หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คุ้มนางครวญ

คุ้มนางครวญ ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 มกราคม 2557 19:03 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
คุ้มนางครวญ ตอนที่ 1
        คุ้มนางครวญ ตอนที่ 1
       
       ในความมืดมิด ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงัด ยินเสียงคร่ำครวญหวนไห้แผ่วเบา ราวกับดังลอดมาจากโลกแห่งวิญญาณ อันเร้นลับ เสียงนั้นเปี่ยมล้นไปด้วยความรัก
       
       “พี่เทพ ยอดดวงใจของข้าเจ้า”
       พร้อมกันนั้น มีกลุ่มควันสีขาวรวมตัวเป็นใบหน้างามของหญิงสาว ดวงตาคมหวาน ผมเกล้าสูง ดูงามสคราญโฉม ดวงหน้าอ่อนโยน ดวงตาเปี่ยมรัก
       “พี่คือดวงตะวัน ข้าเจ้าคือจันทรา”
       ฉับพลัน ดวงหน้านั้นกลายกลับเป็นขมขื่น อาดูร ปวดร้าว มีน้ำตาไหลพรากออกจากดวงตาคมงาม
       “พี่พรากจากข้าเจ้าไปนานนัก ไม่ว่าพี่ไปอยู่แห่งใดหนใด ข้าเจ้าจักรักพี่ไปไม่มีวันเสื่อมคลาย”
       ใบหน้านั้นพลันชะงัก ดวงตาแข็งกร้าวขึ้น ปากเหยียดอย่างจงชัง ดวงหน้าดุดันดูน่ากลัว
       “นังดาราราย นังงูพิษ นังแพศยา ทรยศ เจ้าพรากพี่เทพของข้าไป”
       ใบหน้านั้นแปรเปลี่ยน ดวงตาคล้ายจมลงในเบ้า แก้มตอบลงคล้ายเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก คำพูดหวานใส กลายเป็นแหบพร่าของคนแก่
       “ไม่ว่าเจ้าไปอยู่ที่ใด ข้าจะขอผูกเวร ล้างเจ้า ผลาญเจ้า ไปทุกชาติ ทุกภพ ตลอดไป”
       ดวงหน้านั้นสลายกลายเป็นหมอกควัน พุ่งฉวัดเฉวียนคลุ้มคลั่งเวียนวนไปมา และลับหายไปในความมืดมิด
       
       คืนหนึ่ง สก๊อย เด็กสาววัยรุ่น กำลังเล่าเรื่องผีอย่างออกรส มีการเอาไฟฉายส่องใต้คางให้ดูสยอง
       “คุ้มเก้าหลังนั้นก็เลยเป็นคุ้มผีสิง มีคนได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ดังแว่วมาอยู่ตลอด” สก๊อย 1 เล่า
       ที่ตรงนั้นอยู่ริมบึงน้ำของสวนสาธารณะในชนบท มีกลุ่มแว๊นนั่งล้อมวงอยู่ หัวหน้าแก๊งท่าทางกร่าง สาวสก๊อยคู่ควงผู้กำลังเล่าเรื่อง เด็กแว๊นลูกน้องกับสาวสก๊อยที่ดูแบ๊วสไตล์เกาหลีกว่า และมีเด็กรุ่นใหม่อายุราว 15 อีก 2 คน ที่มาเข้ากลุ่ม สก๊อย เอามือกรีดอะคูเลเล่ในมือดังกราวเป็นเอ็ฟเฟ็คท์ประกอบ
       “บางที...”
       สก๊อยเกาหลีกับเด็กใหม่สะดุ้งเฮือก
       “บางที ก็มีเสียงซึงลอยมาตามลม ปนไปกับเสียงร้องไห้คร่ำครวญ”
       เด็กใหม่ทั้งสองและสก๊อยเกาหลี ยิ่งหน้าซีด ตาเบิกกว้างอย่างกลัวๆ สก๊อยคนเล่าเรื่องกลั้นยิ้ม พลางสบตากับหัวหน้าแก๊งแอบพยักพเยิดให้กัน
       
       เวลาต่อมาบนถนนลาดยางเพียงสองเลน มีเสาไฟส่องข้างทางเป็นระยะ รถมอเตอร์ไซค์ 3 คัน พุ่งมาคันหน้าเป็นหัวหน้าแก๊งกับแฟนสาวนักเล่าเรื่อง คันต่อมา คือ แว๊นลูกสมุนกับแฟนสาวเกาหลี คันที่สามคือ เด็กใหม่ทั้งสองคน
       
       มีแนวรั้วต้นไม้รกทึบ หัวหน้าแก๊งพาพวกทั้ง 5 มุดเข้ามายืนเรียงรายแล้วพยักหน้า
       แว๊น 1 บอก “นั่นไง ที่มึงต้องไป”
       ทุกคนมองตาม
       เบื้องหน้าเป็นเรือนเดียว ด้านล่างเป็นเสาไม้มากมาย สภาพเหมือนถูกทิ้งร้างมาหลายสิบปี ดูทะมึนท่ามกลางแสงจันทร์
       พอถึงตอนนี้ มีเพียงหัวหน้าแก๊งคนเดียวที่ยังกร่าง แต่สก๊อยนักเล่าเรื่องก็เริ่มออกอาการกลัว ส่วนลูกน้องเองหน้าซีด สก๊อยเกาหลีหน้าเบ้ ส่วนเด็กใหม่สองคนทำท่าจะร้องไห้
       แว๊น 1 กำชับ “ถ้ามึง 2 คนอยากเข้าพวกกู ก็เข้าไป แล้วเอาของติดมือมาให้กูสักชิ้นเป็นเครื่อง พิสูจน์”
       เด็กใหม่ทั้ง 2 คน พยักหน้ารับอย่างอิดออด
       
       ที่เชิงบันไดคุ้มร้างเห็นบันไดไม้หนาหนักทอดยาวไปในความมืดเบื้องบน สองเด็กใหม่หยุดมอง ส่องไฟฉายเป็นลำขึ้นไป
       เด็ก 1 บ่น “ฮื้อ ถอนตัวเถอะว่ะ”
       เด็ก 2 บ่นตาม “ไม่เอาโว้ย มาดึงขนาดนี้แล้ว”
       เด็กใหม่ส่องไฟฉายเดินนำขึ้นไป เด็กอีกคนกลั้นใจเดินตาม
       
       หัวหน้าแก๊งเป็นคนเดียวที่ไม่กลัว ก้าวมายังบริเวณบ้าน เห็นใต้ถุนเรือนมืดมิดมีเสานับสิบอาจจะถึงร้อยต้น
       แฟนสาวสก๊อยหน้าซีดเกาะแขนแฟนแจ ส่วนลูกน้องกับสก๊อยเกาหลีก้าวขาแทบไม่ออก
       “ตัวเอง ไปรอริมรั้ว เหอะ” สก๊อยบอก
       แว๊น 1 ด่า “ไรว้า บิ้วเอง เสือกกลัวเอง”
       แฟนสก๊อยค้อนขวับ ทันใดมีเสียงครางแผ่วเบา คล้ายเสียงผู้หญิงร้องไห้ ทั้ง 4 ชะงักมองไปในความมืดมิดใต้ถุน
       สก๊อย 2 ร้อง “ว้าย เสียงร้องไห้”
       มีร่างสีขาวเคลื่อนวูบอยู่ตามแนวเสา คลอยเลื่อนไร้น้ำหนัก ทั้งสี่ผงะ
       
       กลุ่มเด็กแว๊นน้องใหม่อยู่ตรงหอกลางคุ้มแล้ว
       มองจากชานกว้าง ต่อมาเป็นส่วนเรือนต่างๆ เด็กใหม่ทั้งสองถือไฟฉาย ลำแสงกวัดไกวตามมือที่สั่นระริก แสงจากลำไฟฉาย ส่องไปตามตู้ต่างที่ว่างเปล่า เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่
       “ไม่เห็นมีไร เลย กลับเหอะ” เด็ก 1 บอก
       เด็ก 2 ชวน “ไปอีกนิดนึง”
       เด็กใหม่ทั้งสองก้าวต่อไป แสงไฟฉายส่องข้างฝา เห็นกระโหลกเขาสัตว์แขวนที่เสาในระยะประชิด สองเด็กใหม่ผงะร้องกัน แล้วก็ตบไหล่ให้สติกันเอง
       เด็ก 1 ถามเพื่อน “เชี่ย กะโหลกฟาย จะหาต่อหรือกลับวะ”
       เด็ก 2 บอก “ต้องหาต่อทำซากอะไร ก็เอากะโหลกนี่แหละ”
       เด็กใหม่เห็นพ้องกัน ช่วยกันกระเย้อกระแหย่งปลดกระโหลกจากผนัง ทันใดมีฝุ่นผงร่วงพรูใส่ตัว ทั้งสองชะงัก ตาเปิดกว้าง ค่อยๆแหงนดู
       บนขื่อเรือน มีร่างผอมบางยืนอยู่ ผมยาวรุงรัง ชุดที่สวมดูขมุกขมอม สองเด็กใหม่ตัวแข็ง
       
       ทันใดร่างผอมบางค่อยๆ ก้มหน้าลงมาหา

คุ้มนางครวญ ตอนที่ 1
       หัวหน้าแก๊งส่องไฟฉายกราดไปมา เดินเข้ามาอย่างบ้าดีเดือด สก๊อยแฟนสาวกับสองลูกน้องมีอาการสติแตกล่วงหน้าไปแล้ว
       
       “อะไรวะ ออกมาซิวะ”
       “เตง (ตัวเอง) อย่าไปท้ามัน”
       เด็กแว๊นหัวหน้าแก๊งแมนโครตๆ ก้าวต่อไปอีก ส่องไฟในความมืด แสงไฟจับร่างหนึ่ง เป็นร่างดูสูงใหญ่ยืนทะมึน แสงไฟฉายส่องสูงขึ้น พบว่าร่างนั้นไม่มีหัว
       
       ส่วนร่างบนขื่อค่อยๆ ก้มลงมองดู สองเด็กใหม่ตะลึงจ้อง เห็นใบหน้าเผือดซีดเบ้าตาลึก ดวงตาถลน สองเด็กใหม่ผงะหงายท้อง ร่างบนขื่อขยับก้าว
       สองเด็กใหม่เพิ่งร้องออก ตะกายลุกวิ่งตรงไปยังบันได
       
       หัวหน้าแก๊งยืนตัวแข็ง ลูกน้องทั้งสามก็อาการไม่ผิดกัน ร่างไร้ศรีษะ หันตามทิศทาง ค่อยๆ ชูมือหนึ่งขึ้น
       ชาวแก๊งทั้งสี่ตะลึงจ้อง เห็นว่ามือนั้นหิ้วศรีษาขาดแค่คอ ดวงตาถลนจ้องตรงมา
       หัวหน้าแก๊งก็ยืนมองคล้ายไม่กลัว แต่มีน้ำหยาดหยดจากหว่างขา...มันกลัวจนฉี่ราด
       มือที่หิ้วหัวขาดชูหัวนั้นขึ้นแล้วปาเข้าใส่แก๊งวัยรุ่น ทั้งแก๊งแตกกระเจิงไปคนละทาง
       
       เด็กแว๊นหัวหน้าแก๊งกับสก๊อยแฟนสาววิ่งหนีมาตามแนวเสาใต้ถุน
       สก๊อย 1 ตะโกน “ตัวเอง รอด้วย”
       ทันใดนั้น ก็มีร่างอีก 2 ร่างวิ่งมาเข้าชนปะทะหัวหน้าแก๊งและแฟนสก๊อย ร่างทั้งสี่หกล้มจมคว่ำปะทะโครมเข้ากับแนวคล้ายผนังก่ออิฐปูนเก่าที่ยาแนวหลุด กำแพงส่วนหนึ่งทะลายทับร่างทั้งสี่ ฝุ่นฟุ้งโขมง หัวหน้าแก๊งหลับตาปี๋แหกปากร้องวี้ดๆๆ เสียงแหลมปรี๊ด จนหมดเสียง 2 เด็กใหม่ที่วิ่งมาชนค่อยคลายกลัว
       เด็ก 1 บอก “พี่ ผมเอง”
       สก๊อยหายตกใจเรียก “ตัวเอง”
       หัวหน้าแก๊งลืมตา แต่มองเลยไปเห็นผีผู้หญิงผมยาวค่อยๆ ก้าวมา ก็ตะกายลุกวิ่งหนีนำหน้าไป สก๊อยและเด็กใหม่ทั้ง 2 ก็วิ่งหน้าเริดโวยวายตามไปติดๆ
       
       ที่พื้นซึ่งมีอะคูเลเล่ตกอยู่ ผีผู้หญิงผมยาวก้มลงหยิบมาดู ร่างผีหัวขาดเดินโย่งเย่งมาใกล้ๆ ผีหัวขาดเอ่ยถาม
       “อะไรวะ”
       “กีตาร์จิ๋วว่ะ” ผีผู้หญิงบอก
       จากความมืดมิด มีร่าง 3 ร่างก้าวเข้ามา คนแรกเป็นชายหน้าตาเหี้ยมมือถือหัวขาดมาด้วย และมีลูกน้องอีก 2 คนเดินตามมา หัวหน้าส่งหัวขาดให้ลูกน้องรับไว้ แล้วมองดุ ผี 2 ตนตรงหน้า
       “มึง 2 คนถอดชุดออกซะที ทุเรศว่ะ”
       ผีผู้หญิงหัวเราะคิกคัก ดึงวิกผมยาวออก เผยให้เห็นว่าเป็นชายร่างผอมบางแบบขี้ยา ส่วนผีหัวขาดก็ดึงท่อนบนเก้กัง ถอดออกเห็นว่าเป็นชายท่อนบนเตี้ย คอสั้น
       “พี่” ลูกน้อง 3 เรียก
       “อะไร”
       “ผมว่า เรายิ่งท้าผีหลอก แทนที่คนแม่งจะกลัว มันกลับยิ่งแห่มาพิสูจน์”
       อีก 3 ลูกน้องพยักพเยิดเห็นด้วย
       “เฮ่ย พ่อเลี้ยงให้เราอยู่ที่นี่ไม่นานหรอก เดี๋ยวก็หาที่พักของใหม่ให้เราเอง”
       ลูกน้อง 4 บอก “แต่ผมไม่อยากอยู่ที่นี่เลย”
       ลูกน้องอีกคนหน้าตาจ๋อยมองดูรอบตัวอย่างไม่วางใจ หัวหน้าเบิ้ดกะโหลกผัวะ
       “โธ่ ไอ้หอก เสือกกลัวซะเอง ผีมีที่ไหนวะ มีแต่ข่าวลือ”
       ลูกน้อง 2 ทำปากดี “ต่อให้ผีมีจริง กูว่าต้องอุบาว์น้อยกว่าอี 2 ตัวนี้ว่ะ”
       ผีผู้หญิงร้องวี้ดๆออกสาวนิดหน่อย รู้ว่าแกล้งทำ ทั้งสี่คนหัวเราะกัน หัวหน้าขยับออกเดิน แล้วชะงัก
       “เฮ้ย นั่นอะไรวะ”
       หัวหน้าเพ่งมองดูผนังอิฐเก่าที่ทะลายลง ลูกน้อง 2 คนที่มีไฟฉายช่วยกันส่องไฟตรงหน้า ข้างหลังอิฐที่ทะลายยังมีแผ่นไม้อยู่
       “ไอ้พวกแว๊นเมื่อกี้แหละพี่ มันวิ่งชนจนพังเลย” ลูกน้อง 2 บอก
       “พวกมึงช่วยกันรื้อออกซิ มีอะไรอยู่ข้างใน” หัวหน้าสั่ง
       ลูกน้อง 3 คน ช่วยกันรื้อกองอิฐออก หัวหน้ากับลูกน้องที่เหลือช่วยกันส่องไฟ เดี๋ยวเดียวก็เห็น ผนังอิฐฉาบปูนอีกชั้น มีประตูไม้หนาหนักแบบโบราณ มีโซ่เหล็กและกุญแจคล้องแน่นหนา
       หัวหน้าแก๊งและลูกน้องมองอย่างแปลกใจ ระคนด้วยความรู้สึกอื่น บ้างอยากรู้ บ้างกล้า บ้างโลภ
       ลูกน้อง 1 บอก “มีห้องซ่อนอยู่พี่ สงสัยเป็นห้องใต้ดิน”
       ลูกน้อง 2 ว่า “ที่ซ่อนสมบัติหรือเปล่า พี่”
       หัวหน้าไม่ตอบ บอก “มึงไปเอาขวานมา”
       “อย่าเลยพี่”
       ลูกน้อง 4 ขี้กลัวหน้าซีดเผือดร้องห้าม
       หัวหน้าโมโห “อะไรของมึง”
       “พี่ดูซี มันมียันต์เขียนไว้” ลูกน้อง 4 บอก
       ทุกคนมองดูเห็นยันต์ อักขระตัวธรรมเขียนไว้บนผนังประตูทั้ง 2 บาน
       ลูกน้อง 4 ตั้งข้อสังเกตต่อ “เหมือนขังอะไรไว้ข้างใน”
       “โถ ไอ้เวร มึงดูหนังผีมากเกินไปแล้ว” หัวหน้าด่า
       ขวานเหล็กแข็งแกร่ง ถูกฟาดโครมลงบนโซ่และกุญแจ เกิดประกายไฟกระเด็นออก
       
       ห้องใต้ดินตกอยู่ในความมืด มีลำไฟฉายวูบวาบลงมาตามบันไดดินที่เสริมอิฐ หัวหน้าแก๊งและ 4 ลูกน้อง เดินลงมา คนหนึ่งเอาตะเกียงไฟฟ้าลงมาด้วย
       ทั้ง 5 คนลงมาถึงพื้นห้อง จากลำแสงของไฟฉาย เห็นด้านหนึ่งเป็นซี่กรงไม้ขนาดใหญ่คล้ายกรงขังในยุคโบราณรอบๆ ห้องเป็นผนังอิฐ
       หัวหน้าแก๊งค้ายา วางตะเกียบไฟฟ้าลง แล้วเปิดให้สว่างเต็มที่ แสงไฟสว่างไปทั่วห้อง
       พบว่าเป็นห้องกว้างพอสมควร รอบด้านเป็นผนังอิฐ ทางด้านหนึ่งมีกรงขังไม้ มีโซ่เหล็กขนาดใหญ่ในกรงและที่บานประตู
       หัวหน้าแก๊งและลูกน้องมีอาการแปลกใจ
       ลูกน้อง 1 ถามก่อนใคร “นี่อะไรน่ะพี่ เหมือนคอกวัว”
       หัวหน้าฉุน “คอกพ่อมึงน่ะซี นี่มันกรงขัง”
       ลูกน้อง 2 ว่า “ก็คุกน่ะซีพี่”
       หัวหน้าตัดบท “มึงอย่าพูด ฟังแล้วมันเป็นลาง”
       ทั้งหมดสบตากัน
       ลูกน้อง 3 สงสัย “แล้วทำไม เจ้าของคุ้มถึงต้องสร้างคุกไว้ใต้คุ้มด้วย”
       หัวหน้าตอบเซ็งๆ “กูจะไปรู้ได้ยังไง”
       พวกมันทั้ง 5 มองดูรอบๆ ห้อง ลูกน้องคนขี้กลัวแหงนดูรอบๆ เท้าก้าวถอยหลังไปแล้วสะดุด
       ลูกน้อง 4 บ้าจี้ร้อง “แหก” แล้วล้มพังพาบลง คนอื่นเฮฮา
       ลูกน้อง 3 ด่า “มึงเดินยังไง ไอ้หอก”
       ลูกน้อง 4 บอก “มีมูนดินอยู่ตรงนี้”
       หัวหน้าแก๊งคว้าตะเกียงไฟฟ้ามาชูขึ้น แล้วขมวดคิ้ว ที่ที่ลูกน้องนั่งพังทลายอยู่เป็นมูนดินสูงกว่าพื้นทั่วไป และยังขนาบข้างด้วยมูนดินอีก 2 ข้าง มีขนาดราว 6 ฟุต
       ลูกน้อง 1 สงสัย “หลุมอะไรน่ะพี่ หลุมสมบัติหรือ”
       หัวหน้า ด่า “หลุมสมบัติพ่อมึงน่ะซี”
       ลูกน้อง 4 ที่ยังไม่ลุกขึ้น มองดูแล้วตาเหลือก
       “หลุมศพ”
       ลูกน้อง 4 ตาแหก ลุกพรวด ผวาเข้าเกาะเพื่อน มันทั้ง 5 มองดูที่พื้นตรงหน้า มีหลุมศพ สามหลุมเรียงกัน
       
       คุ้มร้างยังคงตั้งตระหง่านอยู่ในความมืด
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ตูมตาม” ฟิต! เล่น “คุ้มนางครวญ” ปลื้มได้ “สถาพร” ช่วยติว
“พิ้งค์กี้” ปลื้มร่วมงาน “เอ็กแซ็กท์” ถูกใจ “คุ้มนางครวญ” ท้าทายฝีมือ
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คุ้มนางครวญ ตอนที่ 1 เร็วๆ นี้
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 8 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 8 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รออ่านอยู่นะคะ ชอบเรื่องนี้มากค่ะ
บานาน่าโกโก้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014