หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คือหัตถาครองพิภพ

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 3

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 ธันวาคม 2556 09:45 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 3
       คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 3
       
       ภายในห้องอาหาร แลเห็นอาหารตั้งเต็มโต๊ะ เป็นเมนู หมู เป็ด ไก่ ซุป เจ้าสัวเส็ง และสองคุณนายนั่งรอ ชะเง้อหาคุณหญิงศรี
       
       “หนูศรีไปเยี่ยมนางเด็กสะบันงานานเกินไป ยังไม่กลับมากินข้าวกับพ่อกับแม่”
       “เด็กสะบันงามันเป็นตัวถ่วงความสุข ความเจริญของลูกเราโดยเฉพาะลูกดิฉัน” คุณนายใหญ่บ่นอย่างไม่พอใจ
       “ให้ใครไปตามมาเถิดค่ะ เจ้าสัว” คุณนายน้อยบอก
       ทั้งสามหันไปที่กิมเฮียง กิมฮวย ยืนก้มหน้า
       “ใครก็ได้ไปเชิญคุณหญิงกลับมากินข้าว”
       สองกิมมองหน้ากันอึกอัก
       “ไม่ต้องทำรีรอ อ้ำอึ้ง”
       “ไม่ได้ทำรีรอเจ้าค่ะ”
       “แล้วทำไมไม่รีบไป ไม่ได้ยินคุณนายใหญ่ท่านสั่งหรือ” คุณนายน้อยแปลกใจกับท่าทีนั้น
       “ได้ยินชัดเจนมากเจ้าค่ะ แต่…”
       “แต่อะไร” เส้าสัวเส็งถามเสียงดุ
       “คุณหญิงท่านไปนานแล้วเจ้าค่ะ”
       “อะไรนะ ทำไมแกสองคนไม่มาบอกพวกเราคุณนายใหญ่ ไม่มีใครถามเรานี่เจ้าคะ คือคุณหญิงท่านสั่งเราสองคนห้ามพูดมากเรื่องของท่านเจ้าค่ะ ท่านยิ่งโกรธพวกเราอยู่เจ้าค่ะ” กิมเฮียงเสียงอ่อย
       “เหลวไหล โกรธเรื่องอะไร” เจ้าสัวเส็งงง
       “ท่านโกรธที่เราสองคนรายงานคุณนายใหญ่เรื่องสะบันงากับคุณศุกลเจ้าค่ะ” กิมฮวยเปล่า
       “ท่านถึงกับให้เจ๊เมี้ยนชกปากเราสองคนเป็นการสั่งสอนห้ามพูดเจ้าค่ะ หนที่สองแล้วเจ้าค่ะ” กิมเฮียงฟ้อง
       สามคนมองหน้ากันหงุดหงิด เจ้าสัวเส็งกระแทกตะเกียบโดยแรง ลูกคนนี้มันเอาแต่ใจตัวเกินไปแล้ว แม่น้อยสอนลูกยังไงให้กระด้างกระเดื่องกับพ่อแม่”
       คุณนายน้อยหน้าจ๋อย ไม่กล้าเถียงคุณนายใหญ่โต้
       “จะโทษแต่แม่น้อยเห็นจะไม่ถูกต้องนัก ลูกศุกลของดิฉันก็ลุ่มหลงเด็กสะบันงา จนเราต้องส่งเขาหนีมันไปไกลถึงเมืองนอก”
       “หรือว่ามันจะทำเสน่ห์เจ้าคะ”
       กิมเฮียงออกความเห็น
       “ไปให้พ้น” เจ้าสัวเส็งโมโหตวาดไล่
       
       สะบันงากำลังเดินขาเป๋เสิร์ฟก๋วยเตี๋ยว กวงเอาที่ตักก๋วยเตี๋ยวตีหัว
       “ชักช้าจริง นังเป๋ คนรอกินไม่เห็นหรือเดินให้ไวไวหน่อยสิ”
       “จ้ะ”
       หน้าร้าน...ปานวาดกับคุณหญิงลออศรีเดินผ่านมา ปานวาดหยุดชะงักมองไปในร้าน
       “หยุดทำไมคะ ลูกปานวาด”
       “ปานวาดอยากกินก๋วยเตี๋ยวค่ะ”
       “แต่แม่ไม่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวของเจ๊กของจีนข้างถนน”
       “แต่มันอร่อยนะคะคุณแม่”
       “อาหารจีนมันต้องกินในเหลา”
       “แต่ปานวาดไม่ชอบกินอาหารจีนในเหลาค่ะ”
       คุณหญิงลออศรีฉุดแขนปานวาดไม่ให้เข้าไป ปานวาดสะบัดมือเดินเข้าไปในร้าน สะบันงาเห็นปานวาด ตกตะลึงดีใจ
       “คุณ...”
       ปานวาดพรวดมาชนเอาสะบันงาที่ถือชามก๋วยเตี๋ยวจะเอากลับไปล้าง ชามตกแตก
       “ว๊าย”
       คุณหญิงลออศรีปราดมาเข้ามาตบหน้าและด่าสะบันงา
       “กุ๊ยมากแกแกล้งชนลูกสาวฉัน”
       “คุณหญิงแม่” ปานวาดพยายามห้ามม
       กวงเข้ามาตีสะบันงาด้วยชามที่ตกลงไปที่พื้น
       “เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ”
       “นังสกปรกแกเซ่อซ่าเอาน้ำก๋วยเตี๋ยวเหลือเดน หกใส่ลูกสาวฉันเลอะเทอะหมดเลยตาแปะ แกต้องรับผิดชอบ” คุณหญิงลออศรีด่าซ้ำ
       “นางเป๋ซุ่มซ่ามมึงทำกูเสียหายนี่แน่ะนี่แน่ะ”
       กวงไล่ตีสะบันงา ปานวาดหายตกใจ ตวาดแว๊ด
       “หยุดนะ ตาแปะ ไปตีเขาทำไม ฉันชนเขาเองเขาไม่ได้ชนฉัน”
       “เอ๊ะลูกคนนี้ ยังไปเข้าข้างรับผิดแทนมันอีก ตาแปะแกต้องลงโทษเด็กของแกให้สาสม เสื้อผ้าลูกสาวฉันแพงมากไม่ใช่เศษผ้าขี้ริ้วที่แกใส่นะ”
       กวงตีสะบันงาอีก ขณะสะบันงาก้มหน้าเก็บเศษชาม
       “ทำร้ายคนปกติก็ใจแคบใจดำมากพออยู่แล้ว นี่ทำร้ายคนพิการแถมเขาไม่ได้ทำผิด จิตใจทำด้วยอะไรน่ารังเกียจกันทั้งนั้น”
       พูดจบปานวาดทรุดตัวลงไปช่วยสะบันงาเก็บชามแตก
       “ฉันจะช่วยเธอ ฉันขอโทษ”
       “ต๊าย อะไรกัน หนูเป็นคุณหนู ทำไมต้องไปช่วยเด็กขี้ข้าเก็บเศษอาหาร”
       “หนูทำให้เขาเดือดร้อนโดนคุณแม่ตบหน้า โดนตาแปะบ้าลงโทษถ้ามันตีเขาอีก หนูจะไปบอกตำรวจมาจับมัน ตาแปะ พ่อฉันเป็นหัวหน้าตำรวจใหญ่ที่สุดในหมู่ตำรวจรู้ไหม”
       กวงหน้าเสีย
       “แฮ่ะ แฮ่ะ ขอโทษครับมิทำแล้วครับ”
       “ขอบคุณมากค่ะ คุณปานวาด”
       ปานวาดตกใจ
       “เธอรู้จักชื่อฉันได้ยังไง”
       “เอ้อ...”
       ยังไม่ทันที่สะบันงาจะพูดต่อ คุณหญิงลออศรีกระชากแขนปานวาดโดยแรงให้ลุก
       “ลุกขึ้นมานะปานวาด แม่ไม่ยอมให้ลูกลดตัวไปช่วยนังขี้ข้านั่นเด็ดขาด รีบไปหาคุณหญิงน้าได้แล้ว”
       “เดี๋ยวสิคะ เขารู้จักปานวาดนะคะ”
       “ไม่จริง คนต่ำต้อยอย่างมันไม่มีวันมารู้จักลูกหรอก ตาแปะลากตัวเด็กของแกไปให้พ้น หนอยแน่ะมาโกหกตีขลุมว่ารู้จักลูกสาวฉันเหลือขอมากๆ”
       อาแปะมาจิกหัวกระชากสะบันงาหงายหลัง
       “นังคนไม่รู้ที่ต่ำที่สูง กูจะตีมึงให้หนัก”
       ปานวาดที่โดนคุณหญิงลากไป ตะโกนถามกลับมา
       “ฉันรู้ว่าเรารู้จักกัน เธอชื่ออะไร”
       คุณหญิงลออศรีลากปานวาดที่ตะโกนไม่เลิกจนหายไป ส่วนอาแปะลากสะบันงามาฟุบที่พื้นจุดที่ล้างจาน
       “ฉันชื่อสะบันงาค่ะ”
       แต่ช้าไปแล้ว กวงเอาน้ำล้างจานในถัง โป๊ะสาดไปบนหัวสะบันงา
       “สะบันงา หนอยแน่สะเออะทำเป็นรู้จักลูกสาวคุณหญิง แม่มึงเป็นโสเภณีอยู่สำนักไหน แม่มึงใจดำไข่แล้วทิ้งให้เร่ร่อน เพราะมึงพิการใช้งานไม่ได้ จะมีปัญญาที่ไหนไปรู้จักลูกผู้ดีมีเงิน”
       แล้วกวงก็ดึงถังออกมาจากหัวสะบันงา น้ำล้างจานได้ไปล้างเอาคราบโคลนที่สะบันงาเอามาทาปิดไว้หลุดจนหมด เผยให้เห็นใบหน้าสดใสสวยงามของสะบันงา กวงตกตะลึง
       “นังเป๋”
       สะบันงาเต็มๆน้ำตานอง เอามือปาดน้ำตาไม่รู้ว่าน้ำล้างโคลนออกไปจากหน้าหมดแล้ว กวงเสียงอ่อนลงมาก
       “นางเป๋ เอ้อ สะบันงา”
       “หนูขอโทษ หนูจะระวังตัวมากกว่านี้ หนูจะไม่ซุ่มซ่ามอีกแล้วจ้ะ”
       กวงโบกมือ เลิกรา พูดปกติไม่ตะคอก
       “แล้วก็ให้แล้วกันไป รีบไปเก็บของไปล้างจานซะ อีหนู เจ็บมากไหม”
       “ไม่เป็นไรค่ะ”
       สะบันงาลุกไปเก็บเศษชาม กวงมองตามพึมพำ
       “สะบันงา นี่มันเพชรในตมแท้ๆ สวยยังกับนางสาวไทย เสียดายที่มันขาเป๋แต่ เป๋ก็เป๋วะ สวยขนาดนี้...”
       กวงมองหมายตาหมายใจไว้
       
       คุณหญิงศรีนั่งฟังสองแม่ลูกเถียงกัน
       “เขากำลังจะบอกว่าชื่ออะไร คุณหญิงแม่ก็ลากหนูออกมา” ปานวาดหงุดหงิด
       “มันจะชื่ออะไรก็ช่างหัวมันปะไร”
       “เพราะหนูมั่นใจว่าเขารู้จักหนูค่ะ คุณหญิงแม่”
       “แต่แม่มั่นใจมันยกเมฆตีขลุม อยากอวดว่าเป็นเพื่อนกับลูกคุณหญิง”
       “ถ้าเขาไม่รู้จักหนู เขาจะเรียกชื่อหนูถูกได้อย่างไรคะ”
       “แหม มันนกรู้มันได้ยินแม่เอ่ยชื่อหนูว่าปานวาด มันก็เรียกตาม”
       “คุณหญิงแม่ไม่ได้เอ่ยชื่อหนูสักคำ เขาจะไปเอามาจากไหน ถ้าไม่ทราบว่าหนูชื่อปานวาด คุณแม่ชอบดูถูกคนจน คุณแม่ใส่ความเขาค่ะ คุณน้าหญิง”
       คุณหญิงศรีมองขำๆ
       “ตกลงสองคนแม่ลูก จะมาหาฉันหรือว่าจะมาทะเลาะกันเรื่องเด็กคนรับใช้ร้านขายก๋วยเตี๋ยวจ้ะ ลออ”
       “ก็ปานวาดนี่แหละ ทำฉันปวดหัวมากชอบไปคลุกคลีตีโมงกับพวกคนฉันต่ำ ชอบปกป้องคนชั้นต่ำ”
       “บางทีปกป้องคนต่ำกว่าเรา น่าจะมีคุณค่ามากกว่าปกป้องคนสูงส่งคนที่ต่ำกว่าเราทั้งลำบากและยากจนมีความทุกข์มากมาย แต่คนสูงส่งเขาไม่มีความทุกข์จริงจังอะไรหนักหนา นอกจากว่าไม่ได้ดั่งใจ”
       ปานวาดปรบมือ
       “ใช่ค่ะ คุณหญิงน้าไม่เคยว่ายัยเมี้ยนต่ำสักหน่อย รักยัยเมี้ยนจะตายไป คุณหญิงแม่ยังเคยนินทากับคุณพ่อว่า คุณหญิงน้ารักบ่าวเกินจำเป็น”
       “เด็กนี่พูดเรื่อยเปื่อย” คุณหญิงลออศรีที่เข้าไปหยิกหมับเข้าที่แขนปานวาด
       “ฉันฟังมาทั้งหมด ปานวาดพูดจามีเหตุผล เพียงแต่เป็นเหตุผลที่คนชอบแบ่งชั้นวรรณนะอาจไม่ชอบรับฟัง เด็กคนนั้นเรียกหนูว่าอะไร น้าจะตัดสินเองว่าเขารู้จักหนูจริงหรือตีขลุม”
       “เขาเรียกหนูว่า คุณปานวาดค่ะ”
       “คุณปานวาด แปลว่าเขายกย่องหนู ถ้าเป็นเพื่อนหนูคงไม่เรียกหนูว่าคุณปานวาด เขารู้จักหนูแน่นอน แต่เขาไม่ใช่เพื่อนหนู”
       ปานวาดหัวเราะคิกคัก
       “เพื่อนสนิทกันมันแอบเรียกหนูว่านังปานวาดค่ะ หนูก็เรียกมันบ้าง สนุกจะตายไม่ต้องทำตัวผู้ดีทั้งวัน”
       คุณหญิงศรีหัวเราะชอบใจ แต่คุณหญิงลออศรีตาเขียว
       “เอ๊ะ! เด็กคนนี้ อกอีแป้นจะแตกลูกเต้าเหล่าใคร จะไปฟ้องมาแมร์”
       “ลูกรัฐมนตรี ลูกอธิบดี โฮ้ยหลายคนค่ะ ฮิ ฮิ”
       คุณหญิงศรีระเบิดหัวเราะ คุณหญิงลออศรีตาเขียวมากขึ้น
       “น้าก็เคยแอบเรียกเพื่อนสนิทอย่างนั้นทั้งต่อหน้าและลับหลังจ้ะ ลองนึกดูสิว่าใครเรียกหนูคุณปานวาดอย่างนั้นบ้าง”
       แกละเข้ามา
       “เชิญรับประทานน้ำชาเจ้าค่ะ”
       
       “ไปดื่มน้ำชากันเถิด”

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 3
       คุณหญิงศรีพยักหน้าให้สองคน ปานวาดรีบบอก
       
       “คุณหญิงน้าขา ยัยแกละเคยบอกว่าชื่อคุณหญิงแม่เพราะมาก...นี่ยัยแกละ ฉันอนุญาตให้ยืมชื่อคุณแม่ไปตั้งเป็นชื่อตัวเองได้”
       “อย่าทีเดียวนะ ฉันไม่ต้องการมีชื่อเหมือนกับบ่าว” คุณหญิงลออศรีแว๊ดใส่
       “ชื่อฉันมันก็ไม่เพราะซะด้วย ไม่อย่างนั้นจะให้แกละยืมไปใช้บ้าง” คุณหญิงศรีบอกขำๆ
       
       สังวร สังเวียนช่วยกันดูแลจัดโต๊ะนำชา คุณหญิงศรี คุณหญิงลออศรี และปานวาดนั่งกินด้วยกัน ปานวาดขำๆมองไปที่สังวร สังเวียน
       “สังวร สังเวียนก็เรียกหนูว่าคุณปานวาดค่ะ คนรับใช้ที่บ้านก็เรียกหนูว่าคุณปานวาดด้วยค่ะ”
       “อย่าเหลวไหล คนพวกนี้ก็อยู่ที่บ้านเห็นๆ” คุณหญิงลออศรีปราม
       “ลองนึกสิคะปานวาด ว่านอกจากพวกคนรับใช้แล้ว มีใครอีกเรียกหนูอย่างนั้น”
       ปานวาดนิ่งคิดแล้วนึกออก
       “นึกออกแล้ว เพื่อนหน้าใหม่แสนสวย สะบันงาค่ะ แต่คนนั้นขาเสีย หน้าตามอมแมม ไม่สวยเหมือนสะบันงา สงสารเขาจะตายไป คุณแม่ตบหน้าเขา ตาแปะก็ทุบตีใหญ่ คอยดูจะฟ้องคุณพ่อให้ส่งตำรวจไปเล่นงานตาแปะ”
       คุณหญิงศรีมองเพื่อนเป็นเชิงตำหนิว่าทำเกินไป
       “โธ่... น่าสงสารจริง”
       เมี้ยนเข้ามาหน้าตาผิดหวัง ปานวาดมองอย่างแปลกใจ
       “ยัยเมี้ยนมาแล้ว หน้าเหี่ยวเหมือนบวบแห้งคาเถามาเลย”
       เมี้ยนไม่ถือสา
       “ใช่ว่าจะเหี่ยวแค่หน้านะเจ้าคะคุณหนู ใจเมี้ยนก็เหี่ยวหดมากเจ้าค่ะ”
       “แปลว่าเมี้ยนยังไม่ได้วี่แววของสะบันงา” ศรไม่สบายใจ
       “สะบันงาไหน สะบันงา อีกแล้วมีแต่คนพูดถึงสะบันงา” คุณหญิงลออศรีแปลกใจ
       “เขาถือชายกระโปรงคุณหญิงน้าวันแต่งงานคู่กับหนูค่ะ” ปานวาดเล่า
       “เด็กสวยคนนั้นนั่นเอง ลูกเต้าเหล่าใคร ทำไมนัง เอ๊ย…ยัยเมี้ยนต้องไปตามหา”
       “เด็กนั่นคือว่าที่น้องสะใภ้ในอนาคตของฉันเอง”
       “ลูกเจ้าสัวคนไหนหรือ สวยเหลือเกิน”
       “ลูกสาวยัยพริ้ง แพริมคลองบ้านเจ้าสัวเจ้าค่ะ” เมี้ยนบอก
       คุณหญิงลออศรีตบอกผางอีกรอบ ทำขนมที่กำลังจะกินตกลงมาจากปาก
       “ศรี เธอก็อีกคน ช่างเป็นตัวอย่างที่แปลกประหลาดให้ยัยปานวาดทำตามจริงๆ”
       “ตัวอย่างที่น่ารักค่ะคุณหญิงแม่ หนูชอบเอาอย่างคุณหญิงน้า โตอีกหน่อยไปเมืองนอกหนูจะแต่งงานกับฝรั่ง”
       คุณหญิงลออศรีตีแขนปานวาดเพี๊ยะ
       “เด็กคนนี้อย่ามาล้อแม่เล่นนะ แม่ไม่เอาเขยฝรั่ง”
       “ทำไมคุณหญิงแม่มีเพื่อนเขยฝรั่ง แถมชื่นชมมากๆด้วย”
       “ก็ฝรั่งสามีคุณหญิงน้าน่ะ ฝรั่งดองซะเมื่อไหร่ ฝรั่งเจ้าคุณมีหน้ามีตา”
       คุณหญิงศรีกับเมี้ยนอมยิ้ม
       “แต่น้าก็ยังสนใจเด็กขาเป๋ที่ปานวาดบอก ร้านอาแปะก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่ไหนคะ”
       “ใกล้ๆห้อยเทียนเหลา”
       คุณหญิงศรีมองสบตา เป็นเชิงรู้กันว่าอยากไปดู
       
       ค่ำแล้วสะบันงาล้างจานรอบสุดท้าย กวงยื่นขนมเปี๊ยะมาให้ตรงหน้า
       “กินซะ สะบันงา”
       สะบันงาเงยหน้ามองแปลกใจ
       “เอ้อ…”
       “ทำไม ไม่ชอบหรือ อร่อยที่สุดในย่านนี้เลยนา...”
       สะบันงายกมือไหว้
       “ขอบคุณมากจ้ะ”
       “ต่อไปนี้จะให้กินก๋วยเตี๋ยวสามมื้อ เช้า กลางวัน เย็น”
       สะบันงายิ่งแปลกใจ
       “เอ้อ...ขอบคุณมากจ้ะ”
       “รีบเก็บจานแล้วไปอาบน้ำอาบท่าสิ อาบน้ำเสร็จ มีอะไรจะคุยด้วย”
       “จ้ะ”
       กวงเดินร้องเพลงจีนเบาๆออกไป สะบันงามองตามด้วยความสงสัยแต่ยังไม่รู้ว่าอะไร
       
       คุณหญิงลออศรีชวนคุณหญิงศรีหัดเล่นไพ่ตอง ปานวาดช่วยเล่นอีกคน
       “ฉันเล่นเป็นแต่เลี๊ยบตุ่ย เพราะดูคุณเตี่ยกับคุณแม่ทั้งสองเล่น แต่ไพ่ตองนี่ ไม่รู้เรื่องเลย” คุณหญิงศรีเล่า
       “เถอะน่า คุณหญิงคุณนายสมัยนี้เขาเล่นเป็นกันทั้งนั้น พอผัวลงเรือนเมียก็กวักมือเรียกขาไพ่ ต้องหัดเอาไว้ไม่เช่นนั้นจะไม่ครบเครื่องเรื่องการเป็นคุณหญิง ฝรั่งเขาเรียกฮอบบี้ งานอดิเรกไงล่ะ”
       “แต่ฉันชอบอ่านหนังสือเป็นงานอดิเรกมากกว่า”
       “หนูจะช่วยสอนให้เองค่ะ ยัยเมี้ยนมาเล่นด้วยกัน ขามันขาด”
       เมี้ยนมองคุณหญิงลออศรีว่าจะว่ายังไง เพราะรู้ว่าเหยียดคนที่ด้อยกว่า
       “มาสิเมี้ยน มาแก้ขัดนะยะไม่ใช่มาเป็นขาประจำ” คุณหญิงลออศรีบอกอย่างเสียมิได้
       “เอ้อ โต๊ะอาหารเย็นพร้อมแล้วเจ้าค่ะ เชิญรับประทานก่อนดีไหมเจ้าคะ” เมี้ยนตัดบท
       “เย็นนี้ ท่านไปงานเลี้ยงที่กระทรวง มีแขกต่างประเทศมาเยี่ยมกินด้วยกันนะลออ”
       
       สังวร สังเวียน กำลังจัดโต๊ะอาหาร ตาก็ปรายไปทางพวกคุณหญิงศรีแล้วกระซิบนินทา
       “นางลออนั่นก็อีกคนมันจิกหัวเรียกกัน มันดูถูกเรานักชังน้ำหน้าจริงๆ”
       “ขอให้ลูกสาวมันโตขึ้นไป ได้ผู้ชายที่มันไม่พึงปรารถนาอายคนเขาไปทั่ว” สังเวียนแช่ง
       
       คุณหญิงลออศรีกระซิบกับคุณหญิงศรี
       “นางสองคนนั่นมันอยากเป็นเมียเจ้าคุณเจ้าคุณรู้บ้างไหมศรี”
       “รู้” คุณหญิงศรีตอบเรียบๆ
       “ปรามมันให้ดีทีเดียวนะ”
       “บางทีฉันอาจสนับสนุนพวกมันให้สมหวัง”
       “ศรี เธอบ้าหรือ เกิดมันมีลูกมีเต้าขึ้นมาแล้วเธอไม่มี มันจะขี่หัวเธอสนุก”
       “เรื่องมันยังไม่เกิด อย่าตีตนไปก่อนไข้”
       “ย่ะ ระวังนะยะ จะเกิดเรื่องวัวหายแล้วล้อมคอก ศรีเธอนี่เหลวไหลมาก เพิ่งจะแต่งงานกับเขาไม่กี่วัน ดันจะหาเมียบ่าวให้ผัว”
       ปานวาดเร่ง
       “หนูหิวข้าวแล้วค่ะ คุณหญิงน้า คุณหญิงแม่”
       ทั้งสามคนเดินไปที่โต๊ะอาหาร สังวร สังเวียน เมี้ยนยกเก้าอี้ถอยให้สองคนนั่ง สังวรมองคุณหญิงลออศรีอย่างเกลียดชังอยากให้ลออศรีตกเก้าอี้ แต่ก็ได้แค่คิด ขณะที่คุณหญิงลออศรียังติดใจเรื่องเดิม
       “ศรี ถ้าเธอไม่ไหวจริงๆ ทำไมไม่ส่งเมี้ยนมันไปเล่า หน้าตามันก็พอได้แต่ไอ้กินหมากนี่สิแย่ ดูแลมันให้สวยสักนิดยังไงก็คนของเธอ มันไม่หักหลังหรอกนะ”
       “เรื่องนั้นฉันจัดการเอง เธอไม่ต้องห่วง เมี้ยน ฉันต้องการพบแกละคืนนี้ก่อนนอน”
       สังวร กับสังเวียนแอบกระซิบกัน
       “มันจะส่งเสริมนางแกละ”
       เมี้ยนหันมาสั่ง
       “หล่อนคนใดคนหนึ่งไปบอกแกละมาพบคุณหญิงก่อนนอน”
       คุณหญิงลออศรีสงสัย
       “ตกลงเธอจะเอาคนชื่อนางแกละ ไปปรนนิบัติเจ้าคุณแทนตัวเองหรือ”
       “เธออย่ากังวลเรื่องใครจะนอนกับใครในบ้านฉันมากไปเลยน่าลออ ฉันจัดการตัวเองได้น่า”
       “ย่ะ รู้ว่าเธอเก่ง ระวังจะน้ำตาตกใน ขึ้นชื่อผู้ชายมันหลายใจ รักง่าย หน่ายเร็ว ฝรั่งก็เถิด มาเจอประเพณีไทยแบบนี้มีหรือจะไม่อยากทดลอง”
       “แล้วเจ้าคุณเกษมสามีเธอเล่าจ้ะ”
       “วุ๊ย คุณพ่อก็มีเมียน้อยไปทั่ว แต่ไปหาเอานอกบ้านค่ะคุณหญิงน้าขืนเอาในบ้านคุณหญิงแม่แพ่นหัวแบะไ ปานวาดเล่าขำๆ
       คุณหญิงลออศรีตาเขียวปรามไม่ให้ปานวาดพูด
       
       “ใครใช้ให้เอาเรื่องส่วนตัวในบ้านมาพูด”

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 3
       สะบันงานั่งข้างตุ่มน้ำใส่กระโจมอก บนม้าไม้เก่าๆเตี้ยๆหลังร้าน กำลังอาบน้ำล้างหน้า กวงแอบมองหน้าอันสดใสของสะบันงา
       
       “ยิ่งล้างหน้าล้างตาหน้ายิ่งสวย สวยจริงๆเป็นลาภปากของอากวงแท้ๆเด็กอาไร รูปก็งามนามก็เพราะ”
       สะบันงาอาบน้ำเสร็จ เช็ดตัวแล้วหันไปหยิบโคลนที่ซ่อนไว้มาป้ายหน้าป้ายตา ไม่รู้ว่ากวง
       เห็นหน้าไปแล้ว สะบันงามองซ้ายมองขวา ลุกขึ้นเดินปกติ ไม่ขาเป๋ กวง ตื่นเต้นดีใจมาก
       “มันไม่ได้ขาเป๋ มันแกล้งเป๋ มันปิดบังหน้าตาเพราะมันกลัวใครจะรู้ว่ามันสวย สวรรค์ประทานมันมาให้เราแน่ ความจึงมาแตกเอาที่เราอีหนูเอ๊ย”
       กวงแอบมองต่อไป
       
       คุณหญิงศรีมองหน้าแกละที่นั่งพับเพียบเรียบร้อยตรงหน้า เมี้ยนนั่งใกล้ๆ
       “แกละ สองแม่ลูกนั่น ชื่ออะไร”
       “แม่ชื่อพี่พริ้ง ลูกมันชื่อสะบันงาเจ้าค่ะ”
       คุณหญิงศรีนิ่งงัน เมี้ยนดีใจมาก
       “สะบันงา คนที่แกละจะพามาหาคือสะบันงา โธ่”
       “คุณหญิงรู้จักหรือเจ้าคะ”
       “รู้จักสิ รู้จักอย่างดีเลยแหละ เมี้ยนทำไมไม่ถามชื่อตั้งแต่วันแรกที่แกละมาบอก โธ่เอ๊ยสะบันงา โธ่เอ๊ยแม่พริ้ง ไม่อย่างนั้นฉันคงส่งเมี้ยนแล่นไปรับสะบันงามาตั้งแต่คืนนั้นแล้ว ช้าไปก้าวเดียว เสียหายไปมากมาย”
       “ขอประทานโทษเจ้าค่ะ เมี้ยนจะอ้าปากถามแต่ก็ไม่ทันถามเมี้ยนปากหนักไปแล้ว ยกโทษให้เมี้ยนด้วยนะเจ้าคะ”
       “มันคงเป็นเวรกรรมของสะบันงา แกละเจอสองคนแม่ลูกที่ไหน”
       “ท่าน้ำเยาวราชเจ้าค่ะ”
       “เมี้ยน พรุ่งนี้เราจะไปตะลุยเยาวราชตามหาสะบันงา”
       “เจ้าค่ะ”
       “แกละไปได้ ขอบใจมาก ถ้าพบสะบันงาฉันจะให้รางวัลแกละ ในฐานที่ทำให้ฉันได้เบาะแสสะบันงา”
       “ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ คุณหญิง”
       แกละคลานถอยออกไป คุณหญิงศรีหันไปถามเมี้ยน
       “แกละคนนั้นเป็นโรคทะเยอะทะยาน เหมือนนางสองพี่น้องไหม”
       “ไม่เจ้าค่ะ มันเป็นคนรักของกุ๊กซ้ง มันสองคนกำลังเก็บเงิน จะออกไปตั้งตัวเปิดร้านอาหารจีนเจ้าค่ะ”
       “นี่ก็ทะเยอทะยานอีกชนิดหนึ่ง แต่ในทางที่ถูกต้อง ขอให้พวกมันสมหวัง”
       “มันสองคนไม่สนใจเรื่องของใครแถมคอยปราม มันหวังสร้างอนาคตเท่านั้นเจ้าค่ะ”
       “ขอให้พวกมันสมหวัง พรุ่งนี้ขอให้ฉันสมหวังเจอสะบันงาแถวนั้นด้วยเถิด เจอเมื่อไหร่จะเก็บเอาไว้ข้างตัวไม่ให้ห่าง เอาไว้รอวันคุณศุกลกลับมารับขวัญ”
       เมี้ยนกระซิบ
       “เอาไว้ข้างตัว เจ้าคุณก็เห็นตัวสะบันงาสิเจ้าค่ะ สวยและน่ารักเรียบร้อยปานนั้น มันจะเปิดโพรงให้กระรอกนะเจ้าคะ”
       “ฉันจัดการได้น่า อย่าคิดมาก”
       “จัดการจนต้องมาวางยานอนหลับผัวทุกคืน นี่มันน่าหนักใจนะเจ้าคะ ระวังจะวางผิด แล้วจะโดนลักหลับเอานะเจ้าคะ”
       คุณหญิงศรีถอนใจ เมี้ยนนำแก้วนมสองแก้วมาวางไว้ให้
       “แก้วซ้ายของคุณหญิง แก้วขวาของเจ้าคุณ ใส่ยานอนหลับไว้ อย่าหยิบแก้วผิดเผลอไปดื่มเองนะเจ้าคะ เมี้ยนไม่อยู่เสนอหน้า เดี๋ยวจะกลับมาเกาหลังให้ตอนที่ท่านหลับไปแล้ว เอ้อ...ข้างบนห้องนอนน่าจะเหมาะกว่า หลบรอดปลอดภัยหูตาสัปปะรดของนางสองคนนั่นมันนะคะ แก้วซ้ายนะคะ ท่องไว้ ซ้ายๆ เจ้าค่ะ”
       คุณหญิงศรีพยักหน้า
       
       สะบันงาจัดข้าวของเตรียมขายวันรุ่งขึ้น กวงเดินมาด้านหลัง มากอดไว้
       “สะบันงา”
       “ว๊าย”
       สะบันงาหันมาตกใจมาก ในมือยังถือสากครกค้างอยู่
       “อีหนูคนสวย มาเป็นเมียแปะกวงนะ”
       “ไม่ ไม่ ปล่อยฉันนะ”
       “เรื่องอะไรจะปล่อยคนสวยๆอย่างอีหนูไปง่ายๆ แหม ร้ายจริงนะ แกล้งเอาโคลนมาพอกหน้าให้มอมแมม แกล้งเดินขาเป๋ ตบตากันได้มาหลายวัน”
       สะบันงายกมือไหว้ยังถือสากอยู่
       “ปล่อยหนูนะจ๊ะอาแปะใจดี ปล่อยหนูเถิด”
       “ไม่ได้ ไม่ปล่อย อีหนูต้องมาเป็นเมียของอาแปะ จะไม่ให้ล้างจานทำงานทุกอย่างอีกแล้ว น่านะ นะนะนะ นี่เงินให้เอาไว้กินขนม”
       “ฉันไม่รับ ไม่เป็นเมียแก ปล่อย...”
       อาแปะยิ่งรัดมากขึ้นปล้ำกันจริงๆแล้ว สะบันงาดิ้นรน ในที่สุดตัดสินใจเอาสากกระเบือตีหน้า
       สะเปะสะปะ ไปโดนเอาหน้าผากของ อาแปะปล่อยสะบันงา เอามือกุมหน้าเลือดสาด
       “โอ๊ย! นังเด็กผีทะเลตีแสกหน้ากู พูดดีๆไม่รู้เรื่อง มึงตายแน่”
       สะบันงาตกตะลึง กลัวมาก
       “เลือด เลือด โอ๊ย เลือด”
       อาแปะโถมเข้าใส่สะบันงา สะบันงายิ่งตกใจปาสากกระเบือในมือ โยนทิ้ง
       “มึงตาย”
       กวงกางกรงเล็บกระโจนใส่ สากกระเบือที่สะบันงาโยนทิ้งไปตกใส่ซ้ำที่เดิม
       “โอ๊ย...มึงจะฆ่ากู”
       สะบันงาหันกลับ อาแปะตะครุบขาไว้ได้ สะบันงาล้มแล้วถีบหน้าอาแปะโดนที่เดิมอีก เธอ
       ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้าย แค่คิดจะหนีแต่เหมือนจงใจทำให้กวงเจ็บที่เดิมซ้ำๆเงินหล่นตรงหน้า
       “นี่คือค่าจ้างทำงานของเรา”
       สะบันงาตัดสินใจ แล้วหยิบแล้วลุกอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งออกไปจากห้องไป อาแปะ นอนประหลับประเหลือก
       “กลับมา กลับมา ไม่ได้นอนกับกู ก็อย่าเอาเงินกูไป”
       
       ใกล้เที่ยงคืน คุณศรีนั่งรอเจ้าคุณแล้วเริ่มง่วง เมี้ยนนั่งเป็นเพื่อน
       “ท่านกลับดึกจังนะเจ้าคะ หนีขึ้นห้องใส่ประตูลงกลอนไหมเจ้าค่ะ”
       “ไม่ ฉันต้องรอเขา แต่ฉันง่วงจังเลยเมี้ยน”
       “เมี้ยนถึงอยากให้ไปนอนไงเจ้าคะ”
       “ถ้าฉันนอน แล้วท่านกลับมาเจอว่า ฉันกำลังหลับ ฉันก็..โดน...เอ้อ...ลักหลับ”
       “เฮ้อ เมี้ยนว่ายังไงสักวันก็ต้องโดนจังๆ ปล้ำเอานะเจ้าคะ”
       “เมี้ยนอย่าพูดเป็นลาง”
       เจ้าคุณ เข้ามาในห้อง มีเสื้อนอกพาดข้อมือเข้ามา
       “ศรี รอผม โอ้...ศรีรอผมจริงๆด้วย”
       “ใช่ค่ะ”
       “ขอบใจมาก ฮันนี่ เมี้ยนไปได้แล้ว”
       “เจ้าค่ะ”
       ก่อนไปเมี้ยนกระซิบคุณหญิงศรี
       “ซ้ายนะเจ้าคะ แก้วซ้ายของคุณหญิง”
       เมี้ยนออกไปไม่วายหันมามองห่วงใย ยังทำปากไม่มีเสียง
       “ซ้าย เจ้าค่ะ”
       เจ้าคุณนั่งข้างๆคุณหญิงศรี โอบไว้
       “วันไหนดึกมากแล้ว ศรีไม่ต้องนั่งรอ ขึ้นไปนอนหลับในห้องกลับมาผมจะขึ้นไปนอนกอดศรีเองจ้ะ”
       คุณหญิงศรีแอบทำหน้าสยอง เมี้ยนที่กำลังจะก้าวพ้นไปจากประตู ชะงักเอามือทาบอก
       
       สะบันงาหน้ายังมอมโคลนไว้ สะบันงาวิ่งหนีกวงออกมา สวนกับชายหนุ่ม
       “ถึงหน้าจะดำแต่รูปร่างดี ไปไหนมาไหนคนเดียวกลางคืน ไม่กลัวโดนปล้ำหรือจ้ะ ไปให้พี่แก้ข้ดกันหน่อยไหมจ้ะ น้องสาว”
       “ว๊าย อย่ามายุ่งกับฉันนะ”
       สะบันงาวิ่งหนี แล้วมาหยุดที่ซอกมุม หอบหายใจ
       “ไปไหนดี ไปไหนดีล่ะ โธ่ ทำไมคุณปานวาดไม่ถามเราแต่แรกนะว่าชื่ออะไร ป่านนี้คงได้พบคุณหญิงศรีไปแล้ว เวรกรรมอะไรหนักหนา”
       สะบันงาแอบต่อไป คิดว่าจะไปทางไหน
       
       เจ้าคุณกับคุณหญิงศรียังคงนั่งด้วยกันที่โซฟา
       “ผมขอไปอาบน้ำที่ตึกโน้น เดี๋ยวกลับมา ศรีไปรอที่ห้องดีไหมจ้ะ”
       คุณหญิงศรีส่ายหน้า
       “ไม่ดี คือเอ้อ ฉัน นั่งอ่านหนังสือรอที่นี่ดีกว่าค่ะ”
       “มีเมียฉลาดไว้หาความรู้ นี่ใช่ไหมที่คนไทยเขาว่าคู่ควรกัน”
       “ทำไมถึงคิดว่าจะแต่งกับใครเพราะคู่ควรกัน ไม่ใช่รักกันแปลกนะคะ”
       “ใครว่าผมไม่รักศรี แต่เรารู้จักกันสั้นมาก ความรักไม่จำเป็นต้องรักแรกพบ แต่มันใช้เวลาสร้างได้ เราจะสร้างความรักที่มีต่อกันให้งอกงามเพิ่มพูน ไปจนวันตาย”
       “คุณพูดถูกใจฉันมาก แทงกิ้วค่ะ”
       “เพราะเราเหมือนกัน”
       เจ้าคุณก้มลงมาหอมแก้มคุณหญิงศรี แล้วเดินจากไป
       “ซ้าย แก้วซ้ายของเรา” คุณหญิงศรีพึมพำจนหลับพิงพนักไปเอง
       เจ้าคุณเดินกลับเข้ามา นั่งมองคุณหญิงศรีที่หลับเขี่ยผมเล่นไปมายิ้ม
       “ช่างมีความสุขอะไรอย่างนี้ รักเมืองไทย รักเมียไทย มีลูกครึ่งไทย ครึ่งฝรั่งสักสิบคน ศรีจ๋า รักศรี ขอบใจศรีเหลือเกิน”
       เจ้าคุณหันไปเจอนม หยิบแก้วซ้ายมาดื่ม แล้วเอาไปไปวางไว้ทางขวา กลายเป็นแก้วทางขวาที่มียานอนหลับ กลับมาอยู่ทางซ้ายแทนที่ เจ้าคุณ สะกิดคุณหญิงศรีเรียกเบาๆ
       “ศรีจ้ะ ดื่มนมเพื่อสุขภาพจ้ะ”
       คุณหญิงศรีตื่นขึ้นมา ตกใจ หน้าเจ้าคุณมารออยู่ตรงหน้า
       “อุ๊ย มาแล้วหรือคะ”
       “จ้ะ ดื่มนมเพื่อสุขภาพจ้ะ นมวัว ที่เราเลี้ยงไว้หลังบ้านเราเอง”
       คุณหญิงศรีมองปราดจำได้...แก้วซ้ายของเรา แก้วขวายานอนหลับ แล้วเธอก็เห็นแก้วซ้ายยังมีนม แก้วขวานมหมดไปแล้ว
       “ผมดื่มของผมหมดไปแล้ว”
       เจ้าคุณหยิบนมมาจ่อที่ปากให้ดื่ม คุณหญิงศรีดื่มนมผิดแก้วไม่สงสัยสักนิด ได้แต่นึกในใจว่า...เขาดื่มแก้วขวา ประเดี๋ยวเขาก็หลับ
       คุณหญิงศรีเริ่มง่วง สะบัดหัวไปมา พอนึกขึ้นมาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตกใจมาก
       “แย่แล้ว เมี้ยน เมี้ยน”
       “ศรีจะเอาอะไรผมหยิบให้” เจ้าคุณตกใจตาม
       คุณหญิงศรีส่ายหน้า แล้วค่อยๆปรือตาหลับ เจ้าคุณอุ้มเธอขึ้นมา
       “หลับง่ายจริง คงจะง่วงมาก เบบี้”
       เจ้าคุณอุ้มคุณหญิงศรีที่หลับขึ้นชั้นบน เมี้ยนโผล่หน้ามาดูผลงาน ยืนตะลึงกับภาพที่เห็น ของในมือหล่นตกแตก เจ้าคุณหันมามอง
       “เบาๆเมี้ยน เดี๋ยวคุณหญิงตื่น เมี้ยนปิดประตูแล้วไปซะ”
       เจ้าคุณพูดจบอุ้มคุณหญิงศรีขึ้นบันได เมี้ยนยืนทำอะไรไม่ถูก
       “คุณหญิงกินนมผิดแล้ว คุณหญิงเจ้าขา เมี้ยนซอรี่เจ้าค่ะ”
       
       เมี้ยนตัดใจปลง

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 3
       สะบันงา เดินหลบๆซ่อนๆ มาตามข้างทาง ผ่านมาที่บ้านหลังหนึ่งมีโคมสีเขียวห้อยอยู่ เห็นผู้หญิงสาวๆยืนๆเดินๆแถวหน้าบ้าน มีผู้ชายเดินเข้าเดินออก บางคนยืนคุยกับผู้หญิงหน้าบ้าน
       
       สะบันงาเดินก้มหน้างุด
       “นังหนู ดูสารรูปตัวเองบ้างสิ มอมแมม สกปรกทั้งหน้าตาเนื้อตัวจะมาขายตัวแบบนี้น่ะหรือ” นางโลมถาม
       สะบันงาตกใจส่ายหน้า แมงดาเดินมาจากในบ้าน มาสำรวจพวกนางโลมที่ยืนอ่อยหน้าบ้าน
       มานับจำนวน
       “หนึ่ง สอง สาม สี่ ครบพอดีมีแขกรอในบ้าน สี่คน เข้าไปในบ้านให้หมด”
       สะบันงา มองจำนวนรวมตัวเองกลายเป็นสี่ ตกใจถอยกรูด ส่ายหน้า
       “นังนั่นจะถอยไปไหน ไปรับแขก”
       สะบันงาถอยกรูดร้องไห้ส่ายหน้า นางโลมแย้ง
       “มันเพิ่งมาวันแรกน่ะ เฮียดูมันสิมอมแมมจะตายไป จะไหวหรือเฮีย”
       แมงดาพิจารณา มองออกว่ายังไม่เคย
       “ดีมาก แบบนี้ซิเสี่ยต้องการ เร็ว เข้าไปเดี๋ยวจะขัดสีฉวีวรรณให้เอง อย่าดื้อดึง ถ้าไม่อยากโดนซ้อม”
       สะบันงาส่ายหน้าหาทางป้องกันตัว ไม่รู้จะทำยังไง เพราะจะทำขาเป๋ก็ไม่ได้แล้ว แมงดามากระชากสะบันงาโดยแรง เงื้อมือจะตบ
       “หรือว่ามึงหูหนวก นางนี่ต้องสั่งสอน”
       “แบะๆ” สะบันงาแกล้งเป็นใบ้
       แมงดาชะงัก
       “นังบ้านี่เป็นใบ้ นี่นา”
       สะบันงาฉวยโอกาสที่แมงดากำลังตกใจ ถุยน้ำลายใส่ตาแมงดาอย่างรวดเร็วทั้งสองตา
       “ถุย ถุย”
       “เฮ้ย”
       สะบันงาสะบัดมือแล้ววิ่งหนีไป แมงดาเอามือปาดตาที่มีแต่น้ำลายของสะบันงา วิ่งตาม
       “อีบ้าใบ้ ถุยน้ำลายใส่หน้า กูจะฆ่ามึง”
       ตรงนั้นมีถังขยะ สะบันงาผลักถังขยะมาใส่ แมงดายังตาพร่า ชนสะดุดถังขยะหกล้ม
       สะบันงาวิ่งร้องไห้หนีรอดไปได้
       
       เจ้าคุณนอนกอดคุณหญิงศรีหลับ กลางดึกเมื่อสร่างจากยานอนหลับ ตื่นขึ้นมา มองเห็นมือของเจ้าคุณโอบกอดก็ตกใจมากนึกว่าโดนเจ้าคุณทำอะไรไปแล้วก็ใจหายวาบ
       “เรากินนมผิดแก้ว โธ่”
       คุณหญิงศรีค่อยๆแกะมือเจ้าคุณออกจากตัว ลุกขึ้นมาสำรวจ มองเสื้อผ้า ก้มหน้ามองหาว่ามีอะไรผิดปกติ ก็ร้องไห้เสียดายความสาวของตัวเอง
       “ในที่สุด โธ่ ในที่สุด ก็หลีกเลี่ยงไม่พ้น”
       
       เมี้ยนนั่งน้ำตาไหลอยู่มุมหนึ่งของบ้าน
       “คุณหญิงเจ้าขา เมี้ยนขอโทษ เมี้ยนวางแผนผิด เมี้ยนทำร้ายคุณหญิงซะแล้ว เมี้ยนจะไม่มีวันยกโทษให้ตัวเองเลย”
       สังวร กับสังเวียนมาแอบดูเมี้ยน
       “มันร้องไห้ทำไม”
       “หรือมันจะอกหัก” สังวรสงสัย
       “โง่สิ นังสังเวียน หน้าอย่างมันไม่มีใครมาหักอกหรอกมันหวงคุณหญิงมันอิจฉา ไม่พอใจ ที่ท่านไปนอนกับคุณหญิงมันเลยร้องไห้”
       “สมน้ำหน้า นังพวกคนวิปริต ผิดเพศ มันสองคนจะต้องทำให้บ้านนี้เกิดอาเพศ หาความสงบไม่ได้แน่ๆ” สังวรบอกอย่างเกลียดชัง
       
       สะบันงาแอบมานั่งซุกตัวใต้สะพาน ใช้ซีเมนฐานสะพานกำบังตัว
       “แม่จ๋า ช่วยหนูด้วย หนูไม่รู้จะไปไหน ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับตัวเอง เจอใครก็มีแต่คนคิดร้ายกับหนู หรือว่าในโลกนี้ ไม่มีใครที่หนูพบเจอเป็นคนใจดี นอกจาก คุณหญิงศรี กับคุณศุกล หนูจะตามหาคุณหญิงหนูต้องตามหาคุณหญิงให้พบ ก่อนที่หนูจะเอาตัวไม่รอดช่วยหนูด้วยนะจ๊ะแม่จ๋า”
       สะบันงาร้องไห้สะอื้น
       
       เช้ามืดวันใหม่
       เจ้าคุณรู้สึกตัวควานหาคุณหญิงศรี
       “ศรี เอ๊ะ...”
       เจ้าคุณลืมตาหาเห็นคุณหญิงศรีนั่งร้องไห้อยู่ที่มุมห้องรีบเข้าไปหา
       “ศรี เป็นอะไร”
       “เอ้อ ไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ”
       “แต่ศรีร้องไห้”
       “ฉัน...ฉัน...”
       “เมื่อคืนหลับสบายมากได้นอนกอดศรีทั้งคืน”
       “นอนกอดทั้งคืนหรือคะ”
       “ใช่ นอนกอดศรีทั้งคืน”
       “แค่นอนกอดทั้งคืน เท่านั้นจริงๆหรือคะ”
       “เท่านั้นจริงๆ ก็ศรีเอาแต่ผลอยหลับ เพราะดื่มนมจนอิ่ม แล้วผมจะทำอะไรได้ หรือว่าศรีร้องไห้เสียใจ ที่ผมแค่นอนกอดศรีทั้งคืนโดยไม่ทำอะไรมากกว่านั้น”
       “เอ้อ ฉัน ไม่ได้คิดอย่างนั้น”
       “แต่ศรีร้องไห้”
       “คือฉันร้องไห้ เอ้อ ร้องไห้เพราะห่วงเด็กคนหนึ่ง ที่ฉันรักเหมือนน้องสาวค่ะ”
       “พุดโธ่ เรื่องแค่นี้ เด็กอยู่ที่ไหน ไปรับมาอยู่กับศรีสิ”
       “เอ้อ เด็กหายไปน่ะค่ะ กำลังตามหา”
       “ศรีก็เลยเสียใจจนร้องไห้ทั้งคืน ทำเอาผมใจแป้ว คิดว่าศรีเสียใจเพราะผม”
       “ไปอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานนะคะ ฉันจะไปดูแลอาหารให้รับประทานค่ะ”
       เจ้าคุณดึงคุณหญิงศรีมากอดหอมแล้วปล่อยตัว เธอยิ้มเบิกบานออกไป
       
       พวกในครัวกำลังทำหน้าที่กันและนินทากันไปด้วย
       “โอ๊ย ขำขันยิ่งกว่าดูจำอวดหน้าม่าน นางกินหมากฟันดำต้นห้องน้ำตานองหน้า” สังวรหัวเราะคิดคัก
       “คุณเมี้ยนเป็นอะไรรึ” ทองหยอดสงสัย
       “จะเป็นอะไร้ ก็เสียใจอกหักน่ะสิ” สังเวียนว่า
       “อย่านินทาเจ้านายหลับหลัง” แกละไม่พอใจ
       สังวรหันขวับไปมอง
       “ต่อหน้ากล้านินทามันที่ไหน มันดุเหมือนหมา ก็ต้องนินทากันลับหลังนี่แหละ”
       ทองหยอดเร่ง
       “กำลังอยากรู้รีบเล่ามาให้หมด”
       “ก็นายบ่าวคู่นั้นรักกันเอง ก็ไม่รู้ว่าจะมาแต่งงานกับท่านของเราทำไม”
       เมี้ยนเดินเข้ามาตาขวางมาก เดินปรี่ไปยืนหน้าสองคนที่ระย่อห่อลงไป
       “แกสองคนพี่น้องรนหาที่ จะไม่มีที่ซุกหัวนอน แกลบหลู่อกตัญญูดูถูกเจ้านาย เลวมาก”
       ทุกคนตะลึง หน้าซีดโดยเฉพาะสองพี่น้อง
       “ว่าแล้วเชียว” น้อยหน้าแหย
       ซ้ง โรเบิร์ตรีบหันไปทำอาหารของตัวเองขมีขมัน เมี้ยนหิ้วหูขึ้นมาคนละข้าง
       “โทษของแกสองคนหนักมาก โดนไล่ออกจากบ้าน โดนตัดเงินเดือน และต้องโดนลงโทษ”
       เมี้ยนเหวี่ยงสองคนลง ทำท่าจะชก
       “หยุด”
       ทุกคนหันไปมอง เห็นคุณหญิงศรีหน้าเรียบเฉย ยืนเด่นกลางประตูแต่ดวงตาเยือกเย็นน่ากลัวยิ่งนัก
       “คุณหญิง” ทุกคนยกมือไหว้
       “มีอะไรกันหรือเมี้ยน”
       “อีนางสองคนนี้มันบังอาจนักเจ้าค่ะ มัน....”
       “ไม่ต้องพูดต่อแล้วเมี้ยน...คืนนี้เราสองคน จับไม้สั้นไม้ยาวใครได้ไม้ยาวไปพบฉันหลังอาหารเย็น”
       “คุณหญิงเจ้าขา…” เมี้ยนรู้ว่าคุณหญิงศรีจะทำอะไร
       “หล่อนสองคนได้ยินที่ฉันพูดไหม” คุณหญิงศรีขัดขึ้น
       “ได้ยินเจ้าค่ะ”
       “อ้อ อยากจะบอกหล่อนสองคน อะไรอะไรที่พวกหล่อนอยากได้แต่ไม่มีปัญญา ก็อย่าคิดเนรคุณคนให้ตั้งแต่ยังไม่ได้รับความเมตตา มันจะพาให้ชีวิตพวกหล่อนสองคนพินาศล่มจม”
       สองคนหน้าซีดเผือด คนอื่นๆ ก้มหน้างุด คุณหญิงศรีก็หันกลับเดินจากไปเงียบๆ สองคนทำท่าจะลมใส่
       “นี่คือการด่าอย่างผู้ดี เตือนสติอย่างมีเมตตา ถ้ายังไม่เลิกทำตัวอย่างนี้ไม่ต้องรอให้คุณหญิงมาเอ่ยปาก ฉันจัดการแกก่อนแน่ แม้แต่คุณหญิงห้ามก็ไม่ฟัง นังคนไม่รู้คุณคน”
       เมี้ยนรีบตามติดไปทันที คนอื่นๆหันมามองสองพี่น้อง
       “เก็กซิมแทน อั๊วไม่เกี่ยวยังฟังแล้วหนาวไปถึงหัวใจ” ซ้งออกความเห็น
       “แกสองคนคิดว่าตัวเองเป็นอะไร ถึงนินทาว่าร้ายเจ้านายไม่เกรงใครทั้งนั้น” แกละต่อว่า
       “แกสองคน มันนึกว่าตัวเองสวย ก็แค่ดอกหญ้า ถ้าไม่มีใครหยิบไปปักในแจกัน ก็โดนเหยียบย่ำทำลาย อย่าเผยอ” น้อยเยาะ
       “คนไทยเขาว่า อย่าเอาไม้ซุงไปงัดไม้ซีก จะไหวหรือ” โรเบิร์ตถาม
       “โรเบิร์ต ลำบากมากนักก็อย่าพูด เขาพูดว่า อย่าเอาไม้ซีก ไปงัดไม้ซุงไม่สำเร็จหรอก” ซ้งขำๆ
       “ทีหลังอย่าได้เอาเรื่องของพวกท่านมาป่าวประกาศที่นี่ อยากพล่ามไปบอกเล่าให้พวกสัมพเวสีที่ไหนฟังก็ตามใจ คืนนี้แหละแกเอ๊ยเจอดีแน่” ทองหยอดเตือน
       “สีหน้าคุณหญิงท่านนิ่ง แต่แววตาท่านสิหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ” แกละพลอยสยองไปด้วย
       สังวร สังเวียนใจคอไม่ดี
       
       สะบันงา ยังไม่กล้าออกไปไหน ยังแอบใต้สะพาน เอาน้ำในแม่น้ำมาลูบหน้า มาดื่มกิน
       “เราจะออกตามหาคุณหญิงให้พบ แต่จะไปตามที่ไหนกันเล่า ไม่รู้ว่าคุณหญิงอยู่ที่ไหน กรุงเทพกว้างใหญ่ เราเพิ่งเคยลงจากแพ ไม่รู้จักถนนหนทาง จริงสิ บางทีคุณปาดวาดอาจกลับมาที่ร้านนั่นเพื่อถามว่าเราชื่ออะไร แต่เราจะไปที่นั่นอีกได้อย่างไร ไอ้แปะบ้านั่นมันจ้องอยู่”
       
       สะบันงานั่งซึมเศร้าคิดไม่ออก
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 4
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 3
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 2
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 1
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2012