หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คือหัตถาครองพิภพ

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 ธันวาคม 2556 08:32 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9
       คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9
       
       คุณหญิงศรีนอนฟุบนิ่งมือจับมือศุกลไว้ เมี้ยนลากน้อยถูลู่ถูกังมาถึงทั้งตบทั้งตี น้อยร้องโอดโอยครวญครางมาตลอดทาง
       
       “มึงมันเลวทรามนัก มึงจะฆ่าคุณหญิง ฆ่าคุณหนู แถมแม่ดากับเดือนด้วย กูจะฆ่ามึงให้ตายอย่างทรมานให้สาสม”
       เมี้ยนมองไปเห็นร่างคุณหญิงนอนฟุบอยู่ใกล้ศุกล เมี้ยนหวีดลั่น
       “คุณหญิงของบ่าว”
       เมี้ยนเหวี่ยงน้อยโดยแรงเซกระเด็นไป แล้วผวาไปหาคุณหญิงศรี
       “คุณหญิง โธ่”
       เมี้ยนร้องไห้โฮๆ คุณหญิงศรีปรือตามมองเมี้ยน
       “เมี้ยน นายตายแล้ว น้องฉันตายแล้วไอ้ผัวสารเลวมันสั่งฆ่าน้องชายฉัน”
       “นังน้อยเจ้าค่ะ นังน้อยตัวการมันเผาเรือนคุณหญิง”
       “พริสซิลล่า ลูกฉันลูกฉัน”
       “ท่านเจ้าคุณไปช่วยแล้วเจ้าค่ะ ไปเจ้าค่ะ ไปกับบ่าว กลับไปที่เรือน”
       “ไม่ ไม่ไปไม่กลับไป”
       “ถ้าเช่นนั้นกลับบ้านท่านเจ้าสัว เมี้ยนเห็นรถจอดรอคุณศุกลอยู่เจ้าค่ะ”
       “ไม่ได้ คุณเตี่ยกับแม่ทั้งสองทนไม่ได้แน่”
       “ถ้าเช่นนั้น...”
       “ฝังศพนายไว้ที่นี่ ฉันจะกลับมาอีกถ้าฉันไม่ตายเสียก่อน”
       สองคนพูดกัน เมี้ยนพยายามจะช่วยคุณหญิงศรี น้อยคลานมาถึงเสียม เอาเสียมยันตัวยกเสียมขึ้นจะตีเมี้ยน
       “อีเมี้ยน มึงตายเสียเถิด”
       เมี้ยนหันไปเอามือรับเสียมแล้วกระชากเอาน้อยเซลงมาแทบเท้าคุณหญิงศรี เมี้ยนโดดมาเหยียบหลังน้อยกดไว้
       “มึงกราบตีนคุณหญิงสารภาพผิดเดี๋ยวนี้อีสารเลว อีนังคนชั่ว”
       “บ่าวผิดไปแล้ว บ่าวสมคบกับท่านเจ้าคุณฆ่าคุณศุกล บ่าวเผาเรือน คุณหญิงหมายจะให้ไฟครอกตายเจ้าค่ะ”
       “ดี กูจะฟันมึงให้ตายด้วยเสียมนี่”
       “พอที ไม่มีการฆ่ากันอีกแล้ว นังน้อย แกยังยกเสียมไหว แกขุดหลุมฝังน้องฉันสิ”
       “คุณหญิง”
       “ฉันไม่ต้องการมีเวรมีกรรมกับใคร ใช้ให้มันขุดหลุมฝังน้องฉัน”
       “แกได้ยินแล้วก็ยกเสียมมาช่วยฉันสินังสารเลว”
       น้อยพยุงตัวมายกเสียม ขุดหลุม เมี้ยนแทบจะอุ้มคุณหญิงศรีเอาไปพิงต้นไม้ฉีกผ้ามาพันมาซับหน้าทำไปร้องไห้ไป
       
       คุณหลวงหมออดุลย์ฉีดยาบำรุงหัวใจให้เจ้าคุณ
       “ดีขึ้นแล้วขอรับคุณสะบันงา คือท่านช็อคขอรับ”
       “ขอบคุณมากค่ะ เอ้อ กรุณาอย่าเรียกฉันว่าคุณและพูดขอรับกับฉัน”
       “เอ้อ ท่านสั่งกระผมเอาไว้ตั้งแต่ครั้งก่อนที่กระผมมาตรวจอาการคุณหญิงขอรับ”
       “ใช่ ฉันสั่งหมอเอาไว้เอง”
       “ท่านอาการดีขึ้นแล้ว ดิฉันจะพาคุณหมอไปดูคุณหนู เธอสำลักควันไฟค่ะ เชิญค่ะคุณหมอ”
       “รีบไปเถิด ฝากดูด้วยนะคุณหลวงหมออดุลย์”
       สะบันงาพาคุณหลวงหมออดุลย์ออกไป เจ้าคุณรีบลุกพรวด
       “ศรี ศรี...”
       เจ้าคุณจะไปดูคุณหญิงศรี
       
       ศพศุกลถูกฝังไปแล้ว
       “นาย พี่ขอโทษ ชาติหน้านายเกิดมาเป็นน้องพี่อีกครั้ง พี่จะไม่ทำให้นายเสียใจเด็ดขาด พี่รักนายมากที่สุด”
       “รีบไปเจ้าค่ะ แผลคุณหญิงต้องได้รับการรักษาด่วนมากเจ้าค่ะ”
       สองคนประคับประคองกันออกไป น้อยหมดแรงนั่งคอตก ยับเยินไปทั้งตัว ซังกับเหมาะค่อยๆโผล่มาจากหลังพุ่มไม้
       “ไปกันหมดแล้ว เหลือแต่นังน้อย”
       “มันต้องจ่ายเงินให้เรา ไปทวงมัน”
       สองคนปรี่หา น้อยตกใจ
       “พวกแกทำงานพลาด”
       “เราต้องการเงิน”
       น้อยส่ายหน้า
       “ไม่มี ไม่ให้”
       “กูต้องการตัวมึงด้วย”
       สองคนช่วยกันค้นตัวน้อย แล้วเจออะไรเอามาหมด
       “อย่าๆ”
       สองคนไม่ฟังกระชากลากทึ้งทุบตีข่มขืน
       
       คุณหลวงหมออดุลย์ ดูอาการพริสซิลล่าเรียบร้อย ดากับเดือนนั่งน้ำตานองหน้า
       “อ่อนแอมากขอรับ ยังโชคดีที่พ้นออกมาได้ก่อนที่จะสูดควันมากกว่านี้” คุณหลวงหมออดุลย์บอก
       สะบันงาโล่งใจ
       “ต้องขอบคุณแม่ดา กับเดือนค่ะ สองคนพาคุณหนูมาเปิดหน้าต่างยืนรอให้คนไปช่วย โชคดีที่ด้านนั้นไฟไปถึงเพียงเล็กน้อย ขอบคุณมากนะแม่ดา” สะบันงาไหว้ดา
       ดาตกใจ
       “ไม่ต้องค่ะ คุณสะบันงา ไม่ต้องไหว้ฉัน”
       สะบันงาหันไปยิ้มกับเดือน
       “ขอบใจมากนะเดือน”
       “ค่ะ”
       “อย่าลืมขอบคุณตัวเองนะขอรับ คุณสะบันงาอายุแค่สิบเจ็ด แต่สามารถแก้ปัญหาใหญ่ๆได้เหมือนคนอายุสามสิบเศษ เอ๊ะ กระผมไม่เห็นคุณหญิง...”
       สะบันงาหน้าเสีย
       “เอ้อ ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ เชิญค่ะ นายบุญรอไปส่งแล้ว ค่ะ”
       คุณหลวงหมออดุลย์พอรู้ว่าพูดอะไรออกไปที่ไม่เหมาะ แม้สนิทกับบ้านนี้ จึงเงียบ
       
       คนรถตกใจมาก เมื่อเมี้ยนประคองคุณหญิงศรีในสภาพบาดเจ็บมา
       “ยัยเมี้ยน นั่น นั่น...”
       “คุณหญิงบาดเจ็บสาหัส”
       “ไหนคุณศุกล”
       “อย่าพูดมาก รีบมาช่วยกันพาคุณหญิงท่านไปหาหมอ”
       คุณหญิงศรีร้องบอก
       “ไม่เอาหมออดุลย์”
       “เจ้าค่ะ”
       
       คนรถช่วยอุ้มคุณหญิงศรีใส่รถ

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9
        
       ซังกับเหมาะช่วยกันลากร่างน้อยที่ตายแล้ว ออกไปพ้นจากตรงนั้น
        
       “เอามันไปฝังที่ไหนดี”
       “ไปฝังนอกเขตบ้านหลังนี้”
       “อีน้อยมันหลอกเราทั้งเพ เกือบจะโดนจับเข้าคุก เงินทองก็ไม่ได้ครบตามจำนวน”
       “สมแล้วที่ทำกับมันจนสาสม”
       สองคนลากน้อยหายลับไป เจ้าคุณเดินอ่อนแรงเข้ามาที่เกิดเหตุ ส่ายตาหาคุณหญิงศรี
       “ศรี เมี้ยน ศรี เมี้ยน”
       เจ้าคุณว้าวุ่นตามหาสองคน
       “ศุกลด้วย เขาหายไปไหน ศพเขาหายไปไหน ใครเอาศพเขาไป”
       เจ้าคุณนั่งแปะหมดแรง หาสองคนไม่พบ เจ้าคุณกุมขมับ
       “ศรีตายหรือเปล่า ศรีต้องไม่ตาย ใครพาศรีไปไหน ขอให้เป็นเมี้ยนขอให้เมี้ยนช่วยศรีไว้ได้ด้วย”
       เจ้าคุณเครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก
       
       สะบันงากลับมาเรือน ในห้องไม่มีเจ้าคุณ
       “ท่านเจ้าคุณหายไปไหน”
       สะบันงาคิด
       “ไปตามคุณหญิง จริงสิ ท่านไปตามหาคุณหญิงแน่ๆ”
       สะบันงากลับออกไปอีก
       
       ในครัว ทั้งหมดยังจับกลุ่มกันอยู่ พูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น
       “น้อยหายไปไหน ใครเห็นน้อยบ้าง” กุ๊กเพ้งสงสัย
       “ไม่เห็น” คนอื่นๆพากันส่ายหน้า
       “ไอเห็นตอนหัวค่ำ น้อยถือตะเกียงลานเดินไปทางเรือนคุณหญิง” โรเบิร์ตบอก
       ทองหยอดนึกได้
       “แล้วหายตัวไปจนบัดนี้ นังน้อยนี่แหละตัวเผาเรือนคุณหญิง”
       “นังสารเลว”
       ทุกคนฮือฮา
       
       สะบันงาเดินหาคุณหญิงศรี จนถึงหน้าครัวได้ยินคำพูดพวกในครัว ตื่นเต้นมาก
       “น้อยเผาเรือนคุณหญิงจริงๆหรือนี่ ช่างใจร้ายเหลือเกิน คุณหญิงพูดถูก ว่าอย่าไว้ใจน้อย”
       สะบันงาจะเดินออกไปต่อได้ยินเสียงพูดอีก มาในครัว
       “แล้วคุณหญิงหายไปไหน มีใครเห็นท่านบ้าง”
       “ไม่เห็น”
       “นั่นสิ คุณหญิงหายไปไหน นังน้อยก็หายไปด้วย คุณเมี้ยนก็ เงียบไปอีกคน”
       “ตอนหัวค่ำ ไอเห็นคุณศุกลมาที่นี่”
       “หา” ทุกคนตกใจ
       
       โรเบิร์ตเล่าต่อ
       “ไอเห็นเขาเดินมาหยุดที่ซุ้มดอกไม้เรือนคุณหญิง ไอเข้าใจว่าเขามาหาคุณหญิง”
       ทุกคนแปลกใจ
       “แล้วตอนนี้คุณศุกลไปไหน”
       “คุณศุกลมาที่นี่หรือ แล้วเขาหายไปไหน ทำไมทุกคนหายไปไหนกันหมด”
       สะบันงาแปลกใจไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเดินหาคุณหญิงศรีจนทั่วจนมาถึงซุ้มดอกไม้และจะมาดูว่าศุกลมาที่นี่ทำไม
       “คุณศุกลมาที่นี่ทำไม ถ้าเช่นนั้น ที่ท่านเจ้าคุณเรียกเรามาดูที่หน้าต่างนั่น คงเป็นเพราะเห็นเขา คงคิดว่าเรานัดกัน แต่กลับกลายเป็นคุณหญิงลงมาที่นี่ คุณหญิงลงมาทำไม ถ้ามาหาคุณศุกล ทำไมคุณศุกล ไม่ขึ้นไปหาคุณหญิง อุ๊ย”
       สะบันงาเหยียบไปบนกองเลือด ตกใจก้มลงไปมองเห็นกองเลือดตกใจมาก
       “เลือด เลือดคุณหญิง โธ่ หรือว่าเลือด...”
       สะบันงาคิดว่าเป็นเลือดศุกลก็ใจเสีย เธอก้มลงไปสำรวจมองแล้วมองอีก เจ้าคุณเดินโผเผกลับมา เห็นสะบันงามาที่น้อยบอกว่าสะบันงานัดศุกลไว้
       “มาหาอะไร มาหาใครหรือ”
       ทันใดงูตัวใหญ่ที่เกาะอยู่บนซุ้มไม้ก็ตกลงมาตรงหน้าสะบันงา
       “อ๊าย” สะบันงีกรีดร้องอย่างตกใจ
       “สะบันงา”
       งูเองก็ตกใจเลื้อยหนีไป แต่สะบันงาหมดสติไปแล้ว เจ้าคุณโอบอุ้มประคองไว้
       
       เจ้าคุณดูแลสะบันงา คอยพยาบาลดูแลอย่างทะนุถนอม บีบนวดพัดวี มองหน้าอย่างหลงรัก คุณหญิงสะบันงาลืมตาเห็นหน้าเจ้าคุณชิดหน้าตนเองมองห่วงใย และยิ้มเมื่อเห็นเธอลืมตา
       “สะบันงาฟื้นแล้ว”
       “คุณหญิงเล่าคะ ดิฉันตามหาคุณหญิงไม่พบ พบแต่เลือดค่ะ เลือดของคุณหญิงหยดเป็นทางไปทางหลังบ้าน”
       “ฉันไปหาแล้ว ไม่พบคุณหญิง ไม่พบเมี้ยน หายไปกันหมด แปลกเหลือเกิน”
       “หรือว่าคุณหญิงไปบ้านท่านเจ้าสัวคะ”
       “จริงสิ”
       ในใจเจ้าคุณอยากรู้ว่าศรีตายหรือเปล่า สะบันงาหนาวสั่นใจคอไม่สบาย เจ้าคุณโอบกอดไว้
       “ดิฉันกลัว ดิฉันเป็นห่วงคุณหญิง เกรงว่าจะเกิดอันตรายกับท่านค่ะ”
       “ฉันก็เช่นกัน ห่วงคุณหญิงมาก แต่ก็เบาใจ ที่มีเมี้ยนอยู่ด้วย สะบันงาไม่ต้องตกใจนะ เมี้ยนจะปกป้องคุณหญิงได้”
       “ค่ะ เอ้อ...เอ้อ...”
       สะบันงา อยากจะถามถึงศุกลก็ไม่กล้า
       “พรุ่งนี้ฉันจะส่งคนไปสอบถามหาคุณหญิงที่บ้านท่านเจ้าสัว”
       “ค่ะ”
       เจ้าคุณดึงสะบันงามาแนบอก แล้วจับให้นอน
       “วันนี้พบเหตุการณ์ล้วนเลวร้ายมากมาย นอนหลับให้สบายนะคนดี”
       สะบันงาส่ายหน้า
       “หลับไม่ลงหรอกค่ะ ตราบใดที่ยังไม่ทราบว่าคุณหญิงปลอดภัยหรือเปล่า”
       “รักคุณหญิงมากนักหรือ”
       “ค่ะ ท่านไม่ใช่แม่ก็เปรียบเหมือนแม่ ดิฉันมีแต่ท่านตลอดมา ยังไม่มีโอกาสตอบแทนพระคุณท่านสักครั้ง”
       “มีสิ ช่วยเลี้ยงพริสซิลล่าให้คุณหญิง”
       สะบันงามองหน้าเจ้าคุณ
       “เอ๊ะ ทำไมท่านพูดราวกับว่าคุณหญิงจะไม่กลับมา”
       เจ้าคุณนึกได้
       “เอ้อ คือฉันหมายความว่า คุณหญิงอาจจะพอใจกลับไปอยู่ที่บ้านท่านเจ้าสัว”
       สะบันงาพยักหน้ารับ เจ้าคุณแอบถอนใจ
       
       โรงพยาบาลเอกชนฝรั่งแห่งหนึ่ง...คุณหญิงศรีโดนวางยาสลบนอนนิ่งบนเตียงในห้องฉุกเฉิน เมี้ยนยืนมองน้ำตาไหลพราก
       “คุณหญิงของเมี้ยน”
       หมอชะงัก
       “คุณหญิงหรือ”
       เมี้ยนรีบแก้
       “เอ้อ คือ...คือ ชื่อหญิงค่ะ ไม่ใช่คุณหญิงตราตั้งหรอกค่ะ”
       “อ้อ...นิ้วเท้าของคุณหญิงคนนี้ โดนฟันขาด ต่อไปคงจะเดินปกติไม่ได้”
       “โธ่” เมี้ยนสงสารจับใจ
       “ใบหน้าก็โดนตีจนยุบไปแถบหนึ่ง ดวงตาข้างที่โดนตี อาจบอดได้”
       “โถ”
       เมี้ยนร้องไห้เหมือนเด็กๆ
       “แต่ที่ดีที่สุดคือเธอรอดชีวิต แม้จะเสียเลือดไปมาก เธอปลอดภัยแล้ว”
       เมี้ยนพอยิ้มทั้งน้ำตาออกมาได้
       
       วันใหม่...เจ้าสัวเส็ง คุณนายใหญ่ คุณนายน้อย วิตกกังวลมาก
       “ศุกลไม่กลับมาบ้านแล้วไปไหน ในเมื่อคนขับรถกลับมาแล้ว” เจ้าสัวเส็งถามอย่างว้าวุ่นใจ
       คุณนายใหญ่ไม่สบายใจ
       “ถามคนขับรถมันก็บอกว่าศุกลไปเยี่ยมคุณหญิง ยังไม่ออกมาจากบ้านนั้น มันดูอึกอักยึกยักพิกล”
       “มันปิดบังอะไรไว้แน่ๆ” คุณนายน้อยครุ่นคิด
       กิมเฮียงนำนายบุญที่หน้าตาจ๋อยเข้ามา นายบุญมาไหว้สามคน
       “คนขับรถบ้านคุณหญิงเจ้าค่ะ”
       เจ้าสัวเส็งหันไปถาม
       “มีอะไร คุณหญิงให้มาหรือ”
       “มิได้ขอรับ คุณสะบันงาให้มาขอรับ”
       คุณนายใหญ่อึ้งๆ
       “ต๊าย ตอนนี้มันเป็นคุณสะบันงาไปแล้วหรือ”
       คุณนายน้อยหมั่นไส้
       “ก็เขาเป็นภรรยาท่านเจ้าคุณแล้วนี่คะ โชคดีของศุกลที่พ้นมันไปได้”
       เจ้าสัวเส็งเกลียดชัง
       “โชคร้ายของคุณหญิง เด็กนั่นมันเหมือนตัวมารของลูกเรา หลุดจากศุกล มันก็ไปแย่งผัวคุณหญิงลูกเรา ว่ามานายคนขับรถนายแกเขาสั่งมาว่าอะไร”
       “ท่านฝากจดหมายของท่านเจ้าคุณมาให้ขอรับ”
       นายบุญส่งจดหมาย เจ้าสัวเส็งรับมาเปิดอ่านแล้วหน้าเสีย สองคุณนายรีบถามพร้อมกัน
       “เขาว่าอะไรคะ”
       ยังไม่ทันที่จะตอบกิมฮวยเดินนวยนาดเข้ามาอีกคน กิมฮวยกระซิบเจ้าสัว
       “ยัยเมี้ยนรอพบที่ห้องด้านโน้นเจ้าค่ะ บอกว่ามีเรื่องจะกราบเรียนเป็นการส่วนตัวเจ้าค่ะ”
       
       สามคนมองหน้ากัน

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9
        
       ในห้องรับรองอีกห้องบ้านเจ้าสัวเส็ง...เมี้ยนน้ำตานองหน้า
        
       “คุณหญิงให้เมี้ยนมาส่งข่าวเรื่องคุณศุกลเจ้าค่ะ”
       สามคนสีหน้าแปลกใจเริ่มวิตก คุณนายใหญ่ถามทันที
       “มีอะไรหรือ”
       เมี้ยนหน้าสลด
       “เอ้อ คุณหญิงกับคุณศุกล โดนคนเลวรุมทำร้ายเจ้าค่ะ”
       สามคนตกใจ
       “อะไรนะ”
       คุณนายใหญ่ช็อก
       “ศุกลลูกแม่”
       คุณนายเล็กตกใจ
       “คุณหญิงของแม่”
       “ว่าต่อไปสิ” เจ้าสัวบอกอย่างร้อนใจ
       “เอ้อ คุณหญิงบาดเจ็บสาหัส อาจถึงขั้นพิการเจ้าค่ะ”
       คุณนายน้อยลมใส่ทันที
       “คุณหญิงของแม่”
       เจ้าสัวเส็งรับไว้
       “แล้วอย่างไรต่อไป”
       “คุณศุกล ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเจ้าค่ะท่านก็เลย...เลย...”
       “ศุกลลูกแม่”
       คุณนายใหญ่ลมใส่ไปอีกคน เจ้าสัวเส็งนิ่งอึ้งตะลึงไป
       “ศพของศุกลอยู่ที่ไหน”
       “คุณหญิงท่านจัดการเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ท่านขอร้องว่า ถ้าสงสสารเมตตาท่านและคุณศุกล กรุณาอย่าเอ่ยเรื่องนี้ให้ใครทราบเจ้าค่ะ เพราะมันมาจากสาเหตุที่ไม่งามนักเจ้าค่ะ”
       “ฉันจะไปเยี่ยมคุณหญิง” เจ้าสัวเส็งบอกอย่างเป็นห่วง
       “ท่านฝากมาขอร้องว่าไปเยี่ยมท่านที่โรงพยาบาลก็ไม่ได้ อย่าบอกว่าท่านคือใครเจ้าค่ะ ท่านอับอายเสียใจมากจนไม่ต้องการให้ใครพบเจอ ตอนนี้ท่านเสียโฉม ท่านเคยสวยงามมากนี่เจ้าคะ”
       เจ้าสัวเส็งน้ำตาคลอ เมี้ยนน้ำตาไหลก้มลงกราบ
       “บ่าวสัญญาเจ้าค่ะ ว่าจะดูแลคุณหญิงไม่ทิ้งขว้าง จนกว่าชีวิตบ่าวจะหาไม่เจ้าค่ะ บ่าวจะเป็นคนกลางมาติดต่อเรื่องราวให้ทราบเป็นระยะเจ้าค่ะ”
       เจ้าสัวเส็งยังคงนิ่งช็อคมาก ภรรยาทั้งสองฟื้นแล้ว ร้องไห้คร่ำครวญเรียกหาลูกของตนเองไปมา
       
       สะบันงาน้ำตาคลอเจ้าคุณปลอบ
       “คุณหญิงไม่ได้กลับไปบ้าน โธ่ แล้วคุณหญิงหายไปไหนไร้ร่องรอย พี่เมี้ยนพบคุณหญิงแล้วพาคุณหญิงไปไหนกัน”
       “อีกสักพักคงได้ข่าวจากเมี้ยน คนดี อย่ากังวลเลยนะ”
       สะบันงาส่ายหน้าหนักใจไม่เลิก ส่วนเจ้าคุณร้อนอกร้อนใจ และร้อนตัวไม่หาย เพราะเป็นต้นเหตุ เจ้าคุณครุ่นคิดในใจ
       ‘หรือว่าศรีตายไปแล้ว เมี้ยนเอาศพไปจัดการ แล้วพาลหายไป’
       “มันแปลกที่น้อยก็หายเงียบไปด้วยอีกคน” สะบันงาสงสัย
       “หายไปน่ะดีแล้ว นางคนนี้เป็นตัวบ่อนทำลาย ขออย่าให้มันกลับมาอีกเลย โกทู เฮล เหมาะที่สุด”
       “ดิฉันไม่อยากให้ใครตกนรกหรอกค่ะ”
       “สะบันงาดีงามเกินไป ไม่เคยคิดจะแก้แค้นตอบแทนคนที่มาคิดร้ายทำร้ายตัวเองบ้างหรือ”
       “ดิฉันขอเลือกวิธีผูกมิตรค่ะ ถ้าสำเร็จ ก็เป็นผลดี ถ้าไม่สำเร็จ ก็ไม่ได้ เลวร้ายไปกว่าเดิมเพราะเราไม่คิดทำร้ายตอบเขาค่ะ”
       “สะบันงาต้องการผูกมิตรกับศัตรู โน อิมพอสสิเบิ้ล”
       “หมายความว่าท่านเจ้าคุณชอบแก้แค้นศัตรูหรือคะ”
       เจ้าคุณอึ้งไป ภาพศุกลนอนจมกองเลือดตายแว่บเข้ามา...เจ้าคุณดูขรึมไปแล้วภาพของคุณหญิงศรีที่นอนเลือดโทรม ด่าเจ้าคุณก็แว่บเข้ามาอีก
       “ไอ้คนเลว มึงสั่งฆ่าน้องกู”
       เจ้าคุณถอนใจ
       “บางทีสะบันงาอาจพูดถูก ผลของการแก้แค้นมันเสียหายมากมายนัก”
       เจ้าคุณถอนใจ
       
       หกเดือนผ่านไป...เจ้าคุณประกาศให้ทุกคนรู้ว่าสะบันงาคือภรรยาของเขา สะบันงาถูกเรียกว่าคุณหญิงสะบันงา เธอไม่ต้องการให้ใครเรียกอย่างนั้น แต่ไม่อาจปฏิเสธความจริงในสังคมได้ เพราะเวลานี้เธอคือภรรยาคนเดียวของเจ้าคุณ
       แม้เวลาจะผ่านมานาน แต่คุณหญิงสะบันงายังไม่เลิกห่วงคุณหญิงศรี
       “คุณหญิงขา ไปอยู่ที่ไหนหรือคะสะบันงาห่วงท่านเหลือเกิน”
       เจ้าคุณเดินยิ้มย่องเข้ามากอดมาหอมแก้ม
       “ชื่นใจ ฉันมีอะไรจะบอกสะบันงาด้วยนะ ฉันมีข่าวดีมากๆ”
       “ข่าวดีอะไรคะ พบคุณหญิงแล้วหรือคะ”
       “ฉันลาออกจากราชการแล้ว”
       “หรือคะแล้วดีอย่างไรคะ”
       “ต่อไปนี้จะได้อยู่กับสะบันงาตลอดเวลา เช้าสายบ่ายค่ำ”
       “แหม...เอ้อ ไม่เบื่อหรือคะ”
       “ชาตินี้ไม่มีวันเบื่อ อยากเห็นหน้า คุณหญิงสะบันงาตลอดเวลา”
       “อะไรกันคะ...มาเรียกดิฉันว่าคุณหญิงทำไมกัน”
       “เพราะว่าตอนนี้สะบันงาเป็นภรรยาเอกของฉัน ดังนั้นสะบันงาคือคุณหญิงของฉัน”
       “ที่นี่มีคุณหญิงเพียงคนเดียว คือคุณหญิงศรีค่ะ”
       “หกเดือนผ่านไปแล้ว ทุกคนมั่นใจว่าศรีตายแล้ว เหมือนกับที่ทางบ้านโน้นคิดว่าน้องชายเขาก็ตายแล้วเช่นกัน”
       “ดิฉันไม่เชื่อหรอกค่ะ ทำไมตายเงียบเชียบ ไม่มีการทำพิธี ไม่มีการบอกกล่าวใคร ดิฉันมั่นใจว่าท่านจะกลับมา ดังนั้นอย่าให้ใครในบ้านเรียกดิฉันว่าคุณหญิงเลยค่ะ”
       “แต่คนนอกบ้าน เขาต้องเรียกสะบันงาว่าคุณหญิงสะบันงาคนสวยของท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิกันทั้งนั้น”
       “ดิฉันไม่อยากเป็นคุณหญิงจริงๆนะคะ”
       “แต่ก็เป็นไปแล้วโดยอัตโนมัติ”
       เจ้าคุณดึงคุณหญิงสะบันงามาโอบกอดไว้
       “ฉันอยากมีลูกกับคุณหญิงสะบันงาสักห้าหกคน”
       “ดิฉันจะลงไปดูเขาทำอาหารในครัวให้ทั้งคุณหนูและท่านค่ะ”
       คุณหญิงสะบันงาเบี่ยงตัวมาจากอ้อมกอดแล้วเดินแยกไป เจ้าคุณมองตามถอนใจ
       “ฉันไม่ควรคิดแก้แค้นโต้ตอบศุกลเพียงแค่รั้งสะบันงาเอาไว้ก็เพียงพอ ศรีจึงต้องพาลมีอันเป็นไปด้วย ศรีอภัยให้ฉันด้วย”
       
       คุณหญิงสะบันงาเดินไปจะถึงหน้าครัว ต้องชะงักจากเสียงในครัวคุยกัน เสียงทองหยอดดังมา
       “บ้านเรามีคุณหญิงคนใหม่ คุณหญิงสะบันงา ช่างวาสนาดีแท้ๆ”
       “ดูท่าทางเห็นว่าคุณหญิงสะบันงา ไม่อยากเป็นคุณหญิง” โรเบิร์ตออกความเห็น
       กุ๊กเพ้งสงสัย
       “นี่หมายความว่าคุณหญิงศรีจะไม่กลับมาแล้วจริงๆหรือ แปลกประหลาดแท้ๆ”
       “ก็แปลกน่ะสิ คนหายไปคืนเดียวกันสามคน ฉันไปที่ปากซอยไปเจอคนสวนบ้านใหญ่ข้างหน้ามันบอกเขาลือกันว่า คุณหญิงสะบันงาฆ่าคุณหญิงศรีหมกป่า เพื่อจะตั้งตัวเป็นใหญ่เสียเอง บัดซบแท้ๆปากคน” นายสอนบอก
       นายบุญเสริม
       “หนักไปกว่านั้นเสียอีกฉันเคยเจอคนที่กระทรวงมันนินทากันว่า คุณหญิงศรีหนีตามน้องชายไป เพราะว่าน้องชายคนละแม่กัน มันอุบาทว์กันเหลือเกิน”
       โรเบิร์ตถอนใจ
       “นินทากาเลเหมือนเทน้ำ ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหิน เพราะมันไม่จริง”
       ทุกคนเฮๆ ทองหยอดด่า
       “ฝรั่งขี้นกหกใบสลึง ทะลึ่งสอดรู้ดีนัก”
       
       ทุกคนฮาอีก
        
       
       
       


คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9
        
       คุณหญิงสะบันงาสะกิดใจเรื่องศุกล ไม่สบายใจเป็นอย่างมาก
        
       “นี่คุณศุกลมาคืนวันนั้น แล้วเขาหายไปไหน ทางบ้านโน้นก็ไม่ได้บอกว่าอะไรชัดเจน เพียงแค่ตอบกลับว่าไม่มีใครกลับมาบ้าน แล้วทำไมทุกคนจึงเงียบเฉย ไม่เดือดร้อน นี่มันอะไรกัน”
       เดือนมายืนด้านหลัง พูดขึ้นเบาๆ
       “กุ๊กเบิร์ตพูดถูกค่ะ ฉันก็ว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ ทั้งเรื่องคุณสะบันงาและเรื่องคุณศุกลค่ะ”
       
       ทองหยอดเล่าต่อ
       “มันลือกันไปหมดทุกอย่างนั่นแหละ มันว่ากันว่า ผัวคุณหญิงน่ะยัยเมี้ยน ไม่ใช่ท่านเจ้าคุณหรอก”
       “เหลวไหล ซิลลี่มากๆ คุณหญิงศรีมีลูกกับท่านเจ้าคุณนะ” โรเบิร์ตโวย
       “มันว่าก็เพราะมีลูกน่ะสิ จึงหนีไปกับยัยเมี้ยน แล้วทิ้งให้ท่านเจ้าคุณดูแลลูกเพราะไม่อยากรับผิดชอบลูก คุณหญิงศรีไม่อยากมีลูก ไม่รักลูก” กุ๊กเพ้งบอก
       ทองหยอดเล่าต่อ
       “มันยังว่าอีกว่าคุณหญิงสะบันงาน่ะโง่”
       คุณหญิงสะบันงาหน้าเสีย เดือนปลอบ
       “อย่าไปฟังเลยค่ะ ปากคนมันยาวกว่าปากกา ปากหาเรื่อง”
       “ขอบใจที่ให้กำลังใจ ฝากดูอาหารให้คุณหนูกับของท่านด้วย ฉันจะไปหาคุณหนูพริสซิลล่า”
       คุณหญิงสะบันงาเดินกลับไป เดือนมองตามอย่างสงสาร
       
       ในครัว...ทุกคนกำลังหัวเราะกัน เดือนเดินเข้าไป ทุกคนหันมามอง
       “เมื่อสักครู่ที่ทุกคนคุยกัน คุณสะบันงาเธออยู่หน้าประตูครัว”
       ทุกคนหน้าตื่น
       “ตายละ”
       “ไม่ตายดอก เพราะเธอไม่ต้องการเอาเป็นเอาตายกับใคร แต่เรื่องราวที่เธอได้ยิน เธอคงไม่สบายใจนัก แม้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงก็ตาม”
       โรเบิร์ตขัดขึ้น
       “พวกเราไม่ได้ตำหนิเธอ”
       ทองหยอดรู้สึกผิด
       “ฉันจะไปขอโทษที่พูดในสิ่งที่ไม่สมควรพูด”
       “ฉันไปด้วย” กุ๊กเพ้งบอก
       เดือนห้ามไว้
       “อย่าไปเลย เธอไม่ต้องการคำขอโทษหรอก แต่ถ้าทุกคนเลิกพูดแม้ว่าจะไปฟังจากคนอื่นมาก็ตาม คงทำให้เธอสบายใจขึ้นมาก”
       ทุกคนเห็นด้วย
       “จริง”
       “ขอบคุณแทนเธอด้วย เธอไม่ได้ให้ฉันมาพูดแทนหรอกนะ แต่ถ้าไม่ใช่คุณสะบันงา แต่เป็นท่านเจ้าคุณมาได้ยิน ป่านนี้ทุกคน เอ้อ...”
       ทุกคนโพล่งออกมาพร้อมเพียง
       “ตาย...”
       เดือนพยักหน้า
       
       คุณหญิงสะบันงามานั่งครุ่นคิดถึงการหายไปของศุกล คุณหญิงศรี เมี้ยนและ น้อย ที่ซุ้มดอกไม้
       “ทำไม ทำไม ทุกคนจึงหายหน้า และหายหน้าไปพร้อมกันในวันเดียวกัน พวกเขาไปด้วยกัน หรือว่าต่างคนต่างไป ทำไมคุณหญิงจึงกล้าทิ้งคุณหนูพริสซิลล่า ทั้งที่เพิ่งบอกว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่อคุณหนู”
       คุณหญิงสะบันงารู้สึกเศร้าใจ
       “หรือว่าท่านโกรธเรากับท่านเจ้าคุณ แต่ท่านปิดบังความรู้สึกเอาไว้”
       
       บ้านเมี้ยนที่ปทุม...ร่างของคุณหญิงศรีใส่ชุดยาวกรอมเท้าสีออกเทาๆดำๆคล้ำๆ กระดำกระด่าง มีผ้าคลุมหัวแล้วตลบมาด้านหลังคล้ายกับพวกแขกแต่ไม่ใช่ เธอสะอื้นเบาๆ ใบหน้าของเธอมีผ้าคลุมหน้าปิดใบหน้าแทบหมดเห็นเพียงดวงตาเท่านั้น แถมตาข้างหนึ่ง บอดสนิท คุณหญิงศรีน้ำตาไหลรินหยดลงมาในผ้าที่ปิดบังใบหน้าไว้...ภาพศุกล นอนตาย และภาพที่เธอตะกายไปหาแล้ว ศุกลฝากให้บอกสะบันงาก่อนตายว่ารักสะบันงาตลอดไปแว่บเข้ามา คุณหญิงศรี น้ำตาหยดไหลต่อพึมพำ
       “สะบันงา ศุกล พี่เสียใจ ขอโทษด้วย ที่ฉันคงไม่ได้มีโอกาสบอกเธอว่า นายศุกลรักเธอมากเพียงใดและจะรักตลอดไป ชาตินี้เราคงไม่ได้พบกันอีก”
       คุณหญิงศรีทอดถอนใจ ภาพที่เจ้าคุณประคองเธอแล้วเห็นไฟไหม้ เธอไล่เขาให้ไปดูลูกแว่บเข้ามา...คุณหญิงศรี น้ำตาไหลมากขึ้นสะอื้นแรงขึ้น ชูมือทั้งสองมายื่นตรงหน้า
       “สองมือของแม่ แทบไม่ได้โอบกอดลูกน้อยของแม่ พริสซิลล่าดวงใจแม่ ขอให้ลูกแข็งแรงเติบโตงดงาม มีจิตใจดีสะอาดเหมือนสะบันงาด้วยเถิด”
       เมี้ยนเดินมาด้านหลัง มาโอบมากอดคุณหญิงศรีไว้
       “ทูนหัวของเมี้ยนเอาอีกแล้ว แอบมายืนเศร้าโศกคนเดียวอีกแล้วเจ้าค่ะ”
       “บอกกี่ครั้งว่าอย่าพูดเจ้าค่ะกับฉัน”
       “เจ้าค่ะ เอ๊ยค่ะ คุณหญิง”
       “เรียกฉันคุณหญิงทำไม ฉันมันคือบุคคลผู้สาบสูญสิ้นราคาไปแล้ว”
       เมี้ยน พาลน้ำตาไหลไปด้วย
       “สำหรับคนอื่นเมี้ยนไม่ทราบ แต่สำหรับเมี้ยนไม่มีสิ่งใดในโลกสูงค่าควรแก่การรักและเทินทูนเท่าคุณ เอ้อ...อีกแล้ว”
       คุณหญิงศรีใจละลาย หันมากอดเมี้ยนซบหน้ากับอกเมี้ยนร้องไห้สะอึกสะอื้น
       “เมี้ยน ฉันหมดอาลัยตายอยากแล้ว ชีวิตนี้สิ้นหวังแล้ว ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว นอกจากเมี้ยน”
       “ไม่จริงค่ะ ยังมีอะไรเหลือและรอคอยให้คุณกลับไปหาอีกหลายสิ่งนัก คุณหนูพริสซิลล่า คุณเตี่ย แม่น้อย และสุดท้าย สะบันงา กับท่านเจ้าคุณ”
       “ตัดไอ้คนใจดำอำมหิตที่มันสั่งฆ่าน้องฉันไปได้เลย ฉันเกลียดมัน ขอให้เวรกรรมตามทันมันสักวัน มันสั่งฆ่าคนบริสุทธิ์ อยากรู้นักว่า ลึกลงไปในหัวใจของมันจะรู้สึกรู้สาหรือว่าทุรนทุรายกับบาปกรรมที่มันทำไว้บ้างไหม”
       “คุณขา เมี้ยนว่า บางทีอาจเป็นเพราะนังน้อยไปเป่าหู เสี้ยมทางโน้นทีทางนี้ที จนอลหม่านกันไปหมดก็เป็นได้ค่ะ”
       “เป็นถึงเจ้าพระยา แต่หูเบา เพราะเขานี่แหละที่ทำให้น้องฉันตาย”
       “คุณขา เมี้ยนว่า เราทั้งสองควรกลับไปที่นั่นอีกครั้งเถิดค่ะ ไปค้นหาความจริง”
       “ไม่”
       “ไม่คิดถึงคุณหนูหรือคะ ไม่อยากไปดูแลวิญญาณคุณศุกลหรือคะ เธอถูกฝังเอาไว้เดียวดายมากนะคะ”
       คุณหญิงศรีสะอื้นออกมา
       
       บริเวณสวนกล้วยจุดที่เป็นหลุมฝังศพของศุกลซึ่งมองไม่ออกว่าเป็นหลุมศพ เพราะดินถูกตบจนราบเรียบยิ่งผ่านไปนานหกเดือน ฝนตกลงมาทำให้พื้นดินตรงนั้นดูปกติ แต่แปลกประหลาดตรงที่มีดอกไม้สวยงามขึ้นเองโดยไม่รู้ว่าใครมาปลูก และดอกนั้นคือดอกสะบันงา คุณหญิงสะบันงาเดินไปที่ดอกไม้นั้น ทรุดตัวลงไปดู
       “ดอกสะบันงา ใครมาปลูกไว้หนอ”
       เสียงลมพัดดังมากกว่าปกติผ่านตัวเธอไป คุณหญิงสะบันงาจะเด็ดแต่ชะงักไว้
       “สะบันงา อยู่ที่นี่ต่อไปเถิด ดินตรงนี้เป็นของดอกสะบันงา ไม่ใช่ฉันผืนดินนี้คงไม่อยากให้ฉันเด็ดสะบันงาของเขาไป”
       เสียงลมพัดซู่ใหญ่มากกว่าปกติ ดังมากจนคุณหญิงสะบันงารู้สึกอีกครั้ง
       “อยู่ที่นี่นะสะบันงา ฉันจะกลับมาหาอีก”
       คุณหญิงสะบันงายิ้มเศร้าๆเอามือลูบคลำกลีบสะบันงาไปมา
       
       เมี้ยนบอกคุณหญิงศรี
       “เมี้ยนเคยลอบกลับไปที่นั่นนะคะ เมี้ยนปลูกต้นสะบันงาไว้เป็นเพื่อนคุณศุกลบนหลุมฝังศพของเธอ ป่านนี้อาจเบ่งบานออกดอกให้เธอชื่นใจแล้ว ก็ได้ค่ะ”
       “โธ่ เมี้ยนช่างแสนดี ขอบใจเมี้ยนมาก นายศุกลคงชอบนะ”
       “แล้วทำไมจะไม่ยอมกลับไปที่นั่นอีกครั้ง ให้เธออบอุ่นใจว่ายังมีใครอยู่ดูแลคะ”
       “กลับไปอย่างไร ฉันไม่ต้องการพบเจอใคร แม้แต่ลูกที่อยากเจอที่สุดก็ไม่กล้าพบหน้า ลูกคงกลัวฉันจนขวัญหนีดีฝ่อ ฉันกลายเป็นผี ไม่ใช่คนอีกต่อไป ฉันสูญเสียความมั่นใจที่เคยมีไปหมดแล้ว”
       “กลับไปเพื่อเติมความมั่นใจให้กลับคืนค่ะ เมี้ยนมีวิธีค่ะ”
       “วิธีอย่างไรหรือ”
       “ทูนหัวปล่อยให้เมี้ยนจัดการเถิดค่ะ รับรองว่าไม่มีอะไรร้ายๆไปกว่าที่ผ่านมา นอกจากจะดีขึ้นเรื่อยๆ”
       
       คุณหญิงศรีลังเล

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 10
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 8
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 7
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 6
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 7 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 7 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2012