หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อีสา รวีช่วงโชติ

อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 12

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
8 มกราคม 2557 16:34 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 12
        อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 12
       
       คืนวันหนึ่ง ณ โรงละครมาลัยภิรมย์ การแสดงเพิ่งจบลงไม่นาน เหล่านักแสดงในชุดทันสมัย 4 คน ยืนกลางเวที โค้งรับเสียงปรบมือ สากับสำรวยปรบมือ คุยกันไปด้วยอย่างชื่นชม
       
       “เพลงเพราะดีนะพี่รวยนะ”
       “ฮื่อ แต่นางเอกยังตีบทไม่แตก เล่นสู้แม่อุษาไม่ได้เลย” สำรวยว่า
       ดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้นตามธรรมเนียม พร้อมกับม่านทิ้งตัวลง สากับสำรวยลุกขึ้นยืน
       
       คนดูทยอยเดินออกมา สำรวยบอกกับสาเดินไปรอเรียกสามล้อหน้าโรง
       “วันนี้พี่คงไปนอนค้างด้วยไม่ได้นะ พอดีญาติมาจากบ้านนอก ต้องไปดูแลหน่อย”
       “ตามสบายเถอะพี่รวย ฉันชวนพี่ไปบ้านบ่อยๆ เกรงใจจะแย่”
       สำรวยขำ “ไม่เป็นไร ตอนเล่นละครพี่ก็ชอบเล่นเป็นทศกัณฐ์อยู่แล้ว แต่อย่าหาว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะ แม่อุษา ทำไมไม่มีคนรักใหม่ คุณสมศักดิ์แกจะได้ตัดอกตัดใจไปซะ”
       “แหม พี่ ชีวิตจริงไม่ใช่ละครนะคะ จะได้หาพระเอกกันได้ง่ายๆ”
       สามล้อมา สาให้สำรวยขึ้นไปก่อน ตัวเองรอคันต่อไป
       สามล้อคันใหม่มา สาขึ้นไป โดยไม่รู้ว่ามีคนมองดูสาอยู่ตลอด
       
       สามล้อหันมาถามสา
       “ไปบางลำพูใช่ไหมครับ”
       “จ้ะ แต่ไม่ต้องรีบนะ ค่อยๆ ขี่ไป คืนนี้เดือนหงาย ฉันจะนั่งรถเล่นรับลมซะหน่อย”
       สามล้อขี่ไป ลมพัดพริ้ว เห็นพระจันทร์ดวงโต สาลืมความทุกข์ สีหน้าอิ่มเอิบมีความสุขเหลือเกิน
       
       สานั่งสามล้อมาถึงถนนราชดำเนิน แถวกรมประชาสัมพันธ์ ทันใดนั้นก็มีเสียงเครื่องบินขับไล่ดังมา และดังมากขึ้นเรื่อยๆ
       สาแหงนหน้าดู เปรยๆ “คืนนี้บินต่ำจัง”
       สามล้อชะเง้อดูบ้าง คุยอวดๆ “ไม่ใช่เรือบินไอ้ยุ่นหรอกนะคุณ”
       สาขำปนหมั่นไส้ “มันอยู่ตั้งบนฟ้า ดูออกเหรอว่าของใครเป็นของใคร”
       “อ๊ะ นี่ไม่รู้อะไร ทหารไอ้ยุ่นมันเคยสอนไว้ เสียงมันไม่เหมือนกัน…ไอ้เสียงแบบนี้น่ะนะ มันของ...” สามล้อนิ่งฟัง “ใช่ เสียงแบบนี้มันเรือบินพวกสัมพันธมิตร”
       ขาดคำ ระเบิดก็ลงตูม! ที่ตึกตรงหน้าสาพอดิบพอดี เสียงดังกึกก้อง ทั้งฝุ่นทั้งไฟกระจาย สาตกใจ เกาะรถสามล้อแน่น
       สามล้อร้องลั่น “เฮ้ย!”
       ระเบิดมาอีกตูม สามล้อตาเหลือก “ฉิบหายแล้ว!”
       “เดี๋ยวก่อนซี สามล้อ จะไปไหน”
       สามล้อไม่สน วิ่งโกยแน่บ ทิ้งสา ทิ้งรถ ผู้คนบนถนนวิ่งหนีกันอุตลุด อลหม่าน สายืนคว้าง เสียงไฟปะทุขึ้น รถระเบิดอีกคัน สาวิ่งหนีซัดเซตามคนอื่นๆ ไปที่ซอยเล็กซอยน้อยข้างถนนราชดำเนิน จนหลบมาอยู่ในซอยข้างตึกร้าง
       สาเดินแกมวิ่งงงๆ ไปในซอยนั้น จากเสียงระเบิด ตามมาด้วยเสียงปืนที่ยิงมาจากเครื่องบิน เห็นแสงไฟแปลบปลาบลงมาจากฟ้า ชาวบ้านวิ่งหนีกันอลหม่าน ในหมู่ตัวประกอบหนีระเบิด มีชาวบ้านกลัวจนทิ้งจักรยาน แล้ววิ่งหนีด้วย สาโดนชน เซไปชนผนังสังกะสี ยันตัวลุกขึ้นมา พบว่าข้อเท้าเจ็บ
       “โอ้ย”
       สาแข็งใจลุกอีกทีอย่างเร็ว เสื้อเจ้ากรรมดันไปเกี่ยวกับตะปูที่รั้ว ขาดดังแควก ตรงแถวๆ ไหล่ เผยเนื้อเนียนตา
       “โอ้ย ทำไมมันซวยอย่างนี้”
       สากัดฟันเดินโขยกเขยกหลบไปในตรอกเล็กๆ มีซอกตึกเก่าร้างหลบมุมอยู่ มีไฟส่องสว่างจากเสาไม้ ถึงไม่สว่างมาก แต่ไม่น่ากลัว
       แล้วสาก็ใช้มือหนึ่งยันเกาะผนังไป อีกมือกุมเสื้อเอาไว้ สาเห็นลังไม้ฉำฉาเก่าๆ ทิ้งไว้ สาอาศัยเป็นที่นั่งพัก
       เสียงเครื่องบินยังแหวกอากาศหวีดๆ มา สารนั่งกอดอก ใจสั่นไปหมด
       สายกมือไหวท่วมหัว “คุณพระคุณเจ้า ช่วยลูกด้วยเถิ้ด”
       ขาดคำ ไฟก็ดับพรึบ! สาสะดุ้งสุด ตัวกลัวจับจิต “ว้าย”
       สามองไปรอบตัวเห็นมีแต่ความมืด จะลุกก็ลุกไม่ไหว สาตัวสั่น…กลัวมากขึ้น
       และแล้ว…ในความมืด เสียงไวโอลินไพเราะอ่อนหวานก็ดังขึ้นจากมุมด้านหนึ่ง สานิ่งฟัง ก่อนจะหันมองไปตามเสียงช้าๆ สายตาเริ่มชินกับความมืดแล้ว
       ในแสงจันทร์ที่ส่องผ่านรอยแยกของหลังคาลงมาเป็นลำ สาเห็นชายหนุ่มร่างสูง ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน ใส่เสื้อเชิ้ตขาว นุ่งกางเกงและมีสาย suspender สไตล์ฝรั่ง ใบหน้าหล่อราวกับเทพบุตร กำลังสีไวโอลิน ชายหนุ่มคนนั้นยิ้มแล้วมองมาทางสา
       สาตะลึง เพลงยังดังแว่วหวาน บรรยากาศราวกับความฝัน
       เพลงที่เขาสีไวโอลินนี้ เป็นเพลงคลาสสิกชื่อ Claire de Lune / Debussy
       
       ในซอกตึกร้างแห่งนั้น วิทย์สีจนจบท่อน แล้วหันมาพูดกับสายิ้มๆ
       “คืนนี้พระจันทร์สวย เราน่าจะฟังเพลง มากกว่าฟังเสียงระเบิด”
       สายิ้มเจื่อนๆ “เราเลือกไม่ได้นี่คะ”
       “เลือกได้สิครับ” วิทย์เดินเข้ามาหาสา “โลกมีทั้งมืดและสว่าง มีทั้งสวยงามและอัปลักษณ์ สุดแต่เราจะเลือก ว่าจะมองเห็นอะไร” เขานั่งลงตรงหน้าสา “อย่างเช่น ในความมืดนี้ แทนที่จะเห็นกองขยะ ผมกลับมองเห็นคุณ”
       สายิ้ม ผ่อนคลายขึ้น สัมผัสได้ว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่มีอันตราย
       “นี่ชมฉันใช่ไหมคะ”
       “แน่นอนที่สุดครับ” วิทย์ลุกขึ้นโค้งอย่างสุภาพบุรุษ แนะนำตัว “ผมชื่อวิทย์ครับ ส่วนคุณ”
       “ฉันชื่ออุษาค่ะ”
       สายิ้มชื่น รู้สึกถูกชะตากับวิทย์สุดๆ
       
       ทางด้านหญิงโสภากับสมศักดิ์หน้าตากังวลเรื่องระเบิดลง และห่วงสากันทั้งคู่
       “ตกลงว่าระเบิดลงแถวไหนคะ”
       “ราชดำเนิน”
       “แล้วมีใครเป็นอะไรไหมคะ”
       “ข่าวว่าก็มีคนเจ็บบ้าง”
       หญิงโสภานึกห่วง “สาต้องผ่านตรงนั้นด้วย”
       “ป่านนี้ยังไม่กลับ” สมศักดิ์ตัดสินใจ “ผมจะออกไปดู”
       
       แล้วสมศักดิ์ก็เดินออกไป

อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 12
        ฟากสากับวิทย์นั่งคุยกันใต้แสงจันทร์ในซอกตึกร้าง ใช้ลังไม้ฉำฉาแทนเก้าอี้ สามองไปที่ไวโอลินอย่างสนใจ
       
       “คุณวิทย์เป็นนักดนตรี?”
       “ผมเล่นอยู่ในโรงละครที่คุณอุษาไปดูบ่อยๆ นั่นล่ะครับ” สาตาโต คาดไม่ถึง “ครับ ผม แอบมองคุณอุษามาตั้งนานแล้ว วันนี้ถือว่าผมโชคดีมากที่ได้รู้จักคุณอุษา”
       สาขำ “วันนี้เป็นวันโชคดีของคุณหรือคะ”
       “ครับ ทุกอย่างก็แล้วแต่เราจะเลือกมอง”
       ทั้งสองหัวเราะกัน ทันใดนั้น ไฟก็ติดสว่างขึ้นมา
       สาดีใจ “แน่ะ ไฟมาแล้ว”
       สาเห็นวิทย์มองตัวเองนิ่ง สาเพิ่งรู้ตัวว่า ระหว่างที่นั่งคุยกันมืดๆ เธอลืมจับเสื้อที่ขาดไว้ ตอนนี้คอเสื้อห้อยเลยร่องแร่ง ในแสงสว่างของไฟโคม เห็นไหล่ขาวนวล
       สาเขินรู้สึกวาบหวิวขึ้นมา วิทย์รู้ตัว รีบหลบตา
       “ขอประทานโทษครับ”
       วิทย์หันหลังให้ ถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก เหลือแต่เสื้อกล้ามตัวใน สามองงงๆ วิทย์หันมายิ้มท่าทีสุภาพ
       “ถ้าคุณอุษาไม่รังเกียจ...”
       วิทย์เอาเสื้อคลุมไหล่สาให้อย่างนุ่มนวล มือไม่ได้แตะตัวสาสักนิดเดียว ไม่มีความเร่าร้อน มีแต่ความสุภาพอ่อนโยน สาไม่เคยได้รับการปฏิบัติอย่างนี้จากผู้ชายคนไหน รู้สึกตัวพอง ราวกับเป็นเจ้าหญิง
       “ดึกมากแล้ว กลับบ้านกันเถอะครับ ผมจะไปส่ง”
       สาลุก แล้วซวนเซ วิทย์ประคอง
       สาอธิบาย “ข้อเท้าเคล็ดตอนที่วิ่งหนีระเบิดตะกี๊นี้น่ะค่ะ”
       วิทย์จับสาลงนั่งตามเดิม มองไปที่ถนนด้านนอกคิดๆ หาทางออกว่าจะทำยังไงดี แล้วก็เห็นจักรยานเก่าๆ ที่ชาวบ้านจอดทิ้งไว้ด้วยความกลัวตอนหนีระเบิด วิทย์ยิ้มสดใส
       
       ไม่นานต่อมา บนถนนซอยเล็กๆ แคบๆ มีไฟสว่างเป็นจุดๆ บรรยากาศสวยงาม โรแมนติกมากๆ วิทย์ขี่จักรยานให้สาซ้อนท้ายมาในนั้น โดยวิทย์ร้องเพลงไปด้วย
       
       Daisy, Daisy give me your answer do.
       I’m half crazy all for the love of you.
       It won’t be a stylish marriage,
       I can’t afford the carriage.
       But you’ll look sweet,
       Upon the seat,
       Of a bicycle built for two.
       
       วิทย์ร้องเพลงก้องไปทั้งถนน คนจรจัดขี้เมานั่งอยู่ที่เสาไฟมองมา วิทย์ก็ยิ้มให้
       สาซ้อนท้ายห่มเสื้อของวิทย์ไว้ พระจันทร์เต็มดวงกลมโตเต็มท้องฟ้า สากอดเอววิทย์ ตาพราวฉ่ำ มีความสุขมาก
       
       สมศักดิ์เปิดประตูรั้วเข้ามาอย่างอิดโรย เสื้อผ้าหลุดลุ่ยมอมแมม หญิงโสภารออยู่รีบลุกมารับ พรที่นั่งปัดยุงให้หญิงโสภาก็ตามหลังมาด้วย
       “เจอไหมคะ”
       สมศักดิ์ส่ายหน้า “ผมเดินหาหลายรอบแล้ว ไม่เจอเลย อย่างว่า คนก็กลัวหนีกลับบ้าน กันหมดแล้ว ถนนเงียบอย่างกับเมืองร้าง”
       หญิงโสภาใจเสีย “แล้วคนเจ็บล่ะคะ”
       สมศักดิ์น้ำเสียงห่วงจัด “คนเจ็บเขาเอาไปที่ศิริราช ผมไปดูมาแล้ว ไม่มี”
       ทั้งสองมองหน้ากันเครียด พรก็พลอยเงียบไปด้วย
       ทันใดนั้นก็มีเสียงดีดกระดิ่งจักรยานดังกรุ๊งกริ๊งเข้ามา พร้อมกับเสียงร้องเพลงประสานกันสดใส
       เป็นเสียงวิทย์ “เดซี เดซี…อ้าว คุณไม่ยอมร้องอีกแล้ว”
       ตามด้วยเสียงสดใสของสา “ไม่เอาค่ะ ฉันอาย”
       “เสียงคุณเพราะออก มา ร้องตามผม…เดซี เดซี...”
       สากลั้วหัวเราะ “จอดค่ะ จอด จอดตรงนี้ ถึงบ้านฉันแล้ว”
       สมศักดิ์กับหญิงโสภาฟังอย่างทึ่งๆ พรรีบชง
       “นั่นเสียงคุณสานี่คะ”
       ใบหน้าสมศักดิ์บึ้งตึงโกรธจัด กำมือแน่น หญิงโสภาเห็น ใจคอไม่ดี
       
       วิทย์จอดจักรยานหน้าบ้าน
       “เชิญครับ เจ้าหญิง”
       สาลงจากจักรยาน พอเหยีบถึงพื้นก็เซอีก วิทย์รีบประคอง
       “ระวังครับ”
       “ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เจ็บเท่าไหร่แล้ว”
       “คุณคงเดินเข้าบ้านไม่ไหว ให้ผมไปส่งไหมครับ”
       เสียงสมศักดิ์ดังขัดขึ้น
       “ไม่ต้อง”
       สากับวิทย์หันไปมอง สมศักดิ์ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูบ้าน หน้าบึ้งตึง
       สมศักดิ์บอกเน้นคำ “คนของผม ผมดูแลเองได้”
       ขาดคำสมศักดิ์เดินมาคว้าแขนสา เห็นสามีเสื้อเชิ้ตผู้ชายคลุมตัวก็ยิ่งโกรธ
       สมศักดิ์กัดฟันพูด “ไปทำอะไรมา” แล้วดุเสียงเข้ม “เข้าบ้าน!”
       สาขืนไว้จ้องตาสมศักดิ์อย่างโกรธๆ สมศักดิ์จ้องตอบ วิทย์เห็นท่าไม่ดี รีบบอก
       “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
       สามองสมศักดิ์อย่างท้าทาย แล้วคว้าแขนวิทย์ไว้
       “อย่าเพิ่งค่ะ”
       สมศักดิ์มองจ้องเขม็ง โกรธจัด สายิ้มเย้ย คิดจะใช้วิทย์แก้เผ็ดสมศักดิ์ เลยหันไปพูดอ่อนหวาน
       “เข้าไปในบ้านก่อนนะคะ คุณวิทย์ ฉันอยากให้คุณรู้จักกับคุณหญิงโสภาเจ้านายของดิฉัน และคุณสมศักดิ์ “สามี” ของเธอ” ถ้อยคำตอนท้าย สาจงใจเน้นเสียงให้สมศักดิ์รู้ตัวเป็นการเฉพาะ
       
       สมศักดิ์มองสาตาวาววับด้วยความโกรธและหึงหวง สาจ้องตอบ ไม่กลัวเกรง
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 37 จบบริบูรณ์
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 36
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 35
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 34
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 33
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อไหร่จาลงเพิ่มค่ะ รอหลายวันแล้ว ครั้งสุดท้าย วันที่ 8/1

เห็นเรื่องอื่นก็ลงเพิ่มทำไมเรื่องนี้ไม่ลง??
รอรอรอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอตอนที่13อยู่จ้าาา
อีสา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอ รอ รอ รอ รอ รอ เลทมานานแล้วนะคะ
T
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มาลงต่อเถอะครัช จะลงแดงละ
อิอิ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014