หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อีสา รวีช่วงโชติ

อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 9

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 มกราคม 2557 13:03 น.
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 9
       อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 9
       
       วันเวลาผ่านเลยไปอีก พระนคร ล่วงเข้าสู่ปี พ.ศ. 2482
       
       ที่ศาลาในสวน วังรวีวาร เช้าวันนี้ หม่อมพริ้มกับคุณพริ้งเดินเข้ามา เห็นเจิมคุมพุดจัดของว่างอยู่ คุณพริ้งทักทาย
       “วันนี้มีอะไรเลี้ยงข้าล่ะ นังเจิม”
       เจิมยอบตัวลง
       “ขนมจีบเจ้าค่ะ”
       คุณพริ้งลงนั่ง หม่อมพริ้มมองดูขนมจีบแล้วออกตัว
       “จีบไม่ค่อยสวยเท่าไหร่นะเจิม วันนี้”
       “นังจวนมันชักจะหูตาไม่ค่อยดีแล้วเจ้าค่ะ บ่าวก็ไล่ให้พวกนังพุด นังหวน มันหัดทำกัน แต่อีนังพวกนี้ทำอะไรก็เหมือนลิงล้างก้น เอาดีไม่ได้สักคน”
       คุณพริ้งถอนใจ “เฮ้อ...อย่าว่าแต่พวกบ่าวไพร่เลยแม่พริ้มเอ๊ยขนาดลูกผู้ลากมากดี เดี๋ยวนี้ก็ทำกันเป็นเสียที่ไหน เขาก็ไปเรียนหนังสือ หัดพูดภาษาฝรั่งฟุดฟิดฟอไฟกันหมด”
       หม่อมพริ้มเศร้าใจ “บ้านเมืองมันเปลี่ยนไปมากจริงๆ ค่ะ คุณพี่ ของดีๆ ที่ตกทอดกันมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย มาถึงวันนี้ ก็รักษาเอาไว้ไม่ได้”
       คุณพริ้งมองหน้าหม่อมผู้เป็นน้องสาว ที่ดูขรึมเศร้ามากกว่าปกติ
       “แม่พริ้ม มีอะไรหรือเปล่า”
       หม่อมพริ้มมองหน้าคุณพริ้ง พูดอย่างลำบากใจ
       “วังรวีวารน่ะค่ะคุณพี่...อิฉันพยายามจนสุดปัญญาแล้ว คงจะรักษาเอาไว้ไม่ได้...อิฉันอยากจะขายวังรวีวารค่ะ”
       คุณพริ้งกับเจิมฟังแล้วต่างตกใจ
       
       เวลาต่อมาพุดเพิ่งออกไป ในศาลาเหลือแค่หม่อมพริ้มกับคุณพริ้งคุยกัน เจิมปรนนิบัติอยู่คนเดียว
       “แม่พริ้มน่าจะลองหารือกับคนที่สำนักงานทรัพย์สิน ให้เขาลองหาทางช่วยดู เผื่อจะมีกระทรวงทบวงกรมไหนเขาอยากเช่าเอาไปทำประโยชน์”
       “ดิฉันก็หวังอย่างนั้นล่ะค่ะคุณพี่ อยู่มาเป็นสิบปี” หม่อมพริ้มหันมองไปทางตำหนักอย่างอาลัย “มันก็อดใจหายใม่ได้”
       
       “ถ้ามีคนมาเช่าไปจริง หล่อนกับลูกก็ต้องย้ายออกไป…วังเก่าแก่ได้รับพระราชทานมาแท้ๆ หล่อนไม่เสียดายแน่นะ แม่พริ้ม” คุณพริ้งพูดด้วยความเป็นห่วง
       “เสียดายค่ะแต่ทรัพย์สินเงินทองเราก็ลดลง ชายรวีก็ยังเล็ก จะร่ำเรียนต่อไปก็คงต้องใช้เงินทองอีกมาก อิฉันคงไม่มีปัญญาดูแลรักษาวังรวีวารเอาไว้ได้”
       เจิมมองหม่อมของมันอย่างชื่นชม คุณพริ้งไม่สบายใจ
       “แม่พริ้มก็คิดดูดีๆ จะทุ่มเทอะไรให้กับใครก็คิดให้ถ้วนถี่ เฮ้อ พูดไปก็บาปปาก” คุณพริ้งลดเสียงพูดเบาลง “เราก็รู้ๆ กันอยู่ ว่าชายรวีเป็นลูกใคร ถ้าโตขึ้นมาแล้วเป็นเหมือนแม่มัน แม่พริ้มเองนั่นแหละที่จะเสียใจ”
       หม่อมพริ้มอึ้งไป
       
       ส่วนที่บ้านเช่าของสมศักดิ์ คุณหญิงโสภานั่งลงอย่างงงๆ เมื่อสมศักดิ์เอาซองสีขาวหนาๆ มาวางตรงหน้า สีหน้าสมศักดิ์ดูอารมณ์ไม่ดี
       “ซองอะไรคะนี่”
       “เงินเดือนของผมครับ” หญิงโสภายังคงงงๆ อยู่ สมศักดิ์แค่นยิ้มขณะบอก “เงินเดือนเดือนสุดท้าย”
       หญิงโสภาตกใจ “หมายความว่ายังไงคะ คุณสมศักดิ์เพิ่งไปทำงานได้เดือนเดียว”
       สมศักดิ์หงุดหงิด “ที่ยุโรปรบกันเรือสินค้าของนายห้างเสียหาย แกตกใจเลยปิดห้างจะกลับบ้านที่อังกฤษ”
       หญิงโสภาใจเสีย แต่พยายามปลอบ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณสมศักดิ์เก่งออก เดี๋ยวก็ต้องหางานใหม่ได้”
       สมศักดิ์หัวเราะเยาะพูดประชด
       “คุณหญิงของผมน่ารักจริงๆ มองโลกสวยงามอยู่ตลอดเวลา” แล้วดุเสียงดัง “ตื่นเสียทีเถอะครับ ตื่นมาดูความจริงบ้าง คนทั้งโลกเขากำลังจะรบกัน เศรษฐกิจกำลังย่ำแย่ ข้าวยากหมากแพง ผมจะไปหางานใหม่ที่ไหนได้ อีกไม่นาน เราจะต้องอดตาย”
       หญิงโสภาตกใจ “คุณสมศักดิ์อย่าดุหญิง”
       สมศักดิ์ไม่ฟัง “ผมจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายนะครับ คุณหญิง เราต้องกลับไปวังรวีวาร!”
       “แต่หม่อมแม่ลั่นปากแล้ว ท่านไม่ยอมรับคุณ”
       “ก็ทำให้ท่านยอมรับสิครับ”
       ขาดคำสมศักดิ์อุ้มหญิงโสภาลอยขึ้นทั้งตัว พาขึ้นไปที่ห้องนอน หญิงโสภาดีดดิ้น ร้องโวยวาย
       “ว้าย คุณสมศักดิ์ คุณสมศักดิ์จะทำอะไรคะ”
       
       สมศักดิ์วางหญิงโสภาลงบนเตียง แล้วกอดไว้อธิบาย
       “ถ้าคุณหญิงมีลูก หม่อมท่านไม่มีทางพรากเราพ่อแม่ลูกออกจากกัน”
       “ไม่” หญิงโสภาดิ้นสุดแรง ร้องกรี๊ดๆ “ต้องไม่ใช่แบบนี้ ไม่...คุณสมศักดิ์ปล่อยหญิง”
       สมศักดิ์ชักโกรธ “คำก็ไม่ สองคำก็ไม่ คุณหญิงรังเกียจผมขนาดนี้เลยเหรอเห็นผัวเป็นไส้เดือนกิ้งกือหรือยังไง เข้าใกล้ทีไรก็ร้องกรี๊ดๆ”
       หญิงโสภาร้องไห้โฮ สมศักดิ์โกรธจนหมดอารมณ์ ตวาดลั่นห้อง
       “เอ้า ร้องไห้ ร้องเข้าไป จะร้องทำไมนักหนา”
       หญิงโสภาตกใจมาก และยิ่งร้องไห้มากขึ้น สมศักดิ์กระชากตัวเข้ามาถาม ทั้งโกรธทั้งน้อยใจ
       “ไม่อยากนอนกับผม ไม่อยากมีลูกกับผม ทำไม กลัวเลือดไพร่ของผมจะไปแปดเปื้อนเลือดเจ้าของคุณหญิงหรือยังไง” สมศักดิ์เขย่าตัวถาม “ตอบมาสิ ตอบผมมา อย่าเอาแต่ร้องไห้”
       หญิงโสภาร้องไห้โฮๆ ขดตัวงอด้วยความกลัว ประตูเปิดออก สาถลาเข้ามา
       “คุณสมศักดิ์” พลางกระชากหญิงโสภาออกมา ประคองไว้ “นี่มันอะไรกัน คุณทำอะไรคุณหญิง”
       สมศักดิ์โมโห “ถามนายคุณเอาเองเถอะ!”
       จากนั้นสมศักดิ์เดินปึงปังออกจากห้องไป สาถลันตาม
       “นี่ คุณสมศักดิ์หยุดนะ กลับมาพูดกันให้รู้เรื่อง”
       สมศักดิ์เดินไปไม่หันมา สาเจ็บใจ
       
       หญิงโสภาน้ำตาแห้งแล้ว นั่งนิ่ง สาพูดอย่างอ่อนใจ
       “มันเป็นเรื่องธรรมดานะคะ คุณหญิง ผู้หญิงผู้ชายรักกัน เขาก็ต้องมีเรื่องอย่างว่ากันทั้งนั้น”
       หญิงโสภาเมินหน้า สาจับหญิงโสภาหันมา พูดจริงจัง
       “นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะคะ คุณหญิงต้องบอกสามาว่าทำไม”
       หญิงโสภาเห็นสาดุ จึงรวบรวมความกล้าพูดออกมา
       “หญิงไม่ชอบ หญิงไม่มีความสุขเลยเวลาที่คุณสมศักดิ์มา...” พูดแล้วคุณหญิงรู้สึกขยะแขยงขึ้นมา “หญิงว่ามันน่าเกลียด น่าอาย”
       “น่าเกลียดอะไรคะ ใครๆ เขาก็ทำกัน หม่อมแม่ของคุณหญิงเองก็ทำ ถึงได้มีคุณหญิงออกมาได้”
       หญิงโสภารีบเอามือปิดสองหู ไม่อยากฟัง สาขัดใจ แกะมือหญิงโสภาออก พูดใส่หน้า
       “ถ้าคุณหญิงยังเป็นแบบนี้ ซักวัน คุณสมศักดิ์ต้องไปมีคนอื่นแน่” อีสานึกถึงอาการที่สมศักดิ์ทำกับตัวเอง “ผู้ชายน่ะ อดทนแต่ไม่ทนอดนะคะ”
       หญิงโสภานิ่ง สาคิดอะไรบางอย่าง แล้วลองหยั่งดู
       “หรือว่าคุณหญิงอยากให้คุณสมศักดิ์ไปมีอะไรกับคนอื่นแทน”
       หญิงโสภาส่ายหน้าทันที “ไม่จ้ะ สา หญิงรับไม่ได้...ถ้าเธอมีคนอื่น หญิงขอตายดีกว่า”
       
       สาอึ้งไป รับรู้ได้ว่าหญิงโสภาหมายความตามนั้นจริงๆ
       
       ฟากหม่อมพริ้มนั่งสวดมนต์อยู่ในห้องพระที่วังรวีวาร มีเจิมหมอบเฝ้าพัดวี หม่อมพริ้มกราบพระเสร็จ เจิมจึงค่อยๆ ถามขึ้น
       “หม่อมเจ้าขา” หม่อมพริ้มหันมา “หม่อมจะขายวังจริงๆ หรือเจ้าคะ”
       หม่อมพริ้มพยักหน้า “เอ็งไม่ต้องกลัว ข้าไม่ทิ้งเอ็งหรอก เจิม”
       “อันนั้นบ่าวรู้ดีเจ้าค่ะ...แต่ทำแบบนี้ มันไม่เสียเกียรติของรวีวารหรือเจ้าคะ”
       “เกียรติของรวีวารมันไม่ได้อยู่ที่วังนี่หรอกเจิมเอ๊ย มันอยู่ที่คนต่างหากบ้านช่องสิ่งของมันก็ผุพังไป มีแต่คุณงามความดี ที่จะอยู่ให้คนเขาจดจำ” หม่อมพูดอย่างมีหวัง “ชายรวีต้องได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด เขาจะต้องมีความรู้ มีความสามารถเอามารับใช้ชาติบ้านเมือง นั่นล่ะ ถึงจะเป็นเกียรติเป็นศรีของรวีวารต่อไป”
       เจิมมองอย่างชื่นชม “หม่อมยอมขายวังรวีวาร เพื่ออนาคตของคุณชาย...จะหาแม่ที่ไหนน้ำใจช่างประเสริฐอย่างนี้ไม่มีอีกแล้วเจ้าค่ะ”
       “ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่แล้ว ก็ต้องทำได้ทุกอย่างเพื่อลูก ถ้าจิตใจยังคับแคบ เห็นแก่ความสุขสบายส่วนตัว มันก็ไม่สมควรจะเป็นแม่ใคร”
       เจิมฟังหม่อมพริ้มพูด แล้วก็อดคิดไปถึงอีสาไม่ได้
       
       ขณะเดียวกันในบ้าน เห็นไฟสลัวแสงนวลตา หญิงโสภาใส่ชุดนอนแล้ว ผัดหน้านวลผ่อง มีผ้าคลุมไหล่กันหนาวยืนอยู่ที่หน้าต่าง มองออกไปนอกบ้าน รอสมศักดิ์ด้วยความกังวลใจ
       ก่อนหน้านี้สาหวีผมให้หญิงโสภาที่หน้ากระจก บอกอย่างจริงจัง
       “คุณหญิงต้องทำให้ได้นะคะ ไม่งั้น...สาพูดจริงๆ นะคะ ไม่งั้นชีวิตแต่งงานของคุณหญิงไม่รอดแน่”
       
       หญิงโสภาลงนั่งที่เก้าอี้ พอดีได้ยินเสียงหมาบ้านข้างๆ เห่า ดังขึ้น หญิงโสภารีบลุกขึ้นมองออกไปที่ประตูรั้ว พบว่าที่ประตูรั้วนอกบ้าน สมศักดิ์ลงมาจากสามล้อแล้วเปิดประตูรั้วบ้านเดินเซๆ เข้ามา อาการเมามาก
       สมศักดิ์เดินเข้ามา เสื้อยับยู่ยี่ ผมยุ่ง หน้าแดงก่ำ หญิงโสภาออกมารับ
       หญิงโสภาทักเสียงอ่อน ประจบ “คุณสมศักดิ์คะ”
       สมศักดิ์มองหน้าคุณหญิงโสภา “อ้อคุณหญิง อุตส่าห์มารับผัวถึงประตูบ้านเลยเหรอครับ” เขายิ้มเยาะ “คิดถึงผัวหรือว่ายังไง”
       หญิงโสภาหน้าเสีย สมศักดิ์เดินเข้ามาหาหญิงโสภาโอบเอว แต่หญิงโสภาทำจมูกย่น หันหน้าหนี
       “กลิ่นเหล้านี่? คุณสมศักดิ์เมาเหรอคะ”
       สมศักดิ์หัวเราะ “ไม่เมาเหล้าแล้วเรายังเมารัก สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน”
       สมศักดิ์เดินเซๆ หญิงโสภาต้องประคองไว้ สมศักดิ์โอบหญิงโสภาแน่นเข้ามา
       “ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน”
       สมศักดิ์พยายามจะจูบ หญิงโสภาถึงแม้จะทำใจมาแล้ว แต่ก็ไม่อยากโดนจูบที่กลางบ้าน
       “คุณสมศักดิ์ นี่มัน” หล่อนเบี่ยงหลบ ข่มความอาย “ขึ้นไปข้างบนก่อนเถอะค่ะ”
       สมศักดิ์ไม่ฟังดันหญิงโสภาลงไปบนเก้าอี้ แล้วก้มหน้าลงจะจูบ หญิงโสภาไม่กล้าปฏิเสธ หลับตาปี๋ สมศักดิ์โน้มลงมา แล้วฟุบลงกับบ่าหญิงโสภาทั้งตัว หญิงโสภาตกใจ
       “คุณสมศักดิ์คะ คุณสมศักดิ์”
       สมศักดิ์เมาพับ หมดสติไป
       
       สมศักดิ์นอนหลับอยู่ที่เก้าอี้ หญิงโสภานั่งอยู่ข้างๆ สาเข้ามาพร้อมกะละมังเคลือบใส่น้ำ และผ้าขนหนู
       “อ้าว ทำไมไม่ถอดเสื้อเธอออกล่ะคะ จะได้เช็ดตัว”
       หญิงโสภาปลดกระดุม ถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกอย่างเก้ๆ กังๆ สารำคาญ
       “มาค่ะ สาเอง”
       สากระชากเสื้อให้แบะออก ตัวเสื้อยังคาปิดต้นแขนไว้ บิดผ้าขนหนูเช็ดคอ เช็ดหน้าให้สมศักดิ์อย่างคล่องแคล่ว ขณะที่หญิงโสภาลุกออกไปยืนมองห่างๆ อย่างห่วงใย
       “เมาไม่รู้เรื่องอย่างนี้ จะพาขึ้นไปนอนได้ยังไงล่ะจ๊ะสา”
       “โอ๊ย ตัวเบ้อเร่อเบ้อร่า พาขึ้นไปชั้นบนไม่ไหวหรอกค่ะ คุณหญิง จะพากันตกบันไดมาซะเปล่าๆ ทิ้งให้นอนอยู่ตรงนี้แหละค่ะเดี๋ยวสร่างเมา เธอก็เดินขึ้นไปเองแหละ
       หญิงโสภาพยักหน้า มองสมศักดิ์ด้วยความรู้สึกกึ่งโล่งใจ
       
       เวลาผ่านไปจนเช้ามืด เห็นสานั่งสัปหงกกับพื้น พิงเสา มือโบกพัดไล่ยุงให้สมศักดิ์แล้วก็หลับไป มือตกลง
       ส่วนสมศักดิ์นอนอยู่บนโซฟา เสื้อยังเปิดอยู่ รู้สึกเหมือนมียุงมาตอม รำคาญ เลยรู้สึกตัวสมศักดิ์ค่อยๆ ลุกขึ้น งัวเงีย แล้วเห็นร่างตะคุ่มๆ อยู่ในความมืด สมศักดิ์สลัดหัวไล่ความมึนงงแล้วจึงเห็นว่าเป็นสาสมศักดิ์ลุกขึ้นมานั่งลงมองสา ที่หลับพิงเสาอยู่ ในมือยังถือพัดไล่ยุง
       สมศักดิ์รู้สึกดีที่สามาดูแลตน มองสาที่หลับอยู่ด้วยแววตาอ่อนโยนลึกซึ้ง มียุงมาเกาะที่ไหล่ของสาที่ใส่เสื้อคอกระเช้า สมศักดิ์เอื้อมมือไปปัดไล่ ยุงหนีไป มือสมศักดิ์แตะลงที่ไหล่สา ความรู้สึกที่เก็บเอาไว้ในใจก็ท่วมท้นขึ้นมาอีก
       สมศักดิ์ลูบเบาๆ จากไหล่สา ลงมาตามแขนเรียวสวย ผิวสานุ่มนวล สมศักดิ์เผลอใจ มองหน้าสา แล้วค่อยๆ ก้มหน้าลงไปจะจูบ
       สารู้สึกตัวพอดี สมศักดิ์ผงะ สาลืมตา ตกใจที่เห็นสมศักดิ์
       “ว้าย”
       สาผลักสมศักดิ์ล้มลงกับพื้น แล้ววิ่งหนีไป สมศักดิ์ได้สติ วิ่งตาม
       “คุณสา เดี๋ยวก่อน”
       
       สาวิ่งเข้าห้อง จะปิดประตู สมศักดิ์คว้าบานประตูไว้ทัน ดันตัวเองเข้าไปในห้องสา
       “คุณจะทำอะไร ออกไปนะ”
       “ฟังผมก่อน”
       “ไม่ต้องมาพูด คุณกำลังจะลากฉันลงนรก ออกไปเดี๋ยวนี้ ออกไป”
       “ไม่”
       “งั้นฉันไปเอง”
       สาจะออกจากห้อง สมศักดิ์คว้าตัวไว้ เอาดึงมาจูบกระซิบ
       “อย่าหนีผมอีกเลย คุณสา ผมต้องการคุณ”
       สาพ่ายแพ้กับความรู้สึกโหยหาที่อยู่ในใจ กอดจูบกับสมศักดิ์ความรู้สึกที่มีต่อกันคือความรักความเสน่หาอย่างแท้จริง
       สมศักดิ์สลัดเสื้อตัวนอกออก ดันสาลงไปที่เตียง
       สาชะงัก ได้สติ สมศักดิ์เข้ามาหา สาผลักที่อก แล้วใช้เล็บข่วนที่ต้นแขนสมศักดิ์อย่างแรง
       สมศักดิ์ร้อง “โอ๊ย” เห็นที่ต้นแขนเป็นรอยเล็บ เลือดซิบ “คุณสา”
       สาคว้ามีดเล็กๆ ที่หน้ากระจก มาถือ ขู่
       “ออกไป ไม่งั้น ฉันจะฆ่าคุณ” อีสาตาวาว “ฉันฆ่าจริงๆ”
       สมศักดิ์ตะลึงมองสา ตกใจกับอารมณ์ที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
       
       หญิงโสภาตื่นแต่เช้า กำลังดูแลโสภิตพิไลที่หลับอยู่สมศักดิ์ก็เปิดประตูเข้ามาหน้าตาเครียด
       “คุณสมศักดิ์” รีบเข้าไปหา “เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
       สมศักดิ์ชะงัก เบี่ยงตัวหลบเหมือนคนมีพิรุธ กลัวคุณหญิงเห็นรอยเล็บ ตอบขรึมๆ
       “ผมไม่ได้เป็นอะไร”
       หญิงโสภาเลยเก้อๆ ไป “เมื่อคืนหญิงเห็นคุณเมามาก หญิงเลยกลัวว่าคุณจะไม่สบาย...”
       สมศักดิ์ไม่สนใจฟัง เดินหนีไปเลย “ผมเหนียวตัว จะอาบน้ำ”
       สมศักดิ์ เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า คุณหญิงเลยหยุดพูด น้อยใจ
       “หญิงไม่กวนใจก็ได้ค่ะ”
       หญิงโสภาหันไปหาโสภิตพิไลตามเดิมแต่เห็นสมศักดิ์ยังหาของอยู่ อดไม่ได้ เดินไปหยิบผ้าขาวม้าผืนใหม่ที่รีดเรียบออกมาจากตะกร้าผ้า ส่งให้
       “หาผ้าขาวม้าใช่ไหมคะ หญิงเอาไปซักรีดให้น่ะค่ะ”
       สมศักดิ์ลืมตัว หันมารับ “ขอบคุณครับ”
       หญิงโสภาเห็นรอยเล็บข่วนเป็นแนวที่ต้นแขนสมศักดิ์ ตะลึง
       สมศักดิ์ไม่ทันเห็นอาการของหญิงโสภา ได้ผ้าขาวม้าแล้วก็รีบออกไป หญิงโสภายืนตะลึง หน้าซีดเผือด
       
       ตอนเช้า สาอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่แล้ว กำลังติดไฟหุงข้าวอยู่ในครัว หญิงโสภาเดินเข้ามาบอกสา เหมือนคนจะขาดใจ
       “สา... คุณสมศักดิ์เธอไม่รักหญิงแล้ว”
       สางง “คุณหญิงเอาอะไรมาพูดคะ”
       คุณหญิงโสภาส่ายหน้า “เธอมีคนอื่นแล้ว...ผู้หญิงคนอื่น...เมื่อคืนนี้เธอ”
       สาตกใจ “คุณสมศักดิ์บอกอะไรคุณหญิงคะ” ชักร้อนตัว “ไม่นะคะ ไม่จริง ไม่มีอะไรทั้งนั้น”
       “มีจ้ะ หญิงเห็น มีรอยเล็บผู้หญิงอยู่ที่แขนคุณสมศักดิ์ แผลยังใหม่อยู่เลย” สาอึ้ง หญิงโสภาน้ำตาคลอ “เมื่อคืน ที่คุณสมศักดิ์กลับบ้านดึก เธอไปอยู่กับผู้หญิงอื่นมาจ้ะ สาหญิงจะทำยังไงดี”
       โสภาโผเข้ากอดสา ร้องไห้ สาถอนใจเฮือก ทั้งโล่งใจ ทั้งรู้สึกผิดปนกัน
       
       สากลับเข้ามานั่งในห้อง หน้าเครียด นึกเรื่องที่ตัวเองบอกกับหญิงโสภา
       “คุณหญิงทำใจดีๆ ไว้ค่ะ สารับรอง คุณสมศักดิ์ไม่มีทางทอดทิ้งคุณหญิงไป”
       “แต่ผู้หญิงคนนั้น .. เขาเป็นใคร”
       “ไม่มีหรอกค่ะ คุณหญิงอย่าคิดมาก...จะไม่มีใคร มาทำให้คุณหญิงของสาต้องเสียใจสารับรอง เชื่อสานะคะ”
       สาสลัดความคิด ลุกขึ้นแต่งตัว จะไปข้างนอกบ้าน
       
       หญิงโสภานั่งหน้าเศร้าอยู่ที่โต๊ะอาหาร รอกินข้าวเช้า สมศักดิ์แต่งตัวชุดใหม่ เดินลงมาลงนั่ง
       “ตักข้าวเลยนะคะ”
       “คุณสาล่ะ ไปไหน …ไม่กินข้าวเหรอ”
       “สาไม่อยู่ค่ะ ออกไปข้างนอก”
       “ไปไหน”
       “ไม่ทราบค่ะ หญิงถาม สาก็ไม่บอก บอกแต่ว่าไปข้างนอก” คุณหญิงพูดซื่อๆ ไม่ได้จับผิด “คุณสมศักดิ์มีธุระอะไรกับสาหรือคะ”
       สมศักดิ์ตักข้าวกิน ไม่รู้ไม่ชี้ หญิงโสภาปรนนิบัติตามปกติ แต่แววตาเศร้า
       
       สาพาตัวเองมาอยู่ท่ามกลางบรรยากาศในวัดสงบร่มรื่น หล่อนเดินเข้ามาเรื่อยเปื่อย เหมือนคนไม่มีอะไรทำ แม่ชีกวาดลานวัดอยู่ เห็นสาสวย ก็อดทักไม่ได้
       “มาไหว้พระหรือคุณ”
       “เข้ามาอย่างนั้นเองล่ะจ้ะ แต่” สาพูดกับตัวเอง “ไหว้ก็ดีเหมือนกัน”
       แม่ชียิ้ม ชี้ทาง “ไปซี โบสถ์อยู่ทางโน้นแน่ะ”
       
       เวลาต่อมา สาพนมมือต่อหน้าพระประธานในโบสถ์เก่า
       “คุณพระคุณเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ช่วยลูกด้วยเถิด ขอให้ลูกเข้มแข็งขออย่าให้พลั้งพลาด” สาถอนใจ “อย่าให้ลูกตกต่ำ ทำตัวชั่วช้าไปกว่านี้เลย”
       สากราบลง 3 ที
       สาเดินออกมาด้านหน้าโบสถ์ ใบหน้าสงบผ่องใส แต่แล้ว เหมือนมีมารผจญ เด็กวัดท่าทางแก่นแก้วคนหนึ่งวิ่งมาชนสา
       “อุ๊ย”
       “ฉันขอโทษจ้ะ น้า”
       สาไม่ค่อยพอใจ “จะรีบวิ่งไปไหนเนี่ย”
       “ฉันจะรีบไปดูละครน่ะจ๊ะไปก่อนนะ”
       เด็กวิ่งตื๋อไป พร้อมกับเสียงปี่พาทย์โหมโรงดังมา สายิ้ม ตาวาว
       
       ที่บริเวณลานดินใต้ต้นไม้ใหญ่ดูร่มรื่นมีเสาตะลุงปักแสดงเขตเวทีอย่างง่ายๆ มีฉากผ้าขึง และตั่งไม้ตั้งกับพื้นดินรอบๆ มีชาวบ้านปูเสื่อบ้าง กระดาษบ้าง นั่งดูละครกัน
       
       คณะละครแสดงเรื่อง สังข์ทอง ตอนท้าวสามนต์ปรึกษากับมเหสีจะให้ลูกสาวทั้งเจ็ดเลือกคู่
       
       มาจะกล่าวบทไป ถึงท้าวสามนต์เรืองศรี
       เสวยราชสมบัติสวัสดี ในบุรีสามนต์พระนคร
       อันองค์เอกอัครชายา ชื่อมณฑานารีศรีสมร
       มีธิดานารีร่วมอุทร ทั้งเจ็ดนามกรต่างกัน
       น้องนุชสุดท้องชื่อรจนา โสภาเพียงนางในสวรรค์
       พรั่งพร้อมพระสนมกำนัล เป็นสุขทุกนิรันดร์วันคืน
       
       สาเข้ามายืนดูละคร ทั้งพระทั้งนางแต่งตัวง่ายๆ ท่ารำก็ธรรมดา แต่ชาวบ้านก็ดูกันอย่างเพลิดเพลิน
       
       ท้าวคิดรำพึงถึงเวียงชัย นานไปจะเป็นของเขาอื่น
       เห็นจะไม่จีรังยั่งยืน ด้วยลูกเราแต่พื้นเป็นธิดา
       จำจะคิดปลูกฝังเสียยังแล้ว ให้ลูกแก้วมีคู่เสน่หา
       ถ้าเขยคนใดดีมีปัญญา จะยกพาราให้ครอบครอง
       
       สาลงไปนั่งดูละครเร่รวมกับชาวบ้านแล้ว หน้าตายิ้มแย้มเบิกบานสนุกสนาน มีความสุขมาก
       ที่เวที ตัวนางเอกคือรจนากำลังร่ายรำเสี่ยงพวงมาลัย มีเจ้าชายแต่งตัวเป็นแขก ฝรั่ง ไทย จีน ท่าทางตลกๆ ยืนเรียงแถวรอให้เลือก
       สามองอย่างเพลินเพลินแล้วหวนคิดไปถึงอดีต
       ในตอนที่ตัวเองรำรจนาเสี่ยงพวงมาลัยถวายท่านชายที่วังรวีวาร เสียงปรบมือทำให้สาตื่นจากภวังค์ การแสดงจบลงแล้ว ชาวบ้านเริ่มแยกย้ายกันเดินออกไป
       สายืนมองเห็นคนดูที่เป็นหญิงหลายคน กรูเข้าไปให้รางวัลตัวเอก ตัวเอกรับแล้วบอกขอบใจกันวุ่นวาย
       สาเห็นชายคนหนึ่งท่าทางเป็นเจ้าภาพเข้าไปคุยกับพัน ชายชราเจ้าของคณะ แล้วนับเงินให้
       
       บ้านสมศักดิ์ตกอยู่ในความมืดยามค่ำคืน
       สมศักดิ์เพิ่งกลับเข้าบ้านมา เดินผ่านกอกุหลาบมอญหน้าบ้าน หยุดมอง
       สักครู่สมศักดิ์เดินเข้ามา ไฟในบ้านดับเกือบหมด หญิงโสภาขึ้นนอนไปแล้ว สมศักดิ์หยุดยืนมองไปที่ประตูห้องสา แล้วตัดสินใจเดินไป เคาะเรียกเบาๆ
       “คุณสา… คุณอุษา”
       ส่วนในห้องสานอนอยู่บนเตียง ได้ยิน สาลุกขึ้นนั่ง
       เสียงสมศักดิ์ดังเข้ามา “คุณอุษา เปิดหน่อยได้ไหม ผมอยากพูดกับคุณ”
       สานั่งนิ่งมือหยิบเหรียญเก่าที่เคยได้จากท่านชายออกมาจากใต้หมอน ถือไว้เหมือนเป็นเครื่องเตือนใจ
       “ท่านชายขา ช่วยสาด้วย...สาไม่อยากตกนรก ช่วยสาด้วย”
       เสียงเคาะประตูเงียบไป
       สาเดินลงจากเตียง เอาหูไปแนบบานประตู แอบฟัง
       “สมศักดิ์หน้าเศร้า หยิบดอกกุหลาบมอญออกมาจากกระเป๋าเสื้อ วางไว้ที่พื้นหน้าประตูห้อง
       “คุณสา ผมขอโทษนะ คุณได้ยินไหม ผมขอโทษ”
       สมศักดิ์เดินจากไป ส่วนสาอยู่ในห้องถอนใจเศร้า รักสมศักดิ์แต่พยายามตัดใจ
       
       วันต่อมา หญิงโสภากำลังจัดโต๊ะอาหารเช้าอยู่ที่ห้องโถง สมศักดิ์เดินลงมา ไม่เห็นสา
       “วันนี้รับข้าวต้มกุ๊ยนะคะ รับข้าวสวยทุกวันเดี๋ยวจะเบื่อ”
       สมศักดิ์ไม่สนใจ “คุณสาล่ะ”
       โสภาน้อยใจนิดๆ แต่ไม่ได้ติดใจสงสัย “สาออกไปธุระค่ะ”
       “อีกแล้วเหรอ ธุระอะไรของเขา ทุกวี่ทุกวัน” สมศักดิ์บ่น ไม่สบอารมณ์
       “หญิงไม่ทราบค่ะ...คุณสมศักดิ์จะรับข้าวเลยไหมคะ”
       สมศักดิ์หงุดหงิดที่ไม่เห็นหน้าสาหลายวัน เลยพาลเสียงดัง “คุณหญิงน่าจะไถ่ถามบ้าง”
       “สาเขาไม่บอก หญิงก็ไม่กล้าถามหรอกค่ะ”
       สมศักดิ์พาล “ทำไมจะถามไม่ได้ เขาเป็นคนของคุณหญิง ออกไปไหน ไปทำอะไร คุณหญิงก็มีสิทธิ์จะรู้”
       หญิงโสภาแอบตัดพ้อ “ค่ะ หญิงมีสิทธิ์ แต่หญิงเกรงใจ หญิงยังไม่เคยถามคุณสมศักดิ์เลยนี่คะ ว่าออกจากบ้านแล้วไปไหน...ไปหาใคร”
       สมศักดิ์ชะงัก เห็นแววตาตัดพ้อของหญิงโสภา ก็รู้สึกผิด หยุดถามแล้วลงนั่งที่โต๊ะ
       หญิงโสภานั่งตาม ตักข้าวเลื่อนให้สมศักดิ์ สมศักดิ์กินอย่างซังกะตาย
       
       ที่ลานวัดเวลานั้น สาถลกผ้าซิ่นนั่งขัดสมาธิอยู่ในหมู่คนดู มีมะยมดอง ถั่วต้มพร้อม ท่าทางสนุกสนานมาก รอบตัวสาคือหญิงกลางคน 2-3 คนที่เป็นขาประจำ เห็นกันตั้งแต่ครั้งแรก ที่ตอนนี้สนิทสนมกับสาแล้ว
       ละครแสดงเรื่องจันทโครพ ตอนที่จันทโครพสู้กับเหล่าโจรป่า จันทโครพแผลงศรฆ่าโจรป่าห้าร้อยคนได้ เหลือแต่หัวหน้าโจรต่อสู้กับจันทโครพตัวต่อตัว จะแย่งชิงนางโมรา ต่อสู้กันพัลวัน
       ระหว่างตัวละครต่อสู้กัน พวกบรรดาคนดูก็เคี้ยวมะยมหยับๆ คุยกันไปด้วย
       หญิง1 คุย “เห็นนายพันเขาว่า เดือนหน้าเขาจะมีงานใหญ่”
       สาสนใจ “งานอะไร ที่ไหนเหรอจ๊ะ ป้า”
       “งานแก้บน ที่วัดใหญ่ อยุธยาโน่น”
       “โห ตั้งไกล .. แกจะเล่นเรื่องอะไรเหรอ”
       หญิง 2 เอ่ยขึ้น “ตาพันแกจะมีอะไร้ เล่นวนอยู่ไม่กี่เรื่อง เดี๋ยวๆ ก็จันทโครพ ดูจนเบื่อแล้ว”
       “ความจริงแก้วหน้าม้าก็สนุกนะป้า ไชยเชษฐ์ก็ดี” สาบอก
       หญิง 1 พยักพเยิดไปที่นายพัน เจ้าของคณะละครเร่ ที่นั่งคุมจังหวะอยู่
       “เมื่อก่อนนังฉวีลูกสาวตาพันเป็นนางเอก มันเป็นแก้วหน้าม้าดี๊ดี พอดีมันเป็น ฝีในท้องตายไปซะก่อน เลยอดดูกัน” หญิง 1 ตะโกนแซว “โอ้ย มึงยังแย่งกันไม่แล้ว อีกรึ อีโมราหน้าดำเป็นจรกา มึงจะแย่งกันไปทำไม๊”
       สาดูละคร เห็นตัวนางรำไม่ค่อยสวย ก็ใคร่ครวญครุ่นคิด
       
       ละครเลิกแล้ว คนแยกย้ายไปเกือบหมด สายังยืนอยู่ แอบมอง เห็นพวกละครเอาเงินที่ได้จากแม่ยกพ่อยกเก็บเข้าชายพก แล้วช่วยกันเก็บของ
       สักครู่เห็นนายพัน เจ้าของคณะนั่งนับเงิน สาจัดหน้าจัดผมให้ดูดี แล้วเดินเข้าไปไหว้อย่างสวยงามอ่อนช้อยสุดๆ
       “ฉันไหว้จ้ะ” สาส่งยิ้มหวานหยดให้ “น้าพัน เจ้าของคณะใช่ไหมจ๊ะ”
       “ช..ใช่จ้ะ” พันตะลึงในความสวย “มีธุระอะไรรึ”
       “ฉันชื่อสานะจ๊ะ ฉันจะมาขอเล่นละครด้วยคน”
       “หา! รำเป็นรึ”
       “จ้ะ ฉันเคยรำ”
       “หน้าตาก็สะสวยอยู่ล่ะ” พันไม่ไว้ใจ “แต่รำเป็นแน่นะ”
       สายิ้มยกมือจบไหว้ แล้วรำให้ดูหนึ่งท่า ถูกต้อง สวยงามเป๊ะ ราวกับนางละครหลวง นายพันตาค้าง
       “พอใช้ได้ไหมจ๊ะ”
       นายพันปากค้าง ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ
       
       เย็นจวนค่ำ สาเดินหน้าตาสดใสกลับเข้าบ้านมา สมศักดิ์ที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ เห็นเข้า ก็ขวางหูขวางตา
       “กลับมาแล้วเหรอ”
       “ก็เห็นอยู่นี่คะ” สาจะเลี่ยงไป สมศักดิ์ไปขวาง
       “คุณอุษา คุณหายไปไหนมาทุกวัน”
       “เรื่องของฉัน”สามองไม่ทั่วบ้าน ไม่เห็นหญิงโสภา นึกระแวง “คุณหญิงอยู่ไหน”
       “อยู่ข้างบน กำลังกล่อมโสภิตนอน”
       สาหันหลังกลับเดินออกจากบ้านไป
       “คุณอุษา คุณจะไปไหนอีก” สมศักดิ์วิ่งไปขวาง แววตาอาวรณ์ “คุณไม่อยู่บ้านมาทั้งวันแล้วนะ”
       “ฉันรู้ว่าฉันเหมือนน้ำมัน ฉันเลยไม่อยากอยู่ใกล้ไฟ...คุณก็ควรจะระวังไว้ ทีหน้าทีหลัง จะได้ไม่ต้องมีใครเสียใจ”
       สาพูดชัด ตรง แล้วเดินออกไป สมศักดิ์ยืนนิ่งสับสนกับชีวิตว่าจะทำยังไงต่อไปดี
       
       หลายวันต่อมา สาเริ่มเล่นละครเร่เรื่องแรก เป็นนางจระเข้ วิมาลา ใน ไกรทอง จับตอนที่ไกรทองได้วิมาลาเป็นเมีย แล้วพามาซ่อนไว้ที่กระท่อมกลางสวน พอดีตะเภาแก้วตะเภาทองมาตาม
       
       เมื่อนั้น วิมาลาอกสั่นขวัญหนี
       จึงถามเจ้าไกรไปทันที ใครนี่องอาจประหลาดนัก
       เป็นเมียของเจ้าหรือเขาอื่น เข้ามายืนเรียกอยู่ดังรู้จัก
       หรือพี่ป้าย่ายายมาทายทัก จงบอกเมียรักให้แจ้งใจ
       
       เมื่อนั้น เจ้าไกรทองยิ้มแห้งแถลงไข
       ซึ่งมาเรียกพี่บัดนี้ไซร้ โฉมงามทรามวัยตะเภาทอง
       ทั้งนางตะเภาแก้วแววตา ภรรยาของพี่ทั้งสอง
       เจ้าอย่าตกใจไปเลยน้อง พี่มิให้ขัดข้องเคืองกัน
       
       ถึงฉากทั้งสามนางทะเลาะกันต่อหน้าไกรทอง
       
       เมื่อนั้น สองนางแค้นคิดอิจฉา
       แลไปเห็นนางวิมาลา ฟูมฟายน้ำตาก็ขัดใจ
       ร้องว่าเหวยเหวยอีกุมภีล์ เล่ห์กลมึงดีทำร้องไห้
       แกล้งชะอ้อนวอนชู้หรือไร จะให้มาทำไมกับกู
       กลับมาขึ้นเสียงเถียงเจ้าผัว แต่ล้วนไม่กลัวจะต่อสู้
       ทำไมเล่าจึงเข้าแฝงชู้ อันจะพ้นมือกูอย่าสงกา
       ว่าแล้วรุกรานเข้าไปใกล้ เลี้ยงไล่จะจิกเอาเกศา
       พี่เลี้ยงทาสีก็มี่มา อุตลุดฉุดคร่าจะตบตี
       เมื่อนั้น วิมาลายับย่อยไม่ถอยหนี
       ร้ายกาจด้วยเป็นชาติกุมภีล์ ต่อตีมีกำลังเรี่ยวแรง
       จะเข้าจิกศีรษะนางไม่ได้ ปัดป้องว่องไวเข้มแข็ง
       หยิกข่วนกอดกัดวัดแวง พลิกแพลงผลักไสไปมา
       
       สาเล่นสุดตัว จิกตา ทำหน้าร้ายได้เหมือนนางร้ายมืออาชีพ แต่คนดูชื่นชมสามากกว่านางเอก จนนางเอกและนางรองชักอิจฉา
       
       เมื่อนั้น สองนางขัดแค้นแสนสา
       ไม่ย่อท้อต่อสู้วิมาลา จนหน้าตาคางคิ้วเป็นริ้วยับ
       พวกผู้หญิงสาวสาวบ่าวไพร่ หลงใหลไล่ทุบกันตุบตับ
       ปากจมูกถูกเล็บจนเลือดซับ บ้างล้มทับพวกเพื่อนพัลวัน
       
       สาทะเลาะตบตีกับนางเอกและนางรอง คนดูกลับพากันเอาใจช่วยสา
       คนดูหญิง 1 ถูกอกถูกใจ “แน่จริงมึงอย่ารุมสองสิวะ อีตะเภาแก้วตะเภาทอง”
       หญิง 2 ทนไม่ไหว ถลกผ้านุ่งเข้าไป “แม่วิมาลามา ฉันช่วย”
       หญิง 2 โดดเข้าไปจิกหัวนางรองออกมา สาปล้ำกับนางเอก หญิง 2 ปล้ำกับนางรอง คนดูส่งเสียงเชียร์ฮือฮา พระเอกไกรทองยืนหัวเราะท้องแข็ง หันไปบอกนายพัน
       “คนดูเข้ามาเล่นด้วยแล้ว น้าพัน”
       นายพันหัวเราะขำ
       “เออ เอาสิวะ นี่คนดูรักสามันจริงๆ นะนี่”
       เมื่อไม่มีคนห้าม มีแต่คนสนุก ทั้งสี่คนจึงยังปล้ำกันนัว คนดูส่งเสียงเอาใจช่วยสากันลั่น นางเอกทนไม่ไหว หันไปด่าคนดู
       “นี่ บ้ากันไปหมดแล้วหรือไง ฉันเป็นนางเอกนะต้องเข้าข้างฉันซี ไม่ใช่ไปเข้าข้างอีนั่น”
       หญิง 1 ของขึ้น “ก็กูไม่ชอบมึงนี่หว่า...เอาเลย แม่วิมาลา ตบมัน”
       สาตบเปรี้ยงตามแรงยุ นางเอกถลาไปหัวทิ่มปักบัลลังก์ ก้นโด่งชี้ฟ้าคนดูฮาสุดๆ
       
       ละครเลิกนายพันยืนยิ้มกริ่ม มองดูสา ที่มีคนรุมล้อม ได้ทั้งเงิน ทั้งขนม ทั้งผลไม้ใส่ชะลอมเล็กๆ จากคนดู ทุกคนต่างพากันมาชื่นชม
       สาไหว้คนดู “ขอบใจจ้ะ...ขอบใจนะ...แล้วพรุ่งนี้มาอีกนะจ๊ะ”
       นางเอกที่โดนตบค้อนขวับ เดินเข้ามาหาพัน
       “น้าพันต้องจัดการให้ฉัน”
       “จัดการอะไร”
       “อีสามันตบฉัน”
       “เอ็งก็ตบมัน ก็หายกันไปสิวะ”
       “ไม่ ฉันไม่ยอม น้าพันต้องไล่มันออกไป ไม่งั้นฉันไม่เล่น”
       นายพันหยุดคิด มองหน้านางเอกที่หัวกระเซิง เครื่องสำอางเลอะเทอะจากการต่อสู้ แล้วหันไปมองสาที่หน้ายังสวยแอร่ม ยิ้มแย้มอยู่กับบรรดาแม่ยก
       นายพันหันกลับไปยิ้ม ยักคิ้วให้นางเอก
       “ก็ตามใจเอ็ง”
       
       วันต่อมา สากับคณะละครนายพันเล่นเรื่องแก้วหน้าม้า โดยสารับบทเป็นแก้วหน้าม้าจับตอนที่นางแก้วหน้าม้าพยายามจะเข้าหาพระปิ่นทอง
       สาก็เล่นได้ตลกน่ารัก คนดูขำกลิ้ง
       
       เมื่อนั้น พระปิ่นทองข้องขัดตรัสว่า
       ทุดอีจังไรไว้หน้าตา ด่าว่าไม่เจ็บเท่าเล็บมือ
       น่าชังนั่งเบียดเกลียดจริต กวนจิตร่ำไปอย่างไรหรือ
       ว่าพลางฮึดฮัดปัดมือ แย่งยื้อฉุดคร่ากูว่าไร
       ดูดู๋ดึงดื้อถือดี ทุดอีแพศยาหน้าไพร่
       ดูหมิ่นถิ่นแคลนน่าแค้นใจ พระผลักพลัดตกไปทันที
       พระองค์ พระจงโปรดเกล้าเกศี
       ยอมตัวให้ใช้จะได้ดี กลับมีโมโหโกรธา
       เห็นน้องรูปชั่วตัวดำ ช่างทำกระไรไม่ไว้หน้า
       ใครลบหลู่ดูถูกลูกพระยา อนิจจาพาโลโพคลุม
       ว่าพลางทางขึ้นบนที่ คลุกคลีเสือกไสเข้าไปอุ้ม
       สองมือรวบรัดจับกุม รัดรุมปล้ำปลุกคลุกคลี
       
       สาปล้ำพระปิ่นทองจนตกตั่ง คนดูหัวเราะกันเกรียว จนมาถึงตอนแก้วหน้ามากลายเป็นสาวสวย สาดูสวยพราวเสน่ห์
       
       เมื่อนั้น นางมณีบังคมก้มหน้า
       ทูลความตามจิตจินดา ตัวข้าคนพลัดซัดจร
       ไหนไหนพระก็ได้ต้องกาย จะได้อายกับองค์ทรงศร
       เชิญเสด็จทรงยศบทจร ให้น้องคลายวายร้อนรำคาญ
       พรุ่งนี้จึ่งค่อยเสด็จมา จะสู้สามิภักดิ์ไม่หักหาญ
       นิราศไร้ไกลพงศ์วงศ์วาน จะพึ่งเบื้องบทมาลย์จนวันตาย
       ฟังรำพัน รับขวัญเล้าโลมโฉมฉาย
       พระสวมสอดกอดรัดตรัสภิปราย โฉมฉายอย่าร้อนหฤทัย
       วันนี้พี่ยาจะลาเจ้า ขวัญข้าวอยู่ห้องให้ผ่องใส
       แต่อย่าลืมสัญญาที่ว่าไว้ ปลื้มใจจงอยู่สวัสดี
       
       ถึงฉากเข้าพระเข้านาง แม่ยกนั่งมอง ยิ้มน้ำหมากกระจายนายพันยืนอยู่ข้างโรง ยิ้มหน้าบาน
       ห่างออกไป เปิดตัว สำรวย หญิงวัย 35 ปี ตัดผมสั้น หน้าคม ใส่กางเกงกับเสื้อ ท่าทางเหมือนผู้ชายยืนมองสาอยู่
       สาหันมาสบตากับสำรวย สะดุดนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้คิดอะไรสำรวยมองสาอย่างสนใจ
       
       เช้านี้หญิงโสภากำลังอุ้มโสภิตพิไล พอดีสมศักดิ์เดินผ่านมา
       “คุณสมศักดิ์คะ หญิงวานอุ้มโสภิตหน่อยค่ะ หญิงจะไปบดกล้วยให้แกกิน”
       สมศักดิ์มารับอุ้มโสภิตพิไล ได้โอกาสถาม
       “แล้วคุณสาไปไหน ทำไมไม่อยู่ช่วยคุณหญิง”
       โสภาบดกล้วยพลาง “ออกไปข้างนอกค่ะ” จนบดเสร็จ ก็เดินมารับโสภิตไปอุ้ม “ออกไปทุกวัน กว่าจะกลับก็เย็นย่ำ”
       “แล้วทำไมคุณหญิงไม่ถาม แบบนี้มันน่าสงสัยจะตายไป”
       “หญิงไม่กล้าถามค่ะ...ตอนสาเขากลับมา เขาก็จะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กลับมาทุกวัน...หญิงเลยสงสัยว่า…”
       สมศักดิ์ยิ่งร้อนใจ “ว่าอะไร”
       “สาเขาอาจจะออกไปหาใคร ที่ทำให้เขามีความสุขน่ะสิคะ”
       สมศักดิ์อึ้งไป นึกไม่ถึง แล้วความหึงหวงก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
       
       ตอนบ่าย สารำแก้บนตอนศรีมาลาลุยไฟ เป็นตอนที่ศรีมาลากับสร้อยฟ้าต้องลุยไฟเพื่อพิสูจน์ว่าใครพูดความจริง สารับบาทเป็นนางเอกคือศรีมาลา
       
       แล้วให้สองนางตั้งอธิษฐาน ศรีมาลาชูพานดอกไม้บ่น
       ถ้าร่วมรู้ทำชู้กับชุมพล ขอให้เพลิงไหม้ลนจนพังพอง
       ถ้าตัวข้าสัตย์ซื่อต่อสามี อย่าให้พิษอัคคีนั้นถูกต้อง
       ขอเชิญเทวามาคุ้มครอง ให้เหยียบย่องอย่างน้ำเย็นฉ่ำไป
       เทวาจงรักษาซึ่งความสัตย์ ถ้าวิบัติให้ม้วยด้วยเพลิงไหม้
       นางมิได้ครั่นคร้ามขามใจ หน้าตาผ่องใสดังบัวบาน
       
       ศรีมาลาเพราพริ้มยิ้มแย้มมา บังคมแล้วไคลคลาเข้ารางไฟ
       ลีลาศดังราชเหมหงส์ เยื้องย่างเหยียบลงหาร้อนไม่
       นางมิได้หวาดหวั่นพรั่นฤทัย ลุยมาลุยไปได้สามที
       เทวดารักษาด้วยความสัตย์ พระพายชายพัดอยู่เรื่อยรี่
       ต้องนางอย่างทิพวารี เสียงคนชมมี่ไปทั้งกอง
       
       เมื่อการแสดงจบลงคนดูพากันปรบมือชื่นชมสา แม่ยกขาประจำสองคนเอาเงินรางวัลมาให้สา
       สายกมือไหว้ “ขอบใจนะจ๊ะ ป้า ขอบใจจ้ะ ขอบใจมากจ้ะ”
       สาเงยหน้าขึ้น เห็นสำรวยมองมา สำรวยยิ้มให้สา สาเมินหลบ ไม่ค่อยสบายใจ พันเดินยิ้มเข้ามา
       “เอ้า สา” พันส่งเงินให้ “นี่ค่าตัวของเอ็ง”
       “ขอบใจจ้ะ”
       “แล้วเรื่องงานใหญ่ที่อยุธยาน่ะ ว่ายังไง ตกลงจะไปด้วยกันได้หรือเปล่า”
       “ก็บอกซะสิ...ตอนนี้คนดูเขาเรียกหาแต่เอ็ง ถ้านางเอกคนดังของข้าไม่ไปแล้วข้าจะบอกเขาว่ายังไง ...นะ ไปคราวนี้ ข้าจะขึ้นค่าตัวให้”
       สาคิดครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า นายพันดีใจ
       
       ขณะสาลงจากรถรางซื้อของเต็มสองมือเห็นสำรวยตามมาห่างๆ สาหันไปเห็นโดยไม่ตั้งใจ สำรวยยิ้มให้ ทำท่าเหมือนจะเข้ามาหา สารีบเดินหนี
       
       สาเดินถือถุงกระดาษมาหลายใบเข้ามาในบ้านหญิงโสภาอุ้มโสภิตพิไลออกมา
       “สาวันนี้กลับแต่วันเลยนะ”
       “ค่ะวันนี้พอดีเลิกเร็ว”
       “อะไรเลิกเร็วจ๊ะ”
       สาอมยิ้ม “เดี๋ยวสาเล่าให้ฟังค่ะ คุณหญิง”
       สาวางของลง ยื่นมือมารับโสภิตพิไล
       “มา โสภิต มาหาป้า มาให้ป้าชื่นใจหน่อยลูก”
       หญิงโสภาส่งลูกสาวให้ มองถุงที่พื้น “แล้วนี่ซื้อของอะไรมาตั้งเยอะแยะจ๊ะ”
       “ทั้งของกินของใช้เลยค่ะ”
       “สา หญิงงงไปหมดแล้ว เดี๋ยวนี้สาทำตัวแปลกๆ สาเอาเงินมาจากไหนไปซื้อของ แล้วที่หายจากบ้านไปทุกวัน สาไปทำอะไร”
       สายิ้มกว้าง “สาไปทำงานค่ะ”
       
       หญิงโสภารู้เรื่องตอนเย็นอุทานอย่างตกใจ
       “อะไรนะ ไปเล่นละครเร่”
       “ค่ะ”
       คุณหญิงโสภานิ่วหน้า ไม่ค่อยชอบใจ “เล่นที่ไหนจ๊ะ”
       “แหม ชื่อละครเร่ มันก็ต้องเร่ไปเรื่อยล่ะค่ะ โดยมากเขาก็จ้างไปเล่นแก้บนตามวัด” สายิ้มประจบ “อย่างพรุ่งนี้ สาก็ต้องไปเล่นที่อยุธยา”
       หญิงโสภาหน้าตาตกใจ สมศักดิ์ที่ฟังอยู่ด้วย ลุกพรวด พูดอย่างลืมตัว
       “อะไรนะ” / “ไม่ได้! ผมไม่ให้ไป”
       สามองจิกตาใส่ “คุณสมศักดิ์ห้ามฉันได้เหรอคะ”
       “งั้นคุณหญิงก็ต้องห้าม” เขาหันไปใส่หญิงโสภา “มันเรื่องอะไรจะปล่อยให้ไปเที่ยวนอนค้างอ้างแรมกับใครเขาไปทั่ว”
       สาชักโกรธ “ฉันไปเล่นละครนะ หรือคุณคิดว่าฉันจะไปทำอะไร”
       หญิงโสภาเห็นสาโกรธ รีบเข้าขวาง
       “คุณสมศักดิ์เธอเป็นห่วงสาน่ะจ้ะ ความจริงหญิงก็ห่วงนะ ไม่อยากให้สาไปเลย”
       สาอ่อนลง “สาดูแลตัวเองได้ค่ะ คุณหญิง โตแล้ว ไม่ใช่เด็กๆ”
       “แต่ยังไง สาก็เป็นผู้หญิง แล้วก็เป็นหม่อมของท่านพ่อ...”
       “แต่สารับปากเขาไปแล้ว สาอยากไปค่ะ...สาไปเปลี่ยนผ้าก่อนนะคะ”
       สาเดินหนี สมศักดิ์มองตาม ไม่พอใจ หวงสุดๆ
       
       สากำลังหยิบของจะไปอาบน้ำสมศักดิ์เปิดประตูเข้ามา สาชะงัก พูดเสียงเข้ม
       “ถ้าไม่เกรงใจฉัน คุณก็น่าจะเกรงใจคุณหญิงเธอบ้างนะคะ”
       “ทำไมต้องหลบหน้าผม”
       “คุณก็รู้ว่าทำไม”
       “ถึงขั้นต้องไปตระเวนเล่นละครเร่เชียวเหรอ มันจะมากไปมั้ง...คุณไม่อยู่ซะคนคุณหญิงเธอจะอยู่ยังไง”
       สาประชด น้ำเสียงแฝงความเจ็บช้ำนิดๆ “คุณเป็นผัวคุณหญิงนี่ คุณก็ดูแลเธอไปซี มันเป็นหน้าที่ของคุณ”
       “แล้วคุณล่ะ คุณหญิงเธอรักคุณมาก ทั้งรักทั้งห่วง คุณจะไม่เห็นแก่เธอบ้างเหรอ”
       “เพราะฉันเห็นแก่คุณหญิง ฉันถึงอยากจะไปให้พ้นจากที่นี่ ฉันอยากให้คุณหญิงอยู่ดี มีความสุข ฉันถึงต้องไป...เรื่องนี้ คุณน่าจะเข้าใจดีมากกว่าใครนะคะ คุณสมศักดิ์”
       
       สาเดินหน้าตึงออกไป ทิ้งให้สมศักดิ์ยืนอึ้ง แต่แววตาบอกว่าไม่ยอมแพ้
       
       ต่อจากตอนที่แล้ว
        
       
       ในเวลาตอนเช้าตรู่ สาเก็บเสื้อผ้าสองสามชุดใส่กระเป๋า แล้วรำพึงกับตัวเองด้วยความกังวล
       
       “อย่าโกรธสานะคะ คุณหญิง ที่สาทำไป เพราะสารักคุณหญิงจริงๆ”
       สาคว้ากระเป๋า แล้วเดินออกจากห้อง
       
       สาเดินออกจากบ้าน เจอสมศักดิ์ดักรออยู่
       “ถ้าคุณออกไปจากบ้านนี้ ผมก็จะไปเหมือนกัน”
       “อะไรนะ”
       สมศักดิ์เอานิ้วชี้ลงตรงที่ยืน พูดช้า ชัด “ถ้าคุณอยู่ ผมอยู่…ถ้าคุณไป ผมไป”
       “คุณจะไป! คุณจะทิ้งคุณหญิง?” สายิ้มเยาะ “อย่ามาขู่ฉันหน่อยเลย”
       สมศักดิ์ย้อน “ลองดูไหมล่ะ”
       สาชักโกรธ “ถ้าคุณทำ คุณก็เลวบัดซบที่สุด”
       สมศักดิ์ยิ้มเยือกเย็น “ก็อย่าบังคับให้ผมต้องเลว”
       สาแทบกรี๊ด “คุณสมศักดิ์ คุณทำแบบนี้ทำไม”
       สมศักดิ์พูดจริงจัง “เพราะผมอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีคุณ…ถ้าไม่เชื่อ ก็ลองดู”
       สากับสมศักดิ์ประสานสายตา วัดใจกัน สาเห็นแววตาสมศักดิ์แน่วแน่มาก ขัดใจนัก
       
       ที่บ้านนายพัน ซึ่งเป็นบ้านไม้ขนาดกลางๆ ตรงหน้าบ้านยามนี้ มีคนในคณะละครช่วยกันขนเครื่องดนตรีไทย และหีบเสื้อผ้าออกมาวางไว้หน้าบ้าน เตรียมเดินทาง
       สาเข้ามาในบ้าน ยกมือไหว้นายพัน
       “ฉันขอโทษจริงๆ จ้ะ น้าพัน ฉันไปไม่ได้จริงๆ”
       พันหน้าบึ้งใส่ “เจ้าภาพเขาเจาะจงมาว่าอยากดูเอ็งรำเป็นรจนา ข้าก็รับปากเขาแล้วเป็นมั่นเป็นเหมาะ”
       “ก็ฉันไปไม่ได้นี่”
       “ทำไม”
       สาฉุนที่ถูกซักไซ้ “มันเรื่องของฉันน่ะ”
       “อุวะ อีนี่” สาโมโห “พูดหมาๆ แบบนี้ก็ไม่ต้องมาเล่นด้วยกันอีกหรอกวะ”
       “นี่น้าพันไล่ฉันเหรอ”
       พันกระแทกเสียง “เออ”
       สำรวยเดินเข้ามา ทะลุกลางปล้องพอดี สาหันหลังให้สำรวยเลยไม่เห็นว่าใคร
       “นายพัน นายโรงใช่ไหมจ๊ะ”
       พันกับสาหันมาพร้อมกัน
       “ทำไม” / “มีอะไร”
       สำรวยเห็นหน้าสา ยิ้มพอใจ
       “ฉันไปดักรอที่วัด แต่ไม่เจอ เลยตามมาที่นี่” สำรวยหันไปพูดกับสา “ชื่อแม่อุษาใช่ไหมจ๊ะฉันน่ะตามดูหล่อนมาหลายหนแล้ว รำสวยเหลือเกิน”
       สายิ้มแล้วหันไปมองนายพันแบบเย้ยๆ ว่าเห็นไหม ฉันดัง
       “ถ้าจะมาว่าฉันไปรำล่ะก็ เสียใจด้วยนะ เพราะว่าฉันน่ะ” สาหันไปเย้ยพัน “ไม่อยู่ที่นี่แล้ว”
       พูดจบสาสะบัดหน้าเดินออกไป นายพันโมโห
       “เออ จะไปไหนไปเลย ไสหัวไป อย่าได้กลับมาอีกนะมึง อีสา”
       สำรวยวิ่งตาม
       “เดี๋ยวก่อน แม่อุษา แม่อุษา”
       
       สาเดินกระฟัดกระเฟียดอยู่บริเวณถนนหน้าบ้านนายพัน สำรวยวิ่งตามสามา
       “เดี๋ยวก่อน แม่อุษา รอฉันก่อน”
       “ฉันบอกแล้วไง ฉันไม่เล่นกับน้าพันแกแล้ว”
       “ฉันไม่สนใจนายพันหรอก…ฉันสนใจแม่อุษา”
       สาชี้อกตัวเองงงๆ “สนใจฉัน”
       สำรวยยิ้ม ปลื้มจัด “จ้ะ ฉันชื่อสำรวยนะ ฉันน่ะเฝ้าดูแม่อุษามาตั้งเป็นเดือนแล้วพูดตรงๆ ว่าไม่เคยเห็นนางละครคนไหนเพียบพร้อมแบบแม่อุษาเลย รูปก็งาม รำก็สวย เสียงก็เพราะ…”
       สามองสำรวย เห็นแต่งตัววางท่าคล้ายผู้ชาย ชักระแวง สำรวยยังพูดต่อไป
       “ฉันไม่อ้อมค้อมล่ะนะ ที่มาหาแม่อุษาวันนี้ เพราะกะว่าจะชวนไปอยู่ด้วยกัน”
       “หา”
       “จริงๆ นะ ฉันน่ะถูกใจแม่อุษาตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งโอกาสมันประจวบเหมาะแบบนี้ฉันยิ่งแน่ใจ ว่าฟ้าส่งแม่อุษามาให้ฉัน”
       สาเหวอ อ้าปากค้าง
       
       สองคน มาคุยกันต่อ เวลานี้อยู่ในร้านกาแฟ สำรวยกับสาหัวเราะกันลั่น
       “ฉันน่ะเกือบจะวิ่งหนีแล้วนะ เห็นพี่สำรวยแต่งตัว ทำท่าทำทางเหมือนผู้ชาย ก็ดันไพล่ไปคิดว่าพี่สำรวยเป็นพวกผู้หญิงที่อยากเป็นผู้ชาย”
       “โอ้ย พี่ไม่ใช่พวก “เล่นเพื่อน” .. แต่อย่างว่า พี่เล่นละครเป็นตัวพระ แต่งตัว ทำ ท่าทำทางเป็นผู้ชายทุกวันจนมันชิน หลายปีเข้ามันก็ติดมาไม่รู้ตัว”
       “คณะละครของพี่ แต่งตัวกันแบบนี้เลยเหรอจ๊ะ ไม่ใส่เครื่องรำหรอกหรือ”
       สำรวยส่ายหน้า “คณะของพี่ไม่ใช่ละครรำ มันเป็นละครร้องสลับพูดแบบสมัยใหม่…แม่อุษาลองไปดูไหมล่ะ เผื่อจะสนใจ จะได้ไปเล่นด้วยกัน”
       สาตื่นเต้น ตาวาว
       
       บรรยากาศหน้าโรงละครตอนยังไม่เริ่มแสดง เห็นป้ายชื่อ โรงละครเปรมปรีดา เป็นตัวอ่อนช้อยสวยงาม สำรวยเดินนำสาเข้ามาภายในโรงละคร ห้องค่อนข้างมืดเพราะมีผนังทึบ เห็นเก้าอี้ตั้งเรียงเป็นแถวๆ
       บนเวทียกพื้น มีม่านผ้ากำมะหยี่สีแดงคร่ำเป็นฉากหลัง บนเวทีมีฉากไม้ที่ทำคล้ายบ้านอย่างง่ายๆ
       ช่างสองคนกำลังช่วยกันตกแต่งฉากอยู่ สาตื่นตาตื่นใจ
       “โอ้โห ใหญ่โตโอ่อ่าขนาดนี้เลยหรือ” หันมามองแถวเก้าอี้ “คนมาดูเต็มทั้งโรงนี่เลยเหรอพี่รวย”
       “งั้นสิ” สำรวยเห็นสาตื่นเต้น “แม่อุษาไม่เคยมาใช่ไหมล่ะ ตามมาสิ พี่จะพาไปดูข้างใน”
       
       สำรวยพาสาเดินไปที่ห้องด้านหลัง ผ่านทางเดินแคบๆ ที่มีฉากไม้และข้าวของระเกะระกะ เข้าไปถึงห้องห้องหนึ่งด้านหลัง ตรงหน้าห้องมีป้ายเขียนว่า ห้ามเข้า สำรวยเปิดเข้าไป
       ในห้องกว้างที่มีโต๊ะยาว มีข้าวของเครื่องแต่งหน้าแต่งตัววาง มีราวแขวนเสื้อผ้า กับกระจกบานใหญ่ตั้งไว้ เห็นหญิงสาวท่าทางทะมัดทะแมง หน้าตาคมคายคนหนึ่ง ตัดผมสั้นแบบสำรวย นั่งไขว่ห้างท่าทางผึ่งผายกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์
       สมัยเงยหน้ามาเห็น “อ้าว พี่สำรวย นั่นพาใครมา หน้าตาจิ้มลิ้ม”
       สำรวยยิ้มย่อง “แม่อุษา นางเอกละครชาตรีที่พี่เล่าให้สมัยฟังยังไงล่ะ”
       สมัยลุกเดินเข้ามาหา สำรวยแนะนำ
       “แม่อุษา นี่แม่สมัย เขารับบทเป็นพระเอกของคณะ เคยได้ยินชื่อไหม” สำรวยล้อ “เขาดังนะ สาวแก่แม่หม้ายติดกันให้เกรียว”
       สายิ้มแล้วไหว้มองดูสมัยอย่างตื่นเต้น ได้เจอดารา สมัยหัวเราะขำแบบคนอารมณ์ดี
       “ดังอะไร้…สู้พี่รวยตอนสาวๆ ไม่ได้หรอก” สมัยพูดกับสา “ตอนสมัยพี่รวยเป็นพระเอก น่ะ เห็นเขาว่ามีคนถอดแหวนเพชรออกจากนิ้วให้เป็นรางวัลเลยนะ”
       สำรวยหัวเราะ “นั่นมันหลายปีดีดักมาแล้ว …ตอนนี้พี่มาเล่นบทพ่อแล้ว คนที่ดังจริงๆ ตอนนี้ล่ะก็ มันต้องคนโน้นแน่ะ”
       สำรวยพยักพเยิดไปด้านใน มีหญิงสาวสวยกำลังยีผมของเธอเพื่อจะเกล้าเป็นมวยสูงแบบล้านนา
       สาแอบดูอย่างตื่นเต้น ถามเบาๆ “นั่นนางเอกหรือจ๊ะ”
       สำรวยพยักหน้า ตอบเสียงเบา “เขาชื่อแม่สายสวาท แต่อย่าไปทักเขาล่ะ เวลาแต่งตัวเขาไม่ชอบให้ใครกวนใจ เดี๋ยวเขาจะเพ้ยเอา”
       สายสวาทพูดลอยมา “ฉันได้ยินนะ”
       สมัยหัวเราะ หันมาพูดเหน็บกับสำรวย “แหม ตอนบอกบท ไม่ยักหูดีอย่างนี้”
       สำรวยหัวเราะสาพลอยยิ้มไปด้วย สายสวาทหันขวับมา เห็นสายิ้มอยู่ ก็ดุตาเขียวปั้ด
       “ขันอะไรยะหล่อน”
       สาหุบยิ้มหน้าเสีย สำรวยออกรับแทน
       “ก็พูดเล่นกันไปตามประสา ไม่มีอะไรหรอกน่ะ แม่สาย”
       สายสวาบอกกับสำรวยเสียงดัง “สายสวาท” แล้วหันไปมองสาอย่างไม่ถูกชะตา “ข้างหลังนี่มันห้องแต่งตัว คนนอกห้ามเข้า แล้วหล่อนเป็นใคร เข้ามาทำไม”
       “เขาชื่ออุษา ฉันพาเขามาหาคุณเชื้อ”
       สามองหน้าสำรวยงงๆ คุณเชื้อไหน สมัยช่วยอธิบาย
       “คุณเชื้อแกเป็นคนเขียนบทละครที่โรงนี้ เป็นคนกำกับเองด้วย”
       สายสวาทเดินมามองหน้าสาอย่างไม่พอใจ “มาหาคุณเชื้อทำไม”
       สามองหน้าสำรวยอีก เพราะไม่รู้ สำรวยตอบแทน
       “แม่อุษาเขาเป็นนางละครมาก่อน ฉันเลยชวนให้เขามาเล่นที่นี่”
       สายสวาทมองสาหัวจรดเท้า หน้าหงิก แล้วตอบเสียงเขียว “ไม่รับ! กลับไป!”
       สางง สมัยขำ สำรวยทำหน้าหนักใจ
       
       ตอนเย็นนั้นเอง สำรวยพาสาเดินออกมาด้านหลังโรงละคร สมัยยังขำ
       “ฉันลืมบอกแม่อุษาไปอีกอย่าง คุณเชื้อ แกเป็นคนเขียนบท เป็นผู้กำกับแล้วก็ยังเป็นผัวของแม่สายสวาทด้วย”
       “แล้วมันเกี่ยวอะไรกัน ฉันจะมาเล่นละคร ไม่ได้จะมาแย่งผัวใคร”
       “แม่อุษาสวยเกินไปละมั้ง แม่สายสวาทหล่อนขี้หึงจะตายไป” สำรวยว่า
       สาหน้าม่อย ผิดหวัง “มาเสียเที่ยวแท้ๆ งั้นฉันกลับก่อนนะคะ พี่รวย”
       “เดี๋ยวก่อนซี…ไหนๆ ก็มาถึงนี่ จะไม่อยู่รอดูละครหรือ อีกประเดี๋ยวก็จะเล่นแล้ว อยู่ดูเป็นขวัญตาสักหน่อยซี”
       สาชะงัก สองจิตสองใจ
       
       ส่วนสมศักดิ์กลับมาจากนอกบ้าน เดินเข้ามาหน้าตาสดใส
       “คุณหญิง คุณสา” เห็นหญิงโสภาเดินออกมา สมศักดิ์ยิ้มให้ “ผมมีข่าวดี”
       “ข่าวดีอะไรคะ”
       สมศักดิ์ออกอาการตื่นเต้น “ฟังพร้อมๆ กันดีกว่า คุณสาล่ะ”
       หญิงโสภา ดูกังวลนิดๆ “สาออกไปตั้งแต่สายๆ ยังไม่กลับเลยค่ะ”
       สมศักดิ์แปลกใจ “อ้าว”
       หญิงโสภาอธิบาย “สาขอออกไปบอกลาคณะละคร หญิงเห็นว่า ก็สมควรจะไปบอกเขา เลยให้ไป…แล้วสาก็หายไปเลยค่ะ”
       “หรือว่าจะแอบหนีไป” สมศักดิ์กังวล
       “ไปกับพวกละครเร่น่ะหรือคะ”
       “เดี๋ยวผมไปดูเอง”
       
       สมศักดิ์ขัดใจระคนหงุดหงิด คว้าหมวกแล้วเดินผลุนผลัน พรวดๆ ออกไปทันที หญิงโสภาเองก็กังวล
       
       อ่านต่อตอนที่ 10

ข่าวล่าสุด ในหมวด
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 11 (ต่อ)
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 10
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 9
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 8
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 7
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2012