หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คือหัตถาครองพิภพ

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 8

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 ธันวาคม 2556 10:50 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 8
       คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 8 (ต่อ)
       
       บ้านเจ้าคุณแสงไฟสว่างไปหมดทั้งบ้าน และอาณาบริเวณ น้อยแอบอยู่มุมหนึ่งแถวเรือนคุณหญิงศรีกระทืบเท้าโมโห
        
       “อะไรกันวะ ให้มันกินยาหม้อใส่เห็ดขี้ควาย ทั้งในซุปฝรั่งซุปจีนมันยังรอดตายทั้งแม่ทั้งลูก แหมทำเฉลิมฉลองเปิดฟืนเปิดไฟกันทั้งบ้านวิ่งกันหัวปั่นชุลมุน กับอีเด็กผู้หญิงลูกมนุษย์มาเกิดคนเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ลูกเทวดามาเกิดสักหน่อย บ้าเห่อกันทั้งฝูง อีกไม่กี่วันหรอก หายนะจะมาเยือนพวกมึงทั้งฝูง”
       
       เช้าวันใหม่...ทุกคนเตรียมโน่นจัดนี่ร่าเริงหัวร่อต่อกระซิกกันในครัว
       “ซุปไก่ดำกำลังอุ่นพอดี สำหรับคนเพิ่งคลอดลูก บำรุงดีนักแล” กุ๊กเพ้งนำเสนอ
       “ดิส อิส ซุปครีมข้นใส่นมวัวบ้านเรา สะอาดปลอดภัย” โรเบิร์ตแนะนำอาหารที่ตนเองทำ
       ทองหยอดยกถ้วยแกงมา
       “เจ้าข้าเอ๊ยแกงเลียงร้อนๆเรียกน้ำนม”
       “นี่ย่ะ แม่ดาแม่นมตัวจริงของคุณหนู แล้วนั่นแม่เดือนที่ท่านเจ้าคุณท่านตั้งชื่อใหม่ว่า แนนนี่” เมี้ยนแนะนำ
       โรเบิร์ตส่ายหน้า
       “นั่นไม่ใช่ชื่อใหม่ แนนนี่ แปลว่าพี่เลี้ยง”
       ทุกคนขำที่เมี้ยนปล่อยไก่
       “เอาละเอาละวันนี้ยกให้เย้ากันได้ไม่มีเคือง ฉลองวันเกิดคุณหนู”
       ดากับเดือนพากันยกอาหร มีเมี้ยนนำไป
       
       คุณหญิงศรีนอนอ่อนแรง มีสะบันงาบีบนวด เจ้าคุณอุ้มเด็กอ่อนในมือแบบทะมัดทะแมงมองลูกสาวหลงรัก
       “ศรีจ้ะ ดูลูกสาวของเราสิ สวยน่ารักมาก อยากอุ้มไหมจ้ะ”
       “อยากค่ะ แต่ฉันกลัวทำลูกตก ฉันยังไม่มีแรง”
       “ชื่ออะไรดีหนอ”
       คุณหญิงศรีนึกได้
       “จริงสิ ยังไม่มีชื่อเลย สะบันงาว่าอย่างไร ฉันให้สะบันงาเป็นแม่ทูนหัวลูกสาวฉันนะ”
       “ค่ะ” สะบันงารับคำ
       “ช่วยคิดชื่อลูกสาวกันหน่อยสิ”
       เจ้าคุณนึกถึงภาพของพริสซิลล่าลูกสาวฝรั่งของเจ้าคุณ ที่กำลังโผมาหาเจ้าคุณ
       “แด๊ดดี่”
       “พริสซิลล่า”
       เจ้าคุณ อุทานออกมาหน้ายิ้มย่อง มองหน้าลูกในอ้อมกอดวางลงบนอกคุณหญิงศรี
       “พริสซิลล่า”
       “พริสซิลล่า เพราะมากนะสะบันงา” คุณหญิงศรียิ้ม
       สะบันงายิ้มรับ
       “เจ้าค่ะ”
       เจ้าคุณโอบกอดคุณหญิงศรี มองลูก คุณหญิงศรียิ้มเหนื่อยๆ ยื่นมือมาจับมือสะบันงา
       “รักพริสซิลล่าให้มากๆนะสะบันงา”
       “เจ้าค่ะ”
       ทั้งสามยิ้มแย้ม สะบันงาค่อยคลายทุกข์ ชะโงกหน้าไปมองพริสซิลล่า
       
       เด็กชายตัวเล็กหน้าตาน่ารักวัยสองขวบ เดินเตาะแตะ สังวรนั่งมองลูกชายตัวเล็กๆเดินเตาะแตะ น้ำตาคลอ ปั้นข้าวเหนียวจิ้มปลาตัวเล็กๆใส่ปาก
       “ทองเอ๊ย แม่ขอโทษ แม่ทำให้ลูกต้องกลายมาเป็นเด็กอนาถา เพราะอีคุณหญิงมันใส่ร้าย มันอิจฉาแม่ อิจฉาลูก ถ้ามันมีลูกขอให้ลูกของมัน มีอันเป็นไป ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต หรือไม่ก็โง่หยั่งควาย”
       สังวรยกมือพนม เด็กน้อยเดินมากอดสังวรมองหน้า
       “แม่”
       สังวรมองหน้าลูกสงสารจับใจ เด็กน้อยมอมแมมไปทั้งตัว สังวรดึงลูกอุ้มไว้บนตักกอดลูกไว้น้ำตาไหลพราก
       “เป็นอย่างไรเป็นกัน แม่จะบากหน้าไปหาท่านเจ้าคุณ ไม่เกรงอาญาใดๆแล้ว แม่แค่คิดร้ายกับอีสะบันงา แต่ไม่เคยทันได้ทำร้ายมัน เพื่อลูก แม่จะยอมโดนลงอาญา แลกกับการที่ท่านเจ้าคุณพ่อของลูกรับลูกไว้เลี้ยงดู ท่านอยากมีลูกท่านคงไม่ละเลยหนูหรอก แม่จะฝากให้น้าสังเวียนเขาดูแลลูกแทนแม่”
       สังวรกอดลูกอย่างมีความหวัง
       
       น้อยมาด้อมมองแถวเรือนคุณหญิงศรี เห็นศุกลมากับเมี้ยนและคุณนายน้อย
       “นังเมี้ยนเจ้าหน้าเจ้าตา พาคุณศุกลกับแม่ของนังศรีมา สมดังใจกู พลาดไปที่ลูกมันกับมันยังไม่ยอมตายตอนคลอด แต่ต่อไปนี้กูไม่มีพลาดซ้ำสอง กูต้องครองความเป็นใหญ่ในบ้านนี้ให้จงได้ กูจะเป็นคุณหญิงน้อย”
       น้อยเดินออกไปรับทั้งสอง หน้าตายิ้มแย้มยกมือไหว้
       “สวัสดีเจ้าค่ะ คุณนายน้อย คุณศุกล มาเยี่ยมหลานหรือเจ้าคะ”
       เมี้ยนงงๆกับนิสัยที่ดูเปลี่ยนไปของน้อย แต่กำลังมีความสุขจึงละเลยที่จะสะกิดใจ
       “อ้อ สวัสดีจ้ะ” คุณนายน้อยยิ้มให้
       “คุณเมี้ยนขา ได้ยินว่าพวกในครัวกำลังถามหาว่าคุณเมี้ยนจะสั่งอะไรให้ คุณหญิงรับประทานตอนบ่ายค่ะ ยังมีคุณท่านทั้งสองอีกด้วยนะคะ”
       “เออจริงสินะ ถ้าฉันไป แล้วใครจะพาคุณทั้งสองเข้าไปเยี่ยมคุณหญิง” เมี้ยนนึกได้
       น้อยรีบเสนอตัว
       “ฉันก็พาไปก็ได้นี่คะ อย่าลืมสิว่าตอนนี้บ้านเรากำลังมีความสุขกันทั่วหน้า ใครๆ ก็อยากทำอะไรให้คุณหญิงกับคุณหนูทั้งนั้นค่ะ”
       “ขอบใจมากจ้ะ คนที่นี่ช่างมีน้ำใจ” คุณนายน้อยรู้สึกสบายใจ
       เมี้ยนพยักหน้ารับ
       “อืม ก็ได้ ขอบใจย่ะ เชิญเจ้าค่ะคุณนายน้อย คุณศุกล ให้น้อยมันพาไปเจ้าค่ะ เมี้ยนจะไปเตรียมอาหารว่าง จะได้สั่งจัดเผื่อคุณทั้งสองด้วยเจ้าค่ะ”
       น้อยทำกุลีกุจอ เมี้ยนเดินจากไป ศุกลมองหาสะบันงา
       “มองหาสะบันงาหรือเจ้าคะ” น้อยกระซิบ
       ศุกลกระดากไม่อยากบอกกับน้อย
       “เอ้อ..เปล่า...”
       “แหม คือว่า สะบันงาก็เปรยๆกับบ่าวว่าคุณศุกลหายหน้าไปไหน เขาชะเง้อชะแง้แลรออยู่นะเจ้าคะ”
       ศุกลใจเต้นดีใจลืมนึกว่าไม่น่าเชื่อถือ
       “จริงหรือ”
       “เจ้าค่ะ วันวันเอาแต่นั่งเหม่อลอยชะเง้อหา น่าสงสารเจ้าค่ะ”
       คุณนายน้อยหันมาถาม
       “จะไปหรือยัง ศุกล”
       “ครับ”
       สองคนจึงหยุดกระซิบ น้อยพาสองคนเดินไป
       
       สะบันงาป้อนยาให้คุณหญิงศรีที่กระปลกกระเปลี้ยไม่หาย
       “รับประทานยานะคะ”
       “นี่ถ้าไม่ใช่เพราะฉันมีลูก ฉันไม่กินยาหรอกนะ ให้มันตายตายไป”
       “โถ ไม่ได้ค่ะ คุณหนูพริสซิลล่าน่ารักเหมือนตุ๊กตายังไงยังงั้นนะคะ”
       คุณหญิงศรีมองตามสายตาสะบันงา
       “แปลกนะ ทำไมเด็กเล็กๆจึงไม่ร้อง ช่างเงียบเชียบเหลือเกิน ลูกสาวฉัน”
       ทั้งสองคนหันไปดู พริสซิลล่ากำลังดื่มนมจากอกของดา มีเดือนคอยช่วย หยิบโน่นจับนี่
       “โอ๊ะโอ๋ คุณหนูเจ้าขา ดื่มนมนะเจ้าคะ ดื่มมากๆโตเร็วนะเจ้าคะ”
       เดือนมองยิ้มๆ
       “หน้าตาช่างน่ารักเหลือเกินนะจ้ะพี่ดา”
       มีเสียงเคาะห้อง ตามมาด้วยเสียงน้อย
       “คุณนายน้อย คุณศุกลมาเยี่ยมเจ้าค่ะ”
       สะบันงา วางหน้าไม่ถูก รีบก้มหน้า คุณหญิงศรีปรายตามองสะบันงา ถอนใจ
       
       “เข้ามาเถิด อ้อ ให้แม่น้อยเข้ามาคนเดียวก่อน แม่ดากำลังให้นมเด็ก”

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 8
        
       แม่น้อยเข้ามาเพียงลำพัง คุณหญิงศรี เดือน ดา ยกมือไหว้แม่น้อย สะบันงาก้มลงกราบ แม่น้อยชะงักมอง
        
       “สะบันงา ที่แท้แกเอ้อ เธออยู่ที่นี่เองหรือ ไหนได้ยินว่ามีผัวไปแล้ว”
       สะบันงายิ้มก้มหน้างุด คุณหญิงศรีรีบเปลี่ยนเรื่อง
       “แม่ดา ส่งหลานให้คุณแม่ของฉันชื่นชมสิ”
       ดาส่งเด็กมาให้แม่น้อยดู แม่น้อยจึงเลิกสนใจสะบันงา
       “มามะหลานยาย มาให้ดูหน้ากันหน่อยสิ ว่าเหมือนยายไหม”
       
       น้อยคุยกับศุกลในห้องรับแขก หลอกล่อศุกลต่อไป
       “บ่าวน่ะเห็นใจในความรักของคุณกับสะบันงานะเจ้าคะ ถ้ามีอะไรที่ ให้บ่าวช่วยได้ละก้อ บ่าวทำทันที ทำเต็มที่เจ้าค่ะ”
       “ขอบใจ”
       ศุกลพูดแค่นั้น ไม่ยอมพูดอะไรอีก
       
       คุณนายน้อยส่งเด็กคืนให้ดา
       “หลานยายน่ารักน่าชัง เหมือนตุ๊กตาฝรั่ง ไปกินนมต่อนะหลานนะ”
       ดารับเด็กไป แม่น้อยเปิดกระเป๋า หยิบถุงสร้อยคอ
       “นี่ สร้อยคอของคุณตา”
       หยิบถุงออกมาอีกถุง
       “นี่ กำไลข้อมือสองข้างของคุณยายใหญ่”
       คุณนายน้อยหยิบออกมาอีกถุง
       “นี่ของยายเอง กำไลข้อเท้า”
       “ขอบคุณมากค่ะ แม่น้อย”
       คุณนายน้อยหันมาทางคุณหญิงศรีกับสะบันงา จ้องสะบันงา
       “ศุกลไม่เคยบอกว่าสะบันงาอยู่ที่นี่”
       “สะบันงา ออกไปช่วยเมี้ยนดูอาหารว่างสิ” คุณหญิงศรีไล่
       “ค่ะ” สะบันงารีบคลานออกไป
       “แม่ดา เดือน พาคุณหนูกลับห้องเด็กได้แล้ว”
       “เจ้าค่ะ”
       เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง คุณนายน้อยถามทันที
       “ทำไมต้องปิดบังไม่ให้พวกพ่อแม่รู้ว่าสะบันงาอยู่ที่นี่”
       “หนูเองค่ะแม่น้อย หนูสั่งนายศุกลไม่ให้บอกใคร”
       “ไหนศุกลว่ามีสามีไปแล้ว”
       “ใช่ค่ะ ตอนนี้สะบันงาเป็นเมียท่านเจ้าคุณ”
       คุณนายน้อยตกใจมาก
       “ว่าอะไรนะ ยอมให้มันมามีผัวเดียวกับตัวเอง คุณหญิงของแม่ทำไมลูกทำอย่างนี้ โธ่”
       “มันคงเกิดจากกรรมเวรที่ต้องเป็นไปค่ะ แม่น้อย”
       “ผัวอยากมีเมียน้อยไปหาที่ไหนก็ได้มาประเคนให้ แต่ไม่ใช่มายกย่องเด็กอะไรไม่รู้มาเทียบเทียม”
       คุณหญิงศรีจ้องหน้าจนคุณนายน้อยอึดอัด
       “อย่ามามองหน้าแม่แบบนี้ รู้นะว่าจะว่าแม่ก็เมียน้อยเหมือนกัน ช่างร้ายกาจไม่เลิกเสียทีนะ”
       คุณหญิงศรีไม่ได้ต่อปากต่อคำแม่
       
       กุศลชะเง้อไปด้านบน
       “มีอะไรจะส่งข่าวให้สะบันงาถ้ากลัวว่าใครจะมารู้เห็น บอกบ่าวไว้ได้ นะเจ้าคะ” น้อยพยายามทำตัวเป็นพวกเต็มที่
       ศุกลหันมามองน้อยชั่งใจ
       “ขอบใจ”
       สะบันงาลงมา น้อยรีบกระซิบแล้วถอยออกไป
       “มาแล้ว ลงมาแล้ว เชิญพูดคุยกันตามสบายเจ้าค่ะ”
       ศุกลมองไป สะบันงาลงมาเจอศุกลชะงักนิดหนึ่งแล้วก้มหน้าก้มตาจะเดินออกไป
       “สะบันงา ฉันอดใจไม่ได้ที่จะไม่มาเห็นเธอ ทันทีที่สบโอกาส ฉันอาศัยแม่น้อยมาเยี่ยมหลานหาเหตุมาหาเธอ”
       สะบันงา ส่ายหน้า
       “ไม่มีประโยชน์ค่ะพบกันก็เหมือนไม่ได้พบ ฉันมีสามี ฉันเป็นผู้หญิงของท่านเจ้าคุณแล้ว ฉันไม่อาจข้องแวะกับใครได้อีก ขอตัวก่อนค่ะ”
       ศุกลดึงแขนไว้
       “ถ้าไม่สะดวกจะพูดจากับฉันก็ช่วยรับจดหมายนี่ ช่วยเอาไปอ่านด้วย”
       ศุกลพยายามยัดจดหมายใส่มือสะบันงาจนได้ แต่สะบันงากลับวางแปะไว้บนโต๊ะ
       “ฉันไม่อ่านหรอกค่ะ”
       สะบันงาเดินออกไปเงียบๆ
       “โธ่ สะบันงา”
       ศุกลอึ้งพูดไม่ออกเสียใจมาก
       
       สะบันงาเดินน้ำตาไหลออกมาจากด้านใน น้อยแอบมองเหตุการณ์
       “ดีมากนังสะบันงาที่แกไม่รับจดหมายนั่น ฉันจะจัดการให้พวกแกเองให้สาสม ให้ไอ้แก่นั่นมันโกรธกริ้ว หิ้วตัวแกโยนออกไปจากบ้านหลังนี้ให้จงได้”
       น้อยยิ้มย่องสมหวังวางแผนต่อ
       
       ศุกลนั่งน้ำตาซึม น้อยเข้ามานั่งคุกเข่าตรงหน้า
       “นั่นจดหมายให้สะบันงาหรือเจ้าค่ะ”
       ศุกลไม่ตอบ
       “สะบันงาคงอายน่ะเจ้าค่ะ”
       “เขาไม่ต้องการรับมันต่างหาก”
       “ผู้หญิงปฏิเสธแปลว่าตอบรับ บ่าวจัดการให้เองเจ้าค่ะ รับรองว่าสะบันงาต้องได้อ่านข้อความในจดหมายนั่นแน่นอนเจ้าค่ะ บ่าวรีบเก็บก่อนนะ เจ้าคะ ถ้ามีใครมาเห็นมันจะไม่งามเจ้าค่ะ”
       ศุกลจนปัญญาพยักหน้า
       “ขอบใจ”
       น้อยยิ้มรีบเก็บจดหมายแล้วเบือนหน้าไปพูดไม่มีเสียง
       “หน้าโง่”
       
       น้อยนำจดหมายไปให้เจ้าคุณ หลังจากที่ได้อ่าน เจ้าคุณโกรธมาก จะขยำจดหมายทิ้ง
       “เลวมาก”
       น้อยผวามาฉุดข้อมือไว้
       “อย่าเจ้าค่ะ จดหมายนี่บ่าวต้องแอบเอาไปวางคืนไว้ให้สะบันงาเจ้าค่ะ ถ้ายับเยินสะบันงาจะรู้ว่ามีใครมาแอบเปิดอ่านก่อนเจ้าค่ะ”
       “จริงของน้อย เอาคืนไป”
       “ถ้าสะบันงาตกลงจะไปกับคุณศุกล ท่านเจ้าคุณจะทำเช่นไรเจ้าคะ”
       “ไอ้โจรสองคนนั่นมันไปหรือยัง”
       “พรุ่งนี้จะถึงกำหนดไปแล้วเจ้าค่ะ บ่าวว่า รั้งมันไว้ก่อนดีไหมเจ้าคะ เผื่อว่าสะบันงาเกิดตัดสินใจไปกับคุณศุกล พวกมันจะได้ขัดขวางเอาไว้ทันท่วงที”
       เจ้าคุณพยักหน้าเห็นด้วย
       “แค่ขัดขวางเอาไว้ อย่าให้มันพาสะบันงาหนีไปได้ เพื่อปกป้องชื่อเสียงและเกียรติยศของฉัน”
       “เจ้าค่ะ แค่ขัดขวางแล้วสั่งสอนสักหน่อย ให้มันหลาบจำนะเจ้าคะ แล้วจะให้อะไรเป็นรางวัลในการปกป้องชื่อเสียงของท่านเจ้าคะ”
       “ส่งทองให้สองถุง ให้มันหลังจากเสร็จเรื่อง”
       น้อยยิ้มย่อง
       
       “บ่าวจะจัดการให้ตามที่ท่านสั่งมาเจ้าค่ะ”

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 8
        
       คุณนายน้อยอยู่คุยกับคุณหญิงศรีนานแล้ว จึงบอกให้รู้ว่าจะกลับ
        
       “คุณหญิง แม่กลับก่อน มีหลานอย่างนี้แม่คงมาที่นี่บ่อยๆ เจ้าคุณเขาไม่ว่าใช่ไหม”
       “ไม่ว่าหรอกค่ะ แม่น้อย”
       ตลอดเวลา ศุกลเพียรแต่มองหน้าสะบันงาที่พยายามเมินสายตาไปทางอื่น สะบันงารีบยกมือไหว้คุณนายน้อย
       “ทางท่านเจ้าสัว คุณนายใหญ่และฉันใจอ่อนอนุญาตให้แกแต่งงานกับคุณศุกลเขา แต่แกได้ดิบได้ดีไปแล้วก็ถือว่าจบกันด้วยดี”
       “เจ้าค่ะ”
       ศุกลเขยิบมากระซิบ
       “อีกสามวันฉันจะมาเอาคำตอบ”
       ศุกลอาลัยอาวรณ์แล้วถอยกลับออกไป ศุกลเข้าใจว่าสะบันงาได้จดหมายไปแล้วดังที่น้อยหลอกล่อ
       “คุณศุกลเขากระซิบอะไรหรือ” คุณหญิงศรีถามอย่างแปลกใจ
       “ไม่มีอะไรค่ะ แค่ทักทายค่ะ”
       “แม่ฉันพูดถูก เรื่องสะบันงากับคุณศุกลจบกันด้วยดี”
       “ค่ะ”
       สะบันงาเองยังงงเพราะไม่เข้าใจว่าศุกลหมายความว่าอย่างไร เพราะไม่ได้เอาจดหมายไปอ่าน
       “ไปเรียกเมี้ยนมา แล้วสะบันงากลับไปเรือนตัวเองได้แล้ว”
       “ค่ะ”
       สะบันงาถอยออกไปตามเมี้ยน
       
       ศุกลเดินมากับคุณนายน้อยใจกังวลเรื่องสะบันงา น้อยแอบโผล่มาหาศุกล
       “สะบันงาเอาจดหมายไปแล้วใช่ไหม”
       “เจ้าค่ะ”
       คุณนายน้อยหันมามอง ศุกลกับน้อยจึงหยุดพูด น้อยรีบถอยหลบไป
       “บ่าวคนนี้มันดูกะริกกะเร่อ แปลกๆ”
       คุณนายน้อยเดินต่อไปศุกลเดินตามถอนใจกังวลไม่หาย
       “สะบันงาอ่านจดหมายแล้ว ตัดสินใจอย่างไรหนอ”
       
       สะบันงาหลับไม่ลง นอนลืมตาโพลง นึกสงสัยว่า จดหมายนั่นเขียนว่าอย่างไร เจ้าคุณลอบมองสะบันงาเข้าใจว่าคงได้รับจดหมายแล้วคงกำลังตัดสินใจ ตาขุ่นขวางขึ้นมาแล้วสงบลง เดินมาประคองสะบันงาไว้
       “มีปัญหาอะไรให้ต้องตัดสินใจหรือสะบันงา”
       “ไม่มีค่ะ”
       “แล้วทำไมสะบันงาจึงเศร้าสร้อยนัก สะบันงามีความทุกข์อะไรมากมายบอกฉันสิ”
       “ไม่มีค่ะ ดิฉันเป็นห่วงคุณหญิงมากค่ะ ท่านอ่อนแอ คุณหลวงหมออดุลย์บอกว่าท่านต้องนอนพักฟื้นประมาณหนึ่งเดือนค่ะ”
       “หนึ่งเดือนเลยหรือ”
       “ท่านจะไม่ยอมอยู่ไฟด้วยค่ะ”
       “อยู่ไฟ แปลว่าอะไร”
       “ดิฉันก็ไม่ทราบชัดค่ะ ทราบเพียงว่า หลังคลอดผู้หญิงต้องอยู่ไฟเพื่อให้มดลูกเป็นปกติค่ะ”
       “อ้อ...ฉันจะไปขอร้องคุณหญิงให้อยู่ไฟ”
       “ขอบพระคุณมากค่ะ”
       เจ้าคุณยิ้มเอ็นดูสะบันงาที่หวังดีกับคุณหญิงศรี แต่ในใจก็ยังนึกเรื่องจดหมายที่ศุกลให้สะบันงา
       “อยากรู้เหลือเกินว่าเธอตัดสินใจอย่างไรสะบันงา แต่ไม่ว่าเธอจะ ตัดสินใจอย่างไร ฉันไม่มีวันยอมให้เธอไปจากฉันแน่นอน”
       เจ้าคุณมุ่งมั่นมาก
       
       สังวรอุ้มทองมายืนหน้าบ้านเจอยามที่เปลี่ยนหน้าไปแล้ว ไม่รู้จักสังวร สังวรตะลึงกับสิ่งที่ได้รู้
       “อะไรน่ะสังเวียนนะหรือ เป็นชู้กับกับคนขับรถแล้วฆ่ากันตายเองทั้งสองคน”
       “ตกใจทำไม รู้จักสังเวียนด้วยหรือ แล้วนี่จะมาสมัครทำงานหรือ” ยามสงสัย
       “เอ้อ...”
       น้อยเดินออกมาหาเหมาะกับซังที่อยู่แถวๆนั้นพอดี
       “ต๊าย นังสังวรมารนหาที่ตายทำไมกัน”
       “น้อย ฉัน ฉัน นี่ลูกของฉันกับท่านเจ้าคุณ”
       “โกหกเหมือนนังสังเวียนไม่มีผิด กลับไปซะ ท่านรอเอาเรื่องแกอยู่ คุณหญิงก็ยังรอเล่นงานแกไม่เลิกรา แกจะตายกันทั้งแม่ทั้งลูก”
       “ฉันอยากพบท่านเจ้าคุณ จะฆ่าจะแกงฉันฉันยอม แต่ลูกของฉันกับท่านขอฝากไว้ให้ท่านดูแล”
       น้อยยิ้มหยัน
       “ต๊าย นี่แกยังคิดอีกหรือว่าท่านเจ้าคุณจะเชื่อว่าเป็นลูกของท่าน ไม่ใช่ลูกชู้”
       “ลูกชู้ นี่แกเอาอะไรมาพูด”
       “ก็เอาที่คุณหญิงบอกมาพูดน่ะสิ”
       “ใส่ร้ายกันชัดๆ”
       “คุณหญิงเกลียดแกมากแกก็รู้ ถ้าแกขืนทิ้งลูกไว้ลูกแกตายแน่ๆ กลับไปเถิด สังวร นี่ฉันเตือนแกด้วยความหวังดีนะ”
       สังวรยืนร้องไห้
       “ฉันขอพบท่านเจ้าคุณสักครั้ง ฉันจะอธิบายความจริงให้ท่านฟัง ว่าฉันไม่ได้ขโมยเพชร แหวนที่ฉันได้ไปก็เป็นแหวนเก๊”
       น้อยพยักหน้าให้เหมาะกับซัง
       “พูดไปทำไม ไม่มีใครฟังแกหรอก”
       สองคนเดินรีไปหาสังวร
       “กลับไปซะ”
       สังวรถอย ตกใจ
       “พวกแกจะทำอะไรฉัน”
       สองคนยิ้มดุดันเดินหาสังวร น้อยเดินไปกระซิบ
       “ไอ้สองคนนี่นังคุณหญิงจ้างไว้ให้ดักรอเล่นงานแกกับลูกไงล่ะ”
       “ว๊าย อย่านะ อย่ามาทำอะไรฉันกับลูกนะ”
       “แล้วแกจะยืนรอนังเมี้ยนมันมาเจอหรือยังไง รีบไปสิ”
       สังวรอุ้มลูกวิ่งเซซังตกใจกลัวออกไป น้อยยิ้มสะใจ
       “กูจะไม่ยอมให้ใครมาขวางทางเป็นคุณหญิงของกู เพราะกูนี่แหละคือ คุณหญิงตัวจริงของเจ้าพระยาสมิติภูมิ”
       น้อยยิ้มอย่างมัวเมาในริษยา รถเจ้าคุณแล่นมาพอดี น้อยถอนใจโล่งออก
       “เกือบไป นังสังวรเกือบจะเจอไอ้แก่นี่เข้าให้แล้วโชคดี โล่งอก เฮ้อ”
       เจ้าคุณสั่งนายบุญจอดรถ มองสองคนนิดหนึ่ง แล้วขับผ่านเลยไปในบ้าน
       
       คุณหญิงศรียังคงป้อแป้ โวยวายใส่เมี้ยน
       “ฉันไม่อยากอยู่ไฟ ทำไมต้องอยู่ไฟด้วย เมี้ยน สะบันงา”
       “เมี้ยนก็ไม่เคยมีลูก เมี้ยนก็ไม่เข้าใจเจ้าค่ะ แต่เมี้ยนเชื่อว่ามันต้องดีเจ้าค่ะ”
       “อยู่ไฟเถิดนะคะคุณหญิง หนูถามคุณหลวงหมออดุลย์แล้ว ท่านว่าควรทำเจ้าค่ะ”
       คุณหญิงศรียังคงส่ายหน้า
       “ไม่ พริสซิลล่าเป็นอย่างไรบ้างสะบันงา”
       “เลี้ยงง่าย น่ารัก ไม่อ้อน ไม่งอแงค่ะ”
       “ดีมาก ต้องขอบใจสองคนพี่น้องนั่นมากที่มาดูแลลูกฉัน”
       คุณหญิงศรียิ้มเพลียๆ
       
       ศุกลทำทีมาเยี่ยมคุณหญิงศรี แต่อยากมาฟังข่าวสะบันงา น้อยรีบมาดักพบ
       “คุณศุกลเจ้าขา บ่าวดีใจด้วยเจ้าค่ะ”
       “ดีใจหรือ”
       “สะบันงาฝากมาบอกว่า ตกลงเจ้าค่ะ” น้อยโกหกหน้าตาย
       “สะบันงาตอบตกลง”
       ศุกลดีใจจนลืมฉงนใจคลางแคลงใจในตัวน้อย
       “แต่เขาอาย บอกว่าถ้าพบเจอเขาอย่าพูดเรื่องนี้นะเจ้าคะ สะบันงากลัวความแตก รู้ไปถึงท่านเจ้าคุณเจ้าค่ะ”
       “ฉันเข้าใจ ขอบใจมากน้อย”
       ศุกลส่งเงินให้ปึกหนึ่งแล้วเดินจากไป น้อยจูบเงิน ยิ้มดีใจ
       “ทำไมมันโง่กันทั่วหน้าถึงเพียงนี้นะ”
       ศุกลพึมพำตลอดเวลาอย่างดีใจมาก
       
       “สะบันงาตกลงๆ”

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 8
        
       สะบันงาพยายามปลอบคุณหญิงศรี
        
       “ท่านเจ้าคุณท่านห่วงคุณหญิงมากนะคะ ท่านจะมาขอร้องคุณหญิงให้ อยู่ไฟจะได้แข็งแรงค่ะ แข็งแรงเพื่อคุณหนูค่ะ”
       คุณหญิงศรีเริ่มคิดตาม
       “จริงสิ เพื่อลูก อยู่เพื่อลูก ฉันต้องอยู่ไฟ”
       เสียงเคาะห้อง
       “สะบันงาไปเปิดประตูสิ สงสัยว่าท่านเจ้าคุณจะมา”
       สะบันงาไปเปิดประตู ศุกลยืนอยู่ มองสะบันงายิ้มย่อง ดีใจ
       “สะบันงา ขอบใจมาก”
       สะบันงางงว่าขอบใจเรื่องอะไร คุณหญิงศรีหันไปมองน้องชาย
       “นายมาเยี่ยมพี่หรือ เข้ามาสิ”
       สะบันงาจึงถอยมาให้ศุกลเข้ามาแล้วถือโอกาสหลบไป
       “หนูจะไปช่วยดูแลคุณหนู ผลัดให้ดาไปอาบน้ำกินข้าวค่ะ”
       ศุกลมองตามยังยิ้มย่องแล้วเดินมาจับมือพี่สาว
       “วันนี้หน้าตาสดใส ทำใจได้แล้วหรือนาย”
       “ครับพี่หญิง ทุกอย่างเรียบร้อย ผมสบายใจมาก ขอบคุณพี่หญิงที่นำพาให้ผมได้พบกับสะบันงา”
       “พี่ก็เบาใจ สบายใจ”
       คุณหญิงศรี คิดว่าศุกลทำใจได้แล้ว
       
       เจ้าคุณฟังน้อยด้วยสีหน้าโกรธขึ้งมาก
       “สะบันงาตัดสินใจไปกับคุณศุกลเจ้าค่ะ ศุกร์ขึ้น 13 ค่ำ เวลาสามทุ่มเจ้าค่ะ นัดพบกันที่ซุ้มดอกไม้ที่พวกเขาชอบไปพลอดรักกันเจ้าค่ะ”
       เจ้าคุณนั่งนิ่ง เอามือกุมหัวใจแต่ไม่ได้เป็นอะไร น้อยลอบยิ้ม เยาะอยู่ในใจ
       ‘นี่ก็เป็นถึงเจ้าพระยายังโง่ เพราะความรักบังตา....ถ้าเช่นนั้น วันศุกร์ขึ้น 13 ค่ำ ให้ไอ้สองคนนั่นจัดการได้เลยนะเจ้าคะ’
       เจ้าคุณตัดสินใจ
       “อย่าให้มีการตายที่นี่อีก จับตัวไปสั่งสอนก่อนที่เขาจะพบกับสะบันงา เอาแค่ให้เขาหลาบจำก็พอแล้ว”
       “รับรองเจ้าค่ะ”
       น้อยยิ้มย่องสมหวัง
       
       สะบันงายังแปลกใจไม่หาย ที่ศุกลมาบอกว่าขอบใจมากแถมยิ้มย่องยินดี
       “ทำไมเขาขอบใจเรา เขายิ้มแย้ม เกิดอะไรขึ้น หรือว่าเขาตัดใจจากเราได้แล้ว”
       สะบันงาไม่คิดไม่ออก
       
       ในห้องนอน...เจ้าคุณเอาแต่จ้องสะบันงาอย่างครุ่นคิด
       ‘ทำไม...ทำไมเธอถึงกล้าหยามหน้าฉันด้วยการตัดสินใจหนีไปมีชู้”
       สะบันงาหันไปมอง
       “ท่านคะ”
       เจ้าคุณไม่ได้ยิน ยังใจลอยครุ่นคิด
       “ท่านคะ คุณหญิงท่านยอมอยู่ไฟแล้วค่ะ”
       เจ้าคุณยังใจลอย สะบันงาใกล้เข้าไปอีก
       “ท่านเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
       เจ้าคุณรู้สึกตัว
       “ว่าอะไรนะสะบันงา เธออยากจะบอกอะไรฉันใช่ไหม”
       “คุณหญิงท่านยอมอยู่ไฟแล้วค่ะ”
       “อ้อ ดีมาก”
       แล้วเจ้าคุณก็เหมือนไม่ยินดียินร้ายนัก
       “ง่วงนอนหรือยังคะ ดิฉันจะเปิดเพลงให้ฟังค่ะ”
       เจ้าคุณมองสะบันงาแปลกๆ นึกในใจ...
       ‘สะบันงา เธอช่างเสแสร้งทำตนเป็นคนดี ที่แท้เธอก็ร้ายกว่างูพิษชนิดไหนๆ’
       “ฟังเพลงนะคะ”
       เจ้าคุณส่ายหน้า
       “ไม่อยากฟัง”
       “ท่านไม่สบายหรือเปล่าคะ ดิฉันจะให้คนไปรับคุณหลวงหมออดุลย์มานะคะ”
       “ไม่ต้อง” เจ้าคุณดึงมือสะบันงามากุมไว้แนบอก “สะบันงา เธอรักฉันบ้างไหม”
       สะบันงาตกใจ ตอบไม่ถูกบอกว่ารักก็โกหก
       “ดิฉันเป็นภรรยาท่านแล้ว ดิฉันจะจงรักภักดีต่อท่านไปจนวันตายค่ะ”
       เจ้าคุณถอนใจ
       “ตอบไม่ตรงคำถามเหมือนคุณหญิงอีกคน แต่ก็ขอบใจที่พูด ให้สบายใจว่าเธอจะไม่ทิ้งฉันไป หวังว่าคงรักษาคำพูดนะสะบันงา”
       “ค่ะ”
       เจ้าคุณลังเลว่าสะบันงาจะไปกับศุกลแน่ หรือไม่ไปกันแน่ เจ้าคุณมองหน้า สะบันงาสบตามองตอบตาใสซื่อ เจ้าคุณทนไม่ไหว ดึงสะบันงามาโอบกอดไว้
       “สะบันงา ฉันรักเธอสุดหัวใจ อย่าทำร้ายจิตใจฉันนะสะบันงา อย่าทำร้ายฉัน”
       “ดิฉันจะไม่มีวันทำร้ายท่าน”
       “ขอบใจ”
       สะบันงาอึ้งมีผู้ชายขอบใจสะบันงาวันเดียวกันสองคน พึมพำ
       “ขอบใจอีกแล้ว แต่ละคนขอบใจเราเรื่องอะไรกัน”
       
       สังวรกลับไปบ้าน เอาทองนั่งตักร้องไห้
       “อีนังศรี อีนังคนใจอำมหิต มึงจะเข่นฆ่ากูกับลูกให้จมดิน คอยดูเถิดกูจะกลับไปล้างแค้นมึงอีกให้จงได้ ลูกกูคนนี้คือทายาทคนโตของบ้านสมิติภูมิ ลูกกูต้องได้พบกับพ่อของมัน แต่ถ้าลูกกูไม่ได้ดังหมาย ลูกของมึงก็อย่าได้สมหวัง”
       
       วันศุกร์ ขึ้นสิบสามค่ำ…คุณหญิงศรีบอกเมี้ยนให้ไปเอาของที่บ้านเจ้าสัว
       “เมี้ยน คุณศุกลเขาบอกไว้วันก่อนให้เมี้ยนไปบ้านคุณเตี่ย วันนี้แม่น้อยจะให้กิมเฮียง กับกิมฮวย ทำไก่ตุ๋นยาจีนมาให้ฉันกิน”
       “เจ้าค่ะ สะบันงาอยู่กับคุณหญิงนะ”
       “ค่ะ” สะบันงารับคำ
       “งั้นเมี้ยนไปก่อนนะเจ้าคะ”
       เมี้ยนถอยออกไป
       “สะบันงา ท่านเจ้าคุณเป็นอย่างไรบ้าง” คุณหญิงศรีหันมาถามสะบันงาที่นั่งอยู่
       “เมื่อคืนก่อนโน้น ท่านดูใจลอยเจ้าค่ะ”
       “โดนขัดใจอะไรหรือเปล่า”
       “เปล่าเจ้าค่ะ”
       “ดี อย่าขัดใจอะไรเขา ถ้าพอตามใจกันได้ก็ทำเถิด นึกเสียว่าทำดีเอาบุญเพื่อช่วยไม่ให้เขาเส้นโลหิตในสมองแตกตาย จะกลายมาเป็นบาปกรรมของเราที่ขัดใจเขา”
       “ค่ะ”
       “สะบันงาอย่าไว้ใจนังน้อยมันทีเดียวนะ นังนี่มันอาจจะร้ายกาจเป็นสอง เท่าของนังสังเวียนกับนังสังวรมารวมกัน มันคงผิดหวังที่ท่านไม่สนใจมันเพราะท่านรักสะบันงามาก”
       “ค่ะ”
       “ป่านนี้ลูกของนังสังวร มันคงเดินได้พูดได้แล้ว ระวังนะว่ามันจะกลับมาแก้แค้นพวกเราตามคำที่มันอาฆาตไว้”
       “ค่ะ”
       “ค่ะ อะไรอะไรก็ค่ะ เถียงคนอื่นเป็นบ้างไหม อย่าดีเกินไปนักเลย หัดร้ายร้ายอย่างฉันบ้างชีวิตจะได้ไม่เย็นชืดจืดจาง”
       “คุณหญิงไม่ได้ร้ายกาจ แค่ปากร้ายแต่ใจดีเจ้าค่ะ”
       “นี่ตำหนิหรือชมเชยกันแน่ สะบันงา เด็กเอ๊ย ทำเหมือนไม่เดียงสาแต่ซ่อนคมไว้แท้ๆ รู้ทั้งนั้นแต่ไม่เอ่ยปาก อย่างนี้สิจะอยู่รอดปลอดภัย”
       
       คุณหญิงศรีมองสะบันงาเอ็นดูมาก
       

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 27 จบบริบูรณ์
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 26
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 25
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 24
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 23
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 2 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กลัวรูปป้าเสื้อสีชมพู
ทั้งตกใจและน่ากลัวมาก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014