หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ผู้ชนะสิบทิศ

ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 29

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
15 มกราคม 2557 16:05 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 29
        ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 29 (ต่อ)
       
       เยมส์ สอเรสกับปีเตอร์รีบกางแผนที่ถวาย สมิงสอตุดรีบอธิบาย
       
       “เมืองยะข่าย เมืองนี้แม้จะมั่งคั่งสู้กรุงโยเดียมิได้ แต่ทำเลภูมิประเทศเป็นที่น่าปรารถนานัก เนื่องด้วยเป็นเมืองที่มีชายแดนอีกด้านติดทะเลชมภูทวีป มีท่าเรือที่สะดวกในการทำการค้ากับพวกเปอร์เซีย และพวกยุโรปที่มาจากทะเลตะวันตกได้ดีมาก พระองค์น่าจะได้ตีเมืองยะข่ายนี้เป็นเมืองขึ้นก่อน แล้วค่อยขยายอาณาเขตไปฝั่งตะวันออกโยเดีย จึงจะทรงเป็นจักรพรรดิสิบทิศแห่งสุวรรณประเทศอย่างแท้จริง”
       มังตราเริ่มหวั่นไหว แทนที่จะดีใจ โชอั้วชะงักนั่งฟังอย่างสนใจ มังตราเริ่มไม่มั่นใจ ลืมพระองค์
       “งั้นก็ให้จาเลงกาโบไปแจ้งจะเด็ดด้วย”
       “พระองค์คงมิคิดว่าหากขาดพระอุปราชบุเรงนองแล้ว พระองค์จะตียะข่ายมิได้ดอกนะ พระองค์ก็ทรงมีพระปรีชาสามารถ แล้วทรงมีกองปืนเหล็กไฟของท่านเยมส์ สอเรสช่วยอีก” สมิงสอตุดบอก โชอั้วไม่พอใจ แต่ยังไม่แสดงออก เยมส์ สอเรส รีบรินเหล้าองุ่นมาถวายอีก
       “หากพระองค์เปิดศึกกับเมืองยะข่าย ข้าพเจ้ามั่นใจว่าจะนำกองปืน เหล็กไฟเอาชัยชนะมาถวายพระองค์ให้จงได้ ขอให้พระองค์มั่นพระทัย”
       “กองทัพในสุวรรณภูมินี้ มิมีผู้ใดมีกองปืนไฟที่ยิ่งใหญ่ได้เท่าพระองค์แล้ว”
       “เมืองยะข่ายนี้ข้าพเจ้าเคยแวะเที่ยวมาเมื่อตอนขึ้นท่าที่จิตตะกอง เป็นเมืองที่มั่งคั่งมากกก มีเหมืองเพชรเหมืองพลอยเยอะแยะเต็มแผ่นดินไปหมด”
       ปีเตอร์โชว์แหวนเต็มนิ้วและสร้อยคอ มังตรานิ่งฟังอย่างกลัวเสียหน้า โชอั้วฟังความทั้งหมด ด้วยความไม่สบายใจอย่างมาก
       
       ที่ตองอู จะเด็ดคุยกับจันทราเรื่องส่งตัวเมียตะคะญี ปอละเตียง ลูก ไปอยู่เมาะตะมะกับตะคะญี โดยตองสาขอตามไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั้นด้วย จันทราถามถึงกันทิมาและให้จะเด็ดไปตามให้มาอยู่รับใช้ในวังหลวง
       วันต่อมาจะเด็ดจึงมาพบกันทิมาเพื่อตามไปอยู่ด้วยกันที่วังหลวง
       “ปล่อย ปล่อยข้าพเจ้า ท่านกล้าตบหัวแล้วจะมาปลอบด้วยการลูบหลัง วิสัยนี้ข้าพเจ้าชังนัก ปล่อย” กันทิมาต่อว่าจะเด็ด
       “กันทิมาฟังข้าพเจ้าก่อน ฟังก่อน ข้าพเจ้าสำนึกแล้วว่าได้ทำผิดไป แท้จริงแล้วท่านนั้นมีบุญคุณกับข้าพเจ้าและตะละแม่จันทรานัก”
       “ข้าพเจ้าทำเพราะตะละแม่รับสั่ง หาทำให้ผู้ใด ปล่อย”
       “งั้นจงรับการแทนคุณจากตะละแม่จันทราด้วย” กันทิมาหยุดดิ้น “ตะละแม่เป็นผู้เตือนสติให้ข้าพเจ้าได้สำนึก และรับสั่งให้มานำน้องท่านเข้าไปอยู่ในตองอูด้วยกัน ขอข้าพเจ้าได้แสดงการขอโทษผู้มีพระคุณข้าพเจ้าสักนิดเถิด”
       “ข้าพเจ้าเกลียดลมลิ้นท่าน”
       “ฟังข้าพเจ้า การนี้หากท่านไม่ให้อภัยข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ยินดีจะเป็นหนี้ท่านไปจนถึงชาติหน้า แต่จงเห็นแก่ตะละแม่จันทราที่เป็นทุกข์ เฝ้าวอนให้ข้าพเจ้ามารับท่าน ด้วยอยากแทนคุณให้ท่านเป็นสุขบ้างหากท่านปฏิเสธ ตะละแม่คงชังข้าพเจ้าจนตัวตาย อย่าทรมานตัวเองอยู่ในป่านี้เพราะชังข้าพเจ้าเลย” กันทิมาร้องไห้ “กันทิมา คุณท่านนั้นยิ่งใหญ่แก่ข้าพเจ้าจนยากจะทดแทนได้หมด ท่านได้ช่วยข้าพเจ้ารอดชีวิต แหกคุกแปรมาทำคุณให้ตองอู จนแผ่อาณา
       จักรยิ่งใหญ่ในพุกามประเทศ หากไม่มีท่านแล้วไฉนตองอูจะยิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ ข้าพเจ้าวอนแล้วจงกลับไปอยู่กับตะละแม่ให้เป็นสุขดุจคนในครัวเรือนเดียวกันเถิด แม้ชาตินี้ข้าพเจ้าทดแทนคุณท่านไม่หมดก็จะขอตามไปตอบแทนให้ถึงชาติหน้า วอนน้ำใจท่านให้เมตตาข้าพเจ้าบ้าง”
       กันทิมาร้องไห้หนักขึ้น
       “ข้าพเจ้านี้บุญน้อย เป็นเพียงหญิงชาวป่า แม้จะรักท่านปานใดก็ขอเพียงเป็นข้ารองบาทตะละแม่จันทราสนองคุณจนกว่าจะตาย อย่ายกข้าพเจ้าขึ้นเทียบเสมอตะละแม่ทั้งหลายเลย ข้าพเจ้าขอความสุขเพียงเท่านี้ ท่านให้ข้าพเจ้าได้ไม๊”
       จะเด็ดสงสารกันทิมามาก จนต้องดึงเข้ามากอด
       
       วันต่อมาที่อุทยานหลวงหงสาวดี นางรำกำลังร่ายรำถวาย พระเจ้ามังตราที่ประทับพระเกษมสำราญอยู่กับสมิงสอตุด เยมส์ สอเรสและปีเตอร์
       “ศึกครั้งนี้พระองค์ต้องได้ชัยชนะยะข่ายอย่างแน่นอน สันเทโวเจ้าเมืองทรางทวยซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของยะข่ายนั้น ข้าพเจ้ารู้จักดีเป็นคนไม่สู้คน ขี้ขลาดตาขาว”
       “และที่สำคัญไม่ถูกกับพระเจ้าเมงบาพี่ตัวที่ครองยะข่ายอยู่ แค่เห็นกองทัพเรายกขึ้นไปก็คงรีบเปิดประตูเมืองออกมาปูผ้ากราบอย่างแน่นอน”
       “ทีนี้ ศึกเมื่อครั้งพระองค์พ่ายแปร ถูกล้อมเผาจนเสื่อมพระเกียรติก็จะได้แก้คืนให้เห็นพระปรีชาสามารถเสียที” ปีเตอร์ลอยหน้าลอยตาพูด มังตราโมโหถีบปีเตอร์จนกระเด็ดอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
       “ใครใช้ให้มึงมาพูดสอด กูไม่อยากฟังเรื่องนี้ หากใครพูดเรื่องกูถูกเผาที่แปรอีกกูจะลากลิ้นมันออกมาสับแล้วเอาไปย่างไฟทั้งเป็นทุกคน” ทุกคนเงียบ “ รินเหล้ามา หน้าที่มึงรินเหล้าให้กูเท่านั้น จำไว้” ปีเตอร์ค่อยๆ ลุกขึ้นรินเหล้าถวาย “สมิงสอตุ ไปเรียกนายทัพนายกองทั้งหมดมาประชุม เราจะประกาศทำศึกขยายอาณาเขตกับยะข่ายให้ทหารทุกคนรับรู้”
       “แล้วพระองค์พระประสงค์ให้เมืองออกทั้งสี่เมืองใดบ้าง ในการจัดทัพมาหนุน” สอยันปายถามขึ้นมา
       “เพลานี้เรามีกองปืนเหล็กที่ยิ่งใหญ่กว่าทัพใดในสุวรรณภูมิ เป็นศาตราวุธใหม่ที่มีอานุภาพยิ่งกว่าทวนดาบทั้งหลาย เราต้องการใช้กองกำลังปืนไฟหงสาวดีเท่านั้นเป็นสำคัญ”
       “แล้วพระอุปราชบุเรงนองที่เมืองตองอูจะทรงแจ้งให้ทำประการใด”
       “ไม่ต้อง เมืองตองอูนั้นขอให้เขาอยู่เสวยสุขกับลูกเมียเท่านั้นก็พอ ศึกนี้เราจะบัญชาการรบเอง ห้ามผู้ใดมีหนังสือแจ้งไปเมืองตองอูอย่างเด็ดขาด”
       จาเลงกาโบหน้าเสีย รู้สึกทันทีว่ามังตราอยากเอาชนะจะเด็ด สมิงสอตุดหันไปยิ้มพรายกับเยมส์ สอเรส อย่างพอใจ
       
       จาเลงกาโบเดินมากับสอยันปาย ท่าทางหนักใจทั้งคู่
       “ข้าพเจ้ามิได้แครงใจ ในการบัญชาการรบของพระเจ้าอยู่หัวแต่ประการใด แต่ให้สงสัยว่าใยมิให้พระอุปราชบุเรงนองเข้าร่วมรบในครั้งนี้ ทั้งๆ ที่โดยตำแหน่งพระอุปราชต้องเข้าถวายงานโดยตรงอยู่แล้ว มิหนำยังห้ามให้พระอุปราชบุเรงนองรู้อีกต่างหาก”
       “เช่นนี้แล้วอาท่านจะให้ข้าพเจ้าทำประการใด”
       “เราก็หนักใจอยู่ หากมิบอกถ้าการศึกนี้มีการพลิกผันเราก็คงถูกพระอุปราชฟันคอรับโทษ แต่ถ้าบอกแล้วพระอุปราชยกทัพมาก็จะเป็นการกระด้างกระเดือง ถึงขั้นขบถทีเดียว” จาเลงกาโบยิ่งหนักใจ “ท่านนั้นแหละจะต้องตัดสินใจเอง เนื่องด้วยสนิทชิดใกล้พระอุปราชกว่าผู้ใด”
       
       สอยันปายเดินจากไป จาเลงกาโบได้แต่ยืนกลุ้มใจ

ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 29
        จะเด็ดนั่งอ่านสาส์นที่จาเลงกาโบส่งมาโกรธมาก มีทกะยอดินและทหารหงสาส่งข่าวเฝ้าอยู่ใกล้ๆ
       
       “คงเป็นพวกหนังขาวค้าปืนยุแยงให้พระองค์ทำสงคราม เพื่อหวังขายปืนไฟของพวกมันเป็นแน่ พระองค์ถึงประกาศศึกทั้งสองทิศเช่นนี้ ข้าพเจ้าจะยกทัพไปขวางจับไอ้พวกนี้สังหารเสียให้หมด”
       “ใจเย็นไว้ก่อนเถิดหลานท่าน หากทำเช่นนั้นแผ่นดินคงลุกเป็นไฟเพราะคนกันเอง หลานท่านก็รู้แก่ใจอยู่แล้วว่าพระองค์ต้องการเอาชนะหลาน อยากจะบัญชาการศึกเองบ้าง ก็ควรปล่อยพระองค์”
       “ศึกยะข่ายนี้ข้าพเจ้ามิวิตกกังวลเพราะคงเอาชนะได้มิยากแต่ศึกโยเดียนี่ซิ หากพระองค์มิยอมให้ข้าพเจ้าถวายการรบด้วยจะทำอย่างไร”
       “ศึกโยเดียยังอีกไกลยังพอมีเวลาคิด อาว่าน่าจะเป็นการดีที่พระองค์จะได้บัญชาการรบด้วยพระองค์เองบ้าง หากชนะศึกยะข่ายก็จะทำให้พระองค์ภาคภูมิใจมิต้องน้อยเนื้อต่ำพระทัยอยู่ในร่มเงาผู้อื่นอีกต่อไป ถึงเพลานั้น หลานจะขอเข้าไปถวายงานสนองพระเดชพระคุณบ้าง พระองค์ก็คงคลายพระทัยแล้ว อาขอเถิดอย่าหักหาญรานพระทัยเสียแต่เพลานี้เลย จะมิมีวันสิ้นสุด”
       จะเด็ดเริ่มใจเย็นลง
       “ข้าพเจ้ามิเห็นข้างที่พระเจ้าอยู่หัว จะชุบเลี้ยงพวกตัวขาวให้ถึงขนาดฝรั่งพวกนี้เห็นพระมหากษัตริย์องค์ใดบุญส่ง ก็ยุยงให้ทำศึกเพราะเห็นแก่เบี้ยหวัดเงินปี หากพระมหากษัตริย์องค์ใดบุญด้อยลงก็พากันเอาใจออกห่าง มุ่งไปสู่ท้าวพระยาอื่นที่กำนัลเบี้ยหวัดให้มากกว่า คนฉิบหายเผ่านี้ข้าพเจ้าชังในหัวใจ”
       
       เส้นทางเดินทัพไปยะข่าย กองทัพหงสาวดีเคลื่อนมาตามเชิงเขาโดยมีทหารโปรตุเกสนำกองปืนใหญ่นำหน้า ตามด้วยขบวนม้า สมิงสอตุด เยมส์ สอเรส ขี่ม้าคุมกองปืนใหญ่อย่างโอหัง ปืนใหญ่จำนวนมากที่ทหารช่วยกันลาก
       ปีเตอร์ควบม้าผ่านจาเลงกาโบไป จาเลงกาโบมองตามอย่างไม่พอใจ
       มังตราประทับเสวยน้ำจัณท์อยู่ในรถม้า ท่าทางมึนเมา ขบวนทัพเคลื่อนไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน
       
       ค่ายกองทัพหงสาวดีตั้งตระการอย่างยิ่งใหญ่ กองทัพปืนใหญ่เรียงรายพร้อมทหารเฝ้าอย่างเข็มงวด สมิงสอตุดและทหารจำนวนหนึ่งขี่ม้าออกจากค่าย
       สมิงสอตุดขี่ม้าคุมตัวสันเทโวตรงมาที่จาเลงกาโบยืนคอยอยู่ สมิงสอตุดรีบลงจากหลังม้ามาหาจาเลงกาโบ
       “ข้านำตัวสันเทโวเจ้าเมืองทรางทวยมาถวายพระเจ้าอยู่หัว”
       “พระเจ้าอยู่หัวทรงรออยู่”
       มังตรา เยมส์ สอเรสกำลังร่ำสุรากันอย่างมีความสุข โดยมีปีเตอร์กับมหาดเล็กคอยรับใช้ สมิงสอตุดเดินไปนั่งยังที่จัดเตรียมไว้ จาเลงกาโบนำตัวสันเทโวมาคุกเข่าที่กลางกระโจมต่อหน้าทุกคน สันเทโวสั่นกลัวไม่น้อย มังตรามองสันเทโวอย่างหยิ่งผยอง
       “สันเทโวพระอนุชาพระเจ้ายะไข่ เป็นเจ้าเมืองทรางทวยที่ข้าพเจ้าเคยกราบทูลพระองค์ไว้”
       สันเทโวยิ่งกลัวกราบแล้วกราบอีก
       “ทรางทวย เมืองหน้าด่านของยะข่าย ขอยอมอ่อนน้อมสวามิภักดิ์ต่อกองทัพหงสาวดี โปรดไว้ชีวิตข้าพเจ้าเถิด ข้าพเจ้ายินดีเปิดประตูเมืองให้กองทัพในพระองค์เสด็จผ่านเมืองไปแต่โดยดี จะมิขอต่อสู้ขัดขืนโดยเด็ดขาด”
       “อะไร นิดหนึ่งก็มิสู้หรือ จะมิรบกับเราเลยหรือ ทำไมยอมง่ายอย่างนี้”
       “ก็ข้าพเจ้ากราบทูลแล้วว่าสันเทโวนี้ขี้ขลาดตาขาว ผิดกับพระเจ้าเมงบาพี่ชายที่ห้าวหาญดีเดือด”
       มังตราผิดหวังที่ไม่ได้ทำการรบ สมิงสอตุดมองสันเทโวอย่างมีเลศนัย คิดวางแผนในกาลข้างหน้า
       “ท่านแน่ใจนะว่าจะมิคิดกลับไปร่วมมือกับพระเจ้าเมงบาพี่ชาย มาทำแผนซ้อนกลลอบกัดพวกเรา”
       “ข้าพเจ้ายินดีร่วมทัพไปกับท่าน จะเป็นผู้นำทางให้กองทัพท่านเดินทางโดยสะดวก ข้าพเจ้ารู้การในยะข่ายดีคงเป็นประโยชน์แก่ท่านได้มิมากก็น้อย เพียงแต่หากชนะศึกโปรดพระราชทานยศให้ข้าพเจ้าได้ตามไปสนองงานถึงหงสาวดีด้วยเถิด”
       สมิงสอตุดยิ้มอย่างพอใจ
       “ข้าพเจ้าจะขอเป็นผู้คุมตัวสันเทโวผู้นี้ไว้เองพระองค์ท่าน”
       “งั้นพรุ่งนี้สั่งทหารให้เดินทัพผ่านทรางทวยขึ้นตียะข่ายเลย เราจะเอาปืนใหญ่ยิงถล่มกำแพงหินของพวกยะข่าย ดูซิว่ากำแพงหินนับร้อยปีจะทนแรงระเบิดของลูกปืนใหญ่ได้ไม๊ ฮะๆๆ”
       
       หน้ากำแพงหินกรุงยะข่าย ปืนใหญ่ทุกกระบอกระดมยิง หน้าผาหินกำแพงเมืองยะข่ายถูกกระสุนปืนใหญ่ยิงถล่มระเบิดกระจัดกระจาย
       ในกระโจมมังตรา มังตรานั่งเสวยน้ำจันท์อย่างมีความสุข เยมส์ ปีเตอร์ จาเลงกาโบ ถวายงานอยู่ใกล้ๆ
       “อีกไม่นาน กำแพงหินมันคงถล่มด้วยแรงระเบิดปืนใหญ่อย่างแน่นอนพระองค์ท่าน”
       “ดี ดีมาก สั่งทหารยิงเข้าไป ลูกกระสุนปืนใหญ่เรามีเยอะ แต่นี้ไปการศึกแบบนำทหารเข้าประชิดปีนกำแพงเมืองจะถึงกาลสิ้นยุทธวิธีแล้ว”
       สีหน้าจาเลงกาโบไม่มีความสุข ตลอดเวลาจะได้ยินเสียงปืนใหญ่ยิงเป็นระยะๆ
       
       สมิงสอตุดเดินคุยกับสันเทโวในค่ายทหารที่พลุกพล่าน ได้ยินเสียงปืนใหญ่เป็นระยะๆ
       “เป็นวาสนาข้าพเจ้าแท้ที่ได้มารับใช้ท่านแม่ทัพสมิงสอตุด หาไม่ข้าพเจ้าคงถูกพระเจ้ามังตราสำเร็จโทษ จับใส่ตระกร้อถ่วงน้ำเป็นแน่”
       “เอาเถิด หากท่านสันเทโวซื่อสัตย์ภักดีกับเรา เราจะชุบเลี้ยงท่านให้เจริญรุ่งเรืองให้ลาภยศอย่างเต็มกำลัง และท่านอาจจะได้เมืองทรางทวยกลับคืนมานั่งเหมือนเดิมก็ได้”
       สันเทโวดีใจจนน้ำตาคลอ
       “หากเป็นอย่างท่านเจรจา ข้าพเจ้ายินดีสนองคุณท่านไปจนชั่วชีวิตทีเดียว”
       
       สันเทโวมองสมิงสอตุดอย่างรู้สึกซาบซึ้ง สมิงสอตุดมองสันเทโวยิ้มอย่างดีใจ แต่แววตาตานั้นมีเล่ห์เหลี่ยมมาก
        
       อ่านต่อตอนที่ 30

หน้าที่แล้ว
1 | 2
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 33 จบบริบูรณ์
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 32
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 31
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 30
ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 29
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 2 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014