หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ไฟในวายุ

ไฟในวายุ ตอนที่ 3

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 มกราคม 2557 09:17 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ไฟในวายุ ตอนที่ 3
       ไฟในวายุ ตอนที่ 3
       
       วายุขับรถปาดมาจอดกึกที่หน้าบ้านพักไร่วายุกูลอย่างหัวเสีย พอลงจากรถได้ก็ระบายอารมณ์ ตรงไปเตะกระถาง ข้าวของที่อยู่ใกล้ๆ หัวหน้าคนงานกล้าๆ กลัวๆ เดินเข้ามาหา
       
       วายุถีบถังขยะล้มโครมไป ก่อนจะหยุดเท้าสะเอว หายใจแรงเพราะความโกรธ หัวหน้าคนงานเห็นวายุสงบลงแล้วค่อยเข้ามาถาม
       "คุณวายุครับ"
       วายุตวาดถาม
       "อะไร"
       "วันนี้มีผู้หญิงโทร.มาหาคุณครับ"
       วายุประหลาดใจขึ้นมาทันที "ใคร"
       "ไม่ได้บอกชื่อไว้ครับ พอผมบอกว่าคุณวายุไม่อยู่ ก็วางสายไปเลย"
       วายุฉุกคิด เริ่มไม่ไว้ใจอะไรบางอย่าง
       "แล้วผู้ชายที่โทร.มาวันก่อนล่ะ โทร.มาอีกรึเปล่า"
       "ไม่แล้วครับ"
       วายุออกคำสั่ง น้ำเสียงเด็ดขาด สีหน้าหวาดระแวงบางสิ่ง
       "ไปดึงสายโทรศัพท์ออกให้หมด แล้วถ้ามีใครมาถามหาฉัน ให้บอกว่าไม่รู้อย่างเดียว ห้ามบอกอะไรเด็ดขาด บอกคนงานทุกคนตามนี้ด้วย"
       หัวหน้าคนงานสงสัย แต่ก็ไม่กล้าถามอะไร ได้แต่รับปาก "ครับ" ก่อนจะเห็นเสื้อของวายุเปื้อนคราบเขียวๆ
       "เสื้อคุณวายุไปเปื้อนอะไรมาครับ"
       วายุตะคอกใส่
       "เลือดหัวแกมั้ง"
       หัวหน้าคนงานจ๋อยสนิทก้มหัวงุดไปเลย วายุเดินหัวเสียกลับขึ้นบ้านพักไป
       
       บ้านพักของสลิลตอนกลางคืน เธออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนเรียบร้อย เดินมานั่งที่เตียงนอน หยิบตุ๊กตาเด็กชายยิ้มแฉ่งที่เก็บมาจากถังขยะในกระท่อมหินขึ้นมาดู แล้วพูดกับตุ๊กตา
       "ซักวันคุณใหญ่จะหายเศร้า แล้วยิ้มได้อย่างเจ้าตุ๊กตาตัวนี้นะคะ"
       สลิลถอนใจวางตุ๊กตาเด็กชายลงข้างๆ หมอนก่อนเลื่อนตัวลงนอนแล้วเลื่อนมือไปปิดโคมไฟหัวเตียงจนห้องมืดสนิทลง
       
       ในเวลาใกล้เคียงกัน โคมไฟหัวเตียงถูกเปิดสว่างขึ้น นวลขวัญที่นอนหลับไปแล้วเผยอตาขึ้นมอง เห็นทแกล้วนั่งจ๋องกอดเข่าจ้องมองอยู่ข้างเตียง สีหน้าอ้อนๆ
       "หายโกรธแก้วรึยัง"
       นวลขวัญพลิกตัวไปอีกด้าน ทแกล้วอ้อมตามไปจ้องหน้าพี่สาว ยกมือไหว้
       "ถ้าพี่ขวัญไม่พูดกับแก้ว แก้วนอนไม่หลับหรอก"
       นวลขวัญถอนใจขยับลุกขึ้นนั่ง โกรธน้องชายไม่ลง
       "ฟังพี่นะแก้ว"
       ทแกล้วยิ้มแย้มขึ้นเตียงมานั่งพับเพียบพนมมือเหมือนฟังเทศน์ นวลขวัญตีตักน้องชาย
       "ยังมาทะเล้นอีก"
       นวลขวัญอดยิ้มออกมาไม่ได้
       "ยิ้มแล้ว ค่อยยังชั่ว"
       ทแกล้วนั่งขัดสมาธิแทนฟังพี่สาว นวลขวัญสีหน้าจริงจัง
       "พี่ซีเรียสนะแก้ว ต่อไปอย่าทำนิสัยวู่วามแบบนี้อีก เกลียดใครก็เก็บไว้ในใจ ถ้าวันนี้เค้ามีปืนขึ้นมาจะทำยังไง เรายังไม่รู้จักเค้าดีพอ เราก็มีกันแค่สองพี่น้องอยู่ในไร่กลางป่ากลางเขา ถ้าเค้าโกรธแก้วแล้วมาลงกับพี่ตอนแก้วไม่อยู่ไร่ล่ะ ใครจะช่วยพี่ได้"
       ทแกล้วจ๋อยสนิท รู้สึกผิดจับใจ ห่วงพี่สาวมาก
       "ผูกมิตรเอาไว้ดีกว่าสร้างศัตรูนะแก้ว"
       "แก้วขอโทษครับพี่ขวัญ ต่อไปจะไม่ทำนิสัยแบบนี้อีกแล้วครับ"
       ทแกล้วเข้าไปสวมกอดพี่สาวอ้อนๆ นวลขวัญขยี้หัวน้องชาย
       "คิดได้ก็ดีแล้ว...แล้วพี่จะหาโอกาสพาเราไปขอโทษคุณวายุเค้า"
       ทแกล้วชะงักกึก ตาเบิกกว้างกรอกตาไปมาอย่างเซ็ง
       
       บ้านไร่สายน้ำรีสอร์ต ตอนสายวันรุ่งขึ้น สลิลเดินมาตามทางเดิน เกือบจะชนกับทแกล้วที่รีบเดินจ้ำเข้ามาอย่างรีบร้อน
       "อ้าวแก้ว นึกว่าวันนี้จะไม่มาซะอีก"
       "ตอนแรกก็ว่าจะไม่มาแล้วแหละ แต่ก็อดเป็นห่วงหว้าไม่ได้"
       สลิลเหยียดปากหมั่นไส้
       "ไปหยอดสาวอื่นเถอะย่ะ หว้าไม่หลงคารมแก้วหรอก"
       สลิลเดินนำ ทแกล้วเดินตาม
       "วันนี้ต้องไปดูแลคุณใหญ่อีกรึเปล่า"
       สลิลหน้าจ๋อยลง
       "เค้าไม่อยู่ให้ดูแลแล้วล่ะ"
       ทแกล้วยิ้มแย้มสบายใจ
       "ทำไมล่ะ หว้าไล่คุณใหญ่ไปแล้วเหรอ เยี่ยมมากเลยหว้า มันต้องยังงี้สิ"
       สลิลค้อนขวับ แล้วอธิบาย
       "หว้าไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอกน่า เค้าไปของเค้าเอง ไปไหนก็ไม่รู้ อยู่ๆ ก็หายไปเฉยๆ ไม่ได้เช็กเอาท์ด้วย"
       
       "นั่นไง ห่วงคนผิดแล้วหว้า พวกมิจฉาชีพแน่นอน โดนชักดาบแล้วล่ะ"
       "หว้ามั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องเงินหรอก น่าจะเป็นเหตุผลอื่นมากกว่า ดูท่าทางคุณใหญ่ไม่เหมือนคนไม่มีเงินเลยนะแก้ว"
       "ไปซะได้ก็ดีแล้วล่ะ"
       ทแกล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง สร้างบรรยากาศ
       "งั้นก็ไปขี่ม้าเล่นกันดีกว่า หว้าจะได้สบายใจ"
       "ไม่ดีกว่า วันนี้หว้าเบื่อๆ ไม่อยากทำอะไรเลย"
       
       ทแกล้วได้แต่มองหน้าสลิลแล้วแอบถอนใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมใหญ่ถึงได้มีอิทธิพลกับสลิลมากขนาดนี้

ไฟในวายุ ตอนที่ 3
        
       เข็มลากสายยางมาฉีดน้ำล้างพื้นคอกม้า สลับกับเอาแปรงด้ามยาวมาขัดพื้น ระหว่างทำความสะอาดก็ฮัมเพลงไปเรื่อยอย่างอารมณ์ดี เข็มฉีดน้ำไปเรื่อย จนเลยไปด้านหลังคอกม้า ตรงกองฟางแห้ง
        
       ใหญ่นอนหลับอยู่ที่กองฟางแห้งด้านหลัง สะดุ้งตื่น ดีดตัวลุกพรวดพราดขึ้นด้วยความตกใจ เพราะโดนน้ำฉีดใส่ เขายืนจ้องหน้าอยู่ท่าทางถมึงทึง เข็มตกใจหน้าเหวอไป เข็มเดินเข้าไปหาด้วยความกล้าๆ กลัวๆ
       "ขอโทษครับ ผมไม่ทราบว่าคุณใหญ่อยู่ตรงนี้"
       ใหญ่หงุดหงิด เอามือลูบน้ำที่เปียกหน้า เปียกผม
       "ผมนึกว่าคุณใหญ่ไปจากรีสอร์ตแล้วซะอีก"
       ใหญ่สีหน้าบึ้งตึง น้ำเสียงเย็นชา กระด้าง
       "ฉันแค่ออกไปทำธุระข้างนอก กลับมาตอนดึก ไม่รู้ใครทะลึ่งมาล็อกบ้านพักฉัน"
       เข็มกรอกตาไปมาเล็กน้อย ฝืนยิ้ม พูดแหยๆ
       "แล้วทำไมไม่ไปขอกุญแจที่เคาน์เตอร์ล่ะครับ"
       "มันเรื่องของฉัน รีบไปเอากุญแจมาเปิดให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย"
       "ครับๆ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ"
       เข็มพูดจบก็รีบวิ่งออกไปทันที ใหญ่เดินสีหน้าเย็นชา บึ้งตึง กลับไปรอที่กระท่อมหิน
       
       เข็มวิ่งหน้าเริ่ดเข้ามาหาสลิลที่ล็อบบี้ ขณะที่สลิลกับทแกล้วกำลังช่วยกันพับโบชัวร์ใส่ซองเอาไว้แจกงานออกบู๊ธอยู่
       "คุณหว้าครับ คุณใหญ่กลับมาแล้วครับ ตอนนี้อยู่ที่คอกม้า"
       สลิลสีหน้าดีใจขึ้นมา ในขณะที่ทแกล้วแอบทำหน้าเซ็ง
       "คุณใหญ่บอกว่าเมื่อคืนกลับมาตอนดึก แต่เข้าบ้านพักไม่ได้ เลยไปนอนที่คอกม้า"
       "แปลกคน เข้าห้องพักไม่ได้ ทำไมไม่มาเอากุญแจที่นี่" ทแกล้วว่า
       "ผมก็ถามเค้าครับคุณแก้ว โดนตวาดหน้ายักษ์กลับมาเลยครับ"
       "เหมือนพวกทำความผิดมาเลยนะหว้า หลบหน้าคน ไม่อยากให้มีพยานหลักฐานว่า กลับมากี่โมงออกไปกี่โมง"
       "คิดมากไปใหญ่แล้วแก้ว เข็ม รีบเอากุญแจบ้านไปเปิดให้เค้าเลย" สลิลบอก
       "ครับคุณหว้า"
       ทแกล้วแดกดัน
       "หว้าไม่ไปเปิดเองล่ะ"
       สลิลสีหน้ารู้สึกผิด
       "เค้าเห็นหน้าหว้า เดี๋ยวจะอารมณ์เสียขึ้นมาอีก"
       ทแกล้วพูดประชดใส่
       "แคร์เค้ามาก"
       "เอ๊ะ แก้วนี่"
       ทแกล้วแกล้งถอนใจออกมาดังๆอย่างเซ็งๆ
       "เฮ้อ...นี่แก้วเพิ่งจะสบายใจได้ไม่เท่าไหร่ คุณใหญ่ก็กลับมาอีกแล้วเหรอเนี่ย"
       "หว้าไม่เข้าใจเลย ทำไมแก้วถึงได้ตั้งแง่กับคุณใหญ่ตลอดเวลายังงี้"
       ทแกล้วเหวี่ยงเล็กน้อย ด้วยความน้อยใจ
       "แก้วก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมหว้าถึงได้ห่วงใย ใส่ใจคุณใหญ่มากขนาดนี้...แก้วกลับล่ะ ขี้เกียจอยู่ให้หว้ารำคาญ"
       พูดจบทแกล้วก็เดินออกไปเลย สลิลมองตาม ถอนใจส่ายหน้า บ่นๆ
       "นิสัยลูกคนเล็กชัดๆ"
       สลิลก้มพับโบชัวร์ใส่ซองต่อก่อนจะหันไปทางบ้านพักลูกค้า อมยิ้มดีใจที่ใหญ่กลับมา
       
       ใหญ่ขี่ม้าทะยานไปในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ คล้ายกับอยากหาที่โล่งๆ เพื่อปลดปล่อยความอึดอัด
       อัดอั้นในใจตัวเองออกมาบ้าง
       
       เข็มกำลังแปรงขนให้สตาร์ไลท์ม้าตัวโปรดของสลิลอยู่ สลิลเดินเข้ามาหาเข็ม เห็นว่า แบล็คเมจิกหายไปก็ถามหา
       "เจ้าแบล็คเมจิกหายไปไหนล่ะเข็ม"
       สลิลสีหน้าไม่ค่อยพอใจ เพราะหวงม้า เข็มตอบหน้าจ๋อย
       "คุณหว้าอย่าเพิ่งโกรธนะครับ คุณใหญ่ขอไปขี่เล่นครับ"
       "คุณใหญ่ไปนานรึยัง"
       "ซักพักแล้วครับ"
       สลิลคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะจูงม้าออกมาจากคอกควบตามออกไป
       
       ใหญ่ควบม้ามาหยุดมองวิวทิวทัศน์ แล้วแผดร้องสุดเสียง เพื่อระบายความเครียดสะสมที่อัดอั้น
       อยู่ในใจ สลิลขี่ม้าตามมา ใหญ่ได้ยินเสียงฝีเท้า ก็หันกลับไปมอง เห็นเป็นสลิล... เขาแอบมีสีหน้ารำคาญ ควบม้าหนี เธอนึกอยากเอาชนะใหญ่จึงควบม้าตาม
       ทั้งคู่เหมือนควบม้าแข่งกัน สลิลจะแซงให้ได้ แต่ใหญ่ไม่ยอมให้แซง การแข่งขันทำให้ใหญ่ผ่อนคลายแบบไม่รู้ตัว สนุกกับการเอาชนะจนลืมปัญหาหนักใจไปได้ชั่วครู่ ม้าของเธอจะแซงม้าของใหญ่ได้อยู่แล้ว
       "ฉันยังไม่เคยแข่งม้าแพ้ใคร" สลิลพูดสำทับ
       
       ใหญ่เหลือบตามองแล้วบังคับม้าวิ่งเร็วนำไป สลิลบังคับม้าควบตามไปแต่ก็ดูเหมือนตามไม่ทันเสียแล้ว...สลิลมีสีหน้าเจ็บใจมาก

ไฟในวายุ ตอนที่ 3
        
       ใหญ่หยุดผูกม้าแบล็คเมจิกไว้ใต้ต้นไม้ แล้วลูบตบหลัง สลิลหน้าบึ้งตึงลงจากม้าสตาร์ไลท์ สลิลต่อว่าแบล็คเมจิก
        
       "ม้าทรยศ วันนี้แกอดอาหาร"
       ใหญ่เหล่มองเล็กน้อย
       "คุณใหญ่เคยเรียนขี่ม้ามาด้วยเหรอคะ"
       ใหญ่ตอบลอยๆ อย่างไม่เต็มใจตอบนัก
       "ขี่มาตั้งแต่เด็ก"
       ใหญ่เดินไปแกะเชือกผูกม้า สลิลตามไปขวางหน้า
       "หว้าอยากขอโทษคุณใหญ่ เรื่องที่หว้าเข้าใจคุณใหญ่ผิดเมื่อวานนี้ คุณใหญ่ยกโทษให้หว้านะคะ"
       ใหญ่สีหน้ารำคาญมาก
       "ฉันจะยกโทษให้เธอหรือไม่ยกโทษให้ มันจะสำคัญอะไรนักหนา"
       "สำคัญมากค่ะ เพราะเวลาที่คนเราทำผิด เราก็อยากให้คนอื่นยกโทษให้ไม่ใช่เหรอคะ หรือว่าเวลาที่คุณใหญ่ทำผิด คุณใหญ่ไม่อยากได้รับการให้อภัยคะ"
       ใหญ่ชะงักอึ้งไป เหมือนถูกแทงใจดำ เพราะตอนนี้ใหญ่ก็กำลังรู้สึกผิดต่อธราอยู่ ที่เป็นคนฆ่าไกรกูณฑ์..แม้จะยังไม่มั่นใจว่า ทำจริงหรือไม่ก็ตาม แต่ใหญ่ก็รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย
       "คุณใหญ่อย่าโกรธหว้าเลยนะคะ"
       ใหญ่ตะคอกใส่จ้องหน้า
       "หยุดพูดได้แล้ว เธอนี่มันน่ารำคาญจริงๆ เธอไม่มีงานทำรึไง ถึงตามตอแยฉันไม่เลิก หรือว่าแอบชอบฉัน"
       สลิลอึ้ง
       "บอกก่อนผู้หญิงอย่างเธอไม่ใช่สเป็กฉัน เสียใจเปล่าๆ"
       ใหญ่เดินไปแกะม้าแล้วขึ้นขี่ควบม้ากลับออกไป สลิลได้แต่มองตาม กำมือแน่น เจ็บใจมากที่ถูกพูดจาหยามกันขนาดนี้
       
       ผ่านเวลาเล็กน้อย สลิลขี่ม้าเข้ามาทางด้านหลังไร่ขวัญแก้ว ผูกม้าไว้ใต้ต้นไม้ ทแกล้วกำลังทำงานอยู่ในไร่หันมองด้วยความสงสัย เธอเดินหน้าตูมโกรธปนงอนเข้าไร่มา ทแกล้วเดินยิ้มแป้นเข้ามารับ
       "มาง้อเค้าเหรอ"
       "คิดงั้นแล้วสบายใจก็โอเค"
       ทแกล้วสีหน้าเคือง
       "แล้วมาทำไม"
       "หว้ามาหาพี่ขวัญ มีเรื่องอยากคุยกับพี่ขวัญ"
       "พี่ขวัญเคลียร์เอกสารอยู่ที่บ้าน หว้ามีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่ขวัญเหรอ อย่าบอกนะว่าเรื่องคุณใหญ่อีก"
       สลิลเหยียดปากใส่แล้วเดินไปทางบ้านพัก ทแกล้วสีหน้าบึ้งตึงเอาแต่ใจเดินตามติดไป
       
       นวลขวัญนั่งทำงานเอกสารอยู่ที่ห้องรับแขก ทั้งคู่เดินเข้ามา สลิลยกมือไหว้
       "สวัสดีค่ะพี่ขวัญ"
       นวลขวัญรับไหว้
       "สวัสดีจ้ะ วันนี้นึกยังไงถึงมาหาพี่ได้เนี่ย"
       สลิลหน้าเหี่ยวเหมือนเดิม
       "หว้าเบื่อๆ น่ะค่ะ อยากมีเพื่อนคุย คุยกับนายแก้วก็คอยแต่จะหาเรื่องแขวะหว้าตลอด"
       "ใครกันแน่ แก้วมีแต่ยอมหว้า"
       สลิลน้ำเสียงแดกดันเบ้หน้าใส่ทแกล้ว
       "เหรอ"
       ทแกล้วตั้งท่าจะเถียง แต่นวลขวัญรีบเบรก
       " พอกันเลยสองคนนี่ ไม่ต้องเถียงกันแล้ว"
       นวลขวัญวางมือบนตักสลิลแล้วถาม
       "เบื่ออะไรนักหนาจ๊ะหว้า"
       ทแกล้วพูดแทรก สีหน้าหมั่นไส้ใหญ่
       "ก็คงไม่พ้นเรื่องคุณใหญ่อีกนั่นแหละครับ"
       นวลขวัญมองด้วยหางตา ปรามาทแกล้ว
       "อย่าพูดมากได้มั้ยแก้ว"
       "แก้วพูดถูกค่ะพี่ขวัญ หว้าเครียดเรื่องคุณใหญ่จริงๆ เมื่อกี้ก็เพิ่งมีปากเสียงกันมา เค้าไม่อยากให้หว้าไปยุ่งวุ่นวายกับเค้า"
       "หน้าแตกมั้ยล่ะ ชอบไปยุ่งเรื่องชาวบ้านดีนัก"
       สลิลคว้าหมอนฟาดใส่ทแกล้วไปทีนึง นวลขวัญหันไปพูดกับสลิล
       "ถ้าคุณใหญ่เค้าไม่อยากให้ยุ่งกับเค้า หว้าก็ไม่ต้องไปยุ่งสิ"
       "หว้าพยายามจะไม่ยุ่งด้วยแล้วนะคะ แต่ก็อดไม่ได้ หว้าก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าทำไม สงสัยหว้าจะมีนิสัยเสีย ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านจริงๆ"
       สลิลถอนใจแล้วค้อนใส่ทแกล้วที่ขำๆกับคำพูดของเธอ
       "เป็นไปได้มั้ยว่าที่หว้าพยายามเอาใจไปจดจ่อกับความทุกข์ของคุณใหญ่ เป็นเพราะเพื่อให้ลืมความทุกข์ของตัวเอง"
       สลิลนิ่งฟัง คิดตามก็แอบอึ้งไป นวลขวัญพูดอย่างเห็นใจ
       "หว้าอาจเสียใจกับเรื่องของวิธูกับลูกหยีอยู่ เลยพยายามจะหนีมันด้วยการหันไปให้ความสนใจกับสิ่งอื่น แล้วคุณใหญ่ก็ผ่านเข้ามาในช่วงเวลานี้พอดี หว้าเลยดึงเค้ามาเป็นเครื่องมือคลายทุกข์ของตัวเองโดยไม่รู้ตัว"
       สลิลเหมือนถูกแทงใจดำ นิ่งอึ้งไป คิดตาม
       "ถ้าเป็นอย่างนั้น หว้าต้องทำยังไงล่ะคะพี่ขวัญ หว้าก็ไม่อยากไปวุ่นวายกับคุณใหญ่ให้โดนด่ากลับมาทุกครั้งแบบนี้หรอกนะคะ"
       "หว้าลองถามใจตัวเองดูสิ ว่าการที่หว้าเข้าไปยุ่งกับเรื่องของคุณใหญ่ จริงๆ แล้วหว้าทำเพื่อคุณใหญ่ หรือหว้าทำเพื่อตัวเองกันแน่ ถ้าหว้ารู้คำตอบแล้ว หว้าก็จะรู้เองว่าหว้าควรจะทำยังไงต่อไป"
       
       ทแกล้วนั่งฟังอยู่เงียบๆ คิดตามที่พี่สาวพูด และลอบมองปฏิกิริยาของสลิลไปด้วย...
       
       อ่านต่อเวลา 17.00น.

ไฟในวายุ ตอนที่ 3
        
       เวลาหัวค่ำวันเดียวกัน ภูผานั่งคุยอยู่กับธราในห้องโถง บ้านธนากูล ละเวงถือถาดยาเดินเข้ามาให้
        
       
       "ยาหลังอาหารค่ะคุณท่าน"
       ธรารับยามาก่อนสั่งละเวง
       "มีอะไรก็ไปทำเถอะ ไม่ต้องมานั่งเฝ้าฉันหรอก ฉันมีหมอภูอยู่เป็นเพื่อนแล้ว"
       ภูผายิ้มกับตัวเองเล็กน้อย
       "ค่ะคุณท่าน"
       ละเวงเดินออกไป
       "เห็นคุณอาการดีขึ้นอย่างนี้ผมก็หายห่วง"
       "ที่หายเร็วอย่างนี้ก็เพราะได้หมอภูมาเยี่ยมนั่นแหละค่ะ"
       "แต่พรุ่งนี้เช้า ผมคงต้องกลับแล้วนะครับ ปล่อยลูกหว้าดูแลรีสอร์ตคนเดียวก็เป็นห่วง ตอนนี้มีแขกท่าทางแปลกๆ มาพักอยู่คนนึงด้วย"
       ธราฟังผ่านๆ ไม่ใส่ใจอะไร
       "กลับไปทำงานเถอะค่ะ ฉันไม่เป็นอะไรมากแล้วล่ะ อ้อ...หมอภูคะ ถ้ากลับไปแล้ว คุณช่วยแวะไปดูวายุที่ไร่ให้ฉันหน่อย ได้มั้ยคะ ถึงเค้าจะไม่เป็นห่วงฉัน แต่ฉันก็อดเป็นห่วงเค้าไม่ได้หรอกค่ะ อยากรู้ว่าเค้าอยู่ยังไง สบายดีรึเปล่า"
       ภูผารับปากอย่างเต็มใจ พูดจาซ่อนสื่อความหมายไว้
       "ได้ครับ เดี๋ยวผมจะไปดูให้ ลูกคุณธราก็เหมือนลูก... เหมือนหลานผมคนนึงเหมือนกัน"
       "ขอบคุณมากค่ะ เอาไว้ถ้าฉันหายดีเมื่อไหร่ ฉันอาจจะขึ้นไปหาวายุที่ไร่วายุกูล และอาจจะพักอยู่ที่นั่นสักพัก"
       ภูผาดีใจ
       "ดีเลยครับ เกิดคุณเจ็บป่วยกะทันหันแบบนี้อีก ผมจะได้ไปดูแลได้สะดวก"
       "เจอกันดีๆ บ้างก็ได้ค่ะหมอภู จะให้ฉันเจ็บป่วยตลอดเวลาก็ไม่ไหวนะคะ"
       ภูผาขำๆ
       "ขอโทษครับ ผมก็ติดนิสัยหมอเก่าที่คอยแต่จะต้องดูแลคนไข้อยู่ตลอดน่ะครับ"
       ธรายิ้มแย้ม สดชื่นขึ้น ภูผามีความหวังว่าจะได้ใกล้ชิดธรามากขึ้น
       
       เวลากลางคืนเห็นใหญ่ยืนใช้ความคิดอยู่หน้าระเบียงกระท่อมหิน พลางพึมพำกับตัวเองด้วยความสับสน
       "คืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"
       ใหญ่มีสีหน้าย้อนคิด
       
       ภายในสวนบ้านธนากูล ซึ่งเป็นที่จัดงานวันเกิดของธรา สถานที่ตกแต่งสวยงาม แขกเหรื่อมากมาย
       บริเวณหน้างาน ใหญ่ยืนต้อนรับแขกอยู่ ด้วยสีหน้าขรึมๆ แต่ก็ไม่ถึงกับเย็นชา
       แขกผู้ชายสูงวัยคนหนึ่งควงคู่มากับภรรยา เดินตรงมา ใหญ่ยกมือไหว้
       "สวัสดีครับ ขอบคุณที่ร่วมงานนะครับ"
       แขกผู้ชายตอบอย่างสนิทสนม
       "วันเกิดคุณธราทั้งที จะไม่มาได้ยังไงล่ะครับ"
       แขกหันไปถามภรรยา
       "จริงมั้ยคุณ"
       แขกผู้หญิงพูดกับสามี ก่อนหันไปพูดกับใหญ่ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
       "จริงค่ะ ได้ข่าวว่าคุณเพิ่งเทคโอเวอร์บริษัทคุณวันชัยมาใช่มั้ยคะ"
       ใหญ่ยิ้มรับตามมารยาท แล้วตอบสั้นๆ "ครับ"
       แขกผู้ชายบอก
       "น่าดีใจแทนคุณชาตรีกับคุณธรานะครับที่มีลูกชายเก่งขนาดนี้"
       ธรายิ้มแย้มเดินตรงเข้ามาที่กลุ่มของใหญ่
       "สวัสดีค่ะ มากันนานรึยังคะ"
       แขกผู้หญิงบอก
       "สวัสดีค่ะ เพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี้เองค่ะ"
       แขกผู้ชายบอก
       "เรากำลังชื่นชมคุณวายุอยู่เลยครับว่าทำงานเก่ง น่าดีใจแทนคุณชาตรีกับคุณธรา ถ้าผมมีลูกชายเก่งอย่างนี้ ก็คงนอนตายตาหลับแล้วล่ะครับ"
       ธรายิ้มแย้ม ปลื้มใจ จับแขนใหญ่อย่างรักใคร่
       "พูดแล้วก็จะหาว่าชมลูกตัวเองนะคะ แต่รายนี้เค้าเก่งจริงๆ ค่ะ หยิบจับอะไรก็รุ่ง เป็นเงินเป็นทองไป หมด"
       แขกผู้หญิงรีบเสริม พลางมองใหญ่ด้วยสายตาชื่นชม
       "น่าเสียดายนะคะที่คุณไกรกูณฑ์เก่งสู้พี่ไม่ได้เลย"
       แม้คำพูดนั้นจะไม่ได้เสียดสี แต่ธราก็มีสีหน้าเจื่อนไป ได้แต่ฝืนยิ้มออกมาไม่ให้เสียมารยาท ใหญ่ยิ้มนิดๆ แอบภูมิใจตัวเองอยู่ลึกๆ ในใจ
       
       ใหญ่ สีหน้าขบคิดอย่างหนักอย่างสับสน พึมพำ ส่ายหน้าไปมา
       "ฉันจะฆ่านายทำไม ทำไมฉันจำอะไรไม่ได้เลย"
       ใหญ่หรือวายุตัวจริงมีสีหน้าสับสน คิดหาเหตุผลที่ฆ่าไกรกูณฑ์ไม่ออกจริงๆ
       
       ภูผาหิ้วกระเป๋าเดินทางเข้ามาในโถงบ้านในเช้าวันใหม่ เป็นจังหวะเดียวกับที่สลิลกำลังจะออกไปพอดี
       เธอเห็นลุงกลับมาก็ยิ้มแย้มรีบวิ่งเข้ารับ ยกมือไหว้และช่วยถือกระเป๋าให้
       "สวัสดีค่ะคุณลุง กลับมาเร็วจังเลย หว้านึกว่าคุณลุงจะอยู่นานกว่านี้ซะอีก"
       "คุณธราดีขึ้นมากแล้ว ลุงก็เลยรีบกลับมา เป็นห่วงหลานสาวจอมจุ้นน่ะสิ"
       ภูผาวางมือบนหัวสลิลกดเบาๆ เอ็นดู สลิลทำหน้างอน
       "แหม...คุณลุงก็ หว้าไม่ได้จุ้น ไม่ได้วุ่นวายอะไรสักหน่อย"
       ภูผายิ้ม เอ็นดู
       "แล้วคุณธราป่วยเป็นอะไรคะ"
       "ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก ที่ป่วยก็เพราะคิดถึงคุณไกรกูณฑ์ ลูกชายที่หายตัวไปนั่นแหละ"
       ภูผาถอนใจออกมาแล้วพูดต่อ
       "ส่วนคุณวายุ ลูกชายอีกคนนี่ก็แปลก จู่ๆ ก็หนีมาอยู่ไร่วายุกูล ไม่ส่งข่าวคราวถึงคุณธราเลย"
       "ที่คุณลุงเคยเล่าให้หว้าฟัง คุณวายุนี่เป็นลูกเลี้ยงไม่ใช่เหรอคะ ก็คงจะไม่ค่อยลงรอยกันตามประสาแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงแหละค่ะ"
       "ลุงก็ไม่รู้ว่าคุณวายุคิดยังไง แต่คุณธราน่ะรักคุณวายุมากนะ เท่าที่รู้จักกันมา ไม่เคยลำเอียงด้วย รักเหมือนลูกแท้ๆ ทั้งสองคน ลุงนับถือน้ำใจคุณธรามากเลยนะ"
       ภูผาสีหน้าชื่นชมอย่างเห็นได้ชัด สลิลนึกถึงตัวเอง หน้าแหย จ๋อยไป
       "ไม่เหมือนแม่ของหว้า"
       "อ้าว...วกเข้าเรื่องตัวเองอีกแล้ว เอ้อ แล้วคุณใหญ่ของเราเป็นยังไงมั่ง"
       สลิลเสียงเคือง งอนเล็กๆ
       "ไม่ใช่คุณใหญ่ของหว้าซะหน่อย"
       
       ภูผาเหล่ๆ มองหลานสาวอย่างแปลกใจเล็กน้อย

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ไฟในวายุ ตอนที่ 4
ไฟในวายุ ตอนที่ 3
ไฟในวายุ ตอนที่ 2
ไฟในวายุ ตอนที่ 1
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014