร์เขามาให้เจ๊เดี๋ยวนี้"
       "จะเอาไปทำไมคะเจ๊"
       "อ๊ะ...หล่อครบเครื่องขนาดนี้ เจ๊ก็ต้องเอามาทำปั๋ว...เอ้ย !! เอามาดันเข้าวงการสิยะ"
       หล่อนรีบดึงรูปกลับ
       "เสียใจด้วยค่ะเจ๊ พี่ติณเขาไม่ชอบวงการนี้ เขารักงานนักบินเขามากค่ะ"
       "หนอยแน๊ะหล่อน อย่ามากั๊กเจ๊หน่อยเลย"
       "หนูไม่ได้กั๊กนะคะเจ๊ เขาอยากให้หนูไปไหว้แม่เขาที่โน่น"
       "อ้าว...แล้วงานเจ๊ล่ะ"
       "หนูก็กำลังจะขอลาพักร้อนกับเจ๊อยู่นี่ไงคะ"
       เจ๊เมี่ยงตบอกตกใจ
       "แหมหล่อน เมืองนอกนะยะไม่ใช่ไปนอกเมือง งานชั้นเยอะแยะ หัวฟูจะบ้าตายอยู่แล้ว ละครที่แอนเล่นก็ใกล้จะออนแอร์ หล่อนยังจะไปลั้ลลากับผู้ชายอีก"
       "แต่ว่า..."
       "ไม่ต้องมาแต่...ชั้นไม่ให้หล่อนลา แต่ถ้าอยากจะลาหล่อนก็ต้องยื่นใบลาออกอย่างเดียว"
       "อ้าว...เจ๊"
       "ไม่ต้องมาอ้าวด้วย ชั้นไม่ได้อ้อนวอนขอหล่อนมาทำงานให้นะ หล่อนต่างหากที่ขอทำงานนี้เอง ไปเลย หอบเสื้อผ้าไปอยู่กับผู้ชายเลย แอนมันจะได้รู้ว่าหล่อนไม่ได้ห่วงมันอย่างที่หล่อนอ้าง ห่วงผู้ชายต่างหาก..ชิ"
       นางเดินออกไปทิ้งหล่อนนิ่งมองภาพถ่ายของเขาที่หน้าชาร์โต้อย่างเสียดาย
       
       ผ่านเวลามาเป็นเดือน ท่ามกลางบรรยากาศวุ่นวายของการเตรียมถ่ายทำ music video ที่ต้องใช้เด็กหนุ่มๆสาวๆหล่อสวยมาเข้าฉากถ่ายทำมากมาย มี 2 ทีมคือ ทีมเจ๊เมี่ยงกับทีมนังโจ้ พัฒศรีเดินตามเจ๊เมี่ยงมาซุบซิบเตรียมแผนการที่มุมหนึ่ง
       "ชั้นต้องย้ำหล่อนให้ขึ้นใจนะ ว่างานนี้สำคัญมาก เด็กที่เข้าฉากMVไม่ใช่แค่เด็กชั้น แต่ต้องไปป๊ะกับเด็กของนังโจ้มันด้วย"
       "ค่ะเจ๊ เด็กของเจ๊เมี่ยงต้องเจิดที่สุด"
       "ถูกต้อง ถ้าไม่เริ่ดก็เชิดใส่ ! เพราะฉะนั้นวิชากำลังภายในที่ชั้นติวเข้มหล่อนไป ท่องขึ้นใจได้แล้วใช่มั้ย"
       "ได้ค่ะเจ๊ แต่ว่า...จะดีเหรอคะ ดูมันเจ้าเล่ห์ยังไงก็ไม่รู้"
       นางหยิกและตีแขนไม่ยั้งทันที
       "ว๊าย ! นี่แน๊ะนังพัฒศรี นี่แน๊ะๆ วงการนี้มันต้องเอาทุกทาง ไม่ได้ด้วยเล่ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่งั้นจะได้เจิดเหรอ"
       พัฒศรีเจ็บแขนระบม ระหว่างนั้นติณณภพเข้ามาเรียก
       "น้องพัฒ"
       พัฒศรีกับเจ๊เมี่ยงหันไปเห็นติณณภพที่มาหาเธอทั้งๆที่เขายังอยู่ในชุดของนักบิน
       "นี่พี่ติณมาทำอะไรที่นี่คะ"
       "พี่มีเรื่องสำคัญต้องคุยกับน้อง เรื่องที่ชวนให้ไปฝรั่งเศสกับพี่"
       "เอ่อ...พี่ติณคะ คือเรื่องนั้น"
       เจ๊เมี่ยงรีบเข้ามาสอด และหันไปตาขวางใส่พัฒศรี
       "ขอขัดจังหวะแป๊บนึงก่อนนะคะ คุณกัปตัน ชั้นบอกหล่อนไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าไปไม่ได้ นึกว่าหล่อนจะบอกเขาแล้วซะอีก"
       "น้องพัฒ พี่รีบมาเพราะมีเวลาไม่มาก ขอเวลาพี่ครู่เดียว"
       เจ๊เมี่ยงจิกหน้ามองพัฒศรีว่าไม่ให้เวลา เพราะมีงานต้องไปทำแถมกระซิบย้ำอีก
       "งานชั้นรอไม่ได้แล้วนะยะหล่อน"
       "พี่ติณคะ รอน้องทำงานเสร็จก่อนนะคะ นะคะพี่ติณ รอน้องก่อน"
       พัฒศรีโดนเจ๊เมี่ยงลากตัวออกไป ติณณภพมองตามด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่นักเพราะเรื่องหนักใจบางอย่าง
        
       กัปตันแหงนมองดูนาฬิกาที่ผนังห้องของสตูดิโอ นาฬิกาบอกเวลา 3 ทุ่มเศษๆ

มาดามดัน ตอนที่ 4
        นาฬิกาบอกเวลาตี 3 ได้เวลาเลิกกกอง พัฒศรีรีบเดินเข้ามามองหาติณณภพแต่ไม่เจอตัว พอดีทีมงานเข้ามาบอก
       
       "พี่คะ กัปตันนักบินที่เขารออยู่ตรงนี้ เขาฝากโน้ตนี่ให้ค่ะ"
       พัฒศรีขอบคุณแล้วรับกระดาษโน้ตมาอ่าน
       "แม่พี่เสียแล้ว พี่ต้องรีบกลับไปฝรั่งเศสคืนนี้ทันที คงจะไม่ได้กลับมาอีกพักใหญ่ เสร็จงานแล้วโทร.หาพี่นะ พี่อยากให้น้องไปร่วมงานศพแม่พี่ด้วย"
       พัฒศรีตกใจ "พี่ติณ"
       เจ๊เมี่ยงดึงโน๊ตไปอ่าน
       "โธ่เอ้ย...นึกว่าเรื่องใหญ่โตอะไร ก็แค่แม่เสีย"
       พัฒศรีหันขวับทันที
       "เจ๊ ! เจ๊พูดแบบนี้ได้ไง เจ๊อิจฉาหนูใช่มั้ย เจ๊ถึงพยายามกีดกัน"
       เจ๊เมี่ยงหน้าเหวอ
       "หา ! ชั้นเนี่ยนะอิจฉา กีดกัน แรงนะยะหล่อน"
       "แล้วใช่มั้ยล่ะเจ๊ พี่ติณเขาทั้งหล่อ ทั้งรวย หน้าที่การงานก็ดี เพอร์เฟคขนาดนี้ชาตินี้เจ๊ก็หาไม่ได้ เจ๊เลยหมั่นไส้ที่หนูคบกับเขา"
       นางปรี๊ดแตก
       "อ๊าย...อ๊าย...อ๊าย...นังพัฒศรี นี่หล่อนกล้าดูถูกเจ๊เมี่ยงเจิดเหรอ นังบ้า เดี๋ยวแม่ตบเลือดกบปากเลย"
       นางเงื้อมือจะตบสั่งสอน แต่หล่อนฮึดยกมือขึ้นรับหมับแล้วจ้องเขม็ง
       "หนูยอมเจ๊มามากแล้ว ถ้าเจ๊ตบหนู รอยมือบนหน้าหนูจะทำให้แอนเลิกทำงานกับเจ๊แน่"
       นางชะงักแล้วรีบแกะมือพัฒศรีอย่างหัวเสีย
       "นังบ้า กร้าวร้าว เชอะ ชั้นไม่เคยอิจฉาหล่อน ถึงกัปตันเขาจะหล่อเว่อร์จนชั้นอยากเข้าวินด้วย แต่ก็งั้นๆแหละ สดกว่า เอ๊าะกว่ารอ ต่อคิวเข้าหาชั้นยาวเหยียด"
       นางพูดไม่ทันขาดคำเสียงเครื่องมอเตอร์ไซค์สี่สูบคันเท่ก็ดังแทรกเข้ามา เจ๊เมี่ยงหันไปโบกมือให้ ‘แดน’ "เห็นมั้ยยะ...หญ้าอ่อนยังไงก็เคี้ยวกรุบกริบอร่อยกว่าอยู่แล้ว เชอะ"
       นางจะเดินไปหาเด็กหนุ่มแต่นึกออกเลยหันขวับมาเชิดหน้าสั่งสอนหล่อนอีก
       "อ้อ...ชั้นเตือนในฐานะลูกน้องนะ กลับไปส่องกระจกดูตัวเองซะบ้าง เริ่ดเรอเพอร์เฟคแบบกัปตัน สักวันเขาก็ต้องเจอคนที่เริ่ดๆพอกัน ถ้าหล่อนไม่ทำใจไว้แต่เนิ่นๆ รับรองน้ำตาได้ เช็ดหัวเข่าแน่ .ชิ !! ถ้าไม่เริ่ดก็เชิดใส่"
       หล่อนชะงักกับคำเตือนของเจ๊เมี่ยง ก่อนจะมองตามเจ๊เมี่ยงที่ขึ้นไปซ้อนท้ายเด็กหนุ่มแล้วหายไปด้วยกัน
       
       วันใหม่ที่บ้านเจ๊เมี่ยง พัฒศรีเดินไปเดินมาด้วยสีหน้าครุ่นคิดตัดสินใจอย่างลำบากใจ ระหว่างนั้นอารียาแอบย่อง เข้ามาข้างหลังแล้วเอามือปิดตาพัฒศรี
       "แอน...นี่แกเล่นอะไร"
       "ชั้นมีเซอร์ไพรส์ให้แกน่ะสิ"
       "อะไร"
       "บอกแล้วจะเรียกว่าเซอร์ไพรส์ได้ไง แกต้องตามชั้นออกไปดูข้างนอก แล้วแกจะรู้เอง"
       "แต่ชั้นมีเรื่องสำคัญอยากปรึกษาแก"
       "เอาไว้ก่อนน่า ชั้นอยากให้แกดูเซอร์ไพรส์ชั้น หลับตาก่อน"
       อารียารีบจูงมือพาพัฒศรีที่หลับตาออกไปด้วยกันนอกบ้าน
       
       ที่หน้าบ้าน เซอร์ไพรส์ด้วยรถเปิดประทุนคันสวย รถเจ้าม้าป่า
       "ลืมตาได้แล้ว แต๊แน๊ !! เป็นไงแก รถที่แกบ่นว่าอยากได้ไง"
       หล่อนอึ้ง
       "แอน ! นี่แก แกไปเอามาได้ไง"
       "ก็ซื้อมาสิแก ชั้นเคยบอกแกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าถ้าชั้นดังขึ้นมาเมื่อไหร่ ชั้นจะซื้อเจ้าม้าป่า คันนี้ให้แก"
       "ชั้นนึกว่าแกพูดเล่น คงแพงน่าดูเลยแล้วไปซื้อมาจากใครล่ะ"
       "มันก็หาซื้อยากจริงๆนั่นแหละแก แต่โชคดีที่เจ้แอ๋มเขาช่วย ไม่งั้นชั้นคงซื้อไม่ได้หรอก"
       แอ๋มก้าวเข้ามา
       "แหม..น้องแอนก็ชมเจ๊เกินไป คนกันเองมีอะไรก็ช่วยๆกันค่ะ"
       พัฒศรีชะงักหันไปมองแอ๋มกะเทยควายร่างใหญ่ ที่ดูแมนเกินกว่าจะเป็นแต๋ว พัฒศรีไม่เคยเจอเลยทำหน้าสงสัย
       "ชั้นลืมแนะนำให้แกรู้จักเจ๊เค้า นี่เจ๊แอ๋ม เขาเป็นเพื่อนสนิทกับเจ๊เมี่ยง เป็นเลขากองประกวดที่เจ๊เมี่ยงให้ช่วยดูแลชั้นตอนประกวดมิสสมายแลนด์ไง"
       "แกไม่เคยเล่าให้ชั้นฟัง"
       "อ้าวเหรอ...ชั้นคงยุ่งจนลืมเล่ามั้ง"
       "นี่น่ะเหรอคะพัฒศรีเพื่อนสนิทของน้องแอน"
       "แหม..คบเพื่อนไม่เหมือนกันเลยนะคะ คนละสปีชีส์เลย"
       เจ๊แอ๋มมองหล่อนมองหัวจรดเท้า หล่อนชะงักมองหน้าไม่พอใจ
       "แหม...เจ๊ล้อเล่น อย่ามองหน้าเหมือนจะกินเจ๊แบบนี้สิ แอนเขามาเล่าให้ฟังว่าอยากได้รถคันนี้ พอดีเจ้านายเจ๊เขาเป็นนักเล่นรถ เขาก็เลยอาสาเป็นธุระหาให้"
       "แอนต้องฝากเจ้ไปขอบคุณคุณจัตวามากเลยนะคะ"
       "ฝากเจ๊ไปคำขอบคุณไม่ดีหรอกค่ะ ท่านเป็นผู้ใหญ่ ไว้น้องแอนว่างจากงานแล้วแวะไปทานข้าวกับท่านจะดีกว่า"
       "ได้ค่ะเจ๊"
       หล่อนไม่ค่อยไว้ใจดึงแขนเพื่อนมาคุยใกล้ๆ
       "แอน ชั้นบอกแกแล้วไง แกจะคบใคร แกต้องบอกชั้น"
       "ไม่มีอะไรหรอกน่าแก เจ๊แอ๋มเขาเป็นเพื่อนสนิทกับเจ๊เมี่ยงนะ"
       พูดไม่ทันขาดคำระหว่างนั้นรถแท๊กซี่ขับเข้ามาจอด เจ๊เมี่ยงลงจากรถด้วยใบหน้าที่ฟกช้ำ ตาเขียว มุมปากยังมีเลือดซิบๆ ดูแล้วผ่านสภาพมีเรื่องอย่างหนักมาแน่ๆ
       "ว๊าย...อกอีแป้น คุณพระคุณเจ้า นังเมี่ยง !! นี่หล่อนไปทำอะไรมา ทำไมหน้าหล่อนถึงได้เละเป็นปลาดุกชนเขื่อนมาแบบนี้เนี่ย"
       "หุบปากแกไปเลยนังแอ๋ม อู้ยส์ เจ็บอ่ะ ฮือๆๆ"
       เจ๊เมี่ยงระบมหน้าและเจ็บใจปนเสียใจก่อนจะรีบหลบลี้หนีหน้าเข้าไปในบ้าน แอ๋มมองตามแล้วสังหรณ์ ใจไม่ดี
       "เจ๊ว่านังเมี่ยงมันต้องไปมีเรื่องมาแน่ๆ เจ๊ไปดูมันก่อนนะ"
       แอ๋มรีบเดินตามเจ๊เมี่ยงเข้าไปในบ้าน พัฒศรีมองตามรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี แอนเข้ามาแตะแขน
       "เจ๊แอ๋มเขารู้จักคนใหญ่คนโต เดี๋ยวก็คงช่วยจัดการเคลียร์ปัญหาให้เจ๊เมี่ยงได้ ว่าแต่แกเถอะเห็นเมื่อกี้บอกมีเรื่องจะคุยกับชั้น เรื่องอะไรเหรอ"
       
       "เรื่อง....เรื่องพี่ติณ"

มาดามดัน ตอนที่ 4
        อารียาสีหน้าตกใจเมื่อเพื่อนรักมาปรึกษาเรื่องติณณภพ
        
       "นี่แกจะบ้าเหรอยัยพัฒ ! แกยอมปล่อยให้พี่ติณไปโดยไม่ดูดำดูดีอะไรเลยเนี่ยนะ"
       "ใครบอก ชั้นสงสารเขาจะตาย นอนไม่หลับกินไม่ลงมาหลายวันแล้วนะแก"
       "เหรอ เป็นห่วงเขา ทรมานตัวเอง แต่ไม่คิดจะตามไปปลอบใจเขาเนี่ยนะ"
       "ชั้นจะไปได้ไง ฝรั่งเศสนะแก ไม่ใช่รังสิต"
       "แกอย่าเอาระยะทางมาอ้าง ชั้นรู้ว่าต่อให้พี่ติณไปตกระกำลำบากอยู่ถึงขั้วโลก แกก็ต้องดั้นด้นไปหาเขาจนได้ แต่ที่แกไม่ไปเพราะแกกำลังมีห่วงอยู่ที่นี่"
       หล่อนชะงักเพราะที่อารียาพูดขึ้นมานั้นมันตรงจุด
       "ก็ชั้นทิ้งแกไปไม่ได้นี่ ยิ่งเห็นแกต้องอยู่ร่วมกับพวกเสือสิงห์กระทิงแรดพวกนี้แล้ว ชั้นยิ่งทิ้งแกไปไม่ได้ใหญ่"
       "แล้วให้ชั้นมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย เป็นดาราดัง ในขณะที่เพื่อนรักชั้นต้องกลายเป็นคนอมทุกข์เนี่ยนะ งั้นชั้นขอแลกแกกับความฝันของชั้นดีกว่า"
       อารียาจะเดินออกไปหาเจ๊เมี่ยง แต่พัฒศรีรีบรั้งไว้
       "แกจะทำอะไรของแก"
       "ชั้นก็จะไปบอกเลิกสัญญาเจ๊เมี่ยง ไม่ต้องเป็นมันแล้วดารงดาราเนี่ย"
       "จะบ้าเหรอแอน อีกนิดเดียวแกก็จะดังอยู่แล้ว ถ้าแกเลิกตอนนี้ ไอ้ที่ชั้นเหนื่อยดูแลแกมาแทบตายก็สูญเปล่าน่ะสิ"
       "งั้นแกก็ต้องมีชีวิตของแกเองบ้าง จะมาคอยดูแลชั้นตลอดชีวิตไม่ได้อีกแล้ว"
       "แอน"
       อารียาน้ำตาคลอมองเพื่อนแล้วใช้สองมือประคองแก้มพัฒศรี
       "เราโตมาด้วยกัน นิสัยแกชอบดูแลคนอื่นจนชิน ชั้นอยากเห็นคนดีๆมาดูแลแกบ้างนะ"
       หล่อนมองเพื่อนไปก็น้ำตาคลอ
       "เรื่องเจ๊เมี่ยง..ชั้นจะจัดการให้เอง"
       
       เจ๊เมี่ยงนั่งเจ็บหน้าที่ระบม มีแอ๋มช่วยเอายาแดงป้าย แต่ยังมีอารมณ์หงุดหงิดหันมาต่อว่าพัฒศรี
       "ไม่ได้...หล่อนไม่เห็นเหรอว่า ชั้นไปมีเรื่องจนหน้ายับมา แล้วยังมาขอลาไปลั้ลลาฝรั่งเศสอีก"
       "แต่แอนเป็นคนบอกให้พัฒเขามาขอลาพักกับเจ๊เองค่ะ"
       "น้องแอนขา งานเจ๊ยุ่งจนหัวฟู สภาพเจ๊ตอนนี้ต้องมีคนช่วยนะคะ"
       "แต่เพื่อนแอนไม่ใช่ทาสค่ะ เขาทำงานหนักมาตลอด ถ้าเจ๊ไม่ให้เขาลา แอนนี่แหละที่จะเป็นปัญหาให้เจ๊มากกว่าเดิม"
       "ต๊าย...นี่ขู่เจ๊เหรอเนี่ย"
       นางผุดลุกด้วยความโมโห แต่ยังระบมทั้งหน้าทั้งตัวเลยร้อง...ซี้ด...เจ็บ
       "นี่นังเมี่ยง ชั้นว่าหล่อนเลิกปรี๊ดเลิกจี๊ดกับเด็กมันซะทีเถอะ เรื่องตัวเองน่ะจะเอาไม่รอด อยู่แล้ว"
       นางชะงักไปเพราะที่แอ๋มเตือนมาก็จริงอยู่ แอ๋มฉุดนางให้นั่งลงแล้วช่วยเอายาแดงป้ายแผลที่หน้า พลางซุบซิบไม่อยากให้ใครได้ยิน
       "ก็อย่างที่คุยกันไปเมื่อตะกี้นั่นแหละ เรื่องของแก เจ้านายชั้นเคลียร์ให้ได้ อยู่ที่แกนั่นแหละจะโอรึเปล่า"
       นางนิ่งมองหน้าแอ๋มแล้วคิดอย่างหนักใจ
       อารียาถามย้ำ
       "ว่าไงคะเจ๊ เพื่อนแอนต้องรีบบินไปนะคะ"
       นางตัดสินใจอย่างหัวเสีย
       "จะไปไหนก็ไป บ้าผู้ชาย ร่านนักก็ไสหัวไปเลย"
       นางตวาดใส่พัฒศรีแล้วเชิดหน้าไม่มองแม้แต่หางตา หล่อนไม่พอใจที่ถูกนางร้ายใส่แบบนั้น แต่อารียาจับมือเพื่อนเอาไว้ให้ใจเย็นแล้วพยักหน้า
       
       อารียาจูงมือพาพัฒศรีออกมาอีกมุมหนึ่งของบ้านอย่างดีใจ
       "แกรีบไปหาพี่ติณนะ ไปให้เขารู้ว่าแกน่ะรักเขา ให้เขารู้ว่าแกไม่ใช่ผู้หญิงแกร่งอะไรเลย แกก็แค่ผู้หญิงอ่อนแอคนหนึ่งที่อยากจะมีผู้ชายดีๆมาดูไปตลอดชีวิต"
       "แต่ชั้นก็ยังห่วงแกอยู่ดีนะแอน"
       "โอ้ย...ไม่ต้องห่วงทางนี้แล้วแก อีกนิดเดียวชั้นก็จะได้เป็นดาราดังแล้ว ถ้าชั้นยังดูแลตัวเองไม่ได้ แล้วชั้นจะเป็นตัวอย่างที่ดีกับคนอื่นได้ไง จริงมั้ย"
       หล่อนยิ้มรับแล้วพยักหน้าก่อนที่เพื่อนรักจะโผเข้ากอดกัน น้ำตาซึมตื้นตันกันสุดฤทธิ์
       "สัญญานะว่าจะดูแลตัวเองดีๆ ฮือๆๆ"
       "แกก็เหมือนกัน อย่าปล่อยให้พี่ติณหลุดมือ ชั้นอยากแต่งชุดเพื่อนเจ้าสาวสวยๆ ไปงาน แต่งงานที่ปราสาทอย่างในเทพนิยาย"
       "ไอ้บ้า เพ้อเจ้อ แต่ก็นะ ชั้นก็อยากเป็นเจ้าหญิงแต่งงานในปราสาทเหมือนกัน"
       เพื่อนรักทั้งสองหัวเราะกันคิกคักมีความสุข ระหว่างนั้นแอ๋มเดินออกมายืนมองทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัย พัฒศรีเห็นแอ๋มเข้ามายืนมองก็รู้สึกไม่ค่อยดี แต่แอ๋มกลบเกลื่อนความลับบางอย่างด้วยการฉีกยิ้ม และโบกมือให้อย่างเป็นมิตร จนหล่อนคิดว่าไม่มีอะไร
       
       เวลาต่อมา พัฒศรีออกมายืนที่ริมถนน มองซ้ายมองขวา ความรู้สึกแรกที่ได้มายืนกลางปารีสคือตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจกับมหานครเมืองใหญ่ ที่มีหอไอเฟลอยู่ทางด้านหลัง
       "เยส ! ในที่สุดชั้นก็มาถึงปารีสจนได้"
       หล่อนกำมือทำท่าเยสด้วยความดีใจก่อนจะหยิบภาพถ่ายของติณณภพที่ถ่ายจากชาร์โต้ ขึ้นมาแล้วยิ้ม
       "รอน้องก่อนนะคะพี่ติณ น้องกำลังจะไปปลอบใจพี่ถึงชาร์โต้แล้วค่ะ"
       หล่อนทำสีหน้ามั่นใจสุดฤทธิ์ก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางออกไปทางขวา
       หล่อนลากกระเป๋ากลับมาจากทางขวาแล้วเกาหัวแกรกๆเพราะเดินไปผิดทาง ก่อนจะเดินเลือก เดินไปทางซ้ายแทน แล้วหล่อนก็เดินลากกระเป๋ากลับมาจากทางซ้ายแล้วขยี้หัวตัวเองอย่างหัวเสีย เพราะยังเดินไปผิดทาง คราวนี้เลยตัดสินใจเดินหน้า
       "คราวนี้ไปถูกแน่"
       หล่อนเดินลากกระเป๋าหอบแฮ่กๆกลับมาที่เดิม เหงื่อแตกเต็มหน้าแถมแขนก็เริ่มล้าเพราะกระเป๋าหนักๆ หล่อนรีบหยิบแผนที่ออกมากางเพื่อจะดูทางที่ถูกต้อง แต่แผนที่ที่เอามาด้วยเป็นแผนที่ขนาดใหญ่เลยต้องเอามาคลี่กางวางลงบนพื้น ก้มหน้าก้มตาดู พลิกซ้าย หมุนขวา เอียงหน้า เอียงหลัง ตะแคงดูทุกมุมก็ยังงง
       "แผนที่อะไรของมันเนี่ย งงแล้วนะ"
       หล่อนเริ่มหัวเสียหงุดหงิดตัวเอง ระหว่างนั้นมีเสียงคนไทยผู้หญิงคนหนึ่งดังแทรกเข้ามา
       "มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะน้อง"
       พัฒศรีดีใจ
       "คนไทยเหรอคะ"
       "จ้ะ..กำลังหลงทางเหรอคะ"
       "ค่ะพี่..คือหนูเพิ่งมาครั้งแรก หนูจะไปหาเพื่อนที่ลัวร์ แต่หลงทางไม่รู้ต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานีไหน รถไฟฟ้าใต้ดินที่นี่มันเยอะแยะไปหมด ทำเอาหนูมึนตึ้บไปหมดแล้วค่ะ"
       "งั้นเอาแผนที่มาพี่บอกทางให้"
       "ขอบคุณค่ะพี่"
       หล่อนยื่นแผนที่ให้ดู คนไทยใจดีชี้บอกทางให้ตามแผนที่จนหล่อนเข้าใจ ส่วนผู้หญิงไทยอีกคนยืนประกบชิดพัฒศรีด้านที่มีกระเป๋าสะพายเพื่อกรีด
       "อ๋อ..ทางนี้นี่เอง ขอบคุณมากค่ะพี่"
       "ไม่เป็นไรจ้ะ คนไทยด้วยกันเจอกันต่างบ้านต่างเมืองก็ต้องช่วยเหลือกัน โชคดีในการเดินทาง...ฝรั่งเศสยินดีต้อนรับจ้ะ"
       "ขอบคุณมากค่ะพี่"
       
       หล่อนยกมือไหว้แล้วลากกระเป๋าเดินทางไป
        
       อ่านต่อตอนที่ 5

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
มาดามดัน ตอนที่ 13
มาดามดัน ตอนที่ 12
มาดามดัน ตอนที่ 11
มาดามดัน ตอนที่ 10
มาดามดัน ตอนที่ 9
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 4 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 4 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยิ่งอ่านยิ่งสนุก ฮาดีแต้ๆ
ชอบเรื่องนี้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เหอ เหอ นังเมี่ยงคำ เด๋วเอาใบชะพลูตบหน้าให้สักฉาดเลยนิ่
ลำดวน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกมากชวนติดตามทุกช๊อท อ่านแล้วเห็นยังกับเห็นภาพพลอย มาริโอ้ส่งสายตา พูดจาโต้ตอบทันกันในทีวีเลย

ช่วยลงเยอะหน่อยนะคะ ลงไปน้อยเกินไปค่ะ
เจ้เมี่ยงคำจ้า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014