หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คือหัตถาครองพิภพ

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 5

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 ธันวาคม 2556 08:12 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 5
       คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 5
       
       สังวรอิจฉาตาร้อนไม่พอใจที่ท่านเจ้าคุณพาคุณหญิงศรีหายไปทั้งคืนที่ตึกใหญ่ มาเลียบเคียงมองมีเสียงหัวเราะของสองคนลอดออกมา
       
       “หนอยแน่ะ ทิ้งกูให้นั่งน้ำตาตกทั้งคืน แล้วพวกมึงมานั่งหัวเราะมีความสุขกันจนเช้า จะเอายังไงก็เอา กูจะบุกเข้าไปดู”
       สังวรขยับจะเข้าไปในตึก เมี้ยนก้าวออกมาประจันหน้า
       “ทำอะไรตกหล่นไว้แถวนี้หรือสังวร”
       “ทำผัวตกมั้ง”
       “พูดจาไม่ละอายปากไม่กระดากใจบ้างเลยหรือ”
       “หรือจะบอกว่าท่านเจ้าคุณไม่ใช่ผัว ไม่ใช่พ่อของลูกในท้องของฉัน”
       “หรือจะบอกว่าท่านเจ้าคุณไม่ใช่สามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณหญิง สงบเสงี่ยมเจียมตัวบ้าง สังวรได้ไปมากแล้ว อย่าเรียกร้องไม่จบสิ้น”
       “ฉันต้องการพบท่านเจ้าคุณ ฉันมีเรื่องจะคุยกับท่าน”
       “อยากพบอยากคุยกับท่านก็ต้องรอ เพราะตอนนี้ท่านอยู่กับคุณหญิง”
       สังวรจะก้าวเข้าไปในตึก
       “ฉันจะเข้าไปรอในตึก”
       “ไปรอที่เรือนคุณหญิง ที่นี่ใครจะเข้าจะออกเองไม่ได้ ยกเว้นคุณหญิง ยกเว้นท่านเจ้าคุณเรียกหา กลับไปนะสังวร ไปเอาหัวแม่ตีนตรองดู เถอะว่า อยู่นิ่งๆ ดีกว่าพล่านเป็นหมาโดนน้ำร้อนลวกจะดีกว่าไหม”
       สังวรยืนนิ่ง เพราะเมี้ยนจ้องเอาจริง ตาดุมาก
       
       คุณหญิงศรีกับเจ้าคุณชะโงกหน้ามามองจากระเบียงตึกข้างบน
       “เมี้ยนเสียงใครมารบกวนท่านเจ้าคุณแต่เช้า อ้าว...สังวร”
       เจ้าคุณมองสังวร
       “สังวรมาที่นี่ทำไม กลับไปที่เรือนโน้นสิ ฉันกับคุณหญิงกำลังพักผ่อน”
       ทั้งสองกลับหายไปในห้อง...สังวรโกรธจนสั่น เสียหน้ามาก เธอพึมพำ
       “อะไรกันวะ”
       เมี้ยนยิ้มเย้ย
       “ชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วใช่ไหม ว่าท่านสั่งอย่างไร”
       สังวรหันกลับ สะบัดแรงเท้าไปเตะเอากระถางต้นไม้ล้มมาทับเท้า
       “โอ๊ย ไอ้ต้นไม้บ้า ดันมาขวางทางเดิน”
       “คนบ้ามากกว่า ต้นไม้อยู่เฉยๆดันไปขวางทางต้นไม้เอง” เมี้ยนหัวเราะ
       
       สังเวียนมาดักรอสะบันงาหลังโรงครัว น้อยมาแอบมองสังเวียนอีกทีหนึ่ง สังเวียนคิดๆ
       “จะเล่นงานมันอย่างไรดีหนอ ไม่ให้มากีดขวางความก้าวหน้าของเรา”
       น้อยแอบมอง
       “นังสังเวียนมาดักรอจัดการนังสะบันงา ดีแท้ๆเราไม่ต้องลงมือเองให้แปดเปื้อน ยืมมือนังโง่นี่จัดการแทนเรา”
       น้อยทำทีเดินผ่านมา แล้วทำมองเห็นสังเวียน
       “อ้าว นังสังเวียน มารอใครหรือ”
       “เรื่องของฉัน เรามีเรื่องเคืองกันหลายครั้งหลายหน ต่างคนต่างอยู่ดีที่สุด”
       “อันที่จริง ฉันไม่อยากจะมีเรื่องกับแกสักหน่อย และเราต่างรู้ตื้นลึกหนาบางของกันและกัน แถมแกกับฉันมีคู่แข่งคนเดียวกัน”
       “นังสะบันงา”
       “ใช่แล้ว แกกับฉันจะมานั่งกัดกันเป็นหมาไปเพื่ออะไร เพื่อให้นังสะบันงาเอาพุงปลาไปกินหรือ”
       “ก็จริงของแก”
       “ฉันว่าแกกับพี่แกต้องอยากกำจัดมัน หรือว่าพวกแกไม่เคยคิด”
       “ก็คิดๆกันอยู่หรอกนะ แต่ยังคิดไม่ออก แล้วก็ไม่อยากให้มันถึงตาย”
       “ใช่ ไม่ต้องให้มันตาย แต่เอาแค่ตายทั้งเป็น มันก็หมดปัญญามาแข่งกับเรา”
       “ไม่เลวนะ จะทำอย่างไรกับมันดี”
       “จะชี้แนะให้แกไปคิด แกไม่อยากให้มันเสียโฉมหรือ”
       “ถ้ามันเสียโฉมได้ก็ดี แล้วมันจะเสียโฉมได้อย่างไรหรือ”
       น้อยยื่นหน้ามากระซิบเบามาก
       “มีหลายวิธี ง่ายๆก็น้ำกรด”
       สังเวียนหน้าตื่น
       “สาดหน้ามันหรือ”
       “ถ้าแกไม่กลัวใครเห็นใครจับแกไปเข้าตาราง โง่จริงหาทางทำให้มันแนบเนียน เช่น เอาอะไรใส่ในน้ำกรด”
       สังเวียน ตาโต น้อยเดินยิ้มออกไป สังเวียนคิดตาม
       “น้ำกรด น้ำกรด”
       สังเวียนเดินออกไปบ้างยังพึมพำว่าจะทำอย่างไรดี
       
       หน้าห้องน้ำคนรับใช้ สะบันงานุ่งซิ่น ถือขันน้ำใส่สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟันเดินมาจากห้องน้ำ มีผ้าเช็ดตัวคลุมไหล่ มีขวดแชมพูสระผมขวดเล็กในมืออีกข้าง สังเวียนมองสะบันงา มองขัน มองขวดแชมพูของสะบันงาขวดขาวๆธรรมดาไม่มียี่ห้อ สังเวียนแอบมองพลางท่อง
       “น้ำกรด น้ำกรด”
       สะบันงารู้สึกว่ามีคนมามองเห็นสังเวียนยืนพึมพำ
       “จะมาอาบน้ำหรือจ้ะ พี่สังเวียน”
       “เอ้อ...ใช่ ใช้แชมพูอะไรสระหัวน่ะ”
       “มะกรูดจ้ะ”
       “ซื้อที่ไหนขวดดูแปลกๆ”
       “ไม่ได้ซื้อแต่ทำเองจ้ะ แม่สอนให้ทำ”
       “เก่งนะ วันหลังสอนทำบ้างสิ”
       “ได้จ้ะ วันหลังจะทำเผื่อพี่สังเวียน ไปก่อนนะจ้ะ”
       สะบันงาเดินแยกไป สังเวียนมองตามสะบันงา
       “แชมพูมะกรูด...แชมพูมะกรูดผสมน้ำกรด สระแล้วหนังหัวหลุดผมร่วง ลามมาถึงหน้า หน้าตาเสียโฉม แนบเนียนจริงๆ”
       สังเวียนยิ้มร้ายๆ
       
       เมี้ยนนั่งหน้าง้ำ คุณหญิงศรียิ้มยังขำไม่หาย
       “คุณหญิงเจ้าขา เมี้ยนเสียสาวไปครึ่งหนึ่งแล้วนะเจ้าคะ ทั้งโดนกอดโดนจูบ แถมเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็น”
       “คิดซะว่าเมี้ยนโชคดีกว่าฉันที่เกิดมายังไม่เคยเห็นอะไร ที่ว่าไม่ควรเห็นนั่นเลย”
       “คุณหญิงอย่ามัวแต่สนุกจะทุกข์ถนัดนะเจ้าคะ คืนนี้ยังไม่มีการวางแผน ที่ดี เรื่องหนีเอาตัวรอด ไอ้ครั้นจะไปทำอุบายเดิมๆเจ้าคุณอาจจะจับได้ ท่านหลักแหลมจะตายไป เมี้ยนเองยังสงสัยว่าบางทีท่านเจ้าคุณอาจรู้ทันคุณหญิง แต่ท่านแสร้งทำไขสือ”
       “หรือว่าท่านรอจังหวะจู่โจม ฉันหาเหตุว่าฉันป่วยก็ทำไปแล้ว แต่เจ้าคุณยังไม่เคยป่วยนะเมี้ยน”
       “คุณหญิงเจ้าขา ท่านแข็งแรงยังกับอะไรดี เราจะไปทำให้ท่านป่วยได้อย่างไรเจ้าคะ”
       “ปวดหัวตัวร้อนทำไม่ได้แน่ แต่ไหนเมี้ยนว่าสะบันงาไปกินมะขามเปียกให้ท้องเสีย แล้วทำไมเราจะทำให้ท่านท้องเสียไม่ได้”
       “ไม่ได้นะเจ้าคะ เจ้าคุณไม่มีวันกินมะขามเปียกหรอกเจ้าค่ะ”
       “มันต้องมีอะไรที่กินแล้วท้องร่วงท้องเสียได้อีกสิ”
       
       ขณะเดียวกันนั้น เสียงคุณหญิงลออศรีตะโกนโหวกเหวก ดังมาถึงในห้อง
       “คุณหญิงศรี คุณหญิงลออศรีมาหาน่ะ เงียบเชียบกันไปหมดอีกแล้ว เดี๋ยวก็มีพวกขี้ข้าประดาหน้าออกมาต้อนรับฉันแทนเธออีกหรอก”
       “ลออศรีมา เมี้ยนรีบลงไปรับหน้าก่อน ฉันมัวแต่ขำเมี้ยน ยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง เรียนท่านว่าเดี๋ยวจะลงไป”
       “เจ้าค่ะ”
       เมี้ยนออกไป คุณหญิงศรีลุกไปแล้วมองเห็น เครื่องเพชรที่วางไว้ย้ายที่
       “เอ๊ะ เราไม่ได้วางไว้ที่นี่นี่นา แล้วทำไมถึงย้ายมาอยู่ตรงนี้”
       คุณหญิงศรีจับขึ้นมาดู ครุ่นคิด ขณะเดียวกันนั้นเมี้ยนก็พูดขึ้น
       “เหมือนมีใครปิดประตูห้องคุณหญิงนะเจ้าคะ”
       “สังวร สังเวียนเข้ามาค้นห้องเราเมื่อคืน”
       คุณหญิงศรีตรวจข้าวของ ไม่มีอะไรหาย
       “ไม่มีอะไรหาย มันไม่ได้ขโมยอะไรไป ทำไมมันไม่ขโมยไปสักอย่างสองอย่างนะ”
       
       คุณหญิงศรีอยากให้ขโมย หันไปจัดการตัวเองต่อไป แต่ไม่เก็บของ

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 5
        
       ในห้องนั่งเล่น...คุณหญิงลออศรีปรี๊ดใส่คุณหญิงศรีทันทีที่พบหน้าแล้วด่าสังวร
        
       “ทำไมถึงทำอย่างนี้มีผัวยังไม่ทันข้ามปี ปล่อยปละละเลยให้ผัวมีเมียบ่าวแถมท้องไส้ ให้มันมาทำนั่งชูคอกินข้าวมูมมามบนโต๊ะนั่น”
       “เก้าอี้ที่เธอนั่งมันก็นอนเอกเขนก ไขว่ห้างกระดิกเท้าเล่นไปแล้ว” คุณหญิงศรีบอก
       คุณหญิงลออศรีหน้าตื่น
       “ต๊าย...ยัยเมี้ยน แกนี่ไม่สั่งสอนนายแก ปล่อยให้นายแกยอมให้นังน้ำใต้ศอก มาศอกกลับใส่จนมีท้องมีไส้ โอย...เจ้าคุณนี่ช่างกระไร ทำเสียชื่อแม่สื่อหมดเลย”
       ปานวาดหันมาหาแม่
       “คุณหญิงแม่ขา หนูอยากไปหาสะบันงาค่ะ”
       “นี่ก็อีกคน เอาอย่างคุณหญิงน้าทุกประการ ชอบเล่นหัวกับคนรับใช้”
       “คุณหญิงแม่จะให้หนูไปเล่นกับคนสวนหรือคะ ผู้ชายนะคะ”
       “ฟังมัน มันย้อนแม่ ไม่ไหวไม่เป็นกุลสตรี นี่ก็เลยปรึกษาเจ้าคุณเกษมว่าจะพาไปส่งเรียนดัดนิสัยให้เป็นกุลสตรีที่สวิสเซอร์แลนด์”
       “หนูจะไปหาสะบันงา หนูจะไปลาสะบันงาค่ะ ยัยเมี้ยนพาไปทีนะ”
       คุณหญิงลออศรีมองหน้า คุณหญิงศรีพยักหน้า
       “อย่าตึงให้มันมากเกินไปลออ มันจะขาดผึง แล้วเธอจะทุกข์ใจ”
       “ใครจะยอม ปะเดี๋ยวก็หย่อนยานเหมือนเธอน่ะสิ ดูดู๋ ปล่อยให้มันมาอยู่บนเรือนเดียวกันอีกด้วย”
       “เมี้ยน พาคุณปานวาดไปหาสะบันงาสิ”
       คุณหญิงศรีพยักหน้าทำมือโบกให้เมี้ยนพาปานวาดไปหาสะบันงา
       “ไล่มันกลับไปอยู่เรือนแถวคนรับใช้ให้ไวๆ เลยนะศรี”
       สังวรเดินนวยนาดแต่งหน้าแต่งตาเข้ามา ในมือถือผลไม้กินแก้แพ้ท้องเคี้ยวจั๊บๆ
       “เห็นจะไม่ได้หรอก เพราะท่านเจ้าคุณให้ฉันมาอยู่ที่นี่ ใครก็ไล่ฉันไปจากเรือนนี้ไม่ได้”
       “ไม่มีใครไล่หล่อนหรอกนะ แต่ตอนนี้ฉันกำลังมีแขก ช่วยไปนั่งที่อื่นก่อน” คุณหญิงศรีไล่นิ่มๆ
       “แต่ฉันนั่งที่อื่นแล้วคลื่นไส้ นอกจากนั่งตรงนี้” สังวรยืนยัน
       คุณหญิงลออศรีโมโห
       “ต๊าย นังขี้ข้ามาทำกำแหง เป็นบ้านฉันจะถีบให้ตกเก้าอี้ ศรีทนเฉยได้ยังไง”
       “ทนไมได้ก็ต้องทน ทำอย่างไรได้สังวรกำลังท้อง เด็กในท้องลูกของเจ้าคุณ”
       สังวรยิ้มเย้ย
       “เห็นหรือยัง คุณหญิงลออศรี”
       คุณหญิงลออศรีมองอย่างเกลียดชัง
       “สายบัววัดตื้นลึกชลธาร กำพืดกมลสันดาน วัดตื้นลึกจิตใจคน กุ๊ยมาก”
       “ไปนั่งที่อื่นกันนะลออ”
       คุณหญิงศรีดึงคุณหญิงลออศรีให้เดินไปด้วยกัน สังวรยิ่งผยอง ขึ้นไปนอนไขว่ห้างกระดิกเท้ากินของที่เอามา คุณหญิงลออศรีขัดใจสุดๆ
       “มีลูกแล้วมันหงอกับกูแบบนี้ ประเดี๋ยวเถิดจะมีสักสิบคน ยึดบ้านนี้มันให้หมดทีเดียว”
       คุณหญิงศรียิ้มๆ รู้ว่าความคิดหลงตัวเองของสังวรเหลิงลมไปแล้ว
       
       เมี้ยนพาปานวาดมาหาสะบันงาที่กำลังทำแชมพูมะกรูด
       “สะบันงา ดูสิมีใครมาหา”
       สะบันงาเงยหน้ามอง ปานวาดเดินปรี่มานั่งยองๆตรงหน้า
       “ฉันเอง”
       “คุณปานวาด”
       สะบันงายกมือจะไหว้ ปานวาดตะครุบไว้
       “เราเป็นเพื่อนกันห้ามไหว้ สะบันงาทำอะไรน่าสนุกจัง”
       “ทำแชมพูมะกรูดเจ้าค่ะ”
       “ห้ามพูดเจ้าค่ะ ฉันอยากทำแชมพูมะกรูดบ้าง ขอทำด้วยคนนะ”
       “ได้ค่ะ แต่ว่ามัน เอ้อ...มันจะเลอะเทอะเอาเสื้อผ้าสวยๆของคุณปานวาดนะคะ”
       “ไม่เลอะเทอะหรอก ถึงเลอะเทอะ ก็ซักได้น่า แล้วทำอย่างไรสอนฉันบ้าง”
       เมี้ยนยิ้มเอ็นดู สองคนนั่งลงทำแชมพูด้วยกัน
       
       คุณหญิงศรีกับคุณหญิงลออศรี มาคุยกันอีกมุมของเรือน
       “แล้วจะปล่อยให้มันเป็นไปอย่างนี้เรื่อยๆหรือศรี” คุณหญิงลออศรียังไม่เลิกซักไซ้
       “คงอย่างนั้นแหละ”
       “ฉันโกรธ ฉันเสียใจแทนเธอมากนะ อยากจะไปต่อว่าเจ้าคุณจริงๆ”
       “บางเรื่องพูดไป ไม่มีอะไรดีขึ้นมาเฉยเสียยังดีกว่า”
       “แหม ก็เขามันน่า...ถ้าเป็นเจ้าคุณเกษมล่ะก็เธอเอ๊ย หัวแบะ”
       “ปล่อยให้เขา มีอะไรในบ้านให้รู้เห็น ดีกว่าไปทำอะไรเลอะเทอะนอกบ้าน โดยที่เราไม่รู้ไม่เห็น เธอเองก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยพึงพอใจกับเรื่องพวกนี้นัก”
       “ก็พอรู้หรอก เพราะเธอหนีแต่งงานมาตลอด นึกว่ายอมแต่งงานแล้วเธอจะเปลี่ยนใจ”
       “ใจฉันมั่นคงนัก เปลี่ยนยาก ใช่ว่าจะรังเกียจเจ้าคุณ แถมรักที่สุดในกระบวนผู้ชายที่มาสู่ขอชอบพอฉัน ฉันคงไม่รักใครได้มากกว่าเขา”
       “แล้วทำไม…”
       “ฉันยังทำใจไม่ได้”
       “แต่ก็ไม่ต้องยอมให้มันเป็นไปถึงเพียงนี้”
       “เจ้าคุณอยากมีลูก แต่ฉันไม่ค่อยจะอยากมีนัก เพราะกลัวลูกจะทำนิสัยไม่ดีใส่ให้ชอกช้ำใจ เหมือนที่ฉันทำกับคุณเตี่ยและแม่”
       คุณหญิงลออศรีป้องปากกระซิบ
       “ก็เลยไม่ยอมหลับยอมนอนกับเจ้าคุณ เวรกรรม สักครั้งก็ยังไม่เคยเลยหรือ”
       คุณหญิงศรีพยักหน้า คุณหญิงลออศรีตีเพี๊ยะ
       “ระวังเถิด นังพวกเมียบ่าวมันมีลูกกันหมด มันจะรวมเฉดหัวเธอออกจากบ้านสักวัน”
       “ก็คิดอยู่เหมือนกัน”
       “หาทางแก้ลำนังสังวรก่อนเลยนะศรี เธอยอมนอนกับเขาสักนิดสักหน่อยไม่ได้หรือ มีลูกกับเขาสักคนแล้วก็จบ เขาต้องรักลูกเธอมากที่สุดแน่ๆ”
       คุณหญิงศรีฟังเงียบๆ
       
       ปานวาดกับสะบันงา ทำแชมพูเสร็จแล้ว ใส่ไว้ในหม้อดินใบใหญ่
       “หอมมะกรูดจังเลย ให้ฉันเอาไปสระผมหนึ่งขวดนะ”
       “ค่ะ แต่ฉันไม่มีขวดสวยๆใส่ให้คุณปานวาดนะคะ”
       “เมี้ยนมีเจ้าค่ะคุณปานวาด เมี้ยนไปเอามาให้นะเจ้าคะ”
       สังเวียนแอบมอง
       “สบช่องพอดี นังสะบันงาทำแชมพูมะกรูด เดี๋ยวกูจะทำแชมพูมะกรูดผสมน้ำกรดให้มึงสระหัวให้เสียโฉม”
       น้อยมาด้านหลังมาแตะ สังเวียนสะดุ้งโหยงจะร้อง น้อยเอามือมาปิดปาก
       “อย่าอึ้งไปสิ กำลังคิดอะไรอยู่ใช่ไหม”
       “มันกำลังทำแชมพูมะกรูด”
       “แล้วแกคิดจะทำอะไรกับแชมพูของมันใช่ไหม”
       “ก็อย่างที่แกแนะนำฉัน”
       “เรื่องน้ำกรดนี่ แกคิดจะเอาน้ำกรดไปใส่...แกฉลาดมาก”
       สังเวียนกังวล
       “ฉันจะโดนจับได้ไหมนะ”
       “แกก็อย่าไปรับสิว่าแกทำ ใครจะไปรู้ว่าใครเอาอะไรไปใส่ในแชมพูของมัน ที่สำคัญอย่าเผลอเอาไปสระหัวแกเองก็แล้วกัน ไปละ เอาใจช่วยแกนะ”
       น้อยรีบเดินจากไปพูดกับตัวเอง
       “ถ้าโดนจับได้ กูก็ใส่มึงคนเดียวน่ะสิ นังโง่”
       สังเวียนยังคงมองที่สะบันงากับปานวาด
       
       คุณหญิงลออศรีกับคุณหญิงศรียังพูดกันเรื่องเดิมๆ
       “จำที่ฉันบอกไว้นะศรี อย่าให้เมียบ่าวเมียน้อยคนไหนมีลูกกับผัวเราอีก”
       “ขอบใจมากที่ห่วงฉัน”
       “ฉันจะไปส่งปานวาดไปเรียนที่สวิส ไปดูแลจนเข้าเรียนเรียบร้อยก็ฉวยโอกาสเอาตอนที่เจ้าคุณเกษมไปดูงานยุโรปคงหลายเดือนกลับมาหวังว่า จะไม่มาเจอคุณนายบ่าวเมียน้อยคนไหนมีลูกเพิ่มมาอีก นอกจากคุณหญิงศรี”
       “ขอบใจมาก”
       “ไม่มีเพื่อนคนไหนที่ฉันจะรักไปมากกว่าเธอนะศรี”
       “เช่นเดียวกัน เธอคือเพื่อนที่ฉันรักมากที่สุด”
       สองคนยิ้มให้กัน เมี้ยนเดินกลับมา
       “คุณหญิงเจ้าขา เมี้ยนขอขวดสวยๆที่ไม่ได้ใช้แล้วสักใบนะเจ้าคะ คุณปานวาดเธอจะเอาไปใส่แชมพูมะกรูดไปใช้ที่บ้านเจ้าค่ะ”
       คุณหญิงลออศรีขัดขึ้น
       “แชมพูมะกรูดอะไร เดี๋ยวก็สระแล้วหัวโกร๋นชันนะตุกินหรอก ใครทำ”
       “สะบันงาทำเจ้าค่ะ”
       “พูดถึงเด็กนี่ชักอยากจะเห็นหน้า ไปเรียกมันมาดูหน้าหน่อยสิยัยเมี้ยน”
       “เจ้าค่ะ”
       
       เมี้ยนหายไปเอาขวด

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 5
        
       สะบันงากรอกแชมพูใส่ขวดหลายใบ มีปานวาดช่วย พวกคนอื่นๆมารอรับ พูดคุยกันไปด้วย
        
       “นี่ของน้าทองหยอดจ้ะ”
       “ขอบใจมาก น่าใช้จริงน่าจะทำไปขายได้เลยนะ”
       ปานวาดกรอกเสร็จ
       “นี่ของใครดีล่ะ”
       แกละยกมือ
       “ของดิฉันก็ได้เจ้าค่ะ”
       “ยัยแกละแซงคิวโรเบิร์ต” โรเบิร์ตรีบโวย
       “ไหนของกุ๊กซ้งขอรับ” ซ้งถาม
       เมี้ยนเดินมา
       “นี่ของคุณปานวาด กรอกมาเลย”
       ปานวาดรับขวดมา
       “ขวดสวยจัง มาฉันกรอกเอง”
       “กรอกขวดนี้แล้ว กลับไปหาคุณหญิงแม่นะเจ้าคะ ท่านให้มาตามแล้ว เจ้าค่ะ”
       “ฉันยังไม่ได้ล่ำลาสะบันงาเลย”
       “เดี๋ยวก็ได้ล่ำลาเจ้าค่ะ คุณหญิงท่านอยากเห็นหน้าสะบันงาเจ้าค่ะ แชมพูนี่ใครอยากได้ก็กรอกกันเอาเอง ที่เหลือทิ้งไว้ให้สะบันงากับฉัน ไปเจ้าค่ะคุณปานวาด ไปกันเถิดสะบันงา”
       น้อยรีบบอก
       “เดี๋ยวฉันจะกรอกต่อให้เอง”
       สามคนพากันออกไป น้อยกรอกต่อที่เหลือให้ทุกคน กรอกไปชายตาไป น้อยพึมพำ
       “นังสะบันงา เดี๋ยวเถิดแกจะได้ตายทั้งเป็น โดยฝีมือนังสังเวียน”
       น้อยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ สังเวียนแอบมอง
       
       คุณหญิงลออศรีจ้องเขม็งไปที่สะบันงา ที่ตามหลังปานวาดและเมี้ยนมา สะบันงาหน้าตาผ่องใส คุณหญิงลออศรีกระซิบ
       “มันสวยขนาดนี้เลยหรือ มันจะสวยขึ้นมาอีกโข”
       “สะบันงา คุณหญิงลออศรีท่านอยากเห็น กราบท่านสิ” คุณหญิงศรีบอก
       สะบันงากราบ คุณหญิงลออศรีพยักหน้าแบบงั้นๆไม่พอใจนัก ปานวาดพูดขึ้น
       “สะบันงาสวยกว่าตอนที่ไปถือชายกระโปรงให้คุณหญิงน้าอีกนะคะ”
       “ก็งั้นแหละ ปานวาดกราบลาคุณหญิงน้าสิ จะไปเรียนไกลๆตั้งนาน”
       ปานวาดกราบคุณหญิงศรี
       “หนูกราบลาค่ะ คุณหญิงน้า”
       “เดินทางปลอดภัย ตั้งใจเรียนนะปานวาด”
       “รับรองค่ะ จะพาฝรั่งกลับมาฝากคุณหญิงแม่ด้วย”
       “เอ๊ะ ลูกคนนี้” คุณหญิงลออศรีตีเพี๊ยะ
       คุณหญิงศรียิ้มขำ
       “ดีสิจะได้มาเป็นเพื่อนกับเจ้าคุณน้า เมี้ยนไปหยิบถุงสีทองในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งมาสิ จะเอามาให้เป็นขวัญถุงคุณปานวาด”
       “เจ้าค่ะ”
       เมี้ยนเดินออกไป
       “หนูขอหลบไปร่ำลาสะบันงา ตรงโน้นตามลำพังนะคะ”
       คุณหญิงลออศรีไม่ทันอนุญาต ปานวาดก็ฉุดสะบันงาไปแล้ว
       
       สังวรมายืนมองเครื่องเพชรของคุณหญิงศรีแล้วเอามาทดลองใส่ ไม่คิดว่าจะมีใครมาเจอ
       “ช่างสวยเหลือเกิน ราคาเท่าไหร่กันหนอออกลูกมาแล้ว จะอ้อนขอท่านหามากำนัลสักชุด เอาให้ใหญ่กว่าของนังศรีทีเดียว”
       สังวรหัวเราะเบาๆ
       
       เมี้ยนมาถึงหน้าห้อง ขยับจะเปิดประตู ได้ยินเสียงสังวรหัวเราะคิกคัก
       “นังสังวร ไปรื้อของคุณหญิงเล่นหรือว่ามันคิดจะขโมย”
       เมี้ยนโกรธมากจะเปิดประตู แล้วถอยออกมา
       “คุณหญิงทำท่าเฉยเมยเหมือนอยากให้มันขโมย ถ้ามันขโมยแล้วโดนจับได้มันก็อยู่ไม่ได้”
       เมี้ยนถอยออกมายิ้มๆ
       
       คุณหญิงลออศรีหันมามองหน้าคุณหญิงศรีหนักใจ
       “น่าหนักใจแทนเธอ ฉันว่าอีนังที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่พวกนังสังวรเสียแล้ว”
       “อะไรของเธออีกลออ”
       “ก็นังแม่สะบันงาคนสวยคนนี้แหละ มีสิทธิจะชิงตำแหน่งเธอได้เจ้าคุณเห็นเด็กหรือยัง”
       “เห็นแล้ว”
       “เขาว่าอย่างไร ทำท่าอะไรบ้าง ท่านทำเฉยเมยหรือ ไม่มีทางหรอก”
       “ไม่ว่าอย่างไร เขาไม่ทำอะไรที่ฉันไม่อนุญาตหรอก และคนนี้ฉันไม่อนุญาตแน่”
       “ทำไม”
       “ฉันจะเก็บไว้ให้นายศุกล น้องชายฉัน”
       “ขอให้เป็นดังที่เธอพูดเถิดศรี นังคนนี้มันสง่าราศีดีเกินคนทั่วไป น้ำตาลใกล้มด นี่มันระวังไม่ได้นะ”
       “เจ้าของน้ำตาลน่าจะกำลังกลับมานะ ฉันเขียนจดหมายไปบอกให้รีบกลับ”
       เมี้ยนเดินกลับลงมามือเปล่า
       “ทำไมลงมามือเปล่า เมี้ยน”
       “เอ้อ...คือว่า...”
       เมี้ยนสบตาคุณหญิงศรีมีนัย คุณหญิงศรีพอเข้าใจ ก้มหน้าลงไปหาเมี้ยน
       “ว่ามา”
       “นังสังวรเข้าไปรื้อห้องคุณหญิงเล่นอีกแล้วเจ้าค่ะ”
       “กลับขึ้นไปใหม่ ทำไม่รู้ไม่เห็น ฟังมันแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เปิดให้มันเห็นถุงเงิน ถุงทองของฉัน”
       “เจ้าค่ะ”
       เมี้ยนถอยกลับไปอีก คุณหญิงศรีหันมายิ้มบอกคุณหญิงลออศรี
       “เมี้ยนหาไม่เจอ บอกที่เก็บใหม่ให้แล้ว”
       คุณหญิงลออพยักหน้า ไม่ติดใจ
       
       สังวรวางของอย่างเสียดายอยากมีอยากใส่ มองสร้อยทองในคอแล้วช้ำใจ จับมาดู
       “นี่หรือเครื่องประดับเมียบ่าว”
       ประตูเปิดออก สังวรตกใจทำสร้อยเพชรหล่น
       “ว้าย”
       “มาทำอะไรในนี้” เมี้ยนถามเสียงเข้ม
       สังวรอึกอักโกหกไป
       “เอ้อ...มา...มาปัดกวาดห้องให้คุณหญิง”
       “อ้อ...นั่นสร้อยเพชรตกรีบเก็บสิ ราคาเป็นหมื่นๆนะนั่น”
       สังวรตื่นเต้น หยิบมาเก็บ มือไม้สั่น เมี้ยนไม่สนใจ เดินมาเปิดลิ้นชัก สังวรแอบชะโงกมามอง ตกใจเห็นถุงสีทองสีเงินเรียงรายเต็มไปหมด เมี้ยนหยิบมาถุงหนึ่ง ไม่ปิดลิ้นชัก สังวรรีบถาม
       “ไม่ปิดลิ้นชักหรือ”
       “ลืมไป ช่วยปิดให้ด้วยนะ”
       เมี้ยนหันกลับยิ้ม รำพึงในใจ
       “ขโมยสิ ขโมยเลย นังสารเลว”
       สังวรมองแปลกใจ
       
       คุณหญิงลออศรียังห่วงคุณหญิงศรีไม่เลิก
       “ดูแลตัวเองดีๆฉันเป็นห่วง อยากเห็นเธอมีความสุขฉันรักเธอนะศรี”
       “เธอก็เช่นเดียวกันดูแลตัวเองให้ดี ฉันก็รักเธอเหมือนกัน”
       สองคนจับมือกันยิ้มให้กัน
       
       สะบันงากับปานวาดร่ำลากัน ปานวาดนั่งบนเก้าอี้ สะบันงานั่งที่พื้น
       “ฉันชอบสะบันงามากกว่าเพื่อนที่คอนแวนต์อีกรู้ไหม”
       “ฉันเป็นคนต่ำต้อย เพื่อนคุณปานวาดเท่าเทียมกับคุณนะคะ”
       “พวกนั้นส่วนใหญ่จอมปลอม”
       สะบันงาแปลกใจ
       “จอมปลอมอย่างไรคะ”
       “อวดเบ่งบารมีพ่อแม่ เอายศฐาบรรดาศักดิ์พ่อแม่มาข่มคนอื่น เวลาเล่นอะไรกัน เพื่อนที่พ่อแม่ไม่มียศฐา ก็เกรงใจพวกนี้ทำอะไรเหลวไหล ไม่ค่อยมีใครกล้าทำโทษ แล้วก็แสร้ง ทำไม่เห็นน่ารำคาญน่าเบื่อหน่ายมาก”
       “คุณปานวาดมีจิตใจยุติธรรมมากนะคะ”
       “ฉันไปเรียนเมืองนอก รอจนโต ฉันจะเลิกทำตัวในกรอบ ฉันจะทำอะไรที่อยากทำ ฉันเบื่อเป็นผู้ดี คนเราเอาแค่ทำดีก็พอ ผู้ดีมีกรอบมากเกินไป”
       “คุณปานวาดช่างคิดราวกับผู้ใหญ่นะคะ เอ้อ...กว่าคุณปานวาดจะกลับมาบางทีฉันอาจไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วก็ได้ค่ะ”
       
       “ใช่แล้ว สะบันงา อย่าอยู่ที่นี่ ดีไม่ดีจะกลายเป็นเมียน้อยเจ้าคุณน้า”

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 5
        
       สะบันงาทำหน้าหวาดกลัวส่ายหน้า
        
       “จริงนะไม่ได้ล้อเล่น สะบันงานะสวยกว่าใครๆ”
       เมี้ยนเดินออกมา
       “ร่ำลากันเสร็จหรือยังเจ้าคะ คุณหญิงน้าให้ตามเจ้าค่ะ”
       ปานวาดยื่นมือมาจับมือสะบันงา
       “หวังว่าตอนที่ฉันกลับมาจะได้พบเธออีก ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน”
       “เช่นกันค่ะ คุณปานวาดโชคดีนะคะ”
       “ลาก่อน สะบันงา”
       “ลาก่อนค่ะ คุณปานวาด”
       ปานวาดเดินตามเมี้ยนไป สะบันงามองตามแล้วหันหลังกลับลานหลังครัว
       
       ขวดแก้วสองขวดวางอยู่ สังเวียนนั่งยิ้ม
       “สองขวดพอดี สำหรับนังเมี้ยน ที่เป็นผลพลอยได้ในการกำจัดศัตรูหนึ่งขวด สำหรับนังสะบันงา เหยื่อของเราหนึ่งขวด” สังเวียนยิ้มย่องพอใจ “กำจัดศัตรูไปได้สองรายดีแท้ๆต้องรีบรายงานพี่สังวร”
       สังเวียนรีบเดินออกไป สะบันงาเดินมาอีกทางมองแปลกใจ ก้มลงหยิบขวดมาดู
       “ใครใจดีมาช่วยกรอกแชมพูให้เรากับพี่เมี้ยน หรือว่า น้าแกละ น้าทองหยอด น่ารักแท้ๆ”
       สะบันงายกแชมพู สองขวดเดินไปจากที่นั่น สังเวียนแอบมองอย่างสะใจ สังเวียนยิ้มนึกถึงภาพที่สะบันงาสยายผมลงมา เอาน้ำราดผม จากนั้นค่อยๆหยิบแชมพูมาถือ ค่อยๆบรรจงเปิดขวดแชมพูแล้วก้มหัวลงไป เอาขวดแชมพูเทน้ำแชมพูใส่หัว ทันใดนั้นสะบันงาก็กรีดร้องไปชักกระแด่ว
       “โอย...ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
       เมี้ยนวิ่งซมซานล้มลุกมาอีกคน
       “มีคนเอาน้ำกรดไปใส่ในแชมพู มันจะฆ่ากู”
       เมี้ยนกับสะบันงานอนชักกระแด่วร้องครวญคราง...สังเวียนแอบมองสะบันงายิ้มมีความสุข
       “สมน้ำหน้า”
       
       เมี้ยนรายงานคุณหญิงศรีเรื่องสังวรจบแล้ว
       “ทีนี้เข้าใจหรือยัง ว่าทำไมฉันถึงให้เงียบให้เฉย เรื่องการถูกนังสังวรมันล่วงเกิน”
       “เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ แต่มันยังไม่ได้ขโมยอะไรไปสักอย่าง แต่เมี้ยนว่ามันคงหมายตาไว้แล้วเจ้าค่ะ ของพวกนั้นจะทำอย่างไรเจ้าคะ”
       “ไม่ต้องเก็บอะไรทั้งนั้นวางล่อตาไว้ต่อไป”
       “คุณหญิงเจ้าขา ถ้าหากจะรอให้มันขโมย รอให้มันกำแหงจนเมี้ยนอกแตกตายไปก่อน มันนานเกินไปนะเจ้าคะ”
       “เมี้ยนคิดอะไรอยู่”
       “ตอนที่เมี้ยนไปเจอมันกำลังถือสร้อยเพชรคุณหญิง มันตกใจมาก ตอนนี้มันเริ่มฝ่อ กลัวคุณหญิงจะฟ้องเจ้าคุณเจ้าค่ะ”
       “ฉันไม่ฟ้องหรอก มันแก้ตัวว่าอย่างไรหรือ”
       “มันบอกว่า มันเข้ามาปัดกวาดห้องให้คุณหญิงเจ้าค่ะ”
       “มันว่าอย่างนั้นก็ดีนี่นา”
       “ดีอย่างไรเจ้าคะ”
       คุณหญิงศรียิ้ม
       
       ในห้องนั่งเล่น...เจ้าคุณกับคุณหญิงศรีคุยกัน
       “วันนี้ศรีอารมณ์ดีอีกแล้ว จะมอมเหล้าแล้วเอายัยเมี้ยนมายกให้ฉันอีกไหม”
       “นั่นมันเหตุบังเอิญต่างหากค่ะ ที่ฉันอารมณ์ดีก็เพราะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นค่ะ”
       “เรื่องอะไรหรือ”
       “รอสักครู่ก็จะได้ทราบค่ะ”
       เจ้าคุณสงสัย คุณหญิงศรียิ้มย่อง
       
       เมี้ยนพาสังวรไปตึกเจ้าคุณ สังวรสีหน้ากังวลไม่น้อยเกรงว่าจะโดนเจ้าคุณเล่นงานฐานเข้าไปหยิบฉวยของศรีมาเล่น
       “ท่านเจ้าคุณอนุญาตให้ฉันไปในตึกของท่านได้แล้วหรือ”
       “คุณหญิงต่างหาก”
       “นี่ นี่ ฟ้องท่านเจ้าคุณกันใช่ไหม”
       “คุณหญิงท่านไม่ใช่คนช่างฟ้อง ท่านเคยฟ้องใครที่ไหน อย่ากินปูนร้อนท้องสิ ถ้าท่านโมโหฟ้องขึ้นมาจริงๆ สังวรนั่นแหละจะโดนท่านเล่นงาน”
       “ก็เมื่อกลางวัน ฉันเข้าไปปัดกวาดห้องให้จริงๆนะ เมี้ยนไปบอกเขาว่าอย่างไรหรือ”
       “ก็ไปบอกว่าสังวรปัดกวาดห้องให้ท่านน่ะสิ”
       สังวรอึ้งไป
       “เขาเชื่อไหม”
       เมี้ยนยิ้ม
       
       คุณหญิงศรียิ้มให้สังวร ที่ยืนใจคอไม่ดีตรงหน้าเจ้าคุณ เมี้ยนยืนเมินหน้าแอบยิ้มไปอีกทาง เจ้าคุณมองสังวรแปลกใจว่ามาทำไม
       “ขอบใจมากนะสังวร ที่อาสาไปปัดกวาดห้องให้ฉัน นี่คะข่าวดีของฉัน”
       “หายแพ้ท้องแล้วค่ะเลยเกิดอารมณ์ขยันไปทำห้องนอนให้” สังวรเฉไป
       เจ้าคุณยิ้มพอใจ
       “ดีมากสังวร คุณหญิงท่านเมตตาขนาดนี้ มีอะไรก็ช่วยทำให้ท่าน”
       “สังวรบอกมาระหว่างทางกับดิฉันว่า ขอไปทำทุกวันเจ้าค่ะ” เมี้ยนพูดนำทาง
       สังวรสะอึกหลงกลเสียแล้ว จะเถียงก็ไม่กล้ากลัวความผิด คุณหญิงศรียิ้ม
       “แหมไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกสังวร วันไหนนึกสนุกก็ไปทำ ฉันไม่ได้หวงห้อง สังวรอยากเข้าไปตอนไหนก็ไปได้ทุกเวลา”
       สังวรไม่อยากจะยืนอยู่แล้ว
       “หมดธุระแล้ว ฉันขอตัวก่อน”
       เจ้าคุณมองหน้า
       “ทำตัวดีเข้าไว้ รู้ไหมสังวร ไปเถิด”
       “เจ้าค่ะ”
       สังวรหงุดหงิด หันกลับ เมี้ยนยิ้ม มองตาม
       “จะรับประทานอาหารหรือยังเจ้าคะ เมี้ยนจะจัดให้เจ้าค่ะ”
       “เอ้อ...วันนี้ เอ้อ...สะบันงาทำขนมอะไรอร่อยๆไว้บ้างไหม” เจ้าคุณอึกอักถาม
       เมี้ยนแทบทรุด ปรายตามองคุณหญิงศรี
       “ว่าอย่างไรเล่าเมี้ยน”
       “วันนี้สะบันงาทำแชมพูมะกรูดค่ะ”
       “สะบันงาทำแชมพูเป็นด้วยหรือนี่” เจ้าคุณแปลกใจ
       “เจ้าค่ะ ทำแจกคนทั้งบ้าน คุณปานวาดเธอมาลาคุณหญิงไปเรียนต่อยังขอเอาไปใช้ด้วยเจ้าค่ะ”
       “อ้อ…”
       เจ้าคุณไม่พูดอะไรต่อ คุณหญิงศรีกับเมี้ยนพลอยเงียบไปด้วย
       
       สังวรอัดอั้นตันใจ มาหาสังเวียนถึงห้อง สังเวียนเองก็กำลังรอลุ้นผลงานเรื่องแชมพูมะกรูด
       “พี่สังวรมาถึงนี่”
       “ฉันกลุ้มใจจริงๆ อีนังเมี้ยนมันเคียวเจ็ดเล่มเข็มเจ็ดอันขนานแท้”
       “มันทำอะไรพี่อีกหรือ”
       “เพราะแกนั่นแหละ ดันชวนฉันเข้าไปดูห้องมันคืนก่อน”
       “ก็ไม่เห็นว่ามันจะสงสัยอะไรนี่นา มันไม่เห็นสักหน่อย”
       “แต่วันนี้มันดันเห็นฉันเล่นสร้อยเพชรนังศรีอยู่น่ะสิ ฉันต้องแก้ตัวว่ามากวาดห้องให้มัน”
       “พี่เก่งแฮะ”
       “เก่งกะผีน่ะสิ อีนังสองคนนายบ่าวนั่นมันเลยตลบหลังฉันต่อหน้าท่านว่าฉันอาสากวาดถูห้องให้ ใครจะไปกล้าค้าน กลัวมันฟ้องเรื่องสร้อยเพชร”
       “ก็หาโอกาสสิพี่สังวร มันอาจมีแยะจนนับไม่ถ้วน ก็ลักขโมยมันมาเสียบ้าง อยากมีมากนัก นี่มาฟังเรื่องดีๆของฉันดีไหม”
       “ว่ามา”
       สังเวียนกระซิบ สังวรตื่นเต้น
       “นังสะบันงา เสียโฉมแน่”
       “นังเมี้ยนก็ไม่มีปัญญามากดขี่เราอีก”
       
       สองพี่น้องดีใจ

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 8
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 7
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 6
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 5
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 4
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่น่าเอารูปป้าเสื้อสีชมพูมาลง ตกใจหมด
น่ากลัวมาก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2012