หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คือหัตถาครองพิภพ

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 13

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 มกราคม 2557 16:50 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 13
        คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 13 (ต่อ)
       
       แพรวพรรณรายวิ่งถือกระดาษหัวเราะมาในห้องนั่งเล่น
       
       “อยากได้มาแย่งเอาไปเลย”
       “อะไรกันคะคุณแพรว” คุณหญิงสะบันงาถามอย่างสงสัย
       พราวพิลาสวิ่งตามมาอีกคนร้องไห้มาด้วย
       “นายแม่ขา คุณแพรวแย่งของพราวไปคะ”
       “ของตัวที่ไหนของพี่ธรรม์ต่างหาก ทุกคนฟังทางนี้...งามเอยงามสม ฉันนิยมคนตาสวย ฝากดอกรักมาด้วย...”
       ธรรม์ตามมาอีกคน
       “พอทีคุณแพรว ทำไมชอบแกล้งน้องครับ”
       “แม่เห็นด้วยเลยจ้ะ คืนน้องไปสิ” คุณหญิงสะบันงาเสียงเข้ม
       “ไม่คืนค่ะ นอกเสียจากว่าพี่ธรรม์จะยอมไปขี่ม้ากับแพรวที่ทุ่งหลังบ้านโน่น”
       คุณหญิงสะบันงาปราม
       “อย่าบังคับพี่เขาสิคุณแพรว”
       ปานวาดตัดบท
       “ช่างเถิดค่ะ คุณแพรวแกเหมือนฉันตอนเด็กๆ ชอบบังคับคนอื่น”
       “ขอร้องครับคุณแพรว รอพี่สักครึ่งชั่วโมงให้พี่ไปต่อเพลงกับคุณพราวเสร็จก่อนนะครับ แล้วพี่จะไปขี่ม้าด้วย” ธรรม์พยายามพูด
       แพรวพรรณรายพยักหน้า
       “โอเค เอาคืนไปยัยคุณพราวจอมขี้แย แงๆ”
       พราวพิลาสรับมา
       “คุณแพรว เดี๋ยวนายแม่จะทำโทษ” คุณหญิงสะบันงาดุ
       “จะหนีไปหาคุณป๋า คุณป๋าบอกว่าอย่างแพรวนี่แหละค่ะ เอาตัวรอดตลอดฝั่ง แพรวไปเตรียมม้ารอพี่ธรรม์แล้ว”
       แพรวพรรณรายวิ่งไป หันมายิ้มกับปานวาด คุณหญิงสะบันงาระอา
       “วันไหนไม่แกล้งใครแกคงท้องอืด”
       ปานวาดยิ้ม
       “น่ารักดีออกคะ ฉันชอบเด็กร้ายๆเฮี้ยวๆค่ะ เอาตัวรอดตลอดฝั่งแน่ค่ะ แบบคุณแพรวชีวิตมันคงไม่จืดชืดนะคะ”
       คุณหญิงสะบันงาส่ายหน้าไม่ยอมรับแต่ยิ้มๆ
       
       บริเวณบึงเล็กๆท้ายบ้าน ทองกำลังเอาเหยื่อเกี่ยวกับเบ็ด เขาครุ่นคิดในใจ
       “กูกำลังจะสอนพวกมึงตกปลาในบึง แต่ตัวกูกำลังตั้งใจจะตกปลาตัวใหญ่ในบ้านมึง”
       พจน์กับพฤกษ์ มองจ้องอย่างสนุก หมาเม่นมองไม่พอใจเห่าแยกเขี้ยวใส่ทอง
       “นายทองเก่งมาก” พฤกษ์ชื่นชม
       “เราจะได้ปลาไปย่างกินไหมนายทอง” พจน์ถาม
       “เดี๋ยวก็รู้ขอรับ”
       ทองปักเบ็ดสองอันของพจน์และพฤกษ์ไว้ริมฝั่ง เม่นแอบจ้องแล้วมากัดทองอีก
       “โอ๊ย...”
       พฤกษ์ไม่พอใจ
       “เอาอีกเจ้าเม่นแอบกัดนายทองอีกแล้ว”
       พจน์แปลกใจ
       “ทำไมมันถึงจ้องแต่จะกัดนายทองนะ”
       ทองแอบปรายตามองเม่นรำพึงในใจ
       “มึงรู้ว่ากูคิดอะไรอยู่ละสิไอ้หมาบ้า”
       พฤกษ์มองไปดีใจ
       “ปลาติดเบ็ดแล้วใช่ไหมนายทอง”
       ทองไปดึงเบ็ดขึ้นมา มีปลาติดมาจริงๆ พฤกษ์กระโดดโลดเต้น
       “ไชโยๆ”
       พจน์ก็ดีใจไม่แพ้กัน
       “ไชโยๆ”
       ทองรำพึงในใจ
       “พวกมึงไชโยกันเข้าไป อีกไม่นานหรอก”
       เม่นหงุดหงิด
       
       แพรวพรรณรายกับธรรม์ขี่ม้ามาด้วยกันที่ท้ายทุ่ง ทั้งสองชะลอม้าลง
       “เฮ้อเหนื่อย พี่ขี่ม้าสู้คุณแพรวไม่ได้เลย” ธรรม์บ่น
       “แพรวชอบขี่ม้า แพรวไปแข่งขี่ม้าได้รางวัลด้วยนะคะ”
       “เก่งครับ”
       “แพรวดีใจมากนะคะ ที่วันนี้พี่ธรรม์ยอมมาขี่ม้ากับแพรว แต่ใช่ว่าเเพรวจะอยากแกล้งน้องนะคะ เพียงแต่แพรวเหงา แพรวไม่มีเพื่อน พี่ธรรม์ อย่าเห็นว่าแพรวสนุกสนานแล้วไม่ทุกข์นะคะ แพรวเอาการกลั่นแกล้งคนอื่นมาบังหน้าความเหงา ความไม่มีเพื่อน แต่หลังจากวันนี้ที่พี่ธรรม์ ยอมมาเล่นกับแพรวแม้เพียงครึ่งชั่วโมง แพรวก็พอใจแล้วค่ะว่าแพรวก็มีเพื่อนค่ะ ขอบคุณมากค่ะ แพรวสนุกอย่างจริงจังไม่เสแสร้งเหมือนทุกครั้งแล้วค่ะ”
       แพรวพรรณรายพูดไปก็น้ำตาซึม ธรรม์หยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้
       “พี่ดีใจที่คุณแพรวสนุกอย่างจริงจังครับ”
       “กลับไปหาคุณพราวเถิดค่ะ แพรวรักพี่รักน้องมากนะคะ แพรวแอบฟังที่พี่ธรรม์ให้สัญญากับน้องของแพรว ขอร้องนะคะอย่าผิดสัญญากับเธอ คุณพราวเธออ่อนไหว อ่อนแอ เธอจะเสียใจมากถ้าเธอผิดหวัง”
       “ครับ พี่สัญญาซ้ำกับคุณแพรวอีกครั้งว่าพี่จะไม่ทำให้คุณพราวผิดหวัง”
       “ขอบคุณมากค่ะ กลับไปหาคุณพราวนะคะ เธอรอพี่ธรรม์อยู่”
       ธรรม์ลงจากหลังม้า แพรวพรรณรายลงจากหลังม้า เอาม้าไปผูก ธรรม์เดินจากไป แพรวพรรณรายมองตามยิ้มอย่างมีความสุข
       
       ทองหน้าตาดุดันเหี้ยมเกรียม ถือไส้กรอกอันหนึ่งแล้วเอาบางอย่างใส่เข้าไป
       “ไอ้หมาเลว แม้แต่มึงยังข่มเหงกัดกูอยู่ได้ กูไม่มีอารมณ์จะเมตตามึงแล้ว”
       ทันใดนั้นเสียงแพรวพรรณรายดังขึ้น
       “นายทองทำอะไรน่ะ”
       ทองหันไปเจอแพรวพรรณรายมองมา พึมพำดบาๆ
       “อีนังสอดรู้มาแล้ว”
       “อ้อ ที่แท้ก็แอบมากินไส้กรอก จะบอกให้นะว่านายแม่ของฉันท่านไม่ได้หวงของกินหรอกนะ อยากกินไม่ต้องมาแอบกินซ่อนกินหรอก ที่บ้านเราทำไส้กรอกกินกันทีละแยะไป กินไปเถิด”
       แพรวพรรณรายเดินต่อไป ทองถอนหายใจ
       “อีนังนี่มันน่านัก ถ้ามึงไม่ใช่สายเลือดเดียวกับกู กูจะข่มขืนมึงเสีย อยากปากเสียนัก นี่กูยังกลัวตกนรกหรอกนะจึงยั้งไว้”
       
       ทองหันมาห่อไส้กรอกม้วนเก็บใส่กระเป๋าไว้

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 13
         
       ในห้องอาหาร... อาหารแบบฝรั่งและไทยตั้งเต็มโต๊ะ เจ้าคุณนั่งหัวโต๊ะ คุณหญิงสะบันงานั่งใกล้ๆ อีกข้างเป็นพริ้มเพราจากนั้นเป็นลูกๆ และเดือน เมี้ยนเป็นหัวเรือใหญ่จัดการดูแลคุมจุ๋มและจิ๋มเสิร์ฟอาหาร เจ้าคุณเอ่ยขึ้น
        
       “การกินอาหารคืนนี้จะถือว่าเป็นการเลี้ยงส่งพริ้มเพราไปเรียนต่อที่อังกฤษก็ได้ พริ้มเพราไปดูบ้านเกิดของพ่อไปค้นหารากเหง้าของชาวอังกฤษ ซึ่งครึ่งหนึ่งในตัวพริ้มเพราก็คือชาวอังกฤษ”
       แพรวพรรณรายแทรกขึ้น
       “ช่วยไปตามหารากเหง้าของคิงอาเธอร์กับดาบวิเศษให้แพรวด้วยนะคะ”
       คุณหญิงสะบันงาปราม
       “เอาอีกแล้ว อย่าขัดคอตอนคุณป๋าพูดสิลูก”
       “อีกสักพักพ่อจะส่งพฤกษ์ไปเช่นกัน พริ้มเพราลูกเตรียมพร้อมที่จะไปวันพรุ่งนี้เช้าแล้วใช่ไหม”
       “ค่ะคุณป๋า แต่พริ้มยังมีห่วงเรื่องนายแม่กับคุณป๋ากลัวว่าจะเจ็บไข้ได้ป่วยแล้วพริ้มไม่รู้เห็น ไม่ได้ดูแล ป้าเมี้ยนขาฝากดูแลคุณป๋ากับนายแม่นะคะ”
       เมี้ยนยิ้มรับ
       “รับรองค่ะ ป้าเมี้ยนดูแลเต็มที่ค่ะ”
       “อ้อ รวมทั้งคุณป้าด้วยนะคะ”
       “ค่ะ รับรองว่าป้าเมี้ยนดูแลเต็มที่ค่ะ ใครมาบังอาจรังแกแม้กระทั่งหมาของคุณหนู ป้าเมี้ยนจะจัดการมันให้สาสมค่ะ”
       แพรวพรรณรายเสริมทันที
       “เห็นด้วยค่ะ”
       คุณหญิงสะบันงาขัดขึ้น
       “ป้าเมี้ยนพูดเล่นค่ะเด็กๆ เราจะไม่ต่อยอดความแค้นให้เป็นความอาฆาตที่ไม่มีวันจบค่ะ อภัยให้กันอโหสิกรรมให้กันค่ะ”
       เจ้าคุณเดินมาโอบกอดพริ้มเพรา
       “ฟังนายแม่พูดเอาไว้นะลูกๆ ความแค้นไม่ต้องเสียเวลาชำระหรอกลูกหน้าที่ชำระความแค้นแทนเราคือกรรมที่คนผู้นั้นก่อไว้”
       ลูกๆต่างแสดงความคิดเห็นของตัวเอง
       “แพรวไม่เห็นด้วย มันต้องมีบ้างนิดหน่อยค่ะ”
       “พราวไม่กล้าแก้แค้นใครหรอกค่ะ”
       “พฤกษ์ไม่เคยแค้นใครเลยครับ”
       คุณหญิงสะบันงาหันมาหาพจน์
       “พจน์เล่าลูก”
       “ไม่เคยมีใครทำให้พจน์แค้นสักที่ครับนายแม่”
       “ไปนอนกันเถิด” เจ้าคุณบอกกับเด็กๆ
       “คุณป๋าสั่งให้ไปนอนแล้ว คุณพฤกษ์ ลูกพจน์ไปนอนนะลูก” เดือนหันไปบอก
       ทั้งหมดพากันลุก เจ้าคุณกับคุณหญิงสะบันงามายืนเคียงข้างกัน
       “good night kiss เด็กๆ”
       เด็กๆเดินมาหาทีละคน จ้าคุณกับคุณหญิงสะบันงา กอดหอมเด็กๆ เจ้าคุณกอดหอมลูกทั้งหมด เด็กๆกอดหอมตอบ ทุกคนบอกตรงกันทีละคน
       “good night คุณป๋า good night นายแม่”
       เดือนยิ้มมอง เมี้ยนยิ้มอย่างมีความสุขพึมพำเบาๆ
       “น่ารักกันแท้ๆ แต่น่าเสียดายขาดคุณพริสซี่ไปหนึ่งคน”
       เมี้ยนแอบเบือนหน้าน้ำตาคลอ
       
       ค่ำนั้น เม่นนอนบนโซฟา แล้วทำจมูกเหมือนดมหากลิ่น เม่นลุกขึ้นมาแยกเขี้ยวคำราม ทันใดนั้นมีไส้กรอกแบบฝรั่งอันหนึ่งถูกโยนเข้ามาในห้อง เม่นเดินไปดมๆ ทองแอบมองบริเวณหน้าต่าง
       “กิน กินไอ้หมาบ้า กินเข้าไป น่านยังงั้น”
       ทองยิ้มอย่างสะใจ
       
       คุณหญิงสะบันงายืนเกี่ยวก้อยกับเจ้าคุณมองเด็กๆแยกย้ายกันขึ้นบันไดไปนอน ยกเว้นพฤกษ์กับพจน์ที่ตามเดือนไปนอนที่ตึกของเดือน เจ้าคุณโอบเอวสะบันงาเมื่อทุกคนพ้นไปแล้ว
       “พรุ่งนี้อย่าร้องไห้นะสะบันงา”
       “ก็ถ้ามันกลั้นไม่อยู่เล่าคะ อยู่ด้วยกันมาสิบหกปีจะจากกันไปตั้งห้าหกปี”
       “มันเป็นอนาคตของลูกเรานะสะบันงา โลกกว้างขึ้นทุกวัน”
       “ค่ะ ฉันพยายามทำใจค่ะ”
       “แต่ยังทำใจไม่ได้ที่จะให้ลูกผละไปจากอกแม้ชั่วคราว คนไทยนี่ติดลูกเสียจริงๆ แต่ก็ดีนะฉันชอบ”
       เจ้าคุณหอมแก้มคุณหญิงสะบันงาฟอดใหญ่
       
       เม่นนอนเหมือนหลับสนิทบนโซฟา ทั้งสามเข้ามาในบ้าน เดือนบอกกับลูก
       “ไปนอนกันเลยลูก”
       พฤกษ์แปลกใจ
       “เจ้าเม่นหลับสนิทไปแล้วแม่เดือน มันไม่ยักลุกมาทักทายเหมือนทุกวัน”
       พจน์สงสัย
       “เม่นมันนอนขี้เซาก็เป็นด้วย”
       “อย่าไปเรียกมันนะคะ ให้มันนอนไปเถิด พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้ามืดลูก”
       เดือนดุนหลังเด็กๆพากันขึ้นชั้นสองไป พฤกษ์มองเม่น
       “good night เม่น”
       เม่นนอนนิ่งสนิท
       
       เช้ามืดวันใหม่...เมี้ยนพาคุณหญิงศรีมาแอบดู
       “พริ้มเพราของฉันจะจากไปตั้งหลายปี ขอมาดูหน้าก่อนเธอจากไปสักนิด”
       “ความจริง คุณออกไปส่งเธอถึงที่ตึกนั่นก็ได้ค่ะ”
       “เอ๊ะเมี้ยน ทำไมชอบทำให้มันเป็นเรื่องวุ่นวายใหญ่โต ฉันต้องการอยู่ของฉันอย่างนี้”
       “เมี้ยนขอโทษค่ะ นั่นค่ะคุณพริ้มเพราเดินออกมาแล้วค่ะ”
       “พริสซี่ เออ...พริ้มเพรา”
       คุณหญิงศรีแอบชะเง้อมอง
       
       ทุกคนกำลังพากันเดินออกมาที่ลานจอดรถ พริ้มเพราหันมามองทางที่คุณหญิงศรีแอบดู
       “คุณป้า”
       พริ้มเพราวิ่งมาทางที่คุณหญิงศรีแอบมอง ทุกคนมองตาม เดือนแปลกใจ
       “คุณพริ้มวิ่งไปไหนกันคะ”
       แพรวพรรณรายกระซิบพราวพิลาส
       “ไปหาป้าผี”
       เจ้าคุณตัดบท
       “ช่างเถิด”
       คุณหญิงสะบันงามอง
       “ค่ะ แกคงห่วงคุณป้าของแก”
       พฤกษ์หันมาถามพจน์
       “เจ้าเม่นเงียบหายไปไหนพจน์”
       “นั่นสิ มันหายไปไหน”
       “ไม่ต้องกลับไปดูนะ กลับมาค่อยไปหามันเราต้องรีบไป” เดือนบอก
       สองคนจึงสงบไป
       
       พริ้มเพราวิ่งมาหาคุณหญิงศรีโผมากอด คุณหญิงศรีกางแขนแล้วโอบกอดไว้
       “กราบลาอีกครั้งค่ะ”
       “โชคดีนะหลาน”
       “โชคดีนะคะ รีบไปเถิดค่ะ” เมี้ยนบอก
       “รอพริ้มนะคะ”
       พริ้มเพราจึงผละไปทั้งน้ำตา คุณหญิงศรีน้ำตาคลอ เมี้ยนประคองไว้
       “พริ้มเพรากลับมาจะเจอฉันไหมเมี้ยน”
       “เจอสิคะ”
       คุณหญิงศรีสะอื้นเบาๆ...ใกล้ๆกันนั้นทองแอบมองคุณหญิงศรีอย่างแปลกใจ
       “ทำไมนังหน้าผีมันมาแอบดู ทำไมยัยพริ้มเพราต้องมากอดนังหน้าผี แปลกแท้ๆ แกเป็นใครกันแน่นังหน้าผี”
       
       ทองสงสัยไม่เลิก

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 13
         
       พฤกษ์กับพจน์วิ่งมาจะเข้าบ้านตะโกนเรียกหาเม่น มีเดือนเดินตามหลังมา
        
       “เม่น เจ้าเม่น” พฤกษ์ร้องเรียก
       พจน์มองหา
       “เม่น เม่น”
       เดือนปราม
       “เบาๆค่ะคุณพฤกษ์ ประเดี๋ยวจะหกล้มค่ะ”
       สองคนหายเข้าไปแล้ว เดือนเดินตามจะเข้าประตูได้ยินเสียงร้องของพฤกษ์ และพจน์
       “เจ้าเม่น”
       ตามด้วยเสียงร้องไห้ของสองคน
       “มันตายแล้ว มันตายแล้ว โฮๆ” พฤกษ์ร้องลั่น
       “อะไรนะ”
       เดือนปราดตามไปในบ้านทันที
       
       คุณหญิงสะบันงาตกใจมาก เมื่อรู้เรื่องจากเดือน
       “โธ่เจ้าเม่น มันตาย ตายได้อย่างไรกัน”
       “นั่นสิคะ หลับแล้วตายตัวแข็งทื่อไปเลยค่ะ”
       “ไม่มีร่องรอยการโดนทำร้ายหรือเดือน”
       “ไม่มีเลยค่ะ สงสัยว่ามันน่าจะตายตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่พวกเราคิดว่ามันนอนหลับค่ะ”
       “เมื่อเช้าก็รีบออกไปเลยไม่ทันได้ไปดูมัน น่าสงสารเหลือเกิน แล้วใคร ไปช่วยกันฝังศพมันหรือยัง”
       “นายทองมาอุ้มมันไปแล้วค่ะ พากันไปกับคุณพฤกษ์กับตาพจน์ จะเอามันไปฝังค่ะ”
       คุณหญิงสะบันงาพยักหน้ารับรู้
       
       บริเวณใกล้ๆหลุมฝังศพของศุกล ทองกำลังขุดหลุมฝังเม่น ขุดไปแอบยิ้มไปในใจ พฤกษ์และพจน์จ้องมองการขุด สองคนผ่านการร้องไห้ตาแดงๆ ศพเม่นมีผ้าคลุมอยู่ด้านหลังสามคน ทองรำพึงในใจ
       “ในที่สุดมึงก็หมดโอกาสจะมากัดกูได้อีกแล้วไอ้หมาหน้าโง่”
       พจน์โอบบ่าพฤกษ์ที่ยังตาแดงๆ
       “เราจะหาหมาตัวใหม่นะคุณพฤกษ์”
       “โธ่ หมาไม่ใช่ตุ๊กตุ่นตุ๊กตานะพจน์ มันมีหัวใจ ใช่ว่าจะสักแต่เลี้ยงหมา เจ้าเม่นมันมีความสุขของมันอยู่ดีๆมันก็มาตายเอาง่ายๆ ความตายมันช่างอยู่ใกล้ๆเราเหลือเกิน จะตายตอนไหนก็ไม่รู้”
       “คุณพฤกษ์จิตใจอ่อนไหวจังเลย”
       “เราเคยฝันว่ามีเรือสวยมารับเราพาลอยไปบนเมฆไกลมาก เราอยากกลับบ้านตะโกนบอกนายแม่กับทุกคน ไม่มีใครได้ยินเรา จากนั้นเราก็ไม่เห็นตัวเองอีกเลย”
       “โตขึ้นคุณพฤกษ์ต้องไปเป็นนักประพันธ์แล้วนะ จริงสิอีกสักพัก คุณพฤกษ์ก็จะขึ้นเรือบินไปประเทศอังกฤษนี่นา”
       “ถ้าเราตายที่นั่น พจน์ต้องดูแลทุกคนแทนเรานะ”
       “ยังเด็กอยู่ยังไม่ตายหรอก คุณพฤกษ์ไม่เอาละไม่พูดเรื่องตายมันหดหู่”
       ทองขุดแล้วหยุดชะงัก
       “หยุดทำไมนายทอง” พฤกษ์ถาม
       “เจออะไรบางอย่าง คล้ายกับกระดูก”
       สองคนมองหน้ากันตื่นเต้น
       “กระดูก”
       พฤกษ์หวาดๆ
       “น่ากลัวจริง”
       พจน์สงสัย
       “กระดูกอะไรน่ะ”
       ทองหยิบแหวนขึ้นมาดู
       “คนแน่ๆ มีแหวนด้วย”
       สองคนตะลึง
       “แหวน”
       ทองชูขึ้นมา สองคนชะโงกหน้าไปดู แพรวพรรณรายโผล่มา กระชากแหวนไปจากมือทอง
       “เอามานี่”
       พจน์กับพฤกษ์ชะงัก
       “คุณแพรว”
       “แปลว่าที่นี่มีคนตาย จะเอาแหวนนี่ไปให้นายแม่กับคุณป๋าดู อย่าขุดต่อนะนายทองไปหาที่ฝังเจ้าเม่นที่อื่น”
       พูดจบแพรวพรรณรายก็วิ่งปรู๊ดออกไปทันที พจน์กับพฤกษ์มองหน้ากัน พจน์คิดๆ
       “กระดูกใคร”
       พฤกษ์สงสัย
       “ใครมาตายที่นี่”
       สองคนแปลกใจระคนกลัว ทองหันมาบอก
       “เอาหมาไปฝังที่อื่นเถิดขอรับ”
       สองคนพยักหน้า
       
       ในเรือนเจ้าคุณ...เดือนกำลังสอนพราวปักผ้าปูโต๊ะ
       “คุณพราวปักผ้าเก่งแล้วค่ะ”
       “เก่งอย่างไรก็ยังสู้แม่เดือนไม่ได้หรอกค่ะ”
       “นายแม่จะเอาไปปูโต๊ะ คืนChristmas Eveค่ะ”
       “ท่านเจ้าคุณคงภูมิใจมากนะคะ ฝีมือคุณพราวทำเอง”
       คุณหญิงสะบันงาพูดขึ้น
       “บ้านเราอะไรอะไรก็ทำเองได้ทั้งนั้น”
       “แต่ไก่งวงที่เราเลี้ยงเองเอามากินเอง พราวไม่กินเด็ดขาดค่ะ สงสารค่ะ”
       ทันใดนั้นมีเสียงตึงตังดังนำมาก่อน ทุกคนมองหน้ากัน คุณหญิงสะบันงารู้ได้ทันที
       “คุณแพรวแน่นอน”
       แพรวพรรณรายพรวดมาจริงๆชูแหวนมาด้วย
       “แหวนทองคำค่ะนายแม่”
       “ไปเอามาจากไหนคะคุณแพรว”
       “ศพค่ะ”
       ทุกคนตกใจ
       “ศพ”
       “ศพอะไรกันคะ” เดือนถามอย่างไม่เข้าใจ
       “ตอนนี้กลายเป็นโครงกระดูกไปแล้วค่ะ เหลือแต่แหวนติดอยู่กับโครงกระดูกนิ้วค่ะ”
       คุณหญิงสะบันงาสงสัย
       “แล้วทำไมจึงไปเจอเล่า”
       “นายทองจะไปฝังศพเจ้าเม่นค่ะ กำลังขุดก็เจอ เจอตรงดอกไม้ที่ขึ้นอยู่ป้าเมี้ยนบอกว่านั่นคือดอกสะบันงาค่ะ”
       คุณหญิงสะบันงาชะงัก
       “ดอกสะบันงา เอาแหวนมาให้นายแม่ดูสิ”
       แพรวพรรณรายส่งแหวนมาให้ คุณหญิงสะบันงารับมาพิจารณาแหวนหมุนแหวนดูไปมา แพรวพรรณรายยื่นหน้ามาใกล้ๆ แหวนมีตัวอักษรชัดจน...ศก…
       “ศ...ก...คืออะไรกันคะ อักษรย่อชื่อใครกัน” แพรวพรรณรายถามอย่างไม่เข้าใจ
       คุณหญิงสะบันงาตะลึงหน้าซีดตัวสั่นไปหมด อุทานเบามาก
       “ศุกล”
       คุณหญิงสะบันงาเป็นลมทันที แพรวพรรณรายกับพราวพิลาสตกใจ
       “นายแม่”
       เดือนผวาเข้าไปหา
       “คุณสะบันงา”
       
       สามคนช่วยปฐมพยาบาลคุณหญิงสะบันงา

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 13
         
       คุณหญิงศรีนั่งซึมคิดถึงพริ้มเพราอยู่ในบ้านหลังเล็ก เมี้ยนกำลังปลอบโยนพัดวี นวดเฟ้น
        
       “ฉันคิดถึงพริ้มเพรา เลยพาลคิดถึงพริสซี่ คิดถึงคุณป๋า”
       “คิดถึงคุณพริสซี่กับท่านเจ้าสัวเมี้ยนจะไปทำบุญให้เองค่ะ แต่สำหรับคุณพริ้มต้องรอเธอจดหมายส่งมาให้นะคะ เธอสัญญาแล้วนะคะ”
       “ใจคอไม่ค่อยจะดีเลย ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรใจมันโหวงเหวง”
       ทันใดนั้นเสียงแพรวพรรณรายดังขึ้น
       “เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ คุณป้าผี”
       เมี้ยนหันไปปราม
       “ตายจริงฟังคุณแพรวพูดสิไม่น่าฟังเลยค่ะ”
       “แล้วจะฟังไหมคะป้าเมี้ยน”
       แพรวพรรณรายพรวดตื่นเต้นเข้ามา คุณหญิงศรีหันไปถาม
       “มีเรื่องอะไรหนูแพรว”
       “เออ แพรวขอโทษค่ะที่เรียกชื่อคุณป้าผิดก็ไม่เคยมีใครบอกนี่คะว่าคุณป้าชื่ออะไรกันแน่ แถมคุณป้ายังเรียกตัวเองว่าหน้า...”
       เมี้ยนห้ามเสียงเข้ม
       “พอแล้วค่ะ”
       “เอาเถิดป้าก็ชื่อป้าผีนี่แหละถูกแล้ว มีเรื่องอะไรบอกมาสิ”
       “นายแม่เป็นลมค่ะ”
       สองคนตกใจ
       “อ้าว”
       “แล้วมีคนดูแลหรือยัง” คุณหญิงศรีถามอย่างเป็นห่วง
       “เต็มบ้านเลยค่ะ”
       สองคนพยักหน้า
       “อ้อ”
       คุณหญิงศรีโล่งใจ
       “อย่างนั้นก็หายห่วง”
       “แต่ที่ต้นสะบันงาใกล้สวนกล้วยมีผีตัวจริงค่ะ”
       สองคนเริ่มตกใจมองหน้ากัน
       “อะไรนะ” คุณหญิงศรีย้ำถาม
       “เจ้าเม่นหมาของคุณพฤกษ์ตาย นายทองจะเอามันมาฝังตรงนั้นแล้วขุดเจอโครงกระดูกค่ะ”
       คุณหญิงศรีเริ่มสั่น เมี้ยนไปโอบจับไว้กระซิบ
       “ใจเย็นๆค่ะ”
       “ที่นิ้วของโครงกระดูกมีแหวนติดนิ้วอยู่ แพรวเอาไปให้นายแม่ดูค่ะ พอนายแม่หมุนแหวนดูแล้วอ่านตัวหนังสือ ศก ที่แหวน นายแม่เป็นลมพับไปเลยค่ะ”
       คุณหญิงศรีก็สั่นอาการเดียวกันกับคุณหญิงสะบันงา
       “ศุกล”
       คุณหญิงศรีเป็นลมไปทันที เมี้ยนตกใจ
       “คุณหญิง”
       “คุณป้าผีเป็นลม อาการเดียวกับนายแม่ แย่แล้ว แพรวจะไปตามคนมาช่วยนะคะ”
       แพรวพรรณรายไม่ทันสนใจว่า เมี้ยนเอ่ยคำว่าคุณหญิง
       “ไม่ต้องค่ะ ถ้าจะช่วย ช่วยอย่าบอกใครว่าคุณป้าเป็นลม แล้วกรุณาช่วยกลับไปช่วยแลดูนายแม่เถิดค่ะ ทางนี้ป้าเมี้ยนจัดการได้ค่ะ”
       “แพรวอยากไปดูหลุมฝังศพนั่น”
       เมี้ยนตาขวางใส่ดุดันครั้งแรก
       “คุณแพรวอย่าทำเป็นเด็กอมมือนะคะ ขืนดื้อดึงครั้งนี้อีกป้าเมี้ยนไม่ปล่อยแน่ค่ะ กลับไปเดี๋ยวนี้”
       แพรวพรรณรายตกใจหน้าเมี้ยนดุมากพยักหน้าแล้วออกไป ไม่วายหันมามองคุณหญิงศรีในอ้อมแขนของเมี้ยน
       
       คุณหญิงสะบันงาได้สติพึมพำ
       “โธ่ ที่แท้คุณก็อยู่ใกล้ๆตรงนี้เอง”
       พราวพิลาสมองแม่
       “นายแม่ว่าอะไรนะคะ”
       “ไม่มีอะไร ขอบใจมากเดือน แม่ดา คุณพราวไปเล่นดนตรีเถิด นายแม่หายดีแล้ว ไปสิแม่ขอร้อง”
       “เออ ค่ะ”
       พราวพิลาสออกไปแบบงงๆ คุณหญิงสะบันบาหันไปหาสาวใช้
       “จุ๋มกับจิ๋ม กลับไปได้แล้ว”
       “เจ้าค่ะ”
       “เดือน ไปดูเด็กสองคนสิว่าเอาหมาไปฝังที่ไหนกันให้กลับมาได้แล้ว”
       “ค่ะ แต่ว่าคุณ สบายดีแน่แล้วนะคะ”
       “แน่สิ ฉันอยากอยู่คนเดียว”
       เดือนจึงถอยออกไป พอเดือนพ้นไป คุณหญิงสะบันงาก็สะอื้นสุดแรง
       “ที่แท้คุณมาตายอยู่ในบ้านหลังนี้เอง คุณไม่ได้หนีหายไปไหนอย่างที่ใครๆพูดกัน ต้องมีใครฆ่าคุณให้ตาย”
       คุณหญิงสะบันงากำแหวนแน่น น้ำตาไหลพรากน้ำตานองหน้าร้องไห้สะอื้น
       
       เมี้ยนกลบหลุมศพศุกลจนเรียบร้อย คุณหญิงศรีไม่สบายใจขวัญเสียเพราะ คุณหญิงสะบันงาต้องรู้ว่าศุกลถูกฝังที่นี่ และอาจรู้ว่าเธอคือใคร
       “สะบันงารู้แล้วว่าศุกลอยู่ตรงนี้ ฉันจะทำอย่างไรเมี้ยน”
       “ทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ มันเกิดไปแล้วทำได้แค่ทำใจ ถ้าคุณสะบันงา เธอจะรู้ว่าคุณศุกลอยู่ที่นี่มาแสนนาน เธอน่าจะคลายความสงสัยเรื่องคุณศุกลหายไปไหนได้สักทีค่ะ”
       “มันจะลุกลามมาถึงฉัน”
       “ก็ดังเช่นกับเรื่องคุณกับคุณนายน้อยนั่นแหละคะ ยิ่งปิดบังอำพรางก็ยิ่งอึดอัด ถ้ารู้ว่าคือคุณ คุณสะบันงาเธอขี้คร้านจะดีใจวิ่งมากราบไหว้ให้สมกับที่คิดถึง”
       “นั่นแหละฉันกลัว ท่านเจ้าคุณจะบอกใครว่าอย่างไร จู่ๆก็รับนังหน้าผีเข้ามานั่นลอยหน้าใหญ่โตในบ้าน ทับซ้อนกับคุณหญิงสะบันงา เด็กๆอีก ฉันว่าเราไปจากที่นี่กันเถิดเมี้ยน”
       “แล้วจะไปที่ไหนคะ กลับบ้านหรือคะ ไปก็ไปค่ะ”
       “ฉันไม่กลับบ้าน”
       “ถ้าเช่นนั้นจะไปที่ไหนคะ”
       “ขอเพียงไปให้พ้นจากที่นี่ แล้วค่อยคิดกันอีกที”
       “แล้วจะทิ้งคุณศุกลไว้ที่นี่ตามลำพังหรือคะ กลายป็นโครงกระดูกไร้ญาติขาดมิตรนะคะ”
       “เมี้ยนฉันจนปัญญาแล้ว”
       “ถ้าคุณจะไป ก็รอจังหวะเอาคุณศุกลไปด้วยสิคะ อย่าทิ้งเธอไว้นะคะ”
       คุณหญิงศรีถอนใจ
       “ก็ได้ รีบไปก่อนที่สะบันงาจะมาเอาความ ถามไถ่เมี้ยนนะ”
       “ค่ะ”
       
       เมี้ยนพาคุณหญิงศรีเดินกลับกระท่อม
       
       จบตอนที่ 13

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 27 จบบริบูรณ์
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 26
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 25
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 24
คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 23
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 4 คน
80 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
20 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014