หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ไฟในวายุ

ไฟในวายุ ตอนที่ 3

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
7 มกราคม 2557 09:17 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ไฟในวายุ ตอนที่ 3
        ไฟในวายุ ตอนที่ 3 (ต่อ)
       
       ตอนหัวค่ำ รถของสลิลขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้านไร่สายน้ำรีสอร์ต รถของทแกล้วขับมาจอดต่อท้าย
       
       ภูผายืนมองหลานสาวกับทแกล้วอยู่เงียบๆ ที่ระเบียงชั้นบน
       "ขอบคุณนะแก้วอุตส่าห์ขับรถตามมาส่ง ไม่รู้จะห่วงอะไรกันนักกันหนา"
       "ก็แก้วเป็นห่วง ไม่อยากให้หว้าขับรถกลับมาเองคนเดียว ยิ่งมีคนแปลกหน้ามาอยู่แถวนี้ด้วย ยิ่งต้องระวัง ทั้งนายวายุ ทั้งคุณใหญ่ ไม่น่าไว้ใจทั้งคู่"
       เธอฟาดแขนใส่ทแกล้วทันทีหนึ่ง
       "นี่แก้ว ไปแขวะคุณใหญ่เค้าทำไม พาลแล้วนะเนี่ย"
       "ไม่ได้พาล พูดเรื่องจริง หว้าลองคิดดู ถ้าคุณใหญ่รู้จักกับคนนิสัยอันธพาลอย่างนายวายุนั่นได้ ก็คงจะไม่ใช่คนดีซักเท่าไหร่หรอก"
       ทแกล้วเบ้หน้าหมั่นไส้ทั้งใหญ่และวายุ สลิลส่ายหน้าระอา
       "ย่ะ อยากคิดอะไรก็คิดไปเถอะ กลับไปได้แล้วไป"
       สลิลลากทแกล้วไปที่รถ
       "พูดอะไรก็ฟังกันบ้างนะหว้า อย่าดื้อนัก แก้วเป็นห่วงรู้มั้ย"
       ทแกล้วส่งสายตา สลิลทำเป็นไม่ใส่ใจความรู้สึกของทแกล้ว
       "หว้าไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะแก้ว หว้ารู้ว่าอะไรเป็นอะไร แก้วไม่ต้องห่วงมากนักหรอกน่า"
       สลิลเปิดประตูรถแล้วดันทแกล้วเข้าไปในรถ
       "รีบกลับไปอยู่เป็นเพื่อนพี่ขวัญเถอะ"
       "ไปแล้ว ไม่ต้องขับไสไล่ส่งกันขนาดนี้ก็ได้"
       สลิลปั้นยิ้ม โบกมือบ๊ายบาย
       "ขับรถดีๆ นะ"
       ทแกล้วโบกมือตอบแล้วขับรถออกไป สลิลเดินเข้าบ้าน ภูผาที่ยืนมองอยู่ที่ระเบียงเดินกลับเข้าบ้านไป
       
       สลิลเดินเข้ามาในห้องโถง เจอกับภูผาที่เดินกลับลงมาพอดี
       "นายแก้วนี่น่ารักนะ ช่างเอาอกเอาใจ ที่สำคัญ ขยันตื๊อจริงๆ เราไม่คิดจะใจอ่อนบ้างเหรอหว้า"
       สลิลเข้าไปกอดแขนลุง แล้วดึงไปนั่งที่โซฟา
       "ไม่ไหวหรอกค่ะคุณลุง เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก อยู่ๆ จะให้เปลี่ยนเป็นแฟน ไม่ไหวหรอกค่ะ หว้ายังเข็ดขยาดไม่หาย ไม่อยากมีแฟนแล้วล่ะค่ะ อยู่ให้คุณลุงเลี้ยงไปจนแก่ดีกว่า" สลิลพูดพลางซบไหล่อ้อน
       ภูผาลูบหลานสาวอย่างเอ็นดู
       "แต่ถ้าได้คนดีๆ อย่างแก้วมาช่วยดูแลหว้าแทนลุง ลุงก็วางใจนะ"
       สลิลรับฟังสีหน้านิ่งๆ
       "แก้วเป็นคนดี ลุงมั่นใจว่าเค้าจะไม่ทำให้หลานลุงต้องเสียใจอีกแน่นอน"
       สลิลแววตาเศร้าลงเล็กน้อย
       "คนที่ดีกับคนที่รักมันต่างกันนะคะคุณลุง ไม่แน่ วันนึงหว้าอาจจะตกหลุมรักคนไม่ดีเข้าอีกก็ได้"
       ภูผาดันสลิลออกห่าง แล้วจ้องหน้า
       "อย่ามาพูดให้ลุงกังวลแบบนี้สิหว้า"
       สลิลปั้นยิ้ม
       "หว้าล้อเล่นค่ะ"
       ภูผากำปั้นทุบหัวสลิลไปหนึ่งตุ้บ
       "ล้อเล่นแบบนี้ลุงไม่ขำด้วยหรอกนะ"
       สลิลยิ้มหน้าเป็น
       ภูผาดึงหลานสาวเข้ามาสวมกอดเอาไว้
       "ชีวิตลุงก็ห่วงเราอยู่คนเดียวนี่ล่ะ ลุงจะต้องอยู่จนส่งเราขึ้นฝั่งให้ได้"
       "ส่งดีๆ นะคะ ห้ามถีบส่งเพราะเบื่อหว้าซะก่อนล่ะคะ"
       ภูผาขำๆ
       "ใครจะทำหลานรักได้ลงคอ ถีบตกน้ำล่ะพอได้อยู่"
       "คุณลุงอ้ะ"
       หมอภูผาขำๆ กอดหลานสาวเอาไว้แน่น สลิลก็ยิ้มแย้มมีความสุข รู้สึกอบอุ่นพร้อม ไม่เหมือนเด็กบ้านแตกคนอื่นๆ
       
       เวลาต่อเนื่องมา อุศเรนขับรถเข้ามาจอดที่หน้าประตูไร่ที่ปิดสนิท แขวนป้ายห้ามบุคคลภายนอกเข้าก่อนได้รับอนุญาต ละเวงสั่งอุศเรน
       "บีบแตรสิ นั่งเฉยอยู่ทำไม"
       อุศเรนบีบแตรตามคำสั่ง
       "ถึงขนาดติดป้ายห้ามเข้าแบบนี้ เค้าจะให้เราเข้าไปเหรอพี่เวง"
       ละเวงมั่นใจบอก
       "ฉันเป็นเมียคุณไกรกูณฑ์น้องชายเจ้าของไร่ ทำไมจะเข้าไปไม่ได้"
       อุศเรนแค่นยิ้ม อย่างรู้ทัน
       "มั่นใจขนาดนั้นเชียว ความจริงเป็นยังไงก็รู้อยู่แก่ใจ"
       ละเวงค้อนขวับ
       "แกหุบปากไปเลย ไม่ต้องพูดมาก"
       อุศเรนเบ้หน้า ไม่พูดก็ได้ แล้วบีบแตรซ้ำอีกที หัวหน้าคนงานเปิดประตูแล้วเดินตรงมาที่รถ
       อุศเรนกับละเวง ลงจากรถ
       "มาหาใคร" หัวหน้าคนงานถาม
       ละเวงเชิดหน้า ถือตัว
       "ฉันมาหาคุณวายุ ฉันชื่อละเวง เป็นน้องสะใภ้ของเค้า คงเข้าไปได้ใช่มั้ย"
       หัวหน้าคนงานท่าทางลังเล ไม่กล้าให้เข้า
       "ผมต้องเข้าไปถามคุณวายุก่อนว่าจะให้เข้าได้รึเปล่า คุณสองคนรออยู่นี่ก่อน"
       หัวหน้าคนงานเดินกลับเข้าไปในไร่ ปิดประตูแน่นหนา
       "เข้มงวดอย่างกับเป็นค่ายทหาร มีความลับอะไรนักหนา" อุศเรนว่า
       
       ละเวงชะเง้อมองตามเข้าไปด้วยสีหน้าร้อนใจ

ไฟในวายุ ตอนที่ 3
         
       วายุนั่งพักดูหนังฝรั่งอยู่ที่ห้องโถง หัวหน้าคนงานรีบเข้ามารายงาน
        
       "คุณวายุครับ มีคนมาหาอีกแล้วครับ"
       วายุหงุดหงิด กดปิดทีวี
       "ใครอีกล่ะ"
       "เธอบอกว่าเป็นน้องสะใภ้ของคุณครับ ชื่อละเวง"
       วายุหน้าซีดเผือดไป
       "แต่ผมไม่ไว้ใจกลัวโดนหลอก เลยเข้ามาถามคุณวายุก่อน คุณวายุจะให้เธอเข้ามามั้ยครับ"
       วายุฉุนเฉียว ลุกพรวด พูดเสียงดัง
       "ไม่ให้เข้า แล้วต่อไปนี้ไม่ว่าใครจะอ้างเป็นญาติโก โหติกาอะไรกับฉันก็ห้ามเข้ามาไร่ของเราเด็ดขาด"
       หัวหน้าคนงานกลัวจนหัวหด วายุตาขวาง น้ำเสียงแข็งกร้าว
       "ถ้าแกปล่อยให้คนนอกเข้ามาในไร่ได้ ฉันไล่แกออกแน่ แกรีบไปไล่มันไปให้พ้นหน้าไร่ฉันเดี๋ยวนี้เลย"
       "ครับๆ" หัวหน้าคนงานลนลานออกไป วายุรีบเดินตามไปแอบมอง สีหน้าหงุดหงิดปนร้อนใจ แบบคนทำผิดแล้วกลัวถูกจับได้
       
       บริเวณหน้าไร่ ละเวงยืนตบยุงไปมา อุศเรนยืนอยู่ข้างๆ เกาแขนขายิกๆ โดนยุงกัด หัวหน้าคนงานเปิดประตูออกมาบอกละเวง
       "คุณวายุไม่อนุญาตให้คุณสองคนเข้าไป เชิญกลับไปได้แล้ว"
       ละเวงไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
       "ทำไมไม่ให้เข้า บอกคุณวายุรึเปล่าว่าฉันเป็นใคร"
       "บอกทุกคำพูดแล้ว แต่คุณวายุไม่ให้เข้า พวกคุณกลับไปซะเถอะ"
       หัวหน้าคนงานตอบแบบไม่เกรงใจ แล้วเดินหนีกลับเข้าไร่ไปอย่างไร้เยื่อใย
       "เดี๋ยว แกจะมาไล่ฉันง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้หรอกนะ ฉันดั้นด้นมาจากกรุงเทพเพื่อมาพบคุณวายุ ฉันไม่ยอมกลับไปง่ายๆ แค่นี้หรอก"
       หัวหน้าคนงานไม่สนใจปิดประตูไม่ต้อนรับ
       "รั้วแค่นี้ กั้นกูไม่อยู่หรอกโว้ย กูปีนข้ามได้สบายมาก"
       ละเวงโกรธ ตั้งท่าจะไปปีน แต่น้องชายดึงแขนไว้
       "ใจเย็นก่อนพี่เวง เดี๋ยวพวกคนงานก็ยิงไส้แตกตายหรอก"
       ละเวงชะงักไป กลัวตายเหมือนกัน จึงยอมหยุด
       "เค้าไม่ให้เราเข้าไปทั้งๆ ที่รู้ว่าพี่เป็นใคร บางทีเค้าอาจจะไม่ใช่คุณไกรกูณฑ์อย่างที่คุณนายท่านสงสัยก็ได้นะพี่"
       ละเวงสีหน้าเจ็บใจถอนใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
       "ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่ามันเป็นใคร ไป กลับ... ยุงบ้านี่ กัดอยู่ได้"
       ละเวงบ่นโวยวายอย่างหงุดหงิด เดินฉับๆ ขึ้นรถ อุศเรนรีบเดินตามไปติดๆ
       ใหญ่อยู่บนหลังม้า ซุ่มดูอยู่มุมหนึ่ง สงสัยว่า ละเวงมาที่นี่ทำไม ก่อนมองตามรถของอุศเรนที่ขับออกไป
       
       ผ่านเวลาซักครู่ สลิลกำลังเดินสำรวจความเรียบร้อยของคอกม้าอยู่ เธอเห็นประตูคอกม้าคอกหนึ่งชำรุด ที่ล็อกหลุด ใหญ่ขี่ม้ากลับเข้ามา สีหน้ายังคงครุ่นคิดสงสัย สลิลแปลกใจ
       "อ้าว คุณใหญ่"
       ใหญ่ลงจากม้าพร้อมพูด
       "ฉันไม่ได้เอาม้าตัวโปรดของเธอไปขี่ เธอคงไม่ว่าอะไรนะ"
       สลิลแขวะเล็กๆ
       "ฉันจะว่าอะไรลูกค้าได้ล่ะคะ ลูกค้าเป็นใหญ่อยู่แล้วนี่"
       ใหญ่เอาม้าไปเข้าคอก เธอมองตาม พูดดักคอ
       "ไปไร่วายุกูลมาเหรอคะ"
       ใหญ่ตาแข็งกร้าวจ้องหน้าสลิล
       "ใช่"
       สลิลกลัวสายตาใหญ่เล็กน้อย แต่ความอยากรู้ในใจมีมากกว่า
       "คุณใหญ่อยากรู้อะไรเกี่ยวกับไร่วายุกูลกันแน่คะ ถามหว้าได้นะคะ หว้าอาจจะรู้ก็ได้"
       ใหญ่นิ่ง ไม่ตอบ
       "หรือว่าคุณใหญ่กับคุณวายุมีปัญหาอะไรกันอยู่คะ"
       ใหญ่สวนทันที แววตาหม่นลงเล็กน้อย
       "ฉันไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเค้า ส่วนเค้ามีปัญหาอะไรกับฉันหรือเปล่า อันนี้ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน" ใหญ่เดินออกไป เธอเดินตาม
       "คุณใหญ่คะ"
       ใหญ่สีหน้าเย็นชาบอก
       "ไม่ต้องตามมา ฉันไม่มีอะไรจะบอกเธอแล้ว"
       สลิลได้แต่มองตามหลังใหญ่ด้วยความสงสัย และต้องหาทางสืบเรื่องนี้ให้ได้
       
       บริเวณหน้าโรงแรมที่พักของละเวงตอนหัวค่ำ ละเวงกับอุศเรนเดินคุยกันเข้ามาตามทางเดิน
       "ชั้นบนสุดของโรงแรมเป็นบ่อน ผมเคยเจอคุณวายุมาที่นี่ ถ้าเราดักรออยู่ที่โรงแรม เราอาจจะเจอตัวคุณวายุได้ง่ายกว่าไปที่ไร่ก็ได้นะพี่"
       ละเวงตวัดสายตาจ้องหน้าน้องชาย
       "อ๋อ...เพราะแกมัวแต่ไปหมกตัวอยู่ในบ่อนใช่มั้ย งานฉันถึงไม่คืบหน้าเลย แกนี่มันเหลวไหลจริงๆ"
       "ผมก็แค่ไปเล่นคลายเครียดนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเอง"
       ละเวงค้อนใส่น้องชายก่อนที่ทั้งคู่จะเดินมาถึงหน้าห้องพัก ละเวงเปิดประตูห้องพัก
       "พักผ่อนให้สบายนะครับพี่สาว ผมไปล่ะ"
       อุศเรนรีบเดินตัวปลิวชิ่งไปอย่างเร็ว
       ละเวงตะโกนถาม
       "แกจะไปไหน"
       "ไปคลายเครียด"
       ละเวงถอนใจพรวดออกมา ส่ายหน้าระอาน้องชาย ก่อนเข้าห้องพักไป
       
       ในเวลาเดียวกัน ใหญ่นั่งหน้าเครียดอยู่ปลายเตียง ภายในกระท่อมหิน ไม่เปิดไฟ สีหน้าครุ่นคิดอย่างสับสน หลายภาพผ่านเข้ามา ไกรกูณฑ์นอนตาย คว่ำหน้าอยู่ในห้องนอนใหญ่ / รถสปอร์ตของวายุขับสวนกับรถของใหญ่ไปอย่างเร็ว / ใหญ่ซุ่มดูละเวงอยู่ที่มุมหนึ่งข้างไร่วายุกูล เขาจับต้นชนปลายไม่ถูกว่ามันคืออะไรกันแน่ เขาลุกขึ้นเดินงุ่นง่านอย่างใช้ความคิด แต่ก็คิดไม่ออก แล้วทิ้งตัวลงนั่งที่เตียงอีกครั้งแล้วยกมือขึ้นกุมหัว
        
       
       
       


ไฟในวายุ ตอนที่ 3
         
       ธรานอนไม่หลับเดินเล่นทอดอารมณ์ออกมาที่สระว่ายน้ำ ยืนเหม่ออยู่คนเดียว สีหน้าเศร้าๆ เหงาๆ
        
       สาวใช้เดินตามหาออกมาพร้อมโทรศัพท์บ้านไร้สาย
       "คุณไกรกูณฑ์โทรมาค่ะคุณท่าน"
       สาวใช้ส่งโทรศัพท์ให้ธรา เธอดีใจรับโทรศัพท์ แล้วพยักหน้าให้คนรับใช้ออกไป
       ธราน้ำตารื้นดีใจ คุยโทรศัพท์
       "น้อย ตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่จะกลับบ้าน แม่เป็นห่วงลูกมากรู้มั้ย... ถึงเวลาจะกลับเอง แล้วเมื่อไหร่ล่ะลูก เมื่อไหร่ถึงจะกลับมาหาแม่ซะที น้อย น้อย"
       ไกรกูณฑ์สายตัดไป ธราลดมือที่ถือโทรศัพท์ลงอย่างหมดแรง น้ำตาเอ่อขึ้นมา คิดถึงและห่วงลูกมาก
       
       บริเวณคอกม้า เช้าวันใหม่ เข็มกำลังทำความสะอาดคอกม้าอยู่เหมือนเคย ใหญ่เดินเข้ามาหาเข็มที่คอกม้า เข็มปั้นยิ้ม ทำใจกล้าทักทาย
       "อรุณสวัสดิ์ครับคุณใหญ่ วันนี้อากาศดีนะครับ"
       ใหญ่ตีหน้าขรึม ไม่รับทำทักทาย เข็มจ๋อยไปเล็กน้อย
       "ฉันอยากเข้าไปในเมือง"
       เข็มแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็รีบตอบ
       "คุณใหญ่รีบรึเปล่าครับ พอดีตอนกลางวันผมกับลุงขาบต้องออกไปซื้อของใช้เข้ารีสอร์ตพอดี ออกไปพร้อมกันตอนนั้นได้มั้ยครับ"
       ใหญ่ตอบหน้าเฉย
       "ได้ ฉันไม่รีบ"
       เข็มยิ้มให้
       "ถ้างั้นถึงเวลาแล้วผมจะไปตามคุณใหญ่ที่กระท่อมหินนะครับ"
       ใหญ่พยักหน้ารับ
       ใหญ่เห็นสลิลเดินยิ้มแย้มมากับทแกล้ว ใหญ่รีบหันหลังเดินกลับออกไป...แล้วเหลือบตาไปเห็นหมวกปีกกว้างกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวของคนงานแขวนอยู่ที่มุมคอกม้า ก็หยิบติดมือไปด้วย
       สลิลมองตามหลังใหญ่ สีหน้าเสียดายที่ใหญ่เดินหนีไปซะก่อน
       "พิลึกคนจริงๆ เห็นเราเดินมาทีไรต้องเดินหนีทุกที" ทแกล้วบอก
       เข็มรีบพูด
       "ก็คงหนีพี่แก้วคนเดียวแหละครับ เดี๋ยวนี้คุณใหญ่อารมณ์ดีขึ้นเยอะ ยอมพูดคุยบ้างแล้ว โดยเฉพาะกับพี่หว้า"
       ทแกล้วแอบใช้หางตาเหล่ๆ มองสลิล
       "ผมเห็นคุยกันดีเลยครับ ไม่มีอาละวาดแล้วด้วย"
       "พูดมากนักนะเข็ม" สลิลบอก
       ทแกล้วหน้าเสีย รีบหันไปถามสลิล
       "เดี๋ยวนี้หว้าสนิทกับคุณใหญ่แล้วเหรอ"
       "ไม่ได้สนิทอะไรหรอก แค่คุณใหญ่ไม่อาละวาดใส่หว้าเหมือนเมื่อก่อนก็เท่านั้นแหละ เข็มพูดต้องหาร10"
       เข็มเจื่อนไป ทแกล้วเบาใจขึ้นมาหน่อย แต่ก็อดบ่นไม่ได้
       "ถ้าอาการดีขึ้นแล้วทำไมไม่ไปจากที่นี่ซักทีนะ มาหมกตัวอยู่กลางป่า กลางเขาอย่างกับคนไม่มีบ้าน
       ไม่มีครอบครัว งานการไม่ต้องทำรึไง"
       สลิลไม่สนใจคำบ่นของทแกล้ว หันไปถามเข็ม
       "เมื่อกี้คุยอะไรกับคุณใหญ่เหรอเข็ม"
       "อ๋อ...คุณใหญ่อยากเข้าเมืองน่ะครับ ผมเลยบอกให้ไปพร้อมกันตอนกลางวัน ผมกับลุงขาบต้องออกไปซื้อของใช้เข้ารีสอร์ตพอดีน่ะครับ"
       สลิลสงสัย
       "อยู่ๆ ทำไมคุณใหญ่ถึงอยากเข้าเมือง"
       ทแกล้วประชด
       "ไปหาลูกหาเมียเค้ามั้ง"
       
       สลิลมองค้อน ทแกล้วถอนใจอย่างเซ็งๆ ไปจูงม้าตัวโปรดพาออกไปขี่

ไฟในวายุ ตอนที่ 3
         
       สลิลกับภูผาเดินคุยกันตรงเข้ามาทางเคาน์เตอร์ต้อนรับ
        
       "คุณลุงจะไปหาคุณวายุที่ไร่อีกรึเปล่าคะ"
       "คงไม่แล้วล่ะ เพราะเท่าที่หว้าเล่าเรื่องคุณวายุให้ลุงฟัง เค้าก็คงจะสบายดี แต่ลุงก็อดผิดหวังไม่ได้นะ ถ้าคุณวายุเป็นคนส่งคนไปทำร้ายหนูขวัญจริงๆ"
       "คุณลุงจะเล่าเรื่องนี้ให้คุณธราฟังมั้ยคะ"
       "ไม่เล่าดีกว่า ลุงไม่อยากหาเรื่องให้คุณธราไม่สบายใจเพิ่มขึ้น เดี๋ยวจะล้มป่วยขึ้นมาอีก"
       "ดูคุณลุงเป็นห่วงคุณธราจังเลยนะคะ"
       ภูผายิ้มเล็กน้อย
       "ก็ตามประสาเพื่อนเก่านั่นแหละ"
       สลิลชำเลืองมองหน้าลุง เหมือนติดใจสงสัยบางอย่าง ภูผารีบชิงเดินเลี่ยงไปก่อน
       ขาบเดินควงกุญแจรถผ่านมาพอดี สลิลตวัดมือไปแย่งกุญแจรถจากมือขาบมาอย่างว่องไว
       "อ้าวคุณลูกหว้า เอากุญแจรถคืนมาครับ ผมจะรีบไปซื้อของ ชักช้าเดี๋ยวยายนิ่มจะบ่นเอาอีก"
       สลิลชูกุญแจรถไปมา
       "วันนี้หว้าจะไปกับเข็มเองค่ะ ส่วนลุงขาบไปซ่อมคอกม้าให้หว้าหน่อย หว้าเห็นที่ล็อกประตูมันเสียอยู่ ยังไม่ได้ซ่อมเลย ลุงขาบไปจัดการให้หน่อยนะคะ หว้าไปก่อนนะคะ"
       สลิลเดินควงกุญแจรถออกไปอย่างอารมณ์ดี ขาบได้แต่ยืนเหวอ
       
       ใหญ่สวมหมวกปีกกว้างกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวของคนงานเดินมาหาเข็มที่ท้ายรถกระบะ เข็มถามแบบไม่แน่ใจ
       "คุณใหญ่จะใส่ชุดนี้ออกไปจริงๆ เหรอครับ"
       ใหญ่หน้าตาย เสียงแข็ง
       "ใช่ ทำไมเรอะ"
       เข็มอึกอัก
       "ก็ไม่ทำไมหรอกครับ แค่แปลกใจนิดหน่อย"
       สลิลเดินยิ้มแย้มเข้ามา
       "ไปกันได้แล้วค่ะ"
       ใหญ่หันขวับไปมองเห็นสลิลเดินยิ้มกริ่มเดินควงกุญแจรถมา ใหญ่ถามเข็ม
       "ไหนว่าลุงขาบจะเป็นคนขับรถไปไง"
       เข็มไม่รู้เรื่อง อึกอัก ตอบไม่ถูก
       สลิลยิ้มแย้มบอกหน้าตาเฉย
       "ลุงขาบไม่ว่างค่ะ ต้องไปซ่อมคอกม้า หว้าก็เลยจะขับรถเข้าเมืองให้แทน คุณใหญ่ขึ้นรถเลยค่ะ ... ไปเข็ม"
       เข็มกระโดดขึ้นท้ายรถ
       "ครับลูกพี่"
       สลิลเดินไปนั่งประจำที่คนขับ ใหญ่ยืนหน้าเซ็งอยู่ท้ายรถ เธอชะโงกหน้าออกมาเรียก
       "คุณใหญ่คะ ไม่ไปเหรอคะ"
       ใหญ่เดินปั้นหน้าเข้าไปนั่งในรถอย่างเลี่ยงไม่ได้ สลิลแอบยิ้มสมใจ แล้วขับรถออกไป
       
       บริเวณหน้าโรงแรมในเมือง ซึ่งเป็นโรงแรมเดียวกับที่ละเวงพัก นวลขวัญแล่นรถเข้ามาจอดที่หน้าโรงแรม วายุนำรถเข้ามาจอดต่อท้ายติดๆ กัน
       นวลขวัญลงจากรถสีหน้าไม่พอใจ แล้วเดินเข้าไปหาวายุ
       "คุณตามฉันมาทำไม" นวลขวัญน้ำเสียงไม่พอใจ
       "ผมอยากมาขอโทษ อยากให้คุณหายโกรธผม"
       นวลขวัญเบื่อหน่าย
       "โอเคค่ะ ถ้าคุณยืนยันว่าคุณไม่รู้เรื่องนักเลงพวกนั้น ฉันก็จะเชื่อ ฉันไม่โกรธคุณแล้ว แต่ฉันก็ไม่สะดวกใจจะเป็นเพื่อนกับคุณต่อไป เพราะฉะนั้นอย่าตามฉันมาอีก ชัดเจนนะคะ"
       พูดจบนวลขวัญก็เดินเข้าไปในโรงแรม แทนที่วายุจะโกรธกลับอมยิ้มชอบใจแล้วเดินตามเข้าโรงแรมไปอีกคน
       
       นวลขวัญเดินเข้าไปในล็อบบี้ วายุเดินตามเข้ามาติดๆ เธอแอบถอนหายใจแล้วเดินไปเข้าห้องอาหารหนึ่งของโรงแรม วายุอมยิ้มเดินตามเข้าห้องอาหารไปด้วย
       พอวายุคล้อยหลังเข้าห้องอาหารไป ละเวงกับอุศเรนเดินออกมาจากด้านใน คลาดกับวายุอย่างหวุดหวิด ทั้งคู่เดินคุยกันผ่านหน้าห้องอาหาร
       ละเวงบ่นๆ
       "ไหนแกบอกว่าให้รออยู่ที่โรงแรมจะได้เจอคุณวายุไง เสียเวลาเปล่า"
       " ก็ผมบอกแล้วว่าอาจจะ ไม่ได้บอกว่าชัวร์สักหน่อย"
       "แกไม่ต้องมาแก้ตัว วันนี้ฉันจะบุกไปที่ไร่วายุกูลอีกครั้ง เป็นไงเป็นกัน ยังไงวันนี้ฉันก็ต้องรู้ให้ได้ว่าใครที่สวมรอยเป็นคุณวายุ"
       อุศเรนถอนใจอย่างรำคาญแล้วเดินนำไป
       ละเวงเดินตามอุศเรน แล้วพูดขึ้น
       "เดี๋ยวแกหาร้านซ่อมโทรศัพท์ให้ฉันด้วยนะ ไม่รู้เป็นอะไรเปิดไม่ติดตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว"
       อุศเรนประชดใส่
       "ขอรับคุณผู้หญิง"
       ละเวงค้อนใส่น้องชายแล้วเดินตามออกไป
       
       วีระยืนต้อนรับนวลขวัญด้วยสีหน้ายิ้มแย้มที่โต๊ะอาหารหนึ่ง นวลขวัญยกมือไหว้ วีระรับไหว้
       "ลูกค้าที่กรุงเทพติดใจชาของคุณขวัญมาก"
       "ขอบคุณค่ะ"
       "เชิญนั่งก่อนครับ"
       นวลขวัญนั่งลง วีระเห็นวายุเดินตามมาด้วย วายุสีหน้ากวนๆ นั่งโต๊ะตรงข้ามเลย
       "มาด้วยกันเหรอครับ"
       "มากับใครคะ"
       วีระพยักเพยิดหน้ามองนำไปโต๊ะด้านหลัง
       "ก็คุณวายุน่ะสิครับ"
       นวลขวัญหันไปมอง วายุที่กำลังทำเปิดเมนูดูอยู่ เงยหน้าขึ้นยิ้มหวานให้ นวลขวัญชักหน้าหงิกใส่ก่อนหันกลับมา
       "เปล่าค่ะ คุยธุระของเราต่อเถอะค่ะ อย่าไปสนใจเลย"
       "ครับ"
       
       วีระยิ้มพอใจ สีหน้าแววตาเยาะเย้ยวายุ ก่อนหันไปเปิดการเจรจากับนวลขวัญต่อ วายุเขม่นไม่ถูกชะตากับวีระ
        
       จบตอนที่ 3 

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ไฟในวายุ ตอนที่ 10 จบบริบูรณ์
ไฟในวายุ ตอนที่ 9
ไฟในวายุ ตอนที่ 8
ไฟในวายุ ตอนที่ 7
ไฟในวายุ ตอนที่ 6
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014