หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คือหัตถาครองพิภพ

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 ธันวาคม 2556 09:56 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 4
       คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 4
       
       เช้าวันใหม่ เมื่อสะบันงาตื่น แกละเอาโจ๊กมาให้กิน
       
       “โจ๊กฮ่องกงร้อนๆมาแล้วสะบันงา”
       “ขอบคุณมากจ้ะน้าแกละ เอ้อ เอ่อ เรื่องเมื่อคืนนี้ หนู..เอ้อ...”
       “จะพูดเรื่องเมื่อคืนหรือ คุณเมี้ยนเธอบอกว่าไม่ต้องถามอะไรสะบันงา เธอปะติดปะต่อเรื่องได้เองหมดแล้ว”
       “ถ้าหนูไม่ออกไปเที่ยวเล่นก็คงไม่เกิดเรื่อง หนูผิดเองจ้ะ”
       “สะบันงาผิดแค่ซุกซน แต่คนที่ผิดมหันต์ คือคนที่ทำร้ายสะบันงา”
       สะบันงาไหว้แกละ
       “ขอบพระคุณน้าแกละที่ช่วยชีวิตหนูไม่ให้ตายทั้งเป็นจ้ะ”
       “ช่างเถิด น้าเป็นเพื่อนของแม่หนูนี่นา ถามหน่อยไม่อยากฟ้องคุณหญิง กับคุณเมี้ยนสักนิดหรือ พวกนั้นมันทำร้ายหนูสาหัสมากนะ”
       “ยังไงหนูก็ต้องอยู่ที่นี่ร่วมกับพวกเขา ถ้าหนูเอาแต่ฟ้อง พวกเขาก็ยิ่งชิงชังหนู หนูอยากอยู่ด้วยกันอย่างสงบ หนูจะพยายามประนีประนอมทำให้เขาหายเกลียดหนูสักวันค่ะ”
       แกละไม่เห็นด้วยนัก
       “มองโลกในแง่ดีเกินไป เฮ้อคุณเมี้ยนพูดถูก เฮียซ้งพูดจริง หนูคงจะได้ดีในวันข้างหน้า แต่จำไว้อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง”
       “ขอบคุณค่ะ”
       สะบันงายิ้มอย่างสบายใจ ที่ผ่านเรื่องร้ายๆมาได้
       
       คุณหญิงศรีกับเจ้าคุณนั่งทานอาหารเช้าด้วยกัน เจ้าคุณลอบมองหน้าคุณหญิงศรีเกรงใจหลายครั้ง
       “มองฉันหลายครั้งมีอะไรจะบอกฉันใช่ไหมคะ”
       “เยส เอ้อ แค่ปรึกษาศรีต่างหาก”
       “เชิญค่ะ”
       “เรื่องสังวร”
       “ไม่ชอบสังวรหรือคะสะสวยออกจะตาย ท่าทางจะเอาใจเก่งด้วย”
       “ศรีพูดถูก สังวรเป็นอย่างที่ศรีบอก ฉันก็เลยอยากจะขออนุญาตศรี ให้สังวรมารับใช้ทุกคืน”
       คุณหญิงศรีนิ่งไปครู่หนึ่ง
       “ดีใจที่คุณชอบสังวรนะคะ”
       “ศรีจะขัดข้องไหมจ้ะ”
       “ไม่ขัดข้องแน่ค่ะ”
       “ขอบคุณศรีมากจ้ะ เอ้อ....ศรีจ้ะ ไม่มีวันที่ฉันจะรักจะเชิดชู และให้เกียรติใครมากเท่าศรีแน่นอนจ้ะ”
       “ขอบคุณมากค่ะ แต่ถ้าสังวรมีลูกเล่าคะ”
       “ไม่มีวันที่จะยกย่องมาเทียบเทียมเท่าศรี”
       “ถ้าลูกสังวรเป็นเด็กผู้ชาย…”
       “เขาก็คงต้องได้สืบสกุลของฉัน แต่เขาก็ต้องขึ้นตรงกับศรี ศรีคงเข้าใจใช่ไหม เขาอาจจะทำตัวเกินเลยศรี”
       “ขอบคุณค่ะ”
       เจ้าคุณยิ้มยื่นหน้ามาจะหอมแก้ม คุณหญิงศรีเบี่ยงหลบ
       “อ้าว”
       “เอ้อ ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ คือฉันกำลังห่วงสะบันงาว่าเพิ่งมาวันแรก จะเป็นอย่างไรบ้าง”
       คุณหญิงศรียื่นแก้มให้เจ้าคุณหอมใหม่ เจ้าคุณหอม สบายใจมาก
       “ไปส่งฉันสิจ้ะศรี”
       “เอ้อ ฉันปวดหัวค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ”
       เจ้าคุณพยักหน้าเดินออกไป คุณหญิงศรีนั่งครุ่นคิด
       “อีกหน่อยสังวรอาจจะท้องมีลูกชายไว้สืบสกุล รับมรดกทั้งหมดของเขา เราก็แค่นังคนอาศัย บางทีมันสองคนแม่ลูกอาจเฉดหัวเราออกจากบ้าน”
       คุณหญิงศรีถอนใจเมื่อเริ่มเห็นว่าจะต้องเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นแน่ๆ
       
       เมี้ยนไปหาแขกยามที่ป้อม โดยนำเงินไปให้จำนวนหนึ่ง แขกยามยกมือไหว้แล้วรับเงินอย่างดีใจ
       “รางวัลที่พบสะบันงา และไม่ทำร้ายสะบันงา”
       “ขอบคุณมากครับ ผมดีใจมากที่คุณเมี้ยนเชื่อคำพูดของผม”
       “อยู่ด้วยกันต้องเชื่อใจกันฉันเชื่อใจแก แกก็ควรจะเชื่อใจฉันจริงไหม”
       “จริงครับ”
       “ทีนี้จะบอกได้ไหมใครเอาสะบันงามาโยนไว้ให้แกข่มขืน”
       “เอ...ไม่แน่ใจครับ...”
       เมี้ยนส่งเงินให้อีก
       “แน่ใจได้แล้ว”
       “นังสังเวียน กับนังน้อยครับ”
       “ขอบใจมาก นี่ช็อคโกแลตเมืองฝรั่ง เพิ่งลงมาจากเรือรีบกินซะให้หมด ก่อนที่มันจะละลาย”
       “ลาภปากของผมแท้ๆ”
       เมี้ยนพึมพำ
       “ใช้ปากให้ถูกวิธีก็มีลาภ ใช้ปากผิดวิธีก็มีภัย”
       เมี้ยนยิ้ม แขกยามรับไป เมี้ยนเดินออกไปจากที่นั้นไปแอบตามหลังพุ่มไม้ แขกยามหยิบช็อคโกแลตมากินอย่างอร่อย พอกินหมดก็เริ่มอาการตาเหลือกร้อนคอ
       “อีเมี้ยนวางยาพิษกู”
       เมี้ยนเดินกลับมายืนมองส่งเสียงคำรามเบาๆในคอ
       “กูจะวางยามึงอีก ถ้าเกิดชาติหน้าเจอกันแล้วมึงยังไม่เลิกสันดานชอบ ข่มขืนผู้หญิง”
       เมี้ยนยิ้มเยาะหันกลับ แขกยามขาดใจตายตาเหลือกลาน มือชี้มาที่เมี้ยน
       
       สังวรโม้อวดตัวอยู่ในครัว สังเวียนนั่งจ๋อยๆน้อยก็เช่นเดียวกัน
       “พวกแกฟังนะ เจ้าคุณโปรดปรานฉันมาก ท่านไปสั่งนังนั่น ให้มันไม่ต้องมายุ่งกับฉัน เพราะท่านต้องการให้ฉันไปรับใช้ทุกคืนจนกว่าจะท้อง”
       “โอ้โหเก่งจริง” ทองหยอดตื่นเต้น
       “นังนั่นของแกน่ะ หมายถึงใคร พูดจาอะไร อย่าให้มันนอกลู่นอกทาง อย่านึกว่าคนที่ได้ยินเขาจะยินดีกับที่แกพูดเสมอไป” แกละไม่พอใจ
       “ไอ้ที่คิดว่าตัวเองใหญ่น่ะ ที่แท้ก็อึ่งอ่างพองลม ท้องแกจะระเบิดแตกตายสักวัน” ซ้งเยาะ
       สังวรหาตัวช่วย มองไปเห็นสังเวียนกับน้อย นั่งใจลอย
       “เอ๊ะนังสังเวียน นังน้อย ทำไมพวกแกไม่ช่วยฉัน ไม่ตื่นเต้นกับฉัน”
       “สงสัยว่านังสองคนนี้เขาจะมีเรื่องตื่นเต้นมากกว่าเรื่องหลับๆนอนๆ กับผัวของคนอื่นของแก” ซ้งหัวเราะหึๆอย่างรู้ทัน
       “พวกแกมีเรื่องอะไรตื่นเต้นบอกมาสิ” สังวรสงสัย
       สองคนเงียบ
       “ตอนนี้นังสองคนนี่มันยึดตำราน้ำท่วมปาก พูดไปสองไพเบี้ยนิ่งเสียตำลึงทอง”
       ทองหยอดแกล้งแหย่
       “หรือว่าในปากมันมีพิกุลทอง มันกลัวพิกุลทองของมันจะร่วงจากปาก”
       สังวรกวาดตามอง
       “เอ๊ะ นังสะบันงา หายไปไหนหรือว่ามันคิดจะนอนกินบ้านกินเมือง”
       “ดีกว่านอนกินผัวนะแก” ซ้งประชด
       “สะบันงาไม่สบาย” แกละตัดบท
       สังเวียนกับน้อยมองหน้ากัน
       “มันเป็นโรคสำออยน่ะสิ” สังวรเบ้ปาก
       “ดีกว่าเป็นโรคสำส่อนมั้ง”
       “ไอ้กุ๊กซ้ง แกว่าใคร”
       “ใครอยากรับก็เอาไปสิ”
       แกละขัดขึ้นมา
       “ถ้าแกอยากรู้ว่าทำไมสะบันงาไม่สบาย ลองถามน้องสาวแกกับนังน้อยดูสิ ฉันว่ามันตอบแกได้”
       เมี้ยนเดินเข้ามาหน้าตาเฉย ทุกคนเงียบสังวรแอบค้อน
       “สังเวียนหรือน้อยก็ได้ ช่วยไปตามแขกยามให้มาพบฉันที่นี่ บอกมันว่าคุณหญิงต้องการพบ”
       สังเวียนกับน้อยสะดุ้งโหยง
       “รีบไปสิ” แกละยิ้ม
       “หรือว่าไม่อยากเจอหน้าแขกยาม เพราะมันกำอะไรของพวกแกเอาไว้” ซ้งพูดต่อทันที
       “พูดอะไรน่ะ” สังวรงง
       “นังน้อยแกไปสิ” สังเวียนเกี่ยง
       “แกนั่นแหละไปนังสังเวียน” น้อยไม่ยอม
       “แกสองคนนั่นแหละไป” เมี้ยนทำเสียงรำคาญ
       สองคนจำใจไป เมี้ยนนั่งรออย่างใจเย็น
       
       สังเวียนกับน้อยเดินมาถึงป้อมอย่างก็กรีดร้องเสียงดังลั่น สองคนกระโดดเข้ากอดกัน เมื่อเห็นแขกยามนอนตาเหลือกจ้องมาข้างหน้ามือชี้มาข้างหน้าเหมือนชี้หน้า สองคนคนหันกลับวิ่งหนีหกล้มหกลุก ร้องไม่เป็นภาษา
       
       “แขกยามตายแล้ว ๆ”

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 4
        
       ทุกคนในครัวได้ยินเสียงกรีดร้อง มองหน้ากัน
        
       “เปรตที่ไหนมาร้องประสานเสียง”
       สองคนวิ่งหน้าตั้งตกใจพูดไม่เป็นภาษา
       “นี่ไงเปรตสองตัว ไหนเล่าแขกยาม” เมี้ยนหันไปถาม
       สังเวียนสั่นไปหมด
       “มะ มัน มันตายแล้ว”
       ทุกคนร้องอย่างตกใจ
       “ตายแล้ว”
       “มะ มันฆ่าตัวตาย”
       สังเวียนกับน้อยลมใส่ ทุกคนตื่นเต้นกันเรื่องแขกยามตาย แกละพยายามเขย่าตัวสองคนเรียกสติ
       “มันตายจริงๆหรือ”
       สังเวียนกลัวมาก
       “ไม่รู้...ไม่รู้ แต่มันนอนตายเลือดไหลออกมาทางปากทางจมูก”
       “มันชี้มือมาข้างหน้า เหมือนชี้หน้าเรา” น้อยเล่าต่อ
       “เมื่อคืนแกสองคนเจอมันหรือเปล่า ตอนที่พวกแกไปเดินเล่น” เมี้ยนถาม
       ทุกคนหันไปมองสองคน
       “ปะ เปล่า”
       “จริงหรือ” แกละถามย้ำ
       “จริงๆ” สองคนแย่งกันตอบ
       เมี้ยนแกล้งสงสัย
       “ถ้าไม่ใช่มันฆ่าตัวตายหนีความผิดเอง ก็คงมีใครไปฆ่ามัน เพราะมันกำความลับที่เลวๆของใครบางคนไว้ ฉันจะไปรายงานคุณหญิงกับเจ้าคุณ ใครที่ทำอะไรหรือปิดๆบังๆอะไรเลวๆเอาไว้ ให้ระวังตัว
       จะโดนอาญาบ้านเมืองและอาญาจากท่านทั้งสอง”
       เมี้ยนเดินออกไป สังวรลากมือสังเวียนกับน้อยออกไปอีกด้าน
       
       สังวรสงสัยน้อยกับสังเวียนเต็มที่
       “เมื่อคืนแกสองคนเดินเล่นที่ไหนให้นังเมี้ยนมันเห็น”
       สังเวียนอึกอักแก้ตัวไป
       “ไป เอ้อ...ไปแอบดูพี่สังวรต่างหาก”
       “ทีนังแกละกับกุ๊กซ้งก็ไปเดินเล่น ไม่เห็นมันซักถาม” น้อยเฉไฉ
       แกละเดินตามออกมา
       “เพราะว่าพวกฉันไปตามหาสะบันงา”
       “สะบันงามันไปไหน หรือมันแอบดูฉันมันอิจฉาฉัน” สังวรเถียงแทนน้อง
       “ก็บอกให้ถามน้องสาวแกดูสิ บางทีมันน่าจะรู้อะไรดีๆนังน้อยก็อีกคน”
       ทุกคนฟังแล้วมึนงง น้อยกับสังเวียนหน้าจ๋อยมากยังไม่หายกลัว
       
       บริเวณที่จอดรถ เจ้าคุณฟังเมี้ยนรายงานแล้วตกใจมาก
       “ว่าอะไรนะ แขกยามโดนวางยาพิษตาย”
       “เจ้าค่ะ”
       “มันตายที่ไหน”
       “ป้อมยามเจ้าค่ะ”
       “ใครเป็นคนเห็น”
       “สังเวียนกับน้อยเป็นคนไปเจอมันเจ้าค่ะ”
       “แล้วสองคนไปทำอะไรที่ป้อมยาม”
       “คุณหญิงให้ดิฉันไปบอกพวกในครัว ให้ไปตามแขกยามมาพบเจ้าค่ะ”
       “มันทำอะไรให้คุณหญิงไม่พอใจหรือ”
       “หามิได้เจ้าค่ะ คือคุณหญิงท่านสงสัยว่าจะมีขโมยมาลอบขึ้นเรือนเจ้าค่ะ ของในห้องอาหารหายไปหลายอย่างเจ้าค่ะ”
       “บ้าแท้ๆ แขกยามมันคงหลับ”
       “เอ้อ ดิฉันจะรีบไปรายงานคุณหญิงเจ้าค่ะ”
       เมี้ยนรีบเดินจากไป เจ้าคุณหันไปกำชับนายยอด
       “นายยอด อย่าให้ใครไปแตะต้องศพแขกยามจะเป็นการทำลายหลักฐาน”
       “ขอรับเจ้าคุณ”
       เจ้าคุณรีบเดินเข้าไปในเรือนคุณหญิงศรี
       
       ในห้องนั่งเล่น คุณหญิงศรีมองหน้าเมี้ยนตกใจ แต่เมี้ยนยิ้ม
       “ทำเกินไปหรือเปล่าเมี้ยน”
       “ไม่เกินไปสำหรับผู้ชายสารเลว ที่จ้องจะข่มขืนผู้หญิงเจ้าค่ะ”
       
       เมี้ยนเล่าอดีตของเธอ...เมี้ยนในวัยเด็กกับแม่นั่งคุยกันเรื่องพ่อ
       “พ่อมึงมันไม่ได้เรื่อง มันใจดำมันทำกูท้อง ไข่แล้วมันก็ทิ้งกูไปกูล่ะเกลียดผู้ชายในโลกนี้ทั้งหมดเลย รู้ไหมนังเมี้ยน”
       “หนูก็เกลียดผู้ชายทุกคนในโลกทั้งหมด จ้ะแม่”
       “รวมพ่อมึงไปด้วย”
       “จ้ะ รวมพ่อไปด้วย”
       มีคนพังประตูบ้านเข้ามา
       “มีอะไรเอามาให้หมด”
       สองคนแม่ลูกตกใจ
       “ไม่มีอะไรเลย เราคนจนจะไปมีอะไรให้ปล้น”
       “ตัวมึงเองไง”
       โจรจับแม่เมี้ยนกดลง เมี้ยนหวีดร้อง โจรหันมาตี แม่กรี๊ดไล่เมี้ยน
       “อีเมี้ยนหนีไป หนีไป อย่าให้มันจับได้มันจะข่มขืนมึงอีกคน ไม่ต้องห่วงแม่ ไอ้หน้าตัวเมียมึงรีบข่มขืนกู แต่อย่ายุ่งกับลูกกู มันเด็กนิดเดียว”
       เมี้ยนยืนตะลึง โจรหันมาปล้ำแม่ต่อ อีกคนหันมาที่เธอ เมี้ยนตกใจ คว้ามีดที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด
       เสียบเข้าที่ท้องไอ้คนที่เข้ามาล้มลง
       “โฮ้ อีเด็กนี่แทงกู”
       โจรอีกคนตกใจกันมามองเมี้ยน
       “มึงฆ่าเพื่อนกูอีเด็กผี”
       โจรผวามาจับเมี้ยนเหวี่ยงล้มลงไป
       “กูจะให้มึงดู กูข่มขืนแม่มึง”
       เมี้ยนฟุบลงไปเลือดกลบปาก โจรผวาไปที่แม่จับกดลงไปใหม่
       “ทีนี้พวกมึงดูว่าเกิดอะไรขึ้น”
       แม่กัดลิ้นขาดใจตายไปต่อหน้าเมี้ยนและโจร
       “เฮ้ยอีบ้า มันกัดลิ้นขาดใจตาย”
       แม่เมี้ยนเลือดกลบปาก ตาเหลือกขาดใจตาย โจรรีบวิ่งหนีออกไป เมี้ยนร้องให้โฮ ผวามากอดศพแม่
       “แม่...แม่จ๋า”
       
       คุณหญิงศรีฟังอย่างสงสารเมี้ยนจับใจ
       “โธ่ เมี้ยน เมี้ยนไม่เคยบอกเรื่องนี้กับฉันมาก่อน”
       “นี่แหละเจ้าค่ะ สาเหตุที่เมี้ยนเกลียดผู้ชาย ใครก็ตามที่มันคิดข่มขืนผู้หญิง มันสมควรตายไม่ใช่ให้ผู้หญิงฆ่าตัวตาย”
       “เหมือนแม่เมี้ยนกับแม่ของสะบันงา ฉันเสียใจกับเมี้ยนจริงๆ”
       “เมี้ยนพยายามจะลืม แต่ลืมไม่ลง ทำไมผู้ชายทำอะไรก็ได้กับเราแล้วเราต้องยอมให้เขาทำกับเราอย่างเหยียดหยาม เหมือนไอ้ยามนั่น ถ้าแกละกับซ้งไม่ไปเจอ สะบันงาแหลกลาญตายทั้งเป็นหรืออาจ
       ฆ่าตัวตายได้”
       “มันจึงต้องตายอย่างน่าสมเพช ไอ้คนกักขฬะ”
       “มันไม่สามารถไปทำกักขฬะ กับผู้หญิงที่ไหนได้อีกแล้วส่วนอีคนใจอำมหิตที่มันลากสะบันงาไปนั่น มันก็...”
       เจ้าคุณเดินเข้ามาในบ้าน
       “เล่าให้ฟังถนัดอีกทีสิเมี้ยน ฉันกำลังคิดว่ามันฆ่าตัวตาย หรือว่ามีใครฆ่ามันตายกันแน่”
       “คือสังเวียนกับน้อยไปพบเจ้าค่ะ นอนตายตาเหลือกลานเจ้าค่ะ ดิฉันสงสัยว่าจะมีการวางยาพิษมันเจ้าค่ะ” เมี้ยนบอก
       เจ้าคุณหน้าเครียด
       “ทำไมมีเรื่องเลวร้ายอย่างนี้ในบ้านเรา”
       “อาจมีมานานมากแล้วก็ได้เจ้าค่ะ แต่เพิ่งจะมาปะทุเอาวันนี้”
       “เรียกทุกคนมาสอบสวนให้หมด ศรีว่าอย่างไร”
       คุณหญิงศรีเห็นด้วย
       “ดีค่ะ เรียกมาให้หมดทุกคน แล้วสังเกตพิรุธของแต่ละคน”
       “เมี้ยนจะไปเรียกมาทุกคนนะเจ้าคะ”
       เมี้ยนออกไปยิ้มร้ายๆ เจ้าคุณมากุมมือคุณหญิงศรีไว้
       “ศรีคงตกใจมาก”
       “ค่ะ คนที่วางยาน่าจะมีอะไรที่ไม่อยากให้ใครรู้ แต่แขกยามรู้จึงฆ่าปิดปากหรือไม่ก็ มันไปทำความแค้นให้ใครมากมายถึงกับต้องวางยากัน เช่นไปข่มขืนลูกเมียใคร แล้วเขาตามมาล้างแค้น”
       
       คุณหญิงศรีพูดเรียบๆนิ่มๆเจ้าคุณส่ายหน้าหนักใจ

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 4
        
       สะบันงาอยู่ในห้องแกละได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย วุ่นไปหมดด้านนอก
        
       “ข้างนอกเขาเอะอะอะไรกันจ้ะ น้าแกละ”
       สะบันงาจะโผล่หน้าไปดู แกละเข้ามา
       “อย่าออกไปเลยสะบันงา พักผ่อนในนี้แหละ”
       “มีอะไรกันหรือจ้ะ”
       “ก็เพราะมีนั่นแหละ ก็เลยกลัวสะบันงาจะตกใจ”
       “เอ้อ...หนูอยากรู้ บอกหนูบ้างได้ไหมจ้ะ”
       “แขกยามนั่นตายแล้ว”
       สะบันงาตกใจ
       “ตายแล้ว”
       “ไม่กินยาพิษตายเองก็โดนวางยาตาย”
       สะบันงาหน้าซีด
       “โธ่”
       “คุณเมี้ยนให้มาบอกสะบันงาว่าอย่าเพิ่งออกไปข้างนอก เจ้าคุณสั่งให้ทุกคนไปพร้อมกันที่เรือนคุณหญิง เจ้าคุณจะสอบความ”
       “แล้วท่านไม่สอบหนูหรือคะ”
       “ไม่หรอก ท่านทราบว่าสะบันงาป่วย พักซะ น้าจะไปพบเจ้าคุณกับคุณหญิง”
       แกละเดินออกไป สะบันงาใจหายใจคว่ำกลัวมาก
       “ฉันอโหสิกรรมให้นะนายแขกยาม บ้านสวยๆใหญ่โตน่าอยู่ แต่ทำไมน่ากลัวนัก นี่ขนาดเรามาคืนแรกแล้วต่อๆไปจะเกิดอะไรขึ้นอีกหนอ”
       
       การสอบสวนเริ่มต้นขึ้น เจ้าคุณกวาดตามองไปทั่วๆเห็นคนในบ้านทุกคนนั่งที่พื้นรวมทั้งเมี้ยนที่นั่งใกล้ๆ คุณหญิงศรีที่นั่งอยู่บนโซฟากับเจ้าคุณ สังเวียนนั่งติดกับน้อยใจคอไม่เป็นส่ำ สังวรกระเถิบพยายามมานั่งให้ใกล้เจ้าคุณเข้าไว้วางท่านิดๆ คุณหญิงศรีมองสังวรแบบเอือมๆสบตากับเมี้ยน
       “เกิดการตายขึ้นที่บ้านเราอย่างมีข้อสงสัย ว่านายแขกยามฆ่าตัวตายหรือโดนวางยาพิษกันแน่ ใครคิดว่าอย่างไรลองพูดมา”
       เมี้ยนพูดขึ้น
       “โดนวางยาพิษฆ่าปิดปาก เพราะมันอาจไปกำความลับของใครเข้าก็ได้เจ้าค่ะ”
       เจ้าคุณแปลกใจ
       “ทำไมจึงคิดเช่นนั้น”
       “ข้าวของหลายอย่างกับช็อคโกแลตหายไปหนึ่งกล่องเจ้าค่ะ นายแขกยามไม่เคยเข้ามากล้ำกรายที่นี่ น่าจะมีคนแอบขโมยมาลอบหยิบแล้วเอาไปผสมยาพิษให้เขากินเจ้าค่ะ”
       “ใครบ้างที่เข้ามาที่เรือนนี้ได้”
       ทองหยอดพูดขึ้น
       “สังเวียน สังวร น้อย แกละ เจ้าค่ะ”
       “อย่าพูดเรื่อยเปื่อยยัยทองหยอด ใครๆก็รู้ว่าฉันเอ้อ...อยู่กับเจ้าคุณเมื่อคืน” สังวรบอก
       คุณหญิงศรีแทรกขึ้น
       “ไม่จำเป็นว่าใครที่เอาช็อคโกแลตไปต้องเป็นคนที่เข้ามาที่นี่ได้ อาจมีใครที่ไม่เกี่ยวข้องมาทำงานในนี้อาจมาหยิบไปก็ได้ หรือมีใครสั่งให้ใครทำเป็นไปได้ทั้งสิ้น”
       เจ้าคุณเห็นด้วย
       “จริงของคุณหญิง ใครรู้ว่าใครมีเรื่องกับแขกยามบ้าง”
       แกละกับซ้งมองหน้าสังเวียนกับน้อย แกละสะกิดส่ายหน้าห้ามซ้งพูด คุณหญิงศรีหันไปถาม
       “สังเวียน น้อยรู้ไหม”
       สองคนสะดุ้งโหยงส่ายหน้า พูดผิดพูดถูก
       “ไม่...รู้...เอ๊ย ไม่ทราบเจ้าค่ะ”
       “มีคนเห็นหล่อนสองคนไปเดินป้วนเปี้ยนแถวนั้น” เมี้ยน สวน
       “มันมาแอบดูฉันเอง” สังวรเถียงแทน
       ทุกคนหันมามอง สังเวียนหน้าจ๋อยมาก เจ้าคุณแปลกใจ
       “สะบันงาไม่ได้มาด้วยหรือ”
       “ไม่สบายเจ้าค่ะ” เมี้ยนบอก
       สังเวียนกับน้อยแอบถอนใจ คุณหญิงศรีพูดขึ้น
       “ได้ยินว่าออกมาเดินเล่นแถวหน้าห้อง”
       “เจ้าค่ะ”
       “เรียกหมออดุลย์มาดูอาการไหมคุณหญิง” เจ้าคุณถามอย่างเป็นห่วง
       เมี้ยนแทรกขึ้น
       “ดิฉันไปดูมาแล้วเจ้าค่ะ หน้ามีผื่นแดงสองข้างแก้ม เหมือนโดนใครรุมตบเอาเจ้าค่ะ”
       เจ้าคุณตกใจ
       “มีใครไปรุมตบสะบันงาหรือ”
       ทุกคนฮือฮา สังเวียนกับน้อยใจแป้ว สังวรเริ่มเอะใจมองน้อยกับสังเวียนที่ดูล่อกแล่ก คุณหญิงศรีทำเป็นแย้ง
       “ใครจะใจร้ายใจดำอำมหิตมารุมตบตีสะบันงา เมี้ยนคิดมากไปหรือเปล่า”
       เจ้าคุณเป็นห่วง
       “สะบันงาบอกว่าอย่างไรเมี้ยน”
       “ไม่ยอมบอกเจ้าค่ะ”
       คุณหญิงศรีหันไปถามแกละ
       “แกละเล่า สะบันงาบอกอะไรบ้างไหม”
       “ไม่บอกเจ้าค่ะ บอกเพียงว่าอยากจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ถ้าใครเกลียดเธอ เธอจะพยายามจะประนีประนอมทำให้เลิกเกลียดเจ้าค่ะ”
       เจ้าคุณคิดๆ
       “แสดงว่ามีใครไปรุมตบตีสะบันงาจริง แต่เขาไม่พูดน้ำใจช่างงดงามนักและแม้ว่าสะบันงาไม่พูด แต่ฉันต้องหาตัวคนทำร้ายสะบันงามาลงโทษให้ได้ สังเวียน น้อย เดินออกมาแล้วเจอสะบันงาไหม”
       สองคนตัวสั่น คุณหญิงศรีกับเมี้ยนยิ้ม
       “ตอนนี้เรื่องของแขกยามตายสำคัญกว่านะคะ เรามาหาคนฆ่าแขกยามก่อนเถิดค่ะ เรื่องสะบันงาฉันจัดการเองได้ค่ะ เพราะเขาคือคนของฉัน”
       คุณหญิงศรีเน้นคำ ปรายตาเย้ย สังเวียนกับน้อยหนาวไปหมด
       “ไปแจ้งตำรวจให้มาจัดการสืบสวนหาตัวคนผิด ไม่ว่าจะเพราะเหตุใดก็ตามการฆ่าคนอื่น แม้ว่าเขาเป็นโจร ก็ไม่ถูกต้อง” เจ้าคุณสั่งเสียงเข้ม
       คุณหญิงศรีขัดขึ้น
       “ดิฉันว่า เรื่องนี้ ไม่น่าให้เรื่องราวกระพือไปไกล ข่าวลือจะสร้างความ เสียหายกับชื่อเสียงของเจ้าคุณคนมันก็ตายไปแล้ว ให้นายยอดไปแจ้งอำเภอว่าตายปกติ จัดการทำพิธีตามสมควร จะได้ไม่เอิกเกริกแล้วเราค่อยหาตัวคนผิดกันเองต่อไป”
       เจ้าคุณ คิดแล้วพยักหน้า
       “ฉันเห็นด้วย นายยอดไปส่งฉันที่กระทรวง แล้วไปจัดการตามที่คุณหญิงท่านแนะนำ ทุกคนไปได้ หวังว่าจะไม่มีเรื่องไม่งามเกิดขึ้นที่นี่อีก หวังว่า จะไม่มีใครบังอาจไปทำร้ายสะบันงาอีก”
       ทุกคนไหว้เจ้าคุณและคุณหญิงศรี ยกเว้นสังวรที่ทำมั่วไม่ไหว้ สังเวียนกับน้อยตะกายออกไปก่อนใครๆ เมี้ยนกระซิบ
       “นังวัวลืมตีน สังวรไม่ไหว้คุณหญิงเจ้าค่ะ”
       “เฉยไว้” คุณหญิงศรีหันมาบอกเจ้าคุณ “สายแล้ว รีบไปกระทรวงเถิดค่ะ”
       “ขอบใจมาก ที่ศรีสงบเยือกเย็นกับเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นไม่โวยวาย”
       “เรื่องยิ่งร้ายมากเท่าไหร่ยิ่งต้องใช้ความสงบเยือกเย็นมากเท่านั้นค่ะ”
       เจ้าคุณกระซิบ
       “ผู้หญิงเก่งกว่าผู้ชายตรงนี้ตรงที่นิ่งเป็น สตรีจะครองโลกจริงๆในอนาคต”
       เจ้าคุณกุมมือคุณหญิงศรี แล้วออกไป
       
       ในห้องนอน คุณหญิงศรียิ้มพูดต่อคำพูดของเจ้าคุณ
       “สตรีนี่แหละที่จะใช้สองมือเปล่าๆครองโลก ผู้ชายไม่มีวันรู้หรอกว่า สตรีนี่แหละ แค้นลึก แค้นเงียบ แก้แค้นได้สาสมกว่าผู้ชาย ถ้าโดนทำร้าย”
       “ใช่เจ้าค่ะ”
       “เมี้ยนสังเกตเห็นพิรุธของนังน้อยกับนังสังเวียนบ้างไหม”
       “เห็นสิเจ้าค่ะนังตัวการ มันสองตัวมันรีบออกจากเรือนไปเร็วมาก ต่อไปนี้ มันคงนอนสะดุ้งไปนานทีเดียวเจ้าค่ะ เราสองคนพูดจาวนไปเวียนมาใกล้ตัวมัน ทุกคนกำลังสงสัยมันเจ้าค่ะ”
       “ขอบใจมากเมี้ยน แต่ไม่จำเป็นอย่าให้มีอะไรร้ายแรงอย่างนี้อีกนะ”
       “เจ้าค่ะ ถ้าไม่มีใครมาทำร้ายคุณหญิง หรือคนที่คุณหญิงรักและเมตตา”
       เมี้ยนหน้าตาจริงจัง คุณหญิงศรีลูบหัวเมี้ยนเบาๆ
       
       สังเวียนกับน้อยเดินหลบไปแอบคุยกัน
       “นี่มันรู้หรือไม่รู้กันแน่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนังสะบันงา ฟังมันสองคนพูดจากันสิเฉียดไปฉิวมา แล้วก็เลี่ยงเราสองคนไป”
       น้อยโล่งใจนิดๆ
       “ก็ยังโชคดีที่แขกยามมันตายไปแล้ว ความลับของเราสองคนก็จะได้ตายตามมันไป หาไม่เช่นนั้นเราสองคนตายในคุกแน่ๆ”
       สังวรโผล่มา สองคนสะดุ้ง
       “แกสองคนวางยาพิษแขกยามใช่ไหม”
       สองคนตะลึง
       “เปล่านะ”
       “แต่แกสองคนมีพิรุธ นังสะบันงามันโดนแกสองคนรุมตบ อย่าปดกันดีกว่า เราต่างชังน้ำหน้ามัน ฉันจะดีใจมากหากมันโดนพวกแกตบจริงๆ ว่าอย่างไร”
       สองคนจำนน
       “ใช่ก็ได้”
       “นั่นปะไรทำไมไม่ตบมันให้ตายไปซะ ทีนี้เล่ามาซะว่าแกเกี่ยวข้องกับ การตายของแขกยามนั่นหรือเปล่า”
       สองคนสบตากัน ส่ายหน้า
       “ไม่เกี่ยวนะ”
       “แล้วใครฆ่ามันตาย ฆ่าทำไม พวกแกยังบอกไม่หมด แกต้องบอกมา ให้หมด หาไม่ฉันจะไปบอกเจ้าคุณว่าแกสองคนรุมตบนังสะบันงา”
       
       สังวรจ้องหน้าสองคนเป๋ง

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 4
        
       เจ้าคุณนั่งรถมากับนายยอด นึกถึงสะบันงา ตามคำพูดที่แกละบอก
       
       “เด็กคนนั้นจิตใจดีงามผิดกับเด็กทั่วไป ศรีเลือกรับเด็กมาเป็นน้องสาวถูกคนจริงๆ”
       เจ้าคุณยิ้ม ภาพใบหน้าสะบันงาตอนก้มลงกราบเจ้าคุณในแว่บเข้ามาห้วงคิด
       “จะมีผู้หญิงสักกี่คนหนอที่สวยทั้งหน้าตา และจิตใจเช่นสะบันงา”
       เจ้าคุณคิดเพลิน นายยอดพูดขึ้น
       “ถึงกระทรวงแล้วขอรับเจ้าคุณ”
       เจ้าคุณตื่นจากภวังค์
       
       ในห้องแกละ...แก้มสองข้างของสะบันงาแดงกล่ำบวม คุณหญิงศรีลูบแก้มของเธอไปมาอย่างสงสารมาก
       “คงเจ็บมากสินะ”
       “ค่ะ”
       “วันหลังหัดสู้มันบ้างสิ” เมี้ยนแนะ
       “นอกจากตบแล้ว นังสองคนนั่นมันทำอะไรอีก” คุณหญิงศรีคาดคั้น
       เมี้ยนมองหน้าสบันงา
       “อย่าปิดเลย เห็นสะโพกช้ำเขียว เห็นหลังถลอกดำไปหมด”
       “เตะด้วยค่ะ แล้วก็เอ้อ...เอาผ้าคลุมมัดปาก ลากไปไว้แถวป้อมยาม”
       คุณหญิงศรีโกรธมาก
       “นี่มันเลวกันมากอย่างที่เมี้ยนบอกจริงๆ”
       “ไอ้แขกกักขฬะนั่นมันได้ทำอะไรไปบ้าง” เมี้ยนถามเสียงเข้ม
       “ชกที่ท้องค่ะแต่หนูถีบมัน โชคดีที่กุ๊กซ้งกับน้าแกละได้ยินเสียงมาช่วยหนูไว้ทันค่ะ”
       “กรรมสนองมันแล้ว ในที่สุดมันก็ตายเพราะกรรมที่ก่อไว้”
       “หนูไม่ได้อาฆาตเขานะคะ หนูทราบข่าวเขาตายก็หดหู่มากค่ะ”
       คุณหญิงศรียิ้มเอ็นดู
       “เด็กดี น้องชายฉันโชคดี ไม่กี่วันคงจะหายดี หายแล้วค่อยขึ้นไปเรียนหนังสือกับครูแหม่มที่เรือนฉัน”
       “ขอบพระคุณมากค่ะ หนูทำให้ทุกคนวุ่นวายเพราะหนูซุกซน”
       “ซุกซนตอนกลางวันได้ อย่าไปไกลถึงทุ่งเลี้ยงวัว อย่าออกไปซุกซนนอกห้องตอนกลางคืนอีก จำไว้”
       คุณหญิงศรีกำชับ
       “ค่ะ”
       คุณหญิงศรีลูบหัวสะบันงาเบาๆแบบเมตตา
       “อย่าคิดว่าไม่เอาเรื่องเอาราวพวกมัน มีน้ำใจกับพวกมัน แล้วพวกมันจะเลิกรา ไฟอะไรไม่ร้ายกาจเท่าไฟริษยา ถ้ามันเกิดในจิตใจใครแล้วมันดับไม่ได้ง่ายๆหรอก”
       “เพราะฉะนั้นระวังตัวไว้ด้วย ครั้งนี้รอดตัว ครั้งต่อไปอาจไม่รอด พวกมันจ้องหาจังหวะตลอดเวลา” เมี้ยนเตือน
       สะบันงารับคำ
       “ค่ะ หนูจะระวังตัว จะไม่พยายามทำสิ่งใดให้เกิดการกระทบกระทั่ง”
       คุณหญิงศรีพยักหน้า
       “ฉันเขียนจดหมายตอบคุณศุกลไปแล้ว ว่าสะบันงาสบายดีเขาจะรีบกลับมาในไม่ช้านี้แล้ว”
       “คุณศุกลท่านสบายดีหรือคะ”
       “จ้ะ ถ้าจะไม่สบายดี เพราะห่วงสะบันงานี่แหละจ้ะ เพระฉะนั้น อย่าทำให้เขาทุกข์ใจ ด้วยการไม่ระวังตัวจนเกิดอันตรายกับตัวเอง”
       “ค่ะ”
       สะบันงายิ้มอายๆ
       
       สังวรรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว
       “นังโง่สองคน พวกแกทำอะไรไม่รอบคอบ ทำไมแกสองคนต้องไปบอกแขกยามนั่นว่าเอาของขวัญมาให้ แค่แกทิ้งมันไว้ใกล้ๆ แขกนั่นมันก็เห็นเองจัดการเอง”
       “ก็ฉันไม่ทันคิด ที่ทำไปนั่นมันความคิดนังน้อย” สังเวียนโยนให้เพื่อนทันที
       น้อยชะงัก
       “เอ๊ะ ก็คิดด้วยกันแกอย่ามาโทษฉันคนเดียว ก็ถ้าไม่บอกให้มันจัดการ นังสะบันงาหลังข่มขืน นังสะบันงามันก็รอดตายกลับมารายงานลูกพี่มันว่า ฉันกับนังสังวียนทำร้ายมันสิ ตายแน่ๆ”
       สังวรครุ่นคิด
       “ฉันดูแววตานังเมี้ยน ฉันว่ามันรู้ทันแกสองคน แต่ที่แปลกใจ ทำไมมันไม่เล่นงานแกสองคน ทำไมนังสะบันงามันไม่ฟ้องว่าพวกแกทำร้ายมัน”
       น้อยเครียด
       “ก็เลยไม่รู้ว่าพวกมันคิดยังไง”
       สังเวียนหวาดหวั่น
       “แบบนี้สิที่ฉันกลัวอยู่ นอนก็คงหลับตาไม่ลงหน้าแขกยามตาถลนมัน ตามหลอกหลอน”
       สังวรสงสัย
       “ถ้าแกสองคนไม่ได้ฆ่ามันไม่ได้รู้เห็นเป็นใจ แล้วใครฆ่ามัน ถ้าใครรู้ว่าแขกนั่นกำความลับแกสองคนเรื่องนังสะบันงา เขาก็ว่าแกสองคนนี่แหละ อยากให้แขกนั่นตาย”
       น้อยคิดๆ
       “หรือบางทีมันอาจมีเรื่องราวกับคนนอกบ้าน แล้วบังเอิญมาโดนฆ่าเอาวันนี้”
       สามคนคิดไม่ตก
       
       วันต่อมา สะบันงาเดินถือสมุดหนังสือมุ่งหน้าไปหาครูแหม่ม ที่เรือนคุณหญิงศรี น้อยกับสังเวียนเห็นก็กระซิบกัน
       “ฉันอยากรู้ว่าทำไมมันทำเหมือนว่าเราไม่ได้ทำอะไรมัน” น้อยแปลกใจ
       สังเวียนหวั่นๆ
       “ฉันว่า อย่าไปยุ่งกับมันเฉยไว้ดีไหม”
       “แกกับฉันลงเรือลำเดียวกันมาแล้ว แกจะกระโดดหนีหรือนังสังเวียน ตามมานี่”
       น้อยกระชากสังเวียนเดินไปเหมือนจะขวางทางสะบันงา
       “สะบันงา”
       สะบันงาประจันหน้าจำใจยิ้มให้ แล้วเดินเลี่ยง น้อยขวาง
       “แกจะไปไหน”
       “ไปเรือนคุณหญิง”
       “ไปทำอะไร” สังเวียนถามเสียงเข้ม
       “ไปเรียนภาษาอังกฤษ”
       สังเวียนมองหยัน
       “นังแหม่มกะปิ ภาษาไทยให้มันแตกฉานก่อนเถิด”
       น้อยเหยียดหยาม
       “แค่นจะไปเรียนภาษาอังกฤษ อยากมีผัวฝรั่งหรือ”
       สะบันงาส่ายหน้า
       “ขอทางด้วยจ้ะ”
       สังเวียนจ้องหน้า
       “เราอยากรู้ความจริง”
       “เรื่องคืนก่อน แกฟ้องอะไรใครไปบ้าง” น้อยคาดคั้น
       “ไมได้ฟ้อง ไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น”
       สองคนถามพร้อมกัน
       “ทำไม”
       “เพราะไม่อยากมีเรื่องกับใคร”
       “แกโกหก” สังเวียนตวาด
       “ฉันอยากอยู่ด้วยกันอย่างสงบ เธอสองคนอาจไม่ตั้งใจร้ายกับฉันมากมายขนาดนั้นเราน่าจะมาเป็นเพื่อนกันได้ ทำไมเราต้องมีเรื่องกันด้วย” สะบันงาพูดเรียบนิ่ง
       น้อยเบ้หน้า
       “นังแม่พระมาเกิด”
       “เรื่องมันผ่านไปแล้ว ฉันลืมมันไปแล้ว ทำไมเธอสองคนไม่พยายามลืม คุณหญิงสอนฉันไว้ ยามอยู่ทำให้คนเขารัก ยามจากทำให้คนเขาคิดถึง ไม่ใช่เกลียดชัง เราดีกันเถิด”
       สองคนยืนอึ้ง สะบันงาฉวยโอกาส รีบเดินออกไป สังเวียนมองหยัน
       “มันโกหก กูไม่เชื่อหรอกว่าจะมีใครดีอย่างมึงนอกจากแสร้งทำ”
       น้อยหนักใจ
       “มันมีนางสองคนนั่นคอยปั่นหัว ยุให้พวกเราหลงกลจนตามไม่ทัน จะสู้พวกมันไหวไหมหนอ”
       สองคนวิตกมากขึ้น
       
       มุมหนึ่งใกล้ๆเรือนคุณหญิงศรี เจ้าคุณกำลังลูบคลำต้นสะบันงายิ้มๆ
       “สะบันงา เจ้าโตไวๆให้ดอกหอมเร็วๆ ฉันจะดมกลิ่นหอมของเจ้า”
       เจ้าคุณหันไป
       “เอ๊ะ”
       เจ้าคุณมองมาเห็นสะบันงาเดินเลี่ยงมาจาก สังเวียนกับน้อย
       “สะบันงาพูดจาอะไรกับสองคนนั่นแล้วเดินเลี่ยงมา ท่าทาง สองคนนั่นไม่พอใจสะบันงา”
       
       เจ้าคุณสาวเท้าไป
        

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 5 (ต่อ)
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 4
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 3
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 2
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 1
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สงสัยครับ
คือหัตถายุคนี้เปลี่ยนมาเป็นยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
แล้วยุคที่ว่านี้มันมีพระยาได้ยังไง เขายกเลิกกันไปตั้งแต่
หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว
มันไม่สมเหตุสมผล
เพชร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2012