หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ไฟในวายุ

ไฟในวายุ ตอนที่ 2

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 มกราคม 2557 08:14 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ไฟในวายุ ตอนที่ 2
       ไฟในวายุ ตอนที่ 2
       
       สลิลวิ่งตามมาใหญ่ด้วยการเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นจนวิ่งตามไปดักหน้า
       
       "อย่าเพิ่งไปค่ะคุณใหญ่"
       สลิลเหนื่อยหอบเล็กน้อย ใหญ่หยุดชะงัก มองไม่พอใจแล้วตะคอกใส่
       "ตามมาทำไม"
       สลิลตกใจ แต่ก็ทำใจกล้าพูดออกไป
       "หว้าจะมาบอกว่า ถ้าคุณใหญ่เบื่อ ก็เอาม้าไปขี่เล่นได้ แล้วถ้าคุณใหญ่ไม่อยากขี่ม้าคนเดียว จะให้หว้าไปเป็นเพื่อนก็ได้นะคะ"
       ใหญ่ตะคอกใส่ จ้องตาสลิลเขม็ง
       " ฉันไม่ต้องการเพื่อน ฉันอยากอยู่คนเดียว ไปให้พ้น ถอยไป"
       สลิลสู้ตา ไม่ยอมถอยหนี ใหญ่รำคาญมาก เดินกระแทกไหล่สลิลอย่างแรงฝ่าออกไป เธอไม่ทันตั้งตัว เซจนเกือบล้ม เมื่อตั้งหลักได้ก็มองใหญ่อย่างขัดใจ ตั้งท่าจะตามไปอีก
       ไม่คาดคิด ใหญ่หันหน้ากลับมา สีหน้าบูดบึ้ง ตะคอกเสียงดังมาก สลิลชะงักกึกทันที
       "หยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องตามมา แล้วก็เลิกตามวุ่นวายกับฉันซักที"
       พูดจบ ใหญ่ก็เดินหนีไปทันที สลิลบ่นพึมพำ
       "คนอะไร เอาแต่ใจตัวเองชะมัดเลย"
       ใหญ่หยุดเดิน เห็นว่าสลิลไม่ตามมาแล้วก็ตั้งหน้าเดินลิ่วกลับไป
       
       ภูผากำลังคุมคนงานปลูกดอกไม้อยู่ในสวนหย่อม เหลือบไปเห็นสลิลเดินหน้าหงิกงอมาตามทางเดินก็เรียกตัวไว้
       "ไปทะเลาะกับใครมาอีกล่ะ หน้าหงิกหน้างอเชียว"
       "ก็คุณใหญ่น่ะสิคะ หว้าอุตส่าห์หวังดี กลัวจะเบื่อ เลยบอกให้เอาม้าไปขี่เล่นได้ กลับมาอารมณ์เสียใส่หว้าซะงั้น คนอะไรก็ไม่รู้ ผีเข้าผีออก"
       สลิลท่าทางหงุดหงิดใจ ภูผายิ้มๆ
       "ไหนว่าชินกับคุณใหญ่แล้วไง ทำไมยังมาหงุดหงิดอยู่อีกล่ะ"
       "ชินก็ส่วนชินค่ะคุณลุง แต่หว้าไม่ชอบที่เค้าไม่เห็นความหวังดีของคนอื่นบ้างเลย คุณลุงคอยดูนะคะ หว้าจะต้องทำให้คุณใหญ่ยอมคุยกับหว้าดีๆ ให้ได้"
       ภูผาหัวเราะเบาๆ ด้วยความเอ็นดูหลานสาว
       "ลุงจะคอยดู"
       สลิลหน้างอน
       "หัวเราะอย่างนี้ แสดงว่าคุณลุงไม่เชื่อว่าหว้าจะทำได้ใช่มั้ยคะ"
       ภูผายิ่งหัวเราะดังขึ้น
       "อ้าว พาลลุงซะแล้ว"
       ภูผายื่นมือไปวางบนหัวสลิล ทุบเบาๆ เอ็นดู แล้วหันไปดูคนงานจัดสวนหย่อมต่อ สลิลนึกอะไรได้ เดินตามไปคุยข้างๆ
       "เมื่อกี้คุณใหญ่มาถามทางไปไร่วายุกูลจากเจ้าเข็มด้วยนะคะคุณลุง เห็นเข็มว่าท่าทางคุณใหญ่เหมือนอยากไปที่นั่นมาก หว้าว่ามันน่าสงสัยนะคะ"
       ภูผากอดอก หันมองหลานสาวยิ้มๆ พูดกระเซ้า
       "แล้วเราว่ามันน่าสงสัยยังไงล่ะคุณนักสืบสาว"
       "ก็ตรงที่ไม่เคยมีใครพูดถึงไร่วายุกูลมาตั้งนานแล้วน่ะสิคะ แต่อยู่ๆ คุณใหญ่ก็ทำท่าเหมือนรู้จัก และอยากไปที่นั่น แถมคุณวายุ เจ้าของไร่ที่ไม่เคยมาดูแลไร่เป็นสิบๆ ปี ก็เพิ่งจะมาพักที่ไร่เมื่อไม่กี่วันนี่เองนะคะ"
       ภูผามีสีหน้าสนใจขึ้นมาเมื่อได้ยินชื่อวายุ
       "นี่คุณวายุมาพักที่ไร่วายุกูลเหรอะ"
       "ค่ะคุณลุง เห็นคุณทิพย์ได้ข่าวมาว่าเค้ากำลังจะขายไร่ด้วยนะคะ"
       ภูผาแปลกใจมาก
       "จะขายไร่ด้วยเหรอ"
       "คุณทิพย์ว่ายังงั้นนะคะ แต่เรื่องคุณวายุอะไรนี่ หว้าไม่สนใจเท่าไหร่หรอกค่ะ หว้าอยากรู้เรื่องคุณใหญ่มากกว่า"
       สลิลเมื่อนึกถึงใหญ่แล้วทำเบ้หน้า หมั่นไส้
       "ทำตัวลึกลับ น่าสงสัย หว้าจะต้องล้วงความลับคุณใหญ่ให้ได้"
       ภูผามองหลานสาวแล้วส่ายหน้าไปมา
       "ยุ่งไม่เข้าเรื่องน่าเรา เรื่องส่วนตัวของลูกค้า ลุงว่าอย่าไปยุ่งกับเค้าจะดีกว่า...กลับไปทำงานได้แล้วไป" ภูผาจับตัวสลิลหันไปแล้วผลักให้กลับไปทำงาน หลานสาวปั้นหน้างอนๆ ปั้นปึง เดินหน้ามุ่ยกลับไป
       "ไปก็ได้ค่ะ"
       ภูผามองตามหลานสาว รอยยิ้มจางลง สีหน้าครุ่นคิด เคร่งขรึมขึ้นมาแทนที่ คิดย้อนถึงเรื่องของวายุที่สลิลเพิ่งเล่าให้ฟัง
       
       ผ่านเวลาซักครู่ ธรานั่งเล่นอยู่บริเวณสระน้ำภายในบ้านธนากูล เธอมีสีหน้าดีใจมากที่ได้ข่าวลูกชาย
       "วายุอยู่ที่ไร่วายุกูลจริงเหรอคะหมอภู ฉันดีใจจังเลย หมดห่วงไปคนนึง ขอบคุณมากนะคะที่ส่งข่าว"
       ธราดีใจจนน้ำตารื้น ภูผาคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ในมุมหนึ่งของรีสอร์ต
       "เรื่องเล็กน้อยครับ แล้วคุณธราจะขึ้นมาหาคุณวายุที่ไร่วายุกูลรึเปล่าครับ"
       ภูผาลุ้นๆ อยากให้ธรามา
       "ฉันยังไปตอนนี้ไม่ได้หรอกค่ะ"
       ภูผามีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย
       "ฉันอยากตามหาไกรกูณฑ์ให้เจอซะก่อน ส่วนวายุปล่อยให้เค้าอยู่ที่นั่นให้สบายใจซักพัก สบายใจเมื่อไหร่เค้าก็คงจะกลับบ้านเองล่ะค่ะ"
       "ถ้างั้นตามใจคุณธรา ส่วนเรื่องคุณไกรกูณฑ์ ถ้ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ ก็บอกนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ ผมอยากช่วยคุณจริงๆ"
       "ขอบคุณมากนะคะหมอภู คุณเป็นที่พึ่งให้กับฉันได้เสมอ"
       "สวัสดีครับ"
       
       ภูผาฟังคำหวาน ยิ้มปลาบปลื้มก่อนจะพูดจบการสนทนา กดวางสาย ยิ้มแย้มอย่างสุขใจ

ไฟในวายุ ตอนที่ 2
        
       เวลาเย็น ใหญ่นั่งสีหน้าครุ่นคิดอยู่ที่ระเบียงกระท่อมหิน พึมพำอย่างสงสัย
        
       "วายุจะขายไร่วายุกูล เป็นไปได้ยังไง"
       ใหญ่ใช้กำปั้นทุบราวระเบียงอย่างสับสน เมื่อย้อนนึกถึงเรื่องราวในคืนนั้น
       
       ใหญ่ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง เหมือนจะพูดอะไรแต่พูดไม่ออก ได้แต่มองร่างไกรกูณฑ์สลับกับปืนในมือตนเอง แล้วส่ายหน้าไปมา เป็นเชิงปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำ
       ไม่คาดคิด...ประตูห้องถูกเปิดจากภายนอก ละเวงวิ่งพรวดพราดเข้ามา หันไปเห็นไกรกูณฑ์นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่ก็ช็อกตาค้าง
       ละเวงร้องไห้ พูดติดขัด มองปืนในมือใหญ่สลับกับศพไกรกูณฑ์ที่เธอเข้าไปกอดศพร้องไห้
       "นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะคุณใหญ่ คุณใหญ่ฆ่าคุณไกรกูณฑ์เหรอคะ คุณใหญ่ฆ่าเค้าทำไม"
       ใหญ่ตกใจ ไม่คิดว่าจะมีคนมาเห็น
       "ฉันไม่ได้ทำ ฉันไม่รู้เรื่อง"
       ละเวงต่อว่าทั้งน้ำตา พลางมองใหญ่ด้วยสายตาปรักปรำเต็มที่
       "ปืนอยู่ในมือคุณใหญ่ ถ้าคุณใหญ่ไม่ได้ทำ แล้วใครจะทำ"
       ใหญ่สับสนไปหมด โยนปืนทิ้ง แล้วถอยหนี
       "ฉันไม่ได้ทำนะละเวง ฉันไม่ได้ทำจริงๆ"
       ละเวงเดินมาหาใหญ่
       "คุณใหญ่ไม่ได้ทำแล้วใครจะทำคะ วันนี้วันเกิดคุณท่านแท้ๆ แต่คุณใหญ่กลับให้ของขวัญคุณท่านด้วยการฆ่าลูกชายคุณท่านตายคาบ้านแบบนี้เหรอคะ"
       ละเวงร้องไห้โฮออกมา ใหญ่รู้สึกผิด สับสน ลนลาน สับสนไปหมด
       "ฉันจะทำยังไงดี ฉันจะไปสารภาพความจริงกับคุณท่าน ฉันจะยอมรับผิดทุกอย่าง"
       ใหญ่ทำท่าจะลุกไป
       ละเวงรีบดึงแขนใหญ่ไว้
       "ใจเย็นๆ ก่อนค่ะคุณใหญ่ ถ้าคุณใหญ่บอกตอนนี้ คุณท่านต้องรับไม่ได้แน่ๆ คุณใหญ่อยากให้คุณท่านเป็นอะไรไปอีกคนเหรอคะ"
       ละเวงร้องไห้สะอึกสะอื้น ใหญ่จับตัวละเวงเขย่าอย่างเสียสติ
       "แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง บอกฉันสิว่าฉันควรทำยังไง"
       ละเวงคิดๆ แล้วบอก
       "คุณใหญ่หนีไปก่อนดีกว่าค่ะ อย่าเพิ่งให้คุณท่านรู้เรื่องนี้เลย"
       ใหญ่มองไปที่ศพไกรกูณฑ์
       "แล้วศพไกรกูณฑ์ล่ะ"
       "ละเวงจะจัดการเองทางนี้เอง ถ้าเรื่องเรียบร้อยแล้ว ละเวงจะโทรไปบอกคุณใหญ่นะคะ"
       "แล้วฉันจะหนีไปไหน ฉันไม่รู้จะไปไหน"
       "หลบไปอยู่ที่ไร่วายุกูลก่อนก็ได้ค่ะ"
       ละเวงดันหลังใหญ่ออกจากห้อง
       "ไปเร็วๆ ค่ะ ก่อนที่คุณท่านจะขึ้นมาเห็น"
       ใหญ่ละล้าละลัง ไม่รู้ว่าควรไปหรือไม่ไปดี
       "ไปสิคะคุณใหญ่ หนีไปก่อนค่ะ"
       ใหญ่สับสน คิดอะไรไม่ออก ยอมหนีไปตามคำแนะนำของละเวง ละเวงชะโงกหน้ามองตามออกไปมองนอกประตู
       ใหญ่พยายามจับต้นชนปลายเรื่องราวที่เกิดขึ้น
       "ละเวง"
       สีหน้าใหญ่เหมือนคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
       
       ละเวงเดินกลับเข้ามาในบ้านธนากูลเมื่อตอนค่ำ ธราที่นั่งรออยู่ที่โถงบ้านเห็นเข้าก็ถาม
       "ไปไหนมาละเวง"
       ละเวงสะดุ้ง ตกใจเล็กน้อย ธราพูดต่อ
       "หายไปตั้งแต่กลางวัน ไปไหนมาไหนไม่คิดจะบอกกล่าวกันบ้างเลยเหรอะ"
       "ละเวงไปทำธุระข้างนอกมาค่ะ ขอโทษนะคะที่ไม่ได้ขออนุญาตคุณท่านก่อน"
       ธรามองสงสัย แต่ไม่อยากเซ้าซี้
       "เมื่อตอนกลางวันหมอภูโทรมาบอกว่าวายุอยู่ที่ไร่วายุกูล"
       ละเวงสีหน้าสนใจขึ้นมา รีบเดินเข้าไปนั่งที่โซฟากับธรา
       "คุณวายุไปที่นั่นตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมตอนที่ละเวงโทรไปเช็ค คนงานบอกว่าไม่อยู่ล่ะค่ะ"
       ธรามองละเวงด้วยสายตาตำหนิ แล้วถอนใจออกมาเบาๆ
       "จะไปเมื่อไหร่ก็ช่าง แต่ตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าวายุอยู่ที่ไร่วายุกูล"
       "คุณท่านจะให้ละเวงจัดการยังไงต่อดีคะ" ละเวงมีสีหน้าแอบร้ายขึ้นมาเล็กน้อยแต่ไม่เด่นชัดนัก
       ธราทบทวน แววตาดูมีแผนการบางอย่าง
       "อย่าเพิ่งไปยุ่งกับเค้าเลย ปล่อยให้อยู่ที่นั่นไปก่อน ตอนนี้เธอเร่งตามหาตัวไกรกูณฑ์ให้เจอเร็วๆ เถอะ ไม่รู้ไปอยู่ซะที่ไหน"
       "ค่ะคุณท่าน ละเวงจะรีบตามหาคุณน้อยให้เจอให้เร็วที่สุด"
       ละเวงก้มหน้า หลบสายตาเล็กน้อย ธรามองท่าทางละเวงอย่างหนักใจ ไม่รู้จะได้เรื่องหรือเปล่า
       
       วายุยืนอยู่บนระเบียงชั้นสองของบ้าน ในไร่วายุกูล มองฝ่าความมืดออกไป สีหน้าเคร่งเครียด แววตาเคียดแค้น ชิงชัง
       "ไอ้ใหญ่ ไอ้ฆาตกร มึงไปมุดหัวอยู่ที่ไหนของมึง"
       
       บริเวณคอกม้าตอนเช้าวันใหม่ ใหญ่เดินท่าทางลับๆ ล่อๆ เข้ามาเอาม้าของสลิลขี่ออกไป เป็นจังหวะเดียวกับที่สลิลเดินมาเห็นพอดี เธอมองด้วยความสงสัย แล้วตัดสินใจไปจูงม้าอีกตัวออกมาจากคอก
       
       ใหญ่ควบม้าเลาะชายป่าด้านหลังบ้านไร่สายน้ำรีสอร์ตมาถึงแนวรั้วด้านข้างไร่วายุกูล เขาหยุดม้าอยู่นอกรั้ว แล้วมองเข้าไปในไร่อย่างจับสังเกตและเก็บข้อมูล เขาเห็นคนงานหลายคนเดินขวักไขว่ไปมาอยู่ในไร่
       สลิลขี่ม้าเหยาะๆ แอบย่องมาทางด้านหลังใหญ่ แล้วซุ่มดูอยู่ในระยะที่ปลอดภัย และมองอย่างสงสัย
       เธอลงจากหลังม้า แล้วเผลอเดินเข้าใกล้ใหญ่มากขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่คาดคิด เธอสะดุดตอไม้หน้าเกือบคะมำ ตกใจ ร้องเสียงดังออกมา เธอรีบยกมือปิดปากตัวเองทันที แต่ไม่ทันแล้ว ใหญ่หันขวับมาตามเสียง สีหน้าหงุดหงิด บูดบึ้ง แล้วควบม้าหนีไป
       "คุณใหญ่รอหว้าด้วยค่ะ"
       สลิลรีบกระโดดขึ้นหลังม้าแล้วควบตามใหญ่ไปอย่างเร็ว คล้อยหลังทั้งคู่ วายุขับรถผ่านมาทางที่ใหญ่ยืนมองอยู่เมื่อครู่ คลาดกันไปอย่างเฉียดฉิว
       
       สลิลควบม้ามาตามชายป่าอย่างเร็ว แต่ก็ไม่เห็นใหญ่แม้แต่เงา พลางบ่นพึมพำ
       "หายไปไหนแล้ว"
       ไม่คาดคิด...ใหญ่ขี่ม้าโผล่ออกมาจากมุมหนึ่ง ดักหน้าม้าของสลิล ทั้งม้า ทั้งคนตกใจเสียจังหวะไป
       ทั้งคู่เผชิญหน้ากันอยู่บนหลังม้า ใหญ่มองดุ เสียงแข็ง ไม่พอใจมาก
       "เธอแอบตามฉันมาทำไม"
       สลิลไม่ตอบ แต่ถามกลับ
       
       "แล้วคุณใหญ่มาที่ไร่วายุกูลทำไมคะ"

ไฟในวายุ ตอนที่ 2
        
       ใหญ่จ้องหน้า แววตาดุดัน
        
       "ไม่ใช่เรื่องของเธอ ฉันขอเตือนเธอไว้ก่อน ถ้าไม่อยากเดือดร้อน ก็อย่ามายุ่งกับเรื่องของฉันอีก"
       พูดจบใหญ่ก็ควบม้าหนีไปอย่างเร็ว สลิลควบม้าตาม พลางตะโกนไล่หลังอย่างไม่เข้าใจ
       "ทำไมล่ะค่ะ คุณใหญ่เป็นคนไม่ดี หนีความผิดมารึไงคะ ถึงต้องทำตัวลึกลับแบบนี้ด้วย"
       ใหญ่สีหน้าเจ็บปวดที่ได้ยินคำพูดของสลิล...เร่งฝีเท้าม้าให้เร็วขึ้นๆ ราวกับต้องการหนีความจริงอันโหดร้ายที่ตามหลอกหลอนอยู่ สลิลถอนใจออกมาที่อีกฝ่ายเอาแต่เงียบ เธอรีบควบม้าตามไปอย่างเร็ว
       
       วายุขับรถสปอร์ตเข้ามาตามถนนในไร่ชาขวัญแก้วช้าๆ คนงานที่กำลังพากันเดินไปทำงาน หันมองรถของวายุ ด้วยสีหน้าแปลกใจ เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน เขาหาที่จอดรถ ออกไปยืนมองสภาพไร่ชาขวัญแก้ว ด้วยสีหน้าพอใจ
       
       ทแกล้วนั่งรอสลิลอยู่ที่คอกม้าอย่างกระวนกระวาย เข็มทำความสะอาดคอกม้าอยู่ใกล้ๆ
       "นายไม่เห็นจริงๆเหรอะว่า คุณหว้าออกไปขี่ม้ากับใคร"
       "ไม่เห็นจริงๆ ครับ ผมมาถึง ม้าก็ไม่อยู่ทั้งสองตัวแล้ว ตอนแรกก็คิดว่าไปกับคุณแก้วเหมือนทุกวันแหละครับ"
       ทแกล้วได้แต่ถอนใจออกมาอย่างหงุดหงิด เข็มเห็นคนขี่ม้าจากระยะไกลเข้ามา
       "คุณหว้ากลับมาโน่นแล้วครับ"
       ทแกล้วรีบหันไปมอง ลุกขึ้น ยิ้มรอ ผิดคาด คนที่ควบม้ากลับมาคือใหญ่ ไม่ใช่สลิล ใหญ่ลงจากหลังม้าหน้าตาบูดบึ้ง แล้วส่งม้าให้เข็ม
       "ช่วยเก็บม้าให้ด้วย"
       พูดจบ ใหญ่ก็เดินออกไป แบบไม่สนใจใคร เข็มรับม้ามาแบบงงๆ
       "ครับ"
       ทแกล้วมองตามหลังใหญ่อย่างสงสัย
       "ใครน่ะเข็ม"
       "คุณใหญ่ไงครับ แขกซุปเปอร์วีไอพีของคุณหว้าเค้า"
       ตอบเสร็จเข็มก็จูงม้าไปเก็บที่คอก ทแกล้วพึมพำคนเดียวเบาๆ
       "เนี่ยเหรอะคุณใหญ่"
       ทแกล้วมองตามไป อย่างไม่ชอบขี้หน้าสลิลควบม้ากลับเข้ามา เห็นใหญ่เดินออกจากคอกม้าไปไกลแล้ว
       เธอเสียดายที่ตามใหญ่ไม่ทัน ทแกล้วรีบเดินเข้ามารับสลิลลงจากหลังม้า
       "หว้าไปไหนมา แล้วทำไมวันนี้ไม่รอแก้ว"
       เข็มเดินเข้ามารับม้าจากสลิลไปเก็บในคอก
       "หว้าไปขี่ม้าเล่นกับคุณใหญ่มา"
       ทแกล้วประท้วงงอนๆ
       "นี่มันหน้าที่แก้วนะ หว้าให้คนอื่นมาทำแทนได้ยังไง แล้วคุณใหญ่อะไรนั่นก็ท่าทางไม่น่าไว้ใจเลย หน้าก็บึ้ง ตาก็ดุ ดูไม่เป็นมิตรเอาซะเลย"
       "แก้วเจอกับคุณใหญ่แล้วเหรอะ ถึงได้ไปว่าเค้าเป็นชุดขนาดนั้น"
       "เห็นเมื่อกี้แว๊บนึง ถึงจะเห็นแค่แว๊บเดียว ก็ดูออกว่าคงไม่ใช่คนดี หว้าไปขี่ม้ากับเค้าสองคนอย่างนั้น ไม่กลัวรึไง"
       "ไม่มีอะไรหรอกน่า ไปคุยกันข้างในเถอะ" สลิลพูดพลางเดินลิ่วนำไปเลย
       "หว้า รอแก้วด้วยสิ"
       ทแกล้วสีหน้าขุ่นเคือง รีบเดินตามสลิลไป
       
       ใหญ่กลับเข้ามาในกระท่อมหินสีหน้าโกรธขึ้ง อารมณ์เสียสุดๆ แล้วเดินไปเปิดลิ้นชักหัวเตียง เห็นกระเป๋าเงินวางอยู่คู่กับโทรศัพท์มือถือ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดเปิดเครื่อง มือถือเปิดไม่ติด ไม่ได้ดั่งใจ ก็โมโหปาโทรศัพท์ทิ้งแตกกระจาย ใหญ่เหลือบตามองไปที่โทรศัพท์ของรีสอร์ต สีหน้าช่างใจไปมา ลังเลว่า การใช้โทรศัพท์รีสอร์ตจะทำให้คนตามหาตัวเจอมั้ย
       
       วายุขับรถมาจอดที่หน้าบ้านพักของนวลขวัญ เป็นจังหวะเดียวกับที่นวลขวัญกำลังจะออกไปทำงานในไร่พอดี วายุเดินเข้ามาทัก
       "สวัสดีครับคุณนวลขวัญ ผมวายุ ธนากูล เจ้าของไร่วายุกูลครับ"
       นวลขวัญแปลกใจ
       "สวัสดีค่ะ คุณรู้จักชื่อฉันได้ยังไงคะ"
       วายุยิ้มแย้ม
       "คุณนวลขวัญ เจ้าของไร่ชาขวัญแก้ว ชื่อเสียงออกจะโด่งดัง มีใครบ้างครับที่ไม่รู้จัก"
       นวลขวัญยิ้มรับตามมารยาท และระวังตัวอยู่ในที
       "ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ เชิญคุณวายุไปนั่งทางด้านโน้นดีกว่านะคะ"
       นวลขวัญเดินนำวายุไปนั่งที่โต๊ะในสนามข้างๆ บ้าน
       "คุณวายุมาหาฉันถึงที่ไร่ มีธุระอะไรรึเปล่าคะ"
       "ผมเพิ่งจะขึ้นมาทำธุรกิจที่นี่ เห็นว่าไร่ของเราสองคนอยู่ติดกัน ก็เลยอยากมาทำความรู้จัก ในฐานะเพื่อนบ้านน่ะครับ"
       นวลขวัญพูดอย่างรู้ทัน
       "เรื่องสร้างโรงแรมของคุณ ฉันพอจะได้ข่าวมาบ้างแล้วล่ะค่ะ เห็นว่ากว้านซื้อที่ดินของชาวบ้านแถบนี้ไปเกือบหมดแล้ว หวังว่าที่มาวันนี้ คงไม่ได้จะมาขอซื้อที่ไร่ขวัญแก้วหรอกนะคะ"
       วายุยิ้ม ใจเย็น
       "ผมบอกแล้วไงครับว่า วันนี้ผมแค่มาทำความรู้จักในฐานะเพื่อนบ้านเท่านั้น"
       นวลขวัญพูดดักคอ
       "แปลว่าวันหลังค่อยมาขอซื้อที่อย่างงั้นรึเปล่าคะ"
       วายุถามหยั่งเชิง
       "แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น คุณขวัญจะยอมรึเปล่าล่ะครับ"
       นวลขวัญสีหน้าเด็ดเดี่ยว
       "ไม่ค่ะ"
       วายุปั้นยิ้มให้
       "ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวเข้าไปทำงานในไร่นะคะ"
       
       นวลขวัญลุกเดินนำไป พอคล้อยหลัง วายุสีหน้าหนักใจ เพราะรู้ว่าการเจรจาขอซื้อไร่ขวัญแก้วคงไม่ง่ายอย่างที่คิดซะแล้ว เขาตัดสินใจเดินตามเธอเข้าไปในไร่ชา เธอได้แต่แอบถอนใจเซ็งๆ ปนรำคาญ

ไฟในวายุ ตอนที่ 2
        
       ทแกล้วคุยพร้อมส่งกล่องคุกกี้ให้สลิลที่ล็อบบี้บ้านไร่สายน้ำรีสอร์ต
        
       "พี่ขวัญฝากคุกกี้ชาเขียวสูตรใหม่มาให้หว้าชิม"
       สลิลยิ้มแย้ม รับกล่องคุกกี้ไป
       "ฝากขอบคุณพี่ขวัญด้วยนะแก้ว"
       "พี่ขวัญฝากความคิดถึงหว้าด้วยนะ บ่นๆว่าเดี๋ยวนี้หว้าไม่ค่อยไปหาที่ไร่เลย"
       "หว้าก็คิดถึงพี่ขวัญเหมือนกันแหละ บอกพี่ขวัญด้วยนะเดี๋ยวหว้าจะหาเวลาแวะไปเมาท์... ชิมหน่อยนะ"สลิลยิ้มอารมณ์ดีพร้อมแกะคุกกี้มาชิม
       "ไปพร้อมแก้ววันนี้เลยสิ"
       สลิลคิดๆ เหมือนจะตกลง แต่ก็ปฏิเสธ
       "เอาไว้พรุ่งนี้ดีกว่า"
       ทแกล้วหน้าจ๋อยๆ
       "โธ่ ทำไมล่ะ น่าจะไปด้วยกันวันนี้เลย"
       "ก็หว้าไม่ว่างนี่นา แก้วก็กลับไปช่วยงานพี่ขวัญได้แล้ว ไป สายมากแล้ว ไปเลย เร็วๆ"
       สลิลจับตัวทแกล้วลุกขึ้นแล้วดันให้เดินไป ทแกล้วแกล้งฝืนตัวไว้ แต่สลิลก็ออกแรงดันจนออกไปจากล็อบบี้จนได้
       
       ผ่านเวลาเล็กน้อย นวลขวัญเดินจากไร่ชามาส่งวายุขึ้นรถที่หน้าบ้าน
       "วันหลังผมขอมาเยี่ยมคุณขวัญที่ไร่อีกจะได้มั้ยครับ"
       นวลขวัญพูดดักคอไว้ก่อน
       "ถ้ามาในฐานะเพื่อนบ้านก็ยินดีค่ะ แต่ถ้าจะมาเรื่องซื้อที่ก็อย่าเสียเวลามาเลยค่ะ เพราะถึงยังไงฉันก็ไม่ขายอยู่แล้ว"
       วายุทำเป็นยิ้ม
       "แน่นอนครับ ผมต้องมาในฐานะเพื่อนบ้านอยู่แล้ว ผมไปนะครับ"
       วายุค้อมศีรษะให้นิดหนึ่ง ยิ้มหว่านเสน่ห์ นวลขวัญยิ้มรับตามมารยาท
       "ค่ะ"
       วายุขึ้นรถแล้วขับออกไป สวนกับรถของทแกล้วที่ขับเข้ามาถึงหน้าบ้านพอดี จังหวะที่รถสวนกัน ทแกล้วยังมองไม่เห็นหน้าวายุอย่างชัดเจน ทันทีที่เขาจอดรถ ก็รีบลงไปหาพี่สาวทันที
       "ใครมาครับพี่ขวัญ"
       "คุณวายุ เจ้าของไร่วายุกูล"
       ทแกล้วนึกได้ สีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที
       "อย่าบอกนะว่าจะมาขอซื้อไร่ของเรา"
       นวลขวัญพยักหน้าอย่างเซ็งๆ
       "ก็ทำนองนั้นแหละ แต่เค้ายังไม่ได้พูดอะไรชัดเจนหรอกนะ คงอยากมาดูท่าทีเราก่อนมั้ง"
       ทแกล้วสีหน้าเอาเรื่อง จริงจัง
       "เสียดายที่แก้วกลับมาไม่ทัน แต่ถ้ามันมาอีกล่ะก็ แก้วจะไล่ตะเพิดไปเลย"
       นวลขวัญฟาดแขนทแกล้วเบาๆ แล้วพูดปรามอย่างมีเหตุผล
       "พูดไม่เพราะเลยนะแก้ว ไปขึ้นมันกับเค้าได้ยังไง ที่ของเรา ถ้าเราไม่ขายซะอย่าง ใครก็ทำอะไรเราไม่ได้อยู่แล้วล่ะ"
       ทแกล้วทำหน้าเบ้ ไม่ชอบวายุ
       "แก้วกลัวว่าเค้าจะเล่นไม่ซื่อ หาเรื่องข่มขู่ให้เรายอมขายที่ให้น่ะสิ"
       "ก็เอาไว้ให้ถึงตอนนั้นก่อนค่อยว่ากัน ผูกมิตรเอาไว้ ดีกว่าสร้างศัตรู ยังไงซะเราก็เพื่อนบ้านไร่ติดกัน พี่ไม่ยอมขายไร่ให้ใครง่ายๆหรอก เพราะพี่จะเก็บไว้ปลูกเรือนหอให้แก้ว"
       ทแกล้วยิ้มแป้น
       "เป็นความคิดที่ดีมากเลยพี่ขวัญ"
       นวลขวัญยิ้มๆ
       "ไปช่วยพี่ทำงานในไร่ดีกว่า"
       สองพี่น้องเดินยิ้มแย้มคุยกันในไร่ชา ทแกล้วโอบเอวพี่สาวเดินคุยกันไปอย่างสนิทสนม
       
       ใหญ่ยังคงนั่งหน้าบึ้งหัวเสียอยู่ในกระท่อมหิน จ้องโทรศัพท์ในห้องพักของรีสอร์ตอย่างชั่งใจไปมา
       ดูเครียดๆ กล้าๆ กลัวๆ ในที่สุดก็ตัดสินใจลุกไปกดโทรศัพท์ ตัด 9 รอสัญญาณก่อนกดโทรออก แล้วรอสายอยู่ครู่หนึ่งจนปลายสายรับ
       "ละเวง นั่นเธอใช่มั้ย"
       ละเวงรับโทรศัพท์อยู่ในห้องโถง สีหน้าประหลาดใจ
       "คุณใหญ่...ตอนนี้คุณใหญ่อยู่ที่ไหนกันแน่คะ"
       "อยู่ไหนก็ช่างฉันเถอะ ฉันอยากรู้เรื่องไกรกูณฑ์ เธอจัดการกับศพยังไง แล้วคุณท่านเป็นยังไงบ้าง"
       ละเวงมีสีหน้าลำบากใจ
       "คุณใหญ่ไม่ต้องห่วงเรื่องทางนี้หรอกนะคะ ละเวงจัดการได้ คุณใหญ่บอกละเวงมาก่อนเถอะค่ะ ว่าตอนนี้คุณใหญ่อยู่ที่ไหน"
       "ฉันพักอยู่..."
       ใหญ่ยังพูดไม่ทันจบ ทันใดนั้น เสียงธราก็ดังดุขึ้นแทรกเข้ามาขัด
       "คุยกับใครอยู่เหรอละเวง"
       ใหญ่ ชะงักไปกับเสียงที่ได้ยิน พึมพำออกมาเบาๆ ด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
       "คุณท่าน"
       ละเวงมีสีหน้าตกใจ
       "ฉันถามว่าคุยกับใคร ใช่ไกรกูณฑ์โทรมารึเปล่า"
       ธราจะเข้าไปแย่งโทรศัพท์
       "คนโทรผิดน่ะค่ะ"
       ละเวงรีบวางโทรศัพท์ลงบนแป้นรับ ท่าทางมีพิรุธ ธรามองอย่างไม่ไว้ใจ ละเวงได้แต่ก้มหน้าหลบตา อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ธราสีหน้าหงุดหงิด หัวเสีย
       "ไปไหนก็ไปให้พ้นเลยไป รำคาญตา"
       ละเวงรีบเดินเลี่ยงออกไป ใหญ่วางโทรศัพท์ลงบนแป้น ถอนใจออกมา สีหน้าเสียดายที่ยังคุยกับละเวง
       ไม่รู้เรื่อง
       
       วายุขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพักในไร่วายุกูล เมื่อลงจากรถก็เห็นรถของกษิตจอดอยู่หน้าบ้านก่อนแล้ว
       วายุสีหน้าแปลกใจ แล้วรีบเดินเข้าไปในบ้าน
       
       วายุเดินเข้ามาในโถงบ้าน เห็นกษิตนั่งรออยู่ที่ชุดรับแขก ก็เดินยิ้มแย้มเข้าไปหา
       "คุณกษิต จะมาทำไมไม่บอกก่อนล่ะครับ แล้วนี่มาถึงนานรึยังครับเนี่ย"
       "ก็ซักพักแล้วล่ะครับ คือท่านอยากให้ผมมาสำรวจไร่คุณให้ละเอียดอีกรอบน่ะครับ"
       "งั้นเดี๋ยวผมพาคุณไปดูเอง"
       วายุตั้งท่าจะลุก กษิตยกมือห้าม
       "ไม่ต้องแล้วล่ะครับ"
       วายุสงสัย
       
       " ระหว่างที่รอคุณ ผมให้คนงานพาไปดูมาเรียบร้อยแล้ว ไร่วายุกูลสวยมากนะครับ ขายไปไม่เสียดายแย่เหรอครับ"

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ไฟในวายุ ตอนที่ 3
ไฟในวายุ ตอนที่ 2
ไฟในวายุ ตอนที่ 1
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2012