หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 มกราคม 2557 17:19 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 4
       เวียงร้อยดาว ตอนที่ 4
       
       เวียงแก้วกำลังเอาผ้าชุบน้ำถูบันไดที่โถงกลางอยู่ ส่วนจงจิตนั่งรับประทานของว่างพลาง มองเวียงแก้วที่ทำงานงกๆไปพลาง
        
       สร้อยฟ้าเดินเชิดหน้าลงบันไดมาแล้วแกล้งเตะถังน้ำของเวียงแก้วจนกลิ้งหกเรี่ยราด
       “อุ๊ย ! ขอโทษ ฉันมองไม่เห็น” สร้อยฟ้าบอก
       เวียงแก้วก้มหน้าเอาผ้าเช็ดน้ำที่หกที่พื้นโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ สร้อยฟ้ายิ้มเย้ยก่อนเดินมานั่งที่โซฟาใกล้ๆ กับจงจิต สร้อยฟ้าหยิบของว่างในจานจงจิตขึ้นมากินอย่างไม่แยแส จงจิตมองอย่างไม่พอใจ
       “อร่อยดีนี่ ! ซื้อมาจากไหน ?”
       “ของว่างตำรับในวัง คุณจงจิตลงมือทำเองกับมือ ไม่ใช่ของพื้นๆจากตลาด ที่พวกชั้นต่ำจะได้นิยมชมชอบ” เสงี่ยมบอก
       สร้อยฟ้าลุกขึ้นชี้หน้าเสงี่ยมอย่างเดือดดาล
       “แกว่าใครชั้นต่ำ ห๊า ! อีแก่”
       “อยากรู้นักใช่มั้ย ฉันจะบอกให้เอาบุญ เสงี่ยมมันก็ว่าอีช็อกการีที่เพิ่งหลุดออกมาจากซ่อง จ้องแต่จะแย่งผัวชาวบ้านเขาน่ะสิ ! ถ้าหล่อนไม่ใช่ ก็อย่าร้อนตัว”
       “คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสนักเหรอ ! หล่อนมันก็แค่น้ำพริกถ้วยเก่าเหม็นหืนขึ้นรา ไร้น้ำยามัดใจผัว เป็นหมาหัวเน่า ทำเป็นนั่งชูคอไปเถอะ ตกลงมาจากคอนเมื่อไหร่ ฉันจะกระทืบซ้ำให้จมดินเชียว”
       สร้อยฟ้ากล่าวอาฆาตจงจิตก่อนจะเดินกลับขึ้นชั้นบน สร้อยฟ้าเห็นเวียงแก้วนั่งก้มหน้านิ่งอยู่ที่เชิงบันไดก็ถือโอกาสใช้
       “แกน่ะ ! ขึ้นไปทำความสะอาดห้องฉันด้วย”
       “ได้เจ้า...”
       เต็มเดือนพูดเสียงดัง “ไม่ต้องไป !”
       ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียวกัน เต็มเดือนลงบันไดมาด้วยท่าทางสง่าเยี่ยงนางพญา
       “เวียงแก้วเป็นคนของฉัน เธอไม่มีสิทธิ์” เต็มเดือนบอก
       “แต่ดิฉันไม่มีคนรับใช้ส่วนตัว ถ้าไม่อยากให้ใช้นังนี่ คุณพี่ก็ต้องหาคนมาจัดห้องให้ดิฉัน”
       “เสงี่ยม !!!” เต็มเดือนเรียก
       เสงี่ยมสะดุ้งเฮือก “คะ”
       “ไปจัดห้องให้สร้อยฟ้าที”
       “เสงี่ยมเป็นคนของฉัน ไม่ใช่ของแม่นั่น ทำไมต้องทำให้ด้วย” จงจิตบอก
       “เพราะฉันสั่งยังไงล่ะจ๊ะ ! ไปได้แล้วเสงี่ยม”
       เสงี่ยมจำใจต้องไปทำความสะอาดห้องให้สร้อยฟ้าทั้งๆที่ไม่อยากจะทำ จงจิตแค้นใจแต่ก็ทำอะไรเต็มเดือนไม่ได้
       
       เต็มเดือนกำลังยืนสั่งการบางอย่างกับคนสวน แล้วเต็มเดือนก็เหลือบไปเห็นปกรณ์เดินเข้ามาพอดี เธอรีบแสร้งสั่งชิดให้ปกรณ์ได้ยิน
       “ไปจัดการให้เรียบร้อย... อย่า “ปล่อยให้รก” ล่ะ !”
       ชิดรับคำหนักแน่นจนน่ากลัว “ครับ !”
       ชิดรีบเดินออกไป
       “น้องใช้ให้ไอ้ชิดมันไปทำอะไรหรือ” ปกรณ์ถาม
       “หญ้าในสวนหลังบ้านรกมากแล้ว น้องเลยใช้ให้นายชิดไปจัดการดายหญ้าให้เรียบร้อยค่ะ”
       ปกรณ์เข้ามาหอมแก้มเอาใจเต็มเดือน
       “ขอบใจน้องมากนะ เต็มเดือน ที่คอยช่วยดูแลเรื่องทุกอย่างในบ้านให้พี่เป็นอย่างดี รวมถึง... สร้อยฟ้าด้วย”
       “เป็นหน้าที่ของน้องอยู่แล้วค่ะ อะไรที่ทำให้คุณพี่สบายใจ น้องก็จะทำ”
       เต็มเดือนยิ้มแล้วเอามือช้อนดอกยี่โถประคองขึ้นมาดอมดมอย่างทะนุถนอม
       “จำได้ว่าครั้งแรกที่เจ้าคุณพ่อของน้องพูดถึงเรื่องงานแต่ง น้องยังไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าคุณพี่เลยด้วยซ้ำ แต่พอได้พบกัน น้องก็ตัดสินใจไว้ว่าจะขอฝากชีวิตไว้กับคุณพี่เพียงผู้เดียว” เต็มเดือนยิ้มขมขื่น “จำได้ไหมคะว่า วันแรกที่เราเจอกัน คุณพี่มอบอะไรให้น้อง”
       ปกรณ์ครุ่นคิดแต่ก็คิดไม่ออกเพราะตอนนั้น รักอยู่หลายคน
       “เอ... จำไม่ได้แฮะ ดอกไม้เหรอ ?”
       “ค่ะ... คุณพี่มอบดอกยี่โถให้น้อง สีแดงสดคล้ายดอกปาริชาตบนสวรรค์ เพราะอย่างนี้ น้องถึงได้รักดอกยี่โถเป็นพิเศษ”
       ปกรณ์เริ่มคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยให้ดอกยี่โถกับเต็มเดือน เขาเหลือบเห็นเวียงแก้วหิ้วถังน้ำเดินผ่านหน้าไปไกลๆ
       “เวียงแก้วเป็นคนของน้องหรือ” ปกรณ์ถาม
       “ค่ะ... ทำไมหรือคะ ?”
       “น่าเวทนา... ถูกพ่อขายมาเป็นทาสขัดดอกตั้งนานแล้ว ป่านนี้ยังไม่ยอมมาไถ่ตัวลูกสาว เป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้”
       “น้องเองก็สงสารเวียงแก้วอยู่เหมือนกัน มีอะไรที่น้องพอช่วยได้ น้องก็จะช่วย”
       “พี่ว่าให้เวียงแก้วทำงานเล็กๆน้อยๆบนตึกก็พอ อย่าใช้ให้ทำงานหนักนักเลย ช่วยเหลือคน ได้บุญกุศลยิ่งกว่าสร้างโบสถ์สร้างวิหาร น้องว่าจริงมั้ย ?”
       ปกรณ์ทำทีเป็นพ่อพระให้เต็มเดือนตายใจโดนหวังจะได้ใกล้ชิดกับเวียงแก้วมากขึ้น เต็มเดือนเริ่มสัมผัสได้ถึงกระแสความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง
       
       เวียงแก้วกำลังถูพื้นที่ห้องนอนของปกรณ์ ปกรณ์ซึ่งสวมกางเกงแพร อยู่บ้านเดินเข้ามาทางด้านหลังโดยไม่ให้สุ้มไม่ให้เสียง ปกรณ์จ้องมองไปยังบั้นท้ายของเวียงแก้วแล้วก็เกิดอามรณ์ขึ้นมาทันที เวียงแก้วหันมาเห็นปกรณ์ก็ตกใจ
       “คุณปกรณ์เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่เจ้า ?”
       “ก็เข้ามาตอนที่เธอเห็นนั่นแหละ”
       ปกรณ์เริ่มรุกเข้าใกล้และถึงเนื้อถึงตัวเวียงแก้วมากขึ้น
       “เธอนี่ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ เวียงแก้ว...”
       เวียงแก้วกระถดถอยและรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก
       “อย่าเจ้า !”
       ปกรณ์โอบบ่าเวียงแก้วแล้วยื่นหน้าเข้ามาจ้องใกล้ๆจนแทบได้กลิ่นแก้มสาว
       “ไม่เป็นไรหรอกน่า... ฉันแค่อยากจะเห็นหน้าเธอใกล้ๆ เท่านั้นเอง”
       เวียงแก้วเหงื่อแตกและกลัวจนลนลานยิ่งกว่าหนูกลัวแมว ทันใดนั้น นมแสงก็ผ่านมา นมแสงเห็นประตูเปิดอยู่จึงมองเข้าไปข้างใน เธอเห็นเวียงแก้วกำลังจะถูกปกรณ์ข่มเหง
       “แม่เวียงแก้ว !”
       ปกรณ์รีบผละออกจากเวียงแก้วทันทีแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อย่างผู้ชายเห็นแก่ตัว พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไรนมแสงก็ช่วยบอกให้เวียงแก้วออกมา
       “เสร็จแล้วก็ตามฉันมานี่ !”
       
       เวียงแก้วรีบตามนมแสงไป ปกรณ์อารมณ์เสียเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะเพราะเกือบจะเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่แล้ว

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 4
       นมแสงเดินอยู่กับเวียงแก้วแล้วก็ตำหนิ
       
       “เสร็จเรียบร้อยดีแล้วก็รีบๆออกมา อยู่กับคุณปกรณ์ตามลำพังสองต่อสองในห้อง มันเหมาะเสียที่ไหน เกิดใครผ่านมาเห็นเข้า มันจะไม่งาม”
       “แต่ว่าข้าเจ้าไม่ได้...” เวียงแก้วพูดยังไม่ทันจบ
       “อย่าเถียง ! ฉันสอนก็ฟัง... แล้วทีหลังอย่าได้ทำอีก”
       “เจ้า...”
       เวียงแก้วได้แต่ก้มหน้าจำใจยอมรับผิด แม้จะไม่ได้เป็นฝ่ายผิดก็ตาม
       
       สร้อยฟ้าเปิดประตูเข้าห้อง เธอเห็นห้องนอนตนเองถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยก็พอใจ สร้อยฟ้าลำพองใจและทำท่าโอ่ที่ตัวเองดูมีอำนาจขึ้นมา ตรวจตราดูตู้เสื้อผ้าก็เป็นระเบียบเรียบร้อยดี
       “ไม่เลว ! นังแก่แร้งทึ้งนั่น เจ้าระเบียบใช่ย่อย !”
       สร้อยฟ้าเปิดลิ้นชักในตู้เสื้อผ้าออกมาแล้วก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นงูเห่าตัวเขื่อง เงามันปลาบ แผ่แม่เบี้ยอยู่ในลิ้นชักในระยะประชิดตัว งูเห่าแผ่แม่เบี้ยขู่ฟ่อๆ พร้อมจะฉกทุกเมื่อ สร้อยฟ้าตัวชาแต่ยังมีสติอยู่ เหงื่อผุดเต็มหน้า แล้วเธอก็ร้องลั่น
       “กรี๊ดด”
       
       สร้อยฟ้าประกาศต่อหน้าทุกคนที่ประชุมพร้อมกันที่โถงกลาง
       “มีใครบางคนคิดร้ายจะฆ่าดิฉัน !”
       “พูดเหลวไหลอะไรของเธอน่ะ สร้อยฟ้า” ปกรณ์ว่า
       สร้อยฟ้าโยนซากงูเห่าที่บีบจนตายคามือใส่หน้าจงจิต
       จงจิตตกใจ “อ๊ายย !!”
       เต็มเดือนยกมือทาบอกด้วยความตระหนกสุดขีด เธอหน้าซีดจะเป็นลมจนเวียงแก้วต้องพัดให้
       “ตายจริง !!”
       แต่ละคนทั้งตกใจ ขยะแขยง กลัว สยอง สร้อยฟ้าหันสายตาไปทางจงจิตกับเสงี่ยมแล้วก็มั่นใจว่าเป็นฝีมือจงจิตแน่ๆ
       “มีคนปล่อยงูเห่านี่ในห้องนอน หวังจะให้ฉกดิฉันโชคดีที่ดิฉันใจแข็งพอที่จะฆ่ามัน ก่อนปล่อยให้มันฆ่าดิฉัน” สร้อยฟ้าบอก
       “ใครจะพิเรนทร์ ทำบ้าๆอย่างนั้น”
       “ก็ลองถามคนของคุณพ่อดูสิคะ”
       ปกรณ์เอ่ยถาม “ใครเป็นคนเข้าห้องสร้อยฟ้าเป็นคนสุดท้าย”
       เสงี่ยมเหงื่อตก หน้าซีด เสียงสั่น
       “ดิฉันเองค่ะ” เสงี่ยมบอก
       “น้องเป็นคนใช้ให้เสงี่ยมช่วยเป็นธุระปัดกวาดห้องให้สร้อยฟ้าเองค่ะ คุณพี่” เต็มเดือนบอก
       ปกรณ์จ้องเสงี่ยมตาเขียวและโกรธจัด
       “แต่ดิฉันไม่ได้เป็นคนเอางูไปปล่อยที่ห้องคุณสร้อยฟ้านะคะ” เสงี่ยมบอก
       “อมพระมาพูด ฉันก็ไม่เชื่อ อีแก่นี่มันเกลียดขี้หน้าน้อง ก็เลยคิดจะฆ่า ดีไม่ดี คงมีคนคอยหนุนหลังบงการ” สร้อยฟ้าว่า
       “ระวังปากหล่อนหน่อยนะ แม่สร้อยฟ้า ฉันกับเสงี่ยมไม่เคยคิดทำเรื่องเลวๆพรรค์นี้ ถ้าฉันคิดจะฆ่าหล่อน ฉันเอาปืนยิงหล่อนไปนานแล้ว”
       “หยุดเดี๋ยวนี้นะ จงจิต !!” ปกรณ์ขึ้นเสียง
       “เห็นมั้ย ! ในที่สุดแกก็เผยธาตุแท้ออกมา”
       “ตอแหล !ถ้างูมันอยู่ในห้องหล่อนจริง คงฉกหล่อนตายไปแล้ว ไม่ปล่อยให้รอดมาแหกปากปาวๆอยู่อย่างนี้หรอก” จงจิตบอก
       ดำรงเอาไม้เท้ากระแทกพื้นปังอย่างขัดใจ
       “พอได้แล้ว ! เถียงกันไปเถียงกันมาไม่รู้จบ จะให้ฉันจุดธูปสาบานเรียงตัวเลยมั้ย ว่าใครทำ ใครไม่ได้ทำ”
       “เกรงใจคุณพ่อกันบ้างสิ ! บางทีหญ้าในสวนหลังบ้านอาจจะรก งูก็เลยเลื้อยเข้าไปเองก็ได้ สร้อยฟ้าปลอดภัย ไม่เป็นอะไร ก็ดีแล้ว จะเอาอะไรกันนักกันหนา” เต็มเดือนบอก
       “เอาล่ะ ! เรื่องนี้ฉันขอให้เลิกแล้วต่อกัน ถือเสียว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด” ปกรณ์บอก
       สร้อยฟ้ากับจงจิตต่างยังคุกรุ่นและระแวดระวังด้วยกันทั้งคู่
       ปกรณ์สั่ง “นมแสง ! ให้คนเอาซากงูนี่ไปฝังที”
       นมแสงน้อมรับคำสั่ง แล้วออกไปพร้อมกับเวียงแก้ว ดำรงมองปกรณ์ อย่างอ่อนจิตอ่อนใจแทนลูกชาย เต็มเดือนตกใจ อกสั่นขวัญแขวนกว่าคนอื่น เต็มเดือนปทำท่าเหมือนคนจะเป็นลมเอาเสียให้ได้
       
       ชิดเอาจอบขุดดินเพื่อจะฝังซากงู
       “งูเห่าตัวเบ้อเร่อ ไม่รู้เลื้อยเข้าไปอยู่ในห้องคุณสร้อยฟ้าได้ยังไง ?” นมแสงสงสัย
       “โธ่... คุณนม ! หญ้ารกออกขนาดนี้ ถ้าไม่มีงูสิแปลก” ชิดบอก
       “งูไม่น่าจะเลื้อยขึ้นไปถึงข้างบนได้นะเจ้า ห้องคุณสร้อยฟ้าก็ปิดประตูแน่นหนา ข้าเจ้าคิดไม่ออกว่างูจะเลื้อยเข้าทางไหน”
       ชิดมองเวียงแก้วแล้วพูดเสียงแข็ง
       “งูมันฉลาดจะตาย อยู่ที่ไหน มันก็เลื้อยไปได้หมดนั่นแหละ”
       เวียงแก้วยังไม่ปักใจเชื่อว่างูจะเลื้อยเข้าไปเอง
       
       เต็มเดือนยกป้านชามาให้ปกรณ์ที่ห้อง
       “คุณพี่คะ !”
       เสียงปกรณ์ดังออกมาจากในห้องน้ำ
       “เต็มเหรอ ! พี่อาบน้ำอยู่ จวนจะเสร็จแล้ว”
       เต็มเดือนวางป้านชาไว้ที่โต๊ะ เต็มเดือนเห็นกล่องกำมะหยี่ใบหนึ่งวางซุกอยู่บนโต๊ะ เต็มเดือนอยากรู้จึงถือวิสาสะหยิบกล่องใบนั้นมาแอบเปิดดู เธอเห็นสร้อยคอฝังพลอยพม่าสีแดงสวยมากอยู่ในกล่องนั้น เต็มเดือนยิ้มอย่างดีใจเพราะคิดว่าปกรณ์ซื้อเอามาฝากตนเองแน่ๆ
       “จะเซอร์ไพรส ก็ไม่บอก”
       ปกรณ์สวมชุดคลุมเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ เต็มเดือนรีบปิดกล่องเอาซุกไว้ที่เดิมแล้วหันมายิ้มให้ปกรณ์
       “น้องชงชาอู่หลงมาให้คุณพี่ค่ะ”
       “เต็มนี่ช่างรู้ใจพี่จริงๆ มา ! พี่จะให้รางวัล”
       ปกรณ์โอบกอดเต็มเดือนไว้แล้วหอมแก้มตามประสาผู้ชายเจ้าชู้ เต็มเดือนยิ้มอิ่มเอมใจที่ปกรณ์ยังคงรักใคร่
       “คุณพี่เล่นอะไรก็ไม่รู้”
       
       ปกรณ์โน้มร่างเต็มเดือนลงไปยังเตียงทันที

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 4
       เวียงแก้วเอามือปัดเทียนไขที่จุดบนเชิงเทียนเล่มสุดท้ายดับลงก่อนจะไปนอน
        
       ปกรณ์เดินเข้ามาทางด้านหลัง เวียงแก้วหันมาแล้วก็ตกใจจนสะดุ้งน้อยๆ
       “ฉันเอง ! ตกใจรึ ?” ปกรณ์ถาม
       เวียงแก้วพยักหน้า “ดึกแล้ว คุณปกรณ์ยังไม่หลับไม่นอนอีกหรือเจ้า”
       “ยังหรอก ฉันรอเธออยู่”
       “รอ ? รอให้เวียงแก้วรับใช้อะไรหรือเจ้า”
       “เปล่าหรอก ! ฉันแค่ซื้อของเล็กๆน้อยๆมาฝาก”
       เวียงแก้วมองปกรณ์อย่างงงๆ ปกรณ์หยิบสร้อยคอฝังพลอยพม่าสีแดงออกมาแล้วบรรจงสวมที่คอของเวียงแก้ว ปกรณ์เห็นเวียงแก้วสวมสร้อยแล้วรู้สึกว่าสวยมาก
       “สร้อยเส้นนี้ เหมาะกับเธอมาก”
       “คงแพงน่าดู ข้าเจ้าไม่กล้ารับไว้หรอกเจ้า”
       “เพื่อเธอ แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ”
       ปกรณ์เอามือไล้ผมที่ต้นคอของเวียงแก้วอย่างเบามือ เวียงแก้วเผลอเคลิ้มไปกับสายตาอันหวานเยิ้มและสัมผัสฝ่ามือของปกรณ์ เวียงแก้วรู้สึกตัวว่ากำลังเผลออารมณ์จึงดึงสติกลับมา เธอหน้าแดงก่ำ ก่อนรีบเดินออกไป ปกรณ์ได้แต่มองตามแล้วก็ยิ่งรู้สึกหลงใหลในตัวของเวียงแก้วมากขึ้น
       
       เวียงแก้วนั่งเหม่อลอย ครุ่นคิด ก่อนจะเอามือลูบสร้อยที่คอแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจเลย เธอนึกถึงตอนที่ปกรณ์สวมสร้อยคอให้ เวียงแก้วเห็นผ้าซิ่นที่วิรุฬให้มา เธอนึกถึงตอนที่วิรุฬมอบผ้าซิ่นผืนนี้ให้ เวียงแก้วเอามือลูบไล้ซิ่นผืนนั้นด้วยความรักและเทิดทูน เวียงแก้วมองเงาตัวเองในกระจกด้วยความว้าวุ่น สับสนไปหมด
       
       ร้อยดาวซึ่งอยู่ในภวังค์รู้สึกตัวคล้ายถูกกระชากอารมณ์เหมือนแผ่นเสียงที่ตกร่อง ร้อยดาวรู้สึกว่าอะไรบางอย่างอยู่ที่คอจึงก้มดู เธอเห็นสร้อยฝังพลอยพม่าเส้นนั้นอยู่ที่คอตนเองจึงตกใจ
       “นี่ฉันกำลังฝันไปใช่ไหม
       มือเวียงแก้วซึ่งเป็นรอยไหม้จับที่บ่าร้อยดาว จนร้อยดาวสะดุ้งเฮือกแล้วหันไปมอง
       “ใครบอกล่ะ ว่าลูกกำลังฝัน” เวียงแก้วบอก
       เวียงแก้วที่ยืนอยู่ด้านหลังในสภาพเนื้อตัวเปียกโชกไปทั้งตัว และมีน้ำหยดติ๋งๆ
       “อย่าน้อยใจไปเลยนะลูก... เรื่องพินัยกรรมนั่น... เพราะแม่แท้ๆ... ลูกถึงได้ถูกตัดขาดออกจากกองมรดก” เวียงแก้วบอก
       “หนูไม่ได้คิดอะไรจริงๆค่ะ ไม่ได้คาดหวังว่าคุณพ่อปกรณ์จะยกสมบัติอะไรไว้ให้หนูด้วยซ้ำ”
       เวียงแก้วฟังแล้วก็ยิ่งสะท้อนใจเพราะสงสารร้อยดาวจนน้ำตาไหล สร้อยฝังพลอยพม่าอยู่ที่คอของร้อยดาว
       “สร้อยเส้นนี้ เป็นสร้อยแห่งความรัก พ่อปกรณ์ของลูกมอบไว้ให้แม่นานมากแล้ว แม่เอามารับขวัญลูกในวันเปิดพินัยกรรม ถือว่าเป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่แม่มอบให้ลูก” เวียงแก้วบอก
       ร้อยดาวซาบซึ้งใจที่เวียงแก้วยังไม่ลืม
       “ขอบพระคุณค่ะ คุณแม่... เท่านี้หนูก็ดีใจมากแล้ว”
       ร้อยดาวกราบที่อกเวียงแก้ว เวียงแก้วจะลูบหัวร้อยดาวแต่ก็ทะลุผ่านไปคล้ายอากาศ เธอสลดใจ เพราะอยากจะสัมผัสลูกแต่ก็ทำไม่ได้ ร้อยดาวเห็นเวียงแก้วตัวซีดและเปียกโชกไปหมด เหมือนเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ
       “ทำไมคืนนี้คุณแม่ถึงได้เปียกปอนไปทั้งตัวอย่างนี้ล่ะคะ”
       “ช่วยแม่ด้วย ร้อยดาว.... แม่หนาว...แม่ทรมานเหลือเกิน…ช่วยแม่ด้วยนะ...ร้อยดาว”
       “ช่วยคุณแม่ ช่วยยังไงคะ ?”
       “ปลดปล่อยแม่ที” เวียงแก้วบอก
       ร้อยดาวงง “ปลดปล่อย ?”
       ทันใดนั้น ร่างเวียงแก้วก็ลอยละล่องคล้ายจะถูกดูดกลับไปยังที่ที่ควรจะอยู่ ร้อยดาวรีบคว้ามือเวียงแก้วไว้
       “ลูกจะต้องช่วยปลดปล่อยแม่นะ ร้อยดาว”
       “คุณแม่เวียงแก้ว จับมือหนูไว้แน่นๆนะคะ !”
       เวียงแก้วร้องลั่น “กรี๊ดด !”
       ร่างของเวียงแก้วคล้ายถูกพลังบางอย่างกระชากกลับให้ไปอย่างแรง
       
       ร้อยดาวลงมาเดินเล่นที่ลานยี่โถยามเช้าโดยยังคงงุนงงอยู่กับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เธอนึกถึงคำสั่งของเวียงแก้วก่อนจะหายตัวไป
       “ลูกจะต้องช่วยปลดปล่อยแม่นะ ร้อยดาว...”
       ร้อยดาวครุ่นคิด “ปลดปล่อย ? ปลดปล่อยยังไงกัน ?”
       ร้อยดาวเห็นเต็มเดือนกำลังเก็บดอกยี่โถใส่กระด้งอยู่ในสวน
       “ตื่นมาเก็บดอกไม้ในสวนแต่เช้าเลยนะคะ”
       “ฉันจะเอาไปทำชาให้คุณพ่อน่ะจ้ะ” เต็มเดือนบอก
       “ดิฉันเพิ่งทราบ ดอกยี่โถใช้ทำชาได้ด้วย?”
       “ได้สิจ๊ะ...ชายี่โถใช้บำรุงสุขภาพได้ดีทีเดียว” เต็มเดือนยิ้มแล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง “ฉันดีใจ ที่หนูยังไม่รีบบินกลับอังกฤษ ไม่อย่างนั้น ฉันคงเหงาแย่”
       “ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือคิดถูกกันแน่ บางทีดิฉันอาจจะคิดผิดตั้งแต่ตัดสินใจมาที่นี่แล้วก็ได้”
       “หนูคงน้อยใจเรื่องพินัยกรรมสินะ ฉันเข้าใจดีจ้ะ เป็นฉันก็คงอดคิดไม่ได้เหมือนกัน เป็นถึงลูกสาวแท้ๆ แต่กลับไม่ได้สมบัติพัสถานเหมือนทายาทคนอื่นๆ”
       “ถ้าเรื่องนั้น ดิฉันไม่เก็บเอามาคิดให้เปลืองสมองหรอกค่ะ” ร้อยดาวหัวเราะ
       เต็มเดือนหันไปยิ้มให้ร้อยดาวด้วยท่าทางประมาณว่าเธอช่างมีจิตใจดีเสียจริงๆ เต็มเดือนเห็นสร้อยที่คอของร้อยดาวก็ถึงกับหน้าถอดสีแล้วเผือดลงทันที ระคนหลอน
       “สร้อยเส้นนี้สวยจริง !!! หนูไปเอามาจากไหน ?” เต็มเดือนถาม
       ร้อยดาวตกใจแล้วรีบเอามือกุมสร้อยเส้นนั้นเอาไว้เพื่อปิดบังไม่ให้เต็มเดือนเห็นได้ถนัดนัก
       ร้อยดาว หลุดปากออกมาอย่างไม่ตั้งใจ “คุณแม่ ให้ดิฉันมาค่ะ”
       “คุณแม่เหรอจ๊ะ ?” เต็มเดือนถามย้ำ
       เต็มเดือนจ้องร้อยดาวด้วยสายตาจับผิดจนร้อยดาวรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
       “ดิฉันขอตัวไปหานมแสงก่อนนะคะ”
       
       ร้อยดาวรีบหลบฉากออกไป เต็มเดือนมองตามหลังอย่างหวาดระแวงว่าสร้อยเส้นนั้นมาอยู่ที่ร้อยดาวได้ยังไง

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 4
       ดำรงโยนหนังสือพิมพ์ลงตรงหน้าวีระวิทย์ จงจิตปรายตามองแล้วนั่งลอยหน้ายิ้มน้อยๆ ด้วยความสะใจ
       
       “งามหน้านักไหมล่ะ... ข่าวใหญ่พาดหัว จิ๊กโก๋อันธพาลยกพวกตีกัน แย่งผู้หญิง ดูซะ ! มีหน้าแกโผล่หราอยู่ในนั้นด้วย”
       วีระวิทย์หยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมากางดู ภาพข่าวบนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์เป็นภาพวีระวิทย์เป็นหัวโจกรุมกระทืบแก๊งตรงข้าม
       “นี่ถ้าแม่จงจิตไม่มารายงาน ฉันคงไม่รู้ว่าวันๆแกออกไปก่อเรื่องที่ไหนให้แปดเปื้อนวงศ์ตระกูลบ้าง” ดำรงว่า
       สร้อยฟ้ากับวีระวิทย์หันไปมองจงจิตเป็นตาเดียวกัน พอเห็นหน้าตัวเองวีรวิทย์ก็มีพิรุธจึงรีบแก้ตัวน้ำขุ่นๆ
       “ก็แค่คนหน้าเหมือน ไม่ใช่ผมสักหน่อย”
       “ไหน ให้แม่ดูซิ”
       สร้อยฟ้ารีบแย่งหนังสือพิมพ์ไปดูก็เห็นว่าหน้าคล้ายวีระวิทย์มากแต่ก็เข้าข้างลูก
       “วัยรุ่นสมัยนี้มันก็แต่งตัว ตัดเผ้าผมเหมือนๆกันจนแทบแยกไม่ออก อีกอย่าง...ตาวิทย์จะเอาเวลาที่ไหนไปทำเรื่องพรรค์นั้น”
       “เมื่อวานนี้ แกหายหัวไปไหนมา เลิกเรียนแล้วทำไมไม่กลับบ้าน” ดำรงบอก
       “ผมก็นั่งทำรายงานกับพวกเพื่อนๆที่ห้องสมุด กว่าจะเสร็จก็ดึกดื่น”
       “น้ำหน้าอย่างแกน่ะรึ จะเข้าห้องสมุด ฉันไม่ได้โง่เหมือนแม่แกนะพูดตลบตะแลงยังไงก็ยังเชื่อ”
       “บอกแล้วไง ผมไม่ได้ทำ ไม่ได้ทำ ถ้าผมทำจริง หนังสือพิมพ์ก็ต้องลงชื่อ ลงนามสกุล ประจานแล้วสิ นี่มีเสียที่ไหน คุณปู่ไม่ยอมรับฟัง เอาแต่จะปรักปรำให้ผมทำจนได้”
       วีระวิทย์ตีหน้าเศร้าจนน่าสงสาร ก่อนจะเข้าไปอ้อนสร้อยฟ้า
       “ตาวิทย์ถูกใส่ร้าย คุณพ่อต้องให้ความเป็นธรรมกับหลานบ้างนะคะ ดูก็รู้ว่าเป็นแผนการของหมาลอบกัดแถวๆนี้” สร้อยฟ้าปรายตาไปยังจงจิต
       “แกว่าใคร ห๊า ! สร้อยฟ้า !” จงจิตไม่พอใจ
       “ฉันก็ว่านังหมาเดือนเก้า ที่วันๆเอาแต่ส่ายหางริกๆวิ่งหาตัวผู้น่ะสิ”
       จงจิตสุดจะทนจึงลุกขึ้นปรี่เข้าไปตบหน้าสร้อยฟ้าทันที
       “อีผีเจาะปาก !”
       สร้อยฟ้าเลือดแม่ค้าขึ้นหน้าจึงจิกผมจงจิตก่อนจะขึ้นคร่อมแล้วตบไม่เลี้ยง
       สร้อยฟ้าพูดกับกระถิน “ยืนบื้ออยู่ได้ ! มาช่วยกูสิ”
       กระถินละล้าละลังกล้าๆกลัวๆ เลยถูกจงจิตถีบจนกระเด็น ดำรงหัวเสียอย่างสุดจะรับได้ เขานึกในใจว่าทั้งสองกัดกันยิ่งกว่าหมา แล้วก็ลุกเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
       
       ดาราเรศถือหนังสือพิมพ์เอามาเย้ยวีระวิทย์
       “ดังใหญ่แล้ว ! รูปพี่ขึ้นหราหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับแหม...น่าเสียดาย ถ้าลงชื่อเสียงเรียงนามให้ชัดๆ ป่านนี้คงดังเป็นพลุแตก”
       “หนวกหูน่ายัยเรศ ! พูดมาก น่ารำคาญ” วีระวิทย์ว่า
       กระถินที่ปากเจ่อกำลังทายาแก้ฟกช้ำให้สร้อยฟ้า
       “ตาวิทย์...เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวเหลวไหลเสียทีลูก แม่ขอเถอะนะตั้งหน้าตั้งตาเรียนให้จบ คุณปู่จะได้ยกสมบัติของท่าน แล้วก็บ้านหลังนี้ให้ลูกดูแลเสียที”
       “ของตาย ! ผมเป็นหลานชายเพียงคนเดียวของตระกูลบดินทร์ธร ไม่ยกบ้านหลังนี้ให้ผม คุณปู่จะเก็บไว้ให้ใครหน้าไหนล่ะครับแม่” วีระวิทย์บอก
       “คิดตื้นๆ ลืมนังดาหลาไปแล้วหรือไง ไหนจะอีนังร้อยดาวนั่นอีก โผล่หน้ามาอยู่ไม่ทันไร คุณปู่ก็ทำท่าจะเอ็นดูมันยิ่งกว่าเรศเสียอีก” ดาราเรศว่า
       สร้อยฟ้ากับวีระวิทย์คล้อยตามและเห็นด้วยกับดาราเรศแต่ก็อดวิตกไม่ได้
       “นังเวียงแก้ว ฉันยังส่งมันลงนรกมาแล้ว นับประสาอะไรกับลูกของมัน”
       พูดจบสร้อยฟ้าก็ยิ้มมาดมั่น เธอเห็นร้อยดาวเหมือนลูกไก่อยู่ในกำมือ
       
       จงจิตยืนคุยกับปั้นที่โรงรถ
       “อีช็อกการีนั่น นับวันก็ยิ่งแผลงฤทธิ์มากขึ้นทุกที” จงจิตว่า
       “คุณสร้อยฟ้าคงเริ่มระแคะระคายเรื่องของคุณบ้างแล้ว ทางที่ดี ช่วงนี้ คุณยังไม่ควรจะออกไปไหนให้เป็นที่สังเกต” ปั้นบอก
       “ขนาดลูกตัวเองออกไปทำระยำตำบอนนอกบ้าน มันเป็นแม่แท้ๆ ยังไม่เคยรู้เรื่องรู้ราว ทำมาเป็นสอดรู้เรื่องของฉัน”
       “คุณอย่าประมาทเด็ดขาด คุณสร้อยฟ้าพิษสงรอบตัว ถ้าไม่แน่จริง คงไม่อาศัยชายคาบดินทร์ธรอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้”
       จงจิตคล้อยตามปั้นก่อนจะพูดด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย
       “อย่าให้ถึงทีฉันบ้างก็แล้วกัน ฉันไม่ปล่อยมันไว้แน่”
       ดารกาแอบมองอยู่ด้วยความสงสัย
       “คุณแม่คุยอะไรกับนายปั้น ดูมีลับลมคมในพิลึก”
       ร้อยดาวมาทางด้านหลังดารกา
       “คุณ !”
       ดารกาสะดุ้งเฮือกจึงเผลอเตะเข้ากับกระป๋องน้ำสังกะสีที่คว่ำอยู่เสียงดังเคร้ง จงจิตกับปั้นหันควับมามองทางดารกาทันทีแล้วก็ตกใจที่มีคนแอบฟัง
       “มาไม่ให้สุ้มให้เสียง ตกใจหมด !” ดารกาว่า
       ดารกาหันกลับไปยังโรงรถ แต่จงจิตกับปั้นหายไปแล้ว ร้อยดาวชะโงกหน้ามองตามดารกา
       ร้อยดาวถาม “กำลังหาใครอยู่เหรอ ?”
       “แส่ !” ดารกาว่า
       ดารกาหน้าบึ้ง เธอเดินกระทืบเท้าปึงปังออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ ร้อยดาวได้แต่มองอย่างคาใจเพราะอุตส่าห์พูดดีด้วยแท้ๆ
       
       นมแสงกำลังคุยกับร้อยดาว
       “เธอก็เป็นของเธออย่างนี้แหละค่ะ ทั้งดื้อรั้น ทั้งเอาแต่ใจ” นมแสงว่า
       “คุณดารกาเป็นลูกแท้ๆของคุณพ่อปกรณ์กับคุณจงจิตจริงๆน่ะเหรอฉันไม่เห็นจะมีเค้าคุณพ่อเลยสักนิด” ร้อยดาวบอก
       นมแสงชะงัก “ใครๆก็ว่าอย่างนั้นค่ะ ที่จริงแล้วชีวิตเธอออกจะน่าสงสารคุณท่านไม่ค่อยสนใจใยดีเธอเท่าไรนัก แม้กระทั่งคุณจงจิตเองก็เถอะ คุณหนูอย่าไปถือสาเลยนะคะ ถึงยังไงเธอก็เป็นน้องเป็นนุ่ง”
       ร้อยดาวพยักหน้าเพราะเข้าใจดารกามากขึ้น
       “นม ! นมเคยเห็นสร้อยเส้นนี้บ้างมั้ย ?”
       ร้อยดาวถอดสร้อยที่คอออกให้นมแสงดู นมแสงดูอย่างพินิจพิจารณาซึ่งพอเห็นถนัดๆ ก็ตกใจ
       “นี่มัน...สร้อยของคุณเวียงแก้วนี่คะ ทำไมถึงมาอยู่กับคุณหนูได้”
       “เอ่อ... ฉันเจอเข้าโดยบังเอิญน่ะจ้ะ”
       “สร้อยเส้นนี้ เป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่คุณปกรณ์ทิ้งไว้ให้ คุณเวียงแก้วเธอต้องแลกมาด้วยหยดน้ำตาและความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างที่สุดของหัวอกลูกผู้หญิง หลังจากคุณเวียงแก้วเสีย อิฉันก็ไม่เคยเห็นมันอีกเลย ของของคุณแม่ คุณหนูเก็บรักษาเอาไว้ให้ดีนะคะ”
       นมแสงเอาสร้อยใส่มือร้อยดาวพร้อมกับกำชับหนักแน่นก่อนเดินไป
       ร้อยดาวมองสร้อยในมือด้วยความรู้สึกพิศวง
       เสียงน่านฟ้าเรียกดังขึ้น “คุณดาวคะ ! คุณร้อยดาว”
       
       ร้อยดาวหันไปทางต้นเสียงทันที น่านฟ้าที่ชะเง้ออยู่ที่รั้วเตี้ยๆ กวักมือเรียกร้อยดาว
        
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 5
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 4
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 3
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 2
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 1
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 5 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกมากๆนะคะ อัพให้จบเลยนะค้า อย่าเพิ่งเลิกอัพนะคะ
สนุกมากๆค่า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014