หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คือหัตถาครองพิภพ

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 12

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 มกราคม 2557 08:19 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 12
       คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 12
       
       ในบ้านหลังเล็ก อาหารกองเต็มโต๊ะ เมี้ยนจัดมาให้
       
       “รับประทานสิคะคุณ”
       คุณหญิงศรีนั่งมองไม่ยอมแตะ กินไม่ลง เสียงเปียโนเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ดังแว่วมา
       “นั่นฝีมือพริสซี่ใช่ไหม”
       “ค่ะ เธอดีดกับคุณพราวค่ะ”
       “คงน่ารักมากสินะ”
       “ไม่มีอะไรจะน่ารักไปมากกว่านี้แล้วค่ะ คุณจะไปดูพวกเธอก็ยังทันนะคะ”
       “ฉันจะไปอย่างไรพูดบ้าๆพูดโง่ๆ”
       เมี้ยนหยิบหน้ากากมาอันหนึ่งชูขึ้น
       “สวมนี่ ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นใครหรอกค่ะ ไปสิคะ นานๆจะมีงานสักครั้งท่านจะฉลองอีกสักทีก็เจ็ดรอบ ต้องรอจนท่านอายุหกสิบเจ็ดปีนะคะ”
       คุณหญิงศรีถอนใจชั่งใจ เมี้ยนยื่นหน้ากากตรงหน้า
       
       พริสซิลล่ากับพราวพิลาสดีดเปียโน ธรรม์ยืนอยู่ใกล้ เมี้ยนพาคุณหญิงศรีมาแอบดู คุณหญิงศรีใส่ชุดลูกไม้สีดำคลุมแขนคลุมเท้าใส่หน้ากาก
       “เด็กผู้ชายน่ารักนั่นลูกใครกัน”
       “ลูกชายคุณปานวาดไงคะ เธอไปมีผัวฝรั่งจริงๆดังที่ขู่คุณหญิงลออศรีตอนนี้ผัวเธอตายเธอพาลูกชายกลับมาเมืองไทย ลูกชายเธอชื่อคุณธรรม์ค่ะเข้ากันได้ดีกับคุณพราว ชอบดนตรีทั้งคู่ น่ารักทั้งสามคนเลยนะคะ”
       คุณหญิงศรีพยักหน้า
       “ใช่น่ารักมาก”
       “ภูมิใจกับคุณพริสซี่เธอมากไหมคะ ดูเธอสิ เก่งแท้ๆ”
       “ดวงใจของแม่ ช่างงดงามเหมือนเทพธิดาน้อยในเทพนิยาย ชีวิตของแม่มีไว้เพื่อลูกเพียงเท่านั้น หาไม่แม่คงฆ่าตัวตายไปนานแล้ว”
       “ช่างน่ารักเหลือเกินนะคะ ดูสิคะ ใครว่าเธอไม่มีสมาธิ นี่เธอตั้งอกตั้งใจเล่น นี่เที่ยวที่สองแล้วนะคะ”
       “เธอรู้ว่าวันนี้วันสำคัญของพ่อ เธอรู้จักทำเพื่อคนอื่น เป็นอย่างนี้แต่ยังมีจิตใจที่ดีงาม ยิ่งได้แม่อย่างสะบันงามาอบรม เธอยิ่งเป็นคนที่สมบูรณ์แบบที่สุด”
       ดวงตาของคุณหญิงศรีมีน้ำตาคลอขัง แม้จะซ่อนอยู่ใต้หน้ากาก
       
       การเป่าเค้กสิ้นสุด การร้องเพลงจบแล้ว ทุกคนปรบมือ เจ้าคุณยกแก้วไวน์ขึ้น
       “ข้าพเจ้า นายสมิตชาวอังกฤษ ที่ได้มาอาศัยอยู่ในประเทศไทยนานนับหลายสิบปี บัดนี้ แม้จะลาออกจากราชการ แต่ข้าพเจ้าก็ยังจงรักภักดีต่อแผ่นดินนี้ตราบจนวันตาย เรามาพร้อมใจกันดื่มให้ประเทศไทย เชียร์ส”
       ทุกคนยกแก้ว เชียร์ส เจ้าคุณตะโกน
       “ไชโย”
       ทุกคนตะโกนรับ
       “ไชโย”
       เสียงแก้วตกดังเพล้ง ทุกคนหันไปมอง เห็นปานวาดยืนซบอกอาคมอยู่ อาคมทำหน้านิ่งที่สุด
       “เธอไม่ได้ตั้งใจครับ แก้วมันลื่นพลัดหล่นจากมือ”
       ปานวาดเมามาย
       “วันเกิดใครหรือคะ ปีแอร์ดาหลิง”
       ทุกคนเริ่มแอบซุบซิบกัน คุณหญิงลออศรีกระซิบเจ้าคุณเกษม
       “ไปลากตัวมันออกมาจากอกผู้ชายคนนั้นให้เร็วที่สุด คุณเกษม”
       คุณหญิงฉวีได้ทีร้องขึ้น
       “ต๊าย...นั่นปะไร ยัยปานวาดหาผัวได้ในคืนนี้จริงๆ”
       คุณหญิงฉวียิ้มอย่างดีใจมองไปที่คุณหญิงลออศรีที่รีบเมินหน้าไปทางอื่นโดยเร็ว ศีลรีบแก้สถานการณ์
       “ต่อไปนี้ ขอเชิญทุกท่านร่วมบรรยากาศสนุกสนาน ด้วยการเต้นรำใส่หน้ากากครับ ขอเชิญท่านเจ้าคุณเปิดฟลอร์ขอรับ”
       คุณหญิงฉวีกระซิบคนข้างๆ
       “ต๊าย...ยัยคุณหญิงบ่าวตั้ง มันจะรำวงเอาเสียกระมัง หน้าอย่างนี้มีหรือจะเต้นรำเป็น”
       เจ้าคุณโค้งให้สะบันงา ทั้งสองใส่หน้ากาก เจ้าคุณโอบเอวพาสะบันงาออกไปเต้นรำ พอเต้นไปสักครู่ ศีลกล่าวต่อไป
       “ขอเชิญท่านผู้มีเกียรติเต้นรำร่วมกับท่านเจ้าคุณและคุณหญิงครับ”
       มีบางคนพากันออกไปเต้นรำ
       “ขอเชิญแขกที่ยังไม่ได้ออกไปเต้นรำ รับประทานเค้กครับ”
       ศีลเดินโค้งให้คนโน้น ยิ้มให้คนนี้
       
       กลุ่มเด็กๆ...เมขลาสะกิดถามพริ้มเพรา
       “ผู้ชายสุดเก๋ สง่างามเหมือนพระเอกหนังคนนั้นคือใครหรือจ้ะพริ้มเพรา”
       “เขาเป็นลูกชายบุญธรรมของคุณป๋า เขากำลังจะเป็นผู้จัดการห้างของครอบครัวเรา”
       เมขลาตื่นเต้น
       “โอ้โฮ ช่างโก้เหลือเกิน โก้ที่สุด อยากรู้จักเขาบ้างจังเลย”
       รำพึงแทรกมาทันที
       “ไม่เจียมกะลาหัว”
       เมขลาหันขวับไปจ้องหน้า
       “เธอว่าใครรำพึง”
       รำพึงมองเหยียด
       “ใครก็ได้ที่ไม่เจียมกะลาหัว”
       พริ้มเพราปราม
       “จุ๊ๆ นั่น คุณศีลกำลังเดินมาแล้ว”
       ศีลเดินมาหาสาวๆ
       “คุณพริ้มไม่เต้นรำหรือครับ”
       พริ้มเพราชะงัก
       “เออ...”
       เมขลาแทรกทันที
       “เมขลาอยากเต้นรำค่ะ”
       “ต๊าย...หน้าไม่อาย” รำพึงพูดเบาๆ “เสนอตัวให้ผู้ชาย ซึ้งๆหน้า”
       พริ้มเพราแนะนำเพื่อนๆกับศีล
       “นี่เมขลาเพื่อนพริ้มเองค่ะ”
       เมขลาไหว้ศีลชดช้อยมาก
       “สวัสดีค่ะ คือ พริ้มเพราเขาอยากให้เมขลาเต้นรำน่ะค่ะ เขาอยากแนะนำให้เมขลารู้จักคุณศีลค่ะ เมขลาไม่ได้คิดเองนะคะ”
       เมขลาหันมาสบตาพริ้มเพราเชิงวิงวอน
       “เออ ใช่ค่ะ”
       รำพึงโวย
       “ต๊าย...โกหกพกลมกันต่อหน้าต่อตา พริ้มเพราเธอพูดตอนไหนหรือ”
       เมขลามองหน้าพริ้มเพราน้ำตาเอ่อ แล้วทำน้ำตาซึมต่อหน้าศีลให้ดูน่าสงสาร
       “เมขลาขอโทษค่ะ ถ้าทำให้คุณศีลรำคาญ เมขลาขอตัวค่ะ”
       เมขลายกมือไหว้ทำท่าจะเดินจากไป พริ้มเพราสงสารเพื่อนขอร้องศีล
       “คุณศีลคะ สอนเมขลาเต้นรำเถิดค่ะ”
       “ยินดีครับ เชิญใส่หน้ากากครับ”
       ศีลโค้งให้เมขลาสองคนใส่หน้ากาก แล้วพากันออกไปเต้นรำ รำพึงหันมาค้อน พริ้มเพรา
       “พริ้มเพราเธอตามใจยัยนั่นมากเกินไปมาตลอด เธอกำลังให้มันไม่รู้จักตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเอง”
       “เธออย่ามองคนในแง่ร้ายสิรำพึง ทำอย่างนี้ใจเธอมันจะหงุดหงิดไปเอง”
       “สักวันมันคงขอคนรักของเธอ ถ้ามันอยากได้ แล้วเธอจะยอมให้หรือ”
       “เธออย่าพูดจาเกินเลยในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ ใครจะกล้าทำอย่างนั้น”
       “ฉันว่ามันกล้านะ คอยดูเอาเถอะ คุณศีลคนนั้นมันไม่รอดพ้นเงื้อมมือมันแน่”
       “ถ้าคุณศีลเขาพึงพอใจกันกับเมขลา ก็ไม่เกี่ยวกับเธอและฉันหรอกนะ รำพึง ขอตัวก่อน”
       
       พริ้มเพราเดินหลีกไป รำพึงมองตามยกไหล่ใส่หน้ากากเดินไปอีกทาง

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 12
        
       พริ้มเพราเดินหลบรำพึงมาเพราะระอาส่ายหน้าเพราะหนักใจเพื่อน พริ้มเพรากำลังจะใส่หน้ากากกลับชนเอาใครคนหนึ่งที่กำลังยกหน้ากากมาใส่เช่นกัน
        
       “อุ๊ย ขอโทษค่ะ”
       “ขอโทษด้วยเช่นกันครับ เอ้อ...”
       “คะ...”
       “ผมชื่ออุดรครับ เป็นลูกชายของคุณหลวงหมออดุลย์นายแพทย์ประจำบ้านนี้ครับ”
       อุดรเปิดหน้ากากให้ดูหน้าตนเอง พริ้มเพราหัวเราะ
       “ตายจริง ที่แท้ก็จุดใต้ตำตอกันเอง ฉันนี่แหละคะที่คุณหลวงหมออดุลย์คุณพ่อคุณทำคลอดกับมือของท่าน”
       “คุณพริ้มเพรา”
       “ค่ะ รู้ชื่อฉันได้อย่างไรกันคะ”
       “คุณพ่อบอกครับ”
       “ฉันทราบแต่ว่าคุณหมอมีลูกชายค่ะ เออยินดีที่ได้พบค่ะ”
       “ยินดีเช่นกันครับ ผมกำลังเรียนแพทย์ปีที่สองแล้วครับ จะมาเป็นหมอเหมือนคุณพ่อครับ”
       “มาเป็นหมอรักษาคนบ้านนี้เหมือนคุณหลวงหมออดุลย์ด้วยหรือเปล่าคะ”
       อุดรยิ้ม
       “ถ้าคนบ้านนี้อนุญาตครับ เออ คุณพริ้มเพราครับ”
       “คะ...”
       “ถ้าไม่รักเกียจ ให้เกียรติเต้นรำกับผมได้ไหมครับ”
       “ค่ะ ยินดีค่ะ”
       “ขอบคุณมากครับ”
       อุดรโค้งให้ พริ้มเพรายิ้ม เขายื่นมือมา เธอยื่นมือรับ
       “ขอบคุณครับ”
       “ใส่หน้ากากก่อนนะคะ”
       “ครับ”
       สองคนออกไปเต้นรำด้วยกัน...ใกล้ๆกันนั้น รำพึงที่เดินมาเห็นหยุดมองไม่พอใจ
       “ดัดจริต อ่อยเหยื่อผู้ชายกันเก่งๆทั้งนั้น ไม่มีใครเต้นรำด้วยก็ไม่เห็นจะตาย”
       รำพึงยืนค้อนลมค้อนแล้ง สะบันงาเดินมาพอดีในมือถือช็อกโกแลตกล่องใหญ่
       “คุณรำพึงขา นายแม่ตามหาหนูมีอะไรจะฝากให้กลับไปรับประทาน ที่บ้านค่ะ”
       “เออ อะไรหรือคะ”
       สะบันงาส่งช็อกโกแลตกล่องใหญ่สวยงามหายากในเมืองไทยให้
       “ช็อกโกแลตค่ะ”
       รำพึงยิ้ม
       “กล่องสวยจังค่ะ ข้างในคงอร่อยเหมือนกับที่พริ้มเพราชอบเอาไปให้เมขลากินที่โรงเรียนบ่อยๆนะคะ”
       “ค่ะ ถ้าหนูชอบบอกคุณพริ้มสิคะ นายแม่จะส่งไปให้หนูอีก”
       รำพึงดีใจ
       “จริงหรือคะ”
       “ค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ นายแม่จะเดินไปดูแขกด้านโน้นค่ะ”
       รำพึงยกมือไหว้ มองตาม
       “ต่อไปนี้ฉันไม่เชื่อใครอีกแล้วว่านายแม่ของพริ้มแพราเป็นคุณหญิงบ่าวตั้ง ฆ่าเมียหลวงตาย”
       รำพึงยิ้มมองช็อกโกแลตในมือ
       
       พฤกษ์ พจน์ ทอง นั่งที่โต๊ะมุมหนึ่ง พจน์กับพฤกษ์ ถือหน้ากากแกว่งไปมาคึกคะนอง
       “นั่งนานๆมันเบื่อแล้วนะพจน์”
       “รออีกประเดี๋ยวสิครับคุณพฤกษ์”
       “นึกออกแล้ว พจน์เรามาเต้นรำกันดีกว่า”
       “ไฮ้ พี่เต้นไม่เป็นนะ”
       “เราก็เป็นเสียที่ไหน มาเต้นกันตรงนี้ เต้นท่าพม่าแทงกบไง”
       แล้วพฤกษ์ก็เต้นไปมา ดึงเอาพจน์ไปทำท่าทางด้วย เต้นยั่วตรงหน้าทอง ที่มองสะบันงา
       “นายทองกำลังเข้าชาน” พฤกษ์บอกขำๆ
       ทองมองเขม้นมองไปที่สะบันงา เต้นรำกับเจ้าคุณ
       
       ในฟลอร์เต้นรำ...สะบันงากับเจ้าคุณเต้นรำด้วยกัน
       “เต้นรำกันวันนี้ ให้นึกถึงวันที่ฉันบังคับให้สะบันงาหัดเต้นรำ สะบันงาบ่ายเบี่ยงมาก ไม่อยากเต้นรำ”
       “ฉันเห็นว่าคงไม่มีโอกาสได้เต้นรำหรอกค่ะ”
       “ฉันจึงฉวยโอกาสจัดงานเพื่อจะได้เต้นรำและอวดให้ใครๆเห็นว่าคุณหญิงสะบันงาของฉันสวยงาม และเก่งกาจสามารถรับแขกได้ทั้งฝรั่งและไทยไม่มีเคอะเขิน”
       “แหม ท่านละก้อ นี่วันเกิดท่านนะคะ”
       “วันเกิดฉัน แต่เพื่อสะบันงา ฉันแก่มากแล้วอะไรที่อยากทำฉันจะรีบทำประเดี๋ยวจะตายเสียก่อนแล้วจะอดทำ”
       “อย่าพูดเรื่องความตายสิคะ ท่านอายุหกสิบไม่มากหรอกค่ะสักแปดสิบ ท่านค่อยพูดเรื่องนี้”
       “เรากำหนดวันเกิดได้ แต่สำหรับวันตายเราไม่อาจกำหนดได้ สะบันงารู้ไหมฉันรักเธอ หลงใหลเธอตั้งแต่วันแรกที่พบกัน ตอนนั้นเธอยังเพิ่งจะรุ่นสาว ความรักนี่มันหักห้ามใจไม่ได้เอาเสียจริงๆ เคยพยายามที่จะไม่รักเธอแต่ฉันทำไม่ได้”
       สะบันงารำพึงในใจ
       ‘ฉันเองก็เช่นกันค่ะ เคยพยายามที่จะรักท่าน ดังเช่นที่ฉันรักคุณ ศุกลฉันก็มิอาจทำได้ ฉันขอโทษค่ะ แต่อย่าไรก็ตามฉันขอจงรักภักดีซื่อสัตย์กับท่านไปจนวันตาย’
       เจ้าคุณปลื้มใจ
       “สะบันงา แม้เธอมิอาจรักฉันได้เช่นคู่รัก แต่ฉันก็ขอบคุณเธอ ซาบซึ้งในน้ำใจของเธอที่ ไม่เอ้...วอกแว่กไปกับอะไรที่เธอคิดว่าไม่ถูกต้อง ขอบคุณจริงๆ ผู้หญิงอย่างสะบันงาหาไม่ได้อีกแล้ว”
       เจ้าคุณกอดสะบันงาแน่นขึ้น เพลงจบ เสียงปรบมือดังขึ้น เจ้าคุณโน้มหน้าไปจูบหน้าผากสะบันงา เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง
       ศีลประกาศ
       “งดงามมากครับสำหรับเพลงเปิดฟลอร์โดยท่านเจ้าคุณและคุณหญิง และลำดับต่อไปทุกท่านจะได้พบความอบอุ่น ความน่ารัก และความงดงามของครอบครัวสมิติภูมิ ขอเชิญคุณหนูทุกท่านร่วมเต้นรำกับเจ้าคุณพ่อและคุณหญิงแม่ครับผม คุณพี่เลี้ยงกรุณาพาคุณหนูมารวมกันที่ฟลอร์ครับ กรุณาปรบมือให้ครอบครัวของท่านเจ้าพระยาด้วยครับ”
       เสียงปรบมือดังก้อง
       
       ทองฟังแล้วปวดหัวใจหนึบ
       “ลูกทุกคน แล้วกูเล่า ขี้ข้าของพ่อกู น้องกูกระนั้นหรือ โชคชะตาทำไมใจดำกับกูนัก”
       พฤกษ์หันมาชวนพจน์
       “ไปเลยพี่พจน์ไปกันเถิด แหมอยากให้นายทองไปด้วยกันจัง”
       “ผมขี้ข้าขอรับ เชิญคุณหนูทั้งสองเถิดขอรับ”
       ทองหลบหลังเด็กสองคนแบบเจ็บช้ำ ทองน้ำตาคลอ
       
       บนฟลอร์ เป็นการเต้นบันนี่ฮอป เจ้าคุณอยู่หัวแถว พริสซิลล่าเกาะต่อจากสะบันงา และลดหลั่นกันมาตามอายุ พฤกษ์รั้งท้าย เป็นภาพที่น่ารักสำหรับครอบครัวเจ้าคุณ ทุกคนเต้นร่าเริงมีความสุข เสียงปรบมือให้จังหวะตามเพลง และเฮฮากันเต็มที่ ศีลประกาศ
       “ขอเชิญแขกที่สนใจอยากเต้นบันนี่ฮอปตั้งแถวอีกแถวเพื่อประชันกับ แถวของท่านเจ้าคุณครับ”
       มีอีกแถวมาเกาะกัน กระโดนเต้นสวนกันอย่างสนุกสนาน
       
       เมี้ยนกับคุณหญิงศรีนั่งหลบมอง สองคนมองอย่างเพลิดเพลิน ทั้งเศร้า ทั้งสุข
       “บุญของสะบันงาแท้ๆ เด็กมันสะสมบุญเอาไว้จนมาได้ดีเอาในชาตินี้”
       ดวงตาคุณหญิงศรี มีน้ำตาไหลออกมา
       “บุญของคุณก็มีอยู่นะคะ คุณพริสซี่เธอออกจะน่ารัก เฉลียวฉลาดเข้ากับคนอื่นได้ดีขึ้นทุกวัน”
       “เห็นพริสซี่สนุกสนานกับทุกคนได้ หัวใจฉันพองโตจนแทบระเบิดแล้ว”
       “ดูแกสิ หัวเราะทำตามคนอื่นได้โดยไม่ติดขัด”
       “เธอจะติดขัดต่อเมื่อเธอไม่ชอบใจค่ะ แต่นี่เธอชอบ เธอดูร่าเริงมากที่สุด ตั้งแต่เมี้ยนเคยเห็นเธอมา”
       “นี่แสดงว่าลูกฉันมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก อีกไม่นานแกคงพัฒนาได้ใกล้เคียงคนอื่น เมี้ยนจ๋า นับตั้งแต่วันที่ศุกลตาย วันนี้คือวันที่ฉันมีความสุขที่สุด ฉันจะเลิกสงสารตัวเอง ฉันจะทุ่มเททั้งชีวิตให้พริสซี่ พริ้มเพรา และเผื่อแผ่ไปถึงลูกๆของสะบันงา พอกันที่สำหรับปมด้อยในความพิการของตัวเอง”
       “เมี้ยนดีใจมากค่ะที่ได้ยินเช่นนี้”
       “ดูแกหัวเราะสิ”
       
       สองคนมองอย่างมีความสุข

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 12
        
       แถวของเจ้าคุณกระโดดฮอปและเตะขาไปข้างๆ ตามกัน พริสซิลล่าเกาะติดคนเดียว ดูมีชีวิตชีวาและมีความสุขมากดังที่คุณหญิงศรีว่า ทุกคนกระโดดสนุกเช่นกัน...ทองนั่งมองอย่างริษยาแทนแม่เป็นที่สุด เขาน้ำตาไหลริน เอาหลังมือปาดน้ำตา แล้วสะอื้นออกมาเบาๆ
        
       “ทำไม ทำไม เพราะมึงอีคุณหญิง มึงทำกูต่ำต้อยจมดิน”
       ทองสะอื้นออกมา
       
       เพลงจบลง มีเสียงปรบมือจากรอบข้างและพวกที่เต้นกันเอง เจ้าคุณกับสะบันงาหันมาหาพริสซิลล่า สะบันงากอดพริสซิลล่า
       “คุณพริสซี่น่ารักเหลือเกินค่ะ เก่งที่สุดค่ะ”
       เจ้าคุณอุ้มพริสซิลล่าขึ้นมาแล้วหมุน พริสซิลล่าโอบรอบคอเจ้าคุณ ลูกคนอื่นกับสะบันงาจับมือกันเป็นวงกลมล้อมหมุนตามไปด้วย หัวเราะกันอย่างมีความสุข เจ้าคุณวางพริสซิลล่า ก้มลงหอมแก้ม
       “ฮันนี่ เลิฟยู และ พราวด์ ออฟ ยูโซ มัช”
       “เยส แทงคิ้ว เลิฟยู แอนด์ พราวออฟ ยู ทู”
       พริสซิลล้าหอมเจ้าคุณ แล้วหันมาหอมสะบันงา สะบันงาหอมตอบ พริสซิลล่าพึมพำ
       “มามี่ มามี่ แวร์ อิส มามี่”
       ทุกคนพากันจูงมือกันออกจากฟลอร์
       
       คุณหญิงศรีกับเมี้ยนอิ่มอกอิ่มใจมาก
       “วันนี้คือวันของพริสซี่จริงๆ”
       “ค่ะ”
       “วันนี้ฉันคงนอนหลับฝันดี และเลิกฝันร้ายเสียที”
       “ค่ะ”
       “กลับกันเถิด ประเดี๋ยวจะมีใครมาสังเกตเห็นฉัน มันจะทำให้งานเลี้ยงของเขาหมดสนุก”
       เมี้ยนประคองคุณหญิงศรีพากันเดินหลบออกไป พริสซิลล่าเดินมามองหา
       “แวร์ อิส มามี่”
       พริสซิลล่าเดินหา
       
       ทองนั่งหดหู่ป้ายน้ำตา พจน์กับพฤกษ์ยังกระโดดไม่เลิกแต่กระโดดมาหาทอง
       “กูก็ลูกแม่ กูลูกเมียพระยาเหมือนกัน ทำไมถึงไม่รักไม่เทิดทูนเหมือน อีนังนั่นกับลูกมัน มันมีดีตรงไหนกัน คงเป็นเพราะมันมารยายาสาไถได้ร้ายกาจนัก”
       ทองมัวแต่เพลินอิจฉา พจน์กับพฤกษ์มาที่หูคนละข้าง สองคนส่งเสียงพร้อมกัน
       “วู้ว...นายทอง”
       ทองสะดุ้งโกรธ
       “ไอ้เด็กระ...” ทองชะงักหยุด “เออ คุณหนูสองคนทำผมตกใจหมด”
       “นั่งเฉยๆมันเบื่อนี่นา ไปหาที่หลอกผีใส่คนอื่นกันดีกว่านายทอง” พฤกษ์ชวน
       “คุณพฤกษ์คุณพจน์พากันหลอกผีพวกที่ในครัวสิครับ ขี้คร้านจะตกใจกลัวกันแทบหัวใจวาย”
       “เราอยากให้นายทองไปด้วย” พฤกษ์คะยั้นคะยอ
       “ผมต้องช่วยเก็บของด้านนี้ก่อน คุณสองคนไปเล่นให้สนุกนะครับ”
       พจน์เห็นด้วย
       “จริงของนายทอง ไปเถิดครับคุณพฤกษ์”
       พฤกษ์ผิดหวัง
       “ว้า น่าเสียดาย ไปก็ไป”
       สองคนพากันวิ่งหอนเป็นผีไปตามทาง ทองมองตามหงุดหงิด
       “ทำไมกูต้องมามีน้ำอดน้ำทนกับไอ้คนพวกนี้มากมายนักวะ จัดการอีคุณหญิงนี่ให้เรียบร้อย ไม่มีใครจับมือใครดมได้ ก็ใส่หน้ากากกันทั้งนั้น ทีนี่แหละกูจะแสดงตัวกับพ่อว่ากูนี่แหละทายาทคนแรกของเขา”
       ทองมองเป๋งไปที่สะบันงาต่อไป
       
       ที่นั่งแถวข้างฟลอร์...ศีลมีเมขลาเกาะติดไม่ยอมห่าง พวกพนังงานเสิร์ฟเอาเค้กใส่จานมาแจก
       “เออ คุณเมขลาครับเค้ก น่ารับประทานนะครับผมขอตัวไปดูแลงานทางด้านโน้นก่อนครับ”
       “แหม ให้เมขลาไปด้วยคนนะคะ เมขลาชอบทำงาน”
       “ไม่ได้หรอกครับ คุณเมขลาเป็นแขกของคุณพริ้ม จะมาช่วยผมทำงานไม่ได้ครับ”
       รำพึงเดินยิ้มมาหาศีล ปรายตาค้อนเมขลาที่ทำท่าพอกันตอบ
       “ฝนตกไม่ทั่วฟ้า พี่ชายของพริ้มเพรายังเต้นรำกับเพื่อนของน้องสาวไม่ครบทุกคนเลยนะคะ”
       ศีลชะงัก
       “เออ...”
       เมขลายิ้มเยาะ
       “โถ น่าสงสารเธอจัง คุณศีลต้องไปรับแขกด้านโน้นจ้ะ เชิญสิคะคุณศีล”
       “ขอบคุณมากครับ”
       ศีลเดินออกไป รำพึงแหวใส่เมขลา
       “แกกันท่าฉันทำไม เป็นขี้ข้าอยากจะมาตะกายขึ้นสวรรค์ เชอะ”
       เมขลาย้อน
       “นึกว่าตัวเองล่องลอยอยู่บนสวรรค์ นึกหรือว่านรกมันอยู่แค่ใต้ดิน รู้เอาไว้ด้วยว่านรกมันชอบเกาะอยู่บนอก แอบอยู่ในใจของคนขี้อิจฉา นี่ขนาดเธอใส่หน้ากาก ควันริษยามันยังร้อนฉ่าพุ่งออกมาจากดวงตาเห็นจะจะ”
       รำพึงโกรธมาก
       “แกด่าฉัน”
       “ฉันด่าคนที่ด่าฉันก่อนนั่นหละ คนอะไรไหนว่าลูกสาวคุณหญิง ไม่รู้จักกาลเทศะ มางานเลี้ยงคนเต็มบ้านมาเที่ยวชวนคนทะเลาะ”
       รำพึงผลักอก เมขลาผลักตอบ ต่างกระชากหน้ากากกันและกันออก แพรวพรรณรายใส่หน้ากากอยู่มาถึงเห็นเหตุการณ์
       “ตายจริงเล่นอะไรกันอยู่หรือ มาเล่นด้วยคนสิ”
       แพรวพรรณรายไม่พูดเปล่าเอาเค้กของสองคนโปะใส่ไปที่หน้าของทั้งสอง
       “ว๊าย...แก”
       ทั้งสองไม่รู้ว่าเป็นแพรวพรรณรายเพราะใส่หน้ากาก แพรวพรรณรายหัวเราะชอบใจยกไหล่แล้วพรวดหายไป สองคนยืนร้องไห้ แล้วผวามาเอาเค้กโปะหน้ากันและกัน ผู้คนเดินผ่านไปมาใส่หน้ากากต่างพากันหัวเราะ
       
       ทองยังแอบตามคุณหญิงสะบันงา
       “จริงสิเราใส่หน้ากากอยู่ทำไมต้องกลัวว่าใครมันจะรู้ว่าเราเป็นใคร เขยิบเข้าใกล้มันก็ไม่มีใครสนใจ”
       คิดดังนั้นทองจึงขยับเดินใกล้แถวที่คุณหญิงสะบันงาเดินไปมา...ปานวาดไปนั่งมึนเมามีอาคมคอยดูแลอยู่แถวนั้น
       “ปีแอร์ ดาหลิง”
       “ครับ”
       คุณหญิงฉวีมาแอบมองแล้วส่ายหน้า
       “ถ้าเป็นลูกเป็นหลานฉัน โดนตบหน้ากันแน่ๆ”
       เจ้าคุณเกษมเดินลิ่วมากับคุณหญิงลออศรี
       “รีบลากมันกลับบ้านเดี๋ยวนี้นะคะ ฉันอับอายจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
       “ก็รีบเอาหน้ากากใส่กลับไปสิ จะถอดทำไมใครเขาจะได้ไม่เห็นหน้า” เจ้าคุณเกษมบอก
       คุณหญิงลออศรีปราดไปดึงแขนปานวาดออกมาจากอาคมโดยแรง
       “กลับบ้านเดี๋ยวนี้นะปานวาด”
       ปานวาดเมามาย
       “ครายน่ะปีแอร์ ไล่ไปให้พ้น”
       คุณหญิงลออศรีกระชากจนปานวาดล้มลง คุณหญิงสะบันงาเดินมาถึงมาพอดี
       “เออ...ดิฉันคิดว่าถ้าเธอไม่พร้อมจะกลับบ้านนะคะพาไปนอนพักที่ห้องรับรองแขกก่อนดีไหมคะ” คุณหญิงสะบันงาแนะ
       “นี่มันเรื่องในครอบครัวฉัน คนอื่นอย่ามาวุ่นวาย” คุณหญิงลออศรีโวยวาย
       คุณหญิงฉวีเสริมทันที
       “ใช่...มันเรื่องในครอบครัวคนอื่น คุณปานวาดเธอกำลังพยายามจะเออ...ทำตามคำพูดของเธอตอนที่มาถึงงาน เรื่องสามีคนใหม่”
       คุณหญิงลออศรีชะงัก เจ้าคุณเกษมไม่รู้เรื่อง คุณหญิงสะบันงารีบแก้
       “เธอพูดเล่นน่ะค่ะ”
       เจ้าคุณเกษมยังสงสัย
       “ปานวาดพูดอะไร”
       คุณหญิงสะบันงาเงียบ คุณหญิงลออศรีก็เงียบ คุณหญิงฉวีโพล่งออกมาทันที
       “เธอบอกว่า เธอจะหาสามีที่นี่ในงานนี้นี่ค่ะ”
       ปานวาดพยักหน้า
       “เยส”
       คุณหญิงลออศรีหมดความอดทนทั้งโกรธทั้งอาย
       “ทนไม่ได้แล้ว”
       คุณหญิงฉวีหัวเราะแบบขบขันสะใจ อาคมมองปานวาดที่ยังเมาไม่สร่าง คุณหญิงลออศรีปราดไปจะถึงแล้วทำท่าจะตบ
       “อย่าค่ะ” คุณหญิงสะบันงาตกใจผละไปกันไว้
       อาคมทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าปานวาดจับสองมือเธอไว้
       
       “ผมก็จะขอแต่งงานกับคุณครับคุณปานวาด”

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 12
        
       คุณหญิงลออศรีชะงัก คุณหญิงฉวีหัวเราะค้าง เจ้าคุณเกษมตะลึง คุณหญิงสะบันงาตกใจ
        
       “ผมขอแต่งงานกับคุณจริงๆนะครับ คุณปานวาด” อาคมจริงจัง
       เจ้าคุณเดินมาถึงพอดี
       “มีอะไรกันหรือคุณหญิง ปานวาดเป็นอะไร”
       คุณหญิงสะบันงาหันมาบอก
       “คุณปานวาดเธอกำลังตกใจค่ะ คือคุณอาคมเพิ่งขอเธอแต่งงานเดี๋ยวนี้เองค่ะ”
       เจ้าคุณตะลึง
       “ฮ้า อนาคตประธานศาลเชียวนา ดีๆ”
       คุณหญิงสะบันงายิ้ม
       “ท่านรับเป็นเจ้าภาพงานแต่งเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายคุณอาคมดีไหมคะ”
       “ตกลง”
       คุณหญิงฉวีอ้าปากค้าง เจ้าคุณเกษมกับคุณหญิงลออศรีอึ้งเหตุร้ายกลายเป็นดี เจ้าคุณเกษมยิ้มดีใจ
       “ขอบคุณมากเจ้าคุณ ขอบคุณมากครับ คุณหญิง” เกษมกระทุ้งแขนภรรยากระซิบ “เห็นน้ำใจคุณหญิงสะบันงาหรือยังว่าเธอมาประนีประนอมหน้าฉันกับเธอ ไม่เช่นนั้นโดนยัยฉวีฉีกขาดกลางไปแล้ว”
       คุณหญิงลออศรีท่าทีอ่อนลง
       “ฉันขอบใจมากค่ะ คุณหญิงสะบันงา”
       คุณหญิงฉวีอึ้งไปพูดไม่ออก ทองใส่หน้ากากเขยิบใกล้มาแล้ว สายตาจ้องไปที่คุณหญิงสะบันงา
       “หลงรักกันเข้าไปทำอะไรดีเลิศไปเสียหมดทุกอย่าง”
       “ฉันขอไปเดินตามหาคุณพริสซี่ก่อนนะคะ ท่านเจ้าคุณกำลังหวั่นเกรงว่าพี่เลี้ยงจะดูแลเธอไม่ทัน”
       เจ้าคุณสบตาบีบมือคุณหญิงสะบันงากระซิบ
       “ขอบใจแทนเจ้าคุณเกษมกับคุณหญิงลออด้วย”
       สะบันงายิ้มแล้วเดินออกไปจากที่นั่น ทองเดินเบี่ยงๆตามคุณหญิงสะบันงาไปเงียบๆ
       
       อีกมุมหนึ่งแถวเปียโน...พราวพิลาสกำลังนั่งคุยกับธรรม์เรื่องไวโอลิน
       “ได้ยินคุณศีลบอกว่าหาครูสอนไวโอลินให้พี่ธรรม์ได้แล้วนะคะ”
       “ดีใจจังเลย ขอบใจคุณพราวมากที่อุตส่าห์ช่วยเหลือพี่เรื่องนี้ คุณศีล เขาช่างมีน้ำใจเหลือเกิน”
       ศีลเดินยิ้มเข้ามา
       “คุณศีลมาพอดีเลยค่ะ เหนื่อยมากไหมคะ”
       ศีลยิ้ม
       “ไม่เหนื่อยครับ คุณพราวกับคุณธรรม์ไม่เต้นรำหรือครับ”
       ธรรม์หันมาชวนพราวพิลาส
       “คุณพราวอยากเต้นรำไหมครับ”
       “พราวก็...”
       “คุณศีลพาคุณพราวออกไปเต้นรำสิครับ”
       ศีลยิ้มให้เอ็นดูโค้งให้ พราวพิลาสยิ้มเกาะแขนศีลพากันออกไป ธรรม์มองตามสองคนเงียบๆ คุณหญิงสะบันงาเดินมาตามหาพริสซิลล่า
       “คุณธรรม์เห็นคุณพริสซี่ไหมคะ”
       “เธอเดินไปหาป้าเมี้ยนครับนายแม่”
       “ขอบใจมากค่ะ”
       คุณหญิงสะบันงาเดินออกไปบ่นไปด้วย
       “แย่จริง น่าจะมีคนเฝ้าเธอไว้ตลอดเวลานะ”
       ทองแอบมองแล้วค่อยๆเดินตามไป
       
       ในครัว...พจน์กับพฤกษ์กำลังเล่นสนุกหลอกผีพวกในครัวที่แกล้งทำหวีดหวาดกลัวไปเล่นๆ
       “ผีมาหักคอพวกในครัวแล้ว” พฤกษ์ทำเสียงผี
       พจน์เข้ามาหลอกอีกคน
       “ผีมาหลอกแล้ว”
       กุ๊กเพ้งขำๆ
       “ผีอะไรเสียงไม่น่ากลัวสักนิด โอ๊ย...กลัวหัวหดแล้ว”
       “ผีกลัวกระเทียม เอากระเทียมมาไล่ผีเร็วๆเข้า” โรเบิร์ตหยอกเย้า
       ทองหยอดยิ้มเอ็นดู
       “ผีกลัวใบหนาดเอาใบหนาดมาตีผีกันเถิด”
       จิ๋มขัดขึ้น
       “จวนได้เวลาผีไปนอนแล้วเจ้าค่ะ”
       จุ๋มมองทั้งสอง
       “ผีห้ามนอนดึกเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวไปโรงเรียนไม่ทันเจ้าค่ะ”
       “เราเป็นหนุ่มแล้ว คุณป๋าจะส่งเราไปเรียนประจำที่เมืองนอกตามหลังคุณพริ้มไป แหว่ๆ ผีมาหลอกๆ” พฤกษ์หลอกต่อ
       เดือนเข้ามา
       “ลูกพจน์ นี่ชวนคุณพฤกษ์มาเล่นซุกซนถึงนี่เลยหรือ เหลวไหลจริง”
       พฤกษ์แทรกขึ้น
       “พจน์ไม่ได้ชวนครับ แต่พฤกษ์ชวนเอง เพราะนายทองไม่ยอมเล่นกับเราอ้างว่าจะช่วยจัดโน่น นี่ นั่น โน้น”
       “ได้เวลานอนแล้วค่ะ ไปนอนนะคะ แม่เดือนพาไป”
       คุณหญิงสะบันงาเดินเข้ามา
       “ใครเห็นคุณพริสซี่บ้าง”
       “ไม่เห็นค่ะ หรือว่าจะไปกับพี่เมี้ยนคะ” เดือนบอก
       “เมื่อสักครูยังเต้นรำอยู่ด้วยกัน ใครเห็นพี่เมี้ยนบ้าง”
       ทุกคนตอบพร้อมเพียง
       “คุณเมี้ยนยังไม่ได้เข้ามาที่นี่เลย เจ้าค่ะ...ขอรับ”
       คุณหญิงสะบันงาไม่สบายใจ
       
       ทองแอบมองอยู่ในมุมมืดเห็นคุณหญิงสะบันงาเดินผ่านไปรีบร้อน ทองชักมีดวาววับออกมา
       
       ในบ้านหลังเล็ก คุณหญิงศรีนั่งอย่างมีความสุขที่ได้เห็นพริสซิลล่าเล่นเปียโนเก่ง เธอถอนใจอย่างมีความสุข
       “เฮ้อ ลูกสาวฉันช่างน่ารักงดงาม เหลือเกินนะเมี้ยน”
       เมี้ยนยิ้มอย่างมีความสุขไปด้วย
       “วันนี้คุณมีความสุขจนยอมเอ่ยออกมาตรงๆว่าคุณพริสซี่คือลูกสาว ต่อหน้าเมียน”
       “ก่อนจะได้เขามา ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคนเราจะรักใคร่ห่วงใยสิ่งใดในโลกได้เท่ากับลูก”
       “แต่ตอนท้องคุณไม่แข็งแรงเลยนะคะ”
       “ทั้งที่ฉันกินยาบำรุงมากมาย อาหารก็อย่างดี”
       เมี้ยนคิดแล้วตกใจ
       “หรือว่า...นังน้อยมันแอบเอาอะไรไม่ดีใส่ในอาหารให้คุณกิน”
       “เมี้ยน พูดอะไร”
       “ยัยทองหยอดแกเคยบอกว่า นังน้อยมันชอบไปทำอะไรแถวหม้อยาต้มกับหม้อซุปของคุณค่ะ”
       “นี่มันเลวร้ายถึงขนาดทำร้ายลูกฉันเลยหรือ มันช่างโหดร้ายใจดำกันเหลือเกิน โธ่ พริสซี่”
       คุณหญิงศรีมีน้ำตาไหล
       “แต่ตอนนี้เธอดีแล้วนะคะ ไหนว่าจะเลิกเศร้า สิ่งเลวร้ายมันผ่านไป เหลือทิ้งไว้แต่สิ่งดีงามแล้วค่ะ”
       “เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆของพริสซี่ฉันจะอโหสิให้นังน้อยเลิกจองเวรเลิกคิดร้าย พร้อมให้อภัย”
       
       คุณหญิงศรีสบายใจขึ้นมาใหม่ มีความหวังอยู่ที่พริสซิลล่า

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 15 (ต่อ)
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 14
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 13
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 12
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 11
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โห้ วันนี้ลงขนาดนี้ รักคุณหญิงหมดใจเลย กราบขอบพระคุณงามๆนะขอรับ
piper
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2012