หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คือหัตถาครองพิภพ

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 ธันวาคม 2556 08:32 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9
        คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9 (ต่อ)
       
       เจ้าคุณสร้างบ้านหลังเล็กมาแทนที่กระท่อมหลังเก่า...คุณหญิงศรีรับพริสซิลล่ามากอดแนบอก พริสซิลล่ายังเดินไม่เป็น เรียกใครไม่ได้ เมี้ยนส่งมาแล้วเล่าไปด้วย
        
       “คุณสะบันงาเธอไปคลอดลูก นายบุญมันบอกว่า เป็นผู้หญิง ชื่อคุณพริ้มเพราค่ะ”
       “คงพริ้มเพราสมชื่อ พริสซี่ขา หนูมีน้องแล้วนะคะ สองขวบแล้วเรียกแม่ได้หรือยังคะ เรียกสิคะ ดูปากแม่นะคะ”
       คุณหญิงศรีเผลอเปิดหน้าทำปาก
       “มามี่ มามี่ พูดสิคะ”
       พริสซิลล่าที่โตสองขวบแล้วไม่สนใจ ไม่ฟังไม่มองที่คุณหญิงศรีบอก คุณหญิงศรีมองหน้าเมี้ยนหน้าเสีย
       “ตายจริง ฉันเผลอเปิดหน้า เดี๋ยวลูกตกใจแย่ บ้าจริง”
       คุณหญิงศรีรีบปิดหน้า พริสซิลล่าหันมา ยิ้มให้ เมี้ยนกับคุณหญิงศรีตกใจ
       “เธอไม่กลัวเจ้าค่ะ”
       “เธอยังเด็ก ยังตกใจไม่เป็น”
       “อาจเป็นเพราะเธอรักคุณเจ้าค่ะ สายใยสายรักสายเลือดของแม่ลูกย่อมผูกพันทำให้เธอรักคุณด้วยใจ ไม่ใช่รักเพราะหน้าตาของคุณ”
       “เมี้ยนพูดให้ฉันมั่นใจตัวเองเพิ่มขึ้นอีก ว่ามีคนรักฉันจริงๆอีกคนหนึ่งแล้ว และคนนั้นคือคนสำคัญที่สุดในชีวิตฉัน”
       “ยังมีอีกหลายคนที่รักคุณด้วยใจ ใช่หน้าตา สะบันงาค่ะ แล้วก็ท่าน...”
       “หยุดนะเมี้ยน อย่าเอ่ยถึงเขา”
       “ไหนว่าจะพยายามมั่นคงไม่อาฆาตมาดร้ายแล้วไงคะ”
       แล้วสองคนก็ตกใจเมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้น
       “มา...มี่”
       สองคนมองหน้ากัน หันมามอง พริสซิลล่า ซึ่งก็ทำหน้าตาเฉยๆเหมือนไม่ได้พูดอะไรกับใคร ยังคงสนใจอย่างอื่นต่อไป คุณหญิงศรีสงสัย
       “ฉันได้ยินเสียงเรียก มา...มี่”
       “เมี้ยนก็ได้ยินค่ะ”
       “แปลว่าฉันไม่ได้หูฝาด” คุณหญิงศรีก้มไปดูพริสซิลล่าที่ยังง่วนไม่สนใจ “หนูพูดหรือคะ”
       เมี้ยนงงๆ
       “ไม่เห็นคุณหนูเธอทำท่าว่าพูดอะไร เห็นเธอเอาแต่มองอะไรที่พื้นห้องอยู่นะคะ”
       “เรียก มามี่ สิคะ พริสซี่”
       เงียบพริสซิลล่าไม่สนใจดังเดิม คุณหญิงศรีถอนใจ
       “เราสองคนหูเฝื่อน”
       สองคนหงอยเศร้าต่อ
       “เธอแค่ช้ากว่าคนอื่นสามสี่ปี อีกสองปีเธอก็พูดได้ค่ะ” เมี้ยนออกความเห็น
       คุณหญิงศรีพยักหน้าเศร้าๆ เอามือลูบหัวพริสซิลล่าสงสารมาก
       
       เรือนใหม่ของเจ้าคุณ มีเสียงหัวเราะของผู้ใหญ่และเสียงร้องไห้ของเด็กดังลอดออกมา รถของบ้านเจ้าคุณมาจอด ศีลเดินลงมาพร้อมด้วยกระเป๋าเดินทางใบเล็กๆ นายบุญตามลงมา ศีลโตขึ้นเป็นวัยรุ่นอายุสิบห้าปี
       “นี่ตึกหลังใหม่ แทนเรือนไทยหลังเก่าของคุณหญิงที่ไฟไหม้ไปครับ คุณศีล” นายบุญเล่า
       ศีลชะงัก
       “ไฟไหม้หรือครับ ผมไม่เคยกลับมาจึงไม่ทราบว่าไฟไหม้ ทุกคนปลอดภัย ใช่ไหมครับ”
       นายบุญอึกอักไม่ตอบแต่กลับบอกอย่างอื่น
       “คุณศีลเข้าไปกราบท่านกับคุณหญิงเถิดครับ ข้างในมีคุณหนูเล็กๆอยู่ด้วยสองคนครับ คงกำลังสนุกกันอยู่น่ะครับ”
       “ครับ ขอบคุณมากครับ นายบุญ”
       ศีลมองไป แล้วรำพึง
       “เสียงคุณหญิงแม่แสนสวย ผู้แสนโอบอ้อมอารีย์”
       ศีลนึกถึงเรื่องราวตอนเด็กในงานทอดกฐิน คุณหญิงศรี มาโอบกอดศีลที่มอมแมม และปลอบโยนและ พาเขาไปฝากเรียน...ศีลพึมพำเบาๆ
       “เจ้าคุณพ่อ คุณหญิงแม่ขอรับ ผมจะตอบแทนพระคุณ ให้สมกับที่เมตตาผม ยังมีพี่สะบันงา พี่เมี้ยน ล้วนใจดีกับผม ให้กำลังใจผม”
       ศีลยังรีรออยู่ เมี้ยนโผล่มามอง ศีลมองเมี้ยน สองคนมองกันแล้วต่างจำได้
       “ศีล เอ้อ...คุณศีลนี่นา”
       “พี่เมี้ยน สวัสดีครับ”
       ศีลรีบยกมือไหว้
       “แหมหล่อเหลาสะสวยขึ้นเป็นกองนะเจ้าคะ เรียนชั้นอะไรแล้วเจ้าคะ”
       “มอหกครับ”
       “เรียนไวจัง”
       “ผมได้กระโดดข้ามขั้นไปสองครั้งครับ เอ้อ...ผมอยากไปกราบคุณหญิงแม่”
       เมี้ยนสีหน้าไม่ดี ไม่ตอบว่ากระไร
       “ท่านเจ้าคุณอยู่ข้างในเจ้าค่ะ”
       เมี้ยนเดินมาจูงมือศีลเข้าตึกไป
       
       ในห้องนั่งเล่น...คุณหญิงสะบันงาอุ้มพริ้มเพรา เจ้าคุณอุ้มพริสซิลล่ามาดูพริ้มเพรา เดือนคอยช่วยทั้งสองคน
       “คุณพริ้มเพราขา คุณพี่พริสซี่มาหาค่ะ” คุณหญิงสะบันงาบอกกับลูกสาว
       เจ้าคุณยิ้มแย้ม
       “พริสซี่ ดูน้องสิคะ น้องน่ารักมากๆ เห็นไหมคะ”
       ดูเหมือนพริสจะไม่สนใจมองน้อง แต่มองพื้นมองอย่างอื่นแทน เจ้าคุณมองหน้าคุณหญิงสะบันงากันอย่างไม่สบายใจ
       “ไม่เป็นไรค่ะ เธออาจช้า แต่คงไม่ถึงไม่มีพัฒนาเอาเสียเลยค่ะ”
       เมี้ยนเข้ามาพร้อมศีล
       “มาแล้วเจ้าค่ะ นักเรียนประจำกลับมาเยี่ยมบ้านแล้วเจ้าค่ะ”
       ศีลก้มลงกราบเจ้าคุณ
       “ศีล โตแล้วนี่นา เข้ามาใกล้ๆนี่สิ”
       ศีลเขยิบเข้าใกล้เจ้าคุณ เงยหน้ามองเห็นเพียงคุณหญิงสะบันงานั่งเคียงท่านเจ้าคุณ ไม่มีคุณหญิงแม่ของศีล มีเดือนอีกคนที่วนเวียนช่วยจับพริสซิลล่า ศีลไม่รู้จักเดือนเขาครุ่นคิดในใจ
       ‘คุณหญิงแม่ไม่อยู่นี่นา ท่านไปไหน’
       คุณหญิงสะบันงามองมายิ้มให้ ศีลจึงยกมือไหว้
       “สวัสดีขอรับ พี่สะบันงา”
       “เรียกแม่นายเถิดศีล” เจ้าคุณบอก
       ศีลอึ้งไปนิดหนึ่ง
       “ขอรับ คุณแม่นาย”
       คุณหญิงสะบันงารับไหว้
       “สวัสดีศีล อยู่จนเปิดเทอมเลยนะจ้ะ”
       ศีลพอมองออกว่าคุณหญิงสะบันงามาเป็นเมียเจ้าคุณ แต่ไม่เข้าใจว่าคุณหญิงศรีหายไปไหน
       “ขอรับ”
       “ไม่ต้องอยู่เฉยๆ จะให้ครูมาสอนภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสให้คล่อง เผื่อจะอยากสอบชิงทุน ไปเรียนต่อเมืองนอกกับเขาบ้าง เอาไหม” เจ้าคุณแนะ
       “ขอรับ แต่กระผมอาจสู้คนอื่นไม่ได้”
       “ไม่ได้ก็ช่างปะไร พ่อส่งเองได้”
       “ขอบพระคุณมากขอรับ”
       ศีลยังคงชายตามองหาคุณหญิงศรีเช่นเดิม ใจกระวนกระวายอยากเจอมาก มีเสียงเบาๆเล็กๆดังขึ้น
       “น้อง”
       ทุกคนหันมามองกันว่าเสียงมาจากไหน เจ้าคุณแปลกใจ
       “เอ๊ะ”
       คุณหญิงสะบันงาสงสัย
       “เสียงใคร”
       ศีลชี้พริสซิลล่า
       “คุณคนนี้ขอรับเธอเรียก น้อง”
       คุณหญิงสะบันงาดีใจ
       “ไฮ้ คุณพริสซี่คะ หนูพูดอะไรหรือเปล่าคะ คุณพริสซี่”
       คุณหญิงสะบันงามองหน้าพริสซี่ เห็นทำท่าไม่ยินดียินร้าย ไม่ได้ยินมองอะไรเรื่อยเปื่อย
       “คุณหนูเธอไม่ได้ฟังคุณสะบันงาพูดหรอกค่ะ” เดือนบอก
       เจ้าคุณพึมพำ
       “หรือว่าเราหูเฝื่อน”
       เมี้ยนพึมพำ
       “พากันหูเฝื่อน...อีกแล้วหรือนี่”
       
       ไม่มีใครติดใจว่าพริสซิลล่าพูดอะไรออกมาคิดว่าหูเฝื่อน

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9
         
       คุณหญิงศรีฟังเมี้ยนรายงานส่ายหน้าไม่เชื่อ
        
       “เมี้ยนเหลวไหล”
       “แต่เมี้ยนได้ยินจริงๆนะเจ้าคะ เมื่อตอนกลางวันเธอเรียกน้อง เมื่อวันก่อนเธอเรียกมามี่ คุณเองก็ได้ยิน”
       “เราพูดกับเธอเธอเคยหืออือ มีใครเคยเห็นเธอฟังใครพูดบ้างไหม”
       “นั่นสิเจ้าคะ แล้วเสียงที่พวกเราได้ยินมาจากไหน หรือว่า...”
       เมี้ยนมองไปรอบๆ
       “เสียงสัมพเวสี เจ้าที่เจ้าทางหรือเจ้าคะ”
       “ไปกันใหญ่ เลิกพูด ศีลเป็นอย่างไรบ้าง”
       “น่ารัก กิริยา หน้าตามารยาท ไม่บอกก็ต้องว่าเป็นลูกท่านหลานเธอคาบช้อนเงินช้อนทองติดปากมาเกิดแน่นอนค่ะ”
       “เป็นบุญของเด็ก”
       “เอ้อ เธอกระซิบถามเมี้ยนถึงคุณหญิงแม่ของเธอด้วยนะเจ้าคะ”
       “ไม่มีไม่มีคุณหญิงแม่ของใครในโลกนี้อีกต่อไป ให้มันตายไปจากความทรงจำไปซะ ฉันเป็นอย่างนี้ก็เป็นสุขเพียงพอแล้ว ฉันทำใจได้มากแล้วเมี้ยน”
       “เมี้ยนดีใจเจ้าค่ะ ที่ได้ยินคุณพูดอย่างนี้”
       คุณหญิงศรีแววตาสงบนิ่ง ดูเย็นลงมาก
       
       ค่ำคืนนั้น ศีลนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องเงียบๆ ทนไมได้ปิดหนังสือ
       “ไม่มีใครยอมเอ่ยถึงคุณหญิงแม่สักคน แปลกแท้ๆ”
       ศีลนึกถึงตอนที่เขาถามเมี้ยนถึงคุณหญิงศรี เมื่อตอนกลางวัน
       “พี่เมี้ยนครับ คุณหญิงแม่ของผมไปไหนครับ”
       “ท่านไม่ต้องการพบหน้าใคร ท่านไปอยู่ของท่านคนเดียวเงียบๆจำไว้ ที่นี่มีเพียงคุณหญิงสะบันงาคนเดียวเท่านั้น ณ เวลานี้”
       ศีลครุ่นคิดอย่างแปลกใจ
       “คุณหญิงสะบันงา แปลกแท้ๆ คุณพริสซี่ก็เป็นเด็กแปลก เธอไม่สนใจใคร ไม่มองหน้าใคร ๆไม่ฟังใครพูด สนใจแต่เรื่องของตัวเอง เธอตอบคำถามได้ แต่เธอไม่ตอบในเวลาที่คนต้องการฟังคำตอบเธอเป็นโรคอะไรกันแน่ ทุกคนจึงสับสนไม่แน่ใจ”
       ศีลปิดหนังสือ เดินออกไปจากห้อง
       
       ศีลเดินเรื่อยเปื่อยมาทางสวนกล้วยหลังบ้าน มีเสียงสะอื้นเบามาก ดังแว่วมา เขาหยุดฟัง
       “เสียงคนร้องไห้ ใครกัน”
       ศีลขยับเดินใกล้เข้าไปอีกมองฝ่าแสงจันทร์มัวๆ เห็นด้านหลังร่างในชุดสีเข้มคลุมไว้ทั้งตัวทั้งหัวดูรุ่มร่าม ร่างนั้นซบหน้ากับดินที่มีดอกไม้ปลูกอยู่ สะอื้นจนตัวโยน ศีลแปลกใจมาก
       “ผู้หญิงคนนั้นกำลังซบหน้ากับดินร้องไห้ทำไม ใครกันนะ”
       ศีลเดินแบบเงียบเชียบไปทรุดตัวด้านหลังเงียบเช่นกัน เขามองอาการของหญิงคนนั้นด้วยความสงบและห่วงใย
       “คุณผู้หญิงครับ”
       คุณหญิงศรีร้องไห้จนสาแก่ใจ เงยหน้าขึ้นหันกลับโดยที่ไม่ปิดหน้าของตัวเอง เพราะไม่คิดว่าจะมีใครมาที่นี่ในตอนค่ำมืด อย่างนี้ ศีลตกใจมาก คุณหญิงศรีตะลึง สองคนมองหน้ากัน คุณหญิงศรีรีบเอาผ้าปิดหน้าทำท่าจะวิ่งหนีไป เธออุทาน
       “ศี...”แล้วคุณหญิงศรีก็ชะงัก “ไปให้พ้น”
       “คุณผู้หญิงเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
       คุณหญิงศรีไม่ตอบวิ่งหนีไปจากที่นั่นทันที
       “คุณผู้หญิงครับ”
       ศีลยิ่งแปลกใจสงสัยว่าที่บ้านเจ้าคุณเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมด...คุณหญิงศรีวิ่งขาเป๋ไปหกล้ม
       “อุ๊ย”
       ศีลตามไปดูพอจะเข้าใกล้ถึงตัว คุณหญิงศรีตวาดแว๊ด
       “ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมไปให้พ้นจากที่นี่เดี๋ยวนี้ แกจะทำอะไรฉัน”
       “ผม ผมไม่ได้จะทำอะไรผมเพียงแค่เป็นห่วง อยากจะช่วยเหลือครับ”
       “ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร”
       คุณหญิงศรีหันไปฉวยเสียมที่วางใกล้ๆตรงนั้นยกขึ้นมาตั้งท่าจะตี
       “บอกให้ไปให้พ้น ไอ้เด็กบ้า”
       ศีลพยักหน้ายกมือไหว้
       “ครับ ผมจะไป ผมขอโทษด้วยที่มารบกวน”
       ศีลเดินจากไป คุณหญิงศรีมองตามพึมพำเสียงเครือ
       “ศีล เธอเป็นเด็กดีจริงๆด้วย สุภาพอ่อนน้อม ไม่รังเกียจ ไม่กลัวหน้าตาอัปลักษณ์ของฉัน แถมยังดูห่วงใย”
       คุณหญิงศรีน้ำตารื้น
       
       ศีลเดินลิ่วหน้าตื่นมาเจอเอาบ้านหลังเล็กน่ารักตั้งอยู่
       “นี่บ้านใครกัน หรือว่า บ้านของผู้หญิงคนนั้น”
       เมี้ยนออกมาจากบ้านกำลังจะออกไปตามหาคุณหญิงศรี
       “ทำไมชอบออกไปทีละนานๆตอนมืดๆตามลำพังนะ เดี๋ยวก็เจอหน้าไอ้โจรสองคนนั่นกลับมาอีกหรอก”
       เมี้ยนเห็นศีลมองมา
       “พี่เมี้ยน พักที่นี่”
       “เอ้อ...ใช่ ออกมาทำไมมืดๆแถวนี้มันไม่น่าออกมาเดินเลยนะ มันออกจะน่ากลัว”
       “ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกครับ มีแต่ผู้หญิงขาเสียข้างหนึ่ง เธอยังเดินไปมาแถวนั้น มืดๆตามลำพังเลยนะครับ”
       เมี้ยนตกใจ
       “เอ้อ...เห็นหน้าเธอหรือเปล่า”
       “ครับ”
       “แล้วไม่กลัวหรอกหรือ”
       “ไม่กลัวหรอกครับ”
       “อ้อ เอ้อ...”
       “พี่เมี้ยน รู้จักเธอหรือครับ”
       “พี่สาวพี่เอง”
       “พี่สาว ผมอยากคุยกับเธอ”
       “เธอไม่ชอบคุยกับใครหรอก”
       “ถ้าเช่นนั้นผมขอคุยกับพี่เมี้ยนเรื่องคุณหญิงแม่ ผมยังติดใจว่าทำไมท่านจึงอยากอยู่ตามลำพังครับ”
       “อย่าถามเรื่องนี้เลยนะ ท่านไม่ชอบให้ใครถามถึงท่าน หรือพูดถึงท่านลับหลัง”
       
       ศีลยิ่งแปลกใจ
        
       อ่านต่อพรุ่งนี้ เวลา 09.30น.
       
       


คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9
         
       4 ปีผ่านไป...บริเวณสนามหน้าบ้านเจ้าคุณหลังใหม่ พริ้มเพราวัย 4 ขวบ เดินไปเดินมา จุ๋มพี่เลี้ยงจูงเดินมาหาคุณหญิงสะบันงา
        
       “นายแม่ขา”
       “คุณพริ้มจะเอาอะไรคะ มานั่งกินขนมกับนายแม่ไหมคะ”
       เจ้าคุณยิ้มแย้มเรียก
       “มาสิคะ แดดดี้ป้อนให้”
       จิ๋ม พี่เลี้ยงอีกคนจูงแพรวพรรณราย วัยสามขวบ ลูกสาวคนที่สองของคุณหญิงสะบันงาเข้ามา แพรวพรรณรายกระชากตุ๊กตาจากพริ้มเพราทันที
       “ตายจริง คุณแพรวทำไมแย่งของพี่เล่าคะ ของคุณแพรวก็มีแล้วนี่คะ”
       “จะเอา จะเอา จะแย่ง”
       “เอาก็ได้ แดดดี้ซื้อให้ใหม่นะคะ พ่อขอตัวนี้คืนพี่พริ้มเขาไปเถิด” คุณหลวงพยายามพูด
       พริ้มเพราส่งตุ๊กตาให้น้องทันที
       “พี่ให้”
       คุณหญิงสะบันงาถอนใจ
       “คุณพริ้มใจดีอีกแล้ว ใจดีจนน้องเอาแต่ใจตัวแล้วค่ะ คุณพราวเล่าคะ”
       ดาอุ้มพราวพิลาส วัยขวบเดียว ลูกสาวคนที่สามของคุณหญิงสะบันงาเข้ามา
       “คุณพราวอยู่นี่ค่ะ”
       คุณหญิงสะบันงาหันไปหาเดือน
       “แล้วคุณพริสซี่ทำอะไรอยู่คะ”
       “เธอนั่งเล่นคนเดียวค่ะ ตรงโน้นค่ะ มีพี่เมี้ยนดูอยู่ค่ะ”
       ทุกคนมองตามไป พริสซิลล่าวัยห้าขวบกว่าๆนั่งมองอะไรเงียบไม่พูดไม่จาไม่เล่นกับใคร เมี้ยนเข้ามาบอก
       “คุณพริสซี่ขาไปหานายแม่กับแดดดี้นะคะ”
       พริสซิลล่าเหมือนไม่ได้ฟัง ยังมองอะไรต่อไปเงียบๆแล้วจู่ๆก็ลุกขึ้นมาหยิบตุ๊กตาที่วางข้างตัวเดินไป หาพริ้มเพราส่งให้
       “ให้”
       ทุกคนมองแล้วตื่นเต้นดีใจ
       “ให้...พริสซี่พูดได้แล้ว” เจ้าคุณมองพริสซิลล่า
       คุณหญิงสะบันงาตื่นเต้น
       “เธอพูดได้ แถมมีน้ำใจมากๆด้วยค่ะ มานั่งกับแม่นายนะคะ”
       พริสซิลล่าไม่สนใครๆ หันกลับ เจ้าคุณชื่นชม
       “เก่งมาก ฮันนี่ ไอเลิฟยู”
       “เธอรู้นะคะ แต่เธอทำเหมือนไม่รับรู้” เดือนบอก
       พริสซิลล่าเดินมาหาคุณหญิงสะบันงา พูดช้าๆ
       “เลิฟ...ยู”
       คุณหญิงสะบันงาถึงกับน้ำตาคลอ
       “คุณพริสซี่ โถ ทูนหัวของแม่นาย”
       เมี้ยนปลื้มใจ
       “เธอรักคุณสะบันงาค่ะ เธอรู้ว่าคุณรักเธอมาก”
       เจ้าคุณยิ้มโล่งใจ
       “ฉันดีใจเหลือเกิน อย่างน้อยแกก็ทำอะไรได้มากกว่าที่เรากังวล”
       “หรือบางทีอาจจำได้มากกว่าที่เราคิดก็ได้ค่ะ” เดือนออกความเห็น
       คุณหญิงสะบันงาภาวนา
       “ขอให้เป็นเช่นนั้นเถิด”
       เมี้ยนครุ่นคิดในใจ
       ‘คุณหญิงต้องดีใจมากแน่ๆ’
       เจ้าคุณมองหน้าเมี้ยน ทั้งสองสบตารู้กัน เจ้าคุณพยักหน้า
       “คุณพริสซี่ต้องไปรับประทานยา แล้วก็พักผ่อน เมี้ยนพาไปนะเจ้าคะ”
       เมี้ยนเดินไปจูงพริสซิลล่ารีบไปจากตรงนั้น พริสซิลล่าพึมพำเบาๆ
       “มามี่...มามี่”
       เมี้ยนพยักหน้าพูดตอบเบาๆ
       “ใช่ค่ะ มามี่ ไปหามามี่กันนะคะ”
       เมี้ยนปลื้มจนน้ำตาคลอ
       
       คุณหญิงศรีกอดพริสซิลล่าน้ำตาคลอ
       “มามี่” พริสซิลล่าเอ่ยเรียก
       “darling แม่ดีใจที่ลูกพูดได้แล้ว”
       “เลิฟ...ยู”
       คุณหญิงศรีน้ำตาร่วงพรู
       “ทูนหัวบอกรักแม่ ใครสอนพริสซี่ให้พูดคำนี้”
       เมี้ยนยิ้มแย้มบอก
       “ไม่มีหรอกค่ะ คุณพริสซี่เธอไม่ฟังใครหรอกค่ะ เธออยากพูดเธอก็พูด เธอจำเฉพาะที่เธออยากจำเท่านั้นค่ะ ท่านเจ้าคุณท่านบอกเธอว่าไอเลิฟยู เธอเดินไปหาคุณสะบันงาแล้วบอกว่า เลิฟยู ดีใจกันใหญ่ค่ะ”
       “พริสซี่รักสะบันงา ใครๆก็รักสะบันงา”
       “เธอบอกรักคุณด้วย เธอรักคุณค่ะ”
       “โถ ลูกแม่ อย่าให้ใครรู้นะว่าพริสซี่เรียกฉันว่ามามี่ เมี้ยนพาหลบมาได้อย่างไรหรือ”
       “บอกว่าจะพามากินยาค่ะ ท่านรู้กันกับเมี้ยน ท่านพยักหน้าเปิดทางให้เมี้ยนค่ะ ท่านอยากให้คุณได้พบกันค่ะ”
       “พยายามจะลบล้างสิ่งที่ทำไว้น่ะสิ ฆ่าฉันให้ตายแทนเสียดีกว่า มันฆ่าน้องฉัน”
       “ทำใจละวางค่ะ อย่าลืมค่ะ กุศลจะส่งให้คุณหนูพูดได้มากๆนะคะ”
       “เพื่อลูก ฉันจะทำใจละวาง” คุณหญิงศรีเศร้า
       พริสซิลล่าหันไปสนใจอย่างอื่นนาน พูดลอยๆ
       “มามี่ ไอเลิฟยู”
       คุณหญิงศรีผวาไปหากอดไว้
       “ไอ เลิฟยู ฮันนี่”
       
       เมี้ยนมองแม่กอดลูก น้ำตาพาลซึม

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 9
         
       ปารีส...ปีแอร์กับปานวาด เดินจูงธรรม์ ลูกชายวัย 6 ขวบเดินเล่น สามคนร่าเริงมีความสุขกันเดินจับมือลูกคนละข้างจับลูกยกลูกชายที่ก้าวกระโดด
        
       “วัน ทู ทรี จัมพ์”
       สามคนพากันมานั่งในสวนสาธารณะ
       “ลูกโตแล้ว ปานวาดกลับไปเรียนอีกนะ”
       “โน แล้วใครจะดูแลธรรม์”
       “ธรรม์ก็ไปเข้าโรงเรียน”
       “เยส ธรรม์ไปโรงเรียน ดังนั้นไอไม่ต้องเรียน เอาเงินค่าเรียนของไอมาให้ธรรม์เรียน”
       “ซอรี่ พ่อแม่ยูรู้หรือยังว่ายูมีลูก”
       “NO ไออยากบอก แต่ยังไม่กล้าบอก พ่อแม่คงตกใจ เสียใจ พ่อแม่ไอคงอยากให้เรียนจบก่อน ถ้าไอเรียนจบคงกล้าบอก แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ไอไม่กล้า”
       “เพราะไอ ทำให้ยูลำบาก ปานวาด ซอรี่”
       “ไม่ต้องซอรี่ ไอมีความสุขที่ได้อยู่กับยู”
       ธรรม์พูดขึ้น
       “มามี่ ธรรม์ หิวน้ำ”
       “จริงสิมามี่รีบมาก ลืมหยิบน้ำมาด้วย รอมามี่ที่นี่ มามี่จะไปซื้อน้ำให้”
       “สองคนรอที่นี่ แดดดี้จะไปซื้อให้เอง”
       “thank you ธรรม์ เซแทงคิ้ว ทู แดด”
       “thank you แด๊ด” ธรรม์ยิ้ม
       ปีแอร์ป่องแก้มสองข้างและชี้สองข้าง บอกปานวาด กับ ธรรม์
       “คิสมี พรีส”
       สองคนจูบปีแอร์คนละข้าง ปีแอร์จูบตอบสองคน แล้วเดินไปที่ขอบสนามข้ามถนน ปานวาดหันมาส่งแซนด์วิชให้ธรรม์กิน ตัวเองกัดกินด้วย มีเสียงรถเบรก มีเสียงดังปึ้ก โครม มีเสียงคนกรีดร้อง ปานวาดกับธรรม์ตกใจ
       “เกิดอะไรขึ้น”
       ปานวาดผวา ดึงธรรม์ลุก
       “ปีแอร์”
       
       ปีแอร์นอนจมกองเลือดอยู่บนถนน ปานวาดกับธรรม์วิ่งมาดูตกตะลึง แล้วกรีดร้อง
       “โน โน darling โนๆ”
       ปานวาดผวาไปกอดปีแอร์ที่นอนตรงนั้น ร้องไห้ ธรรม์นั่งร้องไห้ เสียงรถพยาบาลดังใกล้เข้ามา
       
       ศีลก้มลงกราบเจ้าคุณ และคุณหญิงสะบันงา
       “ยินดีด้วย ดีใจด้วย ที่สามารถสอบชิงทุนไปเรียนต่อได้” คุณหญิงสะบันงาเอ่ยยินดีกับศีล
       เจ้าคุณยิ้มแย้ม
       “ความจริง ถึงไม่ได้ทุนก็ตั้งใจว่าจะส่งให้เรียนจนถึงที่สุด”
       “กระผมทราบขอรับ เรียนจบกลับมาใช้ทุนเขาแล้ว จะมาทดแทนพระคุณขอรับ”
       “ดี...ดีมาก กำลังคิดว่าจะเปิดห้างฝรั่งขายของนำเข้าจากเมืองนอกมาช่วยงานกันนะ”
       “ถ้าเราจะผลิตพวกขนมปัง ไส้กรอก เนย ไปขายแข่งกับคนอื่นเขาบ้างจะพอไหวไหมคะ” คุณหญิงสะบันงาเสนอ
       เจ้าคุณยิ้มกว้าง
       “เมียฉันช่างขยันเกินไปแล้ว ตอนนี้ลูกสาม แถมพริสซี่อีกหนึ่งเป็นสี่ดูแล ลูกไปก่อนเถิด คนดี”
       คุณหญิงสะบันงาหันมายิ้มให้ศีล
       “เดินทางปลอดภัย ประสพความสำเร็จกลับมานะ นายแม่จะเอาใจช่วย”
       “ขอรับนายแม่ ขอบพระคุณมากขอรับ”
       เจ้าคุณพยักหน้าให้คุณหญิงสะบันงา เธอเดินไปหยิบซองมาหนึ่งซองในนั้นมีเงินส่งให้ศีล
       “เงินนี่ให้ไว้เป็นพอคเก็ตมันนี่ หนึ่งหมื่นบาท” เจ้าคุณบอก
       “ขอบพระคุณมากขอรับ ผมจะเก็บเอาไว้เป็นขวัญถุง ไว้ลงทุนสำหรับตอนกลับมาจากต่างประเทศขอรับ”
       ศีลไหว้ลาจากไป
       
       เจ้าคุณกับคุณหญิงสะบันงา นั่งทานอาหารด้วยกัน
       “ท่านคะ ฉันมีลูกสาวมาสามคนแล้ว ยังไม่ได้ลูกชายสักที ฉันขอโทษ”
       “ขอโทษทำไม ลูกสาวสามคนนี้ ทำให้ฉันมีความสุข ความทุกข์ความ กังวลลึกๆที่เคยมี แม้ยังติดฝังอยู่ แต่จิตใจฉันก็ผ่องแผ้ว สดชื่นแยกแยะได้ดังที่สะบันงาเคยเตือน”
       “แต่ท่านอยากได้ลูกชาย”
       “ไม่มีก็ไม่เป็นอะไร สะบันงาคนดีอย่าทุกข์ใจกับเรื่องนี้”
       “ท่านอายุเกือบจะห้าสิบ ท่านควรมีลูกชายเพื่อไว้สืบสกุลค่ะ”
       “นันเซนซ์ เหลวไหล”
       “บางทีท่านกับเดือน อาจมีลูกชายด้วยกันได้ ทำไมท่านไม่ค่อยไปหาเดือนคะ”
       “ฉันแก่แล้ว ไม่ได้จ้องแต่จะนอนกับผู้หญิง เดือนน่ารักมาก ดีมาก แต่ฉันอยากมีสะบันงาคนเดียว”
       “เราตกลงกันแล้วตอนที่ฉันท้อง ว่าท่านจะรับเดือนไว้อีกคน ท่านก็รับเดือนไว้ ทำไมไม่ยอมไปหาเดือน”
       “ฉันเกรงใจสะบันงา”
       “เลิกเกรงใจค่ะ ท่านควรพยายามมีลูกชายก่อนที่จะแก่มากกว่านะคะ คืนนี้ไปนอนตึกโน้นนะคะ ฉันจะเอาคุณพริสซี่มานอนที่นี่ด้วยกัน”
       เจ้าคุณพยักหน้าให้คุณหญิงสะบันงา
       
       เก้าเดือนผ่านไป...เมี้ยนมารายงานคุณหญิงศรี
       “เดือนคลอดลูกแล้วเมื่อสามวันก่อนที่โรงพยาบาล เป็นลูกชายค่ะ ดีใจกันทั้งบ้าน”
       “ชีวิตพวกเขายังมีเรื่องให้ดีใจกันอีกแยะ”
       “ยังไม่จบค่ะ วันนี้คุณสะบันงาไปคลอดลูกที่เดียวกัน ได้ลูกชายเหมือนกันค่ะ แบบนี้เขาเรียกลูกอิจฉามาเกิดนะคะ”
       “ดีใจกับสะบันงา ทำแต่ความดี ผลแห่งความดีส่งให้ได้สิ่งดีงามเรื่อยๆมา”
       “ทีนี่แหละเจ้าค่ะ เด็กเต็มบ้าน”
       “พริสซี่เป็นอย่างไรบ้าง พรรคนี้ถึงอยากเจอแต่ก็ห่วงเขา ไม่อยากให้เขารู้ว่าเป็นลูกฉัน แอบมองเอาน่าจะดีกว่า เมี้ยนไม่ต้องพามาแล้วนะ”
       “โธ่ ทำไมต้องตัดความสุขตัวเองไปเสียทุกอย่างคะ นี่ก็เหลือแค่สุขเดียวเท่านั้น โธ่”
       “ฉันต้องทำเพื่อลูก ฉันต้องอดทนเพื่อลูก เมี้ยนไม่มีลูกไม่รู้หรอกว่าความรักที่เรามีต่อลูกมันยิ่งใหญ่มหาศาลเพียงใด อย่าให้พริสซี่มาที่นี่อีก ตอนนี้เขาเจ็ดขวบยังจำอะไรไม่ได้มาก แต่ฉันได้ใช้เวลาเจ็ดปีตรงนี้จดจำและดื่มด่ำกับความรักความสุขจากเขามากมายและสมควรพอแล้ว”
       “แล้วแต่คุณเถิดค่ะ”
       
       เมี้ยนรับปาก
        
       จบตอนที่ 9 

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 27 จบบริบูรณ์
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 26
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 25
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 24
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 23
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 8 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 8 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014