หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อีสา รวีช่วงโชติ

อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 ธันวาคม 2556 09:06 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 1
       อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 1
       
       
       พระนคร ปีพุทธศักราช 2459
       
       ตำหนักใหญ่วังรวีวาร ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแมกไม้ ดูสวยงามร่มรื่น ส่วนที่โรงครัว แลเห็นบ่าวไพร่มากมายทำหน้าที่ต่างๆ อยู่ในโรงครัว ทั้งโม่แป้ง เอาพริกแห้งออกมาใส่กระด้งตากผึ่งแดด บ้างขูดมะพร้าว หน้าตาบ่าวไพร่ทุกคนดูมีความสุข
       
       หม้อดินต้มสมุนไพรตั้งอยู่บนเตาไฟ มีเฉลวปัก ยาสีคล้ำข้นๆ กำลังเดือด ควันกรุ่น มีสน กำลังพัดเตา แต่ตาส่ายมองล่อกแล่ก ท่าทางหลุกหลิก มีพิรุธ คล้ายคิดบางอย่างวุ่นวาย เจิมเข้ามาข้างหลัง ส่งเสียงเรียก
        “นังสน”
       สนสะดุ้งเฮือก พัดแทบหล่นจากมือ
       “โอ้ย พี่เจิม ส่งเสียงเอะอะทำไมเนี่ย ตกใจหมด”
       เจิมมองหน้าด้วยความสงสัย “ตกไปไหนล่ะใจเอ็งน่ะ หะ ดูซิ ฝากให้ต้มยา ยาเดือดจนจะแห้งหมดหม้อแล้ว”
       “ว้าย”
       สนตกใจ มองดูหม้อ รีบกุลีกุจอ เอาผ้ามาจับ ยกลง เจิมส่ายหัว ทั้งรักทั้งเอือม
       “เสร็จแล้วก็รีบยกขึ้นให้หม่อมท่าน ประเดี๋ยวยาจะเย็นเสียหมด”
       สนหน้าตามีพิรุธ
        “พี่เจิมเอาขึ้นไปแทนฉันทีได้ไหมจ๊ะ” เจิมมองหน้า “เผอิญว่าฉันปวดท้องน่ะไม่รู้กินอะไรผิดสำแดงเข้าไป” สนจับท้องประกอบ “โอ้ย ฉันฝากพี่ด้วยนะจ๊ะ”
       สนวิ่งหลบออกไป ทิ้งเจิมไว้กับหม้อยา เจิมมองตาม สงสัย งงๆ
       
       หม่อมพริ้มวัยสาวสะพรั่งนั่งอยู่ที่หน้ากระจกคันฉ่อง เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ห่มแพรสีสวย ใบหน้านวลผ่องใส กำลังหวีผม เสร็จแล้วก็บรรจงแตะน้ำหอมลงบนตัว เจิมคลานเข้ามา ในมือถือถาดเงิน บนถาดมีถ้วยกระเบื้องเคลือบปิดฝา ใส่ยาสมุนไพร
        “ยาบำรุงได้แล้วเจ้าค่ะ หม่อม”
       หม่อมพริ้มหันมา สีหน้าแปลกใจ
        “อ้าว นังสนไปไหน ทำไมเอ็งต้องเอาขึ้นมาเอง”
        “สนมันปวดท้องเจ้าค่ะ” เจิมเปิดฝาถ้วยให้ “หม่อมรับเลยนะเจ้าคะ ยาอุ่นๆ รับง่ายหน่อย”
        หม่อมพริ้มยิ้มขำๆ “จะกินตอนไหน ยาของเอ็งก็ขมเหมือนบอระเพ็ด” พลางยกยาขึ้นจิบ “ถ้าไม่จำเป็น ข้าคงเลิกกินไปนานแล้ว”
        “รับเถอะเจ้าค่ะ หม่อมจะได้แข็งแรง” เจิมพูดจริงจัง “ท่านชายมีพระประสงค์จะได้ลูกชาย หม่อมก็ต้องมีลูกชายถวายท่าน”
       “สองท้องที่ผ่านมา ข้ามีแต่ลูกสาว ท่านชายถึงต้องไปมีคนใหม่ เพราะหวังจะได้ลูกชาย”
        เจิมท้วง “แต่หม่อมคนอื่น ก็ยังไม่มีวาสนาพอ ไม่มีใครถวายลูกชายให้ท่านได้...หม่อมต้องท้องเจ้าค่ะ แล้วก็ต้องท้องให้ได้ก่อนคนอื่นด้วย”
       หม่อมพริ้มกลั้นใจ ยกยาซดหมดถ้วย แววตามุ่งมั่น
       
       ภายในห้องบรรทมของ ม.จ.โชติช่วงระวี รวีวาร ประมุขแห่งวังรวีวาร ท่านชายตกแต่งเรียบง่าย แต่สวยงาม ในห้องสว่างไม่มาก แต่แลดูมะลังมะเลืองด้วยแสงโคม
       ท่านชายในชุดนอนนั่งบนเตียง หม่อมพริ้มนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่บนเตียงด้วย ท่านชายอธิบายเสียงนุ่มนวล
       “ฉันเป็นลูกชายเดียวของเสด็จพ่อ รับหน้าที่สืบต่อราชสกุลรวีวาร ถ้าหากไม่มีลูกชายสืบสกุล ตายไป ก็คงจะสู้หน้าบรรพบุรุษไม่ได้”
        “เพคะ”
        “แม่พริ้มเป็นเมียแต่ง ถึงจะมีใครอื่น ก็ไม่คิดจะยกย่องขึ้นมาแทนที่ ถ้าหากจะมีลูกชาย ฉันก็อยากจะให้เกิดจากท้องแม่พริ้มนี่แหละ...ได้ไหม”
        “เพคะ”
       หม่อมพริ้มกราบลง ท่านชายประคองไหล่หม่อมพริ้มขึ้นมา แล้วโอบกอดโน้มตัวลงบนเตียง ไฟโคมในห้องดับวูบไป
       
       หนึ่งปีผ่านไป
       
       ตำหนักใหญ่วังรวีวาร ตั้งตระหง่านอยู่ในความมืด ด้วยเป็นเวลาประมาณตีสี่ ท้องฟ้ายังมืดทะมึนเป็นสีน้ำเงินเข้ม แต่ที่ตัวตำหนักมีการจุดโคมไฟ และตะเกียงสว่างไสวราวกับกลางวัน
       ห้องโถงใหญ่วังรวีวารตกแต่งด้วยเครื่องเรือน และเครื่องประดับที่บ่งบอกว่า เจ้าของเป็นคนที่ชอบดนตรีและนาฏศิลป์ แต่ตู้หนังสือติดผนังขนาดใหญ่มีตำรากฎหมายปกหนัง และโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ภูมิฐาน
       หม่อมเจ้าโชติช่วงระวี รวีวาร วัย 32 ปี ในชุดลำลองอยู่กับบ้านอยู่ในนั้น และกำลังลุกๆ นั่งๆ กระสับกระส่าย ท่าทางตื่นเต้นเหมือนรอคอยสิ่งสำคัญ ที่มุมห้องมีบ่าวชายคนสนิทยืนเฝ้าคอยรับใช้อยู่
       จังหวะนี้ พุด บ่าวหญิง วัย 18 ปี ถือกาน้ำร้อนที่หมดแล้วจะเอาไปเติม เดินลงมาจากชั้นบน ท่านชายเห็นพุดรีบปรี่ไปหาอย่างร้อนใจ
       “พุด”
       พุดชะงัก ยอบตัวลง “เพคะ ท่านชาย”
       “แม่พริ้มเป็นยังไงบ้าง คลอดหรือยัง”
       พุดส่ายหน้า “ยังเลยเพคะ”
       ขาดคำก็มีเสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดดังมาจากชั้นบน ท่านชายสะดุ้ง เงยหน้ามองตามเสียงด้วยความเป็นห่วง
       
       ภายในห้องนอนชั้นบนซึ่ง หม่อมพริ้ม วัย 28 ปี กำลังคลอดลูก นอนอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ เหงื่อแตกโทรมไปทั้งกาย ท่าทางเจ็บปวดมาก มีหมอตำแยเป็นหญิงแก่ราว 60 ปี รูปร่างผอมเกร็งแต่ดูคล่องแคล่ว คอยดูแลอยู่ใกล้ๆ ทว่าสีหน้าเครียด มีเจิม บ่าวคนสนิทวัยกลางคนคุกเข่าอยู่ข้างเตียง ให้กำลังใจ หม่อมพริ้มพูดกับเจิมอย่างอ่อนแรงเต็มทน
       “เจิม ทำไมคราวนี้มันเจ็บนานนัก”
       เจิมเองมีสีหน้าเป็นกังวลไม่น้อย แต่แกล้งทำเสียงร่าเริงปลอบใจ
       “เด็กมีบุญก็คลอดยากอย่างนี้ล่ะเจ้าค่ะ อีฉันว่า คราวนี้ หม่อมคงได้ลูกชายสมใจล่ะเจ้าค่ะ”
       หม่อมพริ้มมีสีหน้าดีขึ้น นัยน์ตาวาววับเต็มไปด้วยความหวัง
       “ลูกชาย...ข้าต้องได้ลูกชาย”
       
       ขณะเดียวกันที่เรือนไม้หลังเล็ก ตกแต่งสวยงามของหม่อมอีกคน หม่อมลำดวน 26 ปี หน้าตาสวยจัดจ้าน นั่งลุ้น อาการเครียด กระพือพัดในมือถี่ๆ ด้วยความกังวลใจ แววตาริษยาเห็นได้ชัด มีชด บ่าวหญิงวัยกลางคน นั่งรอสัปหงกอยู่ที่พื้นตรงมุมห้อง
       
       “ถ้าหม่อมพริ้มได้ลูกชายจริงๆ ข้าแย่แน่”
       ชดสะดุ้งเฮือก “อุ๊ย ไม่แน่หรอกเจ้าค่ะ หม่อมลำดวนเจ้าขา ลูกสองคนก่อนของหม่อมพริ้มเธอก็เป็นลูกสาว”
       หม่อมลำดวนลุกขึ้นยืน โบกพัดถี่ยิบ กระสับกระส่าย
       “แต่ถ้าคราวนี้เป็นลูกชายล่ะ นังชด ข้ากับลูกสาวข้า มิกลายเป็นหมาหัวเน่าหรอกรึ”
       
       อีกฟากหนึ่ง ยินเสียงหัวใจเต้นตึกตักดังในความมืด ในทุ่งร้างที่มีต้นไม้ขึ้นรกเรื้อด้านนอกวังรวีวาร สน หญิงท้องโย้ใกล้คลอด วัยราว 25ปี อุ้มท้องวิ่งกระเซอะกระเซิงหนีไม่คิดชีวิต แสงสว่างรางๆ ทำให้เห็นหน้าตาสะสวย แต่ผมเผ้ายุ่งเหยิง ท่าทางอิดโรยสุดๆ ใบหน้าและลำตัวมีบาดแผลเหมือนโดนทำร้ายตบตีมาอย่างหนัก
       ลอ ชายวัยเดียวกับสนวิ่งไล่ตามมา มันเป็นชายหน้าตาดี รูปร่างสะโอดสะองแบบพระเอกลิเก แต่ตาแดงก่ำ ท่าทางเหมือนคนเมาขาดสติ สนสะดุดคันดิน เซไปปะทะต้นไม้ ชายนั้นวิ่งมาทัน ดักหน้าสนเอาไว้
       “มึงจะหนีกูไปไหน อีสน”
       “พี่ลอ ฉันไหว้ล่ะ ปล่อยฉันไปเถอะนะ”
       “ไม่ได้ มึงเป็นเมียกู มึงก็ต้องอยู่กับกู” ลอคำราม
       “แต่ฉันทนมือทนตีนพี่ไม่ไหวแล้ว พี่เมาทีไรก็ตบตีฉัน เมื่อก่อนฉันไม่ว่า แต่ตอนนี้ฉันมีลูก”
       สนเอามือปกป้องท้องแก่เกือบคลอดของตัวเองอย่างหวงแหน ลอมองที่ท้องสนอย่างแค้นๆ
       “ลูกมึงก็ลูกกู จะทำไม สำออยนัก กูจะตีให้ตายทั้งแม่ทั้งลูกนี่แหละ”
       ลอโถมเข้ามา สนคว้าไม้ใกล้มือฟาดใส่สุดแรง ลอล้มลงไป สนเจ็บท้อง แต่กัดฟันวิ่งหนีไม่คิดชีวิต
       
       ไม่นานต่อมาสนกระเสือกกระสนข้ามคลองเล็กๆ ไปยังรั้วด้านหลังของวังที่เห็นอยู่ตรงหน้า มุดเข้าไปด้านใน สนทั้งเจ็บท้อง ทั้งเหนื่อยแทบหมดแรง แต่พยายามแข็งใจวิ่งไปที่โรงครัว ที่เห็นแสงสว่างอยู่ข้างหน้า
       
       บรรยากาศในโรงครัวสว่างด้วยแสงไฟจากตะเกียงและเตาไฟฟืนขนาดใหญ่หลายเตา
       อาบ แม่ครัวร่างอ้วน วัย 50 ปี กินหมากปากดำคุมบ่าวหญิงทำงานง่วนอยู่ บ้างหุงข้าวด้วยกระทะใบบัว บ้างโม่แป้ง บ้างคั้นกะทิ จวนวัย 25 ปี กำลังเด็ดผัก โดยมี หวน เด็กผมจุกนุ่งโจงกระเบนวัย 6 ปี หลานของยายเจิมคอยช่วยอยู่ ทุกคนใจไม่อยู่กับงาน คอยชะเง้อชะแง้รอคอยฟังข่าว
       “ดูทีรึ พี่เจิมก็หายเงียบ ไม่มาส่งข่าวเลย” จวนว่า
       “เด็กอุแว้ออกมาก็รู้เองล่ะน่ะ นังจวนเอ๊ย ถ้าได้ลูกชายจริงๆ นังเจิมมันคงออกมาตีฆ้องร้องป่าวไปสามบ้านเจ็ดบ้าน” อาบบอก
       “ผู้ชายมันดีกว่าผู้หญิงตรงไหนหรือจ๊ะ น้าจวน ถึงต้องดีใจขนาดนั้น” หวนถามซื่อๆ
       “เอ็งไม่รู้อะไร นังหวน .. ลูกชายก็จะได้สืบวงศ์ตระกูลท่านน่ะซี ท่านชายท่านอยากได้ลูกชายมานานนักหนาแล้ว อุตส่าห์มีหม่อมตั้งสองคน ก็พากันมีแต่ลูกสาว” จวนยกมือท่วมหัว “คราวนี้ขอให้ท่านได้สมใจทีเถอะ เจ้าประคู้ณ”
       ขาดคำ ก็เป็นเสียงของล้มดังโครมครามมาจากทางด้านหลังครัว ทุกคนหันขวับไปมอง เห็นร่างของสนล้มกองอยู่กับของ สนค่อยๆ ตะกายขึ้นมา
       จวนจำได้ “อีสน”
       “ช่วยฉันด้วยจ้ะ ฉัน...” สนเอามือกุมท้อง หน้านิ่ว
       พูดไม่ทันจบ จวนก็เห็นน้ำใสปนสีเลือดอ่อนๆ ไหลลงมาที่ขาของสน จวนตกใจ
       “เฮ้ย อีสน”
       สนทรุดลงกับพื้น ทุกคนฮือกันเข้าประคอง ตกใจ
       
       ด้านหม่อมพริ้มเบ่งสุดชีวิต มือที่โหนผ้าที่โยงลงมาจากเพดานกำแน่น เหงื่อเม็ดโตๆ แตกเต็มหน้า ปากก็ร้องด้วยความเจ็บปวด
       “เบ่งเลยเจ้าค่ะ หม่อม เบ่งให้สุดแรง” หมอตำแยบอก
       “อีกนิดเดียวเจ้าค่ะ หม่อม ทนอีกนิดเดียว” เจิมเอาใจช่วยสุดชีวิต
       หม่อมพริ้มเจ็บจนน้ำตาไหล เจิมกุมมือหม่อมพริ้ม ให้กำลังใจ
       “เอาเลยเจ้าค่ะ...เบ่ง”
       หม่อมพริ้มกัดฟันออกแรงเบ่งอย่างอดทน เจิมมองอย่างลุ้น เอาใจช่วย
       
       สนนอนบนเสื่อที่พื้นโรงครัว กำลังเบ่งลูก อาบกับจวนช่วยกันทำคลอด คนอื่นๆ มุงกันโดยรอบ ห่างออกไป
       
       “โผล่แล้วเว้ย หัวโผล่แล้ว” อาบตะโกนอย่างตื่นเต้น

อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 1
       เวลาเดียวกันนั้นหม่อมพริ้มกรีดร้องสุดเสียง หมอตำแยกับเจิมท่าทางดีใจ
       
       “เด็กออกมาแล้ว!”
       หมอตำแยดึงเด็กออกมา ระหว่างที่กำลังวุ่นวายตัดรก เจิมชะโงกดู
       “ผู้ชาย” เจิมวิ่งไปข้างเตียง “ผู้ชายจริงๆ เจ้าค่ะหม่อม หม่อมได้ลูกชายสมใจจริงๆ”
       หม่อมพริ้มได้ยินเสียงเด็กร้องอ้อแอ้เบาๆ มองไปที่ปลายเท้า ผ่านสายตาอันพร่าเลือน เห็นหมอตำแยวุ่นวายกับเด็กอยู่ หม่อมพริ้มระบายลมหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน หันมองไปที่หน้าต่าง เห็นดาวประกายพรึกบนท้องฟ้าใกล้รุ่ง หม่อมพริ้มคลี่ยิ้มน้อยๆ แล้วหลับตาอย่างอ่อนแรง
       
       ด้านเจิมออกจากตึกใหญ่วิ่งหน้าตั้งไปที่โรงครัว หน้าตาเบิกบาน
       “กระจองงองกระจองงองเจ้าข้าเอ๊ย ข่าวใหญ่จ้ะข่าวใหญ่” แต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นคนมุงกันเป็นกลุ่ม “มีอะไรกันรึ”
       คนที่มุงอยู่แหวกเป็นช่องให้ เจิมเห็นสนนอนหายใจรวยรินอยู่ ก็ตกใจ
       “นังสน!”
       เจิมเดินเข้ามานั่งข้างๆ สนที่มีสภาพบอบช้ำ มีรอยทุบตี เห็นในอ้อมแขนของสนคือเด็กทารกห่อด้วยผ้าแถบเก่าๆ
       “มันโดนผัวตี หนีซมซานกลับมาออกลูกที่นี่”
       สนลืมตา พยายามรวบรวมแรงสั่งเสีย
       “พี่เจิม ฉัน...” สนพยายามส่งเด็กในอ้อมแขนให้เจิม “ฉันฝากลูกไว้กับพี่ได้ไหมนึกว่าเมตตาเด็กตาดำๆ”
       เจิมรับเด็กมา แปลกใจในคำพูดของสน
       “นังสน อะไรของเอ็ง ทำไมพูดพิกล”
       สนจับมือเจิมแน่น พูดอย่างอ่อนแรง
       “ฉันฝากลูกด้วย”
       สนมือตก สิ้นลมไปต่อหน้า เจิมอึ้ง ทุกคนอึ้ง
       จวนเอามืออังจมูกร้องลั่น “นังสนตายแล้ว! พี่เจิม นังสนตายแล้ว!”
       ทารกน้อยร้องไห้จ้าเหมือนจะรับรู้การจากไปของมารดา เจิมมองทารกน้อยในมือ อึ้งๆ ไป
       
       เช้าวันนี้หม่อมพริ้มกึ่งนั่งกึ่งนอนพักฟื้นบนเตียง ตวาดเสียงเกรี้ยวกราด เจิมกับพุดหมอบกับพื้น หลบหน้าหลบตา บ่าวทุกคนตระหนักว่าหม่อมพริ้มเป็นคนดุ
       “ลูกข้าอยู่ที่ไหน” ความโกรธผุดขึ้นมา “อีเจิม! อีพุด! เอ็งเอาคุณชายไปไว้ที่ไหน คุณชายลูกข้าอยู่ที่ไหน”
       เจิมถลาเข้าไปข้างเตียง จับปลายเท้าหม่อมพริ้มไว้
       “หม่อมเจ้าขา ทำใจดีๆ ก่อนนะเจ้าคะ”
       หม่อมพริ้มมองหน้าเจิม เห็นเจิมหูตาแดงก่ำเหมือนร้องไห้มาอย่างหนัก หม่อมพริ้มใจหายวับ รู้ทันทีว่ามีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับลูกแน่
       “มันเกิดอะไรขึ้น” เจิมน้ำตาไหล พูดไม่ออก หม่อมพริ้มกรีดร้องเสียงดัง “ลูกข้าอยู่ที่ไหน”
       ท่านชายเดินเข้ามาในห้องพอดี สีหน้าเข้มขรึม
       “อย่าเอะอะไปเลย แม่พริ้ม”
       หม่อมพริ้มหยุดทันที เห็นใบหน้าของท่านชายเสียใจปนโกรธ
       “ลูกชายของเราไปเกิดใหม่แล้ว” หม่อมพริ้มชะงักงัน อึ้งไป “ฉันกับแม่พริ้มคงบุญไม่ถึงที่จะได้เขามาเป็นลูก”
       หม่อมพริ้มตะลึง “อะไรนะเพคะ ลูก... ลูกตาย”
       “เด็กออกมาได้ไม่กี่อึดใจก็ตาย” น้ำเสียงท่านชายคล้ายตำหนิหม่อมพริ้มอยู่ในที “หมอตำแยบอกว่ารกมันพันคอเด็กเสียแน่นตอนที่อยู่ในท้อง กว่าจะออกมาได้ เด็กก็เกือบสิ้นใจแล้ว”
       หม่อมพริ้มช็อก อึ้ง หูอื้อพูดไม่ออก ท่านชายมีสีหน้าผิดหวัง
       “ฉันหวังว่าแม่พริ้มจะให้ทายาทกับฉัน ทายาทที่จะมาสืบสกุลรวีวาร... ไม่นึกเลย ว่าจะโชคร้ายอย่างนี้”
       “หม่อมฉัน...” หม่อมพริ้มเสียใจ จนพูดไม่ออก น้ำตาร่วงพรู “หม่อมฉัน...ขอประทานอภัย”
       หม่อมพริ้มก้มลงจะกราบแทบตัก ท่านชายกลับลุกขึ้นยืน ไม่แยแส
       “แม่พริ้มพักเถอะ เหนื่อยมามากแล้ว”
       ท่านชายเดินออกไป หม่อมพริ้มร้องไห้ คร่ำครวญ
       “ท่านชายเพคะ หม่อมฉันผิดไปแล้ว หม่อมฉันขอประทานอภัย”
       หม่อมพริ้มทิ้งร่างลงกับเตียงร้องไห้เหมือนใจจะขาด เจิมมองอย่างสงสาร
       
       หม่อมลำดวนรอฟังข่าวอกแทบระเบิด ถามชดอย่างตื่นเต้น
       “ยังไง นังชด แล้วท่านชายท่านว่ายังไงอีก”
       “ท่านชายไม่ได้รับสั่งอะไรอีกเลยค่ะ หม่อม” ชดใส่ไข่ “แต่คงจะทรงกริ้วหม่อมพริ้มมาก เห็นอีพวกบนตำหนักใหญ่มันว่า ขนาดหางพระเนตรยังไม่แลไปเลยค่ะ”
       หม่อมลำดวนยิ้ม ท่าทางสาแก่ใจ
       
       ที่ห้องชั้นล่างมุมหนึ่งของตำหนัก ถูกจัดเป็นห้องอยู่ไฟของหม่อมพริ้ม มีตั่งไม้และเตาอยู่ไฟให้หม่อมนอนอยู่มุมหนึ่ง กั้นด้วยม่านผ้าป่านบางๆ สีขาวโดยรอบเพื่อบังสายตา
       หม่อมพริ้มห่มผ้าแถบนอนอยู่ไฟ สีหน้าหม่นเศร้า มีเจิมหมอบเฝ้ารับใช้อยู่
       คุณหญิงโศภี และคุณหญิงศุภลักษณ์ ลูกสาวของหม่อมพริ้ม วัย 4 และ 3 ขวบ ยังไว้จุก ยืนอยู่หน้าห้องนั้น หญิงโสภีบอกกับพุด
       “พุด หญิงกับน้องจะหาหม่อมแม่”
       
       เด็กหญิงราชนิกุลทั้งสองนั่งลงกับพื้น กราบหม่อมพริ้มอย่างเรียบร้อย หม่อมพริ้มยิ้มพอใจ ทักลูกสาว
       “โศภี ศุภลักษณ์ สองสามวันมานี่ซนหรือเปล่าลูก”
       สองคุณหญิงส่ายหน้าบอกพร้อมกัน “ไม่ซนค่ะ”
       หญิงโศภีมองการอยู่ไฟอย่างสนใจ
       “หม่อมแม่นอนกับไฟไม่ร้อนแย่หรือคะ”
       “อุ๊ย ไม่นะคะ คุณหญิง ไม่พูดอย่างนี้ค่ะ คนโบราณเค้าถือ...เห็นคนอยู่ไฟ เค้าห้ามทักว่าร้อนไหม” เจิมบอก
       “ทักแล้วจะเป็นไรหรือ ป้าเจิม”
       “ทักแล้วก็จะร้อนซีคะ”
       หญิงโศภีย้อนซื่อๆ “ถ้าไม่ทัก แล้วไฟจะไม่ร้อนหรือคะ”
       เจิมอึ้ง หญิงโศภีถามอีก
       “ถ้าไฟไม่ร้อน จะนอนอยู่ไฟทำไมล่ะคะ”
       เจิมตอบไม่ถูก หม่อมพริ้มอดยิ้มขำไม่ได้
       “ว่าไงล่ะ นังเจิม จนแต้มแล้วล่ะซี”
       พุดเข้ามาคุกเข่าบอก
       “ท่านชายเสด็จค่ะหม่อม”
       ท่านชายเดินเข้ามาคนเดียว ทุกคนหันไปมอง หม่อมพริ้มมีแววตาดีใจที่เห็นท่านชาย
       ท่านชายเดินมานั่งที่เก้าอี้ยาวที่จัดเอาไว้มุมหนึ่ง ลูกสาวทั้งสองลุกมาหา ท่านชายดึงเข้ามากอด
       “มากวนหม่อมแม่หรือเปล่าคะหญิง”
       โศภีกับศุภลักษณ์ส่ายหน้าท่าทีน่ารัก “ไม่กวนเพคะ”
       พริ้มทักเสียงอ่อนหวาน “วันนี้ท่านชายอุตส่าห์เด็จมาเยี่ยมหม่อมฉันได้”
       ท่านชายพูดสีหน้านิ่งๆ “พุด พาคุณหญิงออกไปเล่นข้างนอกก่อนไป”
       พุดรับคำแล้วพาเด็กทั้งสองออกไป หม่อมพริ้มมองอย่างสงสัย
       “ฉันพาคนมาให้แม่พริ้มรู้จัก”
       
       หม่อมพริ้มสังหรณ์ใจวูบ
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 37 จบบริบูรณ์
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 36
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 35
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 34
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 33
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นุ่น น่ารัก
ชอบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014