หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คือหัตถาครองพิภพ

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 10

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 ธันวาคม 2556 09:34 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 10
       คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 10 (ต่อ)
       
       ครูมาสอนพริ้มเพราตีระนาด พริ้มเพราไม่ดื้อดึงทำตามทุกอย่างที่แม่ขอร้อง พราวพิลาสหันมาหาแม่
       
       “หนูอยากเล่น”
       คุณหญิงสะบันงาขัดขึ้น
       “เอาไว้โตอีกหน่อยนายแม่จะให้เล่นค่ะ”
       พริสซิลล่าทุบตีผลักไสเมี้ยนเช่นเคย
       “โนๆ” พริสซิลล่าเอามือปิดหู
       “คุณพริสซี่ก็ไม่ชอบระนาด”
       คุณหญิงสะบันงาพยักหน้ารับรู้
       
       ครูมาสอนพริ้มเพราสีซอ
       “คุณพริ้มเธอน่ารักนะคะ ไม่เคยโต้แย้ง ให้ทำอะไรก็ทำแต่โดยดี ไม่มีดื้อดึง” เมี้ยนเอ่ยชม
       คุณหญิงสะบันงาถอนใจ
       “ไม่เหมือนคุณแพรวไปเรือนโน้นทีไรต้องคอยเตือนว่าอย่าเอาแต่ใจตัว”
       พราวพิลาสชอบเสียงซอมาก
       “เพราะจังค่ะ นายแม่ หนู...”
       คุณหญิงสะบันงาแทรกขึ้น
       “อยากเล่นอีกแล้ว ลูกคนนี้ช่างรักดนตรีเสียจริงๆนะคะ”
       พริสซิลล่าเอามือปิดหูแล้วร้องกรี๊ดๆ เมี้ยนกับคุณหญิงสะบันงาสบตากัน ส่ายหน้า ศีลเดินเข้ามามองอาการทั้งปวงอย่างครุ่นคิด
       
       เจ้าคุณกับศีลดูความคืบหน้าการก่อสร้างตึกห้างสรรพสินค้า
       “อีกกี่เดือนจะเสร็จเป็นรูปเป็นร่างศีล” เจ้าคุณพอใจมาก
       “ไม่เกินหกเดือนขอรับ กระผมเอารายการสินค้าและยี่ห้อมาให้ท่านกับผู้บริหารคนอื่นๆเลือกสรร พร้อมสั่งแล้วขอรับ ส่วนใหญ่มาจากทางยุโรปขอรับ ส่วนของอื่นก็มาตามรายทางที่เรือผ่านขอรับ”
       “ของไทยเล่ามีบ้างไหม”
       “ก็เป็นจำพวกผ้าไหมขอรับ มีทั้งสำเร็จรูปและขายเป็นชิ้น มาจากเบลเยี่ยมก็มีพวกเครื่องแก้วเจียรนัย ทางอเมริกามีเครื่องสำอาง ชุดและอุปกรณ์กีฬาเราแบ่งเป็นแผนกๆขอรับ”
       เจ้าคุณพยักหน้ารับฟัง
       
       ศีลกับเจ้าคุณปรึกษากันต่อในห้องที่เป็นออฟฟิศทำงาน
       “เราน่าจะมีแผนกเบเกอรี่บ้างนะศีล ที่บ้านเราสามารถผลิตได้สารพัด ทั้งขนมปัง ขนมเค้ก เนย เป็นต้น”
       “ขอรับ ผมว่าน่าจะลองผลิตไส้กรอกแล้วทำให้เหมาะสมกับคนไทย น่าจะดีนะขอรับ”
       “ดี พ่อเห็นด้วย ศีล”
       “ขอรับ”
       “พ่อรู้สึกตัวว่าแก่ลงมาก ไม่ค่อยแข็งแรง โรคหัวใจของพ่อนี่มันไว้ใจไม่ค่อยได้หรอก พ่อดีใจเบาใจที่ได้ศีลมาดูแลกิจการให้ครอบครัวของเรา พ่ออยากจะขอฝากศีลด้วย ถ้าหากว่าสักวันพ่อไม่ได้อยู่ดูแลพวกเขา ศีลช่วยรับภาระธุรกิจของครอบครัวเราให้พ่อด้วย”
       “ขอรับ แต่ท่าน เอ้อ...ผมไม่คิดว่า ท่านจะ...”
       “จะตายง่ายๆหรือ พูดความจริงกันดีกว่าศีล ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอนหรอก ที่ดูว่าพ่อมีความสุขสมบูรณ์พร้อมไปทุกอย่าง แต่นั่นมันสิ่งภายนอก มันไม่ใช่ภายในหัวใจของพ่อ พ่อมีทุกข์เช่นเดียวกับคนอื่น หรือมากกว่าด้วยซ้ำ มันบั่นทอนจิตใจพ่อตลอดมาตั้งแต่...เอ้อ คุณหญิงเขา...”
       เจ้าคุณไม่พูดต่อ ศีลตั้งใจฟังเรื่องคุณหญิงศรี
       “เอาเป็นว่าพ่อฝากครอบครัวพ่อไว้กับศีลนะ”
       “ขอรับ กระผมจะทำเต็มกำลังและความสามารถขอรับ”
       “ขอบใจ”
       เจ้าคุณเดินมาโอบบ่าศีล
       “เอ้อ กระผมมีเรื่องที่อยากจะกราบเรียนขอรับ”
       “มีอะไรขัดข้อง เรื่องงานหรือ”
       “หามิได้ขอรับ คือวันก่อนกระผม เอ้อ...”
       ศีลนึกถึงตอนที่เห็นพริ้มเพราเรียนดนตรีแล้ว พริสซิลล่าร้องกรี๊ดๆ แล้วเล่าให้ฟัง เจ้าคุณถอนใจ
       “พริสซี่ไม่ชอบดนตรี แถมคงจะเกลียดเอาด้วยซ้ำจึงอาละวาด”
       “ส่วนใหญ่คนมักชอบดนตรี ดนตรีมีอีกหลายชนิดนะขอรับ ที่อาจมีประเภทที่คุณพริสซี่ชอบนะขอรับ”
       “เช่นอะไรหรือ”
       ศีลยิ้มๆ
       
       แพรวพรรณรายกับพราวพิลาสนั่งเล่นดัวยกัน ได้ยินเสียงเปียโนดังลอดมาจากอีกห้อง แพรวพรรณรายหันมาหาคุณหญิงสะบันงา
       “แม่นายขา หนูชอบเสียงนี้มากเลยค่ะ”
       คุณหญิงสะบันงายิ้มแย้มบอก
       “ก็ไปหัดเล่นสิคะ คุณแพรว”
       แพรวพรรณรายส่ายหน้า
       “หนูชอบฟังแต่ไม่ชอบเล่นค่ะ”
       พราวพิลาสแทรกขึ้น
       “หนูอยากเล่นค่ะ”
       เมี้ยนมาสะกิดคุณหญิงสะบันงา
       “ดูนั่นสิคะ”
       เดือนมองพริสซิลล่า
       “เธอไม่โกรธเหมือนทุกครั้งนะคะ”
       ทุกคนมองไปที่พริสซิลล่า เห็นเธอนั่งนิ่งเหมือนกำลังฟัง คุณหญิงสะบันงายิ้มพอใจ เสียงเพลงหยุดลง พริสซิลล่าลุกขึ้น เดินออกไป เสียงเพลงใหม่ดังแว่วมาอีก พริสซิลล่าเดินไปเหมือนต้องมนต์ คุณหญิงสะบันงาตื่นเต้น
       “พี่เมี้ยนไปเชิญท่านเจ้าคุณมาไวไว”
       เดือนรีบบอก
       “เธอจะเดินไปที่ห้องนั้นแล้วค่ะ”
       คุณหญิงสะบันงายิ้มพอใจ
       “ตามไปดูเธอสิ”
       สองคนลุกตามไปดู จิ๋มกับจุ๋มดึงแพรวพรรณรายและพราวพิลาสตามไปด้วย
       
       ในห้องดนตรี บ้านเจ้าคุณ...ครูเปียโน กำลังดีดเพลงเด็กๆ มีพริ้มเพรานั่งข้างๆดูการกดคีย์บอร์ดของครู อย่างเพลิดเพลิน พริสซิลล่าเดินช้าๆ มาหยุดดู คุณหญิงสะบันงากับเดือน พากันเดินมาหยุดมอง เมี้ยนนำเจ้าคุณเข้ามา เจ้าคุณมองอาการพริสซิลล่าอย่างตื่นเต้นดีใจ
       “พริสซี่ สนใจเปียโน”
       คุณหญิงสะบันงาหันมาบอก
       “เดินมาเองค่ะ ไม่ได้มีใครพาเข้ามา”
       เดือนชี้ไป
       “ดูนั่นสิคะ เธอเดินใกล้เข้าไปเรื่อยๆแล้วค่ะ”
       ครูเล่นเพลงนั้นจนจบ
       “ทีนึ้คุณพริ้ม ลองทำตามที่ครูสอนสิคะ”
       “ค่ะ”
       พริสซิลล่าเดินมาที่พริ้มเพราแล้วแทรกตัวไปนั่ง พริ้มเพราตกใจ ครูแปลกใจ พริ้มเพราเดินมาหาคุณหญิงสะบันงา
       “นายแม่ขา คุณพริส เธอ...”
       “เธอชอบเปียโนน่ะค่ะ ให้เธอลองเรียนกับคุณครูนะคะ คุณพริ้ม คุณครูขา กรุณาดูแลเธอหน่อยนะคะ”
       ครูรับคำ
       “ค่ะ”
       เมี้ยนมองอย่างแปลกใจ
       “เธอจะทำอะไรคะนั่น”
       ครูลงมือสอน
       “วางนิ้วอย่างนี้ค่ะ กดนี่เสียง โด”
       ครูกด แต่พริสซิลล่าไม่สนใจครู ลองกดคีย์สองสามที ครูหันมามองทางเจ้าคุณแบบยังไงดี เจ้าคุณพยักหน้า
       “โอเค ปล่อยเธอ”
       ทันใดมีเสียงเปียโนดังขึ้นมา เพลงเดียวกับที่ครูเล่นจบไปหยกๆ ครูตะลึง
       “คุณพริสซี่”
       ทุกคนอึ้ง
       
       “พริสซี่ คุณพริสซี่”

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 10
        
       พริ้มเพราสงสัย
        
       “ทำไมคุณพริสซี่เล่นเพลงได้คะ ครูยังไม่ทันสอนสักหน่อย”
       คุณหญิงสะบันงา น้ำตาซึม
       “คุณหญิงขา คุณพริสซี่เธอพิเศษและวิเศษมากจริงๆค่ะ”
       เจ้าคุณเดินมาโอบคุณหญิงสะบันงา น้ำตาซึม
       “พริสซี่ฉลาดล้ำลึกและละเอียดอ่อนมาก จนคนเข้าไม่ถึง”
       เดือนน้ำตาซึมเช่นกัน
       “เธอทำได้อย่างไร แค่ฟังครั้งเดียวเท่านั้น”
       “ราวกับนางฟ้ามาเกิดแท้ๆ” เมี้ยนร้องไห้ออกมา
       พริสซิลล่าเล่นจนจบเพลง แบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น ครูตกตะลึง แล้วปรบมือ
       “ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตที่เคยพบเห็นมา”
       ทุกคนปรบมือให้พริสซิลล่า เจ้าคุณยิ้มทั้งน้ำตา
       “ต้องขอบใจศีล ที่แนะนำเรื่องเปียโน”
       คุณหญิงสะบันงาดีใจ
       “ฉันดีใจค่ะ ที่เราสามารถเริ่มค้นพบสิ่งที่เธอพอใจ”
       “เธอฉลาดเหลือเกินค่ะ” เดือนชื่นชม
       เจ้าคุณเดินไปอุ้มพริสซิลล่ามากอดหอม
       “เลิฟยู ฮันนี่”
       พริสซิลล่ายิ้ม
       “ไอ เลิฟ มา มี่”
       เจ้าคุณพยักหน้า ส่งพริสซิลล่าให้เมี้ยน เจ้าคุณสบตากับเมี้ยนอย่างรู้กัน
       “ไปหาคุณป้านะ ฮันนี่”
       “มามี่ มามี่” พริสซิลล่าเถียง
       เจ้าคุณจำยอม
       “โอเค มามี่”
       เดือนแปลกใจ
       “แปลกนะคะ เธอช่างรักคุณป้าราวกับแม่”
       คุณหญิงสะบันงาคิดๆ
       “ราวกับว่ามีความผูกพันอันลึกซึ้งมากที่คนอื่นมองไม่เห็น ระหว่างเธอกับพี่สาวของเมี้ยน”
       คุณหญิงสะบันงาใช้ความคิดว่าทำไม
       
       บ้านหลังเล็กของคุณหญิงศรี...พริสซิลล่าซบหน้ากับตัก คุณหญิงศรีน้ำตาไหล
       “พริสซี่ชอบเปียโนเหมือนฉัน”
       “จริงค่ะ” เมี้ยนบอก
       พริสซิลล่ายิ้มมีความสุข
       “เลิฟ ยู มามี่”
       “ดวงใจของแม่ หนูทำให้หัวใจแม่อิ่มเอิบที่สุด แม่พอใจในสิ่งที่หนูเป็นไม่จำเป็นต้องเหมือนคนอื่นก็ได้”
       “แต่ต่อไปในภาคหน้าถ้าเธอไม่เหมือนกับคนอื่นในเรื่องที่ควรเหมือน เธอจะอยู่ลำพังคนเดียวไม่ได้นะคะ เพราะเธอไม่รู้จักชีวิตและโลกรอบๆตัวเธอค่ะ”
       “มีน้องตั้งหลายคน มันก็ต้องมีใครสักคนที่ช่วยกันดูแลสิ”
       “อีกหน่อยพวกคุณๆโตขึ้นต่างก็ต้องมีครอบครัวของตัวเองนะคะ”
       คุณหญิงศรีขัดใจ
       “เอ๊ะ คนกำลังสบายใจ ทำไมมาพูดจาให้ตระหนกตกใจ”
       เมี้ยนจ๋อยๆ
       “เมี้ยนขอประทานโทษค่ะ”
       คุณหญิงศรีโอบกอดพริสซิลล่าเอาไว้
       “ตอนนี้แม่ยังอยู่จะขอดูแลปกป้องคุ้มครองลูกจนกว่าชีวิตแม่จะหาไม่”
       คุณหญิงศรีกอดพริสซิลล่าโยกตัวไปมา ราวกับมีตนเองกับลูกสาวสองคนในโลก
       
       สังวรกับทอง สองแม่ลูกพยายามใหม่อีกครั้ง
       “แกต้องกลับไปกรุงเทพ ไปสืบว่าตอนนี้มันมีลูกกี่คน แล้วอีนังคุณหญิง นั่นมันไปไหนมาไหนทำอะไรบ้าง”
       “ได้สิแม่ เรื่องนี้ฉันชอบมาก พร้อมไปได้ทุกเมื่อ”
       “ระวังตัวด้วย คนที่แกต้องระวังมากที่สุด ชื่ออีเมี้ยน”
       ทองคิดๆ ภาพเมี้ยนแทงหลังเขียวและฟันจันด้วยเสียม แถมถามหาว่ามีใครมาด้วยแว่บเข้ามา ทองจำได้
       “ใช่แล้ว อีเมี้ยน อีนังคนดุร้ายที่มันทุบตีและแทงตาจันตาเขียว ชื่ออีเมี้ยน มันโกรธที่ไปด่าว่านังหน้าผีขาเป๋มือกุดนายมัน”
       “นายมันไม่ใช่นังหน้าผีที่แกว่า แต่มันคือนังคุณหญิง”
       “ถ้าเช่นนั้นมันต้องมีนายใหม่ขึ้นมาอีกคน อย่างนั้นหรือ”
       “เอาเป็นว่าแกไปสืบความเป็นไปของอีนังคุณหญิงก่อน แต่อย่าเพิ่งวู่วาม พวกมันจะผิดสังเกต แล้วแกจะลำบาก”
       “ใช่จ้ะแม่ ตอนนี้พวกเราต้องใจเย็น ไม่มุทะลุเหมือนครั้งที่ผ่านมา จะช้าไปสักนิด แต่ทำการแก้แค้นสำเร็จก็สมใจเรานะแม่”
       “แกต้องทำให้พวกมันไว้วางใจแก”
       “ฉันจะต้องสร้างเหตุการณ์ที่ทำให้มันไว้ใจฉันให้ได้”
       สังวรพยักหน้า
       
       โรงเรียนพริ้มเพรา...เมขลามายืนมอง พวกพริ้มเพรา แพรวพรรณราย และพราวพิลาสที่มานั่งรอรถมารับ สามคนพี่น้องนั่งกินขนม เมขลามายืนมอง อยากกิน กลืนน้ำลายและอ้าปากตามสามคนพี่น้อง พริ้มเพรากำลังจะเอาขนมเข้าปาก ชะงัก
       “เมขลา”
       พริ้มเพราเดินเอาขนมไปให้ เมขลาแปลกใจ
       “ให้ฉันหรือ”
       พริ้มเพรายิ้มจริงใจ
       “ใช่ อร่อยออก กินสิ”
       เมขลารับมากินตุ้ยๆ
       “ขอบใจ”
       พริ้มเพราถอยไปนั่งกับน้องๆ ขณะที่เมขลากำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย แพรวพรรณรายก็พูดขึ้น
       “นางยักษ์ขมูขีแม่ลูกมาแล้ว”
       รำพึงเดินมาพอดี ปราดมากระชากถุงขนมตกขนมหกกระจาย
       “ต๊าย อีเด็กกุ๊ยเหลือขอ แกไปขโมยขนมใครมากิน”
       รำพึงมองขนมที่ตกพื้น กระทืบๆขนมจนเละเทะ เมขลาเสียดาย
       “เธอทำขนมฉันตกหมดเลย”
       “ถ้าแกอยากกินมากก็ก้มลงไปเลียกินที่พื้นนั่นสิ”
       เมขลามองสุดทน
       “ทำเกินไปแล้วนะ แม่ลูกผู้ดีมีเงิน”
       “จะทำมากกว่านี้ก็ได้นังลูกกุ๊ย ฉันจะบังคับให้แกกินให้ได้”
       รำพึงไปกระชากเมขลาจะให้ก้มลงไปกินขนมที่ตกพื้นให้ได้ พริ้มเพราตกใจ
       “อย่านะรำพึง”
       แพรวพรรณรายโกรธ
       
       “ทนดูไม่ได้แล้ว”

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 10
        
       แพรวพรรณรายเดินอาดๆไปทันที แต่ไม่ทันแล้ว ขณะที่รำพึงกระชากหัวเมขลาให้ก้มลง เมขลาชกหน้ารำพึงโดยแรง รำพึงร้องไห้โฮ กุมหน้า
        
       “ว๊ายอีขี้ข้า มึงชกหน้ากู กูจะฟ้องคุณหญิงแม่ให้เฆี่ยนมึง”
       สามคนพี่น้องตกใจในคำพูดหยาบคายของรำพึง พราวพิลาสหันมาถามพิ้มเพรา
       “กูแปลว่าอะไรคะ คุณพริ้ม”
       แพรวพรรณรายตอบแทน
       “แปลว่าผู้ดีมีเงินเวลาโกรธชอบพูดกู พูดมึงค่ะ”
       รำพึงที่วิ่งร้องไห้ออกไป วิ่งกลับมา พร้อมด้วยคุณหญิงฉวีที่วิ่งโมโหโกรธามา
       “อีเด็กกุ๊ยสกปรก แกชกหน้าลูกฉัน ไปเลย ไปพบซิสเตอร์เดี๋ยวนี้ ช่วยกันฉุดมันไปค่ะคุณรำพึง”
       เมขลาไม่ยอม
       “ไม่ไป...ไม่ไป”
       สองแม่ลูกช่วยกันกระชากเมขลาออกไป คุณหญิงฉวีก็ลื่นขนมหกล้ม หงายท้องก้นกระแทก
       “ว๊าย แกทำฉันหกล้มก้นกระแทกเชิงกรานแทบหัก”
       คุณหญิงฉวีตบหน้าเมขลาทันที
       “โอ๊ยมาตบหน้ากันทำไม”
       คุณหญิงฉวีฉุดกระชาก
       “ฉุดมันไปค่ะ ลูก”
       เมขลาดิ้นรน
       “ปล่อยนะ”
       สามพี่น้องมองเหตุการณ์หันมามองหน้ากัน แพรวพรรณรายไม่พอใจ
       “เราต้องต่อสู้กับความอยุติธรรมค่ะ คุณพริ้ม คุณพราว”
       พริ้มเพราเห็นด้วย
       “ดีค่ะ เราไปเป็นพยานให้เมขลาไปค่ะ คุณพราว”
       สามคนพี่น้องเดินจูงมือกันไป
       
       ในห้องซิสเตอร์...คุณหญิงฉวีเหวี่ยงเมขลาลงที่พื้นกลางห้องของซิสเตอร์ที่ตกใจมาก
       “เกิดอะไรขึ้นคะคุณหญิงฉวี”
       “เด็กกุ๊ยนี่บังอาจมาชกหน้าลูกดิฉัน”
       รำพึงร้องไห้คร่ำครวญ
       “ฮือๆ มันอิจฉาหนู อยู่ดีๆมันก็วิ่งมาชก”
       ประตูห้องเปิดออก สามพี่น้องเดินเข้ามา แพรวพรรณรายพูดสวนขึ้นทันที
       “โกหกทั้งแม่ทั้งลูกค่ะ”
       คุณหญิงฉวีหน้าตื่น
       “ต๊าย เด็กนี่เอาอีกแล้ว มันใส่ร้ายฉันอีกแล้ว คุณรำพึงขา แม่บอกให้ไปถามว่ามันลูกเต้าเหล่าใครทำไมไม่ถามมาให้สักที ซิสเตอร์ตีอีเด็กนี่สิคะ”
       พริ้มเพราพูดขึ้น
       “ฟังพวกเราก่อนนะคะ”
       ซิสเตอร์พยักหน้า คุณหญิงฉวีไม่พอใจ
       “ต๊าย”
       สามพี่น้องยืนเรียงหน้ากันพร้อมเป็นพยาน
       
       ในห้องพักของแม่บ้าน...แม่บ้านมองเมขลาแบบไม่พอใจ
       “นังเด็กเมขลาแกไปล่อแก้วให้ฟ้าผ่ามาอีกจนได้ เด็กอะไรไม่จักผู้ดี ไม่รู้จักว่าตัวเป็นขี้ข้า มันแตกต่างกันนัก จะหาญกล้าไปต่อกรกับเขา โง่มาก เขาทำอะไรแกก็ต้องทนสิ”
       “หน้าหนูไม่ใช่ปูนหรืออิฐนะน้า จะได้ทนให้ใครตบมาตีได้ ใจหนูมันก็เหมือนกันมันทนไม่ได้หรอก ที่จะโดนจิกหัวก่นดา ราวกับว่าหนูเป็นหมาข้างถนนแล้วเขาเป็นเทวดา สักวันหนึ่งเถิด”
       ซิสเตอร์เข้ามา
       “เมขลา เจ็บมากไหม”
       “เจ็บที่ใจค่ะ เพราะหนูต่ำต้อย หนูถึงโดนดูถูกทุกวัน แต่ถ้าหนู...”
       เมขลาก้มลงไปกราบแทบเท้า ซิสเตอร์
       “ทำอะไรน่ะ เมขลา”
       “ถ้าหนูได้เรียนหนังสือเหมือนกับเด็กคนอื่น หนูจะไม่ใช่เด็กกุ๊ยอีกต่อไป แล้วถ้าหนูเรียนจบ หนูจะเป็นครูมาสอนหนังสือให้เด็กคนอื่นต่อไปค่ะ”
       แม่บ้านหน้าตื่นตกใจ
       “ต๊าย ช่างพูดช่างประจบเกินไปแล้วนะไปจำละครวิทยุที่ไหนมาน่ะ”
       เมขลาอ้อนวอน
       “เห็นแก่เด็กผู้ยากไร้ ทำบุญกับหนูสักครั้งนะคะ ทำกับหนูคนเดียวหนูจะไปทำต่อกับเด็กคนอื่นได้อีกตั้งหลายคนนะคะ”
       แม่บ้านตวาด
       “ต๊าย ใครสอนให้แกพูดจาอย่างนี้ เพ้อเจ้อ”
       ซิสเตอร์คิดๆ
       “เมขลาพูดจามีเหตุผล”
       เมขลาก้มลงกราบอีกครั้ง อย่างดีใจ
       
       ลานหน้าตึกโรงเรียนวันใหม่...เมขลาใส่ชุดนักเรียน วิ่งกางมือหมุนตัวมาอย่างดีใจ
       “ไชโย ในที่สุดฉันก็ได้เป็นนักเรียนคอนแวนต์เหมือนพวกมัน”
       พริ้มเพรา แพรวพรรณราย พราวพิลาส พากันเดินเข้ามา
       “เมขลา เธอใส่ชุด...” พริ้มเพราแปลกใจ
       “ฉันใส่ชุดนักเรียน ซิสเตอร์ รับฉันไว้เป็นนักเรียนที่นี่แล้ว เอ้อ...ขอบใจพวกเธอมากนะที่เมื่อวานช่วย เป็นพยานให้ฉัน”
       สามคนตอบพร้อมกัน
       “ไม่เป็นไร”
       แพรวพรรณรายมองหน้า
       “อย่ามาหักหลังเราทีหลังก็แล้วกัน”
       เมขลาชะงักนิดหนึ่ง ทันใดคุณหญิงฉวีกับรำพึงก็พรวดมาถึง ตาโตตกใจมาก
       “คุณหญิงแม่ขา อีเด็กกุ๊ยบ้า หน้าไม่อายใส่ชุดนักเรียนคอนแวนต์”
       คุณหญิงฉวีจ้องหน้าเหยียด
       “แกปลอมตัวเป็นนักเรียน อยากมาตีเสมอกับพวกผู้ดี ถอดชุดนักเรียนของแกออกมาเดี๋ยวนี้นะ”
       เมขลาไม่ยอม
       “ไม่”
       “จับมันถอดเลยค่ะคุณแม่”
       คุณหญิงฉวีกับรำพึงปราดไป จะจับเมขลาถอดชุด สามพี่น้องมองหน้ากัน แพรวพรรณรายไม่พอใจ
       “แก่แล้วยังทำตัวเป็นเด็ก ต้องสั่งสอน”
       แพรวพรรณราย ยื่นเท้าไป คุณหญิงฉวีปราดมา เท้าคุณหญิงฉวีสะดุดเท้าของแพรวพรรณราย ล้มหน้าฟาด
       “ว้าย”
       รำพึงตกใจ
       “คุณหญิงแม่”
       แพรวพรรณรายหดเท้าแล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ คุณหญิงฉวี ชี้หน้าสามคน
       “แกคนไหนยื่นตีนมาขวางเท้าฉัน”
       แพรวพรรณรายเบ้หน้า
       “ต๊าย ผู้ดีอะไรพูดตีน ตีนแดงแน่ๆ”
       คุณหญิงฉวีโกรธ
       
       “ต๊าย อีเด็กปากกล้า แกรู้จักฉันน้อยไปแล้ว”

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 10
        
       แพรวพรรณรายสวนทันที
        
       “แก่...นิสัยแบบนี้ไม่มีใครอยากรู้จักหรอก น่ารังเกียจ”
       “ต๊ายแกย้อนฉัน บอกมานะว่าพ่อแก แม่แกเป็นใคร”
       แพรวพรรณรายตอบหน้าตาเฉย
       “เป็นคน”
       คุณหญิงฉวียิ่งโกรธ
       “ต๊าย เด็กอะไรพ่อแม่ไม่สั่งสอน”
       แพรวพรรณรายสวน
       “ต๊าย ผู้ใหญ่อะไร พ่อแม่ไม่สั่งสอน”
       คุณหญิงฉวีโมโหจนทนไม่ไหว
       “ขอตบหน้าเด็กอวดดีนี่สักฉาดสิ”
       ซิสเตอร์ออกมา พร้อมกับเสียงระฆังเรียกนักเรียนเข้าแถว คุณหญิงฉวีเงื้อมือค้าง แพรวพรรณรายมองหน้าหยัน
       “กุ๋ยๆ หน้าไม่อาย”
       คุณหญิงฉวีจ้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
       
       ในห้องเรียน พวกเด็กเดินเข้าแถวมานั่งเรียงรายกัน เมขลาเดินมาไม่มีใครยอมให้นั่งด้วย ไปนั่งตรงไหน คนนั้นก็ลุกหนี พริ้มเพราเรียก
       “เมขลา มานั่งกับฉันสิ”
       พอเมขลาจะเดินไป รำพึงก็มานั่งข้างพริ้มเพราหน้าตาเฉย รำพึงกระซิบกระซาบบอกต่อกันไปทั่วเรื่องเมขลาเป็นเด็กกุ๊ย
       “มันเป็นเด็กกุ๊ยสกปรก”
       “มันเป็นเด็กกุ๊ยสกปรก”
       เด็กๆบอกกันต่อไปจนมาถึงพริ้มเพรา
       “เขาเป็นเด็กปกติเหมือนเราไม่ใช่เด็กกุ๊ย”
       รำพึงโวย
       “ไม่จริง ไม่จริงพวกเราไม่จริง อย่ายอมเรียนหนังสือกับมัน อย่านั่งใกล้มัน อย่ากินข้าวโต๊ะเดียว อย่าเดินกับมัน อย่าพูดกับมัน”
       ทุกคนพูดพร้อมกัน
       “มันคนละชั้นกับเรา”
       รำพึงตะโกนไล่
       “ออกไปจากห้องเรียนของเราเดี๋ยวนี้ นังกุ๊ย พวกเรามาช่วยกันจับมันโยนไปนอกห้อง”
       ทุกคนพากันมาลากเมขลาจะโยนไปนอกห้อง พริ้มเพราห้าม
       “อย่ารังแกเขา”
       รำพึงยุยงต่อ
       “คุณหญิงแม่บอกว่ามันเป็นแกะดำ มันเป็นกาในฝูงหงส์ มันเป็นขี้ข้า ในดงผู้ดี”
       พริ้มเพรามาช่วยเมขลากลับชุลมุนไปหมด เมขลาเตะต่อยทุบตีพวกที่เข้ามาจับตัว ล้มระเนระนาด ครูประจำชั้นเดินเข้ามา
       “ทำอะไรกันน่ะ นักเรียน หยุดนะ”
       เด็กๆหยุด
       “พวกเรา...”
       รำพึงพูดไม่ทันจบ เมขลาแทรกขึ้น
       “เล่นกันค่ะ มันเลยเถิดไปสักหน่อยค่ะ”
       ครูมองเมขลาที่ยับเยินไปหมดทั้งตัว มีพริ้มเพรายืนข้างๆกำลังช่วยจัดเสื้อผ้าให้
       “นักเรียกทุกคนฟังทางนี้ เรามีนักเรียนใหม่ เพิ่มมาหนึ่งคนชื่อเมขลา”
       ทุกคนอึ้ง
       “เมขลา”
       “เมขลา มายืนหน้าห้องให้ทุกคนเห็นจ้ะ”
       เมขลามายืนหน้าห้อง พริ้มเพราปรบมือให้ แต่คนอื่นๆโห่ เมขลากลั้นน้ำตาครุ่นคิดในใจ
       ‘อีลูกผู้ดีมีเงิน มีหน้ามีตา แม้ฉันไม่อาจมีอย่างพวกแก แต่รับรองว่า ฉันมีปัญญามากกว่าพวกแกแน่นอน ผู้ดีสวะ ผู้ดีจอมปลอม’
       
       ทองมายืนหน้าป้อมยามมองบ้านหลังใหญ่โตมาก เขาหน้าตาดุดันเจ็บปวด
       “นี่บ้านของกูแท้ๆ แต่ทำไมกันวะ ทำไมกูอยู่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเดินเข้าบ้านได้”
       ยามโผล่มาเอ็ดตะโร
       “มายืนเกะกะหน้าบ้านทำไมไอ้หนุ่ม”
       ทองยกมือไหว้
       “พี่ครับ ผมตกงาน มาหางานทำ”
       “ไปหาเอาข้างหน้าที่นี่ไม่มีงานให้ทำหรอก”
       “ผมไม่เอาเงินเดือนก็ได้ ขอแค่แลกข้าวกินกับที่ซุกหัวนอนเท่านั้นก็พอแล้วครับพี่ เห็นหน้าตาพี่ก็พอรู้ว่าเห็นใจคนตกระกำลำบาก”
       ยามมองแล้วคิด
       “ก็ได้ แต่ต้องไปถามคุณแม่บ้านใหญ่ คุณเมี้ยนก่อน”
       ได้ยินชื่อเมี้ยนทองตาลุกวาว แล้วหันมาทำหน้าเศร้า
       “ได้ครับ ผมจะรอ”
       “แกรอที่นี่ ห้ามเดินเข้าไปก่อนได้รับอนุญาต”
       ทองพึมพำ
       “บ้านของกูแท้ๆจะเดินเข้าไป ยังต้องมาขออนุญาตยาม จะเข้าไปกินไปอยู่ต้องทำงานแลก ต้องไปขอความเห็นจากอีขี้ข้าเมี้ยน นรกเอ๊ย”
       เสียงรถแล่นมาถึงหน้าบ้าน บีบแตรจอดรอให้ประตูเปิด ยามจึงหันกลับมา
       “ถอยไปก่อน ท่านเจ้าคุณมา อย่าเกะกะ”
       ทองหันขวับไปพึมพำ
       “ท่านเจ้าคุณหรือ ก็พ่อกูสิ พ่อกูมา นั่นพ่อกูแท้ๆ พ่อ”
       ทองไม่หลีกไม่ถอยแต่ยืนตะลึงมองเข้าไปในรถ ยามรีบเรียก
       “เฮ้ย บอกให้ถอยมา ท่านจะเข้าบ้าน”
       ทองครุ่นคิดในใจ
       “ขอดูน้ำใจพ่อสักหน่อยเถิด”
       ทองตัดสินใจเดินเซไปปะทะหน้ารถแล้วล้มลงขวางรถทันที ยามตกใจ
       “เฮ้ย...”
       
       ศีลกับเจ้าคุณนั่งด้านหลังรถ เจ้าคุณมองหน้ารถ
       “ใครมาเป็นลมขวางรถ”
       “กระผมจะลงไปดูนะขอรับ”
       “ลงไปดูเถิด ช่วยเขาหน่อย เป็นอะไรมากหรือเปล่า”
       “ขอรับ”
       ศีลลงไป เจ้าคุณเปิดกระจกชะโงกมอง ทองแอบหรี่ตาดูผิดหวัง
       “เขาไม่ลงมาเหลือบแลกู”
       ทองทำเป็นลม นายบุญกับยามพยายามจะเอาทองออกจากจุดนั้น
       “เมื่อกี้มันยังดีๆอยู่เลย จู่ๆเป็นลมไปง่ายๆเสียอย่างนั้น” ยามบ่น
       “ยามช่วยกันเอามันหลบไปก่อน ท่านจะได้เข้าบ้าน”
       ศีลเข้ามาถาม
       “เขามาทำไมหรือ”
       “มาของานทำขอรับ คงจะอดโซมา ถึงกับลมใส่”
       “ฝากยามปฐมพยาบาลด้วย ฟื้นขึ้นมาค่อยพูดจาถามไถ่กัน”
       ศีลเดินกลับไปที่รถ สองคนลากเอาทองหลบไป ศีลหันมาบอก
       “อ้อให้ข้าวปลาเขากินด้วย”
       ยามรับคำ
       “ครับ”
       ทองหรี่ตามอง รำพึงในใจ
       “คล้ายว่าเคยเห็นมันมาก่อน”
       ทองนึกถึงตอนที่ศีลไล่เขาให้หนีไป ก่อนที่เมี้ยนจะมาเจอแล้วทำร้ายก็จำได้
       “ไอ้หมอนี่ที่ช่วยเราวันก่อน มันเป็นใครดูใหญ่โตจริง”
       
       รถของเจ้าคุณแล่นผ่านไปในบ้าน
       
       

       จบตอนที่10

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 27 จบบริบูรณ์
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 26
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 25
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 24
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 23
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 5 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กลัวรูปป้าเสื้อชมพู
ugly
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สั้นลงเรื่อยๆ คุณหญิงขอรับ ขอแบบยาวๆให้กระผมชื่นใจสักวันได้ไหมขอรับ ทุกวันนี้นั่งรออ่านจนไม่เป็นทำงานทำการแล้ว T_T
piper.nonstop@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตาท่านเจ้าคุณเหมือนคุณยายอมรา อัศวนนท์จังคะ
เค้าเองแหละ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เนื้อเรื่องอ่านแล้วสนุกมากๆค่ะอยากให้อัพไวๆเลยค่ะว่าตอนรุ่นลูกจะสนุกแค่ไหนแต่ยังไงก็ขอบคุณนะค่ะที่อัพตรงเวลาขอบคุณค่ะ
แฟนคลับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นึกว่าเรื่องนี้ไปที่สะบันงาเสียอีกที่แท้คือหัตถาหมายถึงคุณหญิงศรีหรอกเหรอเนี่ย
งอมแงม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สุดท้ายพริสซี่ก็รอด โชคดี แต่คุณหญิงศรีรับเคราะเเทน
โอ๊ว!มายกอต
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คือหัตถาที่คุ้มครองลูกน้อยจริงๆ
nnn
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านแล้วคิดแต่หน้าคุณหญิงศรีคือ จารุณีสุขสวัสดิ์
และเห็นจารุณีตอนไปเป็นมวลมหาประชาชนคือคุณหญิงศรี
nnn
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สงสารคุณหญิงศรีมากมาย ใจจะขาดแล้วค่ะ
เพ็ญ บ้านสวน ชลบุรี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โธ่ คุณหญิง ทำไมลงน้อยนิดอย่างนี้ล่ะคับ จะลงแดงตายแล้ว เอาแบบเมื่อก่อนไม่ได้หรอ
piper nonstop
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014