หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อีสา รวีช่วงโชติ

อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 6

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 ธันวาคม 2556 04:17 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 6
        อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 6 (ต่อ)
       
       รถที่มีวินิจขับแล่นมาในย่านชุมชนแออัด ถนนคับแคบ จนรถแทบแล่นผ่านไปไม่ได้ แลเห็นพวกคนหาเช้ากินค่ำเดินขวักไขว่ หญิงโสภาสะท้อนใจ ช่างเป็นชีวิตที่แตกต่างจากวังรวีวารโดยสิ้นเชิง
       
       นอกจากนี้ ในบรรดาบ้านที่รถแล่นผ่านไปนั้น นอกจากเห็นสภาพความยากจนแล้ว สภาพรอบๆ ยังดูน่ากลัว น่าตกใจ ทั้งร้านคนจีนที่รับเชือดไก่ถอนขน มีร้านเชื่อมเหล็กที่มีลูกไฟกระเด็นออกมาบนถนน และร้านแขกแล่เนื้อ ที่มีเจ้าของเป็นแขกหน้าตาดุเลือดเปื้อนทั้งตัว
       หญิงโสภากับสากุมมือกันแน่น มองออกไปนอกรถอย่างตื่นๆ
       
       รถจอดตรงหน้าตรอกที่ทั้งเล็กและแคบ มีทางเดินทอดยาวเข้าไป
       “เอ้า ถึงแล้ว ลงสิ” วินิจบอก
       หญิงโสภามองรอบตัว หน้าตื่น “ที่นี่ที่ไหนคะ คุณสมศักดิ์”
       สมศักดิ์ทำเสียงปลอบใจ “บ้านพักของเราอยู่ในซอยนี้ครับรถเข้าไม่ได้ เราต้องเดินเข้าไป”
       สมศักดิ์ลงมาเปิดประตูให้อย่างสุภาพ ประคองคุณหญิงเดินเข้าซอย หญิงโสภาหน้าเสีย หันมาเรียกสาเสียงอ่อย ใจเสีย
       “สา”
       สาจับมือด้วยความสงสาร พยายามปลอบใจ “สาอยู่นี่ค่ะ คุณหญิงไม่ต้องกลัว”
       วินิจมองอย่างอ่อนใจนึกหมั่นไส้
       ทั้งสี่เดินเข้าซอยไปเนื่องจากเป็นซอยที่อยู่ติดริมแม่น้ำ เข้าไปด้านในจึงมีน้ำขัง พื้นเฉอะแฉะด้วยโคลนเลน ต้องเดินบนไม้กระดานสามสี่แผ่นที่ปูไว้ พอเดินหลีกกันพ้นคุณหญิงโสภาเดินตัวแข็ง มือเกาะแขนสาแจ
       
       สมศักดิ์กับวินิจเดินนำสองสาวเข้ามาในกลุ่มบ้านไม้เก่าๆ ที่สร้างเบียดเสียดจนหลังคาแทบจะเกยกัน
       ชาวบ้านมีสภาพยากจน เสื้อผ้าเก่ามอมแมม เมื่อสากับคุณหญิงโสภาเดินผ่านจึงเป็นเป้าสายตาของทุกคนให้หันมามอง พลางซุบซิบกัน
       หญิงโสภาเดินก้มหน้างุด สาเองก็มองไปรอบๆ ตัวอย่างกังวล
       สักครู่หนึ่งทั้งสี่คนเดินมาถึงบ้านไม้หลังเล็กๆ ชั้นเดียว แต่ยกพื้นสูง ข้างล่างเป็นที่เก็บของรุงรัง มีแคร่ผุพังวางอยู่
       วินิจทำท่าผายมืออย่างโก้หรู “ถึงแล้วขอรับ นิวาสถานอันต่ำต้อยของกระผมยินดีต้อนรับ” เขายิ้ม พูดแดกดัน “คุณหญิงโสภาพรรณวดีและผู้ติดตาม”
       สมศักดิ์อธิบายกับหญิงโสภาที่ยืนงงอยู่
       “เราสามคนจะอาศัยอยู่ที่บ้านพี่วินิจก่อนชั่วคราว” แล้วเข้าไปประคอง “เชิญครับ คุณหญิง”
       หญิงโสภาหน้าจ๋อย สากุมมือให้กำลังใจ แล้วพาเดินตามสมศักดิ์เข้าไปในตัวบ้าน
       
       บ้านของวินิจ เป็นห้องอเนกประสงค์ที่มีทุกอย่าง ทั้งตู้เก็บของ โต๊ะกินข้าว โซฟายาวเก่าๆ สำหรับนั่งเล่น 1 ตัว หน้าต่างมองออกไปเห็นราวตากผ้าของข้างบ้านอยู่แค่เอื้อม ผนังอีกด้านมีประตูห้องสองห้องติดกัน สากับหญิงโสภายืนเคว้งคว้างอยู่กลางบ้าน วินิจบอกสมศักดิ์
       
       วินิจชี้ไปที่ประตูห้อง “ฉันจัดห้องนั้นไว้ให้เป็นห้องหอ มีมุ้งหมอนที่นอนพร้อม” เขายักคิ้วล้อ “จะส่งตัวกันเลยไหม”
       หญิงโสภาอายจนหน้าแดง นึกเกลียดวินิจขึ้นมาทันที สมศักดิ์รีบตัดบท
       “คุณสาพาคุณหญิงไปพักผ่อนก่อนเถอะครับ จะได้จัดข้าวจัดของ ผมกับพี่วินิจจะเอารถไปคืนเจ้าของเขาก่อน”
       “ค่ะ” สาพยักหน้า
       “รีบไปรีบมานะคะ”
       “ครับ”
       สมศักดิ์บีบมือหญิงโสภาเร็วๆ หนึ่งครั้ง แล้วพาวินิจออกไป
       “ไปค่ะ คุณหญิง เข้าไปดูห้องใหม่กัน”
       
       สาหิ้วกระเป๋าทั้งของตัวเองและของหญิงโสภา เดินนำหญิงโสภาเข้าห้องไป

อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 6
        สาพาคุณหญิงเดินเข้ามาในห้องที่ทั้งเล็กและคับแคบ มีเตียง ตู้เสื้อผ้าหนึ่งหลัง และโต๊ะแต่งตัวทำจากไม้เก่าๆ
       
       คุณหญิงโสภาลงนั่งบนเตียง เห็นผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนไม่ใช่ของใหม่ สีซีดจาง คุณหญิงมองรอบตัว น้ำตาคลอจวนจะหยดด้วยความอนาถใจ สาลงนั่งคุกเข่าหน้าเตียงพยายามพูดปลอบใจ
       “ที่นอนหมอนมุ้งนี่ถึงจะเก่า แต่ก็สะอาดสะอ้านดี...คุณหญิงอาศัยนอนไปก่อนนะคะ เดี๋ยวเราค่อยไปซื้อไปหาของเราเอาใหม่”
       หญิงโสภาฝืนยิ้ม “จ้ะ” ทำเสียงสดใส ปลอบใจตัวเอง “เรามาอาศัยเขา เท่านี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว...ว่าแต่สาเถอะ มีที่นอนอยู่อันเดียว แล้วสาจะไปนอนที่ไหน”
       “ไม่ต้องห่วงสาหรอกค่ะ ทูนหัว คนอย่างสามีหลังคาคุ้มหัวก็นอนได้แล้ว” อีสาหยอกล้อ เพื่อให้หญิงโสภาลืมเศร้า “อีกอย่าง นี่มันห้องหอของคุณหญิงนะคะ ขืนสามานอนด้วย คุณสมศักดิ์ได้โกรธสาตาย”
       หญิงโสภาอาย “สาน่ะ อย่าพูดอย่างนี้สิ”
       จังหวะนี้ประตูห้องก็เปิดผางออก สากับหญิงโสภาตกใจ
       ดวงใจหญิงวัยประมาณ 28 ปี แต่งตัวแบบชาวบ้าน แต่สีสันจัดจ้าน ดอกดวงเต็ม บอกนิสัย เดินอาดๆ เข้ามาอย่างถือวิสาสะ
       “ไหน ขอดูหน้าเมียพ่อสมศักดิ์หน่อยเถอะ” มองสากับหญิงโสภาจากหัวจรดเท้า “แม่โว้ย หน้าตาอย่างกับนางเอกด้วยกันทั้งคู่...ว่าแต่ว่าคนไหนกันล่ะ”
       สาลุกพรวดขึ้น ทำท่าปกป้องหญิงโสภาเต็มที่ “หล่อนเป็นใครกัน เข้ามาในนี้ได้ยังไง”
       
       ดวงใจเท้าสะเอว หน้าตาพร้อมมีเรื่อง “ฉันชื่อดวงใจ เป็นเมียคุณวินิจ เป็นเจ้าของบ้านที่หล่อนอยู่นี่ล่ะย่ะ หล่อนล่ะยะเป็นใคร”
       สาตกใจ
       “ตายจริง” รีบเปลี่ยนท่าที พร้อมกับยกมือไหว้ “ฉันขอโทษจ้ะ พี่” หันไปหาคุณหญิงแนะนำ “นี่คุณหญิงโสภา...เป็นคนรักของคุณสมศักดิ์จ้ะ พี่”
       หญิงโสภายกมือไหว้พอเป็นมารยาท ดวงใจพยักหน้ารับแบบคนไม่เรื่องมาก เดินอาดๆ เข้ามาจ้องหน้าหญิงโสภา มองอย่างสนใจ
       “หน้าอ่อนเป็นหยวกท่าทางยังเด็กอยู่เลยนี่...เป็นถึงหม่อมราชวงศ์เชียวรึ”
       หญิงโสภาไม่ตอบ หน้านิ่ง คอแข็งแบบคนถือตัว สารีบชวนดวงใจคุย ยิ้มประจบ
       “จ้ะ ส่วนฉันชื่อสา เป็นพี่เลี้ยง”
       ดวงใจตาโต “หา! พี่เลี้ยง! โตเป็นสาวจนมีผัวได้แล้ว ยังต้องมีพี่เลี้ยงอีกรึ เวรกรรม” พอเห็นหญิงโสภานั่งนิ่ง “นี่ แล้วใจคอหล่อนจะไม่พูดกับฉันซักคำหรือยะ แม่คุณ...หรือว่าเป็นใบ้”
       หญิงโสภาสะดุ้ง แต่ยังนิ่ง ทำตัวไม่ถูก สารีบแก้ตัวแทน
       “คุณหญิงเธอขี้อายน่ะจ้ะพี่ เลยพูดอะไรไม่ออก อย่าถือสากันเลยนะจ๊ะ”
       ดวงใจชอบท่าทางอ่อนหวานประจบประแจงของสา เลยไม่เอาเรื่องแต่ก็อดเหน็บไม่ได้
       “โฮ้ย อายทำไม กะอีแค่มีผัว .. ของแบบนี้ มันด้านได้ อายอด จริงไหมแม่สา”
       ดวงใจหัวเราะร่วนสาพลอยขำ รู้สึกว่าดวงใจแค่เป็นคนหยาบๆ ไม่รู้กาลเทศะเท่านั้น ไม่ได้ร้ายกาจ
       อะไร แต่หญิงโสภาไม่ชอบที่ดวงใจพูดลามปาม ได้แต่นั่งนิ่ง คอแข็ง
       ทุกครั้งที่คุณหญิงโสภาได้ยินคนพูดพาดพิงถึงเรื่องเพศ จะเกิดอาการอายกึ่งไม่ชอบใจ เพราะสำหรับราชนิกุลอย่างเธอ เรื่องความต้องการทางเพศเป็นเรื่องน่าอาย
       
       ส่วนที่วังรวีวาร หม่อมพริ้มนั่งนิ่งอยู่บนตั่งในห้องสำราญ น้ำตาแห้งไปหมดแล้ว แต่ดวงตาช้ำ ขมขื่น เจ็บแค้น ยังคงมีแต่เจิมที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น
       “เป็นความผิดของบ่าวเอง ที่เลี้ยงมันมา...นึกไม่ถึงว่าอีสามันจะเลวเสียยิ่งกว่าหมา หม่อมขุนเลี้ยงมันมา มันยังแว้งกัดเอาได้...ถ้ารู้ว่ามันโตขึ้นมาเนรคุณอย่างนี้ บ่าวเอาขี้เถ้ายัดปากมันไปแล้ว”
       “ข้าคิดอยู่เสมอ ว่าอีสามันเกิดมาทำลายสกุลรวีวาร...ข้ามัวแต่ไปห่วงชายรวี ไม่นึกเลย...”
       หม่อมพริ้มลุกขึ้นทันทีด้วยความเจ็บใจ
       “ข้าจะไปหาคุณพี่...แล้วจะไปแจ้งตำรวจ”
       “ดีเจ้าค่ะ รีบไปตามตัวคุณหญิง...”
       
       เจิมพูดไม่ทันขาดคำ หม่อมพริ้มก็หันมา ตวาดเสียงเกรี้ยวกราด
       “อย่าเรียกมันว่าคุณหญิง” หม่อมพูดอย่างเจ็บช้ำ “ราชสกุลรวีวารไม่มีลูกหลานที่ใฝ่ต่ำอย่างนี้” ยิ่งคิดยิ่งแค้น “เลือดชั่วๆ ก้อนเดียว ข้าตัดได้...จากนี้ไป มันเป็นแค่นังโสภา ผู้หญิงหน้าด้านไร้ยางอายคนนึงเท่านั้น!”
       
       หม่อมพริ้มเดินฉับๆ ออกไปจะขึ้นรถที่ชิดจอดรถอยู่ เจิมเดินตาม ชายรวีวิ่งเตาะแตะออกมาจากอีกด้าน มีเสียงหวนร้องห้ามตามมา
       “คุณชายอย่า อย่าค่ะ”
       ชายรวีที่วิ่งเข้ามาหาหม่อมพริ้ม ปากพูดไปด้วย
       “หม่อมแม่ขา...สาไปไหน ชายจะหาสา”
       ชายรวีกอดขาหม่อมพริ้ม พอหม่อมพริ้มได้ยินชื่อสา บันดาลโทสะ ลืมตัว
       “ไปให้พ้น ไอ้ลูกขี้ข้า”
       ชายรวีก้นกระแทก ล้มลง ไม่เจ็บมาก แค่หน้าเสีย
       หวนกับเจิมตกใจ
       “ชาย” ชายรวีส่ายหน้า น้ำตาคลอ “ชายเปล่า”
       หม่อมพริ้มได้สติรีบทรุดตัวลง ดึงชายรวีเข้ามากอด
       “โอ๋ คนดี...แม่ขอโทษนะจ๊ะ แม่ไม่ได้ว่าชายนะลูก แม่โกรธ แม่เลยพลั้งปากไป”
       “หม่อมแม่โกรธใครคะ”
       “โกรธคนเลวลูก” หม่อมพึมพำกับตัวเอง “คนบางคน มันเลวเสียจนไม่สมควรเป็นแม่ใคร”
       
       หม่อมพริ้มมีสีหน้าเคียดแค้น กอดชายรวีแน่นไว้ในอ้อมอก โดยที่คุณชายน้อยไม่รู้เรื่องอะไร
       
        
       อ่านต่อหน้า 4

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 37 จบบริบูรณ์
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 36
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 35
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 34
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 33
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนอัพ พรุ่งนี้ถ้ายังไง อัพซักหน้าก็ยังดี ก่อนออกไปเป่านกหวีดน้าาาาาา อิอิ
รออ่านๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หน้า 4 ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
รอๆๆๆๆๆๆๆๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014