หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สามี

สามี ตอนที่ 12

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
19 ธันวาคม 2556 16:07 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
สามี ตอนที่ 12
        สามี ตอนที่ 12 (ต่อ)
       
       รสิกามองสิริโสภาคิดว่าถึงเวลาแล้ว
       
       “ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน มันก็เป็นเรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับคุณสินี่คะ”
       “บางทีมันอาจจะเกี่ยวอย่างที่คุณหญิงคาดไม่ถึงก็ได้นะคะ”
       “ถ้ามันจะเกี่ยวจริง ๆ ฉันก็ไม่สนใจหรอกค่ะ เพราะวันนี้คุณราพณ์เลือกฉันแล้ว”
       สิริโสภาหันขวับมองรสิกา
       “เลิกทำตัวอยู่ในที่ลับ ทั้งที่มันไม่ได้เป็นความลับแล้วเถอะค่ะ”
       “ฉันดีใจนะคะที่คุณหญิงฉลาดขึ้นมาบ้างแล้ว”
       “ฉันแค่ไม่อยากพูด เพราะฉันสงสาร...”
       สิริโสภากระตุกด้วยความโกรธ
       “สงสารงั้นเหรอ”
       “ค่ะ...ฉันสงสารที่คุณต้องสูญเสีย”
       “คืนของฉันมาสิ คืนเขามา...”
       “คุณราพณ์ไม่ใช่สิ่งของ เขาอยู่กับฉัน เพราะเขาต้องการที่จะอยู่ แต่ถ้าเขาไม่อยากอยู่แล้ว ต่อให้ฉันไล่ตามยังไงก็ไม่มีวันได้เขาคืนมา...”
       สิริโสภาเจ็บสะเทือนกับคำพูดของรสิกา แต่ไม่ยอมแพ้จะต้องชนะรสิกาให้ได้
       “คุณหญิงคงคิดว่าคุณเหนือกว่าฉันมากงั้นสิ ทั้งที่เราก็โดนซื้อมาเหมือนกัน”
       รสิกานิ่งไป สิริโสภารู้ว่าเข้าจุดแล้วขยี้ต่อ
       “ถึงฉันจะไม่มีทะเบียนการันตี แต่มันก็ทำให้ฉันรู้ว่าสำหรับราพณ์ คุณกับฉันก็มีค่าตัวเหมือนกัน”
       “แต่วันนี้เขาเปลี่ยนไปแล้ว เขาใช้ความรักซื้อใจฉัน ไม่ใช่เงิน”
       สิริโสภาหัวเราะ
       “นี่คุณหญิงกำลังบอกฉันว่า เพราะคุณทำให้ราพณ์เปลี่ยนไปใช่ไหม คุณคงพิเศษมากจนเปลี่ยนสันดานของผู้ชายคนนึงได้ ฉันจะทำให้คุณเห็นว่าคุณไม่ได้วิเศษขนาดนั้นหรอก”
       รสิกามองสิริโสภาว่าจะทำยังไง สิริโสภามองตอบอย่างท้าทายว่ากล้าไหม
       
       ราพณ์ มานพ และแก้วนั่งรอ ครู่หนึ่งสิริโสภาเข้ามา
       “สวัสดีค่ะมานพ สบายดีนะคะ” สิริโสภามองแก้ว “นี่คงเป็นภรรยาคุณนพ ยินดีด้วยนะคะที่คุณมีสามีดี อย่างน้อยก็ดีกว่าฉัน”
       ราพณ์ตั้งสติมาก
       “อย่าเรียกร้องในสิ่งที่ผมให้คุณไม่ได้”
       สิริโสภาบีบน้ำตา
       “สิจะไปเรียกร้องอะไรได้ล่ะคะ ผู้หญิงที่มีแต่ตัวอย่างสิ แค่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ สิยังทำไม่ได้เลย” “คุณพร้อมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว”
       “ค่ะ...”
       ราพณ์ มานพ แก้วมองสิริโสภาอย่างไม่อยากเชื่อ สิริโสภาก้มหน้า แต่สายตามองมือถือในกระเป๋าเห็นที่หน้าจอโทรศัพท์ว่ากำลังเชื่อมต่อ โทรออกไปหาเบอร์รสิกาไว้อยู่แล้ว
       ด้านนอกรสิกายืนอยู่ในมุมที่มองเข้าไปข้างในเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ในมือรสิกามีโทรศัพท์มือถือที่กำลังฟังการสนทนาจากภายใน
       รสิกาตามองข้างใน มือที่กำโทรศัพท์เกร็งแน่น
       “อย่านะคะ...ราพณ์”
       ด้านในราพณ์ตัดสินใจ
       “คุณต้องการเท่าไหร่”
       รสิกาอึ้งที่ราพณ์ใช้เงินจบปัญหา
       “คุณคิดว่าชีวิตของสิมีค่าแค่ไหนล่ะคะ”
       ราพณ์มองสิริโสภาด้วยความเห็นใจ ราพณ์ตัดสินใจหยิบเช็คขึ้นมาลงตัวเลขแล้วเซ็นลายเซ็นก่อนจะส่งให้สิริโสภา รสิกาตะลึงกับสิ่งที่ราพณ์ทำ
       “คุณราพณ์....”
       สิริโสภารับมามองตัวเลขในเช็ค
       “ขอให้คุณโชคดี...แล้วเรื่องของราม”
       “ฉันจะจัดการเองค่ะ ขอบคุณนะคะราพณ์ ขอบคุณจริงๆ”
       สิริโสภาเดินออกจากร้านไป ราพณ์ มานพ แก้วมองตาม
       “ถ้าเคลียร์กับคุณสิเรียบร้อยแล้ว เรื่องคุณหญิงคุณจะสารภาพไหมคะ”
       “ผม...”
       “ความลับ..ทำลายความรักมาหลายคู่แล้วค่ะ คุณเลือกเองเถอะค่ะ”
       ราพณ์มองอย่างหนักใจว่าจะเอายังไงดี
       
       สิริโสภาเดินเข้ามาเห็นรสิกายืนนิ่ง ที่มือรสิกายังถือมือถืออยู่ รสิกามองสิริโสภาที่มองมาอย่างสะใจ รสิกาเสียความมั่นใจ เสียศูนย์
       “ราพณ์สามีของเรา เขาตีค่าของผู้หญิงที่เคยอุ้มท้องทายาทของลิ้มวัฒนาถาวรกุลไว้สิบล้าน....ของคุณหญิงแปดสิบล้านใช่ไหมคะ เห็นแล้วใช่ไหมคะ ถึงราคาต่างกัน แต่ศักดิ์ศรีถูกตีค่าเป็นเงินไม่ได้ต่างกันเลย”
       สิริโสภายกเช็คขึ้นมา
       “ราพณ์คือผู้ชายคนเดียวที่ฉันรัก คือคนที่ฉันอยากจะอยู่ไปด้วยตลอดชีวิต ฉันยอมแลกทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเขา”
       สิริโสภาฉีกเช็ค แล้วส่งเช็คที่ถูกฉีกให้กับรสิกา
       “ฝากไปคืนสามีฉันด้วยนะคะ บอกเขาว่า ฉันจะรักเขาคนเดียว...ตลอดไป”
       
       รสิกาเดินจากไป รสิกายืนอึ้งน้ำตาร่วงด้วยความเจ็บปวดผิดหวังในตัวราพณ์เหลือเกิน

สามี ตอนที่ 12
         
       รสิกากลับมาที่ห้องทำงาน ระรินนั่งรออยู่แล้ว
        
       “คุณหญิงคะ...คุณสกรรจ์โทรมาถามความคืบหน้าเรื่องงานของเขาค่ะ”
       “เดี๋ยวพี่จะโทรกลับไปเองนะคะ”
       “คุณหญิงเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ดูหน้าซีด ๆ”
       “อากาศมันร้อนน่ะค่ะ นั่งสักพักก็คงหาย น้องรินไปทานข้าวเถอะค่ะ ยังไม่ได้ทานไม่ใช่เหรอ”
       “แต่...”
       “พี่ไม่เป็นไร” รสิกาเสียงแข็งขึ้นมานิด
       ระรินชะงักไปนิด
       “ไปเถอะค่ะ” รสิการู้สึกตัว
       ระรินจำต้องออกไป
       รสิกานั่งนิ่งไม่ขยับนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา สุรีย์ส่องยิ้มเยาะ
       ‘เธอคงคิดว่าราพณ์มันรักมันหลงเธอ แล้วจะคุ้มหัวเธอไปได้อีกนาน ฉัน...จะรอวันที่แกพลิกคว่ำไม่เป็นท่าเพราะไอ้ราพณ์’
       สิริโสภาสะใจสิ่งที่เกิดขึ้น...
       ‘วันที่เขาบอกรักฉัน เขาบอกว่าเขามีเงินมากพอที่จะดูแลฉันไปชั่วชีวิต แต่วันที่เขาเปลี่ยนใจไปรักคุณ เขาก็เลือกที่จะใช้เงินไล่ฉันออกไปจากชีวิตของเขา เช็คใบนี้...เขาตีค่าของผู้หญิงที่เคยอุ้มท้องทายาทของลิ้มวัฒนาถาวรกุลไว้สิบล้าน ของคุณหญิงแปดสิบล้านใช่ไหมคะ เห็นแล้วใช่ไหมคะ ถึงราคาต่างกัน แต่ศักดิ์ศรีของเราถูกตีค่าเป็นเงินไม่ได้ต่างกันเลย’
       รสิกาเจ็บปวดมองเช็คของสิริโสภาที่ถูกฉีกขาดในมือ เธอกำเช็คแน่น เจ็บปวด เพราะในความเป็นจริงก็โดนใช้เงินซื้อมาเหมือนกัน ลุกขึ้นหันหลังให้กับทางหน้าห้อง มองออกไปทางหน้าต่าง ปล่อยน้ำตาไหลออกมาเงียบๆ
       
       ราพณ์นั่งนิ่ง จนมานพกับแก้วมองอย่างไม่เข้าใจ
       “เคลียร์สิริโสภาไปได้แล้ว แกไม่ดีใจเหรอ”
       “ฉันรู้สึกผิด...ฉันทำลายอนาคตของสิ ถ้าตอนนั้นฉันไม่เห็นแก่ความสุขส่วนตัวดึงเขามาอยู่กับฉัน ป่านนี้เขาก็คงเป็นนักบัญชีอยู่ในบริษัทใหญ่ๆ ไปแล้ว ส่วนคุณหญิง ฉันรู้สึกผิดที่ดึงเขาลงมา เขาต้องเสียชื่อเสียง แล้วถ้าเขารู้ว่าฉันโกหก เขาคงเสียใจ”
       แก้วกับมานพมองหน้ากัน
       “มาถึงตอนนี้มันแก้ตัวอะไรไม่ได้แล้ว”
       “มีแต่ต้องเริ่มแก้ไข รักษาสิ่งที่มีไว้ให้ดีที่สุด คุณหญิงอาจจะรอคุณอยู่นะคะ” แก้วพยายามพูด
       “เคลียร์ให้เรียบร้อยจะได้สบายใจสักที” มานพเสริม
       “ขอบใจแกมาก ขอบคุณนะครับคุณแก้ว”
       มานพกับแก้วยิ้มอย่างยินดี ราพณ์กลับไป
       “หวังว่าจะไม่สายเกินไปนะคะนพ” แก้วบอกอย่างไม่สบายใจ
       มานพได้แต่ถอนใจ ไม่แน่ใจ
       
       รสิกามองเช็คที่ฉีกขาดในมือ โกรธมากมือกำเช็คแน่นจะปาทิ้งแต่....นึกถึงคำพูดของแม่
       ‘แม่รู้ว่าอ้ายเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แม่ก็เสียใจ แต่ถ้าเราปล่อยให้ความเสียใจทำร้ายตัวเรา แล้วครอบครัวของเราจะเป็นยังไง อ้ายเป็นภรรยา คุณราพณ์เป็นสะใภ้ใหญ่ของบ้านนี้ อ้ายต้องเป็นหลักให้กับสามีและครอบครัว เป็นคู่ทุกข์คู่ยาก’
       ‘คู่ทุกข์คู่ยาก’
       ‘แม่เชื่อว่าอ้ายพบความสุขในชีวิตคู่แล้ว แต่คู่ชีวิตที่แท้จริงจะต้องร่วมทั้งสุขและทุกข์ ทุกข์คือสิ่งที่ผ่านไปได้ด้วยความยากลำบาก วันนี้คุณราพณ์กำลังเจอทุกข์ อ้ายกลัวความยากลำบากหรือเปล่าลูก’
       รสิกาได้คิด ๆ ค่อยๆ ลดมือลงอย่างตัดสินใจ
       “อ้ายจะผ่านไปให้ได้....”
       รสิกาเก็บกระเป๋าลุกออกจากห้องไป
       
       รสิกาขับรถอย่างเครียด ๆ เสียงมือถือดัง เธอตัดสินใจกดรับเมื่อเห็นเป็นชื่อราพณ์
       “คุณหญิง...ผมกำลังจะเข้าไปรับคุณ อีกสิบนาทีก็ถึงหน้าออฟฟิศแล้วนะครับ”
       รสิกาหน้าตึง ยังไม่อยากคุยด้วยตอนนี้
       “ไม่ต้องค่ะ ฉันกำลังกลับ” รสิกาเสียงแข็ง
       “คุณหญิงเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ราพณ์รู้สึกสะดุดกับน้ำเสียง
       “ฉันไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ” รสิกาวางสาย
       “เดี๋ยวสิครับ คุณหญิง...คุณหญิง”
       ราพณ์งง ไม่เข้าใจว่ารสิกาเป็นอะไร เขากังวลรีบขับรถกลับ
       
       รสิกาขับรถเข้ามาจอดที่หน้าตึก รถราพณ์แล่นตามเข้ามาด้วยความเร็วจอดต่อท้าย รสิกาลงจากรถสีหน้านิ่ง ราพณ์รีบลงจากรถเดินเข้ามาหา
       “คุณหญิง คุณมีเรื่องอะไรใช่ไหมครับ”
       รสิกามองราพณ์พยายามเก็บอารมณ์เต็มที่
       “ไม่มีอะไรค่ะ”
       รสิกาจะเข้าตึก แต่ราพณ์ขวางไว้
       “ไม่จริง...มันมีอะไรแน่ๆ บอกผมเถอะครับคุณหญิง”
       “ไม่มีค่ะ”
       รสิกาเดินจะไป ราพณ์ดึงไว้
       “คุณหญิง”
       รสิกาสะบัดอย่างหงุดหงิดทันที มองเขาด้วยสายตาเย็นชา
       “ฉันเหนื่อย แล้วก็คิดถึงพระลบ ขอยังไม่คุยตอนนี้นะคะ”
       ราพณ์ชะงักอึ้งมองรสิกาอย่างไม่เข้าใจว่าเป็นอะไร
       “คุณหญิง...ทำไม...”
       
       รสิกาหันหลังเดินเข้าตึกเป็นการตัดบท ราพณ์มองอึ้งๆ ที่เธอตัดบท ทั้งที่ยังพูดกันไม่รู้เรื่อง รีบเดินตามไป

สามี ตอนที่ 12
         
       ราพณ์กับรสิกาเข้ามาในห้องรับแขก ชะงักที่เห็นพระลบนอนหลับอยู่บนตักสิริโสภา ราพณ์ตะลึงที่เห็นสิริโสภายังอยู่
        
       “สิ”
       รสิกาเห็นสิริโสภาดูเข้าถึงตัวพระลบมากไปแล้ว เธอเข้าไปปลุกพระลบ
       “พระลบ พระลบครับ”
       พระลบงัวเงีย
       “หม่าม๊า”
       พระลบเข้ากอด
       “พระลบคิดถึงหม่าม๊าที่สุดเลยครับ”
       รสิกาหอมแก้ม
       “ไปอาบน้ำนะครับ”
       “เดี๋ยวสิพาพระลบไปอาบน้ำให้นะคะ” สิริโสภาพูดเรียบๆ
       ราพณ์กับรสิกาชะงักมอง สิริโสภา ยิ้มเนียน
       “ถ้าลูกของสิยังอยู่ ก็คงจะเป็นน้องพระลบได้”
       สิริโสภามือลูบหัวพระลบ
       “หน้าตาคงน่ารักไม่แพ้กัน”
       สิริโสภามองไปทางราพณ์สีหน้าประมาณว่าจริงไหมคะ รสิกามองสิริโสภาที่จะดึงตัวพระลบไปกอด รสิกาคว้าตัวพระลบกลับมา เสียงเข้มใส่
       “ฉันจะดูแลเอง”
       “ไปอาบน้ำนะคะ”
       รสิกาพาพระลบออกไป แหววหยิบกระเป๋านักเรียนตามรสิกาไป
       ราพณ์มองสิริโสภาด้วยสายตาแข็งกร้าว สิริโสภายิ้มนิ่งมาก
       “สิ...ทำไมคุณถึง...”
       สิริโสภายิ้มมองยั่วประสาทไม่ตอบ ราพณ์จะคาดคั้นแต่...รุ้งรายเข้ามา
       “เฮีย…รุ้งโทรหาเฮียแต่โทรศัพท์เฮียไม่มีสัญญาณ”
       ราพณ์เห็นท่าทีรุ้งรายดูซีเรียส
       “มีเรื่องอะไร”
       รุ้งรายมองไปทางสิริโสภาว่าจะไม่พูดถ้าสิริโสภาอยู่ สิริโสภาจึงเดินขึ้นข้างบนไปเนียน ๆ ราพณ์มองตามอยากจะคุยแต่มองรุ้งรายรู้ว่ามีเรื่องสำคัญแน่
       “เราได้ตัววศินแล้ว คุณวีกับพี่กันต์สอบสวนอยู่ที่เซฟเฮ้าส์”
       “ดี...จะได้จัดการพวกมัน”
       เสียงมือถือราพณ์ดังขึ้น ราพณ์มองแล้วกดรับ
       “สวัสดีครับอาหมอ...” ราพณ์ตกใจ “มีเรื่องอะไรเหรอครับ”
       รุ้งรายมองราพณ์ว่ามีเรื่องอะไร
       
       แหววกำลังพยายามดม ๆ ที่ขวดน้ำหอม พระลบนอนอยู่บนเตียง เสียงรสิกาอาเจียนอยู่ในห้องน้ำ รัตนาวลีเดินเข้ามาได้ยินเสียงอาเจียน
       “แหวว...คุณหญิงเป็นอะไร” รัตนาวลีถาม
       “เหม็นกลิ่นน้ำหอมค่ะ แหววดมก็ไม่เหม็นนะคะ ขวดที่คุณหญิงใช้ประจำน่ะค่ะ”
       รสิกาเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ สีหน้าดูเพลียๆ
       “อ้ายท้องใช่ไหม” รัตนาวลีถาม
       รสิกาชะงักมองรัตนาวลีอย่างรู้ว่าปิดไม่ได้
       แหววตื่นเต้นมาก
       “ท้อง...แหววจะมีคุณหนูตัวน้อยแล้วใช่ไหมคะ อ๊าย...ถ้าคุณนมรู้ต้องดีใจมากแน่ๆ”
       “อย่าเพิ่งบอกใครนะคะ...อ้ายมีเหตุผลที่ยังไม่บอกเรื่องนี้ อ้ายขอร้องนะคะ อย่าเพิ่งบอกใครแม้แต่คุณราพณ์”
       รัตนาวลีมองรสิการู้ว่าต้องมีเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่แน่ๆ
       “จ๊ะ” รัตนาวลีรับคำ
       “อีกเรื่องนะคะ พี่แหวว ต่อไปนี้ อย่าให้พระลบอยู่กับคุณสิสองต่อสองเด็ดขาด”
       รัตนาวลีกับแหววยิ่งมองรสิกาด้วยความสงสัย แหววจะถาม รัตนาวลีแทรก
       “แหวว พาคุณพระลบไปอาบน้ำที แหวว...ทำตามที่คุณหญิงสั่งด้วยนะ ดูแลคุณพระลบให้ดี”
       “ค่ะ”
       แหววรีบเข้าไปปลุกพระลบแล้วจูงพาเข้าไปในห้องน้ำ
       “อ้าย...เรื่องของสิริโสภาเกี่ยวกับคุณราพณ์ใช่ไหม” รัตนาวลีถามทันทีที่อยู่ด้วยกันตามลำพัง
       รสิกามองรัตนาวลีอย่างจำนน
       “ใช่ค่ะหม่อมแม่ คุณราพณ์เคยเป็นสามีของสิริโสภาก่อนที่จะมาแต่งงานกับอ้ายค่ะ”
       “อ้ายแยกแยะได้ใช่ไหมลูก อดีตกับปัจจุบัน”
       “มันอาจจะมีบางวูบ แต่มันไม่ใช่เรื่องสำคัญที่จะทำร้ายใจอ้ายค่ะ”
       “แต่มันมีเรื่องที่ทำร้ายใจอ้ายอยู่ใช่ไหมลูก”
       “หม่อมแม่จำเรื่องคู่ทุกข์คู่ยากได้ไหมคะ...อ้ายไม่กลัวที่จะต้องผ่านความยากลำบากไปกับเขา อ้ายพร้อมที่จะสู้กับทุกปัญหาเพื่อประคับประคองครอบครัว แต่เขากลับไม่ไว้ใจอ้าย” รสิกาเสียใจ
       
       “ใจเย็นๆนะลูก บอกแม่สิว่าเกิดอะไรขึ้น”

สามี ตอนที่ 12
         
       ราพณ์ขับรถ รุ้งรายนั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับ ทั้งคู่สีหน้าเครียด
        
       “เฮีย เรื่องที่อาหมอบอก...”
       ราพณ์นิ่งไม่ตอบ รุ้งรายถอนใจมองออกไปด้านนอก ต่างก็คิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งไปคุยกับหมอ
       ‘อาต้องการพบรามด่วน’
       ‘รามไม่อยู่ครับ อาหมอมีอะไรหรือเปล่าครับ’
       หมอสีหน้าลำบากใจ
       ‘อายังพูดตอนนี้ไม่ได้ เอาเป็นว่าราพณ์รีบพารามมาโรงพยาบาลนะ’
       ‘ครับ’
       ราพณ์กับรุ้งรายมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ
       
       เสียงมือถือราพณ์ดัง เขากดรับ
       “ว่าไงกันต์ ฉันจะทำให้มันพูดเอง” ราพณ์ตอบกลับไป
       ราพณ์คิดว่าต้องเคลียร์ทุกอย่างให้เร็วที่สุด
       
       วศินยังนิ่งมองราพณ์ กับกันต์ที่อยู่ตรงข้ามด้วยอาการกดดัน ตัวราพณ์เครียดมาก ด้วยหลายเรื่องรวมทั้งเรื่องราม จะไม่เสียเวลาอีกต่อไป
       “ให้ตำรวจจับผมมาทั้งที่ไม่มีความผิด ผมแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาท ทำหนังสือร้องเรียนว่าคุณกลั่นแกล้งประชาชน คิดจะบีบผมมันไม่ง่ายหรอก”
       ราพณ์กระชากคอเสื้อวศิน เสียงเหี้ยมมาก
       “แกไม่มีโอกาสนั้นแน่ เพราะถ้าแกไม่ร่วมมือกับตำรวจ หลักฐานที่ฉันมีจะเอานายประสิทธิ์ ชาญชัย กับแกขึ้นศาลรับโทษประหารชีวิตเท่านั้น”
       วศินเริ่มกลัวลนลานที่ราพณ์ไล่รายชื่อได้ถูก
       “ถ้าผมพูด ผมคงไม่ปลอดภัย มันไม่ปล่อยผมไว้แน่” วศินบอกเสียงสั่น
       ราพณ์กับกันต์มองอย่างพอใจที่วศินยอมคายแน่แล้ว
       
       รสิกานิ่งหลังจากที่เล่าทุกอย่างจบ มองรัตนาวลีอย่างต้องการคำปรึกษา
       “โกรธว่าเขาไม่ไว้ใจ...แล้วที่อ้ายทดสอบคุณราพณ์ล่ะลูก ลูกให้ความไว้ใจเขาแล้วเหรอ” รัตนาวลีถาม
       “อ้ายไว้ใจเขานะคะ แต่...”
       “ถ้าไว้ใจจริงๆ จะไม่มีคำว่าแต่ ถ้าไว้ใจหมายความว่าเชื่อโดยไม่มีข้อแม้ เข้าใจไหมไหมอ้าย”
       “อ้ายอยากเป็นภรรยาที่ยืนข้างเขาด้วยความภูมิใจ แต่เขาทำให้อ้ายเหมือนเป็นแค่เครื่องประดับ ไม่มีความหมาย”
       “อย่าฟุ้งซ่านอ้าย ตอนอ้ายไม่รักเขา อ้ายก็ว่าเขาดูถูก พออ้ายรักเขาอ้ายก็ว่าเขาไม่ไว้ใจ เพราะเราไม่ไว้ใจ เราถึงได้คิดว่าเขามองเราในแง่ลบทั้งที่อ้ายยังไม่ได้คุยกับคุณราพณ์สักคำ ยังไม่ได้ถามเขาว่าจริง ๆ แล้วมันคืออะไร สิ่งที่ทำร้ายใจอ้าย ทำลายครอบครัวคือสิ่งที่อ้ายคิดไปเองคนเดียวทั้งนั้น”
       “อ้ายไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี”
       “สิ่งที่ทำให้ความรักล้มเหลว คือการปล่อยให้ความระแวงและทิฐิกัดกินความเชื่อใจและความรักให้ตายลงอย่างช้าๆ โดยที่ไม่ยอมพูดความรู้สึกจริงๆ ต่อกัน”
       รสิกาจะแย้ง
       “อ้าย..แม่เคยทำให้เราสองคนต้องทุกข์เรื่องของเจ้าสัว เพียงเพราะแม่ไม่กล้าพูดความจริงจนเกือบสายไป”
       “อ้าย...”
       “ถ้าอ้ายรักครอบครัวก็ทิ้งกำแพงที่อ้ายสร้างซะ เกียรติยศศักดิ์ศรีถ้ามีไว้กับตนต้องสร้างความสุขความภูมิใจ แต่ถ้ามีไว้แล้วทุกข์ใจ แม่เรียกมันว่าทิฐิ กว่าจะรักกันมันยากก็จริงนะลูก แต่การจะรักกันให้ยาวนานยิ่งยากกว่า อ้ายจะรักษาหรือจะทำลาย อ้ายเป็นคนเลือกนะลูก”
       แหววพาพระลบออกมา
       “พระลบลงไปกับอาม่านะครับ” รัตนาวลีพูดกับรสิกา “คิดให้ดีนะลูก”
       รัตนาวลีออกไปพร้อมกับพระลบ แหววตามไป รสิกาคิดอย่างตัดสินใจว่าจะต้องทำให้ทุกอย่างดีขึ้นให้ได้
       
       รสิกาคุยโทรศัพท์ออกมาจากห้อง
       “ระวังตัวด้วยนะคะคุณราพณ์ ฉันเข้าใจค่ะ”
       รสิกากำลังจะก้าวลงบันได สิริโสภาก้าวเข้ามายืนด้านหลังรสิกา รสิการู้สึกแปลกๆ หันกลับมาเจอสิริโสภาที่ยืนในระยะที่ใกล้มาก รสิกาก้าวพลาดจนเกือบกลิ้งลงบันได
       “ว้าย”
       รสิกาคว้าราวบันไดไว้ได้ทัน
       สิริโสภา หลอนใส่
       “ระวังหน่อยสิคะ บันไดสูงแบบนี้...ตกลงไป คนท้อง...ก็แท้งได้เลยนะคะ”
       รสิกาอึ้ง สิริโสภาเดินแซงรสิกาลงบันไดไป รสิการู้สึกระแวงสิริโสภามาก เธอรู้สึกเจ็บที่ท้องนิดๆ รสิกากังวล
       
       รสิกาไปตรวจที่โรงพยาบาล ถามหมอด้วยความกังวล
       “เป็นยังไงบ้างคะ ปลอดภัยไหมคะ”
       “หมออัลตราซาวน์ดูแล้ว เด็กปกติดีนะคะ แต่ที่อาการมดลูกบีบรัดตัวทำให้คุณแม่ปวดท้อง อาจจะเกิดจากอาการเครียดน่ะค่ะ คุณแม่ต้องดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจนะคะ เพราะจะมีผลกับเด็ก...”
       รสิการับฟังรู้สึกกังวล
       
       รสิการับยาจากช่องรับยา แล้วถอนใจพยายามผ่อนลมหายใจให้ตัวเองรู้สึกสบายขึ้น เธอจะเดินออกไปที่ลานจอดรถ ชะงักที่เห็นมานพเดินมาหา
       “สวัสดีครับ คุณหญิง”
       รสิกาตกใจที่เห็นมานพ
       “คุณหญิงไม่สบายเหรอครับ แล้วนี่ราพณ์มาด้วยหรือเปล่าครับ”
       “เปล่าค่ะ ฉันมาเยี่ยมเพื่อนน่ะค่ะ แล้วคุณนพ”
       “ผมมาเฝ้าแก้วน่ะครับ”
       “คุณแก้วเป็นอะไรเหรอคะ”
       
       มานพยิ้ม

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สามี ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
สามี ตอนที่ 13
สามี ตอนที่ 12
สามี ตอนที่ 11
สามี ตอนที่ 10
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 54 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 51 คน
95 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
5 %
ความคิดเห็นที่ 12 +44 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รามอยากจะบอกความจริงให้สิริโสภารู้ว่าเขาป่วยเป็นโรคร้าย แต่ไม่มีโอกาส ทุกคนในบ้านแสดงท่าทีรักใคร่เป็นห่วงเป็นใยผิดปกติ ทำให้สิริโสภารู้สึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ราพณ์พารามมาพบกับทุกคนในครอบครัว ยกเว้นสิริโสภา ราพณ์บอกรามว่าจะคุยกับโบตั๋น รามกลัวราพณ์จะจับแม่เขาติดคุก จึงอ้อนวอนขอร้องพี่น้องทุกคนบอกว่าจะดูแลโบตั๋นเป็นอย่างดี หากรามเป็นอะไรไปรามรู้สึกตื้นตัน กว่าเขาจะเข้ากับพี่น้องร่วมสายเลือดได้ ทุกอย่างมันก็สายไป พี่น้องเข้ามาสวดกอดรามอย่างเต็มใจ ทำให้รามรู้สึกอบอุ่นเป็นครั้งแรก “ขอบคุณนะเฮีย เฮียคงเหนื่อยกับผมมาก” “ได้น้องชายกลับมาตั้งหนึ่งคน เหนื่อยกว่านี้เฮียก็ว่ามันคุ้ม” สองพี่น้องกอดกัน กำแพงที่กั้นเอาไว้ถูกพังทลาย “ต่อไปนี้จะได้มีความสุขกันซะทีนะ” อาม่าพลอยเป็นสุข “รามแกต้องไปหาอาหมอน่ะ ถ้าเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง เราจะยื้อเวลาไปได้อีกนาน” “แล้วเจ้จะสอนงานให้แกเอง มาเป็นผู้ช่วยเจ้นะราม แกสัญญาว่าจะทำให้ LK มีกำไรเพิ่มขึ้นหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์จำได้ไหม” รามยิ้มมีความสุขกับการเอาใจใส่ของพี่น้อง ราพณ์ยิ้มปลื้มใจกับบรรยากาศดีๆ ที่เกิดขึ้น รสิกามองรอยยิ้มของราพณ์แล้วคิดถึงคำพูดของแก้ว “บอกกับคุณราพณ์สิคะ แล้วคุณหญิงจะได้รู้ว่าความสุขที่สุดของคุณหญิงคืออะไร” รสิกาตัดสินใจจะบอกกับราพณ์ แต่ไม่ทันได้บอกเพราะเป็นลมหน้ามืดไปซะก่อน ราพณ์รีบพาเธอขึ้นไปพักผ่อนบนห้อง เขาคิดว่าเธอไม่สบายจึงไม่เปิดโอกาสให้รสิกาพูดอะไร ราพณ์ออกไปจากห้อง สิริโสภาเข้ามาในห้องเงียบๆ รสิกาตกใจ “ออกไปจากห้องของฉัน” สิริโสภาถือมีดขู่ “เธอคิดจะทำอะไร” “ทำทุกอย่างที่พวกแกจะไม่มีความสุข อย่าหวังว่ามันจะได้ลืมตาดูโลกฉันไม่ยอมแน่” สิริโสภาแววตาเอาจริง “ฉันจะแจ้งความ” “เอาสิ อยากให้รามตีกับราพณ์ก็ลองดู” “ชัยชนะแบบนี้เหรอค่ะที่คุณอยากได้ ยอมทิ้งชีวิตตัวเองเพื่อความโกรธแค้น” รสิกานึกถึงราม “มากกว่านี้ฉันก็ยอม” “คุณจะไม่มีวันชนะ” สิริโสภามองอย่างไม่ยอมแพ้ เดินออกไปอย่างเชิดหน้ามาก รสิกามองตามเครียดจนปวดท้องขึ้นมาอีก ราพณ์เข้ามาพร้อมกับเหยือกน้ำชะงักที่เห็นรสิกานั่งอยู่ที่เตียง สีหน้าดูเครียด เขาถามเธอว่ามีเรื่องอะไรจะคุยกับเขา รสิกาไม่ตอบ แต่หยิบเศษเช็คที่เก็บไว้ในกระเป๋ามายืนให้ราพณ์ ราพณ์อึ้ง “คุณสิ ฝากมาคืนให้คุณค่ะ” “คุณหญิง ฟังผมอธิบายก่อนน่ะครับ เรื่องของผมกับสิ” “เขาบอกกับฉันแล้วละค่ะ ทุกเรื่องที่เขาอยากให้ฉันรู้ ฉันเสียใจน่ะค่ะที่คุณไม่ยอมบอกฉัน” “ผมกลัวคุณจะเสียใจ โกรธผม ไปจากผม” “ถ้าคุณคิดว่าเรื่องของสิริโสภาจะทำให้ฉันต้องหมดรักจากผู้ชายที่ยอมทำทุกอย่างแม้แต่ปกป้องฉันด้วยชีวิต ถ้าฉันเป็นผู้หญิงที่แยกแยะอดีตกับปัจจุบันไม่ได้แบบนั้น คุณยังจะรักฉันเหรอค่ะ” “คุณหญิง ผมขอโทษ” “คุณสิเกลียดฉันมาก เขาจะไม่มีวันไปจากเรา” “ผมอยากจะจัดการให้เด็ดขาด แต่รามรักสิริโสภามาก” “ที่ฉันบอกคุณ เพราะฉันอยากให้คุณเลิกกังวลเรื่องของฉัน คุณไม่ได้มีความลับกับฉันอีกแล้ว ในฐานะหัวหน้าครอบครัวยังมีอีกหลายเรื่องที่คุณต้องจัดการ ทั้งจับฆาตกร ดูแลคุณรามและทุกคนในครอบครัว ขอให้คุณรู้น่ะค่ะว่าฉันทำทุกอย่างด้วยความเข้าใจ” ราพณ์มองรสิกาอย่างขอบคุณ
samee@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +25 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ราพณ์กับปฐวีตามมาที่สถานีตำรวจ รสิกาถูกนำตัวไปสอบปากคำ ปฐวีอยากให้ราพณ์ช่วยให้รสิกาหลุดคดี แต่ราพณ์ลำบากใจ "เรื่องถึงตำรวจแล้ว ตอนนี้คุณหญิงถูกวัตถุพยานเป็นหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ยังไม่มีพยานแก้ต่าง แล้วยังมีคนกระพือข่าว ทั้งนักข่าวที่พยายามขุดคุ้ย ตอนนี้ไอ้กัณต์ก็โดนกดดันหนัก ต้องเดินหน้าปิดคดีนี้ให้ได้” “ถ้าเราหาตัวคนร้ายไม่ได้ อ้ายก้อจะต้องติดคุกงั้นเหรอ” “คุณวี สถานการณ์แบบนี้ คนที่จะทำขนาดนี้กับครอบครัวของผมก็มีแต่พ่อของคุณเท่านั้น ขอโทษที่ผมต้องพูดอย่างนี้ ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องลำบากใจสำหรับคุณ แต่ถ้าคุณไม่ช่วย คุณหญิงก็ต้องติดคุกทั้งที่ไม่ผิด” ปฐวีหนักใจ รังรองตรวจสอบบัญชีของโครงการชาญชัย พบว่ามีตัวเลขที่น่าสงสัย ขณะที่รุ้งรายก็พบข้อพกพร่องเหมือนกัน จึงบอกให้ราพณ์รู้ ทำให้ราพณ์มั่นใจได้ว่าวันที่เกิดเหตุ คนที่เจ้าสัวเรียวนัดเจอก็คือชาญชัย เพื่อต้องการเคลียร์เงียบๆ กับลูกเขย จึงไม่อยากให้ลูกๆ รู้ รุ้งรายโกรธมาก จะไปเล่นงานชาญชัย แต่ราพณ์ห้ามไว้ เพราะยังต้องหาหลักฐานเพิ่ม เพื่อจับชาญชัยให้ดิ้นไม่หลุด ชาญชัยอยากรู้ว่ารังรองคุยกับราพณ์เรื่องแยกบริษัทหรือยัง จึงพาเธอไปทานอาหารค่ำ รังรองพยายามไม่แสดงพิรุธให้ชาญชัยจับสังเกตได้ การคุยกันวันนี้ทำให้รังรองมั่นใจว่าตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน ชาญชัยไม่เคยรักเธอเลยนอกจากจะหลอกใช้เธอเพื่อผลประโยชน์ของเขา รสิกามีอาการแพ้ท้องต่อหน้าสิริโสภาและระริน สิริโสภานึกสงสัยและพยายามทดสอบ แต่รสิกาก้อกลบเกลื่อนท่าทีไม่ให้สิริโสภาจับได้ แต่อาการของเธอทำให้สิริโสภานึกสงสัย รังรองมั่นใจว่าชาญชัยต้องเกี่ยวข้องกับการตายของเจ้าสัวเรียว จึงเรียกราพณ์และรุ้งรายมาคุยเรื่องนี้เพื่อให้น้องทั้งสองเช็ค “แล้วเจ้คิดว่าจะทำยังไงต่อไป” “คนทำผิดก็ต้องได้รับโทษ” “แต่เฮียชาญเป็นสามีของเจ้ เจทำได้เหรอ” “สามีที่อยู่กับเจ้เพื่อเงิน กับป๊าที่โอบอุ้มเจ้จนลมหายใจสุดท้าย ถ้าเจ้ยังคิดไม่ได้ ก็อย่านับเจ้เป็นลิ้มวัฒนาถาวรกุลอีกต่อไป” ราพณ์กับรุ้งรายมองรังรองที่ดูจะตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดแล้วรู้สึกสบายใจ...ราพณ์กลับมาบ้าน เห็นสิริโสภาเอาเสื้อผ้าของเขามาแขวนไว้ในตู้ แล้วเอาเสื้อผ้าของรสิกามาฉีกๆ แล้วกระทืบๆ ด้วยความแค้นใจ ราพณ์เข้ามาเห็น “สิริโสภา นี่เธอเป็นบ้าไปแล้วใช่ไหม สิริโสภา” “ใช่สิมันบ้า สิเกลียดมัน เกลียดอีผู้ดีที่มันฆ่าลูกของเรา มันเป็นฆาตกร ฆาตกรสิอยากจะฆ่ามัน อยากจะให้มันตายๆ”
azuros@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +23 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รสิกาตามมานพมาเยี่ยมแก้วและลูก เธอรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้อุ้มลูกของแก้ว เผลอลูบท้องตัวเองจนแก้วสังเกตเห็น แก้วให้มานพออกไปซื้อของให้เพื่อหาโอกาสคุยกับรสิกา “คุณหญิงจะบอกเรื่องลูกกับคุณราพณ์เมื่อไหร่ค่ะ” รสิกาสะดุ้ง ไม่คิดว่าแก้วจะรู้ “ฉันไม่อยากให้เขาเป็นกังวล เขามีเรื่องต้องคิดมากแล้ว” “ไม่ใช่เพราะคุณหญิงไม่มั่นใจเหรอค่ะ” “ฉันกำลังพยายามจะเข้มแข็งเพื่อลูก” “เพื่อตัวคุณหญิงกับคุณราพณ์ด้วยค่ะ ลูกไม่ได้ทำให้เรายังผูกพันกับสามีหรอกนะค่ะ ความรักที่คุณหญิงมีต่อคุณราพณ์ต่างหาก ที่ทำให้คุณหญิงพยายามที่จะเข้มแข็ง สำหรับแก้ว ลูกไม่ใช่โซ่ทองคล้องใจ แต่เขาเป็นพยานของความรักที่แก้วมีกับนพ ยอมรับหัวใจตัวเองเถอะค่ะว่าที่คุณหญิงสู้อยู่ไม่ใช่เพราะคนอื่น แต่เป็นเพราะใจของคุณหญิงเอง” “วันที่คุณแก้วคลอดคงเป็นวันที่คุณแก้วมีความสุขที่สุด” “ไม่ใช่ค่ะ วันที่แก้วบอกกับนพว่าแก้วท้อง เขาดีใจมาก วันที่แก้วเห็นความดีใจของเขา คือความสุขที่สุดของแก้วเห็นคนที่เรารัก รักเราและดีใจกับการที่เราจะมีพยานของความรัก บอกกับคุณราพณ์สิค่ะ แล้วคุณหญิงจะได้รู้ว่าความสุขที่สุดของคุณหญิงคืออะไร” รสิกาคิดหนัก ราพณ์กับกันต์ช่วยกันกล่อมจนวศินคลายแผนของชาญชัยและประสิทธิ์ให้ฟัง ราพณ์พอใจกับข้อมูลที่ได้ กันต์กลับไปรวบรวมสำนวน จากนั้นราพณ์กับรุ้งรายจึงไปตามหาราม เจอรามนอนฟุบอยู่บนดาดฟ้าเก่าๆ ที่เขาชอบขึ้นมา ในสภาพไขขึ้น ท่าทางอ่อนเพลียมาก รามเจอหน้าราพณ์กับรุ้งรายก็ร้องไห้ออกมาอย่างรู้สึกผิด ขอโทษแทนโบตั๋นที่ทำร้ายเจ้าสัวเรียว ราพณ์ไม่คิดว่ารามจะรู้ความจริง รามของร้องให้ราพณ์รับปากว่าจะไม่จับแม่ของเขาเข้าคุก ราพณ์ไม่ทันได้รับปาก รามก็หมดสติไปเพราะความอ่อนเพลีย ราพณ์พารามมาพบกับหมอเพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องชาย รามอยากรู้ความจริงไปพร้อมๆ กับราพณ์และรุ้งราย หมอจึงบอกให้รู้ว่าหลังจากที่เอาเลือดเขาไปตรวจ จึงทำให้รู้ว่ารามกำลังป่วยเป็นโรคเอดส์ สามพี่น้องถึงกับช็อก รสิกานั่งอึ้งกับการเปิดสงครามของสิริโสภาที่คิดจะทำร้ายเธอกับลูกในท้อง แหววก็มาเรียกเธอและทุกคนไปพบให้ห้องโถง ทุกคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น รามมีอาการป่วยจนร่างกายทรุดโทรม ไม่กล้าพูดความจริงออกมาเพราะกลัวพี่น้องจะรับไม่ได้ ราพณ์จึงให้สิริโสภาพาไปพักที่ห้อง เพราะรามต้องการบอกเธอด้วยตนเอง เมื่อรามกับสิริโสภาออกไปแล้วราพณ์จึงบอกให้ทุกคนรู้ว่ารามกำลังป่วยเป็นโรคเอดส์ พี่น้องพากันช็อก แต่ก็ต้องยอมรับความจริง “ผมอยากให้ทุกคนทราบว่าเราอยู่ร่วมกับรามได้ตามปกติ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ผมจะขอให้อาหมอมาช่วยให้ความรู้กับทุกคน” “ที่น่าห่วงที่สุดคือจิตใจของรามที่ผ่านมารามต้องเจอกับเรื่องทำร้ายจิตใจมามากแล้ว อย่าทำให้รามรู้สึกแปลกแยกจากพวกเรา” “แม่นมจ๊ะ คุณรามจะยังร่วมโต๊ะกับเราเหมือนเดิมทุกอย่าง” “เดี๋ยวค่ะ ถ้าเฮียรามมีเชื้อ คุณสิริโสภาก็ต้องติดเชื้อด้วยใช่ไหมค่ะ” “มีความเสี่ยงสูง ต้องพาคุณสิไปตรวจอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ” “อาราพณ์ อาลินดาอีรู้รู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง “อาม่าถาม ราพณ์สีหน้าหนักใจ
rasika_rap@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +21 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อะนะ รอตั้งนาน มากะติ๊ดนึง จะลงให้เต็มหน้าก็ป่าวเลย
แต่ก็จะรอต่อไป อิอิ
ยังไงก็ขอบคุณน๊าาาา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รามน่าสงสาร เกลียดสิ มาก ผญ.เรื่องนี้ฉลาดดี
Lin
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นละครที่นางเอกไม่โง่ พูดเลย น่าดูที่สุดเท่าที่เคยดูมา
Cardiac doctor
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ช่วยลงเยอะหน่อย อยากอ่านมากๆ ยังไงก็ขอบคุณน๊าาาา
pink
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลงเยอะๆหน่อยน้าค้าาา กำลังเข้มข้นเลยยยย คนรอลุ้นมากเลยค่ะ ลงครั้งละ 1 หน้าเต็มๆก็ยังโอเคไม่ต้องถึง 2 หน้าก็ได้ค่าา เข้าใจคนอัพนะคะ แต่คนอัพก็ต้องเข้าใจคนรออ่านด้วยนะคะ TT
รออ่านนะคะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +44 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รามอยากจะบอกความจริงให้สิริโสภารู้ว่าเขาป่วยเป็นโรคร้าย แต่ไม่มีโอกาส ทุกคนในบ้านแสดงท่าทีรักใคร่เป็นห่วงเป็นใยผิดปกติ ทำให้สิริโสภารู้สึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ราพณ์พารามมาพบกับทุกคนในครอบครัว ยกเว้นสิริโสภา ราพณ์บอกรามว่าจะคุยกับโบตั๋น รามกลัวราพณ์จะจับแม่เขาติดคุก จึงอ้อนวอนขอร้องพี่น้องทุกคนบอกว่าจะดูแลโบตั๋นเป็นอย่างดี หากรามเป็นอะไรไปรามรู้สึกตื้นตัน กว่าเขาจะเข้ากับพี่น้องร่วมสายเลือดได้ ทุกอย่างมันก็สายไป พี่น้องเข้ามาสวดกอดรามอย่างเต็มใจ ทำให้รามรู้สึกอบอุ่นเป็นครั้งแรก “ขอบคุณนะเฮีย เฮียคงเหนื่อยกับผมมาก” “ได้น้องชายกลับมาตั้งหนึ่งคน เหนื่อยกว่านี้เฮียก็ว่ามันคุ้ม” สองพี่น้องกอดกัน กำแพงที่กั้นเอาไว้ถูกพังทลาย “ต่อไปนี้จะได้มีความสุขกันซะทีนะ” อาม่าพลอยเป็นสุข “รามแกต้องไปหาอาหมอน่ะ ถ้าเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง เราจะยื้อเวลาไปได้อีกนาน” “แล้วเจ้จะสอนงานให้แกเอง มาเป็นผู้ช่วยเจ้นะราม แกสัญญาว่าจะทำให้ LK มีกำไรเพิ่มขึ้นหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์จำได้ไหม” รามยิ้มมีความสุขกับการเอาใจใส่ของพี่น้อง ราพณ์ยิ้มปลื้มใจกับบรรยากาศดีๆ ที่เกิดขึ้น รสิกามองรอยยิ้มของราพณ์แล้วคิดถึงคำพูดของแก้ว “บอกกับคุณราพณ์สิคะ แล้วคุณหญิงจะได้รู้ว่าความสุขที่สุดของคุณหญิงคืออะไร” รสิกาตัดสินใจจะบอกกับราพณ์ แต่ไม่ทันได้บอกเพราะเป็นลมหน้ามืดไปซะก่อน ราพณ์รีบพาเธอขึ้นไปพักผ่อนบนห้อง เขาคิดว่าเธอไม่สบายจึงไม่เปิดโอกาสให้รสิกาพูดอะไร ราพณ์ออกไปจากห้อง สิริโสภาเข้ามาในห้องเงียบๆ รสิกาตกใจ “ออกไปจากห้องของฉัน” สิริโสภาถือมีดขู่ “เธอคิดจะทำอะไร” “ทำทุกอย่างที่พวกแกจะไม่มีความสุข อย่าหวังว่ามันจะได้ลืมตาดูโลกฉันไม่ยอมแน่” สิริโสภาแววตาเอาจริง “ฉันจะแจ้งความ” “เอาสิ อยากให้รามตีกับราพณ์ก็ลองดู” “ชัยชนะแบบนี้เหรอค่ะที่คุณอยากได้ ยอมทิ้งชีวิตตัวเองเพื่อความโกรธแค้น” รสิกานึกถึงราม “มากกว่านี้ฉันก็ยอม” “คุณจะไม่มีวันชนะ” สิริโสภามองอย่างไม่ยอมแพ้ เดินออกไปอย่างเชิดหน้ามาก รสิกามองตามเครียดจนปวดท้องขึ้นมาอีก ราพณ์เข้ามาพร้อมกับเหยือกน้ำชะงักที่เห็นรสิกานั่งอยู่ที่เตียง สีหน้าดูเครียด เขาถามเธอว่ามีเรื่องอะไรจะคุยกับเขา รสิกาไม่ตอบ แต่หยิบเศษเช็คที่เก็บไว้ในกระเป๋ามายืนให้ราพณ์ ราพณ์อึ้ง “คุณสิ ฝากมาคืนให้คุณค่ะ” “คุณหญิง ฟังผมอธิบายก่อนน่ะครับ เรื่องของผมกับสิ” “เขาบอกกับฉันแล้วละค่ะ ทุกเรื่องที่เขาอยากให้ฉันรู้ ฉันเสียใจน่ะค่ะที่คุณไม่ยอมบอกฉัน” “ผมกลัวคุณจะเสียใจ โกรธผม ไปจากผม” “ถ้าคุณคิดว่าเรื่องของสิริโสภาจะทำให้ฉันต้องหมดรักจากผู้ชายที่ยอมทำทุกอย่างแม้แต่ปกป้องฉันด้วยชีวิต ถ้าฉันเป็นผู้หญิงที่แยกแยะอดีตกับปัจจุบันไม่ได้แบบนั้น คุณยังจะรักฉันเหรอค่ะ” “คุณหญิง ผมขอโทษ” “คุณสิเกลียดฉันมาก เขาจะไม่มีวันไปจากเรา” “ผมอยากจะจัดการให้เด็ดขาด แต่รามรักสิริโสภามาก” “ที่ฉันบอกคุณ เพราะฉันอยากให้คุณเลิกกังวลเรื่องของฉัน คุณไม่ได้มีความลับกับฉันอีกแล้ว ในฐานะหัวหน้าครอบครัวยังมีอีกหลายเรื่องที่คุณต้องจัดการ ทั้งจับฆาตกร ดูแลคุณรามและทุกคนในครอบครัว ขอให้คุณรู้น่ะค่ะว่าฉันทำทุกอย่างด้วยความเข้าใจ” ราพณ์มองรสิกาอย่างขอบคุณ
samee@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณหญิง 2556 นี้ เหมือนชิวิดคนในปัดจุบัน เพาะมีเหตผน
markservice_doc@yahoo.co.th
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +23 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รสิกาตามมานพมาเยี่ยมแก้วและลูก เธอรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้อุ้มลูกของแก้ว เผลอลูบท้องตัวเองจนแก้วสังเกตเห็น แก้วให้มานพออกไปซื้อของให้เพื่อหาโอกาสคุยกับรสิกา “คุณหญิงจะบอกเรื่องลูกกับคุณราพณ์เมื่อไหร่ค่ะ” รสิกาสะดุ้ง ไม่คิดว่าแก้วจะรู้ “ฉันไม่อยากให้เขาเป็นกังวล เขามีเรื่องต้องคิดมากแล้ว” “ไม่ใช่เพราะคุณหญิงไม่มั่นใจเหรอค่ะ” “ฉันกำลังพยายามจะเข้มแข็งเพื่อลูก” “เพื่อตัวคุณหญิงกับคุณราพณ์ด้วยค่ะ ลูกไม่ได้ทำให้เรายังผูกพันกับสามีหรอกนะค่ะ ความรักที่คุณหญิงมีต่อคุณราพณ์ต่างหาก ที่ทำให้คุณหญิงพยายามที่จะเข้มแข็ง สำหรับแก้ว ลูกไม่ใช่โซ่ทองคล้องใจ แต่เขาเป็นพยานของความรักที่แก้วมีกับนพ ยอมรับหัวใจตัวเองเถอะค่ะว่าที่คุณหญิงสู้อยู่ไม่ใช่เพราะคนอื่น แต่เป็นเพราะใจของคุณหญิงเอง” “วันที่คุณแก้วคลอดคงเป็นวันที่คุณแก้วมีความสุขที่สุด” “ไม่ใช่ค่ะ วันที่แก้วบอกกับนพว่าแก้วท้อง เขาดีใจมาก วันที่แก้วเห็นความดีใจของเขา คือความสุขที่สุดของแก้วเห็นคนที่เรารัก รักเราและดีใจกับการที่เราจะมีพยานของความรัก บอกกับคุณราพณ์สิค่ะ แล้วคุณหญิงจะได้รู้ว่าความสุขที่สุดของคุณหญิงคืออะไร” รสิกาคิดหนัก ราพณ์กับกันต์ช่วยกันกล่อมจนวศินคลายแผนของชาญชัยและประสิทธิ์ให้ฟัง ราพณ์พอใจกับข้อมูลที่ได้ กันต์กลับไปรวบรวมสำนวน จากนั้นราพณ์กับรุ้งรายจึงไปตามหาราม เจอรามนอนฟุบอยู่บนดาดฟ้าเก่าๆ ที่เขาชอบขึ้นมา ในสภาพไขขึ้น ท่าทางอ่อนเพลียมาก รามเจอหน้าราพณ์กับรุ้งรายก็ร้องไห้ออกมาอย่างรู้สึกผิด ขอโทษแทนโบตั๋นที่ทำร้ายเจ้าสัวเรียว ราพณ์ไม่คิดว่ารามจะรู้ความจริง รามของร้องให้ราพณ์รับปากว่าจะไม่จับแม่ของเขาเข้าคุก ราพณ์ไม่ทันได้รับปาก รามก็หมดสติไปเพราะความอ่อนเพลีย ราพณ์พารามมาพบกับหมอเพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องชาย รามอยากรู้ความจริงไปพร้อมๆ กับราพณ์และรุ้งราย หมอจึงบอกให้รู้ว่าหลังจากที่เอาเลือดเขาไปตรวจ จึงทำให้รู้ว่ารามกำลังป่วยเป็นโรคเอดส์ สามพี่น้องถึงกับช็อก รสิกานั่งอึ้งกับการเปิดสงครามของสิริโสภาที่คิดจะทำร้ายเธอกับลูกในท้อง แหววก็มาเรียกเธอและทุกคนไปพบให้ห้องโถง ทุกคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น รามมีอาการป่วยจนร่างกายทรุดโทรม ไม่กล้าพูดความจริงออกมาเพราะกลัวพี่น้องจะรับไม่ได้ ราพณ์จึงให้สิริโสภาพาไปพักที่ห้อง เพราะรามต้องการบอกเธอด้วยตนเอง เมื่อรามกับสิริโสภาออกไปแล้วราพณ์จึงบอกให้ทุกคนรู้ว่ารามกำลังป่วยเป็นโรคเอดส์ พี่น้องพากันช็อก แต่ก็ต้องยอมรับความจริง “ผมอยากให้ทุกคนทราบว่าเราอยู่ร่วมกับรามได้ตามปกติ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ผมจะขอให้อาหมอมาช่วยให้ความรู้กับทุกคน” “ที่น่าห่วงที่สุดคือจิตใจของรามที่ผ่านมารามต้องเจอกับเรื่องทำร้ายจิตใจมามากแล้ว อย่าทำให้รามรู้สึกแปลกแยกจากพวกเรา” “แม่นมจ๊ะ คุณรามจะยังร่วมโต๊ะกับเราเหมือนเดิมทุกอย่าง” “เดี๋ยวค่ะ ถ้าเฮียรามมีเชื้อ คุณสิริโสภาก็ต้องติดเชื้อด้วยใช่ไหมค่ะ” “มีความเสี่ยงสูง ต้องพาคุณสิไปตรวจอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ” “อาราพณ์ อาลินดาอีรู้รู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง “อาม่าถาม ราพณ์สีหน้าหนักใจ
rasika_rap@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลงเยอะๆได้มั้ยคะ ? ถ้าลงไม่ไหวส่งให้ช่วยได้นะคะ ติดมากกกกก อ่านๆขัดๆแล้วเซงอ่ะค่ะ 55555555
รอนาน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอบ9. 30ไม่เห็นลงเร็วหน่อย
soda2277@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ช่วยลงวันละ2หน้าเหมือนเรื่องอื่นได้มั้ยค่ะ ลงวันละนิดจิตคนอ่านไม่แจ่มใสนะค่ะ ปะติดปะต่อเรื่องไม่ค่อยได้ มาน้อยเกินไป แต่ก็ขอบคุณนะค่ะที่อัพให้อ่าน
คนอ่าน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลงให้มันเยอะจะได้ไม่ค่ะ อ่านวันละนิดปะติดต่อไม่ไหวเลย
นาน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จะมากไปแ้ล้วนะลงเเค่เนี๊ยะ
mk
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มากไปแล้วยัยสิริโสภา มันน่านัก...
ลุ้นมากๆ
nutty2504@hotmiAL.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คู่ว่านมิ้นก้อน่ารักนะ ว่านกวนๆ มิ้นก้อเล่นดีมากเลยอะ
รักว่านมิ้น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +25 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ราพณ์กับปฐวีตามมาที่สถานีตำรวจ รสิกาถูกนำตัวไปสอบปากคำ ปฐวีอยากให้ราพณ์ช่วยให้รสิกาหลุดคดี แต่ราพณ์ลำบากใจ "เรื่องถึงตำรวจแล้ว ตอนนี้คุณหญิงถูกวัตถุพยานเป็นหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ยังไม่มีพยานแก้ต่าง แล้วยังมีคนกระพือข่าว ทั้งนักข่าวที่พยายามขุดคุ้ย ตอนนี้ไอ้กัณต์ก็โดนกดดันหนัก ต้องเดินหน้าปิดคดีนี้ให้ได้” “ถ้าเราหาตัวคนร้ายไม่ได้ อ้ายก้อจะต้องติดคุกงั้นเหรอ” “คุณวี สถานการณ์แบบนี้ คนที่จะทำขนาดนี้กับครอบครัวของผมก็มีแต่พ่อของคุณเท่านั้น ขอโทษที่ผมต้องพูดอย่างนี้ ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องลำบากใจสำหรับคุณ แต่ถ้าคุณไม่ช่วย คุณหญิงก็ต้องติดคุกทั้งที่ไม่ผิด” ปฐวีหนักใจ รังรองตรวจสอบบัญชีของโครงการชาญชัย พบว่ามีตัวเลขที่น่าสงสัย ขณะที่รุ้งรายก็พบข้อพกพร่องเหมือนกัน จึงบอกให้ราพณ์รู้ ทำให้ราพณ์มั่นใจได้ว่าวันที่เกิดเหตุ คนที่เจ้าสัวเรียวนัดเจอก็คือชาญชัย เพื่อต้องการเคลียร์เงียบๆ กับลูกเขย จึงไม่อยากให้ลูกๆ รู้ รุ้งรายโกรธมาก จะไปเล่นงานชาญชัย แต่ราพณ์ห้ามไว้ เพราะยังต้องหาหลักฐานเพิ่ม เพื่อจับชาญชัยให้ดิ้นไม่หลุด ชาญชัยอยากรู้ว่ารังรองคุยกับราพณ์เรื่องแยกบริษัทหรือยัง จึงพาเธอไปทานอาหารค่ำ รังรองพยายามไม่แสดงพิรุธให้ชาญชัยจับสังเกตได้ การคุยกันวันนี้ทำให้รังรองมั่นใจว่าตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน ชาญชัยไม่เคยรักเธอเลยนอกจากจะหลอกใช้เธอเพื่อผลประโยชน์ของเขา รสิกามีอาการแพ้ท้องต่อหน้าสิริโสภาและระริน สิริโสภานึกสงสัยและพยายามทดสอบ แต่รสิกาก้อกลบเกลื่อนท่าทีไม่ให้สิริโสภาจับได้ แต่อาการของเธอทำให้สิริโสภานึกสงสัย รังรองมั่นใจว่าชาญชัยต้องเกี่ยวข้องกับการตายของเจ้าสัวเรียว จึงเรียกราพณ์และรุ้งรายมาคุยเรื่องนี้เพื่อให้น้องทั้งสองเช็ค “แล้วเจ้คิดว่าจะทำยังไงต่อไป” “คนทำผิดก็ต้องได้รับโทษ” “แต่เฮียชาญเป็นสามีของเจ้ เจทำได้เหรอ” “สามีที่อยู่กับเจ้เพื่อเงิน กับป๊าที่โอบอุ้มเจ้จนลมหายใจสุดท้าย ถ้าเจ้ยังคิดไม่ได้ ก็อย่านับเจ้เป็นลิ้มวัฒนาถาวรกุลอีกต่อไป” ราพณ์กับรุ้งรายมองรังรองที่ดูจะตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดแล้วรู้สึกสบายใจ...ราพณ์กลับมาบ้าน เห็นสิริโสภาเอาเสื้อผ้าของเขามาแขวนไว้ในตู้ แล้วเอาเสื้อผ้าของรสิกามาฉีกๆ แล้วกระทืบๆ ด้วยความแค้นใจ ราพณ์เข้ามาเห็น “สิริโสภา นี่เธอเป็นบ้าไปแล้วใช่ไหม สิริโสภา” “ใช่สิมันบ้า สิเกลียดมัน เกลียดอีผู้ดีที่มันฆ่าลูกของเรา มันเป็นฆาตกร ฆาตกรสิอยากจะฆ่ามัน อยากจะให้มันตายๆ”
azuros@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +21 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อะนะ รอตั้งนาน มากะติ๊ดนึง จะลงให้เต็มหน้าก็ป่าวเลย
แต่ก็จะรอต่อไป อิอิ
ยังไงก็ขอบคุณน๊าาาา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014