หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 6

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
15 มกราคม 2557 16:31 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 6
        เวียงร้อยดาว ตอนที่ 6 (ต่อ)
       
       ร้อยดาวนั่งจดบันทึกลงในไดอารี่ของพ่อ
       
       “ใครบางคนกำลังมุ่งร้ายหมายเอาชีวิตหนู จะด้วยจุดประสงค์อะไร ยังไม่ทราบแน่ชัด หากคุณแม่เวียงแก้วไม่ช่วยไว้ หนูคงจมน้ำที่บึงบัวตายไปแล้ว...ไม่มีใครในบ้านบดินทร์ธรน่าไว้วางใจเลยแม้แต่คนเดียว..”
       ดาราเรศเดินเข้ามาด้วยสายตาเปล่งประกายความอยากรู้
       “ทำอะไร ?”
       ร้อยดาวรีบปิดสมุดไดอารี่แล้วสอดใส่กระเป๋าหนังสีน้ำตาลทันที ดาราเรศยืนกอดอกจ้องร้อยดาวอย่างจับผิด
       ร้อยดาว ตอบสั้นๆ “เขียนไดอารี่...”
       “ระบายความอัดอั้นตันใจที่เธอเหมือนฝุ่นผงที่ลอยไปลอยมาในอากาศ ไม่มีใครเห็นเธออยู่ในสายตา แม้กระทั่ง...คุณปู่น่ะหรือ?”
       “คุณดาราเรศให้เกียรติมาถึงที่นี่ คงไม่ได้มาถามฉันเรื่องแค่นี้มีธุระอะไรกับฉันก็ว่ามา ไม่ต้องอ้อมค้อม”
       “คุณปู่ออกปากจะยกสมบัติพัสถาน รวมทั้งบ้านบดินทร์ธรหลังนี้ให้แม่ดาหลา แล้วเธอล่ะ เธอได้อะไรจากคุณปู่ อย่างน้อยบ้านหลังนี้ก็น่าจะเป็นของเธอ”
       “เปิดพินัยกรรมคุณพ่อดิลกแล้ว ฉันก็จะบินกลับไปอยู่ที่อังกฤษคุณปู่จะยกบ้านหลังนี้ให้ใคร จึงไม่มีความหมายสำหรับฉัน”
       “อย่างน้อยเราก็เป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน ดาหลาเป็นแค่ขี้ข้าที่ขยับฐานะเป็นลูกบุญธรรม มีสิทธิ์อะไรจะได้สมบัติที่ควรจะเป็นของทายาทอย่างเธอ ฉันเตือน เพราะเป็นห่วงเธอนะ ร้อยดาว”
       “อย่าห่วงฉันเลยค่ะ เป็นห่วงคนที่อยู่ทางนี้จะดีกว่า ว่าแต่คุณเถอะ ถ้าคุณปู่ยกบ้านหลังนี้ให้ดาหลาแล้ว คุณจะยังอยู่ที่นี่หรือเปล่า ?”
       ดาราเรศข่ม “ฉันก็ย้ายไปอยู่ที่เวฬุมาศกับคุณชายสิบทิศน่ะสิ ไม่รู้เหรอ ว่าคุณชายสิบทิศ “รักฉัน” มากแค่ไหน อีกไม่นานบดินทร์ธรกับเวฬุมาศก็จะเป็นทองแผ่นเดียวกัน”
       ดาราเรศหมายจะยั่วร้อยดาวแต่ร้อยดาวกลับยิ้มอย่างจริงใจ
       “ดีจริง ! อีกหน่อยฉันก็คงต้องเรียกคุณว่า...” ร้อยดาวคิด “หม่อม” เวฬุมาศใหญ่โตโออ่ากว่าบดินทร์ธรตั้งหลายเท่า คุณท่านตัดสินใจถูกแล้วที่ยกบ้านหลังนี้ให้ดาหลา เพราะดูเหมาะสมมากกว่าคุณ”
       ดาราเรศเป็นฝ่ายยั๊วะเสียเองเมื่อเจอร้อยดาวย้อนศรจี้ใจดำ
       
       สิบทิศกำลังง่วนกับการค้นหาตำราทางพฤกษศาตร์ภาษาอังกฤษอยู่ เขาไล่สารบัญแล้วเปิดไปยังหน้าที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับยี่โถ ในหนังสือเป็นรูปดอกยี่โถ และโครงสร้างโมเลกุลของคาร์ดิแอกไกลโคไซด์
       สิบทิศอ่าน “ยี่โถมีส่วนประกอบของ “คาร์ดิแอกไกลโคไซด์”ออกฤทธิ์ต่อการเพิ่มแรงบีบของหัวใจ อาจส่งผลต่อการเต้นที่ผิดปกติของหัวใจหรือหยุดเต้นจนเสียชีวิตได้...”
       เขานึกถึงตอนที่ดำรงชวนให้สิบทิศกินน้ำชา สิบทิศรับถ้วยน้ำชา ยกขึ้นมาดม รู้สึกแปลกๆ
       “ชาดอกยี่โถ ลองชิมดูสิ” ดำรงบอก
       สิบทิศรู้สาเหตุอาการป่วยของดำรงแล้วก็ถึงบางอ้อ
       “มิน่าล่ะ อาการท่านถึงยังไม่ดีขึ้นสักที เพราะสารที่อยู่ในชายี่โถ ชีพจรถึงได้เต้นไม่เป็นจังหวะ... ทำให้ทรุดลงอย่างรวดเร็ว ของอันตรายแบบนี้ ใครให้กินเข้าไปได้ยังไง”
       ช้อยเดินเข้ามาหา
       “คุณชายอยู่นี่เอง ช้อยตามหาแทบแย่”
       สิบทิศละสายตาจาหนังสือแล้วหันมามองช้อย
       “มีอะไร ? น่านฟ้าก่อเรื่องอีกแล้วหรือ ?”
       “เปล่าหรอกเจ้าค่ะ.... ท่านหญิงรัตนากรมีรับสั่งให้คุณชายเฝ้าเจ้าค่ะ”
       สิบทิศสงสัยว่ารัตนากรมีเรื่องอะไร
       
       กรอบรูปครอบครัววิรุฬ เป็นรูปอาภาขณะอุ้มสิบทิศตอนแบเบาะ รัตนากรที่หยิบกรอบรูปนั้นขึ้นมาดู
       “เมื่อไหร่ชายจะมีหลานตัวเล็กๆให้ป้าอุ้มเสียที”
       รัตนากรรำพึงเพราะรู้ดีว่าตัวเองเป็นมะเร็งลำไส้คงอยู่ต่อไปได้ไม่นาน
       “ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน ป้าอยากเห็นชายแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา ใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุขกับคนที่ชายรัก ก่อนป้าจะตายจาก”
       “แต่หลานยังไม่พร้อม” สิบทิศว่า
       “ยังไม่พร้อมหรือไม่คิดจะเปิดใจให้ใครกันแน่... คนเราเกิดมาคนเดียว ก็ตายคนเดียว แต่การได้ร่วมหอลงโรงกับใครสักคน สร้างครอบครัวที่อบอุ่นคือความสุขของชีวิต”
       “ท่านพ่อก็แต่งงานอยู่กินใช้ชีวิตคู่กับท่านแม่ ตั้งแต่หลานจำความได้ ยังไม่เคยเห็นท่านพ่อมีความสุขเลยสักครั้ง”
       “ชีวิตคู่ คือการอยู่ด้วยความเข้าใจของคนสองคน ไม่ใช่ความจำทนต้องอยู่ด้วยกัน วิรุฬไม่เคยได้รู้จักชีวิตคู่อย่างจริงใจ สุดท้ายจึงไม่มีความสุขอะไรให้ต้องจดจำ”
       “ทุกวันนี้หลานยังไม่เจอคนที่ถูกใจ หรือต่อให้เจอ ก็ไม่รู้ ว่าคนคนนั้นคือคนที่ใช่หรือเปล่า”
       รัตนากรหัวเราะเบาๆ “ไม่เห็นจะยาก... คนที่ยามไม่เห็นหน้าก็คิดถึง ยามเห็นเขาอยู่กับคนอื่นก็เจ็บจี๊ดที่ใจ นั่นแหละ... คนที่ใช่สำหรับเราชายเจอคนๆนั้นบ้างแล้วหรือยัง ? ถ้ายัง... ป้าจะช่วยหาให้”
       สิบทิศมีภาพร้อยดาวผุดวาบขึ้นมาในหัวทันที
       
       น่านฟ้าหน้าตาตื่นเมื่อรู้เรื่องจากร้อยดาว
       “อะไรนะคะ !!! พี่ร้อยดาวถูกลอบทำร้าย”
       ร้อยดาวรีบจุ๊ปากเพราะกลัวใครจะมาได้ยินเข้า
       “ชู่วส์... เบาๆสิคะ คุณหญิง ! เดี๋ยวใครได้ยินเข้าจะเป็นเรื่อง”
       “แล้วพี่ร้อยดาวคิดว่าใครเข้าข่ายผู้ต้องสงสัยบ้างคะ ?”
       “คนร้ายอาจจะใครสักคนที่พัวพันกับคดีการตายของคุณแม่เวียงแก้วก็เป็นได้”
       น่านฟ้าดีดนิ้ว “เข้าเค้า ! พอรู้ว่าพี่ร้อยดาวกำลังสืบหาเบาะแสสาเหตุการตายที่แท้จริง ก็เลยลอบทำร้าย เพื่อปิดปาก”
       น่านฟ้าเดินไปเดินมาพลางคิดจับต้นชนปลายเหมือนนักสืบ
       “ฟังจากที่เล่ามา... พี่ร้อยดาวถูกตีด้วยของแข็งจนหมดสติ ขณะกำลังจะไปที่เวียงร้อยดาว... หรือว่าคนร้ายต้องการขัดขวาง ไม่อยากให้พี่ไปที่นั่น เพราะมีเงื่อนงำหรือร่องรอยอะไรบางอย่าง”
       “เรากลับไปหาหลักฐานที่เวียงร้อยดาวกันอีกนะคะ”
       น่านฟ้ารู้สึกหนาวๆร้อนๆ
       “จะดีเหรอ... หญิงว่าที่นั่นมันดูวังเวงพิลึก แถมยังมีผีอีกต่างหาก”
       “ถ้าคุณหญิงไม่ไป ก็คอยอยู่ที่นี่ ดิฉันจะไปเอง”
       มารุตเข้ามาได้ยินเข้าพอดีก็รีบเข้ามาร่วมวงด้วย
       “จะไปไหนกัน ท่าทางน่าสนุก ขอไอไปด้วยคนได้ไหม ?”
       พอเห็นหน้ามารุตน่านฟ้าก็ถึงกับเบ้ปาก
       “เห็นหน้านายทีไร ฉันสังหรณ์ใจ ว่าจะต้องเกิดเรื่องทุกที”
       มารุตทำหน้าทะเล้นใส่น่านฟ้าเพราะยิ่งรู้ว่าเธอไม่ชอบหน้าก็ยิ่งแกล้ง
       “เหรอ.... ? ยูต่างหากล่ะ ที่เป็นตัวดึงดูดพลังความโชคร้าย เจอคราวก่อนก็เล่นซะไอเดินเสียศูนย์ไปหลายวัน”
       “เอาอีกทีมั้ยล่ะ !”
       
       น่านฟ้าเงื้อทำท่าจะเตะซ้ำอีกดอก มารุตรีบเอามือกุมเป้าตัวเอง ร้อยดาวได้แต่ส่ายหน้า ปวดหัวกับคู่นี้จริงๆ

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 6
        ปั้นมารายงานสามสะใภ้เรื่องที่ตนถูกผีเวียงแก้วหลอกเมื่อคืน
       
       “เคราะห์ยังดี ! ถ้าไม่ได้เบี้ยแก้ของพ่อปู่ช่วยไว้ เมื่อคืนนี้ ผมคงถูกผีคุณเวียงแก้วหักคอตายไปแล้ว”
       “มันกำลังเล่นเกมล่าพวกเราชัดๆ ไอ้หม่อง ไอ้ดำ ไอ้บึกสังเวยชีวิตผีนังเวียงแก้วไปแล้วสามศพ แล้วใครล่ะจะเป็นเหยื่อรายต่อไป” จงจิตบอก
       “เราจะเป็นฝ่ายตั้งรับ รอให้ผีอีเวียงแก้วมันมาคิดบัญชีอยู่ท่าเดียวอย่างนี้ไม่ได้นะคะ คุณพี่” สร้อยฟ้าว่า
       “ผีเวียงแก้วทำอะไรฉันกับนายปั้นไม่ได้ เพราะเครื่องรางที่พ่อปู่ให้ไว้คุ้มครอง แสดงว่าอาคมของพ่อปู่ยังขลังอยู่” เต็มเดือนบอก
       “กุญแจล่ามเวียงร้อยดาวเอาไว้ถูกทำลายจนพัง ต้องมีใครเข้าไปทำอะไรผ้ายันต์สะกดวิญญาณแน่ๆ ผีนังเวียงแก้วถึงออกมาอาละวาด”
       “อย่าให้รู้เชียวนะว่าเป็นฝีมือใคร จับได้ แม่จะตบให้ฟันร่วงเชียว”
       เต็มเดือนพูดกับปั้น “ส่งคนไปตามพ่อปู่มาพบฉัน ! ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหาสุดหล้าฟ้าเขียว ก็ต้องตามพ่อปู่มาพบฉันที่นี่ให้ได้... ไปได้แล้ว”
       ปั้นรับคำสั่งแล้วรีบเดินออกไป เต็มเดือนยังคงยิ้มอย่างมั่นใจว่าจะจัดการเวียงแก้วได้แตกต่างจากสร้อยฟ้า และจงจิต
       
       ร้อยดาวเดินนำหน้ามารุตกับน่านฟ้ามาเปิดประตูดังแอ๊ด ทั้งสองเดินเข้ามาภายในเวียงร้อยดาวที่มีบรรยากาศน่าขนหัวลุก ร้อยดาวเดินนำหน้าอย่างคุ้นเคย ทิ้งให้น่านฟ้าอยู่กับมารุตแค่สองคน
       “นี่น่ะเหรอ เวียงร้อยดาว ! ดัดแปลงอีกสักหน่อย ไอว่าเปิดเป็นบ้านผีสิง เก็บค่าตั๋วได้สบาย” มารุตว่า
       “ปากดี... อยากเป็นผีรอบปฐมฤกษ์หรือไง”
       เสียงตุ๊กแกตัวเขื่องเกาะอยู่ที่ข้างฝาร้องตั๊บแก..
       น่านฟ้าปากคอสั่น “สะ...เสียง...นั่น...”
       มารุตพูดข่ม แต่ตัวเองก็กลัว “ก็แค่ตุ๊กแก กลัวเป็นเด็กๆไปได้”
       น่านฟ้าค้อนควับใส่มารุตเพราะไม่พอใจที่ถูกหาว่าเป็นเด็ก ทันใดนั้น ตุ๊กแกตกลงมาเกาะที่บ่าของมารุตแล้วเกาะแน่น
       “เฮ้ยย !!!!! ไป ! ไป ! ชิ้ว”
       มารุตร้องดังลั่นพร้อมกับสะบัดตุ๊กแกออกจากบ่าชนิดกลัวยิ่งกว่าน่านฟ้าเสียอีก ตุ๊กแกตกพื้น คลานหนีไป มารุตหลบอยู่หลังน่านฟ้าแบบยังขยะแขยงไม่หาย
       “ไหนว่าไม่กลัวไง นายมาร์คปากมาก ! ร้องดังกว่าฉันอีก”
       มารุตยิ้มแหยหัวเราะแหะๆ
       “นึกว่าจะแน่ ที่แท้ปอดแหกยิ่งกว่าฉันซะอีก”
       น่านฟ้าเบ้ปากแล้วเดินจากไป
       
       ร้อยดาวสังเกตเห็นพรมที่ปูพื้นไม้บริเวณใต้บันไดไม่เรียบเสมอกัน น่านฟ้ากับมารุตเดินตามมา
       “มีอะไรเหรอคะ พี่ร้อยดาว ?” น่านฟ้าถาม
       “ดูพรมตรงพื้นใต้บันไดนี่สิ ทำไมถึงได้ไม่เรียบเสมอกับที่อื่น” ร้อยดาวบอก
       ร้อยดาวแย้มพรมออกเล็กน้อยก็เห็นแม่กุญแจล็อคบานพับสายยูอยู่ใต้พรม
       “ก็แค่แม่กุญแจสนิมเขรอะ นึกว่าเจอเบาะแสอะไรเสียอีก” มารุตว่า
       ร้อยดาวเลิกพรมผืนนั้นขึ้นเผยให้เห็นว่ามีประตูลับซ่อนอยู่
       “ประตูลับลงไปห้องใต้ดิน !” น่านฟ้าตกใจ
       ร้อยดาวเอาแท่งเหล็กแป๊บแทนชะแลงงัดแม่กุญแจแต่ก็ไม่ออก
       “ยืนทื่อเป็นหุ่นไล่กาอยู่ได้ เป็นผู้ชายซะเปล่า มาช่วยพี่ร้อยดาวสิ”
       มารุตออกแรงเอาเหล็กงัดบานพับแม่กุญแจออกทั้งแผงจนเหงื่อตก
       มารุตปาดเหงื่อ “ฟู่ว.... กว่าจะออก”
       ร้อยดาวค่อยๆเปิดประตูลับขึ้นมาทำให้เห็นบันไดผุพังทอดยาวลงไปเบื้องล่าง
       มารุตตาค้าง “โอ้ มายกอต !!! ไอกำลังฝันไปใช่มั้ย”
       “ต้องมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ในนี้แน่ๆ”
       ร้อยดาวทำท่าจะลงบันได แต่มารุตจับแขนห้ามเอาไว้
       “เดี๋ยว !!! บันไดนี่ถูกปลวกกินจวนจะพังแหล่ไม่พังแหล่ ดูจากสภาพแล้ว ไอว่าไม่น่ารอด”
       “นั่นสิคะ พี่ร้อยดาวอย่าลงไปเลยนะคะ น่ากลัวออก” น่านฟ้าว่า
       “อย่าห้ามดิฉันเลยนะคะ กุญแจดอกสำคัญที่จะไขปริศนาการตายของคุณแม่เวียงแก้ว อาจจะซ่อนอยู่ในห้องใต้ดินนี่ก็ได้”
       “งั้นให้ gentleman อย่างไอเสี่ยงตายลงไปดูลาดเลาก่อน แล้วยูค่อยตามลงไป O.K. ?”
       “จะลงไปได้ยังไง ยูตัวใหญ่กว่าไอตั้งเยอะ อยู่เป็นเพื่อนคุณหญิงบนนี้แหละ ดีแล้ว”
       มารุตเป็นห่วงร้อยดาวแต่ก็จนด้วยเหตุผล
       “ระวังตัวด้วยนะ...”
       ร้อยดาวแตะมือมารุตทำนองบอกว่าไม่เป็นไร แล้วเธอก็ค่อยๆลงบันไดไม้สูงชันด้วยความระมัดระวัง มารุตกับน่านฟ้ามองตามด้วยความเป็นห่วง ร้อยดาวค่อยๆเหยียบย่างลงบันขั้นบันไดผุๆ ดังแอ๊ดอ๊าด
       “กลับขึ้นมาเถอะค่ะ”
       ร้อยดาวลงบันไดไปได้ครึ่งทางก็หันกลับมายิ้มระรื่น
       “Don’t Worry !!! อย่าห่วงเลยค่ะ”
       ทันใดนั้น บันไดก็หักผลั๊วะ ร้อยดาวร่วงลงไปทันที
       “อ๊ายย !!”
       มารุตกับน่านฟ้าร้องออกมาพร้อมกัน “ด้า / พี่ร้อยดาว”
       มารุตกับน่านฟ้าใจหายวูบ
       
       ร้อยดาวตกลงมาก้นกระแทกพื้นเต็มเปา
       “Shit ! อูย”
       มารุตตะโกนลงมาจากข้างบน
       “เฮ้ ! You all right ?”
       “พี่ร้อยดาวเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ?” น่านฟ้าถาม
       ร้อยดาวลุกขึ้นเอามือปัดฝุ่นปัดหยากไย่ ที่เกาะตามเนื้อตัว
       “ก้นกบระบมแค่นี้ สบายมาก”
       มารุตตะโกนลงมาจากข้างบน
       “รอเดี๋ยว ไอจะรีบหาทางช่วยยูขึ้นมานะ”
       มารุตหันมาว่าน่านฟ้าที่ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก
       “ยืนทื่อเป็นหุ่นไล่กาอยู่ได้ ไปสิ”
       “ไปไหน ?” น่านฟ้าถาม
       “เอ้า ! ก็แยกย้ายกันไปหาอะไรมาช่วยเพื่อนไอน่ะสิ รู้จักทำตัวให้เป็นประโยชน์ซะบ้าง”
       
       น่านฟ้าหมั่นไส้มารุตเต็มแก่แต่ก็เดินตามมารุตไป

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 6
        มาร์คเอาเชือกที่ใช้ผูกเรือขมวดเป็นปมสำหรับให้ไต่ลงไป น่านฟ้าเข้ามาถามด้วยความสงสัย
       
       “ทำอะไรของนาย ?”
       “ผูกเงื่อน ทำบันไดเชือก ! ไม่เคยเรียนลูกเสือหรือไง หัดกินปลาบ้างนะ เผื่อจะได้ฉลาดขึ้น”
       “ทำไมไม่ใช้นั่น ?”
       น่านฟ้าชี้ไปยังบันไดไม้ไผ่ที่วางพิงอยู่ใกล้ๆ มารุตหน้าแตกละเอียด
       
       ร้อยดาวมองไปรอบๆห้องใต้ดินที่เปียกชื้นและอับทึบซึ่งมีกลิ่นเหม็นสาบสางโชยมา หนูวิ่งกันขวั่กไขว่ไม่ต่างจากเหตุการณ์ที่ร้อยดาวพบตอนอยู่ห้องใต้หลังคา เสียงลากโซ่ดังแกรกกรากดังอยู่ในเงามืด ร้อยดาวค่อยๆเดินเข้าไปต้นเสียงช้าๆ ด้วยความอยากรู้ เสียงโซ่ดังใกล้ขึ้นมาเรื่อยๆ
       เงาตะคุ่มๆของปกรณ์กำลังหันหลังกินอะไรบางอย่างอยู่อย่างตะกละตะกราม
       ร้อยดาว ถาม “นั่นใครน่ะ ?”
       ปกรณ์หันมาในสภาพผมเผ้ากระเซอะกระเซิงโดยเขากำลังกินหนูอยู่ เลือดแดงฉานเปรอะที่ปาก แลดูน่ากลัว ร้อยดาวตกใจจนผงะ ปกรณ์เหวี่ยงซากหนูลงกับพื้นแล้วเดินลากโซ่ที่ล่ามเท้าดังแกรกกรากเข้ามาหาร้อยดาว
       ปกรณ์ร้อง “ช่วยด้วย !”
       ร้อยดาวสะดุดของที่อยู่ในห้องใต้ดินจนล้มลง เธอคลานถอยหลังด้วยความลนลานและหวาดกลัว ปกรณ์เดินใกล้เข้ามาแล้วตะครุบที่บ่าของร้อยดาว
       “ได้โปรดเถอะ... ช่วยฉันที ทรมานเหลือเกิน”
       ร้อยดาวกลัวจนปากสั่น “คะ...คุณ...เป็นใคร ?”
       ร้อยดาวเห็นปกรณ์ในสภาพกระเซอะกระเซิงสลับกับปกรณ์ในสภาพปกติแล้วก็พร่าเบลอมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งไม่เห็นหน้า เธอได้ยินแต่เสียงปกรณ์ดังก้องสะท้อนไปมาในหัว
       “ช่วยด้วย ! ช่วยพาฉันออกไปจากขุมนรกนี่ที !”
       ร้อยดาวรู้สึกปวดศีรษะจนแทบจะระเบิดแล้วดวงตาของเธอก็มืดสนิท ร้อยดาวสิ้นสติสัมปชัญญะ
       
       ร้อยดาวค่อยๆลืมตาขึ้นมาเห็นนมแสง มารุต และน่านฟ้า
       “คุณหนูของนมรู้สึกตัวแล้ว”
       ร้อยดาวค่อยๆยันกายลุกขึ้นมากวาดตามองไปรอบๆ เพื่อพยายามแยกว่าความจริงหรือความฝัน
       “พอไอปีนบันไดลงไปช่วย ก็เห็นยูเป็นลมหมดสติ เลยพากลับมาที่นี่” มารุตเล่า
       “หญิงได้ยินเสียงพี่ร้อยดาวร้องเหมือนตกใจอะไรบางอย่าง” น่านฟ้าบอก
       ร้อยดาว ฉันเห็น...ใครก็ไม่รู้ ถูกล่ามโซ่ขังไว้ในห้องใต้ดิน…
       ร้อยดาวนึกถึงตอนที่เธอเห็นปกรณ์ในภาพกระเซอะกระเซิงตัดสลับกับปกรณ์ในสภาพปกติ
       ร้อยดาว เปรยออกมา “หน้าคล้ายๆ... คุณพ่อปกรณ์”
       “เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ คุณปกรณ์ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปตั้งยี่สิบกว่าปีแล้ว หลังจากที่คุณดิลกกับคุณจันทร์ฉายพาคุณหนูไปอยู่ที่อังกฤษได้ไม่นาน” นมแสงบอก
       “ยืนยันได้ ! นอกจากยู ไอไม่เห็นใครอยู่ในห้องใต้ดินนั่นสักคน” มารุตบอก
       น่านฟ้าพยักหน้าหงึกหงักเพื่อเป็นพยานด้วยอีกคน
       “แล้วเสียงร้องที่ฉันได้ยิน กับภาพผู้ชายคนนั้นล่ะ ?” ร้อยดาวถาม
       มารุตกับน่านฟ้าส่ายหน้าไม่รู้เรื่อง ร้อยดาวรู้สึกสับสนไปหมด
       
       มารุตมาส่งน่านฟ้าที่เวฬุมาศ
       “หรือว่า สิ่งที่พี่ร้อยดาวเห็นจะไม่ใช่คน ? แต่เป็นภาพลวงตา อาถรรพ์ลี้ลับของเวียงร้อยดาว” น่านฟ้าบอก
       “ประสาท ! อ่านนิยายสยองขวัญมากเกินไปหรือเปล่า” มารุตว่า
       “จะบอกอะไรให้นะ ฉันเองก็เคยถูกผีหลอกที่นั่นเหมือนกัน แต่ที่ฉันเห็น เป็นผีผู้หญิงชุดขาว ผมยาวสยาย นึกถึงทีไร ขนลุกทุกที”
       “ผีเผอโลกนี้มีที่ไหน”
       “แล้วไอ้ที่พี่ร้อยดาวเห็นล่ะ เรียกว่าอะไร”
       “อาจเป็นผลข้างเคียงจากการผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาก็ได้”
       “พี่ร้อยดาวเคยผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาด้วยเหรอ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนหรือว่า... หมอเอาดวงตาของคนตายมาเปลี่ยนให้ พี่ร้อยดาวก็เลยมองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น”
       “ก็เพราะมัวแต่คิดแบบนี้ ถึงได้เป็นพวกล้าหลัง ไดโนเสาร์เต่าล้านปี”
       “นายว่าใคร ห๊า”
       มารุตทำหน้าทะเล้น ยักไหล่ แต่ไม่ตอบ น่านฟ้าขัดใจ หมั่นไส้จึงผลักอกมารุตแล้วเดินเข้าตึกไป มารุตอดขำไม่ได้ เขารู้สึกสนุกที่ได้กวนประสาทน่านฟ้า
       
       น่านฟ้าค่อยๆย่องเข้ามาข้างในเพราะกลัวใครจะมาเห็นเข้า สิบทิศหน้าถมึงทึงรออยู่ก่อนแล้ว
       สิบทิศเสียงดัง “ไปไหนมา !”
       น่านฟ้าสะดุ้ง “ไป...ไปเดินเล่นมาค่ะ”
       “ที่ไหน !”
       “ก็แถวๆนี้...”
       “ไปบดินทร์ธรมาใช่มั้ย ?”
       น่านฟ้าอึกๆอักๆ และหน้าถอดสี
       “พี่ถาม ทำไมไม่ตอบ !” สิบทิศเรียก “ช้อย !!”
       ช้อยเดินเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าสัมภาระสำหรับเดินทางของน่านฟ้า
       “พี่ให้ช้อยจัดกระเป๋าเดินทางไว้ให้แล้ว พรุ่งนี้ พี่จะพาหญิงไปส่งที่ตำหนักท่านยายที่กรุงเทพแต่เช้า”
       น่านฟ้าตกใจ “พี่ชาย !!! พี่ชายจะทำอะไร ทำไมไม่ถามหญิงสักคำ ว่าหญิงอยากไปอยู่ที่นั่นมั้ย”
       “ไม่จำเป็น ! พี่ตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับหญิงแล้ว”
       “หญิงควรมีสิทธิ์ตัดสินใจเลือกทางเดินของตัวเองบ้าง”
       “เรายังเด็กเกินกว่าที่จะรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจลงไป ผิดหรือถูก”
       “ไม่ว่าสิ่งที่ตามมาจะดีกว่าเดิมหรือแย่กว่าเก่า หญิงก็พร้อมที่จะยอมรับผลจากการตัดสินใจที่หญิงเป็นคนเลือกเอง”
       “ป่วยการที่จะชักแม่น้ำทั้งห้ามาอธิบาย ไปเตรียมตัวซะ พรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางกันแต่เช้า”
       น่านฟ้าน้ำตารื้น “พี่ชายไม่มีเหตุผล ! ถ้าท่านพ่อกับท่านแม่ยังอยู่ พี่ชายคงไม่บ้าอำนาจขนาดนี้”
       น่านฟ้าพูดจบก็ร้องไห้แล้วเดินกลับขึ้นห้องตัวเอง
       สิบทิศเรียก “น่านฟ้า !”
       ช้อยมองตามน่านฟ้าด้วยความเป็นห่วงก่อนจะหันมามองสิบทิศทำนองว่าจะเอายังไงดี
        
       สิบทิศยังคงนิ่งเฉยและนึกตำหนิน่านฟ้าที่เอาแต่ใจตัวเอง

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 6
        น่านฟ้าวิ่งร้องไห้เข้าห้องมา ก่อนจะปิดประตูลงกลอน
        
       น่านฟ้าเอาหลังพิงประตูแล้วทรุดลงร้องไห้ด้วยความน้อยใจสิบทิศ เธอมองรูปภาพที่ผนังซึ่งเป็นรูป “นกน้อยโบยบิน” น่านฟ้านั่งนิ่งคิดถึงอิสรภาพของตนเอง เธออยากออกไปผจญโลกกว้างบ้าง
       
       ร้อยดาวจับมือนมแสงแล้วถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
       “นม ! คุณพ่อปกรณ์ของฉันเสียชีวิตเพราะอะไร ?”
       “คุณหนูจะอยากรู้ไปทำไมคะ” นมแสงถาม
       “สิ่งที่ฉันเห็น อาจกำลังต้องการบอกอะไรบางอย่างกับฉันนมต้องเล่าให้ฉันฟัง ! อย่างละเอียด”
       นมแสงหนักใจที่ต้องเล่าเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนั้นให้ร้อยดาวฟัง
       “คืนนั้น ขณะที่คุณปกรณ์นั่งรถกลับจากกรุงเทพ..”
       นมแสงเล่าเรื่องราวในอดีตในร้อยดาวฟัง
       
       ภาพเหตุการณ์ในอดีต รถยนต์ของปกรณ์ขับรถฝ่าสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมา ฟ้าแลบน่ากลัว
       นมแสงเล่า “ขณะนั้นฝนเทลงมาอย่างหนัก รถยนต์ของคุณปกรณ์เสียหลักพลิกคว่ำ พุ่งชนราวสะพานตกลงไปในแม่น้ำ”
       คนขับรถกับปกรณ์ตกใจจึงหักพวงมาลัยหลบทันที
       รถยนต์ของปกรณ์พลิกคว่ำ พุ่งชนราวสะพานอย่างแรง ตามด้วยเสียงน้ำกระจาย
       
       ร้อยดาวนั่งฟังนมแสงเล่าอย่างตั้งใจ
       “หลังเกิดเหตุ หน่วยกู้ภัยส่งนักประดาน้ำช่วยกันงมหาด้วยความยากลำบาก เนื่องจากกระแสน้ำขณะนั้นไหลเชี่ยวมาก จนกระทั่งพบรถยนต์ของคุณปกรณ์ในสภาพพังยับเยิน คนขับรถติดอยู่ข้างใน ตายคาที่”
       “แล้วคุณพ่อปกรณ์ล่ะ ?”ร้อยดาวถาม
       นมแสงส่ายหน้าอย่างหมดหวัง ตาของเธอแดงคล้ายจะร้องไห้
       “ตำรวจสันนิษฐานว่า ศพถูกกระแสน้ำพัดไปไกลแล้ว โธ่... คุณปกรณ์ของนม ไม่น่าเลย... เวรกรรมแท้ๆ จะนำร่างขึ้นจากน้ำมาสวดบำเพ็ญกุศล แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่พบ”
       นมแสงถึงกับปล่อยโฮออกมา
       “ไม่พบศพงั้นเหรอ ?”
       ร้อยดาวคาใจที่หาศพปกรณ์ไม่พบ
       
       ร้อยดาวแอบเอากุญแจเข้ามาไขเปิดประตูเข้าไปในห้องเก็บของ เธอพยายามรื้อหากรอบรูปปกรณ์ที่เคยแขวนแล้วตกลงมาแตกจนพบ ร้อยดาวหยิบกรอบรูปของปกรณ์ขึ้นมาพิจารณาใบหน้าปกรณ์ชัดๆ ภาพชายลึกลับที่ถูกล่ามโซ่ขังไว้ที่ห้องใต้ดินแวบขึ้นมาในหัวของเธอ
       “เป็นคนเดียวกันจริงๆด้วย !!”
       ใครบางคนยืนอยู่ข้างหลังร้อยดาว ร้อยดาวตกใจจึงหันกลับมา พอรู้ว่าเป็นดาหลาเธอก็ค่อยโล่งอก
       “เธอนั่นเอง....ดาหลา !”
       ดาหลาระแวง “คุณหนูเข้ามาทำอะไรในห้องนี้”
       “ฉันแค่...” ร้อยดาวยิ้ม “ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ”
       ดาหลารู้สึกกลัวร้อยดาวที่ทำตัวมีลับลมคมใน ร้อยดาวเห็นที่เท้าของดาหลามีผ้าพันแผลพันอยู่
       “เท้าเธอ ไปโดนอะไรมาเหรอจ๊ะ ?”
       ดาหลามองร้อยดาวอย่างไม่วางใจเพราะเข้าใจผิดคิดว่าร้อยดาวแกล้งถามจึงไม่ยอมตอบ
       ดาหลาพูดห้วนๆ “คุณท่านให้หา”
       ดาหลาพูดจบก็รีบเดินไปเพราะไม่อยากอยู่ใกล้ร้อยดาว ร้อยดาวมองตามปฏิกิริยาของดาหลาที่เปลี่ยนไปอย่างงุนงง
       
       ร้อยดาวนั่งสงบเสงี่ยมต่อหน้าดำรง
       “มีคนมารายงานฉันว่า เห็นหล่อนพาเพื่อนสองคน เข้าไปยุ่มย่ามที่เวียงร้อยดาว เป็นความจริงหรือเปล่า ?” ดำรงถาม
       ร้อยดาวหลบสายตา “จริงค่ะ”
       “ฉันห้ามหล่อนแล้วใช่มั้ย ว่าอย่าสอดรู้ไม่เข้าเรื่อง”
       “ดิฉันแค่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่เวียงแก้วที่นั่นกันแน่”
       “เท่านี้ ยังรู้ความบัดสีของแม่หล่อนไม่พออีกหรือ ถึงต้องวิ่งแร่ไปหาหลักฐานมาประจานแม่ตัวว่าชั่วช้าขนาดไหน”
       “ดิฉันไม่เชื่อ ว่าคุณแม่เวียงแก้วจะฆ่าตัวตาย เพื่อหนีอายที่ถูกจับได้ว่า” ร้อยดาวชะงักนิดหนึ่ง “คบชู้ !”
       ดำรงกระแทกไม้เท้าปังใหญ่ด้วยความขัดใจเมื่อได้ยินร้อยดาวพูด
       “โอหัง ! หล่อนคิดว่าแม่เวียงแก้วของหล่อนถูกใส่ร้ายป้ายสีให้มีราคีงั้นสิ ? จริงเท็จเป็นอย่างไร ทำไมฉันจะไม่รู้ หลักฐานพยานก็เห็นอยู่... นึกว่าฉันโง่นักหรือไง แม่ร้อยดาว !!”
       “ดิฉันไม่กล้าล่วงเกินคุณท่านค่ะ แต่หลักฐานบางอย่างที่ดิฉันพบทำให้อดคิดไม่ได้ว่า การตายของคุณแม่เวียงแก้วน่าจะมีเงื่อนงำ”
       “หลักฐาน ? หลักฐานอะไร ?”
       
       ดำรงจ้องหน้าร้อยดาวอย่างสงสัยเพราะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
        
       อ่านต่อตอนที่ 7

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 13
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 12
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 11
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 10
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 17 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 15 คน
89 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
11 %
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช่ค่ะ อัพทุกวันหรือวันเว้นวันยังไงคะ บางทีเห็นอัพทีละสองหน้า ล่าสุดดันอัพทีละหน้า อัพบ่อยๆเยอะๆหน่อยนะคะ รออ่านเรื่องนี้อยู่ กำลังลุ้นสนุกๆ แป๊บๆจบละ
ร้อยเดือน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณคนอัพ ค่ะ อยาเรุว่า อัพทุกวัน หรือวันเว้นวัน หรือยังไงค่ะ รอนานมากอ้ะค่ะ แร้วก็ไม่บอก ด้วยว่าอัพอีกทีเมิ่อไหร่ บอกทีเถอะค่ะ สนุกชอบเรื่องนี้ อ่านมาหลายเรื่องก็ เห็นอัพทุกวัน รอยุค่ะ
giftcnp@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โฮกกกกก มาร์ค แจ็คหล่อมากกกก น่านฟ้าก็น่ารักกกก
น่ารักกก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อัพหลายๆหน้าหน่อยได้มั๊ยค๊าาา คนอ่านรอๆๆๆ
cororo7837@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สร้อยฟ้าแก่สุดรุยยย
เอิ่ม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014