หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ เจ้าสาวสลาตัน

เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
6 มกราคม 2557 04:24 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 1
        เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 1 (ต่อ)
       
       แป้นยกกระเป๋าเขมิกามาวางในห้อง เขมิกาเดินตามเข้ามา
       
       “คุณผู้ชายให้คุณผู้หญิงพักที่ห้องนี้ค่ะ” แป้นบอกเสียงห้วน
       เขมิกาทิ้งตัวลงนั่ง ไขว้ห้างแบบผู้ชาย แป้นมองที่ขา แปลกใจ เขมิกาเห็นแป้นจ้องขา เลยยกขาลงนั่งให้เรียบร้อยขึ้นกว่าเดิม
       “แต่ก่อนฉันเป็นคนยังไงฮะ อย่างเช่น นิสัย การพูดคุย การแต่งตัวอะไรทำนองเนี่ย”
       “ไม่ทราบค่ะ”
       เขมิกาตบเข่าหงุดหงิดพูดเสียงดัง
       “อะไรกัน เธอเป็นสาวใช้ของฉันไม่ใช่หรือ” แป้นตกใจเสียง
       “หนูไม่รู้อะไรทั้งนั้น”
       แป้นวิ่งหนีออกไปทันที
       
       แป้นอยู่ในครัวกำลังคุยกับโย่งเรื่องเขมิกา
       “ฉันว่าคุณผู้หญิงดูเปลี่ยนไป”
       “ก็ใช่นะสิ ลองหนีไปกับผู้ชายแล้วยังกล้ากลับมาอีก ถ้าหน้าไม่หนาเป็นถนนคอนกรีตก็ทำไม่ได้หรอก”
       “ระวังคุณผู้ชายจะได้ยิน”
       “คิดหรือว่าคุณผู้ชายจะสน แต่ก่อนน่ะอาจจะใช่ แต่ตอนนี้คุณผู้หญิงของแกน่ะชิดซ้ายไปเลย”
       โย่งเดินอาดๆ ออกไป แป้นตะโกนตาม
       “เขาไม่ใช่คุณผู้หญิงของฉันแล้วเว้ย” แป้นหน้าเศร้า พึมพำ “คุณผู้หญิงนะคุณผู้หญิงเสียแรงที่นังแป้นถือป้ายไฟตามเชียร์มาตลอด ไม่น่าทำตัวเป็นนางวันทองสองใจเลยจริงๆ”
       
       แววนิลเดินไปเดินมาในห้องด้วยท่าทางหงุดหงิด
       “ทำไมพี่นนท์ไม่รีบไล่มันไปพ้นๆ นิลเกลียดมัน เกลียดมัน”
       “ใจเย็นไว้ค่ะ” มณฑาปลอบ
       “ใจเย็นได้ยังไง ถ้านังขวัญตายังอยู่ที่นี่ แล้วพี่นนท์รู้ความจริงว่า...”
       มณฑารีบจุ๊ปากให้หยุดพูด
       “หน้าต่างมีหูประตูมีช่องนะคะคุณหนู”
       มณฑาเดินไปที่ประตูกดล็อค
       “นิลไม่รู้จะพูดกับปรียายังไงดี”
       “น่าสงสารเธอนะคะ เกือบจะได้คบหากับคุณผู้ชายอยู่แล้วแต่ก็ต้องมาผิดหวังซ้ำสองอีก” แววนิลโมโห “เพราะมันคนเดียว นังขวัญตา! แกเป็นมารหัวใจเพื่อนฉัน นึกว่าจะหายสาบสูญไปจากโลกแล้ว ดันกลับมาอีก”
       “นมคิดว่ามันต้องมีแผนจะกลับมาฮุบสมบัติคุณนนท์ เห็นมั้ยคะว่ามาคราวนี้มันร้ายขนาดไหน”
       “ไม่มีวัน นิลไม่ยอม”
       “นมก็ไม่ยอม ทุกอย่างในเลิศวิริยะเป็นของคุณแววนิลครึ่งหนึ่ง ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์เอาไป”
       
       ที่คอนโดโยธิน โยธินแหงนหน้ามองห้องตัวเองแล้วตัดสินใจเดินเข้าคอนโด แต่หมุนตัวเลี้ยวออกมายืนจุดเดิมอีก โยธินนึกถึงคำสั่งของเขมิกา
       “กฎข้อหนึ่ง ห้ามถามเรื่องการอบรมของเข็มในทุกกรณี”
       “อบรมก็เป็นความลับด้วยหรือ”
       “กฎข้อสอง ห้ามมาหาที่คอนโดโดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าและข้อสาม ถ้าโทรหาเข็มแล้วเข็มไม่รับสาย อย่าโทรจิก”
       “มีกฎประหลาดอย่างนี้ด้วยหรือ เฮียทำไม่ได้หรอก” เขมิกากดมือถือ
       “งั้นเข็มจะโทรหาเฮียต่ายลูกกำนันเปี๊ยก ให้ขับรถไปส่งเข็มที่กรุงเทพฯ ดีกว่า”
       โยธินรีบยั้งมือเขมิกาไว้
       “ตามใจๆ ตามนั้นก็ได้”
       โยธินส่งสายตาไปบนคอนโดด้วยความคิดถึงเขมิกา
       “ไม่เป็นไร ได้เห็นแค่หน้าต่างก็ยังดี”
       
       คืนนั้นขณะที่เขมิกากำลังจะหลับ เธอก็ได้ยินเสียงรองเท้าผ้าเดินถูกับพื้น เขมิกาเดินมาที่ประตูห้อง เปิดออกมาเห็นหลังคนไวๆ เดินเลี้ยวมุมไป เขมิกาอยากรู้อยากเห็นรีบไล่ตาม
       เขมิกาเดินลงมาชั้นล่างแต่บรรยากาศมืดสลัว ที่โต๊ะมุมบันไดมีตะเกียงโป๊ะวางอยู่ เขมิกายกตะเกียงขึ้น ส่องทางเดินออกไปหน้าตึก
       เขมิกาถือตะเกียงออกมานอกตึกมองหาคนที่สะกดรอยตามมา เขมิกาเพ่งไปอีกทาง เห็นด้านหลังชานนท์ลิบๆ เดินหายเข้าไปในความมืด
       “นายชานนท์!”
       เขมิการีบตาม
       
       เขมิกาเดินมาที่หลังตึกมองหาชานนท์แต่ไม่เจอ เขมิกามองไปตรงหน้า ต้นไม้ปกคลุมลักษณะเป็นสวนผลไม้แต่ปล่อยรก แต่มีซุ้มเป็นทางเดินเข้าไป เขมิกาค่อยๆ ก้าวไปทีละก้าว อย่างระมัดระวัง พอถึงหน้าซุ้ม กำลังจะเดินต่อไป จู่ๆ มีมือมาตะปบที่ไหล่ เขมิกาผวาตกใจสุดๆ ร้องออกมา ตะเกียงหลุดมือ รีบหมุนกลับถอยหนี เจอชานนท์ยืนหน้าขรึม
       “ออกมาทำอะไร หรือแอบนัดใครไว้”
       ชานนท์คิดว่าเขมิกานัดชู้
       “แล้วนาย เออ คุณล่ะ ออกมาทำอะไรดึกๆ ดื่นๆ”
       “ไม่ใช่เรื่องของเธอ” เขมิกาชี้ไปซุ้ม
       “ทางนี้ไปไหนหรือฮะ”
       “ทำไมเธอจำไม่ได้” ชานนท์แปลกใจ
       “ก็เคยบอกไปแล้วไงฮะ ว่าถูกตีหัวความจำเสื่อม”
       “กลับเข้าไปห้องเธอ แล้วอย่ามาแถวนี้อีก”
       “ทำไมถึงมาไม่ได้ ข้างในมีอะไรที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ งั้นหรือ” เขมิกาจะเดินเข้าไป “ ไหนดูสิ” ชานนท์โกรธลืมตัว กระชากเขมิกาแล้วเหวี่ยงไม่ให้เดินเข้าไป แต่แรงไปหน่อย เขมิกาจึงถลาล้มไปกับพื้น “โอ๊ย”
       ชานนท์ตกใจ มีอาการห่วงจะก้าวเท้าไปช่วย แต่ชะงักทำใจแข็ง เขมิกาโมโห ลุกยืน
       “โหย รังแกผู้หญิง ไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย”
       “สำหรับเธอ ไม่จำเป็น”
       “นี่หรือคนที่เคยรักกันมากถึงขั้นจะแต่งงานกัน”
       “นั่นแหละคือความผิดพลาดที่สุดในชีวิตฉัน กลับเข้าไป”
       ชานนท์จะเข้ามาคว้าแขนเขมิกา แต่เขมิกาง้างหมัด
       “ลองเข้ามาสิ เจอหมัดสลาตันแน่”
       ชานนท์ตกใจ จ้องเขมิกาแบบงุนงง
       “นี่คือตัวจริงของเธองั้นสิ ก็ดีปล่อยตัวตนของเธอออกมาให้หมด”
       เขมิการู้ตัวมองหมัดตัวเอง รีบหดกลับ
       “ฉันแค่แสดงให้เห็นว่า ฉันเดินเองเป็น ไม่ต้องจูงเท่านั้นแหละ”
       
       เขมิการีบเดินไป ชานนท์เดินตาม เขมิกาเหลียวมองชานนท์ที่เดินตามหลังอย่างไม่ไว้ใจ

เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 1
        เขมิกาเดินมาที่ประตู ชานนท์ยืนจ้องแล้วพูดขู่
       
       “อย่าออกไปไหนกลางค่ำกลางคืนอีก ไม่งั้นฉันไม่รับประกันความปลอดภัย”
       เขมิกาหน้าตายียวน
       “พูดแบบนี้เขาเรียกว่าห่วง หรือขู่”
       “แล้วแต่จะมีสมองคิด คิดได้แค่ไหน ก็แค่นั้น”
       ชานนท์ส่งตะเกียงที่เขมิกาทำตกให้
       “ขอบใจฮะ ฉันเดินคลำทางไปเองได้” ชานนท์ยัดตะเกียงใส่มือเขมิกา
       “หยิบมาจากตรงไหน ก็เอาไปเก็บตรงนั้น บ้านนี้มีระเบียบ”
       ชานนท์หน้านิ่งขึ้นข้างบนไป เขมิกาหน้าแตกพูดไม่ออก จะด่าก็ด่าไม่ออก
       “นิสัยอย่างนี้นี่เอง ผู้หญิงที่ไหนมันจะทนอยู่ด้วยได้”
       
       วันต่อมาเขมิกานั่งหน้าโน้ตบุ๊คของตัวเอง มองกล้อง เห็นหน้าตัวเองในจอโน้ตบุ๊ค เขมิกากระแอมเพื่อจะอัดคลิป
       “ฉัน เขมิกา เข้ามาในบ้านเลิศวิริยะเพื่อค้นหาการหายสาบสูญของขวัญตาพี่สาวฝาแฝดของฉัน ถ้าฉันโชคร้ายเกิดมีอันเป็นไป หลักฐานจากคลิปนี้ จะเป็นข้อมูลช่วยยืนยันได้ว่า มีคนในบ้านนี้ปองร้ายฉัน”
       ภาพแววนิลเข้ามาตบตีเขมิกาจนถึงตอนจิกผมเขมิกาโขกพื้นปรากฎ ประกอบการเล่าของเขมิกา
       “แววนิล น้องสาวของชานนท์ ดูจะเกลียดชังพี่ขวัญเอามากๆ ถึงขั้นลงมือลงไม้จนฉันเองก็ตั้งตัวไม่ทัน เป็นคนหนึ่งที่ฉันต้องจับตามองพิเศษ”
       ภาพชานนท์เดินหายไปหลังตึก ภาพชานนท์โผล่มาข้างหลังเขมิกาหลังตึก
       “นายชานนท์ สามีของพี่ขวัญ ดูลับๆ ล่อๆ เหมือนมีเรื่องลับลมคมในบางอย่างที่ปิดบังอยู่”
       กลับมาที่หน้าจอโน้ตบุ๊ค
       “คนในละแวกแถวตลาดลือกันว่า พี่ขวัญโดนฆ่าตายเพราะสามีแค้นที่คบชู้ น่าจะเป็นสมมุติฐานแรกที่ฉันต้องเริ่มค้นหาต่อไป พี่ขวัญตายไปแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่ แล้วอยู่ที่ไหน”
       เขมิกาปิดโน้ตบุ๊ค
       
       เขมิกาเดินลับๆ ล่อๆ เมียงๆ มองๆ อยู่หน้าตึก จู่ๆ มีข้อความของโยธินเข้ามา เขมิกาหามุมหลบๆ กดดู
       “ถึงฟ้าจะกั้นให้ฉันและเธอไกลกันสุดตา แม้แต่ภูผาก็อาจทลายมิอาจขวางกั้น คิดถึงนะยัยสลาตันของเฮีย จุ๊บๆ”
       เขมิกาจะอ้วก เลี่ยนมาก
       
       โยธินอยู่ที่บ้านโดยมีสมคิดนั่งอยู่ข้างๆ
       “คอยดูนะเดี๋ยวต้องโทรกลับมา” สมคิดบอก จังหวะนั้นเสียงมือถือโยธินดังขึ้นพอดี โยธินดีใจ
       “โทรมาแล้วป๋า”
       “รับเลย ถ้าหนูเข็มถามว่ามีอะไร บอกรักไปตรงๆ เลย ผู้หญิงร้อยทั้งร้อย รอให้ผู้ชายพูดคำนี้ เขาถึงจะเชื่อมั่น
       ในตัวเรา” โยธินรับสาย
       “หวัดดีจ้ะ เข็มก็คิดถึงเฮียเหมือนกันละสิ ถึงรีบโทรหา”
       สมคิดยกนิ้วให้
       “เฮียมีธุระอะไรหรือเปล่า”
       โยธินมองหน้าสมคิด สมคิดเร่งให้พูด
       “มีๆ จ้ะ จำได้มั้ยเฮียซื้อกุหลาบให้เข็มทุกวันวาเลนไทน์เพิ่มขึ้นทีละหนึ่งดอกทุกปี มันหมายถึงอะไรรู้มั้ยเข็ม”
       เขมิกามัวแต่มองสำรวจ กลัวคนมาเห็น ไม่ค่อยได้สนใจฟังโยธินสักเท่าไหร่
       “เข็มไม่ค่อยคิดลึกซึ้งกับเรื่องพวกนี้หรอกเฮีย มันหมายถึงอะไรล่ะ”
       สมคิดลุ้นให้พูดไปเลย
       “หมายถึงความรักของเฮียที่ให้เข็มมันเพิ่มขึ้นทุกปี จนถึงวันนี้ความรักมันมากมายจนเฮียเก็บไว้ไม่ไหว เฮีย เฮียรักเข็มนะ”
       สมคิดดีใจเขย่าบ่าโยธินแบบชื่นชม
       “เยี่ยมๆ ไม่เสียชื่อป๋า หนูเข็มว่าไง” สมคิดเข้ามาใกล้มือถือโยธิน
       เขมิกามองไปทางสวนหย่อม เห็นโย่ง
       “เฮียเมาก็ไปนอนเหอะ เข็มต้องรีบเข้าห้องอบรมแล้ว ไปนะเฮีย”
       เขมิการีบตัดสาย รีบร้อนเดินไปทางโย่ง เพื่อไปสืบเรื่องต่อ
       โยธินจ๋อย มองหน้าสมคิด
       “เข็มหาว่าผมเมา ไล่ให้ไปนอนอ่ะป๋า”
       “คนแข็งๆ ห้าวๆ อย่างหนูเข็ม ก็ต้องพูดแบบนี้แหละเพราะเขาอาย มาถูกทางแล้วเจ้าโย” สมคิดชูสองมือทำไฮไฟส์ “มา เติมพลังกันหน่อย ไอ้เสือลูกป๋า สู้ไม่สู้”
       โยธินยิ้ม ใจชื้นขึ้นมา ตบมือกับพ่อ
       “สู้โว้ย”
       
       ขณะนั้นโย่งกำลังรดน้ำต้นไม้ จู่ๆ เขมิกาก็โผล่มายืนข้างๆ
       “เจ้ย” โย่งร้องอย่างตกใจ เขมิกาโอบไหล่โย่ง
       “นายโย่ง วันก่อนนายทำกับฉันได้แสบมากนะ”
       โย่งรีบพูดปากคอสั่น
       “ผมไม่ได้อยากทำอย่างนั้น แต่ขัดคำสั่งไม่ได้จริงๆ” เขมิกาจับข้อมือโย่ง
       “ถ้าฉันเกิดตายขึ้นมา นายก็เป็นฆาตกร เรื่องนี้ต้องถึงตำรวจ”
       โย่งร้องโวยวาย
       “อย่าๆ นะครับคุณผู้หญิง ไอ้โย่งไม่ห่วงตัวเอง แต่กลัวจะเดือดร้อนถึงคุณผู้ชาย เหมือนที่ใครบางคนเคยทำไว้”
       เขมิกายิ้มปล่อยข้อมือโย่ง
       “นายคงเกลียดหน้าฉันมากสินะ”
       “ใช่ เจ้ย ผมไม่กล้าหรอกครับ”
       “ฉันจะไม่บอกตำรวจก็ได้ แต่นายต้องขับรถไปส่งฉัน”
       
       โย่งมองอย่างสงสัยว่าเขมิกาจะไปไหน

เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 1
        อึ่งถือตะกร้าใส่ผ้าขนหนูเดินเข้ามาในห้องซักผ้า จู่ๆ เครื่องซักผ้าทำงานได้เอง อึ่งตกใจร้องลั่น
       
       “ผีเครื่องซักผ้าเล่นอีอึ่งเข้าให้แล้ว อ๊ายยย” อึ่งวิ่งหนีออกมา แต่มีมือมากระชากไหล่ไว้อีก อึ่งกรี๊ดลั่นหันตัวกลับมาคุกเข่ายกมือไหว้ ก้มหน้าก้มตาท่อง “พุทธังเอากะตังใส่ตู้ ธัมมังเอากะตังใส่ตู้ สังฆังเอากะตังใส่ตู้”
       “พระไม่อยู่ทุบตู้เอากะตัง”
       “เอ้อ ใช่” อึ่งลืมตา เขมิกายื่นหน้าเข้ามาหา “เจ้ย!” อึ่งติดอ่างปากคอสั่น รีบลุกยืน “คุ คุ คุณขวัญ ไอ้ ไอ้ พวกข้าง ข้าง นอก มันพูด กะกันว่าคุ คุณขวัญ ตะตายไปแล้ว อ๊าย ผีหลอกกก” เขมิกาคว้าข้อมืออึ่ง อึ่งหลับตาปี๋แหกปากลั่น “ช่วยด้วย แม่จ๋า พ่อจ๋า”
       เยาว์ ชิ้น พนักงานนวดกรูกันออกมาดู ทุกคนพากันชะงักตกใจ
       “คุณขวัญตา”
       เขมิกาปล่อยมืออึ่ง อึ่งวิ่งไปหลบหลังแม่
       “แม่ดูให้ที มันคนหรือผี”
       เขมิกาเดินไปหาทุกคน ยิ้มให้
       “คุณชานนท์ไม่ได้บอกหรือว่า ฉันกลับมาแล้ว” เขมิกากวาดตามอง “ชื่ออะไรกันบ้างล่ะฮะ”
       ทุกคนจ้องหน้าเขมิกาแบบเกลียดๆ
       
       เขมิกาหันมาถามเยาว์
       “ปกติพี่ เอ๊ย ฉัน นั่งทำงานอยู่ที่แผนกไหนฮะคุณเยาว์”
       “ฉันไม่รู้” เยาว์บอกเสียงห้วน เพราะไม่อยากตอบ
       “อ้าว คุณเยาว์เป็นหัวหน้าพนักงานไม่ใช่หรือ”
       “แต่คุณไม่ใช่นายผู้หญิงของฉันแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องตอบ”
       เยาว์รีบไป เขมิกามองไปเจอชิ้นที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ชิ้นสะดุ้ง พูดโกรธๆ
       “ผมก็ไม่อยากตอบ”
       ชิ้นรีบหันหลังเดิน เขมิกามึนเพราะไม่เข้าใจว่ามันอะไรกัน
       
       พนักงานรวมกลุ่มคุยกันที่มุมหนึ่งของสปา เสียงอื้ออึงเกี่ยวกับเขมิกา อึ่งวิ่งหน้าเริ่ดมา
       “มาแล้ว เจาะข่าวเด็ด”
       “ยังไม่มีอารมณ์อยากดูข่าวตอนนี้ย่ะ อยากรู้เรื่องคุณขวัญมากกว่า”
       “ก็ข่าวเด็ดที่พัชราภากำลังจะรายงานนี่แหละ”
       “อะไรๆ”
       ทุกคนรุมกันเข้ามาฟัง ไม่เห็นว่าประชาเดินหิ้วกระเป๋าเอกสารเข้ามา
       “ขวัญตาบอกพ่อฉันว่า โดนไอ้โม่งจับไป มันตีหัวยัยขวัญตาจนความจำเสื่อม กลับบ้านไม่ถูก”
       “เฮ้ย งั้นก็ไม่ได้มีชู้นะสิ”
       “แกเชื่อหรือ ฉันล่ะไม่เชื่อคนหนึ่งแล้ว เนี่ยพอเงินหมดก็คงโดนชายชู้ถีบหัวส่งกลับมาแหงๆ”
       ทุกคนพากันพยักหน้าเห็นด้วย ประชางงเดินเข้ามา
       “เมื่อกี๊พูดถึงใครกัน” ทุกคนหันไปและพูดออกมาพร้อมกัน
       “ผู้จัดการ”
       
       เขมิกาเดินมาหยุดหน้าห้อง ติดป้ายหน้าห้องว่า “ห้องผู้จัดการ” เขมิกาลองดันเข้าไป ประตูเปิดได้ เขมิกาเข้ามาในห้องตรงดิ่งไปที่ตู้เหล็กเก็บเอกสาร เขมิกาไล่นิ้วอ่านป้าย หยุดที่ลิ้นชักประวัติพนักงานเก่า เขมิกามองไปทางประตู รีบดึงลิ้นชักออกหยิบแฟ้มออกมาเปิดๆ ดู เจอใบสมัครของขวัญตามีรูปติดชัดเจน เขมิกาไล่สายตาอ่านแล้วสะดุดที่คำว่า...
       “เป็นลูกคนเดียว พ่อแม่เสียชีวิต มิน่า เลยไม่มีใครคิดว่าฉันเป็นพี่น้องฝาแฝด ทำไมต้องโกหกด้วย”
       มีเสียงลูกบิดประตู เขมิกาสะดุ้งเฮือก รีบปิดตู้เอกสารแล้วถอยออกห่างตู้ ประตูเปิดผัวะ ประชาเดินหิ้วกระเป๋าทำงานเข้ามา ตกใจทั้งคู่ ประชาช็อกที่เห็นขวัญตายังมีชีวิตอยู่
       “ขวัญตา! นี่คุณจริงๆ”
       กระเป๋าในมือประชาหลุดมือ
       “คือฉันเดินหลงเข้ามา คิดว่าเป็นห้องทำงานสามีฉัน คุณเป็นใครหรือ เราเคยรู้จักกันหรือเปล่า” ประชางง
       “อะไรนะ”
       “พยายามนึกอยู่ แต่นึกไม่ออก คุณชื่ออะไรล่ะ”
       ประชาตื่นเต้น สับสน งงงวย
       “ผมชื่อประชา เป็นผู้จัดการของที่นี่”
       “เราสนิทกันหรือเปล่าฮะ”
       “คุณจำอะไรไม่ได้เลยจริงหรือ ทุกเรื่องเลยหรือ” เขมิกาทำเป็นนึกๆ
       “เช่นอะไรบ้างล่ะ ถ้าคุณพูดออกมาฉันอาจนึกออก”
       “กลับมาแล้วหรือคุณประชา” เสียงชานนท์ดังขึ้นขณะเดินเข้ามา
       “ครับคุณชานนท์”
       ชานนท์มองเขมิกา
       “เธอเข้ามาทำไมในห้องนี้”
       ประชามีพิรุธ พยายามสงวนท่าที เขมิกาฝืนยิ้มกลัวโดนจับได้เรื่องเข้ามาหาค้นเอกสาร
       
       ประชาตกใจมากกับสิ่งที่ชานนท์บอก รัวถามเป็นชุด
       “คุณขวัญตาความจำเสื่อมหรือครับ มันเกิดขึ้นได้ยังไง เขาบอกหรือเปล่าว่าหนีรอดจากไอ้โม่งมาได้ยังไง”
       “เขานึกไม่ออก จำไม่ได้ ช่างเถอะ คุยเรื่องงานของเราดีกว่าคุณไปเซี่ยงไฮ้มาผลเป็นยังไงบ้าง”
       “ทางโรงแรมกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะซื้อแบรนด์ของเรา หรือให้เราร่วมลงทุน คุณนายผิงจะนัดคุยรายละเอียดอีกรอบครับ”
       “เรื่องนี้คุณเดินหน้าต่อได้เลย ผมเชื่อมือคุณ”
       ชานนท์ตบบ่าประชาแล้วเดินออกจากห้อง ประชารีบกดมือถือ
       “ไอ้บ้าเอ๊ย ทำไมไม่รับโทรศัพท์”
       
       รถชานนท์แล่นอยู่บนถนน ภายในรถ ชานนท์ขับรถหน้าบึ้ง
       “ฉันขอสั่งห้ามเธอไปที่สปาอีก”
       “มีอะไรต้องปกปิดหรือฮะคุณสามี กลัวฉันสืบรู้อะไร”
       “แล้วเธอคิดจะสืบอะไรล่ะ” ชานนท์ย้อนถาม
       “ก็ฉันความจำเสื่อมก็เลยอยากรู้ว่าที่ผ่านมา ฉันเป็นยังไง พูดยังไง อยู่ยังไง กินยังไง ฉันจะได้เอาใจสวามีได้ถูกไง โถ มีสามีหล่อลากดินขนาดนี้ ต้องทูนขึ้นหิ้ง กราบไหว้เช้า กราบไหว้เย็น ไม่ยอมให้กระเด็นไปอยู่ในมือคนอื่นง่ายๆ หรอกฮ่า”
       เขมิกาเกาะแขนชานนท์ แกล้งทำตาพริ้ม
       “เอามือเธอออกไป”
       “กลัวถ่านไฟเก่ามันปะทุหรือฮะคุณสามีสุดเลิฟ”
       ชานนท์ไม่ตอบ แต่เร่งความเร็ว แกล้งขับฉวัดเฉวียนจนเขมิกามือหลุดจากชานนท์ หัวทิ่มไปชนกระจกประตูดังโป๊ก
       “โอ๊ย!” ชานนท์เฉยไม่แยแส ขับรถปกติ “นี่คุณ ทำแบบนี้มันจงใจทำร้ายคนให้บาดเจ็บนะ”
       “ฉันทำได้มากกว่านี้อีก ถ้าเธอไม่รีบไปจากครอบครัวฉัน”
       “หรืออีตาชาเย็นจะเคยทำร้ายพี่ขวัญ” เขมิกานึกในใจ จึงแกล้งถามออกมา “เรื่องที่ฉันมีชู้ คุณช่วยเล่ารายละเอียดให้ฉันฟังหน่อยได้มั้ยว่ามันเป็นมายังไง เล่นกล่าวหาฉันลอยๆ มันไม่แฟร์นะคุณ” ชานนท์ไม่อยากพูดถึง ความโกรธพุ่งปรี๊ด เร่งความเร็วรถจนเขมิกาต้องจับข้างประตูแน่น “ฉันพูดแค่นี้ ทำไมต้องมีน้ำโหด้วย นี่คุณ อย่ามาขู่ให้ฉันกลัวซะให้ยากเลย โธ่ เรื่องความเร็ว ยิ่งกว่านี้พ่อก็ซิ่งมาแล้ว แน่จริงเหยียบมิดเลยซิพี่”
       ชานนท์ยิ่งฉุนเหยียบจนมิด แซงรถคันอื่นๆ น่าหวาดเสียว เขมิกามองหน้านนท์
       
       ที่บ้านเลิศวิริยะ โย่งยืนก้มหน้ากลัวความผิด มณฑายืนจ้อง แป้นแอบดู
       “พวกสั่งไม่เป็นสั่ง เข้าหูซ้าย ทะลุออกหูขวากล้าดียังไง ถึงไปขับรถให้มัน”
       “ถ้าผมไม่ทำ ก็โดนคุณผู้หญิงเล่นอีก”
       “อย่าเถียง มันให้ไปส่งที่ไหน”
       “ที่ร้านสปาขอรับคุณนม”
       มณฑาหันไปทางแป้น
       “คิดหรือว่าฉันมองไม่เห็น ออกมานี่” แป้นเดินออกมา “ฟังไว้ให้ดี แม่ขวัญตาไม่ใช่เจ้านายพวกแกอีกต่อไป ที่ยังอยู่บ้านนี้ก็อยู่อย่างคนอาศัย ไม่ต้องฟังคำสั่งใดๆ ทั้งสิ้น เข้าใจมั้ย” ทั้งสองคนพยักหน้า “พยักหน้าทำไม ไม่มีปากหรือ”
       “ขอรับ/เจ้าค่ะ คุณนม”
       มณฑาเดินคอตั้งไป
       
       ชานนท์ขับรถมาจอดหน้าตึก เขมิกาลงจากรถ ชานนท์เปิดประตูลงมา เขมิกาลงจากรถ ยืนเชิด
       “ฝีมือการขับรถน่าตื่นเต้นดีนะฮะ แต่น่าเสียดาย แค่มือสมัครเล่น”
       ชานนท์แปลกใจเดินเข้ามาหา
       “ฉันไม่อยากเชื่อ เมื่อก่อนเธอกลัวความเร็วมาก” เขมิการู้ตัวพลาดไป รีบมั่วนิ่ม
       “ฉันหรือกลัวความเร็ว อ๋อ ก็กลัวแหละ ตอนนี้ก็ยังกลัวๆ อยู่หูย” เขมิกาจับหัวใจ “หัวใจเต้นตึกๆ เป็นกลองชุด นี่ถ้าไม่เชื่อก็ลองจับดูได้”
       เขมิกาลืมตัวดึงมือชานนท์จะมาแตะที่หัวใจ ชานนท์ตกใจชักมือกลับ
       “เธอจะบ้าหรือ หน้าไม่อาย”
       “อายอะไร”
       
       ชานนท์หวิวๆ ในใจ หวนนึกถึงขวัญตาคนเก่าผ่านเข้ามา

เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 1
        ภาพเหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นมาในห้วงคิด ตอนนั้นชานนท์นอนแช่ธาราบำบัด มีขวัญตาเดินยิ้มหวานถือถาดใส่ดอกไม้ น้ำหอมเข้ามา ขวัญตาลื่นตกน้ำ ชานนท์ถลาเข้ามาช่วยประคอง พยุงขวัญตาไว้ แต่มือข้างหนึ่งแปะอยู่ที่หน้าอกขวัญตา ขวัญตามองตกใจ อายมากผลักชานนท์ออก ปิดหน้าอกตัวเอง
       
       “ขอโทษ ฉันๆ ไม่ได้ตั้งใจนะ” ชานนท์บอกอย่างตกใจ ต่างคนต่างเขินอาย
       “ไม่ ไม่เป็นไรคะ”
       กลับมาชานนท์มองเขมิกาแบบสับสน
       “กำลังคิดถึงขวัญตาอยู่ละสิ ตาเยิ้มซะขนาดนั้น”
       ชานนท์สะอึกที่เขมิกาเดาใจถูก แต่ปากแข็ง
       “อย่างเธอมีอะไรให้นึกถึงด้วยหรือ คนอย่างฉัน โง่แค่ครั้งเดียว”
       ที่หน้าตึกปรียากับแววนิลเดินออกมา ปรียาเห็นภาพบาดตา ซีดจ๋อย เขมิกาเงยหน้ามองปรียา พยายามรวบรวมความคิดว่าเป็นใคร ชานนท์เดินไปหาปรียา จูงมือเข้าตึกตั้งใจแกล้งเขมิกา แววนิลยิ้มเย้ย
       
       ชานนท์พาปรียามาคุยที่ซุ้มศาลา ชานนท์มีสีหน้าไม่สบายใจ
       “เรื่องที่เราคุยกันวันนั้น”
       “ถ้าปรียาไม่ยอม พี่นนท์จะทำยังไงคะ” ปรียาขึงขัง
       “พี่ไม่เชื่อว่าปรียาจะยอมคบกับพี่ ในขณะที่พี่ยังมีผู้หญิงอีกคน”
       “ใช่ค่ะ ปรียาบอกตรงๆ ปรียาก็ไม่อยากเป็นคนที่รู้ผิดชอบชั่วดี ปรียาอยากเห็นแก่ตัวค่ะ” ชานนท์อึ้งไป ปรียาฝืนยิ้มสดใส “ปรียาจะไม่มาที่นี่อีก ถ้าไม่เห็นพี่นนท์ ใจของปรียาก็จะเข้มแข็งค่ะ”
       “พี่เสียใจ พี่ก็ไม่คิดว่าเขาจะกลับมา”
       “ปรียาขอตัวกลับก่อนนะคะ ได้เวลาเข้างานบ่ายแล้ว”
       ปรียายิ้มให้ชานนท์ ชานนท์สงสารปรียา
       
       ที่ข้างตึก เขมิกาเดินรุก แป้นถอยหนีติดกำแพง
       “น้องแป้น บอกมาซะดีๆ ผู้หญิงที่ชื่อปรียา เป็นใคร”
       “คุณผู้หญิงจำไม่ได้จริงๆ หรือแกล้งถามคะ”
       เขมิกาชูงูเขียวตรงหน้าแป้น แป้นร้องกรี๊ด
       “จะบอกหรือไม่บอก”
       “เขาห้ามหนูพูด ทางโน่นก็บังคับ ทางนี้ก็บังคับ นังแป้นจะอกแตกตายอยู่แล้ว ฆ่าแป้นไปเลยดีกว่า”
       “ใครห้าม”
       “ทำอะไรกัน” เสียงมณฑาดังขึ้น เขมิกาหันมา เจอมณฑา จ้องหน้า “ฉันไม่ชอบจริงๆ ไอ้พวกที่ทำเสียงเอะอะมะเทิ่ง เป็นเจ๊กตื่นไฟหาความเป็นผู้ดีไม่ได้เอาเสียเลย”
       เขมิกายิ้มกวนๆ โยนงูเขียวทิ้ง
       “แล้วไอ้ผู้ดีเนี่ย มันต้องเป็นยังไงฮะคุณนม”
       “เธอ”
       “ถ้าต้องการให้ใครเคารพเรา เราก็ต้องให้เกียรติเขาด้วย ไม่ว่าเขาจะสูงต่ำดำเตี้ย หรือร่ำรวยมีจนยังไง มันก็หายใจทางจมูกเหมือนกันนะ คุณนม หรือคุณนมหายใจทางเหงือก ขอตัวนะฮะ แล้วค่อยเสวนากันใหม่”
       เขมิกาเดินไป มณฑาจ้องตามเขมิกาสายตาแค้น
       
       แววนิลอยู่ในห้องนั่งเล่น ลุกขึ้นยืนอย่างไม่พอใจกับสิ่งที่มณฑาฟ้อง
       “มันกล้าด่านมหรือ นังนี่มันชักจะเอาใหญ่”
       “มันคงคิดประกาศศึกกับคุณหนูกระมังคะ” แววนิลตาร้าย
       “แสดงว่ามันไม่เข็ด”
       
       ที่ห้องนอนชานนท์ เท้าของคน ค่อยๆ ก้าวๆ เข้ามา ประตูปิดเบาๆ เท้าก้าวไปหยุดหน้าตู้เสื้อผ้า เขมิกายืนหน้าตู้ ค่อยๆ เปิดตู้ ตู้ว่างเปล่า เขมิกาปิด มองไปที่ชั้นวางเห็นอัลบั้มรูป เขมิกาเดินไปหยิบ เปิดๆ ดู มีแต่รูปชานนท์ รูปแววนิล และมีรูปหนึ่งชานนท์ถ่ายคู่กับปรียา เขมิกามองอย่างสนใจ ชานนท์เข้ามาเห็นจึงกระชากอัลบั้มรูปไปจากมือเขมิกา
       “เป็นแมวขโมยหรือ”
       เขมิกาสะดุ้งเฮือก แล้วรีบทำไม่รู้ไม่ชี้
       “ฉันจะเข้ามาเอาของ แต่...”เขมิกาชี้ไปที่ตู้ “มันหายไปไหนหมดฮะ แล้วยังรูปฉัน เป็นไปได้ไงว่าไม่มีสักรูป”
       ชานนท์หน้านิ่ง เสียงเย็นชา
       “เผาทิ้งหมดแล้ว”
       “นี่คุณเกลียด...” เขมิกายั้งชื่อขวัญตาไว้ทัน “เกลียดเมียคุณขนาดนี้เลยหรือ”
       ชานนท์วางอัลบั้มรูป
       “คำตอบมันชัดอยู่แล้ว”
       เขมิการุก เดินไปใกล้ชานนท์
       “เกลียดมากก็แสดงว่ารักมาก”
       ชานนท์จ้องหน้าเขมิกาแบบไม่พอใจ
       “ออกไป” ชานนท์บอกเสียงเรียบ
       “เอ หรือทั้งรักทั้งแค้น แบบพระเอกหนังไทย ตบๆ จูบๆ” ชานนท์โกรธมากจับต้นแขนทั้งสองข้างของเขมิกา
       “เธอเป็นยังไงกันแน่” เขมิกาเป็นฝ่ายถูกรุกบ้าง “ทำไมจู่ๆ กลับมา ก็เปลี่ยนไปทุกอย่าง”
       “ฉันบอกแล้วไงว่าฉันโดนตีหัว ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ตัวฉันคนเดิมเป็นยังไง พูดยังไง นิสัยแบบไหน ฉันก็เครียดเหมือนกันนะที่ไม่รู้จักตัวเองเลย”
       “ชู้รักเธออยู่ไหน”
       “ไม่รู้ จำไม่ได้ เอ๊ย ไม่มี ทั้งสี่ห้องหัวใจยกให้สามีเพียงคนเดียว” เขมิกาปากไวตอบไปเรื่อยโดยไม่คิดก่อนทำให้ชานนท์ยิ่งโกรธ ตวาดลั่น
       “จะบ้าหรือ ฉันซีเรียส แต่เธอกลับเห็นเป็นเรื่องเล่นๆ เธอมันโกหก ตลบตะแลง เหมือนเด็กเลี้ยงแกะไม่มีผิด”
       “คนเราอ่อนแอก็ลุกมาสู้คนได้ หรือว่าแต่ก่อนฉันโดนคุณทรมาน โดนทุบโดนตีทำร้ายร่างกายอยู่ฝ่ายเดียว” ชานนท์อึ้งนิ่งไปเพราะรู้ว่าแววนิลชอบรังแกขวัญตาลับหลังเขาเสมอ เลยไม่อยากพูดถึง กลัวน้องเดือดร้อน “ที่นิ่งไป เพราะมันใช่ หรือไม่ใช่”
       ชานนท์เดินหนีออกจากห้อง กระแทกประตูปิดดังปังอย่างไม่พอใจ เขมิกาสะดุ้ง ตะโกนไล่หลัง
       “วัวสันหลังหวะทำไมต้องรีบเดินหนี คุณเคยซ้อมเมียจริงๆ ใช่มั้ยละ”
       เขมิการีบเดินตามออกจากห้อง
       
       แววนิลกับเขมิกาเดินมาเจอกันตรงมุมเลี้ยว สะดุ้งทั้งคู่ แววนิลจ้องเขมิกาไม่พอใจ
       “หลีกไป” เขมิกามองทางข้างๆ ยังมีที่เดินกว้างจึงเป็นฝ่ายยอมเลี่ยงไป แต่แววนิลตั้งใจแกล้งจึงขยับตัวขวางทางไว้ “หลีกไป”
       เขมิกาชักไม่พอใจ แต่ไม่อยากมีเรื่องจึงเลี่ยงไปอีกทางอีก แต่แววนิลขยับไปขวางทางอีกทำให้เขมิกาชักฉุน
       “อย่ามีเรื่องกันดีกว่าฮะ บ้านออกกว้างใหญ่ มีที่ให้เราอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง หรือพูดๆ สั้นๆ ง่ายก็คือ ต่างคนต่างอยู่”
       “ฉันต้องฟังแกสอนด้วยหรือ นังขวัญตา”
       มณฑาโผล่ขึ้นมาด้านหลังเขมิกา มณฑาล็อกคอเขมิกาจากด้านหลัง เขมิกาไม่ทันเห็นจึงโดนล็อกแน่น
       
       แววนิลช่วยลากตัวเขมิกาไป เขมิกาพยายามดิ้นแต่ไม่หลุด

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 20 จบบริบูรณ์
เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 19
เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 18
เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 17
เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 16
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 12 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 11 คน
92 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
8 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014