คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9

โดย MGR Online   
19 ธันวาคม 2556 08:32 น.
หน้าที่แล้ว |   1 | 2 | 3 | 4  | หน้าถัดไป
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9
        คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9 (ต่อ)
       
       ในเรือนเจ้าคุณ...คุณหญิงสะบันงายิ้มให้เมี้ยน
        
       “หนังสือของคุณหญิงที่เก็บมาทันจากกองเพลิงอยู่ในลังทางห้องด้านโน้น ถ้ากุ๊กเบิร์ตอยากอ่าน ก็ให้แกยืมไปได้”
       “ขอบคุณมากค่ะ คุณหายแพ้ท้องแล้วหรือคะ”
       “ค่อยยังชั่วแล้ว อยากได้หนังสือก็ไปค้นเอาเองเถิดพี่เมี้ยน”
       เมี้ยนสมหวัง ถอยออกมา
       
       ในห้องเก็บหนังสือ เจ้าคุณมองไปเห็นเมี้ยนกำลังค้นหนังสือ เลี่ยงมาแอบมอง
       “หนังสือทั้งอังกฤษ ทั้งฝรั่งเศส เมี้ยนจะเอาไปไหน”
       เมี้ยนหอบไปหลายเล่มแล้วเดินออก เจ้าคุณแอบมองเงียบให้นึกแปลกใจ
       
       คุณหญิงศรีเอาดอกไม้มาวางบนหลุมฝังศพศุกลน้ำตาคลอ
       “นาย นายของพี่ พี่มาหานายอีกแล้ว นายหลับให้สบายนะ ดอกสะบันงาของนายบานบ่อยมาก นายคงมีความสุขใช่ไหม”
       คุณหญิงศรีลูบคลำพื้นดินตรงนั้นไปมาน้ำตาคลอ
       
       เมี้ยนถือหนังสือปึกใหญ่ เดินหายไปในกระท่อม เจ้าคุณแอบมอง
       “เมี้ยนน่ะหรือจะอ่านหนังสือพวกนี้ออก ไม่จริง เมี้ยนแกกำลังทำอะไรของแก”
       เจ้าคุณมองต่อไป เห็นเมี้ยนเดินกลับออกมาโดยไม่มีหนังสือ แล้วหายลับไปทางบ้านเจ้าคุณ
       
       เจ้าคุณเข้ามาในกระท่อมมองกวาดไปดูจานชามช้อนส้อมล้วนของแบบฝรั่ง เจ้าคุณแปลกใจ
       “นี่มันอะไรกัน หรือว่า...”
       เสียงกุกกักเข้ามาในบ้าน เจ้าคุณมองไปตะลึง เมื่อเห็นร่างบิดเบี้ยวขาเขยกในชุดสีเข้มเดินเขยกมา พอเห็นเจ้าคุณตกตะลึง สองคนต่างตะลึงมองกัน
       
       เมี้ยนเดินมาที่กระท่อม พลางบ่นไปด้วย
       “บ้าจริง ดันลืมหยิบถาดอาหารของคุณหญิงกลับไปล้าง”
       เมี้ยนจะก้าวขึ้นไปในกระท่อมตกใจ ยืนตะลึง
       “ท่านเจ้าคุณ”
       เมี้ยนรีบถอย
       
       ในกระท่อม...คุณหญิงศรีหันกลับทันทีที่หายตะลึง เจ้าคุณมั่นใจว่านั่นคือคุณหญิงศรี
       “ศรี”
       คุณหญิงศรีวิ่งกระเผลกหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าคุณตามทันที
       “ศรี ทำไม ทำไมศรีเป็นอย่างนี้”
       คุณหญิงศรีกระเผลกหนีมานอกกระท่อม เมี้ยนยืนตะลึง
       “อะไรกันนี่”
       คุณหญิงศรีกะเผลกผ่านเมี้ยนที่ทำอะไรไม่ถูกไป
       “ไล่มันไป” คุณหญิงศรีสั่ง
       เจ้าคุณตามติดออกมา
       “ศรี เกิดอะไรขึ้น”
       เมี้ยนได้สติกันไว้
       “ไม่ใช่คุณหญิงเจ้าค่ะ”
       “โกหก เมียฉันทั้งคนต่อให้คลุมหน้าไว้มิดชิดแค่ไหน มีแค่ดวงตาโผล่ออกมา ฉันก็รู้ว่านั่นคือศรี ถอยไปยัยเมี้ยน หรือว่าแกจะบังอาจมาขัดขวางฉัน”
       เมี้ยนจำใจถอย เจ้าคุณวิ่งตามไป
       “ก็ดีจะได้รู้ดำรู้แดง รู้แจ้งแทงตลอดว่าอะไรเป็นอะไร ผัวเมียจะได้เข้าใจกันเสียที...เฮ้อ”
       เมี้ยนน้ำตาคลอ
       
       คุณหญิงศรีหนีสุดแรงเกิดแต่สังขารไม่อำนวย
       “ทำไมศรีเป็นอย่างนี้”
       “ก็เพราะผลต่อเนื่องมาจากการกระทำอำมหิตของแก”
       เจ้าคุณชะงักอึ้ง
       “โธ่ศรี ศรี Sorry. I am so sorry.”
       เจ้าคุณเริ่มน้ำตาไหล คุณหญิงศรีตวาดไล่
       “ไปให้พ้น ฉันไม่ต้องการพบแก ไอ้ฆาตกร”
       คุณหญิงศรีหนีไป เจ้าคุณวิ่งตาม แต่หัวใจไม่ปกติจึงอ่อนล้า วิ่งไปพักไป
       “หยุดก่อนศรี อย่าหนีฉัน darling อย่าวิ่งหนีสิ Please darling”
       คุณหญิงศรีไม่ฟัง หนีต่อไป
       
       คุณหญิงศรีวิ่งถลาออกมาจากดงกล้วยเซหกล้ม เจ้าคุณเองก็วิ่งแล้วหมดแรงล้มลงเช่นกัน
       “ศรี”
       คุณหญิงศรีพยายามลุกแต่ก็เจ็บขามาก เพราะสะดุด จึงล้มลงใหม่
       “โอ๊ย”
       ทั้งสองต่างล้มลงแล้วพยายามลุก คุณหญิงศรีจึงกลายเป็นพยายามคลานหนี
       “darling ฟังฉันก่อน darling เข้าใจฉันผิด”
       “ฉันไม่ได้เข้าใจแกผิด แกสั่งฆ่าน้องฉัน แกมันไอ้ฆาตกร ฉันเกลียดแกฉันเสียใจ เสียดายที่คิดว่าแกคือสุภาพบุรุษ หวังจะฝากชีวิตไว้กับแก แต่แกกลับทรยศต่อความภักดีความจริงใจของฉัน แกมันคนหลอกลวง”
       คุณหญิงศรีพยายามลุกแต่ก็ล้มลงไปอีก เจ้าคุณพยายามอธิบาย
       “สาบานให้ฉันตายตรงนี้ศรี คนไทยว่าอะไรนะ ให้ฟ้าผ่าตายต่อหน้าศรีก็ได้ ไอ สแวร์ ขอเพียงฟังให้จบก่อนตาย แล้วศรีค่อยตัดสินใจว่าอย่างไร เราทั้งสองคือพ่อแม่ของพริสซี่นะศรี”
       เจ้าคุณหน้าซีดพยายามจะลุก คุณหญิงศรีใจอ่อนยวบพอได้ยินเรื่องพริสซิลล่า
       “ค่อยๆลุก เดี๋ยวจะล้มหน้าฟาด”
       เจ้าคุณดีใจมากที่คุณหญิงศรีพูดอย่างห่วงใย
       “ศรีห่วงฉัน darling ห่วงฉัน ศรีแคร์ฉัน”
       “โน น๊อท ยู อิส พริสซี่ อย่าพล่าม ฉันรำคาญ ฉันห่วงพริสซี่ลูกฉัน น๊อท ยู เข้าใจไหม”
       เจ้าคุณลุกได้ในที่สุด เดินตรงไปหา
       “โอเค แต่ตอนนี้ ศรีเดินไม่ได้คงขาแพลง ฉันจะอุ้มศรีกลับบ้านเรา”
       “ฉันไม่กลับบ้านใคร ไม่มีบ้านเราอีกต่อไป ถ้าจะให้ฉันกลับบ้านคุณ ฉันจะกลั้นใจตาย คุณก็รู้ว่าฉันพูดจริงเสมอ”
       “Sorry. so sorry โอเค ฉันจะพาศรีกลับกระท่อม”
       เจ้าคุณมีกำลังใจทำให้มีแรง ก้มลงช้อนตัวคุณหญิงศรีอุ้มขึ้นมา
       
       เมี้ยนแอบตามมาดูน้ำตาคลอ ยิ้มอย่างพอใจและมีความสุข
       “ทูนหัวของเมี้ยน ละพยศเพราะคุณหนูพริสซี่ ขอบคุณคุณหนูเหลือเกินเจ้าค่ะ คุณหนูคือโซ่ทองคล้องพ่อแม่ไว้ด้วยกันแท้ๆ”
       
       เจ้าคุณอุ้มคุณหญิงศรีเข้ามาวางบนเก้าอี้ในกระท่อม
       “darling นั่งตรงนี้ เมี้ยนหายไปไหนจะให้ไปรับคุณหลวงหมออดุลย์มาตรวจขา darling”
       คุณหญิงศรีกลับตบหน้าเจ้าคุณไปมาจนหน้าหงายหลายครั้ง
       “ไม่”
       “darling ทำไม”
       “คุณทำให้น้องฉันตาย ทำไมต้องฆ่าเขา”
       คุณหญิงศรีหันไปฉวยมีดตัดอาหารกับซ่อมมาตั้งท่า เจ้าคุณตกใจ
       “ศรี”
       ไม่แค่นั้นคุณหญิงศรีเอามือกระชากผ้าคลุมหน้าออก เจ้าคุณตกตะลึงเมื่อเห็นหน้าตาสุดน่าเกลียดและน่ากลัวของคุณหญิงศรี
       “ดูหน้าฉันให้เต็มตา เพราะแก เพราะแก แกทำลายความเป็นคนของฉันจนสูญสิ้น แกทำให้โลกของฉันดับวูบ”
       “ทำไม ทำไม” เจ้าคุณร้องไห้โฮ “ฉันเลว ฉันทำร้ายดวงใจตัวเอง”
       คุณหญิงศรีหัวเราะเย้ยหยันดังมากระคนกับเสียงสะอื้น
       “สะใจไหม ที่เห็นหน้าของฉันจากหน้าคนกลายเป็นหน้าผี สมน้ำหน้า เพียงพอไหมกับการแก้แค้น มีความสุขมากใช่ไหม คุ้มค่ามากใช่ไหม”
       เจ้าคุณน้ำตาไหลพรากทรุดตัวลงคุกเข้าตรงหน้า
       “l am sorry. so sorry ฉันทำอะไรลงไป ฉันสมควรตาย แทงฉันสิศรี แทงฉันให้ตาย”
       เจ้าคุณยืดอกให้ร้องไห้ไปด้วย สองมือกอดขาคุณหญิงศรีเอาหน้าแนบซบกับขาเธอไว้
       “ยังกล้ามาแตะต้องตัวผู้หญิงอัปลักษณ์ขนาดนี้ได้อีกหรือ คนใจดำ”
       “ศรีคือผู้หญิงที่ฉันรักใคร่ยกย่อง ชื่นชม ไม่ว่าศรีจะเป็นอย่างไร ศรีคือดวงใจดวงหนึ่งของฉันตลอดไป”
       “ดวงใจ เฮอะ ฮ่ะๆ สะบันงามันได้ยินคงดิ้นเข้า มันคงอยากลาตาย ผัวปันใจไปให้อีหน้าผี ฮ่ะๆ”
       คุณหญิงศรีเหมือนคนบ้าคลั่งไปแล้ว เจ้าคุณสายตาวิงวอน
       “ในดวงใจของฉันมีสองหญิงสิงสถิตอยู่ คือศรี และสะบันงา ฉันไม่อาจขอให้ศรียกโทษให้ฉันได้ ฉันไม่อาจลบล้างสิ่งที่เกิดขึ้นให้กลับคืนได้แต่ฉันไม่ได้สั่งฆ่าศุกล ฟังให้จบนะศรี แล้วแทงฉันให้ตาย”
       คุณหญิงศรีลดมีด...เมี้ยนแอบมองอยู่นอกกระท่อม
       “ไอ้คนที่กำความลับงับความจริงไว้ก็หายหัวไปทั้งสามคน อีน้อย ไอ้หน้าโจรสองตัวนั่น แต่ร้อยไม่เชื่อพันไม่เชื่อว่าท่านเจ้าคุณจะกล้าสั่งฆ่าคน”
       
       เมี้ยนแอบมองลุ้น

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9
         
       ในเรือนพะไล...ดากำลังให้นมพริสซิลล่า เดือนดูแลอยู่ข้างๆ
        
       “คุณหนูเธอชันคอได้แล้วค่ะคุณหญิง เอ้อ...คุณสะบันงา”
       “ดีจ้ะ ขอบใจมาก ขอบใจเหลือเกินที่ช่วยมาดูแลคุณหนู เดือนก็เหมือนกัน”
       “เดือนเต็มใจมากค่ะเดือนรักคุณหนู รักคุณสะบันงา”
       “ขอบใจมาก ฉันก็รักเดือน รักแม่ดามากเหมือนกัน คุณหนูอิ่มหรือยังจ้ะแม่ดา”
       “อิ่มแล้วค่ะ”
       “ส่งมาให้ฉัน จะพาไปเล่นที่เรือนใหญ่”
       เดือนส่งพริสซิลล่าให้คุณหญิงสะบันงาอุ้มไปเรือนใหญ่ เดือนตามไป
       
       เจ้าคุณเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
       “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นเช่นนั้น”
       “ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ คุณก็ผิดมาก”
       “ฉันยอมรับผิด ยอมให้ศรีลงโทษฉันให้ตายตกไปตามกันกับศุกลเอาสิศรี ฆ่าฉัน แทงฉันให้ตาย”
       เจ้าคุณยืดอกให้แทง คุณหญิงศรีมองเจ้าคุณที่ยืดอกมาให้กำมีดแน่นยั้งไว เจ้าคุณจับข้อมือเธอดึงลงมาจ่อที่อก คุณหญิงศรีสะบัดมีดทิ้งลงพื้น
       “ฉันไม่ต้องการแก้แค้นใคร ฉันไม่ต้องการสร้างเวรสร้างกรรมให้ใคร ฉันกลัวเวรกรรมจะตกมาใส่พริสซี่ แค่นี้พริสซี่ก็ต้องมารับกรรมแทนฉันเอาไว้มากมายเกินพอนัก”
       คุณหญิงศรีสะอื้นออกมา เจ้าคุณลุกมาโอบกอดไว้
       “darlingไม่เป็นไร ไม่เป็นไร สิ่งเลวร้ายผ่านไปหมดแล้ว นับแต่นี้ต่อไปจะมีแต่สิ่งดีดีเกิดขึ้นกับครอบครัวของเรา กลับบ้านนะ darling สะบันงา คงดีใจมาก”
       “ไม่ ฉันจะอยู่ที่นี่ และถ้าคุณยังรักฉันเหมือนดังที่ปากบอกจริง อย่าบอกใคร อย่าบอกสะบันงาว่าฉันอยู่ที่นี่ ถ้าไม่เชื่อกันฉันจะไปจากที่นี่ จะขุดเอากระดูกของศุกลไปด้วย”
       เจ้าคุณพยักหน้าเช็ดน้ำตาให้คุณหญิงศรี หยิบผ้าคลุมหน้ามาคลุมให้ก้มหน้ามาจูบหน้าผาก
       “โอเค ฉันไม่ขัดใจ จะตามใจศรีทุกอย่างเหมือนเช่นเดิม ฉันจะให้เมี้ยนพาพริสซี่มาหาศรีที่นี่อาทิตย์ละครั้ง ฉันจะสร้างบ้านใหม่ให้ศรีแทน กระท่อม โกโรโกโสนี่ ศรีอย่าไปไหนอย่าทิ้งฉันอย่าทิ้งพริสซี่ ถ้าศรีทิ้งไปฉันคงตรอมใจตายในไม่ช้า”
       คุณหญิงศรีสบายใจขึ้นเกิดความเข้มแข็งขึ้น
       “ขอบใจ กลับไปเถิด ความเป็นผัวเมียของเราสิ้นสุดไปแล้ว ฉันเป็นเพียงอดีต เป็นคนที่สาบสูญ ฉันจะอยู่ที่นี่เพื่อลูก ขอให้ทุกคนเข้าใจว่าฉันคือพี่สาวของเมี้ยน ผีสาวหน้าผี สติไม่ดี”
       คุณหญิงศรีหัวเราะดังๆแบบเย้ยหยันอีกครั้ง เจ้าคุณถอนใจ หันกลับออกไป คุณหญิงศรียังคงหัวเราะดังก้อง
       
       เจ้าคุณออกมาจากกระท่อมเจอเมี้ยนที่หน้าตาหมองหม่น
       “ขอบใจมากเมี้ยนที่ดูแลเขาให้ฉัน ฝากด้วย มีอะไรที่ต้องการที่ทำแล้วเขาพอใจ เขาอยากได้อะไรจัดให้ไปทุกอย่าง”
       “เจ้าค่ะ เอ้อ...เมี้ยนกราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ”
       “ฉันรู้สึกบาป รู้สึกผิดเหลือเกิน ฉันฆ่าคนตายถึงสองคน คนหนึ่งตายไปจากโลก อีกคนตายทั้งยังมีลมหายใจ และตัวฉันเองก็กำลังค่อยๆตายทั้งเป็นเช่นกัน แต่ฉันก็ยินดีก้มหน้ารับ”
       เจ้าคุณเดินกลับไปอย่างเศร้าโศกมากขึ้น และความเศร้าโศกที่ฝังใจเพิ่มมากขึ้นอีกทั้งเสียใจมากที่เป็นสาเหตุทำให้คุณหญิงศรีมีอันเป็นไปเช่นนั้น
       
       ในเรือนเจ้าคุณ...เดือนหันมาถามคุณหญิงสะบันงา
       “คุณสะบันงาหายแพ้ท้องแล้วหรือเจ้าคะ”
       “ดีขึ้นมากแล้วต้องพยายามให้มันดี ไม่เช่นนั้น มันจะยิ่งแย่กันไปใหญ่”
       “คุณสะบันงาช่างเข้มแข็ง”
       “ฉันลำบากมามาก ถ้าคุณหญิงไม่ฉุดฉันและผลักดันฉัน ฉันก็ไม่มีวันนี้กับเรื่องแพ้ท้องแค่นี้เล็กน้อย”
       “คุณหญิงท่านรักคุณสะบันงามากจริงๆนะเจ้าคะ”
       “และฉันไม่เคยมีโอกาสได้ตอบแทนพระคุณท่าน แม้แต่น้อย ก็ถือโอกาส ดูแลคุณหนูให้ท่านให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”
       “เดือนก็เช่นกันเจ้าค่ะ จะช่วยคุณสะบันงาดูแลคุณหนูให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ”
       “เราจะช่วยกัน ตอนนี้ท่านเจ้าคุณท่านทำเรือนใหญ่หลังใหม่ เผื่อลูกที่กำลังจะเกิดมา ฉันกับท่านก็เลยยกเรือนหลังเก่าของเราให้คุณหนู แม่ดา และเดือนพัก”
       “มันใหญ่โตเกินไปเจ้าค่ะ”
       “ท่านเห็นดีด้วยนะ ท่านพอใจมาก ฉันก็สบายใจที่ท่านพอใจ หมอห้ามขัดใจท่าน แต่ให้พยายามทำให้ท่านพอใจ ท่านพอใจเดือนมากนะ”
       “ขอบพระคุณเจ้าค่ะ คงเป็นเพราะคุณสะบันงา เอ็นดูเดือน ท่านก็เลยเห็นตามไปด้วยเจ้าค่ะ”
       “นั่นก็เพราะเดือนเป็นคนดี ฉันดีใจที่ท่านเอ็นดูเดือน เดือนรู้ไหมว่าฉันต้องอุ้มท้องไปอีกนานหลายเดือน”
       “ทราบสิเจ้าคะ เพราะพี่ดาและทุกคนที่ท้องก็เป็นเช่นนี้”
       “เดือนสะสวยนิสัยดีอย่างนี้ มีคนรักแล้วหรือยัง”
       “ยังหรอกเจ้าค่ะ ไม่อยากมีด้วยเจ้าค่ะ”
       “ฉันคงดูแลท่านเจ้าคุณไม่ได้เต็มที่ ฉันจึงอยากขอความช่วยเหลือและขอความเต็มใจจากเดือน ชักชวนเดือนให้มาช่วยกันดูแลท่าน”
       “คุณสะบันงา” เดือนตกใจ
       “ขึ้นอยู่กับความเต็มใจของเดือน ฉันไม่ต้องการบังคับจิตใจใคร เดือนไปปรึกษาแม่ดาก่อน แล้วฉันค่อยเอาคำตอบจากเดือนภายหลัง”
       เดือนคิดหนัก
       “ฉันจะถือว่าเดือนคือน้องสาวของฉัน”
       คุณหญิงสะบันงายิ้มให้เดือน
       
       วันใหม่...ดากำลังให้พริสซิลล่านอนในเตียงเด็ก เดือนเข้ามาหา
       “คุณสะบันงาให้มาปรึกษาพี่ดาเรื่องจะเอาฉันไปเป็นเมียอีกคนของท่านเจ้าคุณ”
       “ว่าอะไรนะ” ดาชะงัก
       ดาหันมาเผชิญหน้ากับเดือน
       “ฉันจะมาปรึกษาพี่ว่าฉันสมควรไปเป็นเมียอีกคนของท่านเจ้าคุณ ตามที่คุณสะบันงาเธอขอร้องมาไหม”
       “เธอบังคับแกหรือ” ดาตกใจ
       “เปล่า เธอถามความสมัครใจ”
       “แล้วแกว่าอย่างไร”
       “พี่ว่าอย่างไร ฉันก็ว่าอย่างนั้น”
       “แกมีอะไรขัดข้องไหม”
       ดามองหน้าน้องสาว เดือนสบตา
       
       เจ้าคุณถึงกับอึ้ง แปลกใจไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากคุณหญิงสะบันงา เจ้าคุณดูค่อนข้างขรึมและเศร้า
       “สะบันงาพูดอะไรออกมา”
       “ฉันอยากจะขอให้ท่านรับเดือนไว้เป็นภรรยาค่ะ”
       “ฉันตั้งใจไว้ ตั้งแต่คุณหญิงจากไป ฉันจะมีภรรยาคนเดียวคือสะบันงาไม่ต้องการใครอีกแล้ว”
       “แต่ถ้าท่านจะมีใครอีกสักคนที่เป็นคนดี มามีลูกให้ท่าน และบางทีอาจเป็นลูกชายนะคะ”
       “สะบันงาไม่หึงหวงฉันหรอกหรือ”
       “ไม่หรอกค่ะ สำหรับผู้หญิงดีๆอย่างเดือน”
       “ไม่ใช่ไม่หึงหวงเพราะไม่รักฉันดอกหรือ”
       “ท่านชอบพูดว่าฉันไม่รักท่านเสมอ ท่านระแวงฉันมากหรือคะ”
       “ฉันเคยระแวงนะ และฉันก็เสียใจตัวเองที่ระแวงสะบันงา ฉันขอโทษ จะไม่พูดทำนองนี้อีกต่อไป”
       “ฉันกับท่านผ่านเรื่องนั้นกันมานานแล้วนะคะ เลิกพูดเรื่องหึงหวงกันนะคะ ฉันเห็นท่านดูเหมือนมีอะไรในใจ ไม่สบายใจ ฉันเองก็มัวแต่ห่วงลูกในท้องไม่ค่อยได้มีเวลาดูแลท่าน แล้วเดือนเขาก็รักคุณหนูพริสซี่มาก”
       เจ้าคุณโอบคุณหญิงสะบันงาไว้
       “ทำไมถึงมีแต่ให้ ห่วงใยคนอื่นสารพัดอย่างนี้คนดีของฉัน คนดีอย่างนี้หาไม่ได้อีกแล้ว”
       “เดือนค่ะ เดือนก็เป็นคนดีที่ฉันมั่นใจค่ะ”
       “ขอบใจมาก”
       เจ้าคุณลูบท้องคุณหญิงสะบันงายิ้มสบตากัน
       “ท่านคงอยากได้ลูกชาย”
       “ฉันรักลูกทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหญิง เป็นชาย เป็นกะเทย” เจ้าคุณพูดขำๆ “หรือเป็นทอมบอยเหมือนยัยเมี้ยน”
       “ท่านอารมณ์ดีแล้ว”
       
       เจ้าคุณหอมหน้าผากคุณหญิงสะบันงา เจ้าคุณรู้สึกดีขึ้นจริงๆ ลืมเรื่องคุณหญิงศรีกับศุกลไปได้ชั่วครู่

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9
         
       คุณหญิงศรีนั่งอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ เมี้ยนอุ้มพริสซิลล่าเข้ามา
        
       “คุณขา ดูสิว่ามีใครมาเยี่ยมคุณค่ะ”
       “ฉันไม่อยากเจอใคร”
       “แม้แต่คนนี้หรือคะ”
       “คนไหน”
       “หันมาดูก่อนสิคะว่าคนไหน แล้วค่อยบอกว่าไม่อยากเจอ”
       คุณหญิงศรีหันมาแล้วผวาทั้งตัวดีใจมาก เมื่อเห็นเมี้ยนอุ้มพริสซิลล่ามายื่นให้ตรงหน้า
       “พริสซี่ ทูนหัว มาให้แม่อุ้มนะทูนหัว”
       เมี้ยนส่งให้ทั้งน้ำตา คุณหญิงศรีประเดี๋ยวเอาพริสซิลล่าแนบอก ประเดี๋ยวเอาวางที่ตักแล้วเอาแต่มองหน้าสลับกันไปมา
       
       ค่ำนั้น คุณหญิงสะบันงาพาเดือนมาหาเจ้าคุณ เดือนก้มลงกราบ
       “ฉันพาเดือนมากราบค่ะ”
       “ขอบใจมากที่เต็มใจมา เป็นครอบครัวเดียวกันกับเรา”
       “เจ้าค่ะ” เดือนรับคำ
       “ขอบใจที่รักลูกสาวของฉัน และดูแลลูกสาวฉันอย่างดีเสมอมา”
       “เจ้าค่ะ”
       คุณหญิงสะบันงาหันมาหาเดือน
       “ฉันขอไปดูคุณหนูที่เรือนพะไล ฝากเดือนดูแลท่านเจ้าคุณด้วย คืนนี้จะค้างคืนที่นั่น ดูแลอยู่เป็นเพื่อนคุณหนูเสียเลย”
       เดือนชะงักนิดๆ
       “เอ้อ เจ้าค่ะ”
       คุณหญิงสะบันงาก้มตัวมาจับมือเดือนบีบเบาๆก่อนเดินออกไป เดือนก้มหน้าเขินอายและหวาดกลัว
       “เดือนมีหลายสิ่งคล้ายกับคุณสะบันงา”
       “เจ้าค่ะ”
       “ขึ้นมานั่งกับฉันที่นี่เถิด”
       “เจ้าค่ะ”
       เดือนไม่ขึ้น เจ้าคุณก้มตัวไปประคองมานั่งด้วย เดือนยิ่งเขินอาย เจ้าคุณยิ้มโอบไว้
       
       กระท่อมคุณหญิงศรีวันใหม่...โมบายทำจากใบไม้ห้อยอยู่บนเปล คุณหญิงศรีกำลังเห่กล่อมพริสซิลล่า เมี้ยนมองอย่างมีความสุข
       “ดวงใจของแม่ ถึงแม้ว่าขาแม่จะเสียไปข้างหนึ่ง แต่สองมือแม่ยังดีอยู่ แม่พร้อมปกป้องดวงใจของแม่ โอ๊ โอ๋ เมี้ยนดูสิคุณหนูยิ้มให้ฉัน เธอฟังฉันเข้าใจ เธอรู้ว่าฉันพูดอะไร”
       “ค่ะ สายสัมพันธ์ ความผูกพันของแม่ลูก ช่างลึกซึ้งนักค่ะ ตัวแค่เนี้ยไม่ว่าใครเขาจะว่ารู้ช้ากว่าคนอื่น แต่รับรองว่าเธอรู้ว่าใครคือแม่ของเธอแน่นอนค่ะ”
       “เวลาที่พริสซี่มองสบตาฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกว่าโลกช่างสวยงาม หัวใจฉันชุ่มชื่น อยากอายุยืนเป็นร้อยปีพันปี ทูนหัวของแม่ ลูกของแม่ หนูคือชีวิตของแม่”
       คุณหญิงศรีดูแลลูก จนเวลาล่วงยังไม่ละวาง
       “เมี้ยนพาคุณหนูมานานเกินไปแล้วค่ะ ประเดี๋ยวใครจะสงสัย”
       “เอ๊ะ...”
       “ไม่ได้หมายถึงท่านเจ้าคุณค่ะ แต่หมายถึงคนอื่น ไม่มีใครทราบนี่คะ ว่าคุณเป็นใคร”
       “โธ่ ขออีกสักนิดเดียวเถิด เมี้ยนมีงานก็ไปทำ เดี๋ยวค่อยกลับมารับคุณหนู”
       “ค่ะ เอ้อ มีอีกเรื่อง แม้ว่าคุณอาจไม่สนใจฟัง แต่เมี้ยนก็อยากเรียนให้ทราบ”
       “อะไร”
       “คุณสะบันงา เธอเอาเดือนพี่เลี้ยงคุณหนูไปยกให้ท่านเจ้าคุณค่ะ”
       “เรื่องของพวกเขา”
       “นัยว่าเป็นเพราะตอบแทนที่เดือนรักคุณหนูมากค่ะ และคุณสะบันงาเธอก็ท้องค่ะ”
       “อย่าเอาเรื่องคนอื่นมาจารนัยให้ฉันฟัง ไม่อยากรับรู้ เอาแค่เรื่องของพริสซี่คนเดียวพอแล้ว ไปซะ”
       เมี้ยนจำใจออกไป คุณหญิงศรีเย้าแหย่ลูกต่อแล้วเงยหน้าถอนใจ
       “สะบันงา เธอโตเกินวัยเกินอายุจริงๆ รู้จักมัดใจคน ขอให้เจริญๆกันเถิด”
       
       เรือนพะไล...คุณหญิงสะบันงามาหาเดือน
       “ขอบใจมากเดือนที่ยินดีช่วยกันดูแลท่าน”
       “เดือนกับพี่ดาก็ขอบคุณมากเจ้าค่ะ ที่ให้เกียรติเดือน”
       “เมื่อก่อนเราก็เสมอกัน เพียงแต่สังคมมาปรุงแต่งให้เราต่างกัน ตอนนี้เรากลับมาเสมอกันอีก ตอนนี้จะยอมเลิกใช้คำว่าเจ้าค่ะ หรือยัง”
       “ค่ะ”
       “เรือนหลังใหม่เสร็จ เราต่างจะต้องย้ายเรือนของตัวเองนะเดือน”
       “เอ้อ...ค่ะ”
       “พริสซี่หลับหรือ”
       “ไปกับคุณเมี้ยนค่ะ”
       “ไปไหน”
       “ได้ยินว่าจะพาไปเดินเล่นค่ะ”
       “นานหรือยัง”
       “ร่วมชั่วโมงแล้วค่ะ”
       “เดินเล่นถึงไหนกัน ทำไมนานนัก เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”
       “หรืออาจจะพาไปเดินเล่นในสวนท้ายบ้านเจ้าค่ะ เอ้อ ค่ะ”
       “ไปไกลถึงที่นั่นเลยหรือ ไกลไปไหม แถวนั้นน่ากลัวออก”
       “ตอนนี้คงไม่ค่อยน่ากลัวนะคะ เพราะคุณเมี้ยนกับพี่สาวไปอยู่ จะไปตามไหมคะ”
       “ไปสิ เดือนไปกับฉันนะ อ้อ...ช่วยไปเอาอาหารว่างไปด้วย ฉันจะเอาไปฝากพี่สาวของพี่เมี้ยนเขา เห็นว่าชอบกินอาหารแบบฝรั่งด้วยนะ”
       “ค่ะ”
       “ใส่จานชามสวยๆด้วย พี่สาวพี่เมี้ยนก็เหมือนพี่สาวฉัน ไปทำความรู้จักกันเอาไว้ ไม่เสียหลาย”
       “ค่ะ”
       คุณหญิงสะบันงาหวังว่าจะไปทำความรู้จักกับพี่สาวเมี้ยน
       
       เดือนหิ้วปิ่นโตเดินตามหลังคุณหญิงสะบันงามาตามทางดินไปสวนกล้วยหลังบ้าน พอมาถึงหลุมศพศุกลซึ่งคุณหญิงสะบันงาไม่เคยรู้ เธอหยุดจะดูดอกไม้
       “ฉันอยากแวะไปดูดอกสะบันงาที่ตรงนั้นก่อน”
       “ค่ะ”
       ดอกสะบันงาบนหลุมนั้น ยังคงมีดอกอีกเช่นเดิม คุณหญิงสะบันงาทรุดตัวลงไปลูบคลำ เดือนทรุดตัวลงตรงด้านหลังตามไปด้วย
       “สะบันงาต้นนี้ช่างถูกกับดินตรงนี้เสียเหลือเกิน งามเอางามเอา”
       ลมพัดซู่ดังครั้งก่อนที่มา คุณหญิงสะบันงาแปลกใจ
       “ลมพัดแบบนี้อีกแล้ว เหมือนครั้งแรกที่มาเจอสะบันงาต้นนี้”
       “ทำไมมาขึ้นตรงนี้ก็ไม่ทราบนะคะ ราวกับมีใครจงใจมาปลูกเอาไว้” เดือนสงสัย
       “ทั้งบริเวณไม่มีดอกอื่นนอกจากดอกสะบันงาเท่านั้น”
       คุณหญิงสะบันงาลูบคลำดอกไม้อย่างชื่นชอบ
       
       ในกระท่อม คุณหญิงศรีมองพริสซิลล่าที่หลับสนิทไม่ละสายตา มองไปน้ำตาไหลไป
       “ทูนหัวดวงใจของแม่ แม่คงได้แต่มองลูก โตอีกหน่อยรู้ความแล้วเราคงไม่อาจพบกันได้ เพราะลูกต้องเป็นลูกของแม่สะบันงา ไม่ใช่ลูกอีแก่หน้า ผี บ้าใบ้สติไม่ดี ใครรู้เข้าลูกจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ลูกคงรังเกียจแม่”
       คุณหญิงศรีก้มลงไปจูบ สองมือลูบคลำหน้าตาของพริสซิลล่า
       
       คุณหญิงสะบันงาละจากดอกไม้หันมาชวนเดือนไปต่อ
       “ไปกันเถิดเดี๋ยวขนมจะชืดหมด เห็นขนมพวกนี้แล้วนึกถึงคุณหญิงท่านชอบกินขนมแบบคนฝรั่ง”
       “ค่ะ พี่สาวคุณเมี้ยนก็ชอบขนมแบบนี้เหมือนกันค่ะ”
       คุณหญิงสะบันงาเริ่มคิดถึงคุณหญิงศรีขึ้นมาอีก
       
       คุณหญิงศรีมองพริสซิลล่าที่ลืมตามองตาแป๋ว
       “ตื่นแล้วคนดีของแม่ แม่ค่ะทูนหัว ยิ้มให้แม่นะคะ”
       พริสซิลล่ายิ้ม
       “ยิ้มจริงๆด้วย ร้อยไม่เชื่อล้านไม่เชื่อ ว่าลูกแม่ไม่รู้ภาษา เชื่องช้า”
       เสียงกุกกักหน้าเรือน คุณหญิงศรีไม่หันไปมองคิดว่าเมี้ยน
       “เมี้ยน ทำอะไรกุกกัก เข้ามาสิ ได้เวลาพา...”
       มีเสียงอุทานอย่างตกใจจากคุณหญิงสะบันงากับเดือนดังขึ้น
       “คุณหนู”
       นั่นทำให้คุณหญิงศรีตกใจ หันมามองที่มาของเสียงและยิ่งตกใจที่เห็นสะบันงาและเดือน คุณหญิงศรีถึงกับพูดไม่ออก คุณหญิงสะบันงายกมือไหว้ แล้วยิ้มให้ เดือนไหว้ตาม
       “สวัสดีจ้ะพี่สาว ฉันสะบันงา คนนั้นเดือน เรามาตามหาคุณหนูเข้าใจว่าพี่เมี้ยนพาเธอมาที่นี่ แล้วก็พามาจริงๆ เอ้อ...”
       คุณหญิงศรีไม่พูดด้วย เดือนมองหา
       “คุณเมี้ยนไปไหนคะ”
       คุณหญิงศรี ยังไม่ตอบพูดไม่ออก คุณหญิงสะบันงายิ้มแย้มให้
       “เราเอาของว่างยามบ่ายมาฝากพี่สาวจ้ะ”
       เดือนเอาของออกมาวาง
       “นี่ค่ะ”
       คุณหญิงศรีก็ยังเงียบ
       “ถ้าขาดเหลืออะไรบอกพี่เมี้ยนให้จัดมาได้ทุกอย่างนะจ้ะ ฉันรักพี่เมี้ยนเหมือนพี่สาว ดังนั้นพี่สาวของพี่เมี้ยนก็เท่ากับพี่สาวของฉันด้วย”
       คุณหญิงศรีก็ยังเงียบ น้ำตาเริ่มเอ่อขัง
       “ถ้าพี่เมี้ยนไม่อยู่ ฉันจะเอาคุณหนูกลับแล้วนะจ้ะ เดือนจ้ะอุ้มคุณหนูกลับเรือนเถิด”
       เดือนอุ้มพริสซิลล่าขึ้น คุณหญิงศรีทำท่าเหมือนไม่อยากให้อุ้มแต่ไม่ได้ขัดขวาง มองตามพริสซิลล่าตาละห้อย คุณหญิงสะบันงายิ้มให้ ไหว้อีกครั้ง
       “ไปก่อนนะจ้ะ ถ้ามีโอกาสจะมาเยี่ยมใหม่”
       “คุณหนูพริสซี่ไปกับนายแม่นะคะ คุณหนูขานายแม่มารับแล้วนะคะ” เดือนหยอกเย้าพริสซิลล่า
       ขณะที่คุณหญิงสะบันงากับเดือนกำลังหันออกไป คุณหญิงศรีมองตามแล้วแล้วรันทนจนระเบิดหัวเราะดังเหมือนบ้าคลั่ง คุณหญิงศรีระทมขมขื่น สะเทือนใจในโชคชะตาที่ตัวเองคือคุณหญิงเป็นเจ้าของบ้าน แต่บัดนี้กลับกลายเป็นคนอาศัย
       “ฮะๆ”
       คุณหญิงสะบันงากับ เดือนตกใจ ชะงักหันมามอง
       “พี่สาวเป็นอะไร” คุณหญิงสะบันงาแปลกใจ
       คุณหญิงศรีก็ยังไม่เลิกหัวเราะ น้ำตาไหลออกมาทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ในคราวเดียวกัน คุณหญิงสะบันงากับเดือนเริ่มกลัว รีบพากันลงเรือนมาโดยไว คุณหญิงศรีมองตามหลังร้องไห้ผสมหัวเราะ
       “เออหนอโลกนี้ เออหนอชีวิตมนุษย์ เป็นคุณหญิง เป็นเจ้าของบ้าน เป็นเจ้าของผู้ชายผู้ยิ่งใหญ่ มาบัดนี้กลับกลายเป็นคนอาศัยบ้านของเด็กที่ตัวโอบอุ้ม ผลักดันจนกลายเป็นเจ้าของ ทุกสิ่งแม้แต่ความเป็นคุณหญิงที่เคยเป็นของเรา อนาถหนออีศรีหน้าผี อีศรีสติไม่ดี เพราะแกเคยคิดร้ายกับคนอื่นแม้ไม่ได้ลงมือทำ บาปกรรมมันก็ตามมาคร่าชีวิตน้องแก ทำลายความเป็นคนของแก โทษใครไม่ได้ ต้องโทษใจตัวเองที่มันไม่งดงามเหมือน สะบันงา”
       
       คุณหญิงศรีร้องไห้คร่ำครวญกับโชคชะตาที่อาภัพ
       

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9
         
       คุณหญิงสะบันงากับเดือนห่างออกมาจากกระท่อม สองคนยังไม่หายตกใจ
        
       “ที่แท้พี่สาวพี่เมี้ยนพูดไม่ได้”
       “แต่เดือนว่าแกฟังเราเข้าใจค่ะ”
       “ช่างหัวเราะได้สะเทือนใจจริงเหมือนเย้ยหยัน เหมือนเสียใจขมขื่น ฟังแล้วหดหู่มาก แต่ก็แปลกแท้ๆ ที่แกท่าทางรักคุณหนูเหลือเกิน”
       “ใช่ค่ะ แปลกแท้ๆ”
       “ทำท่าเหมือนหวงแหนตอนที่เราจะเอาคุณหนูกลับมา น่าสงสารเหลือเกิน”
       สองคนไม่เข้าใจ
       
       เมี้ยนมาถึงหน้ากระท่อม ถืออาหารกลับมาด้วยได้ยินเสียงคุณหญิงศรียังคงคร่ำครวญร้องไห้ฟังแล้วหดหู่นัก
       “คุณหญิงร้องไห้เสียใจเกิดอะไรขึ้น คุณหญิงไม่ได้ร้องไห้หนักอย่างนี้ มานานแล้ว”
       เมี้ยนผวาเข้าไปในกระท่อม...คุณหญิงศรีฟุบตัวฟุบหน้าลงที่พื้น สองมือทุบพื้นไปมา
       “ทำไมถึงต้องลงโทษกันถึงเพียงนี้ ทำไมต้องทำร้ายกันถึงเพียงนี้”
       เมี้ยนพุ่งไปหาประคอง ลืมตัวเรียก
       “คุณหญิง”
       คุณหญิงศรีตบหน้าเมี้ยนโดยแรง
       “แกเรียกใครคุณหญิง แกอยากหาคุณหญิงมากใช่ไหม ไปเลย ไปข้างในนั่น คุณหญิงสะบันงาเขาอยู่ที่นั่น แต่ฉัน ฉันมันอีแก่หน้าผี บ้าๆบอๆ”
       เมี้ยนหน้าสลด
       “เมี้ยนขอโทษค่ะ เมี้ยนตกใจที่เห็นคุณกำลังเสียใจ แม้ว่าปากเมี้ยนจะเรียกคุณว่าคุณ แต่ในใจของเมี้ยนคุณคือคุณหญิงของเมี้ยนไปจนตาย อภัยให้เมี้ยนนะคะ ถ้าตบตีเมี้ยนแล้วอารมณ์ดีขึ้น เมี้ยนยอมให้ตบอีกค่ะ ตบให้หายหงุดหงิดค่ะ”
       คุณหญิงศรีได้สติ
       “แกจะมายุยงให้ฉันเป็นคนเลวทรามต่ำช้าเพิ่มขึ้นอีก ด้วยการตบตีคนระบายอารมณ์หรือเมี้ยน”
       “แค่ทนเห็นคุณมีความทุกข์ไม่ได้ค่ะ”
       คุณหญิงศรีร้องไห้โฮๆกอดเมี้ยนไว้
       “ขอบใจ ขอบใจ ฉันบ้าไปแล้วหรือนี่ ฉันทำร้ายคนที่รักฉันมากที่สุดในโลกอย่างเมี้ยนได้อย่างไร เมี้ยนยกโทษให้ฉัน ฉันขอโทษ เมี้ยนอย่าโกรธฉันอย่าทิ้งฉันไปนะเมี้ยน”
       เมี้ยนร้องไห้สะอื้นเช่นกันปลอบไปด้วย
       “ไม่ค่ะ เมี้ยนไม่ไปไหน ไม่ทิ้ง ไม่โกรธ ไม่เคยไม่มีวันค่ะ ไม่ร้องไห้ นะคะ”
       “ฉันรักเมี้ยนนะ”
       “ค่ะ เมี้ยนก็รักคุณค่ะ เทิดทูนบูชาด้วยค่ะ เอ๊ะ คุณหนู คุณหนูหายไปไหน คะ”
       “สะบันงามาที่นี่กับเดือน มาตามหาพริสซี่”
       เมี้ยนตกใจ
       “ตายจริง แล้วเธอจำ...”
       “ใครจะมาจำฉันได้ ตอนเขารู้จักฉันฉันเป็นคน ตอนนี้ฉันคือผี ฉันจึงเสียใจฉันบ้าคลั่งไป ฉันอยากพูดอยากคุยกับสะบันงาใจแทบขาด แต่ทำไม่ได้”
       “คุณสะบันงาเธอคงดีใจมากนะคะ ถ้ารู้ว่าคุณคือคนที่เธอเคารพรักเสมอมา”
       “ถ้าสะบันงารังเกียจฉัน ฉันคงอับอายขายหน้าถึงลาตาย”
       “คุณสะบันงาเธอคงเส้นคงวา ตัวตนเธอดีงาม เธอไม่รังเกียจหรอกค่ะ”
       “ฉันอยากมั่นคงอย่างสะบันงาบ้าง แต่ฉันมักเผลออ่อนแอ เผลอน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองแต่ต่อไปนี้ไม่มีอีกแล้ว”
       “เธอทำท่าไม่พอใจหรือเปล่า ที่เมี้ยนพาคุณหนูที่นี่”
       “คนอย่างสะบันงาดูไร้เดียงสา ซื่อ จนเหมือนจะเซ่อ แต่เหนือฉันนัก ไม่มีเสียหรอกที่จะแสดงความรู้สึกไม่พอใจให้ใครพบเห็น สะบันงาชอบไขว่คว้าศัตรูมาเป็นมิตรเสมอ”
       “จริงค่ะ แม้เธอไม่โกรธ แต่เมี้ยนจะไปขอโทษเธอเองค่ะ”
       “สะบันงายกโทษให้เมี้ยนแน่ แต่ในฐานะแม่ของพริสซี่เขาไม่ยอมให้ลูกของเขามาหาคนบ้าหรอก”
       คุณหญิงศรีป้ายน้ำตา
       
       เจ้าคุณหน้าหมองนิ่งเงียบเมื่อฟังคุณหญิงสะบันงาเล่าเรื่องพริสซิลล่าที่ไปอยู่กับคุณหญิงศรีที่กระท่อมจบ
       “ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้บ้าใบ้หรอกสะบันงา”
       “ฉันไม่ได้คิดว่าเธอบ้า แต่ฉันคิดว่าเธอเป็นใบ้ค่ะ เพราะเธอไม่ยอมพูดกับฉันสักคำ”
       เจ้าคุณพูดเหมือนรำพึง
       “คงตกใจ”
       “เอ๊ะ ทำไมท่านจึงทราบว่าเธอไม่ได้บ้าใบ้ แต่เป็นเพราะเธอตกใจ เคยพบเธอแล้วหรือคะ”
       เจ้าคุณอึ้งไป
       “เอ้อ เคยพบสิ คือฉันพาช่างไปแถวนั้น”
       คุณหญิงสะบันงาคิดตาม
       “พาช่างไป”
       “คือ สะบันงาไม่ว่าใช่ไหม ถ้าฉันจะสร้างเรือนเล็กๆ ขึ้นมาแทนที่กระท่อมนั่น”
       “จะไปว่าอะไรเล่าคะ ท่านอยากทำอยากสร้างอะไร ฉันไม่เคยวุ่นวาย”
       “จะไม่ถามหรือว่าฉันจะสร้างไปทำไม”
       “ถ้าท่านอยากบอกฉันท่านก็คงพูดเอง”
       “น่ารักเสมอ ฉันจะไม่รักเมียคนฉลาดของฉันได้อย่างไร ฉันอยากสร้างเพราะกระท่อมนั่นมันเก่ามากแล้ว สงสารเมี้ยน กับเอ้อ ศ...เอ๊ย พี่สาวเขา ฝนตกฟ้าร้อง ฟ้ารั่วก็ทานไม่ไหว จะหลับจะนอนกันอย่างไร”
       “ท่านทำถูกขอบคุณแทนพี่เมี้ยนกับพี่สาวของพี่เมี้ยนค่ะ เอ้อ...ทำไมเธอต้องคลุมหน้าด้วยก็ไม่ทราบ เสียงก็ฟ้งคุ้นๆคล้ายเคยได้ยิน”
       “สะบันงาใกล้คลอด เรือนของเราก็จวนเสร็จ เราจะขึ้นบ้านใหม่กันแบบคนไทย จะมีปาร์ตี้ จะเชิญแขกมาฉลองบ้านกับลูกของเรานะ”
       เจ้าคุณโอบกอดคุณหญิงสะบันงา แต่ก็แอบถอนใจเมื่อนึกถึงภาพที่คุณหญิงศรีกระชากผ้าคลุมหน้าออก หน้าตาอัปลักษณ์สุดประมาณ เจ้าคุณถอนใจเศร้า คุณหญิงสะบันงามองหน้าเจ้าคุณ
       “พูดออกมาล้วนแต่เรื่องสุขสนุกสนาน แต่ดวงตาและท่าทางของท่านกลับเศร้าหมอง บอกได้ไหมคะว่ามีอะไรซ่อนลึกอยู่ในใจ ถ้าช่วยได้ ฉันจะช่วยจนสุดกำลังค่ะ”
       “ดีใจและขอบใจมาก แต่ฉันทำตัวเอง ฉันเสียใจที่ศรี...เอ้อ...”
       “หายไปใช่ไหมคะ ทุกคนเสียใจ แต่ต้องแยกแยะให้ออกค่ะ อย่าเอามาปะปนกัน มันจะบั่นทอนทั้งตัวเรา และคนอื่นๆรอบตัวเราค่ะ”
       “แล้วยังเรื่องศุกลที่เขาต้องมาตาย” เป็นครั้งแรกที่เจ้าคุณเอ่ยถึงศุกลกับคุณหญิงสะบันงา
       “ทำไมท่านจึงคิดว่าตายแล้วคะ เขาอาจอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้ แต่ที่บ้านเขาไม่ได้บอกเรา ท่านไม่ได้เห็นกับตาเสียหน่อยว่าเขาตาย”
       เจ้าคุณยิ่งหม่นหมอง เมื่อนึกถึงศุกลที่นอนตายตรงหน้า
       “ฉันรู้สึกผิด บางทีอาจเป็นเพราะฉัน...”
       “มาเปลี่ยนเรื่องพูดกันเถิดค่ะ ปิดเทอมใหญ่นี้ฉันจะส่งคนไปรับศีลกลับมา เขายังไม่เคยกลับมาพักที่นี่ ตั้งแต่เอาไปฝากไว้โรงเรียนประจำ เพราะที่บ้านเรามีเรื่องวุ่นๆหลายเรื่อง”
       “จริงสิ อยากเจอศีล ได้ยินว่าเขาเรียนเก่งมาก”
       “ค่ะ น่าชื่นใจ ท่านได้บุญมากนะคะที่ส่งเสียอุปการะเขา”
       “ถึงตอนนั้นสะบันงาคงคลอดลูกสาวคนโตของเราแล้ว”
       “ค่ะ”
       เจ้าคุณแอบถอนใจอีก คุณหญิงสะบันงาให้สงสัยว่าเจ้าคุณมีอะไรในใจ
       
       หลายเดือนต่อมา...ในห้องคนป่วยที่โรงพยาบาล คุณหญิงสะบันงาอุ้มเด็กอ่อน หน้าตามีสุขมาก เจ้าคุณหน้าตาเบิกบานในรอบปี คุณหลวงหมออดุลย์ยืนยิ้มย่องใกล้ๆ เจ้าคุณปลื้มใจมาก
       “ฉันขอตั้งชื่อลูกสาวคนแรกของเราว่าพริ้มเพรา”
       “พริ้มเพราสมชื่อค่ะ ท่านเป็นฝรั่งที่ตั้งชื่อไทยได้เก่งมากค่ะ”
       “คือวันก่อน หัวหน้าพยาบาลเขามาชมว่าลูกสาวท่านหน้าตาจิ้มลิ้ม พริ้มเพราเหลือเกิน ถามเขาว่าแปลว่าอะไร เขาบอกว่าสวย ครั้นจะชื่อจิ้มลิ้มมันฟังดูตลก จึงเลือกคำหลังว่า พริ้มเพรา เพราะไหมคุณหลวง”
       คุณหลวงหมออดุลย์ยิ้มรับ
       “เพราะมากขอรับ วันนี้คุณสะบันงาสามารถพาคุณพริ้มเพรากลับบ้านได้แล้วขอรับ”
       “ขอบคุณมากค่ะคุณหลวง คุณพริ้มเพราของแม่ วันนี้แม่จะพาหนูกลับบ้านนะคะ”
       “คนต่อไปถ้าเป็นหญิงจะตั้งชื่อว่า...”
       “ท่านคะ คนแรกเพิ่งคลอดไม่ถึงอาทิตย์ ท่านจะตั้งชื่อคนที่สองแล้วหรือคะ”
       “ก็เห่อมากนี่นา ขอนะ มาต่อๆกันสักหนึ่งโหล”
       
       คุณหญิงสะบันงาส่ายหน้า ทำเหมือนจะค้อนแต่ไม่ได้ค้อน เจ้าคุณหัวเราะร่าเริง

จำนวนคนโหวต 8 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 8 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017