หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 5

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 มกราคม 2557 15:50 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 5
       เวียงร้อยดาว ตอนที่ 5
       
       สะใภ้ทั้งสามอยู่ไม่เป็นสุขขณะหารือร่วมกันที่ห้องนั่งเล่น
       
       เต็มเดือนขบคิด “รอยกากบาทพวกนั้น มันหมายถึงอะไร ?”
       “ต้องเป็นฝีมือมันแน่ๆ อีเวียงแก้วคงต้องการจะประกาศศึกกับเรา” สร้อยฟ้าว่า
       “มันตายโหงไปตั้งนานแล้ว จะย้อนกลับมาทำไม?”
       “อีนั่นคงแค้นที่ลูกสาวมันไม่ได้มรดกพกติดตัวสักแดงเดียว ถึงได้ออกมาอาละวาด… กากบาทนั่น มันแค่จะข่มขวัญ แสดงอิทธิฤทธิ์ให้พวกเรารู้ว่า วิญญาณมันยังอยู่” สร้อยฟ้าว่า
       เต็มเดือนคิดว่าคำสันนิษฐานของสร้อยฟ้าฟังดูเข้าเค้า
       “แต่เราก็จัดการกับมันไปแล้วนี่ ทำไมยังกลับมาเพ่นพ่านได้อีก”
       “หรือว่า... อาคมของพ่อปู่จะเสื่อม” สร้อยฟ้าว่า
       สร้อยฟ้าและจงจิตต่างมีสีหน้าหวาดกลัวเพราะหายใจไม่ทั่วท้อง ทั้งสองมองไปยังเต็มเดือน เต็มเดือนมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นเวียงร้อยดาวตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางดงไม้รกทึบ น่ากลัว
       “ผีก็แค่คนที่ตายไปแล้ว ไร้พิษสง ทำอะไรคนอย่างเราไม่ได้หรอก เพราะถ้าเกิดทำได้ก็คงลงมือทำไปตั้งนานแล้ว ไม่มัวรีรอจนป่านนี้”
       เต็มเดือนพูดหน้านิ่งๆ มิได้มีแววครั่นคร้ามอย่างที่ควรจะเป็น
       
       ร้อยดาวมองรอยกากบาทที่เพดานอย่างพินิจพิเคราะห์ เธอนึกถึงรอยเลือดทั้ง 6 รอยบนเพดานโถงกลาง
       “เชื้อราเหรอ ? ไม่น่าใช่ ! หรือว่า...”
       มือของมารุตจับที่บ่าจนร้อยดาวสะดุ้งเฮือก ร้อยดาวตกใจหันกลับไปชกหน้ามารุตจนหน้าหงาย
       “โอ๊ย”
       ร้อยดาวเพิ่งเห็นว่าเธอต่อยมารุตเข้าอย่างจัง
       “มาร์ค !!”
       ร้อยดาวตกใจ เมื่อเห็นมารุตทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
       
       ร้อยดาวเอาผ้าห่อน้ำแข็งประคบรอยฟกช้ำที่แก้มให้มารุต
       “โผล่มาเงียบๆ ตกใจหมด ดีนะที่ไอไม่ใช่คนขวัญอ่อน ไม่งั้นคงชักแหง็กๆ หัวใจวายตายไปแล้ว”
       “ยูไม่ตายหรอก แต่ไอน่ะจะตาย ผู้หญิงอะไร ตัวเล็กนิดเดียว แต่หมัดหนักชะมัดยาด”
       ร้อยดาวยิ้มแหยๆ อ้อนมาร์คอย่างสำนึกผิด
       “Sorry น๊า...ไอไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”
       “ขนาดยูไม่ได้ตั้งใจนะเนี่ย ไอยังระบมไปหมด ถ้าตั้งใจซัดเต็มเหนี่ยว มีหวัง คงฟันร่วงหมดปาก”
       ร้อยดาวแกล้งเป่า “พ้วง !!! หาย”
       “ยู ! ไอไม่ใช่เด็กๆนะ จะได้เป่าพ่วงทีเดียวหาย”
       “เถอะน่า... ยูมาก็ดีแล้ว ไอมีเรื่องอยากให้ยูช่วยสักหน่อย”
       “What ?”
       มาร์คสงสัยว่าจะให้ช่วยอะไร ?
       
       รัตนากรที่เตรียมตัวจะออกไปข้างนอกเดินคุยมากับน่านฟ้า
       “จริงๆนะคะ ท่านป้า ! เวียงร้อยดาวนั่นมีผีสิง ! ผีผู้หญิงชุดขาว ผมยาวสยาย หน้าตาซีดเซียวขาวราวกับกระดาษ ลอยเข้ามาทางหน้าต่าง บรื๋อ... คิดแล้วยังสยองไม่หาย” น่านฟ้าบอก
       “แล้วผีผู้หญิงตนนั้นเขาปรากฏตัวเพื่ออะไร” รัตนากรถาม
       “ไม่ทราบสิคะ หญิงดันเป็นลมไปเสียก่อน”
       “เอาเถอะ ! ป้าเชื่อ”
       “เชื่อว่ามีผีที่เวียงร้อยดาวน่ะหรือคะ”
       “เชื่อว่าหญิงเป็นลมที่นั่นต่างหาก”
       “ท่านป้า....”
       น่านฟ้าทำหน้ามุ่ยเหมือนเด็กๆ จนรัตนากรอดขำไม่ได้
       “วิญญาณของคนตายยังน่ากลัวน้อยกว่าจินตนาการของคนเป็นเสียอีก คนเราหลอกตัวเองก่อนโดนผีหลอกกันเสมอ บางคนกลัวขนหัวลุกไปเองทั้งชีวิต โดยไม่เคยเจอของจริงแม้แต่ครั้งเดียว”
       “แต่ผีที่หญิงเห็น ของจริงนะคะ”
       “ผีผู้หญิงที่หลานเห็น จะมีจริงหรือไม่จริง ป้าไม่รู้ รู้แต่ผีร้ายที่อาศัยอยู่ในร่างคนแล้วเที่ยวก่อกรรมทำเข็ญสารพัดที่เห็นกันตามหน้าหนังสือพิมพ์ มีอยู่จริงแน่ๆ และมันก็ทำร้ายคนด้วยกันได้ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด หลานว่าจริงไหม ?”
       น่านฟ้าค่อยคลายความหวาดกลัวลงเพราะคล้อยตามรัตนากร
       
       รัตนากรกับน่านฟ้าเดินมายังรถที่จอดรออยู่ด้านหน้าตำหนักจันทร์
       “คุณหมอสุนทรนัดท่านป้าไปตรวจสุขภาพอีกแล้วหรือคะ ที่จริงให้พี่ชายตรวจให้ก็ได้”น่านฟ้าบอก
       “อย่าเลย งานที่โรงพยาบาล สิบทิศก็สาละวนพออยู่แล้ว ป้าไม่อยากกวนเขาหรอก เราเองก็อย่าเผลอหลุดปากไปบอกเขาเชียวล่ะ โดยเฉพาะแม่ช้อย”
       ช้อยรับคำเสียงอ่อย “เจ้าค่ะ”
       รัตนากรแกล้งกระซิบ “อีกอย่างป้าไม่กล้าให้พี่ชายเราตรวจหรอก ประเดี๋ยวจะช็อคเสียเปล่าๆ” รัตนากรหัวเราะเบาๆ “ป้าไปก่อนล่ะ”
       น่านฟ้าฟังแล้วอดขำไม่ได้เพราะคิดว่ารัตนากรพูดเล่น รัตนากรขึ้นไปนั่งที่เบาะหลัง คนขับรถปิดประตูให้แล้วออกรถไป
       
       ณ โรงพยาบาลประจำจังหวัด สิบทิศตรวจคนไข้ , คุยกับพยาบาล ฯลฯ เวลาผ่านไปสิบทิศถอดเสื้อกาวน์ออกเพราะกำลังจะออกเวร หลังจากเพิ่งตรวจคนไข้เสร็จ เสียงเคาะประตูดังขึ้น
       “เชิญครับ”
       ดาราเรศแต่งตัวเปรี้ยวเปิดประตูเข้ามา
       “สวัสดีค่ะ คุณหมอ”
       “คุณดาราเรศ... เชิญนั่งก่อนสิครับ”
       ดาราเรศนั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ๆ เธอตั้งท่าแต่ยังไม่ทันจะขยับปากพูด สิบทิศก็หยิบปรอทขึ้นมาใส่ปากดาราเรศเพราะเข้าใจว่าเธอป่วย
       “อมปรอทไว้ใต้ลิ้นนะครับ”
       ระหว่างอมปรอทดาราเรศก็จ้องหน้าสิบทิศไม่วางตาด้วยความพิศวาส สิบทิศเอาปรอทออกมาตรวจอุณหภูมิร่างกายก็แปลกใจ
       “อุณหภูมิร่างกายปกติดี ไม่ได้มีไข้นี่ครับ ?”
       “ใครบอกว่าเรศไม่สบายล่ะคะ ออกเวรแล้ว เรศจะมาชวนคุณชายออกไปหาอะไรรับประทานด้วยกันต่างหาก เรศเป็นเจ้ามือเองถือว่าเป็นการขอบคุณที่คุณชายอุตส่าห์มารักษาคนที่บ้านบดินทร์ธรอยู่บ่อยๆ... ไปนะคะ”
       สิบทิศอึกอักโดยยังไม่ทันตอบตกลง ดาราเรศเข้าไปคล้องแขนสิบทิศพาเดินออกไป
        
       สิบทิศรู้สึกกระอักกระอ่วนแต่ก็น้ำท่วมปาก

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 5
       ดาหลาบีบนวดให้ดำรงซึ่งนอนอยู่บนเตียง
       
       “แปลก! หมู่นี้ไม่รู้เป็นอะไร แขนขาไม่ค่อยมีแรง มันชาไปหมด”
       “คุณพ่ออายุมากแล้ว กล้ามเนื้อเส้นสายก็เลยยึด ให้แม่ดาหลานวดบ่อยๆทุกวัน อีกเดี๋ยวก็หายเองค่ะ”
       เต็มเดือนพูดพลางรินชาดอกยี่โถในกาใส่ถ้วยก่อนจะยื่นให้ดำรง
       “น้ำชาจากดอกยี่โถจะช่วยให้คุณพ่อรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้น”
       ดำรงยกน้ำชาขึ้นจิบโดยที่ร่างกายเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ เนื่องจากพิษที่อยู่ในชาดอกยี่โถ
       ดำรงพูดกับดาหลา “ออกไปก่อน”
       ดาหลาน้อมรับคำสั่งดำรงก่อนจะออกจากห้องไป
       “ฉันมีเรื่องอยากจะถามหล่อน... เกี่ยวกับแม่เวียงแก้ว”
       เต็มเดือนสะดุดโดยรู้สึกระแวงน้อยๆตามประสาคนมีแผล
       เต็มเดือนเอ่ยถาม “ทำไมหรือคะ ?”
       “คืนนั้น เจ้าปกรณ์จัดการอย่างไรกับศพแม่เวียงแก้ว” ดำรงถาม
       “เท่าที่ทราบ คุณพี่ทำพิธีทางศาสนาให้เรียบร้อย กำชับให้ทุกคนอย่ากระโตกกระตาก เพราะอยากให้เรื่องเงียบ แต่เหตุการณ์มันผ่านมาตั้งนานแล้ว ทำไมอยู่ๆคุณพ่อถึงได้สงสัยขึ้นมาล่ะคะ ?”
       “ฉันแค่ถามให้แน่ใจเท่านั้น”
       ที่เต็มเดือนมองดำรงอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อ เธอรู้สึกว่าต้องมีอะไรแน่ๆ
       “อ้อ ! เรื่องรอยที่อยู่บนเพดานนั่น หล่อนช่วยหาคนมาลบออกที ฉันไม่อยากปล่อยทิ้งไว้ให้อุจาดลูกตา”
       “คุณพ่อไม่ต้องเป็นกังวล เต็มจะรีบ “จัดการ” ให้เร็วที่สุดค่ะ”
       เต็มเดือนยิ้ม เธอแอบดีใจที่ดำรงมอบหมายหน้าที่นี้ให้ คิดเข้าข้างว่าตนเองอาจได้ครอบครองบ้านหลังนี้ ดำรงสีหน้าครุ่นคิดถึงเรื่องศพเวียงแก้วที่ยังคงเป็นปริศนา
       
       ร้อยดาวคุยกับมารุตระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ
       “ไออยากให้ยูช่วยสืบที คุณแม่เวียงแก้วของฉันเสียชีวิตเพราะอะไรบางที...อาจจะไม่ใช่แค่การฆ่าตัวตายธรรมดาๆก็ได้”
       มารุตตื่นเต้น “ยูหมายถึง... ถูกฆาตกรรมอำพรางงั้นน่ะเหรอ ?”
       ร้อยดาวพยักหน้าช้าๆแทนคำตอบ
       “โอ้มายก็อด !!! ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง แสดงว่ายูกำลังอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกับฆาตกร รีบย้ายออกมาเถอะ อย่าอยู่เลย บินกลับอังกฤษไปเลยยิ่งดีใหญ่ ญาติๆของยูน่าเป็นมิตรด้วยเสียทีไหน สายตาแต่ละคนที่จ้องยูทำท่าอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ” มารุตบอก
       “บอกแล้วไงว่าไม่ต้องห่วง ไอเคยทำงานพิเศษช่วงซัมเมอร์ที่สวนสัตว์เปิดบ่อยๆ ทั้งเสือสิงกระทิงแรด สารพัดสัตว์บกสัตว์น้ำเจอมาหมดแล้ว ที่ว่าดุๆน่ะ น่ารักจะตาย ถ้าเรารู้จักธรรมชาติของมัน อะไรที่เลี่ยงได้ ฉันก็จะเลี่ยง”
       "ไอรู้ว่ายูเก่ง แต่ก็อย่าประมาทเด็ดขาด ลูกธนูที่ปล่อยจากหน้าไม้ ยังอันตรายน้อยกว่ามีดเล่มเล็กๆที่แทงมาจากข้างหลัง ไอเป็นห่วงยูนะ”
       มารุตเอื้อมมือมากุมมือร้อยดาวไว้ ร้อยดาวตะปบมือมารุตออกอย่างไม่คิดอะไรเกินเลยมากกว่าเพื่อน
       “ขอบใจมากนะมาร์ค”
       ร้อยดาวเหลือบเห็นดาราเรศควงสิบทิศเดินเข้าร้านมา ร้อยดาวลุกขึ้น โบกไม้โบกมือเรียกเชิญให้มาร่วมโต๊ะ
       “คุณชายคะ ! คุณดาราเรศ ! ทางนี้ค่ะ”
       สิบทิศหันมาเห็นร้อยดาวมากินข้าวกับมารุตสองต่อสองก็ออกอาการหึงขึ้นมาน้อยๆ
       “ไปที่อื่นกันเถอะค่ะ เรศไม่อยากร่วมโต๊ะกับแม่นั่น” ดาราเรศบอก
       “ไม่ ! ผมจะกินที่นี่”
       สิบทิศเดินไปร่วมโต๊ะกับร้อยดาว ดาราราเรศตามไปอย่างขัดใจ
       
       บริกรยกสเต็กมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ สิบทิศกับดาราเรศนั่งร่วมโต๊ะกับร้อยดาว
       ดาราเรศแขวะ “แหม... ออกมาข้างนอกสองต่อสองกับคุณมารุตอย่างนี้ นายปรมัตถ์ เขาไม่ว่าเอาหรือจ๊ะ ร้อยดาว ?”
       “ทำไมต้องว่าด้วยล่ะคะ ? มาร์คเป็นเพื่อนสนิทของดิฉันตั้งแต่สมัยเรียนไฮสกูล (high school) ด้วยกันที่อังกฤษ”
       มารุตข่มสิบทิศในที “ใช่ครับ... เราสองคน สนิทกันมาก “รู้ใจ” กันหมดแทบจะทุกเรื่อง”
       ร้อยดาวเหยียบเท้ามารุตที่เขาพูดเพ้อเจ้อ มารุตหน้าเหยเกแต่ก็ฝืนยิ้มไม่ให้สิบทิศผิดสังเกต “ดีจังเลยนะครับ ที่คุณมารุตมีเพื่อนผู้หญิงที่ดู “เป็นกันเอง” ขนาดนี้”
       “นักเรียนหัวนอกก็อย่างนี้แหละค่ะ คุณชาย...ใช้ชีวิต “เรียบง่าย”ไม่ค่อย “ถือเนื้อถือตัว”... คุณมารุตมาที่นี่ คงตั้งใจจะมารับร้อยดาวบินกลับอังกฤษใช่ไหมคะ”
       “ใช่ครับ ! เสร็จธุระที่เมืองไทยเมื่อไหร่ ผมจะรีบพาเธอบินกลับทันที”
       “อ้อ ! เรื่องพินัยกรรมคุณพ่อ ฉันต้องแสดงความเสียใจกับเธอ... กับแม่ของเธอด้วยนะจ๊ะ ที่ไม่ได้สมบัติอะไรเลยสักชิ้น... แม้แต่เวียงร้อยดาวของแม่ตัว”
       ดาราเรศยิ้มเย้ยร้อยดาวอยู่ในที เธอลอบสังเกตสิบทิศว่าคิดอะไรกับร้อยดาวหรือไม่ สิบทิศพยายามนิ่งเฉย เย็นชา ไม่บอกอารมณ์ความรู้สึกผิดกับมารุตที่เป็นเดือดเป็นร้อนแทน
       มารุตพูด “ไม่ได้อะไรก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องเสียเวลาโหลดขึ้นเครื่อง ขนกลับอังกฤษให้หนักเปล่าๆ ลำพังแค่สมบัติของไอ มีให้ยูกินไปถึงโลกหน้า ประสาอะไรกับตึกร้างเก่าๆ แถมยังมี “ประวัติ” อีกต่างหาก”
       “ก็ใครล่ะ ที่เป็นต้นเหตุทำให้มันมี“ประวัติ” น่ะ ถ้าไม่ใช่แม่เวียงแก้วของเธอ... ร้อยดาว”
       “คุณแม่เวียงแก้วของดิฉัน ท่านไปสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับคุณนักหรือไง ถึงได้จำฝังใจ ไม่รู้จักลืมเสียที เรื่องมันก็ผ่านมาตั้ง 20-30 ปีแล้ว ไม่รู้จะเอาอะไรนักหนา”
       สิบทิศถูกจี้ใจดำเรื่องเวียงร้อยดาวเข้าอย่างจังจึงลุกพรวดขึ้น
       “ผมขอตัวก่อน”
       สิบทิศเดินจากไปทั้งๆที่ยังๆไม่ได้กินสเต็กสักคำ ดาราเรศวิ่งตามออกไป
       “อ้าว ! คุณชาย... จะรีบไปไหนคะ รอเรศด้วยค่ะ”
       มารุตยักไหล่เพราะไม่เข้าใจว่าสิบทิศเป็นอะไร
       “ไอพูดอะไรผิดเหรอ ?”
       ร้อยดาวหันไปปรามมารุตด้วยสายตาที่พูดจาไม่รู้จักกาลเทศะ เธอเข้าใจความรู้สึกสิบทิศดี
       
       กระถินเดินออกมาจากห้องวีระวิทย์อย่างอิ่มเอม หลังจากที่เมื่อคืนนี้ถูกจัดหนักไป สร้อยฟ้าเดินมาเจอกระถินยืนอยู่หน้าห้องวีระวิทย์พอดี
       “ตาวิทย์ตื่นหรือยัง ?”
       กระถินตอบอย่างคนอารมณ์ดี ไม่มีความสะทกสะท้านแม้แต่น้อย
       “ยังไม่ฟื้นเลยค่ะ”
       กระถินพูดจบก็เดินลอยหน้าลอยตาไป
       “นังนี่ ! นับวันยิ่งเอาใหญ่ ! น่าส่งไปอยู่กับพวกคนงานในไร่นัก”
       สร้อยฟ้าบ่นไล่หลังด้วยความแปลกใจ แต่ไม่ทันฉุกคิด เธอผลักประตูห้องวีระวิทย์เข้าไป
       
       วีระวิทย์นอนแก้ผ้าแผ่หราอยู่ในห้องเพราะหมดเรี่ยวหมดแรงตั้งแต่เมื่อคืน สร้อยฟ้าเปิดประตูเข้ามาเห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า ก่อนจะเข้าไปกระชากผ้าห่มที่คลุมร่างของเขา
       “ตายแล้ว ! ดูสิเนี่ย ! โตป่านนี้นอนแก้ผ้าแก้ผ่อน เสื้อแสงก็ไม่ยอมใส่ ตาวิทย์ ! ตื่นได้แล้วลูก หืม... เนื้อตัวเหม็นหึ่งไปหมด ลุกไปอาบน้ำอาบท่า กินข้าวกินปลาก่อน แล้วค่อยมานอนต่อลูก ตาวิทย์”
       วีระวิทย์งัวเงีย เขาโน้มร่างสร้อยฟ้าลงมากอดจูบเล้าโลมเพราะนึกว่าเป็นกระถิน สร้อยฟ้าปัดป้อง
       “น่า...จะสะดีดสะดิ้งอะไรอีกเล่า หืมมมม.... มาต่อกันอีกสักยกมา”
       “อ๊าย !!! ตาวิทย์ นี่แม่นะ ลูก”
       สร้อยฟ้าผลักวีระวิทย์อย่างแรงจนกลิ้งตกจากเตียง วีระวิทย์ตาสว่าง พอเห็นหน้าแม่เขาก็ตกใจ และหวาดระแวงว่ากระถินยังอยู่ในห้องหรือเปล่า
       “แม่ ! เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่”
       วีระวิทย์รีบฉวยผ้าห่มปิดบังร่างกันอุจาด
       “ฉันก็มาตอนที่แกกำลังล่อนจ้อนอยู่น่ะสิ ตาวิทย์ ! แม่ขอทีเถอะเรื่องผู้หญิง อย่ามั่วให้มันมากนัก ผู้หญิงดีๆมีชาติมีตระกูลออกถมไป หัดรู้จักเลือกเสียบ้าง ไม่ใช่ไปคว้าอีพวกชั้นต่ำข้างถนนมาเป็นเมีย ทำอะไรก็ให้เห็นแก่หน้าแม่มั่ง”
       “รู้แล้วน่า.... แม่พูดครั้งที่ร้อยแล้ว”
       วีระวิทย์ทำหน้าเซ็งก่อนจะคลานขึ้นเตียงแล้วเอาหมอนอุดหูนอนต่ออย่างรำคาญ
       “ให้มันได้อย่างนี้สิ ลูกนะลูก... ไม่เคยได้ดั่งใจเลย”
       
       สร้อยฟ้าได้แต่มองลูกชายตัวเองแล้วถอนใจหนักๆ

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 5
       ทวีปรายงานดำรงเป็นการส่วนตัวในห้อง
       
       “แน่ใจแล้วหรือ ทวีป ?” ดำรงถาม
       “ครับ... ผมลองสอบถามกับฝ่ายทะเบียนของทางวิทยาลัยดูแล้ว นี่ครับ...สำเนาเอกสารผลการเรียนเทอมที่แล้วของคุณวีระวิทย์”
       ทวีปยื่นเอกสารส่งให้ดำรง ใบรับรองผลการศึกษา (transcript) ของวีระวิทย์มี F ตัวสีแดงทั้งหมด
       “เรียนประสาอะไรของมัน ตกทุกวิชา”
       “อาจารย์ที่วิทยาลัยบอกว่า คุณวีระวิทย์ขาดเรียนจนหมดสิทธิ์สอบตั้งแต่ต้นเทอมแล้วครับ”
       “ไม่ไปเรียน แล้วมันหายหัวไปไหนได้ทุกวัน ? ช่วยสืบให้ฉันทีสิหาหลักฐานจับมันให้ได้คาหนังคาเขา เจ้านี่...มะกอกสามตะกร้าก็ปามันไม่ถูก”
       “ได้ความคืบหน้าอย่างไร กระผมจะเรียนให้คุณท่านทราบครับ”
       “ขอบใจ... หลานฉันแต่ละคน มันไม่ค่อยรักดี สรรหาแต่เรื่องมาให้ฉันต้องปวดกบาล เปิดพินัยกรรมเจ้าดิลกเมื่อไหร่ พวกมันจะได้ไสหัวกันไปให้พ้นๆเสียที”
       ดำรงน้ำเสียงเศร้าลงเมื่อคิดถึงดิลก
       “อุตส่าห์หวังไว้ว่า สักวันเจ้าดิลกมันจะกลับมา ให้ได้ฝากผีฝากไข้ ก็มาด่วนตายเสียตั้งแต่ยังหนุ่มยังแน่น น่าเสียดาย เป็นลูกเมียไหน จะแม่การะเกดหรือแม่กุหลาบก็เถอะ อย่างน้อยก็ยังได้ชื่อว่าลูก”
       “ถึงแม้ว่าคุณดิลกจะล่วงลับไปแล้ว แต่อย่างน้อย ก็ยังส่งหลานสาวกลับมาให้คุณท่านได้ชื่นใจมิใช่หรือครับ”
       แม้จะเห็นด้วยกับทวีป แต่ดำรงก็ยังตะขิดตะควงที่จะรับร้อยดาวเป็นหลานสาวเสียทีเดียว
       
       เต็มเดือนพาหม่องกับชิดเข้ามายังโถงกลางที่กำลังประกอบนั่งร้าน เพื่อทำความสะอาดรอยกากบาทปริศนาบนเพดาน
       “ทำความสะอาดให้เรียบร้อยนะ นายชิด นายหม่อง... ร่องรอยเท่าแมวข่วน ก็อย่าให้หลงเหลือเด็ดขาด”
       ชิดกับหม่องรับคำ “ขอรับ”
       หม่องกับชิดทำนั่งร้านขึ้นไปทำความสะอาด จงจิตเดินลงบันไดมา กระทบกระเทียบเต็มเดือนด้วยความหมั่นไส้
       “ดูเหมือนคุณพี่จะดูแลห่วงใยบ้านบดินทร์ธร เหมือนเป็นบ้านของตัวเองเลยนะคะ”
       “ฉันทำตามคำสั่งของคุณพ่อ...ก็แค่นั้น” เต็มเดือนว่า
       “เหรอคะ... นึกว่าจะซักซ้อมเตรียมตัวเป็นเจ้าของบ้านคนใหม่เสียอีก”
       “ตั้งแต่ฉันแต่งงาน ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่กับคุณพี่ ฉันก็ทำหน้าที่ดูแลบ้านหลังนี้มาโดยตลอด อะไรที่ฉันพอทำได้ ฉันก็ทำ ไม่เคยอาศัยซุกหัวอยู่เป็นกาฝาก ทำตัวไร้ค่าไปวันๆ”
       จงจิตหันไปมองเต็มเดือนที่ยืนส่งยิ้มให้ตาเขียวปั้ด สร้อยฟ้าตบมือแปะๆ ขณะเดินเข้ามา
       “น้องล่ะนับถือน้ำใจของคุณพี่เสียจริงๆ ช่างเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน น่าเสียดายนะคะ ถ้ามดลูกคุณพี่ไม่มีปัญหา คุณพ่อคงเมตตายกบ้านหลังนี้รับขวัญหลาน ทายาทสะใภ้ใหญ่ไปแล้ว”
       “บ้านหลังนี้ คุณพ่อจะยกให้ใคร เป็นสิทธิ์ของท่าน จะเป็นลูกผู้ดีตกยากต้องบากหน้ามาเป็นเมียน้อยเขาเพราะความจมไม่ลง หรือแม่ค้าปากตลาดที่คุณพี่คว้ามาเป็นนางบำเรอชั่วครู่ชั่วยาม ก็สุดแท้แต่คุณพ่อจะเห็นสมควร ว่าใครมีค่าพอที่จะเป็นเจ้าของบ้านบดินทร์ธรโดยที่ไม่ต้องเกรงคำครหา เพราะถึงยังไง ทะเบียนสมรสก็มีแค่ใบเดียว”
       จงจิตกับสร้อยฟ้าที่ถูกเต็มเดือนหลอกด่ายืนโกรธจนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า
       
       มารุตที่มาส่งร้อยดาวที่บ้านบดินทร์ธรเดินคุยกับร้อยดาวในสวน
       “ยูเคยถาม Daddy ยูมั้ย ทำไมถึงไม่อยากกลับมาเมืองไทย”
       “เคย... แต่คุณพ่อไม่ได้ตอบอะไรมากไปกว่าบอกว่า “ไม่พร้อม” บอกแต่ว่าอยู่ทางนั้นก็สบายดี แล้วก็เปลี่ยนเรื่องคุยไปเรื่อย”
       “Dady ยูไม่อยากข้องเกี่ยวกับเรื่องในเมืองไทยอีก แสดงว่าต้องการตัดขาดกับทุกคนที่นี่ ฉะนั้น ยูก็ไม่ควรจะอยู่บ้านหลังนี้อีกต่อไปเอางี้ ! ยูเก็บเสื้อผ้าย้ายไปอยู่กับไอที่โรงแรม”
       “เขาจะได้หาว่าไอเป็นผู้หญิงใจแตก หอบเสื้อผ้าหนีตามผู้ชายน่ะสิ”
       “เพื่อป้องกันไม่ให้ยูเสียหาย เราไปจดทะเบียนสมรสกันเดี๋ยวนี้เลย”
       มารุตจูงมือร้อยดาวแล้วคิดจริงจัง
       “จะบ้าเหรอ ! มีที่ไหน อยู่ๆจะลากไอไปแต่งงานด้วย ทั้งๆที่ไอยังไม่ทันได้รักยูเนี่ยนะ ตาบ๊อง”
       “อยู่ๆกันไป เดี๋ยวก็รักกันเองนั่นแหละ”
       ร้อยดาวรีบสะบัดมือออกแล้วเหลียวซ้ายแลขวากลัวว่าจะมีใครผ่านมาเห็นเข้า
       ร้อยดาว กระซิบกระซาบ “ยูจะมาทำรุ่มร่ามแบบนี้ไม่ได้ คนที่นี่เขาไม่คุ้นกับวัฒนธรรมตะวันตก เข้าใจไหม”
       มารุตย่นหน้าเป็นทำนองว่าพูดอะไร ฟังไม่เห็นจะรู้เรื่อง
       เสียงปรมัตถ์ดังขึ้น “คุณหนู !”
       ร้อยดาวสะดุ้งเฮือก พอหันกลับมาก็เห็นปรมัตถ์ยืนยิ้มอยู่ เธอค่อยโล่งอกไป
       “ปรมัตถ์ มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ?”
       ร้อยดาวยิ้มใสเมื่อเห็นปรมัตถ์มา มารุตเห็นหน้าปรมัตถ์แล้วรู้สึกเขม่นเพราะไม่ค่อยถูกชะตาขึ้นมาตะหงิดๆ
       
       สิบทิศขับรถมาส่งดาราเรศที่บ้าน ดาราเรศได้โอกาสใส่ไฟร้อยดาวเต็มที่
       “พอแม่นั่นอายุได้ 2 ขวบเศษๆ คุณอาดิลก ก็หอบนังร้อยดาวเอาไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมที่อังกฤษ”
       “ใครคือคุณอาดิลก ?” สิบทิศถาม
       “น้องชายคนละแม่ของคุณพ่อเรศค่ะ อาดิลกเป็นลูกฝั่งคุณย่ากุหลาบ ภรรยารองของคุณปู่”
       สิบทิศเข้าใจและพอจะไล่เรียงถูก
       “ที่จริงเรศก็ไม่ค่อยรู้อะไรมากหรอกนะคะ...เท่าที่รู้จากปากคุณแม่นังเวียงแก้ว แม่ของมัน ทำให้ตระกูลบดินทร์ธรของเราต้องแปดเปื้อนด่างพร้อย เพราะคบชู้สู่ชายไม่เลือกหน้า”
       “หมายความว่า...ร้อยดาวอาจจะไม่ใช่ลูกสาวของคุณปกรณ์ ?”
       “ค่ะ ! คุณพ่อคงรู้อยู่เต็มอกว่าแม่ร้อยดาวไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของท่าน ในพินัยกรรมถึงได้ประกาศชัด ตัดขาดแม่นั่นออกตจากกองมรดก ช่วยไม่ได้... แม่ของมันอยากสำส่อนเอง มีแต่ผู้ชายหน้าโง่เท่านั้นแหละที่หลงเสน่ห์นางเวียงแก้ว”
       สิบทิศอารมณ์ยิ่งคุกรุ่น เนื่องจากพ่อของตนก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาเบรกรถกึกทันทีจนดาราเรศหน้าคะมำกระแทกคอนโซล
       “อ๊าย ! คุณชายเบรกทำไมคะ”
       “ผมขอโทษ แค่คิดอะไรเพลินไปหน่อย”
       สิบทิศค่อยๆ ออกรถต่อ
       
       ร้อยดาวเดินคุยกับปรมัตถ์มาที่ศาลาในสวน มารุตรีบแทรกเข้ามานั่งตรงกลางอย่างคอยกันท่า เขามองหน้าปรมัตถ์แบบยียวนกวนประสาท
       ร้อยดาวแนะนำ “นี่ปรมัตถ์ ลูกชายคุณลุงทวีป ทนายประจำตระกูลบดินทร์ธรที่ไอเคยเล่าให้ยูฟังไง”
       “อ้อ... นายนี่เอง เจอก็ดีแล้ว ถามหน่อย เมื่อไหร่จะเปิดพินัยกรรมอีกฉบับเสียที เพื่อนไอจะได้กลับบ้าน”
       “เมื่อคุณดิลกเสียชีวิตครบร้อยวันครับ”
       “ดี ! เปิดๆไปซะจะได้จบๆ ไอจะได้พายูกลับไปแต่งงานที่อังกฤษ”
       ปรมัตถ์ฟังแล้วถึงกับอึ้ง เช่นเดียวกับร้อยดาวเองที่ตกใจไม่แพ้กัน
       “ใครบอกว่าไอจะแต่งงานกับยู”
       มารุตแกล้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
       “พูดอย่างนี้ คุณหนูเสียหาย ระวังนะครับ จะเข้าข่ายหมิ่นประมาท”
       “แน๊ะ ! หัวหมอเสียด้วย ทำเป็นขู่ นึกว่ารู้กฎหมายอยู่คนเดียวหรือไง จ้างให้ก็ไม่กลัว”
       มารุตจ้องปรมัตถ์ตาเขม็งอย่างไม่มีใครยอมใคร
       ทันใดนั้น ดาราเรศก็ควงแขนสิบทิศเข้ามาพอดี
       ร้อยดาวกุมขมับ “แจ๊คพอตแล้วไง”
       
       สิบทิศจ้องร้อยดาวตาเขม็งเมื่อเห็นร้อยดาวอยู่กับผู้ชายถึงสองคน

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 5
       หม่องกับชิดพยายามทำความสะอาดรอยกากบาทที่เพดานอยู่บนนั่งร้าน
        
       สามสะใภ้นั่งคุมเชิงกันคนละมุมของโถงกลาง เต็มเดือนแหงนมองไปที่เพดาน พอเห็นรอยยังปรากฏชัดเหมือนเดิมก็เริ่มอารมณ์ขุ่น
       “ตั้งนานแล้ว ทำไมยังไม่ได้เรื่องเสียที”
       ชิดปาดเหงื่อ “ผมกับไอ้หม่องลองทุกวิธีแล้วครับ แต่ไอ้รอยประหลาดพวกนี้ ลบเท่าไหร่ก็ลบไม่ออก”
       “ขัดให้มันแรงๆเข้าสิ ! งานง่ายๆแค่นี้ ถ้าทำไม่ได้ก็ไปตายซะ”
       จงจิตเสริม “เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ”
       ชิดกับหม่องออกแรงขัดเพดานมากขึ้น นมแสงซึ่งสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ มองรอยกากบาทแล้วรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างประหลาด
       
       ดาราเรศที่ควงแขนสิบทิศอยู่อดไม่ได้ที่จะแขวะร้อยดาว
       “แหม... อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเชียวนะ หนึ่งหญิงสองชายจะดำเนินรอยตามแม่ของเธอหรือไงจ๊ะ ร้อยดาว ! ทำไมไม่ชวนเพื่อนชายของเธอ ทั้งคนเก่า คนใหม่ ขึ้นไปคุยที่ห้องเลยล่ะ”
       “ดิฉันบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้คิดอกุศล ถึงแม้ดิฉันจะเกิดแล้วก็โตที่เมืองนอก แต่ก็ได้การอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่มาดีพอที่จะไม่ทำอะไรน่ารังเกียจอย่างที่คุณว่ามา อย่างน้อยที่สุด ดิฉันก็ละอายใจที่จะยืนคล้องแขนผู้ชายที่ไม่สนิทสนมในที่สาธารณะเหมือนใครบางคน” ร้อยดาวว่า
       ดาราเรศรู้สึกหน้าชาจึงรีบเอาแขนออกจากสิบทิศ เธออยากจะปราดเข้าไปตบร้อยดาว แต่ก็ข่มใจเอาไว้
       “ร้อยดาว ! มันชักจะมากไปแล้วนะ เธอเป็นคนอาศัย ไม่มีสิทธิ์พูดจาก้าวร้าวลูกหลานเจ้าของบ้าน ขอโทษคุณดาราเรศเดี๋ยวนี้” สิบทิศว่า
       ดาราเรศยิ้มแล้วเชิดหน้าที่สิบทิศเข้าข้าง ร้อยดาวเองก็รู้สึกผิดเพราะว่าเธอคือเมดา เป็นเพียงแค่คนอาศัยจริงๆนั่นแหลละ มารุตปรี่เข้าไปผลักอกสิบทิศอย่างมีน้ำโห
       “ทำไมเพื่อนไอต้องขอโทษด้วย คนของยูนั่นแหละผิด อยู่ดีๆ ก็มาว่าเพื่อนไอหยาบๆคายๆก่อน”
       ปรมัตถ์เข้ามาห้ามโดยล็อคตัวมารุตเอาไว้
       “ใจเย็นๆก่อนสิครับ คุณมารุต ! ค่อยๆพูดค่อยๆจากันก็ได้”
       มารุตผลักปรมัตถ์ออกไปก่อนจะถกแขนเสื้อเตรียมลุยเต็มที่ แล้วเขาก็หันไปบอกปรมัตถ์
       “ไม่ยง ไม่เย็นมันแล้ว”
       มารุตหันไปถามปรมัตถ์
       “เป็นทนายไม่ใช่เหรอ ต่อยคนสักหมัด ต้องถูกปรับเท่าไหร่ก็ว่ามา ! ไอจะได้วางเงินตอนนี้เลย”
       ร้อยดาวหนักใจเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เริ่มคุกรุ่นมากขึ้นทุกที
       
       หม่องออกแรงขัดรอยกากบาทย่างแรงจนเหงื่อแตกเหงื่อแตน ดำรงลงบันไดมาพร้อมกับทวีปที่เดินตามหลังมา หลังจากคุยธุระเรื่องวีระวิทย์เสร็จ หม่องมองที่รอยกากบาทเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังจะชำแรกออกมา หม่องเพ่งดูด้วยความสงสัย ทันใดนั้นใบหน้าสยดสยองของผีเวียงแก้วก็โผล่ออกมาจากเพดานแล้วจะบีบคอหม่อง
       หม่องร้องลั่น “เฮ้ยย !!”
       หม่องผงะตกใจหงายหลังพลัดตกจากนั่งร้านทันที
       “เหวอ”
       ดำรงตาเบิกโพลงเมื่อเห็นเหตุการณ์ขณะที่ร่างของหม่องลอยอยู่กลางอากาศ นมแสงซึ่งยืนดูอยู่ที่มุมหนึ่งเบือนหน้าหนีและปิดหน้า
       “คุณพระช่วย !”
       กระถินเดินเข้ามาพอดี ขณะที่หม่องตกตุ่บลงมาตรงหน้า สามสะใภ้ตาเหลือกต่อภาพสยดสยองตรงหน้า !
       
       กระถินกรีดร้องดังขึ้น ท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่ฟังไมไ่ด้ศัพท์ของบรรดาสะใภ้
       “กรี๊ดด !”
       ร้อยดาวและคนที่อยู่แถวนั้นหันไปมองต้นเสียงที่มาจากตึกใหญ่พร้อมกันก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายไปกว่านั้น ร้อยดาวรีบวิ่งไปดูเป็นคนแรกคนอื่นๆ วิ่งตามไป
       
       หม่องตกนั่งร้านลงมาคอหักตายคา นอนคว่ำ คอบิดไปทางหนึ่ง ชิดรีบลงจากนั่งร้านลงมาดูร่างเพื่อนที่นอนแน่นิ่งอยู่อย่างไม่อยากเชื่อสายตา
       “ไอ้หม่อง...!”
       ดำรงและสะใภ้ทั้งสามซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ต่างตกใจจนนั่งไม่ติด ทุกคนกรูมารวมกันมุมหนึ่ง ร้อยดาววิ่งเข้ามาพร้อมกับคนอื่นๆ ทุกคนต่างตาค้างกับภาพสยดสยองตรงหน้า สิบทิศสติดีกว่าเพื่อนรีบเข้าไปพลิกศพจับชีพจรของหม่อง สักครู่เขาก็เงยหน้าบอกกับทุกคน
       “เสียชีวิตแล้วครับ”
       จงจิตถึงกับเข่าอ่อนเป็นลมพับไป นมแสงต้องรีบเข้ามาประคองรับร่างเอาไว้แล้วเรียกให้รู้สึกตัว
       “คุณจงจิตคะ ! คุณจงจิต”
       ทันใดนั้น หูสร้อยฟ้ากับเต็มเดือนก็แว่วเสียงหัวเราะลั่นของเวียงแก้วด้วยความสะสาใจ
       “ฮ่า....ฮ่า....ฮ่า.... !!”
       สร้อยฟ้ารู้สึกขนลุกเกรียว เธอมองรอบๆตัวอย่างหวาดๆ เต็มเดือนกำมือแน่นหายใจถี่ๆ อย่างระงับอารมณ์กลัว ร้อยดาวเห็นสิ่งผิดปกติที่หน้าผากของหม่อง หน้าผากของนายหม่องปรากฏกากบาทสีดำเหมือนถูกเขม่าขนาดเท่านิ้วชี้ป้าย
        
       ร้อยดาวมองกากบาทที่หน้าผากหม่องแล้วแหงนมองไปยังรอยกากบาทบนเพดานอีกครั้งอย่างนึกสงสัยว่าเป็นอุบัติเหตุหรือฝีมือใครกันแน่
        
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 5 (ต่อ)
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 4
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 3
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 2
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 1
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 10 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 10 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนอัพไปชุมนุมเสร็จแล้วก้อกลับมาอัพให้ด่วนๆเลยสุ้ๆๆอยากอ่านแล้วนะ
warisara
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมนานลงจัง รออ่านใจจะขาดล่ะ เรื่องไหนสนุกๆ จะลงช้าตลอดเลย เฮ้อ...
จอมซน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หน้าจะลง ตอนที่ 5 ให้หมดเลยอ่ะคะ พุ่งนี้จะได้อ่านตอนที่ 6 เลยอ่ะคะ ^^ สนุกมากๆเลยคะ
moyerty_8477@hotmail. com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้ลง ประมาณ เช้า กลางวัน แล้วก้อเย็นอ่ะคะ ครั้งละ 4-5 หน้าอ่ะคะ สนุกมากๆเลยคะ ^^
you_iu_@hotmail. com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014