หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สามี

สามี ตอนที่ 9

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 ธันวาคม 2556 08:59 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
สามี ตอนที่ 9
       สามี ตอนที่ 9
       
       ระรินร้องไห้เข้ามาที่หน้าห้องไอซียู
       
       “ป๊า...รินอยากเข้าไปหาป๊า”
       “รออยู่ตรงนี้ก่อนเถอะนะจ๊ะริน คุณหมอห่วงเรื่องการติดเชื้อ”
       รัตนาวลีเข้ามาโอบไหล่ระรินออย่างปลอบโยน แค่โดนแตะระรินก็โผเข้ากอดรัตนาวลีอย่างต้องการหาที่พึ่งพิง”
       รัตนาวลีมองเข้าไปในห้องไอซียูเห็นจ้าสัวเรียวที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้หนัก ระรินสะอื้น
       “หม่อมขา ป๊าจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ”
       “ใจเย็นๆ นะหนูริน”
       ราพณ์ รสิกา รุ้งรายรีบเข้ามา
       “หม่อมครับ อาการป๊าเป็นยังไงบ้าง”
       รังรอง กับชาญชัยเข้ามา
       “เจ้รอง” ระรินเข้ากอดรังรอง
       ชาญชัยเข้ามาถามรัตนาวลี
       “ป๊าปลอดภัยแล้วใช่ไหมครับ”
       “คุณหมอผ่าเอาเลือดที่คั่งออกไปแล้วค่ะ คุณหมอให้รอดูอาการ ขอให้ไม่มีอาการแทรกซ้อนก็น่าจะปลอดภัย”
       “ป๊าตกบันไดได้ยังไง” รังรองถาม
       ชาญชัยรับบอก
       “ป๊าเป็นความดันอยู่แล้วด้วย...เป็นเพราะวูบหรือเปล่า”
       รุ้งรายสงสัย
       “ที่สำคัญคือป๊าไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง”
       “ตอนเย็นเจ้าสัวบอกว่าจะไปพบเพื่อน แล้วก็ไม่ได้ติดต่อมาอีกเลย” รัตนาวลีบอก
       ราพณ์นึกได้
       “แล้วคุณนทีล่ะครับ คุณนทีจะต้องรู้เรื่องการนัดหมายของป๊าทุกเรื่อง”
       รัตนาวลีหน้าเครียด
       “ติดต่อไม่ได้เหมือนกันค่ะ”
       ราพณ์ครุ่นคิด
       “แปลกนะ...คุณนทีติดตามป๊ามานาน เขาไม่เคยหายตัวไปเฉยๆ แบบนี้แล้วตำรวจว่ายังไงบ้างครับ”
       “ยังไม่ได้คุยเลยค่ะ พอรู้เรื่องก็มาที่โรงพยาบาลเลย”
       “ถ้าอย่างนั้นผมจะไปคุยกับตำรวจเองครับ” ราพณ์หันมาบอกรสิกา “คุณหญิงรออยู่ที่นี่
       นะครับ”
       ชาญชัยกังวลรีบบอก
       “เฮียไปด้วย เผื่อจะช่วยอะไรได้”
       ราพณ์ไม่ได้แย้ง เขาออกไป ชาญชัยตาม ระรินเข้ากอดรังรอง รุ้งรายจับมือระริน
       “ป๊าต้องปลอดภัย”
       สามพี่น้องต่างให้กำลังใจกันและกัน รสิกาจับมือรัตนาวลีอย่างให้กำลังใจ รัตนาวลีมองเข้าไปด้วยความเป็นห่วงและยืนหยัดอย่างเข้มแข็ง
       
       ราพณ์กับชาญชัยเข้ามาพร้อมกับตำรวจ ตำรวจชี้ตรงจุดที่พบเจ้าสัวเรียว
       “จุดนี้คือจุดที่เราพบร่างของเจ้าสัวเรียว”
       ราพณ์มองขึ้นไปด้านบน แล้วเดินขึ้นไป เขาขึ้นมาที่สระว่ายน้ำเห็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังคงเก็บหลักฐาน
       “ทางกองพิสูจน์หลักฐานกำลังเก็บหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้งตามคำร้องของคุณ” ตำรวจบอก
       “ขอบคุณครับ”
       “เป็นไปได้ไหมว่าอาการความดันป๊ากำเริบ” ชาญชัยพยายามเบี่ยงประเด็น
       “ถึงป๊าจะมีโรคประจำตัว แต่เรื่องยาหม่อมดูแลอย่างดี ช่วงนี้อาการป๊าดีขึ้นมาก แล้วการหายตัวไปของคุณนที เลขาคนสนิทของป๊าน่ะครับ ไม่ว่าป๊าจะไปไหน คุณนทีจะต้องไปด้วยตลอด”
       “หนีหายไปแบบนี้มันน่าสงสัย หรือนทีมันจะคิดไม่ซื่อกับป๊า” ชาญชัยใส่ไฟ
       ราพณ์หันขวับมองชาญชัย
       “สำหรับป๊า คุณนทีเป็นลูกน้องที่ซื่อสัตย์ เขาจะไม่มีวันทรยศ”
       เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาพร้อมกับถุงพลาสติกที่เก็บหลักฐานเห็นว่าในถุงเป็นกระดุมข้อมือเงินที่มีคำรูปมังกรสลักอยู่
       “เราพบกระดุมข้อมือ อยู่ในพุ่มไม้ครับ”
       ราพณ์ชะงักที่เห็น
       “ขอผมดูหน่อยนะครับ” ราพณ์พิจารณา “เป็นกระดุมของคุณนทีเลขาป๊าครับ”
       ชาญชัยชะงัก
       “รู้ได้ยังไง แค่กระดุมข้อมือ”
       “เดิมมันเป็นกระดุมข้อมือของป๊าที่ป๊ารักมาก ผมเคยจะขอป๊าแต่ป๊าให้คุณนทีไปก่อน ใช่อันนี้ล่ะครับ ผมมั่นใจ”
       “งั้นแสดงว่าเลขาเจ้าสัวมาที่นี่” ตำรวจออกความเห็น
       “กระดุมมีร่องรอยขูดขีดเล็ก ๆ ผมว่ามันคงไม่ได้หลุดและหล่นโดยบังเอิญ” เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานบอก
       ตำรวจหันไปหาเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน
       “ผมต้องการหลักฐานอย่างละเอียด ผมต้องการร่องรอย...เพื่อทำแผน” ตำรวจบอกกับราพณ์ “ผมต้องการประวัติของคุณนทีอย่างละเอียด การพบคุณนทีจะทำให้เรารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่”
       “ผมจะให้คนส่งรายละเอียดให้ด่วนที่สุดเลยครับ”
       
       ราพณ์หยิบโทรศัพท์กดโทรออกแล้วเดินเลี่ยงไป ตำรวจกับเจ้าหน้าที่แยกไปทำงาน ชาญชัยเครียดที่กำลังจะโดนแกะรอย

สามี ตอนที่ 9
        
       ประสิทธิ์คุยโทรศัพท์อยู่ในห้องรับแขก ท่าทีใจเย็นมากๆ
        
       “คุณไม่ต้องกลัวหรอกน่า ป่านนี้มันกลายเป็นอาหารปลาไปหมดแล้ว”
       ปฐวีเข้ามาชะงักที่ได้ยินประสิทธิ์คุยโทรศัพท์
       “ผมเคลียร์เรียบร้อยแล้ว คุณแค่ทำในสิ่งที่ต้องทำก็พอ”
       ประสิทธิ์วางสายหันมาชะงักที่เห็นปฐวี
       “แกหายไปไหนมา”
       “ผมไปพักมาน่ะครับ พ่อได้ข่าวเจ้าสัวเรียวหรือยังครับ”
       ประสิทธิ์นิ่ง
       “มีอะไร”
       “เห็นข่าวว่าตกบันได อาการสาหัส เสียดายนะครับ น่าจะตาย...จะได้หมดตัวปัญหาสักที”
       ประสิทธิ์มองปฐวีอย่างแปลกใจ
       “ผมไปนอนก่อนนะพ่อ สักพักจะเข้าบริษัท”
       ปฐวีออกไปเนียน ๆ ประสิทธิ์มองตามรู้สึกแปลกใจกับท่าทีของลูกชาย...ปฐวีเดินออกมาสีหน้ากังวลหวังว่าประสิทธิ์จะเชื่อตน
       
       รัตนาวลี รสิกา รุ้งราย รังรอง ระรินรออยู่ที่หน้าห้องไอซียู รามกับลินดาเข้ามาอย่างรีบเร่ง รามมองมาเห็นรัตนาวลี รุ้งราย ระริน รังรองก็รีบเข้ามา ลินดามองรัตนาวลี
       “ถ้าฉันไม่เห็นข่าว ก็คิดจะปกปิดไม่ให้ฉันกับรามรู้ใช่ไหม แม่ผู้ดีรอบจัด”
       รัตนาวลีหน้าตึง
       “ทำไมฉันต้องทำแบบนั้น”
       “คิดจะฮุบสมบัติไง ถ้าเจ้าสัวเป็นอะไรไป ก็คงจะโดนเมียผู้ดีเก็บเงิน ทองโฉนด เครื่องเพชร ป่านนี้ในเซฟคงไม่เหลืออะไรแล้ว”
       “คิดจะถามถึงอาการของเจ้าสัวบ้างไหมคะ ตามมารยาทก็ยังดีจะดูมีน้ำใจบ้าง” รัตนาวดีย้อนถาม
       รังรองเสริม
       “ชัดเจนดีออกนะคะหม่อม โลภก็ให้รู้ว่าโลภ”
       ลินดาอึ้งไปว่าพลาด รามตวาด
       “หุบปาก ถึงเป็นพี่ก็ไม่เอาไว้หรอกนะเว้ย”
       รังรองสะอึก มองโกรธแต่ยังไม่ทันพูด รามก็หันไปหารัตนาวลีพูดเสียงกระชาก
       “ป๊าอาการเป็นยังไง”
       รัตนาวลี นิ่งไม่ยอมตอบ
       
       ในออฟฟิศบริษัทกอบกู้...ศิริพรทำงานไปเล่าเรื่องเจ้าสัวเรียวไป
       “ก็เห็นว่ายังไม่ปลอดภัยจ๊ะ คุณหญิงโทรมาลางาน ลาให้คุณระรินด้วย”
       “ตั้งแต่สิเข้ามาทำงาน คุณหญิงขาดงานเป็นว่าเล่นเลยนะคะ” สิริโสภาถาม
       “ก็ท่านชายพ่อของคุณหญิงน่ะมีบุญคุณกับบอส ไม่มีใครกล้าว่าหรอกค่ะ”
       กอบกู้ที่เดินออกมาจากห้องทำงานชะงักที่ได้ยิน สิริโสภาเกลียดรสิกามาก
       “คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดนี่ดีนะคะ ใช้นามสกุลทำตัวให้มีอภิสิทธิ์ บ้านๆ อย่างเราจะลาป่วยยังต้องคิดแล้วคิดอีก”
       กอบกู้ขัดขึ้นทันที
       “นามสกุลมันไม่ช่วยให้อยู่รอดในออฟฟิศนี้ได้หรอกนะถ้าไม่มีความสามารถ ถ้าบ้านๆ แล้วยังเก่งเรื่องเม้าท์มากกว่างาน คนแบบนั้น คุณว่าผมจะอยากได้ไว้ใช้งานไหม”
       สิริโสภากับศิริพรหน้าเสีย หลบตากอบกู้
       “คุณหญิงลางานตามวันลาที่มีเท่าๆ กับคนอื่น เหตุผลในการลาก็สมควรหรือคุณคิดว่าถ้าพ่อแม่คุณเจ็บป่วยแล้วผมจะไม่ให้ลา”
       “ถ้าเป็นเพราะเหตุผลที่คุณกอบกู้บอก สิเข้าใจได้ค่ะ ไม่เหมือนบางที่ที่สิเจอมา” สิริโสภาเถียง
       กอบกู้มองหน้า
       “คุณเพิ่งเข้ามาทำงานอาจจะยังไม่ทราบว่า ผมไม่เคยใช้นามสกุล ความสนิทมาเป็นอภิสิทธิ์ในออฟฟิศนี้ แต่ผมลำเอียงไหม ลำเอียง...”
       สิริโสภากับศิริพรอึ้งไป
       “ตามเหตุผลที่ถูกที่ควร และตามผลงาน คุณอยู่มานานควรเข้าใจเรื่องนี้นะศิริพร”
       “ค่ะ”
       “อีกเรื่องนะ คุณเป็นพนักงานทำบัญชีมันถูกต้อง แต่ที่ผมให้คุณช่วยทำส่วนที่มันเกินกว่าหน้าที่เพราะผมไม่ไว้ใจใครเท่าคุณ แต่ถ้าคุณรู้สึกว่ามันเป็นเจเนอรัลเบ๊ ผมก็ขอโทษที่เข้าใจผิดมาตลอดว่าคุณทำให้เพราะ น้ำใจ ผมจะได้ปรับทัศนคติกับพวกคุณซะใหม่”
       ศิริพรหน้าเสียหนักกว่าเดิม
       “อิจฉาริษยา สองคำนี้มันดึงให้ใจคนตกต่ำเสมอ เฝ้าจับจ้องคนที่เขาดีกว่าโดยไม่มองว่าเขาเก่งและขยันเขาถึงได้ดี ผมสมเพชคนประเภทนี้ เพราะเขาจะไม่มีวันเจริญทั้งชีวิตและการงาน และผมไม่อยากให้มีสองคำนี้ในออฟฟิศของผม เข้าใจไหม”
       สิริโสภาจ๋อย
       “ค่ะ”
       กอบกู้เดินออกไป ศิริพรถอนใจ
       “เกือบตกงานแล้วไหมล่ะ น้องสิไม่น่าจุดชนวนระเบิดเลย”
       สิริโสภาเงียบนั่งทำงาน ศิริพรมองแล้วพลอยเงียบทำงานไปอย่างเซ็ง ๆ
       
       รัตนาวลีหน้านิ่งไม่ตอบ รามยิ่งรอยิ่งโมโหกระชากเสียงหนัก
       “ผมถามว่าป๊าเป็นยังไง”
       รุ้งรายขยับมาขวางปกป้อง
       “ผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่รอดูอาการ”
       ลินดาหันไปชวนลูกชาย
       “ราม เข้าไปดูอาการป๊ากับม๊า”
       รัตนาวลีขยับขวาง
       “ไม่ได้ค่ะ หมอให้ระวังเรื่องการติดเชื้อ”
       รามโวยทันทีย
       “หาว่าผมกับม๊าสกปรกงั้นเหรอ เป็นหม่อมผมก็ไม่ยอมหรอกนะ โว้ย”
       รสิกาเห็นรัตนาวลีโดนรามโวยใส่ก็ไม่ยอม ขยับเข้ามาขวาง เสียงแข็ง
       “พอซะที ที่นี่โรงพยาบาลไม่ใช่โรงงิ้วที่พวกคุณจะมาเต้นเร่าๆ ให้หมอพยาบาลเขาสมเพช หยุดอาละวาด แล้วกลับไปเดี๋ยวนี้”
       ลินดากระเหี้ยนกระหือรือจะเอาเรื่อง
       “คุณหญิงไร้วังอย่างเธอ ริจะออกคำสั่งกับพวกฉัน สติเสียไปแล้วล่ะสิ ฉันเป็นเมียเจ้าสัว เธอเป็นแค่สะใภ้ ให้มันรู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ด้วย”
       “คุณเป็นเมียที่เจ้าสัวไม่ได้รับรอง แต่ฉันเป็นสะใภ้คนโตของตระกูล ฉันมีสิทธิ์ที่จะได้ความเคารพจากคนในตระกูลลิ้มเท่า ๆ กับที่คุณราพณ์ได้รับ”
       รามไม่พอใจ
       “ผมคิดว่าคุณหญิงควรจะมีมารยาทกับม๊าของผมมากกว่านี้”
       รสิกายิ้ม
       “ไม่รู้จักกระทั่งธรรมเนียมบ้านตัวเอง สมควรจะให้นับเป็นคนในตระกูลอยู่หรือเปล่าล่ะคะ ถ้าไม่นับ คนก็จะน้อยจำนวนลง”
       ลินดาโกรธ
       “จะผยองมากไปแล้ว”
       รุ้งรายแทรกขึ้น
       “ตอนนี้เฮียราพณ์ทำหน้าที่ผู้นำครอบครัวแทนป๊า อาซ้อก็ต้องได้รับความเคารพเหมือนกัน”
       ลินดาสวน
       “ฉันไม่มีวันยอมรับ...”
       “ถ้าไม่ทำตามธรรมเนียมก็ไล่ออกจากตระกูลไปเลยค่ะ บ้านเราเป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว ถ้าทุกคนโหวตถือว่าเป็นเอกฉันท์” รังรองจ้องหน้าลินดา
       “ทะเบียนไม่มี ฟ้องอะไรก็ไม่ได้”

สามี ตอนที่ 9
        
       ลินดาอึ้งไป
        
       “แต่รามเป็นลูกชาย เป็นน้องพวกแก”
       รังรองสวน
       “รามน่ะนับได้ แต่ถ้าไม่เกี่ยว จะให้เฮียเฉดหัวมันออกจากตระกูลให้หมด”
       ลินดากับรามอึ้งกับการร่วมมือของสาวๆ รุ้งรายมองหน้าลินดา
       “ที่คุณลินดาไม่รู้คือป๊าแต่งตั้งเฮียราพณ์เป็นประธานบริษัทแล้ว พี่น้องและผู้ถือหุ้นทุกคนทราบเป็นการภายใน รุ้งเป็นรองประธาน ส่วนเจ้รองคุมการเงิน ถ้าไม่ใช่เพราะป๊าเมตตาราม คุณลินดาคงต้องกลับไปทำอาชีพเดิม อาชีพอะไรนะคะ...”
       ระรินตอบด้วยความสะใจ
       “คนรับใช้น่ะเหรอเจ้”
       รุ้งรายกับรังรองไม่ได้ตอบแต่ยิ้มเย้ยกดให้ลินดารู้สึกเจ็บ ยังไม่ทันที่ลินดาจะพูดอะไร รามตบหน้าระริน ผัวะ ทุกคนตกใจ อึ้งกันไปชั่วขณะ
       “ไอ้ราม” รุ้งรายตวาด
       ทันทีที่ระรินได้สติก็โผเข้าตีรามไม่นับ
       “ไอ้เฮียเลว...ไอ้เลว”
       เกิดเหตุชุลมุนหน้าห้องไอซียู ระรินเข้าตีรามด้วยแรงโกรธ รามพยายามปัดป้อง ผลักออก รุ้งราย กับรังรองพยายามจะดึงระรินออก ลินดาก็โวยวายพยายามช่วยผลักระรินออกไป แต่ระรินโกรธมากจนพวกผู้หญิงดึงไม่ไหว ขณะที่กำลังชุลมุน สกรรจ์ที่เข้ามาเห็นช่วยล็อกตัวระริน
       “ฉันจะฆ่ามัน ปล่อยฉัน”
       รสิกาแปลกใจที่เห็นสกรรจ์
       “เดี๋ยวผมพาไปสงบสติเองครับ”
       สกรรจ์ล็อกตัวระรินลากออกไปจนได้ รุ้งรายตกใจ
       “จะเอาน้องฉันไปไหน”
       รสิการีบบอก
       “เพื่อนฉันเองค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ”
       รัตนาวลีมองหน้าลินดา
       “ขายหน้าพอหรือยังคะ หรืออยากประจานตัวเองมากกว่านี้”
       ลินดากับรามมองแค้นจะไม่ยอม รสิกาหันไปหารุ้งราย
       “คุณรุ้งบอกคุณราพณ์นะคะว่าเราจะประชุมครอบครัว เพื่อตัดบางคนออกไป”
       รุ้งรายยิ้ม
       “ก็ดีนะคะ ป๊าจะห้ามก็คงไม่ไหว เจ้รอง...เราส่งข่าวเฮียขึ้นเป็นประธานบริษัทอย่างเป็นทางการพร้อมกับประกาศชื่อนามสกุลบางคนที่ไม่เกี่ยวข้องดีไหมคะ” รุ้งรายมองลินดาท้าทาย “ไม่มีเงิน ไม่มีชื่อเสียงให้เกาะดูสิจะอยู่ได้ยังไง”
       รัตนาวลีบอกลินดา
       “กลับไปตอนที่เรายังคุยกันดี ๆ ได้อยู่เถอะค่ะ เพราะถ้าเด็ก ๆเอาจริง ฉันคงช่วยอะไรไม่ได้”
       ลินดามองรสิกา รุ้งราย รังรองอึ้งๆ รู้ว่าที่พูดมาทั้งหมดมันจริง ลินดามองอย่างแค้นสะบัดหน้ากลับไป รามอึ้งที่เห็นลินดาถอย
       “ม๊า...” รามไม่วายชี้หน้าพี่สาว “ฝากไว้ก่อนเถอะ ฉันเอาคืนแน่”
       รามรีบตามลินดาไป ทุกคนโล่งอก
       “สงบได้สักที ยัยรินก็ใจร้อน” รังรองถอนใจ
       “เป็นรุ้งก็ไม่ทนหรอก ลากหายกันไปไหนแล้ว”
       “เดี๋ยวฉันไปดูให้เองค่ะ”
       รสิการีบออกไป รัตนาวลีลงนั่งอย่างเหนื่อย ๆ รังรองกับรุ้งรายเข้ามาดูรัตนาวลี
       “หม่อม...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” รังรองถามอย่างเป็นห่วง
       “เหนื่อยน่ะค่ะ”
       “หม่อมต้องแข็งใจหน่อยนะคะ รุ้งว่ายังต้องมีอีกหลายแมทช์แน่ค่ะ”
       “เป็นไปได้อย่าให้เจ้าสัวทราบเรื่องเลยนะคะ พี่น้องตีกัน...ถ้าทราบคงเสียใจ”
       ทั้งสามคนมองไปทางห้องคนไข้ของเจ้าสัวเรียว อย่างเป็นห่วงและหนักใจ
       
       สกรรจ์ดึงระรินออกมาอย่างยากเย็น
       “ฉันบอกให้ปล่อยไง ไอ้บ้า”
       “คุณเลิกบ้าก่อนแล้วผมจะปล่อย”
       “เป็นใครมาสั่งฉัน ปล่อย”
       สกรรจ์ล็อกแน่นมากไม่ยอมปล่อย ระรินก็ดึงไม่หลุด
       “งั้นก็ดิ้นให้หายบ้าเลย ตามสบาย”
       ระรินมองหน้าว่าจะปล่อยไหม สกรรจ์มองตามกวนประสาทว่าไม่ปล่อยแน่ ระรินดึงไม่ออกแค้น พยายามจะกระทืบเท้าสกรรจ์ แต่สกรรจ์ชักเท้าหลบ ระรินยังพยายามจะทำอีกแต่สกรรจ์ก็หลบได้
       “นี่ ฉันเจ็บ”
       “อยู่เฉย ๆ แล้วผมจะปล่อย”
       ระรินมองสกรรจ์เห็นสายตาเอาจริง เธอหายใจเข้าออกลึก ๆ แล้วเริ่มนิ่ง รสิกาตามเข้ามา
       “คุณสกรรจ์...”
       สกรรจ์ปล่อยมือทันที ระรินสะบัดแล้วขยับมายืนข้างรสิกามองสกรรจ์ด้วยสายตาเคืองๆ
       “คุณหญิง...รู้จักนายคนนี้ด้วยเหรอคะ”
       รสิกามองสกรรจ์ว่าหมายความว่ายังไง
       “ผมเคยเจอกับคุณคนนี้ที่ออฟฟิศของคุณหญิงน่ะครับ ก็ได้คุยกันนิดหน่อย”
       “น้องรินเป็น...”
       รสิกายังพูดไม่จบ ระรินแทรกทันที
       “น้องสามีของคุณหญิง”
       “ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการครับ”
       ระรินมองหมั่นไส้ไม่คิดจะญาติดีด้วยเลย
       “คุณสกรรจ์มาธุระที่โรงพยาบาลเหรอคะ” รสิกาถาม
       “ผมเห็นข่าวในทีวี...ก็เลยเป็นห่วงน่ะครับ ไม่คิดว่าต้องมาเป็น” สกรรจ์มองระรินแบบตำหนินิดๆ “กรรมการห้ามมวย”
       “ขอบคุณนะคะ”
       สกรรจ์ยิ้มให้รสิกาด้วยความเต็มใจมาก ๆ ระรินมองรอยยิ้มของเขาอย่างหมั่นไส้แล้วขยับเข้ามาขวาง
       “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เฮียราพณ์กับน้องสามีอย่างฉันดูแลคุณหญิงอย่างดี ขอบคุณที่เป็นห่วง เชิญค่ะ”
       สกรรจ์มองระริน เห็นสายตาของเธอบอกชัดเลยว่าอย่ายุ่ง
       “น้องรินคะ” รสิกาปราม
       “คุณหญิงคะ ถ้าเฮียมาไม่เห็นคุณหญิงคงจะไม่สบายใจ”
       รสิกามองสกรรจ์อย่างเกรงใจ
       “ผมกลับก่อนนะครับ”
       “ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
       ระรินจงใจกวนประสาท
       “ลาก่อนนะคะ”
       
       ระรินเชิดใส่แล้วดึงรสิกานิด ๆ เพื่อให้เข้าไป สกรรจ์มองตาม
        

สามี ตอนที่ 9
        
       รสิกากับระรินกลับเข้ามา ราพณ์ยืนมองผ่านกระจกเข้าไปในห้องกับรุ้งรายที่นั่งอยู่เป็นเพื่อน ระรินเข้ามาถาม
        
       “เจ้...แล้วหม่อมกับเจ้รองไปไหนล่ะ”
       “เฮียให้เจ้รองพาหม่อมกลับไปพักก่อนน่ะ เฮียจะเฝ้าป๊าคืนนี้ เจ้ว่าจะอยู่เป็นเพื่อน”
       ราพณ์หันมาบอก
       “รุ้งกลับไปเถอะ พรุ่งนี้ยังมีเรื่องที่เราต้องรับมืออีกมาก”
       “ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนคุณราพณ์ให้เองค่ะ” รสิการีบบอก
       รุ้งรายหันมาหารสิกา
       “ถ้าอย่างนั้นรุ้งฝากเฮียด้วยนะคะ ริน...ไปเถอะ”
       รุ้งรายเดินออกไป ระรินตาม รสิกามองราพณ์ที่มองเข้าไปในห้องพักคนไข้ด้วยความเป็นห่วงเจ้าสัวเรียว
       
       ค้ำนั้น รุ้งรายนั่งร้องไห้อยู่เพียงลำพัง ปฐวีรีบเข้ามา
       “คุณรุ้ง”
       รุ้งรายมอง ปฐวีเห็นว่าเธอร้องไห้ เขานั่งลงเคียงข้าง
       “เจ้าสัวเป็นยังไงบ้างครับ”
       รุ้งรายไม่ได้ตอบแต่พูดความรู้สึกตัวเองออกมา
       “สำหรับฉัน ป๊าเป็นครูสอนการทำงาน เป็นหมอคอยดูแลยามฉันป่วย บางครั้งป๊าก็เป็นเพื่อนที่แสนดี ทุกครั้งที่ฉันกลับไปที่บ้าน ป๊าจะรอฉันอยู่ เราจะกินข้าว พูดคุย หัวเราะด้วยกัน ฉันไม่อยากจะคิดเลยถ้าวันนึงฉันกลับไปบ้านที่ไม่มีป๊าอยู่แล้ว ฉัน...ฉัน...”
       รุ้งรายน้ำตาร่วง ปฐวีทนไม่ได้กอดรุ้งรายด้วยความสงสาร
       
       ลินดาเปิดซองแล้วหยิบรูปครอบครัวออกมา สภาพรูปค่อนข้างเก่าและถูกเก็บไว้ในซอง ลินดานั่งมองภาพรูปครอบครัวของลิ้มวัฒนาถาวรกุลเป็นภาพเจ้าสัวเรียว อุษา อาม่า และบรรดาลูก ๆ ในวัยเด็ก ราพณ์ รังรอง รุ้งราย ลินดากับรามอยู่ในรูปด้วย แต่จุดที่นั่งห่างออกมาด้านข้าง ด้านหลังเป็นภาพของคฤหาสน์เจ้าสัวเรียว รามลงมาจากชั้นบนเห็นลินดาที่นั่งมองภาพนิ่งๆ เขาเดินมายืนด้านหลังของแม่
       “เราสองคนเหมือนจะมีครอบครัว แต่ก็ไม่ใช่”
       “ครอบครัวมันไม่สำคัญ เท่ากับชีวิตที่ได้ทุกอย่างอย่างที่เราหวัง”
       รามมองหน้าลินดาอึ้ง ๆ
       “มันไม่สำคัญเหรอครับม๊า...”
       ลินดารู้ว่าหลุดปากไป ก็ลุกขึ้นมามองราม
       “ม๊าหมายถึงว่าพวกบ้านนั้น นอกจากป๊า ม๊าไม่นับพวกมันเป็นครอบครัว เพราะครอบครัวม๊ามีแค่ราม ท่านั้น”
       “ม๊าคือครอบครัว คือสิ่งมีค่าที่สุดของผม...ส่วนป๊า...”
       ลินดาจับรามมองหน้าตรง ๆ
       “ลูกควรจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ อยู่ในคฤหาสน์หลังนั้นเป็นผู้บริหาร เพราะพวกมัน ลูกถึงต้องไปอยู่ที่อเมริกาคนเดียว เพราะพวกมัน” ลินดาบีบแขนรามแน่นราวกับสะกดจิต “เราถูกพวกไอ้ราพณ์กีดกัน แย่งความรัก สมบัติจากป๊าไป ลูกจะต้องทวงคืน”
       รามยิ่งฟังสายตายิ่งถูกจุดด้วยความแค้น
       
       รามนั่งมองภาพที่ถูกเก็บไว้ เป็นภาพตอนเด็ก ๆ ราพณ์กอดคอรังรอง รุ้งราย ภาพเจ้าสัวเรียวกอดคอราพณ์ถ่ายรูปอย่างให้ความรักความสนิทสนม...รามนึกถึงภาพในงานเดินแบบผ้าไหมไทย เจ้าสัวเรียวยืนเคียงข้างราพณ์ด้วยความภูมิใจ ไม่สนใจรามที่พยายามเรียกเลย...เจ้าสัวเรียวบอกว่าภูมิใจที่ราพณ์เป็นคนที่ได้ดังใจ...รามขยำรูปในมือแล้วเขวี้ยงทิ้งไป...รามเครียดเมื่อนึกถึงระรินที่ด่าเขา...นึกถึงราพณ์ชกเขา...รามพยายามลงนอนแต่ภาพมันก็ยังวิ่งเข้ามาไม่หยุดยั้ง เขาทนนอนไม่ไหวลุกออกไปจากห้อง
       
       รุ้งรายยังพิงอยู่กับปฐวี แต่สงบลงมากแล้ว
       “ไหวไหมคุณ...”
       รุ้งรายขยับขึ้นมานั่ง เช็ดหน้าจัดผมเผ้า
       “ขอบคุณนะ”
       “ถ้าไหล่ผมมีประโยชน์กับคุณ ผมก็โอเคนะ...”
       รุ้งรายหันมอง ปฐวียิ้มให้
       “ถ้าเวลาไหนที่คุณคิดว่าคุณไม่มีใคร โทรหาผมนะ” ปฐวีตบไหล่ตัวเองเบาๆ “พร้อมเสมอ”
       รุ้งรายมองประทับใจ ยิ้มให้
       “ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”
       “ไปเถอะครับ ผมจะไปส่งที่รถ”
       ปฐวีลุกขึ้น รุ้งรายลุกตาม สองคนเดินไปด้วยกันบรรยากาศอบอุ่น
       
       หน้าห้องพักสิริโสภา...รามเคาะประตูรัว สิริโสภาเปิดประตูออกมาชะงักที่เห็นเขา
       “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมมาดึกขนาดนี้”
       รามมองอ้อนวอน
       “ผมขอเข้าไปข้างในได้ไหม”
       สิริโสภามองหน้าเขาเห็นสายตาอ้อนวอน
       “มันดึกแล้วคงไม่ดีหรอกค่ะ”
       รามพยายามมาก
       “คุณสิคิดมากไปหรือเปล่าคะ เราก็เคย...”
       สิริโสภาสวนทันที
       “ฉันต้องยอมให้คุณง่ายๆ เลยตามเลยใช่ไหมคะ แบบเคยๆ กันแล้วก็เนียนๆ กันไป”
       รามตกใจที่เธอคิดมาก
       “ผมไม่ได้คิดแบบนั้นนะครับ”
       “ถึงคุณจะคิดก็ไม่เป็นไรค่ะ ผู้หญิงที่ผ่านการเป็น...มาแล้ว คงไม่จำเป็นต้องให้เกียรติอะไรมากมาย” สิริโสภาหน้าเศร้า
       “ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ สำหรับผมคุณมีค่ามาก...ผมแค่...ต้องการให้คุณอยู่ข้างๆ ผมอยากมีใครสักคน แต่ถ้าคุณไม่สะดวก ผมก็ไม่รบกวน”
       สิริโสภามองแล้วตัดสินใจ
       “เข้ามาสิคะ”
       รามดีใจแล้วชะงักไป
       “แต่คุณ...”
       “ถ้าคุณอยากมีใครสักคนจริงๆ”
       
       รามยิ้มขอบคุณเดินเข้าไปในห้อง สิริโสภาคิดแผนร้าย

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สามี ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
สามี ตอนที่ 13
สามี ตอนที่ 12
สามี ตอนที่ 11
สามี ตอนที่ 10
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 41 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 40 คน
98 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
2 %
ความคิดเห็นที่ 3 +13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คือเรื่องนี้ชื่อมีแต่ร.เรือนะคะ เรียว ราพณ์ รสิกา รัตนวลี รังรอง รุ้งราย ระริน ราม เยอะจริงค่าาาา
ร.เรือ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มาทีไร ฟินทุกที. ฝุดๆๆ เข้มข้มทุกตอน อิอิ
ที่ 1. ป่าวเนี่ย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นถึงหม่อม เป็นถึงเจ้าสัว เป็นถึงคุณหญิง แค่ก้าวเท้าก็มีคนดักยิง ! ในเรื่องน่าจะมีบอดี้การ์ดนะ ให้มันสมฐานะอ้ะ เอาแบบเท่ห์ๆอ่า แอร๊ยยยยยย. ! ><
ไม่ค่อยอินจิงๆนะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"รัตนาวลีจับมือเจ้าสัวเรียว เขาบีบมือเธออย่างขอบคุณ" เจ้าสัวมือไม่เป็นอัมพาต ก็เขียนได้สิ ทำไมไม่เขียน
liew007@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฟินเวอร์ไปป่ะะ
ฟิน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เจ้าสัวเป็นอะไรอ่ะค่ะ ชอบมิ้น และ พรีม น่ารักทั้งคู่เยย
aunt11698@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คือเรื่องนี้ชื่อมีแต่ร.เรือนะคะ เรียว ราพณ์ รสิกา รัตนวลี รังรอง รุ้งราย ระริน ราม เยอะจริงค่าาาา
ร.เรือ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มาทีไร ฟินทุกที. ฝุดๆๆ เข้มข้มทุกตอน อิอิ
ที่ 1. ป่าวเนี่ย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เกลียดนังสิๆๆๆๆๆๆๆๆ
เกลียดยัยสิ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014