หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ไฟในวายุ

ไฟในวายุ ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 มกราคม 2557 16:15 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ไฟในวายุ ตอนที่ 1
       ไฟในวายุ ตอนที่ 1
       
       ถนนสายเล็กๆ ที่จะไปไร่วายุกูลยามนี้ ทั้งมืดสนิท และเปลี่ยว เพราะไฟดับทั้งหมู่บ้าน ฝนตกหนักมาก ลมกรรโชกแรง แสงไฟหน้ารถสาดเข้ามา ภายในรถตู้ คนขับรถพยายามบังคับพวงมาลัยอย่างระมัดระวัง แต่ก็แอบเหลือบตามองไปที่ผู้โดยสารนั่งหลังเป็นระยะๆ ด้วยสีหน้าไม่ไว้วางใจนัก
       
       ใหญ่นั่งกอดตัวเอง เขย่าขารัวจังหวะเร่งจนตัวสั่น ท่าทางหวาดผวา เหมือนคนทำความผิดอะไรมา เขาน้ำเสียงสั่นจากความหวาดผวา
       "มาถูกทางแน่รึเปล่า"
       คนขับรถเหลือบมองใหญ่ผ่านกระจกมองหลังแบบไม่ค่อยพอใจ แต่ไม่พูดอะไร
       สภาพถนนข้างหน้าทั้งเล็กและแฉะ คนขับรถส่ายหน้าอย่างหนักใจ แต่ฝืนขับต่อไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจจอดตรงทางแยก ใหญ่เงยหน้าขึ้นมองข้างทางเห็นว่ายังไม่ถึงที่หมาย เขาถามด้วยน้ำเสียงกังวล
       "จอดทำไม"
       คนขับรถหันหน้ามองใหญ่แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ใหญ่เปลี่ยนอารมณ์เป็นเกรี้ยวกราดแล้วตะคอก
       ใส่
       "ขับต่อไปสิ ฉันจ้างแกมา แกต้องไปส่งฉันให้ถึงที่"
       คนขับรถมองใหญ่อย่างไม่ไว้ใจ ด้วยสีหน้าครุ่นคิดตัดสินใจอะไรบางอย่าง เขาตะคอกอีกครั้งพร้อมกับใช้กำปั้นทุบกระจกรถขู่
       "ฉันสั่งให้ออกรถเดี๋ยวนี้"
       คนขับรถหน้าตาบึ้งตึงเปิดประตูลงจากรถ แล้วเดินไปเปิดประตูด้านที่ใหญ่นั่งอยู่ แล้วกระชากใหญ่ลงจากรถ
       อย่างแรง
       "ลงมา"
       ใหญ่ฝืนตัวไว้ ด้วยท่าทางหวาดผวา
       "ฉันไม่ลง"
       คนขับรถไม่สนใจ กระชากใหญ่ออกจากรถอย่างแรง จนเขาหลุด เสียหลักล้มกองอยู่กับพื้นถนน
       คนรถรีบปิดประตูรถตู้ ใหญ่จะวิ่งกลับขึ้นรถ แต่คนขับรถกระชากเอาไว้ แล้วตุ้ยทองเต็มหมัดก่อนจะเหวี่ยงอีกฝ่ายออกไปอย่างแรง จนล้มกลิ้งไปกับพื้น แล้วตามไปเตะอัดกลางท้องอย่างแรงซ้ำอีกที จนใหญ่ตัวงอ
       คนขับรถวิ่งกลับขึ้นรถ แล้วเลี้ยวรถออกไปตรงทางแยก ใหญ่ยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วมองตามแสงไฟท้าย จนรถตู้ที่แล่นห่างออกไปจนลับตา เขาเจ็บใจทำอะไรไม่ได้ ยกสองมือขึ้นกุมหัว ก่อนจะแผดเสียงระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างอัดอั้น ท่ามกลางสายฝนที่ตกอย่างหนัก เสียงฟ้าผ่าดังเป็นขึ้นเป็นระยะๆ สายฟ้าแลบสว่างฝ่ากลางสายฝนจนทั่วบริเวณสว่างวาบขึ้นมา
       
       ณ บ้านไร่สายน้ำรีสอร์ต ฝนตกหนัก ไฟดับมืดสนิททั่วบริเวณ สลิล กิจกุศลถือร่มเดินเข้ามาที่ล็อบบี้ โดยมีลุงขาบถือตะเกียงเจ้าพายุคอยส่องทางให้ เธอวางร่มลงที่พื้นแล้วลูบเนื้อลูบตัวที่เปียกละอองฝนพลางบ่นกับลุงขาบ
       "นี่มันหน้าอะไรกันแน่เนี่ยลุง อยู่ๆฝนก็ตกหนัก แถมไฟยังมาดับทั้งหมู่บ้านอีกตะหาก นี่ดีนะคะที่เป็นตอนกลางคืน แขกเข้านอนกันเกือบหมดแล้ว ไม่งั้นยุ่งตายเลย"
       "นั่นสิครับ วันนี้คุณหมอภูไม่อยู่ซะด้วยสิ"
       สลิลพูดโอ่
       "ถึงคุณลุงจะไม่อยู่ แต่ลูกหว้าอยู่ซะอย่าง รับรองว่าหว้าเคลียร์ได้ทุกอย่าง"
       ลุงขาบมองยิ้ม แล้วพูดยอ
       "ครับ คุณลูกหว้าของผมเก่งที่สุดอยู่แล้ว"
       สลิลยิ้มยืดๆ
       เสียงโทรศัพท์ที่เคาน์เตอร์ต้อนรับดังขัดขึ้นมาต่อเนื่องหลายสาย สลิลยืดอกยิ้มรับอย่างภูมิใจ
       "ไปช่วยกันรับโทรศัพท์ลูกค้าก่อนเถอะค่ะลุง"
       สลิลและลุงขาบรีบเดินไปที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ ช่วยพนักงานตอบคำถามลูกค้าเรื่องไฟดับ
       
       ผ่านเวลาซักครู่ ใหญ่เดินโซเซมาทรุดตัวนั่งตรงหน้าบ้านไร่สายน้ำรีสอร์ต พลางมองไปที่ป้ายสถานที่ก่อนจะมองไปที่ถนนข้างหน้าที่เห็นแต่ความมืดมิดกับสายฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย เขาชั่งใจก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินโซเซเข้าไปในบ้านไร่สายน้ำรีสอร์ต
       
       สลิลกับขาบเดินคุยกันมาที่กลางล็อบบี้
       "ผ่านช่วงเวลาวิกฤติแล้ว เราไปนอนพักเอาแรงกันก่อนดีกว่าค่ะลุง"
       สลิลหยิบร่มแล้วเดินไป ขาบหันไปหยิบตะเกียงแล้วจะเดินตามไป แต่เหลือบเห็นเงาดำตะคุ่มๆ ของใหญ่ที่เดินตากฝนตรงเข้ามาทางอาคารสำนักงาน
       ขาบยกตะเกียงขึ้นส่อง
       "มีคนมาครับคุณลูกหว้า"
       สลิลหยุดเดิน แล้วหันไปมองตามขาบ เห็นเงาดำๆ ของใหญ่เดินฝ่าความมืดเข้ามาจนเกือบถึงอาคารสำนักงาน เขาหยุดยืนตากฝนอยู่ด้านนอก ไม่ยอมเข้ามาด้านใน สลิลเพ่งมองฝ่าความมืดด้วยความสงสัย
       "ลูกค้ารึเปล่าลุง ทำไมไม่เข้ามาล่ะ"
       สลิลเดินตรงไปดู ขาบวิ่งตามไป
       "คุณลูกหว้า รอผมด้วยครับ"
       สลิลเดินมาหยุดตรงชายคาใกล้กับจุดที่ใหญ่ยืนอยู่ด้านนอก ขาบตามมายืนข้างๆ แล้วยกตะเกียงเจ้าพายุขึ้นส่องหน้า ใหญ่ที่ยืนตากฝนตัวสั่น เบี่ยงหน้าหลบแสงไฟจากตะเกียง สลิลตะโกนแข่งกับเสียงฝน
       "มาติดต่อห้องพักรึเปล่าคะ"
       ใหญ่ยืนนิ่ง ไม่ตอบ
       สลิลมองอย่างงงๆ แล้วพูดต่อ
       "เข้ามาหลบฝนข้างในก่อนดีกว่าค่ะ"
       
       ใหญ่ไม่ตอบ ยืนกอดอกตัวสั่นไปมาจากความหนาวและจากความหวาดผวาในใจตัวเอง

ไฟในวายุ ตอนที่ 1
       สลิลเห็นเขายืนนิ่งไม่ตอบก็เริ่มผิดสังเกต จึงถามย้ำอีกครั้ง
       
       "มาติดต่อห้องพักรึเปล่าคะ"
       ใหญ่พยักหน้ารับ
       "งั้นก็เข้ามาหลบฝนข้างในก่อนเถอะค่ะ"
       ใหญ่เดินตามสลิลเข้ามายืนก้มหน้าหลบแสงไฟจากตะเกียงของขาบอยู่ในมุมมืด สลิลจับสังเกต แล้วหันไปบอกขาบ
       "ลุงขาบไปเอาใบลงทะเบียนเข้าพักมาให้หว้าหน่อยนะคะ"
       "ได้ครับ"
       ขาบเดินไป ใหญ่ยังคงยืนนิ่งไม่พูดไม่จา สลิลพิจารณาแล้วชวนคุย
       "คุณชื่ออะไรคะ"
       ใหญ่ตอบเสียงห้วนไม่มองหน้า "ใหญ่"
       "เชิญคุณใหญ่นั่งรอก่อนนะคะ"
       สลิลเดินนำไป ใหญ่ใจลอยๆ ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเดินตามไปนั่งเงียบๆทั้งที่เนื้อตัวเปื้อนแฉะเลอะเทอะ สลิลชำเลืองมองสภาพเลอะเทอะและเก้าอี้รับแขกของตนเล็กน้อย แล้วชวนคุยตามมารยาท
       "วันนี้ฝนตกหนักมาก ไฟดับทั้งหมู่บ้าน เลยนะคะ อาจจะไม่ค่อยสะดวก ต้องขอโทษด้วยนะคะ"
       ใหญ่นิ่งเงียบ จมอยู่กับความคิดตัวเอง ไม่ได้สนใจที่สลิลพูดแม้แต่น้อย ขาบถือเอกสารวิ่งกลับมาพอดี
       ขาบส่งเอกสารให้สลิล
       "ได้แล้วครับคุณลูกหว้า"
       สลิลรับเอกสารจากขาบ ส่งให้ใหญ่
       "คุณใหญ่กรอกรายละเอียดก่อนนะคะ เสร็จแล้วหว้าจะพาไปที่บ้านพักค่ะ"
       ใหญ่รับเอกสารไปกรอก โดยมีขาบถือตะเกียงส่องไฟให้อย่างหวังดี แต่เขากลับเบี่ยงตัวหลบแสงตะเกียง
       สลิลกับขาบสบตากันสื่อความหมายทำนองว่าชายคนนี้ท่าทางแปลกๆ ใหญ่ก้มหน้าเซ็นเอกสาร แค่แป๊บเดียวก็ส่งกลับให้สลิล สลิลรับเอกสารมาดู เห็นเขาเซ็นแค่ชื่อตัวเองว่าใหญ่ รายละเอียดอื่นๆ ไม่กรอกให้เลย สลิลกำลังจะเอ่ยปากถาม แต่ใหญ่ยื่นเงิน 4 พันบาทให้ซะก่อน
       "พอมั้ย"
       สลิลรับเงินไปงงๆ
       "พอค่ะ"
       ใหญ่น้ำเสียงเย็นชา เหมือนออกคำสั่ง
       "ขอบ้านพักที่เป็นส่วนตัวและเงียบที่สุด มีมั้ย"
       สลิลมองเขาอย่างระมัดระวังแล้วตอบ
       "มีค่ะ หว้าจะให้คุณใหญ่พักที่กระท่อมหินนะคะ ที่นั่นเงียบและไม่มีค่อยมีคนเดินผ่านอย่างที่คุณใหญ่ต้องการค่ะ"
       ขาบขยิบตาบอกสลิลทำนองว่าใหญ่ไม่ค่อยน่าไว้ใจ ไม่อยากให้เข้าพัก แต่สลิลหน้านิ่งๆ คิดว่าคงไม่มีอะไร
       "ลุงขาบไปหยิบกุญแจกระท่อมหินมาหน่อยนะคะ"
       สลิลพูดพลางส่งใบลงทะเบียนให้ ขาบรับใบลงทะเบียน แล้วรีบเดินออกไป ด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจ ใหญ่หนาวสั่นกอดห่อตัวเอง ขณะรอกุญแจบ้านพัก สลิลแอบเหล่มองใหญ่เห็นสีหน้าแววตาโศกเศร้า เหมือนคนเจ็บปวดอมทุกข์ และมีความหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา
       สลิลมีสีหน้าติดใจสงสัยอะไรบางอย่าง
       
       กระท่อมหินอยู่ห่างจากบ้านพักหลังอื่นๆในรีสอร์ตมาก เงียบและเป็นส่วนตัวอย่างที่ใหญ่ต้องการ ขาบเปิดประตูบ้านพักเข้าไปให้เห็นสภาพภายในห้อง ขาบเดินถือตะเกียงเจ้าพายุเข้ามาภายใน ตามด้วยใหญ่และสลิลที่ถือตะเกียงเจ้าพายุตามมาอีก 1 ตัว
       "ไฟดับแบบนี้อาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่"
       สลิลพูดกับใหญ่ยังพูดไม่จบ เขาพูดแทรกเสียงแข็ง
       "ออกไป"
       สลิลชะงักค้างนิดหนึ่ง แล้วพูดต่อ
       "งั้นเชิญคุณใหญ่พักผ่อนตามสบายนะคะ"
       สลิลหันไปดึงตะเกียงจากมือขาบมาวางไว้ที่โต๊ะเตี้ยๆ ข้างประตู
       "หว้าวางตะเกียงไว้ให้คุณใหญ่ตรงนี้นะคะ"
       ใหญ่เสียงแข็งกว่าเดิม
       "ไม่ต้อง"
       "คุณใหญ่จะอยู่มืดๆ ได้ยังไงคะ"
       "ออกไป"
       ใหญ่พูดจบก็หันหลังให้สลิลแล้วใช้กำปั้นทุบกำแพงอย่างแรงเพื่อข่มอารมณ์ร้อนภายในใจตนเอง
       "ออกไปให้พ้น เอาตะเกียงนั่นออกไปด้วย"
       ใหญ่ยืนหันหลังตัวสั่นนิดๆ อยู่ในความมืด ขาบส่งสายตาปรึกษากับสลิลว่าจะทำยังไงต่อไป เธอมองไปที่ใหญ่ แล้วบอกอย่างใจเย็น
       "โอเคค่ะคุณใหญ่ หว้ากับลุงขาบจะออกไปเดี๋ยวนี้ เชิญคุณใหญ่พักผ่อนตามสบายนะคะ"
       สลิลหยิบตะเกียง แล้วบอกขาบ
       "เราไปกันเถอะค่ะลุงขาบ"
       ขาบรีบเดินตามสลิลออกจากห้องไป แต่ก็ไม่วายหันหน้าหันหลังมองใหญ่อย่างระแวงอีกครั้ง พอทุกคนออกไป แผ่นหลังของใหญ่ก็สั่นสะท้าน เหมือนคนกำลังร้องไห้อยู่ เขาก้าวช้าๆ ไปนั่งซุกตัวที่มุมมืดข้างหน้าต่างแล้วร้องไห้ออกมาเบาๆ พร้อมกับใช้สองมือจิกทึ้งผมตัวเองเหมือนคนอัดอั้นตันใจอย่างถึงที่สุด
       เขากุมหัวพยายามกลั้นสะอื้นจนตัวสั่น ในขณะเดียวกัน แสงฟ้าแลบสว่างวาบมากระทบตัวเขาเป็นระยะๆ
       ทันใดนั้นฟ้าก็ผ่าเปรี้ยง เสียงดังสนั่น แสงฟ้าแลบสว่างวาบเข้ามา ใหญ่สะดุ้งเฮือก ตาเบิกโพลง สีหน้าแววตาหวาดกลัวมาก
       
       พลันภาพในอดีตก็ฉายเข้ามาในความรู้สึก ในเวลากลางคืน ใหญ่นั่งทรุดอยู่กับพื้น มองปืนในมือแววตาสั่นระริกอย่างหวาดผวา เขามองไปรอบๆ ห้อง เห็นเฟรมผ้าใบที่วาดภาพม้าวิ่งอยู่ในทุ่งหญ้า ภาพนั้นยังลงสีไม่เสร็จ ขาตั้งภาพล้มระเนระนาด พู่กันและหลอดสีกระจายเกลื่อนพื้น เลือดสีแดงสดเปื้อนพรมเป็นทางยาว ร่างของชายคนหนึ่ง นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่
       ใหญ่ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง พูดอะไรไม่ออก เหมือนช็อกไป ได้แต่มองร่างคนตายสลับกับปืนในมือตนเอง แล้วส่ายหน้าไปมา เป็นเชิงปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำ
       เสียงฟ้าผ่าดัง!
       
       ภายในกระท่อมหิน ใหญ่ยังคงนั่งส่ายหน้าไปมาอยู่ที่เดิม ยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมหัว แล้วพูดซ้ำๆ
       "ฉันไม่ได้ฆ่า ฉันไม่ได้ทำ ฉันไม่ได้ทำ"
       ฝนยังคงตกอยู่ เสียงฟ้าร้องดังมาเป็นระยะๆ ทันใดนั้นแสงฟ้าแลบก็สว่างจ้า แสงสว่างนั้นวาบเข้าสีหน้าเครียดของใหญ่ เขาใช้สองมือกดหัวทั้งสองข้างไว้ ขบกราบแน่น ตาแดงกล่ำ น้ำตาไหลออกมาจากความกดดันและเครียดมากขึ้น
       
       ชนิดจับต้นชนปลายไม่ถูก ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตตน

ไฟในวายุ ตอนที่ 1
       เช้าวันนี้ ทุ่งหญ้าเขียวขจี พระอาทิตย์ยามเช้าส่องแสงสดใส ราวกับเมื่อคืนไม่มีพายุเกิดขึ้นมาก่อน
       
       สลิลขี่ม้ามาอย่างสง่างาม ด้านหลัง ทแกล้วขี่ม้าไล่กวดตามมาทันแล้วดึงหมวกของเธอ
       ไปสวมศีรษะตนเอง แล้วเร่งม้าให้วิ่งแซงหน้าไปอย่างเร็ว
       สลิลฮึดเร่งฝีเท้าม้าตามไปจนทัน แล้วคว้าหมวกของตนกลับคืนมาได้สำเร็จ สลิลยกหมวกขึ้นโบก
       แล้วยิ้มอย่างผู้มีชัย แล้วหยุดม้ารอทเขา
       ทแกล้วขี่ม้ามาหยุดใกล้ๆ แล้วทั้งคู่ก็บังคับม้าให้เดินไปช้าๆ แล้วคุยกันไปด้วย
       "แก้วเบื่อรึเปล่าที่ต้องมาขี่ม้าเป็นเพื่อนหว้าเกือบทุกเช้าแบบเนี้ย"
       ทแกล้วยิ้มอบอุ่นตอบ
       "แก้วจะเบื่อหว้าได้ยังไง มีความสุขจะตายไป"
       สลิลคาใจนิดๆ ชายหางตามองทแกล้วที่พูดแปลกๆ อีกฝ่ายรีบเฉไฉ ฉีกยิ้มกลบเกลื่อน
       "แก้วหมายความว่า แก้วชอบขี่ม้า มีความสุขที่ได้ขี่ม้าน่ะหว้า"
       สลิลค่อยยิ้มออก
       "ถ้าวิธูชอบขี่ม้าเหมือนแก้วก็คงดีเนอะ"
       ทแกล้วหน้าจ๋อยไปนิดหนึ่ง แล้วพูดแขวะ
       "แก้วว่าเค้าไม่ค่อยใส่ใจหว้าเท่าไหร่เลยนะ เดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยมาหาหว้าที่รีสอร์ตด้วย ทะเลาะกันรึเปล่า"
       สลิลรีบแก้ตัวแทน
       "เปล่า ไม่ได้ทะเลาะ วิธูเค้างานยุ่งน่ะแก้ว เลยไม่ค่อยมีเวลามาหาหว้า หว้าเองก็ยุ่ง ไม่ได้ไปหาเค้าเหมือนกัน"
       ทแกล้วใจแป้ว แต่ก็ทำเป็นพูดดี
       "ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว แก้วไม่อยากเห็นหว้าเสียใจ"
       สลิลรีบเปลี่ยนเรื่อง
       "เราขี่ม้าแข่งกันดีกว่า ใครไปถึงคอกม้าก่อนคนนั้นชนะ"
       พูดจบสลิลก็ควบม้านำลิ่วไป ทแกล้วรีบควบม้ากวดตาม
       
       สายแล้ว ... ใหญ่ยังนอนขดตัวอยู่ตรงมุมห้อง เขาตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงคนคุยกันดังมาจากภายนอก
       เสียงขาบดังบอกหลานชาย
       "เก็บกิ่งไม้ไปทิ้งให้หมดเลย นั่นด้วย เฮ้ย...ทำอะไรให้มันเร็วๆ หน่อยสิวะไอ้เข็ม"
       ใหญ่ลุกขึ้นยืนอย่างไม่ถนัดนัก แล้วเดินแบบคนไม่มีแรงไปแง้มผ้าม่านส่องดูภายนอก เห็นขาบกำลังสั่งเข็มให้เก็บกวาดกิ่งไม้ที่โดนพายุพัดเมื่อคืนอยู่หน้ากระท่อมหิน เขากระชากผ้าม่านปิดอย่างแรง แล้วทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ยกมือขึ้นกุมหัว เหมือนคนปวดหัวอย่างหนัก ภาพในอดีตยังคงตามหลอนเข้ามาในห้วงสั้นๆ ปืน - เลือด - ชายที่นอนหน้าคว่ำจมกองเลือด
       
       ใหญ่ใช้สองมือทึ้งผมตัวเองแล้วส่งเสียงดังระเบิดอารมณ์ออกมาจนลั่นห้อง ก่อนจะลุก
       ไปทำลายข้าวของในห้องอย่างสติแตก เขาตะโกนซำซากอย่างบ้าคลั่ง พลางชกผนังห้องรัวหลายครั้ง
       "ฉันไม่ได้ทำ...ไม่ได้ทำ"
       
       ขาบกับเข็มได้ยินเสียงของตกแตกดังออกมาจากกระท่อมหินก็สงสัยระคนตกใจ
       "เสียงอะไรน่ะลุง"
       เสียงโครมครามยังคงดังมาจากกระท่อมหินอย่างต่อเนื่อง
       "ผัวเมียตีกันเหรอ"
       ขาบมองทางกระท่อมหิน สีหน้ากังวลใจคอไม่ดี
       "แขกมาพักคนเดียว ตอนมาเช็คอินเมื่อคืนก็ท่าทางแปลกๆ ลุงเตือนคุณหว้าแล้วก็ไม่ฟัง
       ตื่นเช้ามายังจะอาละวาดอีก เอาไงดีวะ"
       "ฉันว่าเราไปบอกคุณลูกหว้าก่อนดีกว่า จะได้แจ้งตำรวจทันนะลุง"
       "เออ เอ็งเฝ้าไว้ก่อนแล้วกัน"
       ขาบเห็นดีด้วยรีบวิ่งนำไปก่อน
       "อ้าวลุง เอาตัวรอดซะแล้ว รอฉันด้วยสิ"
       เข็มรีบวิ่งตามไปด้วยความกลัวเหมือนกัน
       
       ภายในกระท่อมหิน ข้าวของตกแตกเกลื่อนกลาด ใหญ่ที่อารมณ์สงบลงแล้วนั่งซุกตัวอยู่มุมห้อง ที่หลังมือมีแผลแตกซึ่งเกิดจากการชกกำแพง หางคิ้วแตกเลือดไหลเป็นทางยาวอาบแก้ม แววตาเขานั้นเลื่อนลอย พูดเพ้อกับตัวเอง
       "ฉันฆ่าคนตายจริงๆเหรอ ฉันไม่ได้ฆ่า ฉันไม่รู้เรื่อง ฉันไม่ได้ทำ ๆ"
       ใหญ่ส่ายหน้าไปมา พูดคำเดิมซ้ำๆ
       
       สลิลเพิ่งกลับจากขี่ม้า กำลังเดินเข้ามาทางหน้ารีสอร์ต ขาบกับเข็มวิ่งเข้ามาหารายงาน
       "เกิดเรื่องแล้วพี่หว้า" เข็มบอก
       สลิลตกใจถาม
       "มีอะไร"
       "คุณใหญ่ไม่รู้เป็นอะไรครับ อาละวาดขว้างปาข้าวของแตกกระจายดังลั่นบ้านพักเลยครับ" ขาบบอกพลางหอบเหนื่อยเล็กน้อย
       "ลุงขาบได้เข้าไปดูรึยังคะ"
       "ยังหรอกครับ ผมไม่กล้า"
       สลิลใช้ความคิดเล็กน้อย
       "งั้นลุงขาบไปเอากุญแจสำรองที่สำนักงานมาเผื่อไว้ แล้วตามหว้าไปที่กระท่อมหิน หว้าจะไปกับเข็มก่อน"
       เข็มตาเบิกขึ้นมาด้วยความตกใจเล็กน้อย
       "ผมไปเอากุญแจสำรองให้ก็ได้ครับ คุณลูกหว้า"
       "ไม่ต้องเลย ตามมานี่"
       
       สลิลลากคอเสื้อเข็มตามไป ขาบรีบแยกไปเอากุญแจสำรอง

ไฟในวายุ ตอนที่ 1
       สลิลกับเข็มวิ่งมาที่หน้ากระท่อมหิน แต่ไม่มีเสียงดังโครมครามอะไรเลย
       
       "ไม่เห็นมีเสียงอะไรเลยเข็ม"
       "เค้าคงเหนื่อยเลยหยุดอาละวาดแล้วน่ะพี่หว้า"
       สลิลชายหางตามองตำหนิ ก่อนเคาะประตูเรียก
       "พูดไปเรื่อย คุณใหญ่คะ คุณใหญ่"
       เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับ สลิลเคาะประตูอีก
       "คุณใหญ่เป็นอะไรรึเปล่าคะ เปิดประตูให้หว้าหน่อยค่ะ คุณใหญ่"
       ยังคงเงียบ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากใหญ่
       ขาบถือกุญแจสำรองวิ่งเข้ามา
       "กุญแจได้แล้วครับ"
       "หว้าเคาะประตูเรียกแล้วแต่คุณใหญ่ไม่ตอบเลยค่ะลุง"
       "จะฆ่าตัวตายรึเปล่าพี่หว้า"
       ขาบดุหลาน
       "ไอ้เข็ม เอ็งนี่พูดแต่ละเรื่อง เป็นมงคลทั้งนั้นเลย"
       สลิลตัดสินใจ
       "ลุงขาบเอากุญแจสำรองเปิดเลยค่ะ"
       ขาบท่าทางลังเล
       "จะดีเหรอครับคุณลูกหว้า"
       "เปิดเถอะค่ะ ถ้าคุณใหญ่ไม่ได้เป็นอะไรแล้วพวกเราก็แค่โดนเค้าด่า หว้าเคลียร์เอง แต่ถ้าคุณใหญ่เป็นอะไรขึ้นมาแล้วเราช่วยไม่ทันจะเรื่องใหญ่นะคะ"
       ขาบสูดหายใจลึก
       "ก็จริงครับ เอาวะ เป็นไงเป็นกัน"
       ขาบไขกุญแจเปิดประตูบ้านพักทันที
       
       ภายในห้องพัก สลิลเห็นข้าวของตกแตกเกลื่อนพื้น เธอแปลกใจ พึมพำ
       "เกิดอะไรขึ้นเนี่ย"
       เธอเดินข้ามของที่ตกอยู่ที่พื้นอย่างระมัดระวังเข้าไปด้านใน โดยมีลุงขาบและเข็มตามไปติดๆ
       "เดินระวังๆ นะครับคุณลูกหว้า"
       ขาบก้าวข้ามเศษแก้ว เข็มเดินเตะแจกันแล้วรีบชักเท้ากลับ สีหน้าเจ็บๆ
       สลิลมองกวาดไปรอบห้อง แต่ไม่เห็นใหญ่ เห็นแต่ห้องที่เละเทะยิ่งกว่าสนามรบ
       "เข็มเปิดม่านให้พี่หน่อย"
       "ครับพี่หว้า"
       เข็มเดินไปที่หน้าต่าง กำลังจะเปิดผ้าม่าน ทันใดนั้น ใหญ่ก็ตะโกนออกมาจากมุมห้องด้วยน้ำเสียงดุดัน
       "อย่าเปิด"
       เข็มชะงัก มือค้าง ไม่กล้าเปิด สลิลหันขวับไปทางต้นเสียง ใหญ่นั่งซุกตัวอยู่ในมุมมืดของห้อง ในความมืดสลัว สลิลพอจะมองเห็นว่า เขามีแผลที่หลังมือและหางคิ้ว เสื้อผ้าหลุดลุ่ย แววตาเศร้าโศก ผิดกับน้ำเสียงที่ดุดันเมื่อครู่ เธอทำใจกล้าเดินช้าๆ เข้าไปหาเขา
       "อย่าเข้ามา"
       สลิลชะงักเท้ากึก
       "อย่ามายุ่งกับฉัน ออกไป"
       ใหญ่คว้าของชิ้นเล็กๆ ใกล้มือปาใส่ เฉียดสลิลไปแค่นิดเดียว วูบหนึ่งใหญ่รู้สึกผิดที่ทำเช่นนั้น
       สลิลสะดุ้งเฮือก ตกใจ แต่ก็พยายามทำใจดีสู้เสือ
       "นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะคุณใหญ่ ทำไมห้องถึงได้มีสภาพเป็นแบบนี้คะ"
       ขาบรีบเดินเข้ามาหาสลิล เตรียมปกป้องเจ้านาย
       "ผมว่าเราออกไปก่อนเถอะครับคุณลูกหว้า ดูท่าทางคุณใหญ่ไม่พร้อมจะคุยกับเราตอนนี้" ขาบกระซิบบอกแต่สายตาเหล่มองใหญ่
       สลิลไม่สนใจ ยังคงเดินเข้าหาใหญ่ช้าๆ พลางพูดเกลี้ยกล่อมอย่างใจเย็น
       "คุณใหญ่ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ ถ้ามีอะไรที่หว้าพอจะช่วยคุณใหญ่ได้ หว้ายินดีช่วยนะคะ คุณใหญ่มีแผล เลือดออกด้วย ให้หว้าทำแผลให้ก่อนนะคะ"
       ใหญ่จ้องเขม็ง ตะคอกเสียงดัง
       "อย่ามายุ่งกับฉัน เธอช่วยฉันไม่ได้หรอก ไม่มีใครช่วยฉันได้ทั้งนั้น ออกไป ออกไปให้หมด อย่ามาเข้า
       ใกล้ฉัน ออกไป"
       ขาบสะกิดสลิล
       "ออกไปกันก่อนเถอะครับคุณหว้า"
       "รีบไปกันเถอะครับ ก่อนที่คุณใหญ่จะลุกขึ้นมาบีบคอพวกเรา" เข็มว่า
       ไม่ทันขาดคำ ใหญ่ก็ทำท่าจะลุกขึ้นจริงๆ เข็มที่อยู่ใกล้ประตูมากที่สุดวิ่งแจ้นออกไปก่อนใคร ขาบดึงแขนสลิลพาลากออกไป
       "ไปครับคุณลูกหว้า"
       สลิลจำต้องออกจากห้องไปตามแรงฉุดของขาบ เธอหันกลับมามองด้วยความสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกับใหญ่กันแน่
       
       ขาบลากสลิลออกมาหน้ากระท่อมหิน แล้วบ่นอย่างอดไม่ได้
       "คนอะไรโมโหร้ายขนาดนี้ ผมว่าไล่ออกจากรีสอร์ตไปเถอะครับ ก่อนที่จะออกมาอาละวาดทำร้ายแขกคนอื่น"
       เข็มรีบเสริม
       "ตัวอันตรายยังงี้ อย่าให้อยู่เลยพี่หว้า โทร.เรียกตำรวจมาลากคอไปเลยดีกว่า"
       "หว้าว่าคุณใหญ่คงไม่ออกมาทำร้ายใครหรอกค่ะลุง เพราะดูท่าทางเค้าไม่ค่อยอยากจะสุงสิงกับใครซะเท่าไหร่ ถ้าจะทำร้าย เค้าคงทำร้ายตัวเองมากกว่า"
       "จะปล่อยให้เค้าพักอยู่ที่รีสอร์ตเราจริงๆ เหรอครับ"
       "ลุงขาบกับเข็มคอยจับตาดูคุณใหญ่ไว้อย่างใกล้ชิดก็แล้วกัน เห็นท่าทางไม่ชอบมาพากลรีบบอกหว้าทันที"
       ขาบกับเข็มมองหน้ากันอย่างหวั่นๆ สีหน้าไม่อยากเฝ้าใหญ่ทั้งคู่
       สลิลพูดต่อเนื่อง
       "เอาไว้คุณลุงกลับมาเย็นนี้ หว้าจะลองปรึกษาคุณลุงว่า เราจะทำยังไงกับคุณใหญ่ดี"
       
       สลิลหันไปมองกระท่อมหิน สีหน้ากังวลและสงสัยว่าใหญ่เป็นใครมาจากไหนและเกิดอะไรขึ้นกับผู้ชายคนนี้
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ไฟในวายุ ตอนที่ 2 (จบตอน)
ไฟในวายุ ตอนที่ 1
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2012